1 ซามูเอล บทที่ 8
4. การสิ้นสุดการปฏิบัติของซามูเอล — 8:1–22
1ซมอ.
8:1 ต่อมาเมื่อซามูเอลชราแล้ว ท่านได้ตั้งพวกบุตรชายของท่านให้กเป็นผู้วินิจฉัยอิสราเอล.
1ซมอ.
8:2 บุตรชายหัวปีของท่านชื่อโยเอล และคนที่สองชื่ออะบียา ทั้งสองเป็นผู้วินิจฉัยในเมืองบะเอระซาบา.
1ซมอ.
8:3 แต่บุตรชายของท่าน1ไม่ได้ดำเนินในทางของท่าน พวกเขาหันไปหากกำไรในทรัพย์อันอธรรม รับขสินบน และบิดเบือนความยุติธรรม.
1ซมอ.
8:4 พวกผู้อาวุโสทั้งหมดของอิสราเอลก็ชุมนุมกันและมาหาซามูเอลที่เมืองรามา.
1ซมอ.
8:5 และพูดกับท่านว่า ดูเถิด ท่านชราแล้วและพวกบุตรชายของท่านก็ไม่ได้ดำเนินในทางของท่าน. บัดนี้ขอท่านตั้งกกษัตริย์ให้วินิจฉัยตัดสินพวกเราอย่าง1นานาประเทศทั้งปวงเถิด.
1ซมอ.
8:6 ถ้อยคำที่พวกเขาพูดว่าขอตั้งกษัตริย์ให้วินิจฉัยตัดสินเราทั้งหลายนั้น ทำให้ซามูเอลไม่พอใจ. ซามูเอลจึงอธิษฐานต่อพระยะโฮวา.
1ซมอ.
8:7 และพระยะโฮวาตรัสแก่ซามูเอลว่า จงฟังเสียงพลไพร่ในเรื่องทั้งหมดที่พวกเขาพูดกับเจ้า เพราะว่าพวกเขากไม่ได้ปฏิเสธละทิ้งเจ้า แต่พวกเขา1ขปฏิเสธละทิ้งเรา ไม่ให้เราเป็นกษัตริย์เหนือพวกเขา.
1ซมอ.
8:8 ตามการกระทำทั้งสิ้นซึ่งพวกเขาทำแก่เรา ตั้งแต่วันที่เรานำพวกเขาออกมาจากอียิปต์จนถึงวันนี้ คือพวกเขาละทิ้งเราและปรนนิบัติพระอื่น ดังนั้นเขาจึงทำเช่นเดียวกันต่อเจ้าด้วย.
1ซมอ.
8:9 เหตุฉะนั้นบัดนี้จงฟังเสียงของพวกเขา แต่เจ้าต้องตักเตือนพวกเขาอย่างจริงจัง และประกาศให้พวกเขาทราบถึงกแนวทางปฏิบัติของกษัตริย์ผู้ที่จะครอบครองเหนือพวกเขา.
1ซมอ.
8:10 ซามูเอลจึงนำพระคำทั้งสิ้นของพระยะโฮวามาบอกพลไพร่ผู้ร้องขอให้ท่านตั้งกษัตริย์.
1ซมอ.
8:11 ท่านกล่าวว่า นี่จะเป็นแนวทางปฏิบัติของกษัตริย์ผู้ที่จะครอบครองเหนือพวกเจ้า กษัตริย์จะเกณฑ์กพวกบุตรชายของเจ้า และกำหนดให้ประจำรถรบ และให้เป็นพลม้า และให้วิ่งหน้ารถรบของพระองค์
1ซมอ.
8:12 แล้วพระองค์จะตั้งพวกเขาให้เป็นนายพัน นายห้าสิบของพระองค์ ให้บางคนไถหว่านบนที่ดินของพระองค์และเกี่ยวข้าวของพระองค์ และทำศัสตราวุธและเครื่องใช้ของรถรบ.
1ซมอ.
8:13 พระองค์จะนำกพวกบุตรสาวของพวกเจ้าไปเป็นผู้ปรุงเครื่องหอม ทำครัวและปิ้งขนม.
1ซมอ.
8:14 พระองค์จะเอากนา ขสวนองุ่น และสวนมะกอกเทศที่ดีที่สุดของพวกเจ้าไปให้แก่พวกข้าราชการของพระองค์.
1ซมอ.
8:15 พระองค์จะชักหนึ่งในสิบของพืชผลและผลองุ่นของพวกเจ้าให้แก่พวกขันทีและพวกข้าราชการของพระองค์.
1ซมอ.
8:16 พระองค์จะเอาพวกทาสรับใช้ชายและหญิง และพวกคนใช้หนุ่มที่ดีที่สุดของพวกเจ้า และลาของพวกเจ้าไปทำงานของพระองค์.
1ซมอ.
8:17 พระองค์จะชักหนึ่งในสิบของฝูงสัตว์ของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเป็นทาสรับใช้ของพระองค์.
1ซมอ.
8:18 ในวันนั้นพวกเจ้าจะร้องทุกข์ทูล[พระยะโฮวา]เพราะเหตุกษัตริย์ของท่าน ผู้ซึ่งพวกเจ้าได้เลือกนั้น แต่พระยะโฮวาจะไม่ทรงตอบพวกเจ้าในวันนั้น.
1ซมอ.
8:19 แต่พลไพร่ปฏิเสธไม่ฟังเสียงของซามูเอล พวกเขากล่าวว่า เราไม่ยอม เราจะต้องมีกษัตริย์ปกครองเรา
1ซมอ.
8:20 เพื่อเราจะเป็นเหมือนนานาประเทศทั้งหมด และเพื่อกษัตริย์ของเราจะวินิจฉัยตัดสินเราและนำหน้าเราไปและรบในการสงครามเพื่อเรา.
1ซมอ.
8:21 และเมื่อซามูเอลได้ยินถ้อยคำทั้งสิ้นของพลไพร่ ท่านก็นำถ้อยคำเหล่านี้ไปทูลพระยะโฮวาให้ทรงทราบ.
1ซมอ.
8:22 และพระยะโฮวาตรัสแก่ซามูเอลว่า จงฟังเสียงของพวกเขาเถิด และจง1ตั้งกกษัตริย์องค์หนึ่งให้พวกเขา. แล้วซามูเอลจึงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า ให้ทุกคนกลับไปยังเมืองของตน.
คำอธิบาย 1 ซามูเอล บทที่ 8
1ซมอ.
8:1 ก เทียบ วนฉ.8:22-23
1ซมอ.
8:3 1 บุตรชายของซามูเอลประพฤติในหนทางที่อธรรม ซึ่งตรงข้ามกับบิดาของเขาซึ่งประพฤติในหนทางที่บริสุทธิ์หมดจดและชอบธรรมตลอดทั้งชีวิตของเขา (12:3–5) เรื่องนี้เป็นเหตุให้พลไพร่อิสราเอลขอซามูเอลให้แต่งตั้งกษัตริย์ขึ้นมาวินิจฉัยตัดสินพวกเขาเหมือนกับนานาประเทศอื่นทั้งหมด (ข้อ 4–5). ดังนั้นบุตรชายของซามูเอลจึงไม่ควรถูกนับว่าเป็นผู้วินิจฉัยท่ามกลางพลไพร่อิสราเอล (กจ.13:20) และซามูเอลบิดาของเขาควรจะถือว่าเป็นผู้วินิจฉัยคนสุดท้าย.
ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวในประวัติศาสตร์ของซามูเอลคือการที่เขาแต่งตั้งบุตรชายทั้งสองให้เป็นผู้วินิจฉัยท่ามกลางชนชาติอิสราเอล. ถ้าดูตามฝ่ายมนุษย์แล้ว ซามูเอลทำผิดพลาดในเรื่องนี้ แต่ความผิดพลาดนี้ได้ช่วยเหลือพระเจ้าในการจัดการสถานการณ์ท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์โดยการนำเอาฐานะกษัตริย์เข้ามาเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จเป็นจริง.
ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวในประวัติศาสตร์ของซามูเอลคือการที่เขาแต่งตั้งบุตรชายทั้งสองให้เป็นผู้วินิจฉัยท่ามกลางชนชาติอิสราเอล. ถ้าดูตามฝ่ายมนุษย์แล้ว ซามูเอลทำผิดพลาดในเรื่องนี้ แต่ความผิดพลาดนี้ได้ช่วยเหลือพระเจ้าในการจัดการสถานการณ์ท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์โดยการนำเอาฐานะกษัตริย์เข้ามาเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จเป็นจริง.
1ซมอ.
8:3 ก เทียบ อซด.18:21
1ซมอ.
8:3 ข เทียบ อซด.23:8; พบญ.16:19; บพส.15:5
1ซมอ.
8:5 ก เทียบ พบญ.17:14; 1ซมอ.8:19-20; ฮซอ.13:10; กจ.13:21
1ซมอ.
8:5 1 พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรชนชาติอิสราเอลให้เป็นกลุ่มคนที่พิเศษบนแผ่นดินโลก; ดังนั้นพวกเขาก็ควรจะแตกต่างกับชนนานาประเทศในทุกๆ เรื่องอย่างสิ้นเชิง. แต่พวกเขากลับเดินตามหนทางของนานาประเทศโดยการปฏิเสธพระเจ้าผู้ทรงเป็นกษัตริย์ของพวกเขา.
1ซมอ.
8:7 ก เทียบ อซด.16:8
1ซมอ.
8:7 ข 1ซมอ.10:19
1ซมอ.
8:7 1ข ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้หันจากพระเจ้าไปสู่มนุษย์ เพราะพวกเขายืนกรานที่จะมีกษัตริย์. พวกเขากระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำให้ซามูเอลไม่พอใจเท่านั้น (ข้อ 6) แต่ยังได้ล่วงละเมิดพระเจ้าโดยการปฏิเสธละทิ้งพระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ของพวกเขาและมีสิ่งอื่นมาแทนที่พระองค์ (ข้อ7; 12:12). นี่ก็คือความชั่วร้าย, ความชั่วช้าที่ใหญ่หลวงในสายพระเนตรพระเจ้า (12:17, 19). หากเราปฏิเสธพระองค์ผู้ทรงเป็นศีรษะ, สามี, และกษัตริย์ของเราแล้ว ไม่ว่าสิ่งที่เราทำจะดี, “อยู่ฝ่ายวิญญาณ”, หรือกระทั่งสอดคล้องกับพระคัมภีร์เพียงใด ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า. ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าถูกหรือผิด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ยึดพระเจ้าเป็นกษัตริย์ของเราหรือเราได้ปฏิเสธละทิ้งพระองค์. นี่ก็คือสาเหตุที่ซามูเอลผู้เป็นนาษารีษไว้ผมยาวเพื่อปกคลุมศีรษะของเขาด้วยตัวของพระเจ้าเองมาเป็นอำนาจของเขา (1:11; อฤธ.6:5).
1ซมอ.
8:9 ก เทียบ 1ซมอ.8:11-18; 10:25
1ซมอ.
8:11 ก เทียบ 1ซมอ.14:52
1ซมอ.
8:13 ก เทียบ พบญ.17:17
1ซมอ.
8:14 ก เทียบ ยอค.46:18
1ซมอ.
8:14 ข 1พกษ.21:6-7
1ซมอ.
8:22 1 ซามูเอลได้หันเปลี่ยนยุคสมัยในการบริหารปกครองของพระเจ้าจากยุคสมัยของปุโรหิตมาสู่ยุคสมัยของผู้เผยพระวจนะและกษัตริย์. กรณีนี้ไม่เพียงเป็นเรื่องใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องใหญ่ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติด้วย. โมเซเป็นปุโรหิต หลังจากสมัยของโมเซแล้ว การบริหารปกครองของพระเจ้าก็มีศูนย์กลางอยู่ที่ฐานะปุโรหิต (ดู อฤธ.27:21 คำอธิบาย 1). ฐานะปุโรหิตจะต้องนำเอาพระคำของพระเจ้าไปหล่อเลี้ยงให้กับพลไพร่ของพระองค์และปรับใช้อำนาจของพระเจ้าเหนือพลไพร่ของพระองค์. ฐานะปุโรหิตฝ่ายอาโรนล้มเหลวในสองด้านนี้และไม่อาจบรรลุถึงสิ่งที่พระเจ้าประสงค์ได้. ในขณะที่ฐานะปุโรหิตที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้กำลังเสื่อมถอยไปนั้น พระเจ้าก็ได้ทรงเริ่มต้นยุคสมัยใหม่โดยการตั้งซามูเอลผู้เป็นนาษารีษหนุ่มขึ้นมาเป็นปุโรหิตที่สัตย์ซื่อเพื่อมาแทนที่ฐานะปุโรหิตที่เสื่อมถอยไป (2:35). พระเจ้าทรงนำพระคำของพระองค์ไปหล่อเลี้ยงผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรโดยการตั้งซามูเอลขึ้นมาเป็นผู้เผยพระวจนะในฐานะผู้เผยพระวจนะที่ถูกยกระดับขึ้น (3:20–21) และพระองค์ได้ทรงใช้อำนาจของพระองค์เหนือพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรโดยการตั้งซามูเอลซึ่งมาเป็นผู้วินิจฉัย (7:15–17). ในฐานะผู้วินิจฉัยคนสุดท้ายนั้น ซามูเอลได้สิ้นสุดฐานะของผู้วินิจฉัย และในฐานะปุโรหิตใหม่นั้น ซามูเอลได้นำฐานะของกษัตริย์เข้ามา ฐานะกษัตริย์นี้ได้ถูกเพิ่มกำลังโดยฐานะผู้เผยพระวจนะที่ถูกยกระดับขึ้น ซึ่งซามูเอลได้ถูกตั้งให้เป็นผู้เผยพระวจนะคนแรก (กจ.3:24; 13:20; ฮร.11:32). พระเจ้าได้ทรงจัดตั้งการบริหารปกครองในแผนบริหารของพระองค์ผ่านซามูเอล เพื่อพระองค์จะสามารถทำให้พระสัญญาที่ทรงมีต่อบรรพบุรุษนั้นสำเร็จเป็นจริงและทำให้ความปรารถนาตามแผนการบริหารของพระองค์สำเร็จครบถ้วน ซึ่งก็คือการได้มาซึ่งลำดับวงศ์ที่จะนำพระคริสต์มายังแผ่นดินโลก.
ในช่วงท้ายของการปฏิบัติของซามูเอล คือในขณะที่ซาอูลถูกตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลนั้น (9:3—10:27) ซามูเอลได้บรรลุถึงฐานะที่สูงที่สุด ซึ่งมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่เหนือกว่าเขา. ดังนั้นในฐานะตัวแทนของพระเจ้า ซามูเอลจึงเป็นพระเจ้าผู้กระทำการ. อย่างไรก็ตามพระเจ้าไม่ได้มุ่งหมายที่จะก่อตั้งอาณาจักรของซามูเอล. แต่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยที่จะตั้งดาวิดขึ้นมา เพื่อก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมาผ่านเขา (2ซมอ.7:12–13). พระเจ้าทรงมุ่งหมายให้พระคริสต์บังเกิดจากลูกหลานของดาวิด. ดังนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงตั้งซามูเอลขึ้นมาเพื่อตระเตรียมเขาสำหรับให้พระเจ้าใช้ไปทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะได้มาซึ่งลำดับวงศ์ที่ถูกต้องของพระคริสต์ผ่านดาวิด. ในฐานะนาษารีษตามคำปฏิญาณของมารดาของเขา ใจของซามูเอล มีเพียงพระเจ้าและพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเท่านั้น เขาไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใดเลย. พระเจ้าจึงสามารถใช้เขาเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จลุล่วง เพราะว่าเขาเป็นมนุษย์ที่กระทำทุกสิ่งตามพระเจ้า, สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้า, ไม่แสวงหาสิ่งใดเพื่อตัวเอง, และไม่คิดที่จะทำอะไรเพื่อผลได้ของตัวเอง.
ในช่วงท้ายของการปฏิบัติของซามูเอล คือในขณะที่ซาอูลถูกตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์ของอิสราเอลนั้น (9:3—10:27) ซามูเอลได้บรรลุถึงฐานะที่สูงที่สุด ซึ่งมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่เหนือกว่าเขา. ดังนั้นในฐานะตัวแทนของพระเจ้า ซามูเอลจึงเป็นพระเจ้าผู้กระทำการ. อย่างไรก็ตามพระเจ้าไม่ได้มุ่งหมายที่จะก่อตั้งอาณาจักรของซามูเอล. แต่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยที่จะตั้งดาวิดขึ้นมา เพื่อก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมาผ่านเขา (2ซมอ.7:12–13). พระเจ้าทรงมุ่งหมายให้พระคริสต์บังเกิดจากลูกหลานของดาวิด. ดังนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงตั้งซามูเอลขึ้นมาเพื่อตระเตรียมเขาสำหรับให้พระเจ้าใช้ไปทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะได้มาซึ่งลำดับวงศ์ที่ถูกต้องของพระคริสต์ผ่านดาวิด. ในฐานะนาษารีษตามคำปฏิญาณของมารดาของเขา ใจของซามูเอล มีเพียงพระเจ้าและพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเท่านั้น เขาไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใดเลย. พระเจ้าจึงสามารถใช้เขาเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จลุล่วง เพราะว่าเขาเป็นมนุษย์ที่กระทำทุกสิ่งตามพระเจ้า, สอดคล้องกับพระทัยของพระเจ้า, ไม่แสวงหาสิ่งใดเพื่อตัวเอง, และไม่คิดที่จะทำอะไรเพื่อผลได้ของตัวเอง.
1ซมอ.
8:22 ก ฮซอ.13:11