ผู้วินิจฉัย บทที่ 6
7. วัฏจักรที่สี่โดยฆิดโอน — 6:1—8:32
วนฉ.
6:1 แล้วชนชาติอิสราเอลก็กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระยะโฮวา และพระยะโฮวาทรงกมอบพวกเขาไว้ในมือของชนชาติขมิดยานเจ็ดปี.
วนฉ.
6:2 มือของชนชาติมิดยานก็มีชัยชนะเหนือชนชาติอิสราเอล. และเนื่องจากชนชาติมิดยาน ชนชาติอิสราเอลจึงทำที่ซ่อนตัวในภูเขา ทั้งขุดถ้ำและสร้างป้อมปราการสำหรับตัวเอง.
วนฉ.
6:3 ชนชาติอิสราเอลหว่านพืชเมื่อไร ชนชาติมิดยาน, ชนชาติกอะมาเล็ค, และชนชาติทางตะวันออกก็ขึ้นมาสู้รบกับพวกเขาเมื่อนั้น.
วนฉ.
6:4 พวกเขาตั้งค่ายสู้รบกับชนชาติอิสราเอล และทำลายพืชผลของแผ่นดินไกลไปถึงเมืองฆาซา และไม่ให้มีอาหารเหลือในอิสราเอลเลย ไม่ว่าแกะหรือโคหรือลา.
วนฉ.
6:5 เพราะว่าคนเหล่านั้นจะขึ้นมาพร้อมทั้งฝูงปศุสัตว์และกระโจม พวกเขามามากเหมือนฝูงกตั๊กแตน ทั้งคนและอูฐก็นับไม่ถ้วน เขาทั้งหลายเข้ามาในดินแดนและทำลายดินแดนนั้น.
วนฉ.
6:6 ชนชาติอิสราเอลก็ยากจนข้นแค้นเป็นอย่างมากเพราะเหตุชนชาติมิดยาน. ดังนั้นชนชาติอิสราเอลจึงกร้องคร่ำครวญต่อพระยะโฮวา.
วนฉ.
6:7 เมื่อชนชาติอิสราเอลร้องคร่ำครวญต่อพระยะโฮวาเพราะเหตุชนชาติมิดยาน
วนฉ.
6:8 พระยะโฮวาก็ทรงใช้ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งให้มายังชนชาติอิสราเอล. ผู้นั้นพูดกับเขาทั้งหลายว่า พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราได้กนำพวกเจ้าขึ้นมาจากอียิปต์ และนำเจ้าออกมาจากขวงศ์วานของทาส
วนฉ.
6:9 และเราได้ช่วยเจ้าทั้งหลายให้พ้นจากเงื้อมมือของชนชาติอียิปต์ และให้พ้นจากเงื้อมมือของบรรดาผู้ที่กดขี่พวกเจ้า และเรากขับไล่พวกเขาออกไปให้พ้นหน้าพวกเจ้า และมอบดินแดนของพวกเขาให้แก่พวกเจ้า.
วนฉ.
6:10 และเราบอกกับเจ้าทั้งหลายว่า เราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า เจ้าอย่าได้ยำเกรงบรรดาพระของชนชาติอะโมรี ซึ่งอยู่ในดินแดนที่เจ้าอาศัยอยู่นั้น. แต่เจ้าทั้งหลายไม่เชื่อฟังเสียงของเรา.
วนฉ.
6:11 1กทูตของพระยะโฮวามาประทับใต้ต้นโอ๊กที่อัฟรา ซึ่งเป็นของโยอาศคนอะบีเอศรี ในขณะที่ขฆิดโอนบุตรของเขากำลังนวดข้าวสาลีอยู่ในบ่อย่ำองุ่น เพื่อหลบซ่อนจากชนชาติมิดยาน.
วนฉ.
6:12 ทูตของพระยะโฮวาทรงปรากฏแก่ฆิดโอนตรัสกับเขาว่า นักรบผู้กล้าหาญเอ๋ย พระยะโฮวาทรงกสถิตอยู่กับเจ้า.
วนฉ.
6:13 ฆิดโอนจึงทูลพระองค์ว่า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพระยะโฮวาทรงสถิตอยู่กับพวกเราแล้ว เหตุใดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จึงเกิดกับเราเล่า? และกิจอันน่าอัศจรรย์ทั้งหมดของพระองค์อยู่ที่ไหนซึ่งกบรรพบุรุษเคยเล่าให้เราฟังว่า พระยะโฮวาไม่ได้ทรงนำเราออกจากอียิปต์หรือ? แต่บัดนี้พระยะโฮวาทรงทอดทิ้งเราเสียแล้ว และทรงขมอบเราไว้ในเงื้อมมือของชนชาติมิดยาน.
วนฉ.
6:14 และ1พระยะโฮวาทรงหันมาหาเขาและตรัสว่า จงไปกช่วยชนชาติอิสราเอลให้พ้นจากเงื้อมมือของชนชาติมิดยานด้วยกำลังของเจ้านี่แหละ. เราได้ขใช้เจ้าไปไม่ใช่หรือ?
วนฉ.
6:15 เขาจึงทูลพระองค์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า กข้าพเจ้าจะช่วยชนชาติอิสราเอลได้อย่างไร? ดูเถิด ตระกูลของข้าพเจ้าต่ำต้อยที่สุดในเผ่ามะนาเซ และตัวข้าพเจ้าก็เป็นคนขเล็กน้อยที่สุดในวงศ์วานบรรพบุรุษของข้าพเจ้า.
วนฉ.
6:16 พระยะโฮวาตรัสกับเขาว่า เราจะอยู่กับเจ้าเป็นแน่ และเจ้าจะโจมตีชนชาติมิดยานดุจคนคนเดียว.
วนฉ.
6:17 เขาก็ทูลพระองค์ว่า ถ้าบัดนี้ข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ ขอโปรดแสดงเครื่องหมายให้ข้าพเจ้าเห็นว่า ผู้ที่พูดอยู่กับข้าพเจ้านี้คือพระองค์เอง.
วนฉ.
6:18 กขออย่าเสด็จไปจากที่นี่ จนกว่าข้าพเจ้าจะกลับมา และนำของมาตั้งถวายต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์. และพระองค์ตรัสว่า เราจะอยู่จนกว่าเจ้าจะกลับมา.
วนฉ.
6:19 ดังนั้นฆิดโอนก็กลับไปเตรียมลูกแพะตัวหนึ่งกับขนมปังไร้เชื้อจากแป้งหนึ่งเอฟาห์. เขาเอาเนื้อใส่กระจาด ส่วนน้ำแกงใส่ในหม้อ แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาถวายพระองค์ที่ใต้ต้นโอ๊ก.
วนฉ.
6:20 และ1ทูตของพระเจ้าตรัสแก่เขาว่า จงเอาเนื้อและขนมปังไร้เชื้อวางไว้บนศิลานี้ เทน้ำแกงราดของเหล่านั้น. เขาก็ทำตาม.
วนฉ.
6:21 แล้วทูตของพระยะโฮวาก็ทรงเอาปลายไม้เท้าที่อยู่ในมือแตะเนื้อและขนมปังไร้เชื้อ. และมีกไฟลุกขึ้นมาจากศิลาไหม้เนื้อและขนมปังไร้เชื้อจนหมด. และทูตของพระยะโฮวาก็ทรงหายไปพ้นสายตาของเขา.
วนฉ.
6:22 ฆิดโอนจึงเห็นว่า พระองค์เป็นทูตของพระยะโฮวา. และฆิดโอนทูลว่า อนิจจาเอ๋ย โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า! เพราะว่าข้าพเจ้าได้กเห็นทูตของพระยะโฮวาหน้าต่อหน้า.
วนฉ.
6:23 และพระยะโฮวาตรัสแก่เขาว่า สันติสุขจงดำรงอยู่กับเจ้าเถิด. กอย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ตาย.
วนฉ.
6:24 แล้วฆิดโอนก็สร้างแท่นบูชาแท่นหนึ่งถวายแด่พระยะโฮวาที่นั่น และเรียกที่แห่งนั้นว่า 1กยะโฮวาซาโลม. ทุกวันนี้แท่นนั้นก็ยังอยู่ที่เมืองอัฟราแห่งตระกูลอะบีเอศรี.
วนฉ.
6:25 ในคืนวันนั้นพระยะโฮวาตรัสแก่เขาว่า จงเอาโคผู้ของบิดาของเจ้าคือโคผู้ตัวที่สองที่มีอายุเจ็ดขวบมา และไปกรื้อทำลายแท่นพระบาละซึ่งเป็นของบิดาของเจ้านั้นลงเสีย จงโค่นเสา1แม่อาเซราห์ซึ่งอยู่ข้างๆ แท่นนั้นด้วย.
วนฉ.
6:26 และสร้างแท่นบูชาถวายพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าที่บนสุดของป้อมนี้ให้เป็นระเบียบ. แล้วนำโคตัวที่สองนั้นถวายเป็นเครื่องบูชาเผาด้วยเสาไม้รูปแม่อาเซราห์ซึ่งเจ้าจะโค่นมานั้น.
วนฉ.
6:27 ฆิดโอนจึงนำชายสิบคนจากบรรดาคนรับใช้ของเขาให้ไป1ทำตามที่พระยะโฮวาตรัสบอกเขาไว้. แต่เพราะเขากลัววงศ์วานบิดาของตน และกลัวชาวเมือง จนไม่กล้าทำในเวลากลางวัน จึงทำในเวลากลางคืน.
วนฉ.
6:28 เมื่อชาวเมืองตื่นขึ้นในเช้าตรู่ ดูเถิด แท่นบูชาพระบาละได้พังทลาย และเสาแม่อาเซราห์ที่อยู่ข้างๆ ได้ถูกโค่นลง. และโคผู้ตัวที่สองถูกเผาบูชาแล้วบนแท่นที่สร้างขึ้นใหม่.
วนฉ.
6:29 พวกเขาจึงพูดกันว่า ใครได้กระทำเรื่องเช่นนี้? เมื่อเขาทั้งหลายสืบเสาะไต่ถามแล้วจึงกล่าวว่า ฆิดโอนบุตรของโยอาศทำเรื่องนี้.
วนฉ.
6:30 แล้วชาวเมืองจึงบอกโยอาศว่า จงมอบลูกของเจ้ามาให้ประหารชีวิตเสีย เพราะเขาได้ทำลายแท่นพระบาละ และโค่นเสาแม่อาเซราห์ที่อยู่ข้างแท่นนั้น.
วนฉ.
6:31 แต่โยอาศได้ตอบคนทั้งปวงที่มายืนต่อต้านนั้นว่า ท่านทั้งหลายจะสู้ความแทนพระบาละหรือ? ท่านจะช่วยพระนั้นหรือ? ใครสู้ความแทนพระบาละจะถูกประหารชีวิตในช่วงเวลาที่ยังเช้าอยู่นี้. ถ้าพระบาละเป็นพระเจ้า ก็ให้สู้ความเองเถิด เพราะมีคนมาทำลายแท่นของท่านเสีย.
วนฉ.
6:32 ตั้งแต่วันนั้นเขาจึงเรียก1ฆิดโอนว่า 2กยะรูบาละ หมายความว่า ให้บาละสู้ความเอง เพราะฆิดโอนได้ทำลายแท่นของท่านเสีย.
วนฉ.
6:33 ครั้งนั้นชนชาติมิดยาน, ชนชาติอะมาเล็ค, และชนชาติทางตะวันออกก็รวมกันยกทัพข้ามแม่น้ำมาตั้งค่ายอยู่ในหุบเขายิศเรเอล.
วนฉ.
6:34 กพระวิญญาณของพระยะโฮวาสวมอยู่บนฆิดโอน เขาก็เป่าแตร เรียกตระกูลอะบีเอศรีให้มาติดตามเขา.
วนฉ.
6:35 และเขาใช้ทูตไปทั่วเผ่ามะนาเซ เรียกให้เผ่ามะนาเซยกติดตามเขาไปด้วย. และเขาใช้ทูตไปยังอาเซ็ร, ซะบูโลน, และนัฟธาลี คนเหล่านั้นก็ขึ้นมาชุมนุมกับพวกเขาด้วย.
วนฉ.
6:36 ฆิดโอนจึงทูลพระเจ้าว่า ถ้าพระองค์จะช่วยอิสราเอลด้วยมือของข้าพเจ้า ดังที่พระองค์ตรัสแล้วนั้น
วนฉ.
6:37 ดูเถิด ข้าพเจ้าได้วางขนแกะกองหนึ่งไว้ที่ลานนวดข้าว ถ้ามีน้ำค้างเฉพาะที่กองขนแกะเท่านั้น ส่วนที่พื้นดินโดยรอบนั้นแห้ง ข้าพเจ้าก็จะทราบว่า พระองค์จะทรงช่วยอิสราเอลด้วยมือของข้าพเจ้า ดังที่พระองค์ตรัสนั้น.
วนฉ.
6:38 แล้วก็เป็นไปดังนั้น. เมื่อฆิดโอนตื่นขึ้นในวันรุ่งเช้าก็บีบกองขนแกะ เขาบีบน้ำค้างจากกองขนแกะได้จนเต็มชาม.
วนฉ.
6:39 แล้วฆิดโอนทูลพระเจ้าว่า กขออย่าให้พระพิโรธของพระองค์พลุ่งขึ้นต่อข้าพเจ้า แต่ให้ข้าพเจ้าทูลอีกสักครั้งเดียว. ขอข้าพเจ้าทดสอบด้วยกองขนแกะนี้อีกครั้งหนึ่งเถิด. ขอให้แห้งเฉพาะที่กองขนแกะ ส่วนที่พื้นดินนั้นให้มีน้ำค้างโดยทั่ว.
วนฉ.
6:40 ในคืนวันนั้นพระเจ้าก็ทรงทำตามนั้น คือเฉพาะที่กองขนแกะนั้นแห้งอยู่ แต่มีน้ำค้างอยู่ทั่วพื้นดิน.
คำอธิบาย ผู้วินิจฉัย บทที่ 6
วนฉ.
6:1 ก วนฉ.2:15
วนฉ.
6:1 ข อฤธ.25:17–18; เทียบ ยนซ.25:2
วนฉ.
6:3 ก วนฉ.3:13; อซด.17:8
วนฉ.
6:5 ก วนฉ.7:12; เทียบ ยอล.1:4
วนฉ.
6:6 ก วนฉ.2:18
วนฉ.
6:8 ก อซด.12:17; วนฉ.2:1; 6:13; 1ซมอ.10:18; 12:8
วนฉ.
6:8 ข อซด.13:3
วนฉ.
6:9 ก บพส.44:2–3
วนฉ.
6:11 ก วนฉ.5:23; 13:3
วนฉ.
6:11 1ก ดู 2:1 คำอธิบาย 1.
วนฉ.
6:11 ข ฮร.11:32
วนฉ.
6:12 ก ยฮซ.1:5; วนฉ.2:18; ลก.1:28
วนฉ.
6:13 ก บพส.44:1; 78:3–4
วนฉ.
6:13 ข วนฉ.6:1
วนฉ.
6:14 1 ทูตของพระยะโฮวาก็คือตัวของพระยะโฮวาเอง (ข้อ 11–14, 21–23). ดู อซด.3:2 คำอธิบาย 1.
วนฉ.
6:14 ก วนฉ.2:16
วนฉ.
6:14 ข 1ซมอ.12:11
วนฉ.
6:15 ก เทียบ อซด.3:11; 2ซมอ.7:18
วนฉ.
6:15 ข 1ซมอ.9:21; 18:23; 1กธ.15:9; อฟ.3:8
วนฉ.
6:18 ก ข้อ 18–21: เทียบ ยนซ.18:3–8; วนฉ.13:15–16, 19–20
วนฉ.
6:20 1 ทูตของพระเจ้าก็คือทูตของพระยะโฮวา (ข้อ 11) ซึ่งก็คือตัวของพระยะโฮวาเอง (ข้อ 14).
วนฉ.
6:21 ก ลวต.9:24; 1พกษ.18:38; 2คนก.7:1
วนฉ.
6:22 ก เทียบ ยนซ.32:30; อซด.33:20; วนฉ.13:22
วนฉ.
6:23 ก ดนอ.10:19; ลก.1:13
วนฉ.
6:24 ก เทียบ ยนซ.22:14; 28:19; 33:20; 35:7, 15; อซด.17:15; ยอค.48:35
วนฉ.
6:24 1ก หมายความว่า พระยะโฮวาทรงเป็นสันติสุข หรือพระยะโฮวาแห่งสันติสุข.
วนฉ.
6:25 ก พบญ.7:5; 12:3; วนฉ.2:2; 2คนก.34:4
วนฉ.
6:25 1 รูปของเทพีหญิง.
วนฉ.
6:27 1 ฆิดโอนเป็นผู้วินิจฉัยที่อัศจรรย์ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกมาอย่างเฉพาะเจาะจง (ข้อ 11–24) เขาสามารถประสบความสำเร็จได้เนื่องด้วยเหตุผลสี่ประการ. ประการแรก เขาใส่ใจที่จะฟังพระคำของพระเจ้า ซึ่งในเวลานั้นมีชนชาติอิสราเอลน้อยมากที่เป็นเช่นนี้. ประการที่สอง เขาเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าและประพฤติตาม. ประการที่สาม เขารื้อทำลายแท่นของพระบาละและโค่นเสาแม่อาเซราห์ (ข้อ 25–28). ประการที่สี่เพราะเหตุที่เขารื้อทำลายแท่นของพระบาละและโค่นเสาแม่อาเซราห์ ซึ่งเป็นของบิดาของเขานั้น ทำให้เขาต้องสละความสัมพันธ์กับบิดาของเขาและสละการรับสุขที่มีในสังคมเพื่อไปติดตามพระยะโฮวา (ข้อ 29–32). ผลลัพธ์จากปัจจัยสี่ประการนี้ทำให้ฆิดโอนได้รับบำเหน็จคือพระวิญญาณแห่งแผนการบริหารได้เสด็จลงมาบนตัวเขา (ข้อ 34). ดังนั้นเขาจึงมีฤทธิ์อำนาจมากสามารถชัยชนะต่อเจ้านายสององค์และกษัตริย์สององค์ได้ด้วยคนเพียงสามร้อยคนเท่านั้น (7:25; 8:10–12). บนตัวของฆิดโอนนั้นเราได้เห็นรูปภาพของผู้ที่ดำเนินชีวิตเข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระเจ้า เขาเป็นมนุษย์พระเจ้าที่ทำให้พระคำของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริงและทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง.
วนฉ.
6:32 1 แปลตามตรงคือ เขา.
วนฉ.
6:32 ก วนฉ.7:1; 1ซมอ.12:11
วนฉ.
6:32 2ก หมายความว่า ให้บาละสู้ความเอง.
วนฉ.
6:34 ก วนฉ.3:10; 2คนก.20:14
วนฉ.
6:39 ก ยนซ.18:32