หลักความเชื่อของเรา
1. เราเชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์โดยการดลใจของพระ วิญญาณบริสุทธิ์ผ่านพวกอัครทูตและผู้เผยพระวจนะต่างๆ (2ปต.1:21; 2ตธ.3:16)
2. เราเชื่อว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพ ในธาตุแท้นั้น พระเจ้ามีองค์เดียว แต่ในด้านแผนการบริหารทรงมี 3 พระภาค พระบิดาและพระบุตรและพระ วิญญาณทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต โดยมีพระ บิดาเป็นผู้วางโครงการ พระบุตรมาสำเร็จงาน พระวิญญาณมาดำเนินการเพื่อสำเร็จ แผนการบริหารของพระเจ้า (1ตธ.2:5; มธ.28:19; 2กธ.13:14)
3. เราเชื่อว่าพระเจ้าพระองค์เองได้มาบังเกิดเป็นรูปกายมนุษย์ทรงพระนามว่าเยซู บังเกิดจากมาเรียหญิงพรหมจารี พระองค์ไม่มีบาป พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ และผู้ช่วยให้ รอดของเรา (ยฮ.1:1, 14; มธ.1:23)
4. เราเชื่อว่าพระเยซูผู้ซึ่งเป็นมนุษย์พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นมนุษย์แท้และพระเจ้า 4. องค์ครบสมบูรณ์ได้ดำเนินอยู่บนโลก 33 ปีครึ่ง เพื่อให้มนุษย์รู้จักพระเจ้าพระบิดา (มธ.1:18; ยฮ.1:18)
5. เราเชื่อว่าพระเยซูคือพระคริสต์ผู้ได้รับการชโลมจากพระเจ้าด้วยพระวิญญาณ บริสุทธิ์ของพระองค์ พระองค์ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อความผิดบาปของเรา และหลั่งพระโลหิตเพื่อสำเร็จการไถ่เรา (กจ.10:39-40; ยฮ.1:29)
6. เราเชื่อว่าหลังจากพระเยซูคริสต์ได้ถูกฝังสามวัน พระองค์ทรงคืนพระ ชนม์ทั้งกายและวิญญาณ และในการคืนพระชนม์นี้พระองค์ทรงกลายเป็นพระ วิญญาณผู้ประทานชีวิต ประทานพระองค์เองเข้าสู่ภายในเราเป็นชีวิตและเป็น ทุกสิ่งของเรา (1กธ.15:4; 15:45)
7. เราเชื่อว่าหลังจากที่พระองค์คืนพระชนม์ พระองค์ได้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์เป็นพระคริสต์และองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่ง สารพัดทั้งปวง พระคริสต์ทรงถูกแต่งตั้งให้ปฏิบัติการให้บรรลุซึ่งแผนการ บริหารที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ (กจ.2:33, 36)
8. เราเชื่อว่าหลังจากการเสด็จสู่สวรรค์ พระคริสต์ได้ประทานพระวิญญาณของพระเจ้า เพื่อชโลมแก่ผู้เชื่อที่พระองค์ทรงเลือกสรร เพื่อเขาเหล่านั้นได้บัพติศมาเข้าเป็นกายเดียว และ เพื่อวันนี้พระวิญญาณของพระเจ้าซึ่งก็คือพระวิญญาณของพระคริสต์กำลังดำเนินอยู่บนโลก กระตุ้นคนบาปที่พระเจ้าทรงเลือกสรรจะได้บังเกิดใหม่เข้าร่วมในอวัยวะทั้งปวงของพระคริสต์ และรับการหล่อเลี้ยงจนเจริญเติบโตในชีวิต เพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์สำหรับการ สำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์ และสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (กจ.1:18; 1กธ.12:13; รม.8:9; ยฮ.16:8; ตต.3:5; อฟ.4:16)
9. เราเชื่อว่าพระเจ้าได้เสด็จมากลายเป็นมนุษย์ เพื่อจะกระทำให้ (ตาย-ไถ่บาป เป็น ขึ้น-ประทานชีวิต) มนุษย์กลายเป็นพระเจ้าในด้านชีวิตและนิสัย แต่ไม่มีส่วนในฐานันดร ความเป็นพระเจ้า (ยฮ.1:1, 14, ยฮ.3:3-5; 1ยฮ.3:2)
10. เราเชื่อว่าคริสตจักรมีหนึ่งเดียวในจักรวาลคือพระกายของพระคริสต์ แต่ได้มี ภาคปฏิบัติและปรากฏในท้องถิ่นต่างๆ เป็นคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลาย ท้องถิ่นหนึ่งมี คริสตจักรหนึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อเป็นพยานถึงพระกายที่มีหนึ่งเดียว (อฟ.1:22-23; กจ.8:1; วว.1:11)
11. เราเชื่อว่าในยุคสุดปลาย พระคริสต์จะเสด็จกลับมาเพื่อรับวิสุทธิชนของพระองค์ และมาพิพากษาโลกนี้ ครอบครองโลกนี้ และก่อตั้งอาณาจักรพันปีของพระองค์ (1ธซ.2:19)
12. เราเชื่อว่าเฉพาะวิสุทธิชนผู้มีชัยชนะจะปกครองร่วมกับพระคริสต์ในอาณาจักรพัน ปีและผู้เชื่อในพระคริสต์ทุกคนจะมีส่วนในพระพรของพระเจ้าในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่ง อยู่ในฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ชั่วนิรันดร์ (วว.20:6; 21:2)
ศัพท์คำว่า “แผนการบริหาร” มีบันทึกไว้ในข้อพระคัมภีร์ดังนี้:
1ตธ.1:3 เมื่อข้าพเจ้าได้ไปยังมณฑลมากะโดเนีย ข้าพเจ้าได้วอนขอให้ ท่านคอยอยู่ในเมืองเอเฟโซ เพื่อท่านจะได้กำชับบางคนไม่ให้เขาสอนใน สิ่งที่แตกต่างออกไปจากแผนการบริหารของพระเจ้า
1. ต้องทำการกำชับผู้เชื่อ
2. ไม่ให้สอนสิ่งที่แตกต่างไปจากแผนการบริหารของพระเจ้า
1ตธ.1:4 ทั้งไม่ให้เขาใส่ใจในเรื่องนิยายต่างๆ และเรื่องลำดับวงศ์ตระกูล อันไม่รู้จักจบ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการถกเถียงกันมากกว่าที่จะเป็นไปตาม แผนการบริหารของพระเจ้าซึ่งอยู่ในหลักความเชื่อ.
1. ไม่สอนสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อแผนการบริหาร เป็นเหตุให้ถกเถียงกัน
2. แผนการบริหารของพระเจ้าอยู่ในหลักความเชื่อ
อฟ. 3:9 และส่องสว่างให้คนทั้งปวงเห็นชัดว่า ข้อลับลึกที่ทรงซ่อนไว้ ตลอดทุกยุคทุกสมัยในพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างสิ่งสารพัดนี้ ช่างเต็มด้วย แผนการบริหารยิ่งนัก
ข้อลับลึกที่เต็มด้วยแผนการบริหาร
1. ข้อลับลึกของพระเจ้าก็คือพระคริสต์ (กช.2:2)
2. ข้อลับลึกของพระคริสต์ก็คือคริสตจักร (อฟ.3:4)
3. พระคริสต์และคริสตจักรคือข้อลับลึกที่ยิ่งใหญ่ (อฟ.5:32)
อฟ. 1:10 เพื่อแผนการบริหารเมื่อเวลาครบกำหนดบริบูรณ์ ในการที่จะ ทรงรวบรวมสิ่งสารพัดซึ่งมีอยู่ในสวรรค์ทั้งหลายก็ดีและที่แผ่นดินโลกก็ดี ไว้ภายใต้ประมุขหนึ่งเดียวในพระคริสต์
1. แผนการบริหารมีเพื่อแจกจ่ายพระคริสต์แก่เรา
2. การแจกจ่ายนี้จะบรรลุสู่การรวบรวมสิ่งสารพัดไว้ภายใต้ประมุขหนึ่งเดียวใน พระคริสต์
3. คริสตจักรต้องนำหน้าในการถูกรวบรวมไว้ภายใต้ประมุขหนึ่งเดียวก่อน
4. เมื่อสิ่งสารพัดทั้งหมดในจักรวาลถูกรวบรวมไว้ภายใต้ประมุขหนึ่งในพระคริสต์ แผนการบริหารนี้ก็ได้สำเร็จลุล่วงแล้ว