การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4

ประวัตินางรูธ บทที่ 2

IV. นางรูธใช้สิทธิของเธอ — 2:1–23
นรธ. 2:1 ฝ่ายนาอะมีนั้นมีกญาติฝ่ายสามีคนหนึ่งเป็นคนมั่งมี มาจากตระกูลเดียวกับอะลีเมเล็ค ชื่อ1ขโบอัศ.
นรธ. 2:2 และรูธชนชาติโมอาบกล่าวแก่นาอะมีว่า ขอให้ลูกไปที่1ทุ่งนาเพื่อ2กเก็บรวงข้าวที่ตกหล่นตามหลังผู้ที่จะโปรดปรานลูกในสายตาของเขา. นาอะมีตอบนางว่า ลูกเอ๋ย จงไปเถิด.
นรธ. 2:3 เธอก็ออกเดินไปในทุ่งนาตามหลังคนเกี่ยวเพื่อคอย1เก็บข้าวที่ตกหล่น เผอิญเข้าไปในทุ่งนาของโบอัศ ซึ่งเป็นคนตระกูลเดียวกับอะลีเมเล็ค.
นรธ. 2:4 ในเวลานั้นเอง โบอัศมาจากเบ็ธเลเฮมจึงกล่าวกับพวกคนเกี่ยวข้าวว่า ขอพระยะโฮวาทรงสถิตอยู่กับพวกท่านเถิด. แล้วพวกเขากล่าวแก่ท่านว่า ขอพระยะโฮวาทรงกอวยพระพรท่านเถิด.
นรธ. 2:5 โบอัศจึงถามคนใช้หนุ่มที่คอยควบคุมคนเกี่ยวข้าวนั้นว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของใคร?
นรธ. 2:6 คนใช้หนุ่มซึ่งเป็นผู้ควบคุมคนเกี่ยวข้าวจึงตอบว่า เธอเป็นกหญิงชนชาติโมอาบ ซึ่งกลับมาจากดินแดนโมอาบพร้อมกับนาอะมี.
นรธ. 2:7 นางกล่าวว่า ขอให้ดิฉันเก็บและรวบรวมข้าวที่ตกหล่นจากท่ามกลางฟ่อนข้าวตามหลังพวกคนเกี่ยวข้าวเถิด. นางก็มาเก็บข้าวที่ตกหล่นตั้งแต่เช้าเรื่อยมาจนถึงเวลานี้ เว้นแต่ได้นั่งลงที่บ้านพักประเดี๋ยวเดียว.
นรธ. 2:8 แล้วโบอัศจึงกล่าวแก่รูธว่า 1ลูกเอ๋ย จงฟังเถิด. อย่าไปเก็บข้าวที่ตกหล่นในนาอื่น หรือจากที่นี่ไป แต่จงอยู่ใกล้ๆ พวกสาวใช้ของฉัน.
นรธ. 2:9 ตาของเจ้าจงมองดูทุ่งนาที่พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่ แล้วก็จงติดตามเขาไป. 1ฉันได้กำชับพวกคนใช้หนุ่มของฉันมิให้แตะต้องเจ้าแล้ว. เมื่อเจ้ากระหายน้ำก็ให้ไปที่หม้อน้ำ ดื่มน้ำซึ่งพวกคนใช้หนุ่มตักไว้.
นรธ. 2:10 รูธก็ก้มตัวลงซบหน้าลงถึงดินและกล่าวแก่เขาว่า เหตุใดดิฉันจึงได้รับความโปรดปรานในสายตาของท่าน ท่านจึงเอาใจใส่ดิฉัน ทั้งๆ ที่ดิฉันเป็นเพียงคนต่างแดน?
นรธ. 2:11 แต่โบอัศตอบนางว่า ทุกอย่างที่เจ้าได้ปฏิบัติต่อแม่สามีของเจ้า ตั้งแต่สามีของเจ้าสิ้นชีวิตแล้วนั้น มีคนมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว อีกทั้งเจ้ายอมจากบิดามารดาและบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้า มาอยู่กับชนชาติที่เจ้าไม่รู้จักมาก่อน.
นรธ. 2:12 ขอพระยะโฮวาทรงตอบแทนการกระทำของเจ้า และขอให้พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาลี้ภัยใต้ร่มกปีกของพระองค์นั้น ประทานบำเหน็จ อันบริบูรณ์แก่เจ้า.
นรธ. 2:13 รูธจึงตอบว่า ขอให้ดิฉันได้รับความโปรดปรานในสายตาเจ้านายของดิฉัน เพราะท่านได้ปลอบโยนดิฉัน และกล่าวถ้อยคำต่อสาวใช้ของท่านด้วยความเอ็นดู ทั้งๆ ที่ดิฉันเองก็ไม่ได้เป็นเหมือนสาวใช้คนหนึ่งของท่าน.
นรธ. 2:14 พอถึงเวลารับประทานอาหาร โบอัศก็บอกนางว่า มานี่เถิด มารับประทานอาหารบ้าง และเอาขนมปังมาจิ้มน้ำส้มเถิด. นางจึงนั่งลงข้างๆ พวกคนเกี่ยวข้าว โบอัศส่งข้าวคั่วให้นาง. และนางก็รับประทานจนอิ่ม และยังมีเหลือบ้าง.
นรธ. 2:15 เมื่อนางลุกขึ้นไปเก็บข้าวที่ตกหล่น โบอัศก็กำชับพวกคนใช้หนุ่มของท่านว่า จงให้นางเก็บข้าวที่ตกหล่นท่ามกลางฟ่อนข้าวที่ตั้งยืนอยู่ด้วย อย่าได้ตำหนินางเลย
นรธ. 2:16 จงดึงข้าวออกจากกฟ่อนทิ้งไว้ให้นางเก็บบ้าง อย่าต่อว่านางเลย.
นรธ. 2:17 นางจึงเก็บข้าวที่ตกหล่นในทุ่งนาจนถึงเวลาเย็น. แล้วก็ฟาดข้าวที่เก็บมาได้นั้น ได้ข้าวบาร์เลย์ประมาณหนึ่งเอฟาห์.
นรธ. 2:18 นางยกข้าวนั้นขึ้นและเข้าไปในเมือง. แม่สามีเห็นข้าวที่นางได้เก็บมานั้น และนางเอาอาหารที่เหลือเมื่อนางรับประทานอิ่มแล้วนั้นออกมาให้แม่สามีด้วย.
นรธ. 2:19 แม่สามีจึงกล่าวแก่นางว่า วันนี้เจ้าไปเก็บข้าวที่ตกหล่นจากที่ไหนมา? เจ้าไปทำงานที่ไหน? ขอให้ชายที่เอาใจใส่เจ้าได้รับพระพรเถิด. นางจึงบอกแก่แม่สามีว่านางไปทำงานกับใคร และกล่าวว่าชายที่ลูกไปทำงานด้วยวันนี้ชื่อโบอัศ.
นรธ. 2:20 นาอะมีจึงพูดกับบุตรสะใภ้ว่า ขอพระยะโฮวาทรงอวยพรเขาเถิด ความเอ็นดูรักใคร่ของพระองค์ไม่ละไปจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือผู้ที่สิ้นชีวิตไปแล้ว. นาอะมีกล่าวแก่นางว่า ชายคนนั้นเป็นคนสนิทของเรา เขาเป็น1กญาติของเรา.
นรธ. 2:21 รูธผู้เป็นชนชาติโมอาบกล่าวว่า เขายังกล่าวแก่ลูกด้วยว่า เจ้าจงตามพวกคนใช้หนุ่มของฉันไปใกล้ๆ จนกว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้าวของฉันเสร็จทั้งหมด.
นรธ. 2:22 นาอะมีพูดกับรูธบุตรสะใภ้ว่า ดีแล้ว ลูกเอ๋ย ที่เจ้าจะไปทำงานกับพวกสาวใช้ของเขา เพื่อผู้อื่นจะไม่พบเจ้าในทุ่งนาอื่น.
นรธ. 2:23 ดังนั้นนางจึงอยู่ใกล้ๆ สาวใช้ของโบอัศ เพื่อเก็บข้าวที่ตกหล่นจนสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลี และนางก็ยังอาศัยอยู่กับแม่สามี.

คำอธิบาย ประวัตินางรูธ บทที่ 2

นรธ. 2:1 ก นรธ.3:2
นรธ. 2:1 ข นรธ.4:21; มธ.1:5
นรธ. 2:1 1ข ในหนังสือเล่มนี้ โบอัศเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในสองด้าน: (1) ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่มั่งมีและมีใจกรุณาในการให้ (2:1, 14–16; 3:15) โบอัศเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงมีความอุดมสมบูรณ์อันศักดิ์สิทธิ์อันหาที่สุดไม่ได้ และผู้ทรงดูแลพลไพร่ของพระเจ้าที่มีความต้องการด้วยการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของพระองค์ (อฟ.3:8; ลก.10:33–35; ฟป.1:19ข). (2) ในฐานะญาติ (ข้อ 3; 3:9, 12) ที่ทำการไถ่สิทธิที่สูญเสียไปในที่ดินของมาโลนและนำหญิงม่ายของมาโลนมาเป็นภรรยาของตนเพื่อก่อกำเนิดทายาทที่จำเป็นนั้น (4:9–10, 13) โบอัศเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงไถ่คริสตจักรและกระทำให้คริสตจักรเป็นคู่ครองของพระองค์เพื่อการเพิ่มพูนของพระองค์ (อฟ.5:23–32; ยฮ.3:29–30). ดู 3:12 คำอธิบาย1.
นรธ. 2:2 1 ทุ่งนาในแผ่นดินงามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ (ข้อ 2–3) เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ผู้เป็นแหล่งกำเนิดของผลิตผลอันศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายวิญญาณทั้งหมด ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตสำหรับผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (ฟป.1:19ข; ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1).
นรธ. 2:2 ก ลวต.19:9; 23:22; พบญ.24:19
นรธ. 2:2 2ก กฎเกณฑ์ของพระเจ้าเกี่ยวกับการเกี่ยวข้าวคือว่าหากชนชาติอิสราเอลเหลือข้าวที่ริมคันนาและข้าวที่ตกหล่นไว้สำหรับคนยากจน, ผู้ค้างแรม, และหญิงม่าย พระยะโฮวาก็จะทรงอวยพระพรแก่พวกเขา (ลวต.19:9–10; 23:22; พบญ.24:19). กรณีนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเอ็นดูรักใคร่ของพระเจ้า อีกทั้งความยิ่งใหญ่, ความประณีต, และความละเอียดของพระองค์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในแผ่นดินงามด้วย.
ในเรื่องกฎเกณฑ์ที่พระเจ้าประทานผ่านโมเซเกี่ยวกับการเกี่ยวข้าวนั้น ไม่ได้มีการระบุขนาดของริมคันนา. ขนาดนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อของเจ้าของที่ดินที่มีต่อพระยะโฮวา. เขามีความเชื่อในพระยะโฮวายิ่งมาก ขนาดของริมคันนาก็ยิ่งใหญ่ (เทียบ 2กธ.9:6–10). โบอัศได้เชื่อฟังกฎเกณฑ์นี้ ดังนั้นเขาจึงเป็นพยานได้ถึงความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่เขามีต่อพระยะโฮวา. ภายใต้อำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้า กฎเกณฑ์ข้อนี้คล้ายกับว่าจะถูกเขียนขึ้นมาสำหรับบุคคลเพียงผู้เดียว นั่นก็คือนางรูธนั่นเอง.
นรธ. 2:3 1 นางรูธซึ่งได้หันจากเบื้องหลังที่เป็นคนนอกศาสนากลับมาสู่พระเจ้านั้น ได้ใช้สิทธิของเธอในการมีส่วนในผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในมรดกของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร. นางรูธได้ใช้สิทธิของเธอในการเก็บข้าวที่ตกหล่นตามสถานะทั้งสามชั้นของเธอ คือผู้ค้างแรม, คนยากจน, และหญิงม่าย. การที่เธอเก็บข้าวที่ตกหล่นนั้นไม่ได้เป็นการร้องขออย่างขอทาน แต่เป็นสิทธิของเธอ. นางรูธซึ่งเป็นหญิงชนชาติโมอาบ เป็นคนบาปนอกศาสนาที่ห่างเหินจากพระสัญญาของพระเจ้า (พบญ.23:3; เทียบ อฟ.2:12) เธอกลับได้รับสิทธิให้มีส่วนในการเก็บข้าวที่ตกหล่นในขณะที่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรกำลังเก็บเกี่ยวรวงข้าวนั้น กรณีนี้เป็นแบบเล็งถึง “สุนัข” ต่างชาติที่ได้สิทธิพิเศษในการมีส่วนในเศษขนมปังที่เป็นส่วนของพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรซึ่งได้ตกอยู่ใต้โต๊ะนั้น (มธ.15:21–28 และข้อ 27 คำอธิบาย 1). นางรูธมีสิทธิที่จะรับสุขผลผลิตของแผ่นดินงามหลังจากที่เข้ามาในดินแดนนี้แล้ว เราก็มีสิทธิที่จะรับสุขพระคริสต์เป็นแผ่นดินงามของเราหลังจากที่เราได้เชื่อในพระองค์เช่นกัน. การที่นางรูธได้ใช้สิทธิของเธอมารับและครอบครองผลผลิตของแผ่นดินงามนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าหลังจากที่เราเชื่อเข้าสู่พระคริสต์ และได้เข้าสนิทกับพระองค์อย่างเป็นอินทรียภาพแล้ว เราก็จะต้องเริ่มแสวงหาพระคริสต์เพื่อที่จะได้รับ, ครอบครอง, ประสบการณ์, และรับสุขพระองค์ (ฟป.3:7–16).
หนังสือเล่มนี้ได้บรรยายถึงหนทาง, ฐานะ, คุณสมบัติ, และสิทธิของคนบาปในการมีส่วนในพระคริสต์และรับสุขพระคริสต์. ตามการกำหนดของพระเจ้าแล้ว เราซึ่งเป็นผู้ที่ได้เชื่อเข้าสู่พระคริสต์ก็ได้ถูกกระทำให้มีคุณสมบัติและฐานะ ที่จะสามารถอ้างสิทธิในการรับสุขพระคริสต์ได้ (กซ.1:12). กรณีนี้หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องร้องขออย่างขอทานต่อพระเจ้าให้ช่วยเราให้รอด แต่เราสามารถไปหาพระเจ้าเพื่อที่จะรับเอาความรอดจากพระองค์มาเป็นของเราได้เลย. เรามีฐานะ, คุณสมบัติ, และสิทธิที่จะรับเอาความรอดจากพระเจ้าได้. นี่ก็คือมาตรฐานที่สูงสุดในการต้อนรับกิตติคุณ.
นรธ. 2:4 ก เทียบ บพส.129:7–8; 2ธซ.3:16
นรธ. 2:6 ก นรธ.1:22
นรธ. 2:8 1 แปลตามตรงคือ ลูกเอ๋ย เจ้าไม่ได้ยินหรือ?
นรธ. 2:9 1 แปลตามตรงคือ ฉันมิได้สั่ง.....หรือ?
นรธ. 2:12 ก บพส.17:8; 36:7; 63:7; มธ.23:37; ลก.13:34
นรธ. 2:16 ก พบญ.24:19
นรธ. 2:20 ก ลวต.25:25; นรธ.3:9, 12; 4:1, 14
นรธ. 2:20 1ก คำนี้จะแปลเป็น ผู้ไถ่ ก็ได้. เหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
สารบัญ