1) มักสอนสิ่งที่ไม่ใช่คำสอนที่มีพลานามัยแต่สอนสิ่งที่สนองราคะตัณหา
2ตธ.4:3 เพราะว่าเวลานั้นจะมาถึง เมื่อเขาจะทนรับคำสอนที่มีพลานามัยไม่ได้ แต่เขาจะเกิดหูคัน จึงรวบรวมอาจารย์ไว้มากๆ ตามราคะตัณหาของเขา
2ตธ.4:4 และเขาจะบ่ายหูไปจากหลักความจริง แล้วหันไปฟังเรื่องนิยายต่างๆ.
2) สอนมิจฉาลัทธิ ทำให้หลักความจริงถูกใส่ร้ายและถูกทำลาย
2ปต.2:1 แต่ว่าเมื่อก่อนได้มีผู้เผยพระวจนะเท็จเกิดขึ้นท่ามกลางพวกพลไพร่นั้นฉันใด ในอนาคตก็จะมีผู้สอนเท็จในท่ามกลางท่านทั้งหลายเช่นกันฉันนั้น พวกเขาจะแอบนำเอามิจฉาลัทธิที่จะทำลายมนุษย์เข้ามาอย่างลับๆ กระทั่งปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงซื้อเขาไว้ จึงได้นำการทำลายมาถึงตนเองโดยเร็วพลัน.
2ปต.2:2 จะมีหลายคนประพฤติตามความชั่วช้าลามกของเขา และเพราะเหตุคนเหล่านั้นทางแห่งหลักความจริงจึงได้ถูกใส่ร้าย
2ปต.2:3 และด้วยใจโลภ เขาเหล่านั้นจะใช้ถ้อยคำที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นนั้นหากำไรจากท่านทั้งหลาย. การพิพากษาที่มีต่อเขาตั้งแต่โบราณกาลมาแล้วจะไม่หย่อนยานและการถูกทำลายของเขาก็จะมาถึงอย่างเร็วพลัน.
3) พวกผู้เผยพระวจนะเท็จมักจะทำการอัศจรรย์และการอิทธิฤทธิ์หลอกลวงผู้คน ให้หลงไป
มธ.24:23 ในเวลานั้นถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า ‘ดูเถิดพระคริสต์นั้นอยู่ที่นี่! หรือ พระคริสต์นั้นอยู่ที่โน่น!’ พวกท่านอย่าได้เชื่อเลย.
มธ.24:24 ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนเกิดขึ้น จะสำแดงเครื่องหมายและการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นได้ถึงแม้ผู้ที่ถูกเลือกสรร ก็จะถูกชักจูงให้หลงไป
4) อ้างตัวเป็นอัครทูตแต่เป็นของปลอมเหมือนซาตานที่ปลอมตัวเป็นทูตแห่งความสว่าง
2กธ.11:13 เพราะว่าคนเช่นนั้นเป็นอัครทูตเทียมเท็จ เป็นคนงานที่หลอกลวง ซึ่งปลอมตัวมาเป็นอัครทูตของพระคริสต์.
2กธ.11:14 การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตแห่งความสว่างปลอมตัวเป็นผู้รับใช้แห่งความชอบธรรมได้.
2กธ.11:15 เหตุฉะนั้นจึงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรที่ผู้รับใช้ของซาตานจะปลอมตัวเป็นผู้รับใช้แห่งความชอบธรรม. วาระสุดท้ายของ
5) มักก่อการแตกแยกในคริสตจักรทำให้พี่น้องสะดุดล้ม
รม.16:17 พี่น้องทั้งหลายบัดนี้ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้คอยจับตาดูคนเหล่านั้นที่ก่อการแตกแยกและทำให้ผู้อื่นสะดุด ซึ่งเป็นการผิดจากคำสอนซึ่งท่านได้เรียนไว้แล้วนั้น และให้หลีกห่างจากคนเหล่านั้น.
รม.16:18 เพราะว่าคนอย่างนั้นไม่ได้ปรนนิบัติองค์พระคริสต์เจ้าของเราแต่ได้ปรนนิบัติท้องของตัวเอง และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำอันรื่นหูและวาจาสอพลอของตน.
6) มักอ้างว่าเห็นนิมิตแต่เป็นนิมิตที่ไร้สาระและโง่เขลา
พรท.2:14 พวกผู้เผยพระวจนะของเจ้าได้เห็น[นิมิตที่]ไร้สาระและโง่เขลามาบอกเจ้า พวกเขาไม่ได้เผยความบาปชั่วของเจ้า เพื่อให้เจ้ากลับจากการเป็นเชลย เขากลับเห็นภาระที่ไร้สาระและ[เหตุให้เกิด]การเนรเทศมาบอกแก่เจ้า.
7) เขามักอ้างว่าได้พูดในนามพระยะโฮวาแต่ใช้พระนามในทางที่ผิด
ยอค.22:28 บรรดาผู้เผยพระวจนะของแผ่นดินก็ฉาบด้วยปูนขาวให้กับพวกเขาด้วยการเห็นนิมิตปลอมและคำทำนายเท็จแก่เขาโดยกล่าวว่าพระยะโฮวาองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ทั้งที่พระยะโฮวาไม่ได้ตรัสเลย
8) พระเจ้าไม่ได้ใช้เขาพูดแต่เขาพูดตามตัวเองเพื่อประโยชน์ของเขาเองเขาจะถูกลงโทษเป็นแน่
ยรม.14:14 และพระยะโฮวาตรัสกับข้าพเจ้าว่า พวกผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นเผยพระวจนะเท็จในนามของเรา เราไม่ได้ใช้พวกเขา และเราไม่ได้บัญชาเขาหรือพูดกับเขา. เขาเผยนิมิตจอมปลอมแก่พวกเจ้า เป็นการทำนายที่ไร้ค่า เป็นการหลอกลวงของใจเขาเอง.
ยรม.14:15 ฉะนั้นพระยะโฮวาจึงตรัสดังนี้เกี่ยวกับพวกผู้เผยพระวจนะที่เผยพระวจนะในนามของเราแม้ว่าเราไม่ได้ใช้พวกเขา แต่พวกเขากล่าวว่า ดาบและการกันดารอาหารจะไม่มาถึงดินแดนนี้: พวกผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นจะถูกผลาญเสียด้วยดาบและการกันดารอาหาร
9) ดูภายนอกพวกนี้คล้ายแกะแต่เป็นสุนัขป่าเขาเป็นต้นไม้ชั่วย่อยเกิดผลชั่ว
มธ.7:15 จงระวังป้องกันผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาดุจสุนัขป่าที่ตะกละ.
มธ.7:16 ท่านจะรู้จักเขาก็เพราะผลของเขา. เขาเคยเก็บผลองุ่นจากต้นหนามหรือ? เขาเคยเก็บผลมะเดื่อเทศจากหญ้าหนามหรือ?
มธ.7:17 ดังนั้นแหละต้นไม้ดีทุกต้นก็ย่อมเกิดผลดี แต่ต้นไม้ชั่วก็ย่อมเกิดผลชั่ว.
10) ผู้เผยพระวจนะเท็จเช่นนี้พระยะโฮวาจะประหารเขาเสีย
ยรม.28:15 และผู้เผยพระวจนะยิระมะยาได้พูดกับฮะนันยาผู้เผยพระวจนะว่า โอ ฮะนันยาขอท่านฟัง พระยะโฮวาไม่ได้ทรงใช้ท่านและท่านได้ทำให้พลไพร่นี้เชื่อพึ่งในความจอมปลอม.
ยรม.28:16 เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาตรัสว่า เราจะขับเจ้าไปจากพื้นโลก. ในปีนี้เองเจ้าจะต้องตาย เพราะเจ้าได้กล่าวถ้อยคำเป็นการกบฏต่อพระยะโฮวา.
ยรม.28:17 ในปีเดียวกันนั้น ในเดือนที่เจ็ด ฮะนันยาผู้เผยพระวจนะก็ตาย.