ชั่วชีพฉลาด ไม่พบศัตรู
ยิศฮาค เอซาว เรื่องเก่าเรารู้
บัดนี้ถึงด่านความเป็นความตาย
แม้สิ้นหวังแต่ยังทะนงใจ
ถูกมัด อับจน ข้ารับไม่ได้
จึงใช้กำลังทั้งกลอุบาย
ชั่วชีพฉลาด ไม่พบศัตรู
ยิศฮาค เอซาว เรื่องเก่าเรารู้
บัดนี้ถึงด่านความเป็นความตาย
แม้สิ้นหวังแต่ยังทะนงใจ
ถูกมัด อับจน ข้ารับไม่ได้
จึงใช้กำลังทั้งกลอุบาย
คล้ายกับข้าเห็นผู้ลอบโจมตี
จิตใจหวั่นไหว แต่ยังอวดดี
เกรงวันสุดท้ายของข้าจะมา
จึงทุ่มกำลังสุดแรงกายา
ทรงมาปล้ำสู้ ข้าไม่ผ่อนปรน
ก่อนถึงแดนตาย ยังคงดิ้นรน
แปลกจริง ใช้ความชำนาญทั้งหลาย
ปล้ำสู้ทั้งคืน ทรงไม่ล้มไป
กำลังและสายตาข้าเสื่อมถอย
ทรงไม่ประสงค์โต้ตอบแม้น้อย
อัศจรรย์ เหมือนไม่อาจพ้นได้
ความกล้าของข้ายิ่งเพิ่มมากมาย
ไม่เคยพบคู่ต่อสู้เช่นนั้น
แม้ทรงบอกข้าถึงนามองค์ท่าน
ข้ายังไม่รู้ศัตรูคือใคร
รู้เพียงทรงมีบำเหน็จยิ่งใหญ่
จึงบังคับให้อวยพรแก่ข้า
เร่งเร้าขอพรจนยอมให้มา
อรุณเบิกฟ้าไม่รู้ใครแพ้
คล้ายจนปัญญา สิ้นแรงแน่แท้
ทรงถูกบังคับให้พรต่อข้า
ทั้งทรงชมว่าข้าชัยชนะ
ประทานยิศราเอลนามใหม่
เมื่อข้าลุกขึ้น ขาเขยกไป
มีแสงน้อยนิดฉายส่องภายใน
เริ่มต้นส่องแสง ข้าจึงเข้าใจ
เหตุใดเข่าอ่อนหากข้าแรงกล้า
ไยขาเขยก หากข้าชนะ
พระองค์ชนะ ทิ้งเครื่องหมายให้
เพื่อตักเตือนข้าโง่เขลามากมาย
กะพริบตาเดียว ดวงใจสว่าง
ดุจน้ำไหลบ่าโหมซัดเขื่อนพัง
ข้าจึงมองเห็นราศีอนันต์
บีบคั้นตัวข้าซ่อนกาย สักการ
ข้าจึงรู้ว่าบาปใหญ่ของข้า
นอกลู่นอกทาง มลทินหนักหนา
ยามหวนคิดถึงข้าเคยชนะ
พระผู้ทรงสร้างทั้งทรงฤทธา
เหลวไหลที่สุด ควรรับทุกข์ภัย
ไม่ต้องปรานี สมควรต้องตาย
สองมือของข้าขบถเจ้านาย
บังคับพระองค์ไม่อาจเคลื่อนไหว
ทรงเป็นพระเจ้าราศียิ่งใหญ่
จอมพลโยธาสุดแสนเกรียงไกร
ทันทีที่รู้ทรงเป็นผู้ใด
ทั้งได้พบเห็นทรงเป็นอย่างไร
ข้าจึงร่ำไห้ น้ำตาหลั่งไหล
ขอคุกเข่าลง กลับใจเสียใหม่
ไม่ทราบเหตุใด ทำลงไปได้
พบพักตร์พระเจ้า ปล้ำสู้ไม่วาย
ข้าชังตนเองจนต้องซ่อนหน้า
เพื่อปกปิดความอับอายชั่วช้า
ก่อนถึงขั้นนี้ เหตุใดข้าไม่
มลายดับสูญ ล่วงลับหลับไป
ข้าชังตนเอง มืดมนทั้งตัว
เพราะเหตุเย่อหยิ่ง ตาบอดมืดมัว
คิดว่าข้าได้ชนะองค์ท่าน
ไม่อาจอดกลั้น ใจสั่นหวาดหวั่น
เท้าข้าอ่อนลง สิ้นแรงทั้งกาย
ข้อต่อหลุดออก ทั่วกายสลาย
บัดนี้หวนคิดชีวิตของข้า
สิ่งชั่วเลวร้ายเปี่ยมล้นกายา
รักแต่ตัวตน ละทิ้งองค์ท่าน
ใจเอ๋ย โง่เขลาเพียงหาสุขสันต์
คิดว่าพระเจ้าทรงอวยพรข้า
บังคับพระเจ้าสนองตัณหา
สิ่งข้าต้องการ สวรรค์บันดาล
สิ่งข้าคิดเห็น สวรรค์จัดสรร
ความรักชอบข้า พระเจ้ายอมตาม
การงานของข้า พระเจ้านำพา
หากข้ารีบเร่ง สวรรค์เร่งตาม
ไม่มีสักครั้ง พระเจ้าชนะ
บนโลกมีคนชั่วช้าเช่นนี้
เย่อหยิ่ง ดื้อรั้น เล่ห์เหลี่ยมมากมี
ข้าคือยาโคบ พระองค์ทรงรู้
เลวทราม น่าเกลียด น่าชัง อดสู
ข้าสิ้นความหวัง ขอพระเมตตา
ทรงมาเมตตาใจที่ชั่วช้า
ทรงโปรดเมตตาแตะต้องโคนขา
เท้าเขยกคือรอยกรุณา
หากข้าลืมเท้าที่ถูกดัดใหม่
ข้าคงรู้สึกไร้ที่พึ่งใจ
ยิศราเอล ทรงสัญญานั้น
แต่ว่ายาโคบเขยกชั่วกาล
พระองค์ ข้ายอมให้ทรงมีชัย
เพราะทรงพ่ายแพ้ ข้าขอปราชัย
เพราะชนะจึงจำนนพระเจ้า
ความอ่อนแรงท่านนำข้าคุกเข่า
ชั่วชีพจึงขอเกรงกลัวตัวสั่น
ตามพระประสงค์ ราศีแด่ท่าน
1
一生聰明未遇敵手,
以掃、以撒均成往事;
我今到了生死關頭,
雖然絕望仍然自恃;
束手就縛我不能受,
我要用力,我要用謀。
2
彷彿我見有人偷營,
我心害怕但我倔強:
惟恐我的末日已定,
用盡全身所有力量;
祂來摔跤,我要招架,
未到死地還要掙扎。
3
奇哉!我用已往經驗,
摔跤一夜祂仍不倒;
我的力量眼見將減,
但是祂像無意回報;
奇哉!又像無法脫身,
我的膽量又復加甚。
4
如此對手從未得會,
祂雖告我祂的名字,
我仍不知所戰為誰,
只知祂有很大賞賜;
我就迫祂向我賜福,
迫祂向我賜福、屈服。
5
天已黎明難分勝負:
好像無法、好像無能,
祂就被迫向我賜福,
並且稱許,說我得勝,
說我新名是以色列;
當我起來,我腿已瘸!
6
有了微光進我暗心,
開始照亮使我領會:
若我有能,為何扭筋?
若我得勝,為何瘸腿?
是祂得勝留下記號,
使我愚昧受了警告。
7
瞬息之間,光滿我心,
如同洪流沖破堤防,
我就看見榮耀無盡,
迫我敬拜、迫我隱藏;
我纔知道我的大罪、
我的不軌、我的污穢。
8
哎阿,想到:我曾勝過
造物的主、全能的神!
荒謬之極,該當有禍!
該死之至,該死無恩!
我這雙手竟然背叛,
強迫主神不得動彈!
9
你是何等榮耀的神,
萬軍之主何等顯赫;
我一認識你是誰人,
並一看見你是如何,
我要長號,我要流淚,
我要懊悔,我要下跪。
10
怎麼可能!怎麼可以!
見神的面,與神相持!
我恨不得有縫入地,
纔可稍微掩我羞恥:
為何我不在此以先,
即已毀滅,離世長眠?
11
我恨自己過於昏沉,
因為驕傲瞎了眼睛;
想到我是得勝了神,
我就不禁膽戰心驚:
渾身無力,何只一腿?
百節俱脫,全人崩潰!
12
我今回顧我的一生,
全是充滿敗壞事體:
保全自己,將神犧牲,
愚昧的心只知快意,
我還以為祝福在於
強神來聽我的所欲。
13
我有欲望天來順服,
我出主張天來安排,
我有喜好望神讓步,
我有工作望神領帥,
我若急切天須趕快,
那有一次神不失敗!
14
世界竟有如此邪惡、
驕傲、頑固、詭詐的人!
主,你知道我是雅各,
充滿敗壞,充滿可恨;
我無可望,只望憐憫,
你來憐憫敗壞這心。
15
我今已蒙憐憫一摸,
舉步蹣跚,恩典遺跡;
我若忘記,新的腿窩
要使我感何等無倚;
你雖許我作以色列,
但是雅各永遠病瘸。
16
主,我服了,是你得勝:
因你失敗我求失敗,
因我得勝我來投誠,
你的軟弱領我下拜;
我願一生戰戰兢兢,
行你旨意,榮耀你名。