พบญ.8:7 เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านจะทรงนำท่านเข้าไปในแผ่นดินงาม ซึ่งเป็นดินแดนที่มี①ลำธาร, ②น้ำพุ, และ③ต้นน้ำไหลออกมาจาก④หุบเขาและ⑤ภูเขา
พบญ.8:7 ดินแดนที่มี①ข้าวสาลี, ②ข้าวบาร์เลย์, ③เถาองุ่น, ④ต้นมะเดื่อเทศ, และ⑤ต้นทับทิม เป็นดินแดนที่มี⑥ต้นมะกอกเทศที่ผลิต⑦น้ำมันและน้ำผึ้ง
อฤธ.14:8 ถ้าพระยะโฮวาพอพระทัยในพวกเรา พระองค์ก็จะนำเราทั้งหลายเข้าไปในดินแดนนั้น และยกดินแดนนั้นให้พวกเรา ซึ่งเป็นดินแดนที่มี⑧น้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์.
พบญ.8:9 ดินแดนที่ท่านจะรับประทานอาหารอย่างไม่ขัดสน ซึ่งท่านจะไม่ขาดสิ่งใดเลย เป็นดินแดนที่มี①ศิลาเป็น②เหล็ก และท่านจะ③ขุดทองเหลืองได้จากภูเขา.
พบญ.8:10 เมื่อท่านได้รับประทานจนอิ่มหนำแล้ว ท่านจงสรรเสริญพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกท่านเพราะแผ่นดินงามนั้น ซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ท่าน.
พบญ.8:7
1 ลำธาร
2 น้ำพุ
3 ต้นน้ำ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระวิญญาณที่หลั่งไหล(ยฮ.4:14; 7:37-39; วว.22:1)
4 หุบเขา
5 ภูเขา เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพแวดล้อมประเภทต่างๆ ที่เราสามารถประสบการณ์พระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่หลั่งไหล (เทียบ 2กธ.6.8-10).
พบญ.8:8
1 ข้าวสาลี เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้กลายเป็นเนื้อหนังที่ได้ถูกตรึงตายและฝังเพื่อที่จะทำให้พระองค์เองเพิ่มทวีขึ้น (ยฮ.12-24)
2 ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งเป็นธัญพืชที่สุกงอมเป็นอย่างแรก (รุ่นแรก) นั้น (2ชมอ.21.9) ชี้ถึงพระคริสต์ผู้เป็น ขึ้นในฐานะที่เป็นผลสุกงอมรุ่นแรก (1กธ.15.20).
3 เถาองุ่น เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาเพื่อผลิตเหล้าองุ่นที่ทำให้พระเจ้าและมนุษย์มีความยินดี (วนฉ.9:13; มธ.9:17).
4 ต้นมะเดื่อเทศ ได้กล่าวถึงความหวานชื่นและความอิ่มหนำของพระคริสต์ผู้เป็น การหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต (วนฉ.9:11)
5 ผลทับทิม เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริบูรณ์, เปี่ยมล้น, ความงดงาม, และการสำแดงออกแห่งความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ผู้เป็นชีวิต (อชด. 28:33-34; 1พกษ.718-20; พพร.433ข, 13)
6 ต้นมะกอกเทศ เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ (รม.11.7) ผู้ถูกเติมเต็มด้วยพระวิญญาณนั้นและถูกซโลม ด้วยพระวิญญาณนั้น (ลก.41, 18; ฮร.1.9)
7 น้ำมันมะกอกเทศ เป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราดำเนินชีวิตโดยพระวิญญาณนี้เพื่อให้เกียรติพระเจ้า และเราก็หล่อเลี้ยงผู้คนด้วยพระวิญญาณนี้เพื่อให้เกียรติมนุษย์(มต.5.16, 25; 2กธ.316,8; วนฉ.9:9)
8 น้ำนมและน้ำผึ้ง (6.3) กล่าวถึงความดีเลิศและความหวานชื่นของพระคริสต์ (ดูอชด.38 คำอธิบาย2).
พบญ.8:9
1 ศิลา เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นวัสดุสำหรับการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า(ยชย.28:16; ชคย.4.7; 1ปต.2:4).
2 เหล็กและทองเหลืองมีไว้สำหรับการประดิษฐ์อาวุธ (ยนซ.4-22; 1ชมอ.17.5-7) และเป็นแบบเล็งถึงการสู้รบฝ่ายวิญญาณของเราและการที่เราต่อสู้กับศัตรู (2กธ.10-4; อฟ.6:10-20), เหล็กเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอำนาจแห่งการปกครองของพระคริสต์ (มธ.28:18; วว.19:15)
3 ทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (วว.1:15 และคำอธิบาย 1).
กซ.1:12 ขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงทำให้ท่านทั้งหลายมีคุณสมบัติพอที่จะได้รับส่วนแบ่งด้วยกันกับวิสุทธิชนทั้งหลายในความสว่าง
อฟ. 3:8 พระคุณนี้ทรงประทานแก่ข้าพเจ้าผู้เป็นคนเล็กน้อยกว่าคนเล็กน้อยที่สุดในท่ามกลาง วิสุทธิชนทั้งหมด ให้ประกาศความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ของพระคริสต์เป็นกิตติคุณแก่พวกต่างชาติ
1กธ.1:9 คำอธิบาย 2
ข้อความที่ว่า "เข้าสู่การสามัคคีธรรมแห่งพระบุตรของพระองค์คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา" ก็คือรับส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งการเข้าสนิทกับพระบุตรของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์ และมีส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งการร่วมแบ่งปันรับสุขพระองค์. พระเจ้าได้ทรงเรียกเราเข้าสู่การสามัคคีธรรมเช่นนี้เพื่อให้เราได้รับสุขพระคริสต์เป็นส่วนที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 2 ว่า "พระองค์ทรงเป็นของพวกเขาและของพวกเราด้วย" ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นการเน้นถึงความจริงที่สำคัญที่ว่า พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียวของผู้เชื่อทุกคน เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่ท่ามกลางพวกเขาโดยเฉพาะปัญหาการแตกแยกกันหนังสือเล่มนี้เปิดเผยแก่เราว่าพระคริสต์ที่เราถูกเรียกให้เข้าสู่นั้นทรงเป็นผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง. พระองค์ทรงเป็นส่วนที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา (ข้อ 2). พระองค์ทรงเป็นฤทธีเดชและพระปัญญาของพระเจ้าที่ได้กลายเป็นความช่อบธรรม, การแบ่งแยกบริสุทธิ์,และการไถ่ของเรา (ข้อ 24, 30), พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสง่าราตี (2:8)เพื่อการได้รับสง่าราศีของเรา (2-7; รม.8:30) พระองค์ทรงเป็นความล้ำลึก (สิ่งที่ล้ำลึก)ของพระเจ้า (2.10) พระองค์ทรงเป็นฐานรากเพียงหนึ่งเดียวแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า (3:11) พระองค์ทรงเป็นเทศร้ำลบัตคา (5.7, ขนมปังไร้เชื้อ(5.8), อาหารฝ่ายวิญญาณ, น้ำฝ่ายวิญญาณ, และศิลาผ้ายวิญญาณของเรา (10.3-4). พระองค์ทรงเป็นศีรษะ (1.3) และพระกาย (12:12). พระองค์ทรงเป็นผลสุกง่อมรุ่นแรก (15.20, 23),มนุษย์คนที่สอง (15-47), และอาดามคนสุดท้าย (15:45) ในฐานะเช่นนี้พระองค์ก็ได้กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (15:45) เพื่อเราจะได้ต้อนรับพระองค์เข้าสู่ภายในเราเป็นทุกสิ่งของเรา. พระองค์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งที่ประกอบไปด้วยความอุดมสมบูรณ์อย่างน้อยยี่สิบประการนี้ทรงเป็นส่วนที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราเพื่อเราจะได้รับสุข.เราควรสนใจในตัวของพระองค์เท่านั้น มิใช่สนใจในมนุษย์, เรื่องราว, หรือสิ่งของใดๆที่อยู่นอกเหนือไปจากพระองค์. เราควรจะต้องเพ่งพินิจที่ตัวพระองค์ ให้พระองค์เป็นศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียวที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างในท่ามกลางผู้เชื่อจะได้รับการแก้ไข
กซ.3:1 เหตุฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายได้ร่วมเป็นขึ้นมากับพระคริสต์แล้ว ก็จงแสวงหาสิ่งซึ่งอยู่เบื้องบนในที่พระคริสต์สถิตอยู่ คือประทับเบื้องขวาพระทัตถ์ของพระเจ้า
สภษ.23:23 จงซื้อหลักความจริงและอย่าขายไปเสีย (จงซื้อสติปัญญา, คำชี้แนะ, และความเข้าใจ
ฟป.3:8 แต่ยิ่งไปกว่านั้น ข้าพเจ้ายังเห็นว่าสิ่งสารพัดเป็นการสูญเสีย เพราะเหตุความประเสริฐเลิศแห่งการรู้จักถึงองค์พระคริสต์เยซูเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ข้าพเจ้าได้สูญเสียสิ่งสารพัดและเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รับพระคริสต์
พบญ.16:16 บรรดาผู้ชายทั้งสิ้นจะต้องเข้ามาเฝ้าพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านปีละสามครั้ง ณ สถานที่ซึ่งพระองค์จะทรงเลือกไว้ คือในเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ, เทศกาลครบรอบเจ็ดสัปดาห์, และเทศกาลตั้งทับอาศัย. เขาทั้งหลายอย่าได้ไปเฝ้าพระยะโฮวาด้วยมือเปล่า
อฟ.3:17 เพื่อพระคริสต์จะได้ประทับครองเรือนอยู่ในใจของท่านโดยความเชื่อ เพื่อเมื่อท่านได้หยั่งรากและวางฐานลงแล้วในความรัก
กช.3:16 จงใช้สติปัญญาทุกอย่างเพื่อให้พระคำของพระคริสต์อาศัยอยู่ภายในท่านทั้งหลายอย่างอุดมสมบูรณ์ โดยการสอนและเตือนสติกันและกันด้วยเพลงสดุดี, เพลงสรรเสริญ,และเพลงฝ่ายวิญญาณ คือร้องเพลงด้วยพระคุณจากใจของท่านทั้งหลายถวายแด่พระเจ้า
อฤธ.11:8 คนทั้งปวงก็เที่ยวไปเก็บเอามาโม่ด้วยหินโม่หรือมาตำในครก และนำไปต้มในหม้อ แล้วทำเป็นขนม รสชาติเหมือนรสของขนมปิ้งด้วยน้ำมัน
ฮร.4:12 เพราะว่าพระคำของพระเจ้านั้นมีชีวิตและมีประสิทธิภาพ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ และสามารถแทงทะลุกระทั่งแยกได้ทั้งจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก อีกทั้งสามารถวินิจฉัยความนึกคิดและความมุ่งหมายในใจ.
1ธช.5:16-20 จงชื่นชมยินดีเสมอ จงอธิษฐานเสมอไม่เว้น จงขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่งเพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อท่านทั้งหลายในพระคริสต์เยชู, อย่าดับพระวิญญาณนั้นอย่าหมิ่นประมาทถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะ