การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4

ประวัตินางรูธ บทที่ 4

VI. นางรูธได้รับบำเหน็จสำหรับแผนการบริหารของพระเจ้า — 4:1–22
นรธ. 4:1 โบอัศขึ้นไปที่ประตูเมืองและนั่งอยู่ที่นั่น. กญาติสนิทซึ่งโบอัศกล่าวถึงก็เดินผ่านมาพอดี. 1โบอัศจึงกล่าวว่า 2สหายเอ๋ย แวะนั่งที่นี่ก่อนเถิด เขาก็แวะมานั่งลง.
นรธ. 4:2 ท่านจึงไปนำกพวกผู้อาวุโสในเมืองนั้นมาสิบคนกล่าวว่า เชิญนั่งที่นี่เถิด. พวกเขาก็นั่งลง.
นรธ. 4:3 ท่านจึงกล่าวแก่ญาติสนิทคนนั้นว่า ที่นาซึ่งเป็นส่วนของอะลีเมเล็คพี่น้องของเรานั้น นาอะมีผู้กลับมาจากดินแดนโมอาบนั้นต้องการจะขายเสีย.
นรธ. 4:4 ข้าพเจ้าเองคิดว่า ข้าพเจ้าควรจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้ท่านทราบว่าท่านสามารถซื้อไว้ต่อหน้าคนที่นั่งอยู่ที่นี่และต่อหน้าพวกผู้อาวุโสของชาวเมืองของข้าพเจ้า. ถ้าท่านจะไถ่ไว้ก็จงไถ่เถิด ถ้าท่านไม่ไถ่จงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้ทราบ นอกจากท่านแล้วไม่มีใครมีสิทธิ์กไถ่ได้ก่อน ข้าพเจ้าเองมีสิทธิ์ถัดไปจากท่าน. ผู้นั้นจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าจะไถ่เอง.
นรธ. 4:5 แล้วโบอัศกล่าวว่า ในวันที่ท่านซื้อที่นาจากมือนาอะมีนั้น 1ท่านจะต้องได้รูธหญิงชนชาติโมอาบภรรยาของผู้ตายด้วย เพื่อกนามของผู้ตายจะได้ถูกตั้งดำรงอยู่สืบต่อไปบนมรดกของเขา
นรธ. 4:6 ญาติสนิทคนนั้นกล่าวว่า ข้าพเจ้าจะไถ่เพื่อตนเองอย่างนั้นไม่ได้ เกรงว่าจะทำให้มรดกของข้าพเจ้าเสียไป. ท่านจงเอาสิทธิ์ในการไถ่ของข้าพเจ้าไปไถ่เองเถิด เพราะข้าพเจ้าไถ่ไม่ได้แล้ว.
นรธ. 4:7 ต่อไปนี้เป็นธรรมเนียมในอิสราเอลสมัยก่อนเกี่ยวกับการไถ่และการแลกเปลี่ยน คือเพื่อยืนยันข้อตกลงทุกเรื่อง คนหนึ่งจะถอดกรองเท้าของเขาเองมอบให้อีกคนหนึ่ง นี่เป็นการแสดงพยานหลักฐานในอิสราเอล.
นรธ. 4:8 ดังนั้นเมื่อญาติสนิทคนนั้นกล่าวแก่โบอัศว่า ท่านจงซื้อเองเถิด เขาก็ถอดรองเท้าของเขาออก.
นรธ. 4:9 แล้วโบอัศจึงกล่าวแก่พวกผู้อาวุโสและพลไพร่ทั้งปวงว่า ท่านทั้งหลายเป็นพยานในวันนี้ว่า ข้าพเจ้าได้ซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของอะลีเมเล็ค และทรัพย์สินทั้งหมดของคิลโยนและมาโลนจากมือของนาอะมีแล้ว.
นรธ. 4:10 ทั้งรูธหญิงชนชาติโมอาบภรรยาของมาโลน ข้าพเจ้าก็จะได้รับมาเป็นภรรยาของข้าพเจ้า เพื่อนามของผู้ตายจะตั้งดำรงอยู่สืบต่อไปบนมรดกของเขา เพื่อนามของผู้ตายจะไม่ถูกตัดออกจากท่ามกลางพวกพี่น้องของเขา และจาก1บ้านเกิดเมืองนอนของเขา. ท่านทั้งหลายเป็นพยานแล้วในวันนี้.
นรธ. 4:11 พลไพร่ทั้งปวงที่อยู่ที่ประตูเมืองและพวกผู้อาวุโสก็กล่าวว่า เราเป็นพยานแล้ว. ขอพระยะโฮวาทรงทำให้หญิงนั้นที่เข้ามาในบ้านของท่าน เป็นเหมือนกนางราเฮลและนางเลอา หญิงทั้งสองซึ่งช่วยกันสร้างวงศ์วานอิสราเอล. ขอให้ท่านเจริญมั่งคั่งในเอ็ฟราธาและมีชื่อเสียงในเบ็ธเลเฮม.
นรธ. 4:12 ขอให้วงศ์วานของท่านเหมือนวงศ์วานของ1กเพเร็ศ ซึ่งธามารคลอดให้แก่ยูดา เนื่องด้วยเชื้อสายซึ่งพระยะโฮวาจะประทานแก่ท่านโดยหญิงสาวผู้นี้.
นรธ. 4:13 ดังนั้นโบอัศก็รับ1รูธมาเป็นภรรยาของตน และเขาก็เข้าหานาง และพระยะโฮวาทรงให้นางตั้งครรภ์คลอดบุตรชายคนหนึ่ง.
นรธ. 4:14 ฝ่ายพวกผู้หญิงก็พูดกับนาอะมีว่า สรรเสริญแด่พระยะโฮวาผู้ไม่ได้ทรงทิ้งเจ้าไว้ให้ปราศจากญาติสนิทในวันนี้ ขอให้เด็กคนนี้มีชื่อเสียงในอิสราเอล.
นรธ. 4:15 ให้เด็กคนนี้ฟื้นสภาพชีวิตของเจ้าและเลี้ยงดูเจ้าเมื่อชรา เพราะว่าเด็กคนนี้เกิดมาจากบุตรสะใภ้ที่รักเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าบุตรชายเจ็ดคน.
นรธ. 4:16 แล้วนาอะมีก็รับเด็กนั้นมาอุ้มไว้แนบอก และรับเป็นผู้ดูแลเด็กนั้น.
นรธ. 4:17 พวกผู้หญิงเพื่อนบ้านก็ให้ชื่อแก่เด็กนั้นกล่าวว่า มีบุตรชายคนหนึ่งเกิดให้แก่นาอะมี เขาตั้งชื่อเด็กนั้นว่า โอเบ็ด ผู้เป็นบิดาของยิซัย ผู้เป็นบิดาของดาวิด.
นรธ. 4:18 กต่อไปนี้เป็น1ลำดับวงศ์ของเพเร็ศ เพเร็ศให้กำเนิดเฮ็ศโรน
นรธ. 4:19 เฮ็ศโรนให้กำเนิดราม รามให้กำเนิดอะมีนาดาบ
นรธ. 4:20 อะมีนาดาบให้กำเนิดนาโซน นาโซนให้กำเนิดซัลโมน
นรธ. 4:21 ซัลโมนให้กำเนิดโบอัศ โบอัศให้กำเนิดโอเบ็ด
นรธ. 4:22 โอเบ็ดให้กำเนิดยิซัย และยิซัยให้กำเนิดดาวิด1.

คำอธิบาย ประวัตินางรูธ บทที่ 4

นรธ. 4:1 ก นรธ.2:20; 3:9, 12
นรธ. 4:1 1 แปลตามตรงคือ เขา.
นรธ. 4:1 2 แปลตามตรงคือ ท่านผู้หนึ่งผู้ใด.
นรธ. 4:2 ก สภษ.31:23
นรธ. 4:4 ก ลวต.25:25; ยรม.32:7–8
นรธ. 4:5 1 ตามฉบับโบราณบางฉบับ (เทียบข้อ 10); ภาษาเฮ็บรายอ่านว่า ท่านก็จะได้จากรูธชนชาติโมอาบด้วย.
นรธ. 4:5 ก พบญ.25:5–6
นรธ. 4:7 ก พบญ.25:7–10
นรธ. 4:10 1 แปลตามตรงคือ ประตูเมืองของเขา.
นรธ. 4:11 ก ยนซ.29:30–30:24; 35:16–18
นรธ. 4:12 ก ยนซ.38:29; 1คนก.2:4; มธ.1:3
นรธ. 4:12 1ก ดู มธ.1:3ก และคำอธิบาย.
นรธ. 4:13 1 เนื่องจากนางรูธได้รับสามีและบ้านเพื่อมาเป็นที่พักสงบ เธอจึงได้รับบำเหน็จ, ได้รับผลกำไรเพื่อแผนการบริหารของพระเจ้า. ประการแรก:เธอได้รับสามีที่ไถ่เธอกลับมา ผู้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ ซึ่งเป็นสามีที่ไถ่ผู้เชื่อทั้งหลายกลับมา (รม.7:4). ประการที่สอง นางรูธได้ถูกไถ่กลับมาจากหนี้ของสามีที่เสียชีวิตแล้วโดยความสามารถของโบอัศ (ข้อ 1–9) ซึ่งเป็นแบบเล็งว่าผู้เชื่อทั้งหลายได้ถูกไถ่กลับมาจากความบาปของมนุษย์เก่า ซึ่งเป็นสามีเก่า โดยพระคริสต์พระผู้ไถ่ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ที่กระทำได้สารพัด. ประการที่สาม นางรูธได้กลายเป็นบรรพบุรุษคนสำคัญในลำดับวงศ์ที่นำมาซึ่งวงศ์วานที่มีเกียรติของดาวิดเพื่อที่จะก่อกำเนิดพระคริสต์ (ข้อ 13ข–22; มธ.1:5–16). กรณีนี้บ่งชี้ว่าสิ่งที่นางรูธได้รับนั้นทั้งครอบคลุมสรรพสิ่งและไร้ขอบเขตจำกัด ทำให้เธอมีฐานะและศักยภาพที่จะนำพระคริสต์มาสู่มนุษยชาติได้. ดังนั้นเธอจึงเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในเส้นทางที่จะนำพระคริสต์ไปยังทุกมุมโลก. ท้ายที่สุดนางรูธก็ยังได้สานต่อเส้นทางของมนุษยชาติที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างเพื่อการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์ (มธ.1:17). เส้นทางของมนุษยชาติที่มีเพื่อการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์นั้นจึงถูกยืดขยายออกไปโดยอาศัยโบอัศและนางรูธนี่เอง.
นางรูธซึ่งเป็นหญิงชาวต่างชาติ กระทั่งเป็นหญิงชนชาติโมอาบนั้นได้เข้าสนิทกับผู้บริสุทธิ์ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและกลายเป็นทายาทที่มีส่วนในมรดกอันบริสุทธิ์ โดยการที่เธอได้เข้าสนิทกับผู้ถูกเลือกสรรที่บริสุทธิ์คนหนึ่งที่ได้ไถ่เธอกลับมา. นี่ไม่เพียงเป็นแบบเล็ง แต่ยังเป็นภาพล่วงหน้าที่ครบถ้วนด้วย ซึ่งได้บรรยายถึงการที่คนบาปชาวต่างชาติได้ถูกนำเข้าสู่มรดกอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับชนชาติอิสราเอลที่พระเจ้าทรงเลือกสรร ผ่านการไถ่ของพระคริสต์ในขณะที่พวกเขาได้เข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระองค์ (กจ.26:16–18; อฟ.3:6).
นรธ. 4:18 ก ข้อ 18–22: 1คนก.2:5, 9–15; มธ.1:3–6
นรธ. 4:18 1 หนังสือยะโฮซูอะและวินิจฉัยได้แสดงให้เราเห็นถึงการเคลื่อนไหวของพระเจ้าในพระวิญญาณแห่งแผนการบริหารของพระองค์ ซึ่งก็คือพระวิญญาณแห่งฤทธิ์เดช (กจ.1:8) ในขณะที่หนังสือประวัตินางรูธได้บรรยายถึงการเคลื่อนไหวของพระเจ้าในพระวิญญาณแห่งธาตุแท้ของพระองค์ ซึ่งก็คือพระวิญญาณแห่งชีวิต (รม.8:2). เหล่าผู้วินิจฉัยได้เคลื่อนไหวในพระวิญญาณแห่งฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่ใช่ในพระวิญญาณแห่งชีวิตของพระองค์ ดังที่มีซิมโซนเป็นตัวอย่าง. พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาบนซิมโซน (วนฉ.13:25; 14:6, 19) แต่ซิมโซนและผู้วินิจฉัยอีกหลายคนนั้นกลับไม่สามารถควบคุมตัวไม่ให้ปล่อยไปตามราคะตัณหาของตนเองได้ (ดู วนฉ.8:16 คำอธิบาย 1; 9:5 คำอธิบาย 1; และ 14:1 คำอธิบาย 1). ในทางกลับกัน หนังสือประวัตินางรูธไม่ได้เป็นหนังสือแห่งฤทธิ์เดช แต่เป็นหนังสือแห่งชีวิต. นางนาอะมี, นางรูธ, และโบอัศเป็นบุคคลที่อยู่ในชีวิตอย่างถึงที่สุด. ไม่มีผู้วินิจฉัยคนใดเลยที่ได้เป็นบรรพบุรุษของพระคริสต์. แต่นางรูธและโบอัศเป็นผู้ที่ได้มีส่วนในการรักษาไว้ซึ่งเส้นทางของมนุษยชาติ เพื่อที่จะนำพระคริสต์ออกมาจากนิรันดร์กาลเข้าสู่กาลเวลา ซึ่งก็คือการนำพระคริสต์พร้อมทั้งสภาพพระเจ้าของพระองค์เข้าสู่สภาพมนุษย์. กรณีนี้แสดงว่ามีเพียงชีวิตเท่านั้นที่สามารถนำมาซึ่งพระคริสต์ได้. มีเพียงชีวิตเท่านั้นที่สามารถรักษาลำดับวงศ์, คงไว้ซึ่งเส้นทางอันเรียวเล็กนี้ เพื่อที่จะนำพระเจ้าเข้าสู่สภาพมนุษย์, เพื่อที่จะก่อกำเนิดพระคริสต์, เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงด้วยพระคริสต์, และเพื่อที่จะนำพระคริสต์ไปหล่อเลี้ยงให้แก่มนุษยชาติทั้งหมด. สิ่งเหล่านี้สำเร็จได้โดยอาศัยนางรูธและโบอัศผู้เดินอยู่ในหนทางแห่งชีวิต ไม่ใช่โดยอาศัยเหล่าผู้วินิจฉัย.
นรธ. 4:22 1 หนังสือเล่มต่อๆ ไปในพันธสัญญาเดิมนั้นจะเป็นบทบันทึกที่ยาวมากของคนในชั่วอายุต่างๆ ซึ่งคนในชั่วอายุเหล่านี้ได้ยืดเส้นทางของมนุษยชาติออกไป เพื่อทำให้พระคริสต์สามารถกลายมาเป็นเนื้อหนังได้ (มธ.1:17).
สารบัญ