การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
เพลงที่ 465

บัดนี้เราใคร่ครวญคิด (อ.635)

บทเพลงเล่มใหญ่ English #635 中文 #465
1

บัดนี้เราใคร่ครวญคิดเรื่ององุ่นชั่วชีวิต

ตลอดทางนั้นไม่ง่ายสภาพหาได้สบาย

จำเริญไม่เหมือนดอกไม้ในป่า

ออกดอกทั่วทุกแห่งอิสระ

เติบโตคดเคี้ยวไปมา

เติบใหญ่รูปพรรณนานา

2

ตรงข้ามองุ่นผลิดอก

เล็กน้อยไม่งามเพริศแพร้ว

มนุษย์เกือบแยกไม่ออก

องุ่นเคยมีดอกแล้ว

เบิกบานเป็นอยู่ยังไม่ครบวัน

เร่งรีบบังเกิดมีผลฉับพลัน

ไม่อาจเบ่งบานดอกใหญ่

ไม่อาจอวดความงามได้

3

แขนงพันอยู่บนร้าน

ไม่อาจโตตามชอบใจ

หากแตกกิ่งก้านเลื้อยไป

จะถูกมัดกับร้านไว้

เถานั้นดูดซับอาหารจากดิน

ได้รับหล่อเลี้ยงเช่นนี้ทั้งสิ้น

หาเลือกสรรตามชอบไม่

ไม่ย่อท้อเพราะทุกข์ใจ

4

ฤดูฝนเริ่มผลิใบ

เสื้อเขียวแผ่นดินสวมใส่

ชีวิตสมบูรณ์มากมาย

จำเริญงอกงามเติบใหญ่

จวบจนแตกหน่อกิ่งอ่อนมากมาย

ลมพัดไปมา กวัดแกว่งไหวไหว

ภายใต้ฟ้าเขียวสดใส

ลิ้มความหอมหวนมิวาย

5

เจ้าของสวนกับคนงาน

จะไม่ละเลยเถานั้น

นำใบมีดมาตัดลิด

ตัดสิ้นเย่อหยิ่งในจิต

ไม่คิดเสียดายความอ่อนนุ่มนวล

ลิดลงลึกจนเที่ยงตรงครบถ้วน

ส่วนเกินแม้งามจับใจ

ล้วนต้องแตกหักสลาย

6

ยามเถานั้นสูญเสียกิ่ง

ไม่สงสารตนทุกสิ่ง

แต่กลับนำตนมอบไว้

ในหัตถ์ที่กระทำให้

กลายเป็นว่างเปล่าสะอาดอย่างดี

โดยถากตัดลิดทุกสิ่งที่มี

เถานั้นไม่ไร้ค่าไป

ล้วนเพื่อเกิดผลมากมาย

7

กิ่งหลั่งน้ำเลี้ยงออกมา

กลายเป็นธาตุไม้แกร่งกล้า

รวมที่เหลือทั้งหมดนั้น

ต่างบังเกิดผลนับพัน

แสงแดดแผดเผาจนเหี่ยวแห้งไป

ใบไม้ตกหล่นกระจัดกระจาย

เพื่อให้ผลสุกงอมได้

จวบวันนั้นเก็บเกี่ยวไป

8

เพราะแบกภาระเกินแรง

จึงย้อยลงทุกแขนง

เนื่องจากมานะนานวัน

ทนตรากตรำทุกประการ

บัดนี้ผลนั้นสุกงอมงามตา

ความชื่นชมเล้าโลมจึงตามมา

แต่มาถึงวันเก็บเกี่ยว

ความชื่นชมน้อยนิดเดียว

9

มีมือมาเก็บเด็ดไป

เท้ามาเหยียบย่ำมากมาย

คลังทรัพย์องุ่นทั้งหลาย

อยู่ในเครื่องหีบใบใหญ่

จวบจนเป็นเหล้าแดงสมบูรณ์ดี

ไหลบ่าดุจแม่น้ำชลธี

หลั่งไหลวันคืนไม่วาย

แผ่นดินเปี่ยมความชื่นใจ

10

แต่รูปร่างองุ่นนั้น

ถูกลอกออกน่าสงสาร

ได้มอบทุกสิ่งที่มี

ยังต้องเข้าสู่ราตรี

ไม่มีผู้ใดจะชดเชยให้

แทนชื่นชมจากเหล้าองุ่นได้

ซ้ำยังตัดโค่นเถานั้น

จนเกลี้ยงเกลาไร้กิ่งก้าน

11

เมื่อฤดูหนาวมาพลัน

เหล้านั้นให้ความหอมหวาน

ปวงชนที่ทนความหนาว

ภายใต้วิตกโศกเศร้า

แต่ว่าองุ่นกลับอยู่ภายนอก

โดดเดี่ยวพบน้ำแข็ง หิมะ หมอก

แข็งกล้าอดทนทุกอย่าง

สงสัยทุกสิ่งไม่สร่าง

12

จวบจนหน้าหนาวผ่านไป

เถานั้นเตรียมเกิดผลใหม่

แตกหน่องอกกิ่งออกมา

ผลิใบเขียวสดอีกครา

ไม่เพราะอดีตบดคั้นมากมาย

จึงบ่นกล่าวโทษไม่ยอมในใจ

ไม่เพราะสูญเสียมากมาย

การถวายลดน้อยไป

13

เถานั้นสูดรับทุกอย่าง

อากาศฟ้าสูงกระจ่าง

ไม่แปดเปื้อนด้วยมลทิน

อารมณ์ฝ่ายโลกทั้งสิ้น

ยังคงยิ้มแย้มมุ่งเสียสละ

น้อมรับตัดลิดแห่งรักอีกครา

ดุจไม่เคยประสบการณ์

สูญเสียความทุกข์ บีบคั้น

14

จากกิ่งก้านองุ่นเถา

หลั่งเลือด หลั่งน้ำ หลั่งเหล้า

จริงหรือเพราะละทุกสิ่ง

เถานั้นจึงยากจนยิ่ง

คนเมาบนโลกผู้เร่ร่อนไป

ดื่มกินอย่างเบิกบานสำราญใจ

จริงหรือเพราะสุขสบาย

เขายิ่งมั่งมีมากมาย

15

หลักการชีวิตคิดจาก

เสียมากไม่ใช่ได้มาก

ไม่ใช่ดื่มเหล้าเพียงไร

แต่คือเทออกเท่าใด

เพราะว่าฤทธาความรักยิ่งใหญ่

นั่นคือความรักเสียสละให้

ใครทนทุกข์ยิ่งยากแค้น

มีให้ผู้อื่นหมื่นแสน

16

ผู้ใดเข้มงวดต่อตน

พระเจ้าเลือกได้ง่ายดาย

ผู้ใดโหดร้ายต่อตน

เช็ดน้ำตาผู้อื่นง่าย

ใครไม่ช่ำชองสูญเสียถูกถาง

ผู้นั้นเป็นเพียงฉาบฉิ่งเสียงดัง

ใครอาจช่วยตนเองได้

ผู้นั้นไม่มีสุขใจ

ใช้ในพระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้า

กรอกคำที่ต้องการจะค้นหา