การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

สารบัญ

ไม่พบหัวข้อ
หัวข้อที่ 20 / 70

ฐานของคริสตจักร และภาคปฏิบัติของคริสตจักรท้องถิ่น 20 ข้อ

หลักความจริงทั้งหมด › หัวข้อที่ 20

ฐานของคริสตจักรมีองค์ประกอบ 3 อย่าง และภาคปฏิบัติของคริสตจักรท้องถิ่น

1. ฐานคือความเป็นหนึ่ง

➝ พระกายจักรวาลที่มีหนึ่งเดียวเปรียบเหมือนดวงจันทร์ (มธ.16:18; อฟ.1:23)

➝ ปรากฏในท้องถิ่นหนึ่งคริสตจักรหนึ่ง (กจ.8:1; กจ.13:1; วว.1:11)

➝ อยู่ในพระวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง (อฟ.4:3)

(ดูประกอบรูปภาพฐานแห่งความเป็นหนึ่งในพันธสัญญาเดิม หนังสือพระบัญญัติบทที่ 12 ฐานหนึ่งเดียวนี้คือที่ตั้งของพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นที่ตั้งพระนามของพระองค์ ทุกคนต้องไปนมัสการที่นี่เท่านั้น เพื่อรักษาความเป็นหนึ่ง)

2. นิมิตแห่งความเป็นหนึ่งในข้อ 1 พระเจ้าได้เปิดเผยแก่วอท์ชแมน นี และวิเนส ลี เหมือนแบบแปลนพลับพลาบนภูเขาที่พระเจ้าเปิดเผยแก่โมเซ โมเซจึงมีคุณสมบัติสร้างพลับพลาได้อย่างถูกต้อง ยุคนี้พี่น้องนีและลีก็ได้นำพาการก่อสร้างคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายซึ่งเป็นพระกายตามการเปิดเผยนี้ คริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายที่ท่านทั้งสองก่อตั้งขึ้นจึงสามารถเป็นตัวแทนแห่งพระกายในท่ามกลางศาสนาคริสต์.

3. พระเจ้าสถิตในพลับพลาของโมเซฉันใด พระเจ้าก็สถิตในพระกายคือในคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายฉันนั้น ข้อยืนยันคือ (1) เต็มด้วยพระวิญญาณ (2) เต็มด้วยพระคุณ (3) เต็มด้วยชีวิตนิรันดร์ (4) เต็มด้วยการตรัสของพระเจ้า (ดู บพส.133; วว.2:17, 29 ฯลฯ)

4. 2–3 คนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามพระองค์ ในมธ.18:20 ไม่ใช่เป็นคริสตจักรหนึ่งหรือพระกายหนึ่ง แต่เป็นหน่วยของการประชุมตามบ้านตามเรือนของคริสตจักรท้องถิ่นที่ท้องถิ่นหนึ่งมีคริสตจักรหนึ่งนั่นเอง (กจ.2:46) ไม่ใช่เป็นกลุ่มอิสระหรือนิกายองค์กรใดๆ.

5. คริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง มีกลุ่มผู้อาวุโสปกครองดูแล (กจ.14:23, 20:28) มีผู้ปรนนิบัติและวิสุทธิชนทั้งหลาย ในด้านการเงินและด้านธุรการมีอิสระในการดูแล แต่ด้านฝ่ายวิญญาณต้องร่วมเป็นหนึ่งและสามัคคีธรรมในพระกายจักรวาล.

6. คริสตจักรท้องถิ่นตั้งมั่นคงในคำสอนและการสามัคคีธรรมของอัครทูต (ดู กจ.2:42; 1ยฮ.3:4).

7. คริสตจักรท้องถิ่นไม่อาจเอกเทศโดยไม่สามัคคีธรรมกับคริสตจักรทั้งหลายในพระกาย ถ้าเช่นนั้นก็เป็นนิกายทันที เพราะนิกายเป็นพวกที่แยกออกเอกเทศและไม่สามัคคีธรรมกับพระกายแห่งจักรวาล กระทั่งมีการสามัคคีธรรมเฉพาะกลุ่มของเขา และยังมีการตั้งชื่อคริสตจักรของเขาเองด้วย.

8. คริสตจักรท้องถิ่นเป็นเพียงกระบวนการ เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายคือการก่อสร้างพระกายหนึ่งเดียวสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เวลานั้นไม่มีท้องถิ่นต่างๆ อีกต่อไป.

9. คริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายในพระกายเป็นคนใหม่คนเดียว พระเจ้าจะทรงทำให้เราคิดอย่างเดียวกัน และพูดอย่างเดียวกันโดยกินอาหารอย่างเดียวกัน (อซด.16) มีภาคปฏิบัติอย่างเดียวกัน (รม.15:6; 1กธ.1:10; 1กธ.11:16).

10. คริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายมีภาคปฏิบัติในการผสมผสาน ซึ่งก็คือการสามัคคีธรรมไปมาหาสู่และเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้นเพื่อความเป็นหนึ่งและมุ่งหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน (1กธ.2:24).

11. คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งจะมีภาคปฏิบัติให้ทุกคนใช้งาน เพราะเราเป็นพระกายอินทรีย์ โดยเฉพาะในเรื่องหนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดในการเกิด เลี้ยง สอน สร้าง เช่น ทุกคนประกาศกิตติคุณ ทุกคนเลี้ยงดูผู้เชื่อใหม่ ทุกคนเผยพระวจนะ ฯลฯ (1กธ.14:31; รม.15:16).

12. ในคริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง ทุกคนพึ่งพิงพระเจ้าโดยตรง ไม่มีสำนักงานใหญ่ ไม่พึ่งมนุษย์ ไม่ตามมนุษย์ แต่ตามการเปิดเผยที่ถูกต้อง ทุกคนฝึกฝนดำเนินตามวิญญาณผสมกลมกลืน (รม.8:4, 6).

13. คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งมอบถวายทรัพย์ด้วยสุดกำลัง แต่ไม่ฝืนใจ ทำด้วยเต็มใจ เป็นทานลับ (มธ.6:2–3) ผ่านตู้ถวาย (ลก.21:1).

14. คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งยินดีต้อนรับพี่น้องทุกคนจากองค์กรต่างๆ ของศาสนาคริสต์ แต่เราไม่ขอมีส่วนในองค์กรหรือนิกายนั้นๆ เนื่องจากพระเจ้าทรงปรับโทษ เพราะนิกายองค์กรเป็นการของเนื้อหนัง (ฆต.5:20) เราต้องหลีกหนีจากการแตกแยกนั้น (รม.16:17).

15. คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งไม่มีชนชั้น ไม่มีตำแหน่งศิษยาภิบาล, อาจารย์ ฯลฯ (มธ.23:8, ฮร.2:11) แต่ทุกคนเป็นพี่น้องกันทั้งหมด.

16. คริสตจักรท้องถิ่นไม่มีชื่อ เช่น คริสตจักรของพระเจ้าในกรุงเทพ นี่ไม่ใช่ชื่อ แค่เป็นการชี้แจงถึงผู้เชื่อในกรุงเทพเท่านั้น เรามีชื่อเดียวที่เราเทิดทูนคือพระเยซูเท่านั้น; คริสตจักรท้องถิ่นมีภาคปฏิบัติอย่างแพร่หลายต่อการร้องออกพระนามพระเยซู “โอ พระเยซู” ในทุกแห่งหน (1กธ.1:2; รม.10:12–13).

17. คริสตจักรท้องถิ่นมีภาคปฏิบัติในการหักขนมปังและดื่มจากจอกระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกสัปดาห์ในวันองค์พระผู้เป็นเจ้า ขนมปังต้องไร้เชื้อ ซึ่งเล็งถึงพระกายของพระคริสต์; จอกคือส่วนแห่งพระพรและโลหิตแห่งพันธสัญญา ซึ่งต้องเป็นผลิตผลจากผลองุ่นเท่านั้น (มธ.26:26–30; กจ.20:7; 1กธ.5:7–8).

18. คริสตจักรท้องถิ่นที่บันทึกในพระคัมภีร์ เช่น คริสตจักรในท้องถิ่นในเมืองอันติโอเกีย (กจ.13:1) และท้องถิ่นอื่นๆ เช่น โกรินโธ (1กธ.1:2), กรุงเยรูซาเล็ม (กจ.8:1) ฯลฯ แต่ละท้องถิ่นต้องมีคริสตจักรเดียวเท่านั้น เพราะต้องเป็นพยานถึงคริสตจักรจักรวาลที่มีหนึ่งเดียวไม่มีสอง (มธ.6:18, 18:17) และคริสตจักรท้องถิ่นใหญ่กว่าท้องถิ่นไม่ได้ ถ้าใหญ่กว่าก็จะไปแทรกแซงถึงท้องถิ่นอื่น หรือกลายเป็นสำนักงานใหญ่ไป และก็เล็กกว่าท้องถิ่นไม่ได้ ถ้าเล็กกว่าคือท้องถิ่นหนึ่งมีมากกว่าหนึ่งแห่ง นั่นก็คือการแตกแยก.

19. คริสตจักรท้องถิ่นมีการปกครองด้านธุรการเป็นเอกเทศได้ แต่ด้านฝ่ายวิญญาณเอกเทศไม่ได้ ต้องสามัคคีธรรมเป็นหนึ่งกับพระกายแห่งจักรวาล.

20. เราต้องก่อตั้งและก่อสร้างคริสตจักรท้องถิ่น แต่ไม่ใช่เพื่อท้องถิ่นอย่างเอกเทศ แต่ต้องบรรลุสู่การก่อสร้างพระกาย เพราะพระเจ้าต้องการได้พระกายหนึ่งเดียวในจักรวาล (อฟ.1:23; มธ.16:18) พระกายนี้จะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เอเมน.

แบ่งปันให้ผู้อื่น