ศาสนาคริสต์เขาสอนกันเกี่ยวกับตรีเอกภาพ
คำสอนที่เป็น มิจฉาลัทธิ เกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพ
1. คำสอนของพวกลัทธิพระเจ้าสามองค์ (Tritheism)คือ: พระบิดา, พระบุตร, พระวิญญาณต่างเป็นพระเจ้าที่แยกจากกัน 3 องค์
2. คำสอนของพวกลัทธิสามสถานะ (Modalism – โมดาลิซึม)คือ: ไม่ยอมรับว่าทั้ง 3 พระภาคล้วนดำรงนิรันดร์ เช่น กล่าวว่าการเปิดเผยเกี่ยวกับพระบุตรสิ้นสุดลงเมื่อเสด็จสู่สวรรค์และเมื่อเสด็จสู่สวรรค์พระบุตรก็ไม่ได้ดำรงอยู่แล้ว
คริสตจักรในการฟื้นฟูสอนตามพระคัมภีร์เกี่ยวกับตรีเอกภาพ
พระเจ้ามีองค์เดียว (1กธ.8:4ข, 6ก) แต่มี 3 พระภาค (มธ.28:19)
ในด้านธาตุแท้ทรงเป็นหนึ่งเดียว ในด้านแผนการบริหารเป็นสามพระภาค
1กธ.8:4ข และรู้ว่า "พระเจ้ามีเพียงองค์เดียว" ไม่มีพระเจ้าองค์อื่นอีก
1กธ.8:6ก แต่ว่าสำหรับพวกเรานั้น มีพระเจ้าองค์เดียว
มธ.28:19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลาย จงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกให้พวกเขารับบัพติศมาเข้าสู่ในพระนามแห่งพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณบริสุทธิ์
1. พระบิดาเป็นพระเจ้า
อฟ.1:17 เพื่อพระเจ้าแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา คือพระบิดาแห่งสง่าราศีจะทรงโปรดประทานให้ท่านมีวิญญาณแห่งสติปัญญาและการเปิดเผย เพื่อท่านจะได้รู้จักพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม.
1ปต.1:2 คือผู้ที่ถูกเลือกไว้แล้วตามที่พระเจ้าพระบิดาได้ทรงล่วงรู้ไว้ก่อน โดยการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระวิญญาณนั้น จนเป็นผู้ที่น้อมฟังพระเยซูคริสต์ และได้รับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์: ขอให้พระคุณและสันติสุขเพิ่มทวีแก่ท่านทั้งหลายเถิด
2. พระบุตรเป็นพระเจ้า
ยซย.9:6 ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรคนหนึ่งประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของท่าน และเขาจะเรียกนามของท่านว่า ที่ปรึกษาองค์มหัศจรรย์, พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์, พระบิดาองค์นิรันดร์, และองค์สันติราช.
ยฮ.1:1 เมื่อเดิมนั้นพระคำเป็นอยู่แล้ว และพระคำนั้นได้อยู่กับพระเจ้า และพระคำนั้นเป็นพระเจ้า.
ยฮ.1:14 พระคำนั้นได้กลายเป็นเนื้อหนัง และได้ตั้งพลับพลาอยู่ท่ามกลางเราบริบูรณ์ไปด้วยพระคุณและความเที่ยงแท้. เราก็ได้เห็นสง่าราศีของพระองค์เหมือนสง่าราศีของพระบุตรองค์เดียวที่มาจากพระบิดา.
รม.9:5 บรรพบุรุษของพวกเขาและถ้ากล่าวตามเนื้อหนังแล้ว พระคริสต์ก็ทรงมาจากพวกเขา พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้อยู่เหนือสิ่งสารพัด และควรได้รับการสรรเสริญนิรันดร์. อาเมน.
3. พระวิญญาณเป็นพระเจ้า
กจ.5:3-4 เปโตรจึงกล่าวว่า "อะนาเนีย เหตุใดซาตานจึงเติมเต็มใจของท่าน ทำให้ท่านหลอกลวงพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้เก็บเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้เพื่อตนเอง? เมื่อที่ดินยังอยู่นั้นก็เป็นของท่านมิใช่หรือ? เมื่อขายแล้ว[เงิน]ก็อยู่ในอำนาจของท่านมิใช่หรือ? เหตุใดท่านจึงเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นในใจเล่า? ท่านมิได้หลอกลวงต่อมนุษย์แต่ได้หลอกลวงต่อพระเจ้า.
ยฮ.4:24 “พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้ที่นมัสการพระองค์ต้องนมัสการในวิญญาณและความสัตย์จริง."
4. พระบิดา, พระบุตร, พระวิญญาณเป็นองค์นิรันดร์
ยซย.9:6 ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรคนหนึ่งประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของท่าน และเขาจะเรียกนามของท่านว่า ที่ปรึกษาองค์มหัศจรรย์, พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์, พระบิดาองค์นิรันดร์, และองค์สันติราช.
ฮร.1:12 และพระองค์จะทรงม้วนสิ่งเหล่านั้นขึ้นเหมือนเสื้อคลุม และสิ่งเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนไปเหมือนเสื้อผ้า แต่พระองค์เองยังคงเหมือนเดิมและปีเดือนของพระองค์จะไม่สิ้นสุด.
ฮร.9:14 พระโลหิตของพระคริสต์ผู้ทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาอันปราศจากด่างพร้อยแก่พระเจ้า โดยพระวิญญาณที่นิรันดร์นั้นจะชำระมโนธรรมของเราให้พ้นจากการประพฤติที่ตายแล้ว เพื่อจะปรนนิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ได้มากยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด?
5. พระบุตรทรงเป็นพระบิดา
ยซย.9:6 ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรคนหนึ่งประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของท่าน และเขาจะเรียกนามของท่านว่า ที่ปรึกษาองค์มหัศจรรย์, พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์, พระบิดาองค์นิรันดร์, และองค์สันติราช.
ยฮ.14:9 ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับพวกท่านนานแล้วเช่นนี้ และท่านยังไม่รู้จักเราหรือ? ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดาเหตุไฉนท่านจึงว่า ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเห็น.
6. พระบุตรทรงเป็นพระวิญญาณ
2กธ.3:17 และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณนั้น และพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่ไหน ความอิสระก็อยู่ที่นั่น.
1กธ.15:45ข แต่อาดามคนสุดท้ายได้กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต.
7. พระวิญญาณก็ทรงเป็นพระบิดา
ยฮ.4:23-24 แต่เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้วและบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้นมัสการที่แท้จริงจะนมัสการพระบิดาในวิญญาณและความสัตย์จริง เพราะว่าพระบิดาทรงเสาะหาคนเช่นนั้นมานมัสการพระองค์. พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้ที่นมัสการพระองค์ ต้องนมัสการในวิญญาณและความสัตย์จริง.
ยฮ.3:5-6 พระเยซูทรงตอบว่า เราบอกท่านจริงๆ ว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ เขาจะเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้. ซึ่งบังเกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณนั้นก็เป็นวิญญาณ.
1ปต.1:3 จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าและพระบิดาแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา ผู้ทรงให้เราบังเกิดใหม่ตามพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ให้เข้าสู่ความหวังอันมีชีวิตอยู่ โดยการเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายของพระเยซู.
8. ทั้ง 3 พระภาคอาศัยในกันและกัน ไม่แยกจากกัน
ยฮ.14:10 ท่านไม่เชื่อหรือว่าเราอยู่ในพระบิดา และพระบิดาอยู่ในเรา? ถ้อยคำซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลาย เรามิได้กล่าวจากตัวเราเอง แต่พระบิดาที่อยู่ในเรา พระองค์นั้นทรงกระทำการงานของพระองค์.
ยฮ.15:26 แต่เราจะใช้องค์ผู้ช่วยจากพระบิดามาหาท่านทั้งหลาย คือพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ที่มาจากพระบิดา เมื่อพระองค์มาแล้วพระองค์นั้นจะเป็นพยานถึงเรา.
9. ทั้ง 3 พระภาคดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน
ยฮ.14:16-17 เราจะขอพระบิดาและพระองค์จะทรงประทานองค์ผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งแก่ท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านเป็นนิตย์. คือพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ผู้นั้นมนุษย์โลกรับไม่ได้ เพราะไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะว่าพระองค์อาศัยอยู่กับท่านและอยู่ภายในท่าน.
อฟ.3:14, 16-17 เพราะเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าลงต่อพระบิดา...ขอพระองค์ทรงโปรดแก่ท่านทั้งหลายตามความอุดมสมบูรณ์แห่งสง่าราศีของพระองค์ เพื่อท่านจะได้รับการเพิ่มกำลังเข้าสู่มนุษย์ภายในด้วยฤทธิ์เดชโดยพระวิญญาณของพระองค์. เพื่อพระคริสต์จะได้ประทับครองเรือนอยู่ในใจของท่านโดยความเชื่อ เพื่อเมื่อท่านได้หยั่งราก และวางฐานลงแล้วในความรัก
10. ทั้ง 3 พระภาคเป็นหนึ่ง
พระบิดาเป็นต้นน้ำ, พระบุตรเป็นน้ำพุ, พระวิญญาณเป็นแม่น้ำแห่งชีวิต ไหลเข้าสู่เราเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงและการรับสุขของเราสืบไป (2กธ.13:14, ยฮ.7:38-39) และนำมาซึ่งการสามัคคีธรรมของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือการหลั่งไหลของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์และการหลั่งไหลนี้จะพลุ่งขึ้นจนถึงชีวิตนิรันดร์ คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (1ยฮ.1:2–3; ยฮ.4:14)
2กธ.13:14 ขอให้พระคุณแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้า, ความรักแห่งพระเจ้า, และการสามัคคีธรรมแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด.
ยฮ.7:38-39 ผู้ที่เชื่อเข้าสู่เราแม่น้ำที่มีชีวิตจะไหลออกจากภายในผู้นั้น เหมือนได้มีคำเขียนไว้แล้ว. คำนั้นพระเยซูตรัสเล็งถึงพระวิญญาณนั้น ซึ่งผู้ที่เชื่อเข้าสู่พระองค์จะได้รับ เหตุว่าในเวลานั้นยังไม่มีพระวิญญาณนั้น เพราะพระเยซูยังไม่ได้รับสง่าราศี.
1ยฮ.1:2-3 และชีวิตนั้นได้ปรากฏ และเราได้เห็นและเป็นพยาน และประกาศชีวิตที่นิรันดร์นั้นแก่ท่านทั้งหลาย. ชีวิตนั้นได้สถิตอยู่กับพระบิดา และได้ปรากฏแก่เราทั้งหลาย. ซึ่งเราได้เห็นและได้ยินนั้น เราก็ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วย เพื่อท่านจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับเราด้วย แท้จริงเราก็ร่วมสามัคคีธรรมกับพระบิดาและกับพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์.
ยฮ.4:14 แต่ผู้ใดจะดื่มน้ำซึ่งเราจะให้นั้นจะไม่กระหายเป็นนิรันดร์ แต่น้ำซึ่งเราจะให้เขาจะกลายเป็นแหล่งกำเนิดแห่งน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นจนเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์