การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21

ผู้วินิจฉัย บทที่ 19

2. ความเสื่อมเสียในศีลธรรมเกี่ยวกับการผิดประเวณีเช่นอย่างชาวเมืองซะโดม — 19:1–30
(1) เรื่องราวที่เสื่อมเสีย — ข้อ 1–26
วนฉ. 19:1 อยู่มาในสมัยนั้น กไม่มีกษัตริย์ในอิสราเอล ยังมีคนเลวีคนหนึ่งอาศัยอยู่ในแดนไกลโพ้นในเขตเทือกเขาเอ็ฟรายิม. เขารับหญิงคนหนึ่งจากขเมืองเบ็ธเลเฮมในยูดามาเป็นภรรยาน้อยของตน.
วนฉ. 19:2 แต่ภรรยาน้อยนั้นเล่นชู้ และทิ้งเขากลับไปอยู่บ้านบิดาของนางที่เมืองเบ็ธเลเฮมในยูดา นางอยู่ที่นั่นได้สี่เดือน.
วนฉ. 19:3 สามีของนางก็ลุกขึ้นไปตามนาง เพื่อพูดกับนางดีๆ ให้นางกลับมา เขาเอาคนใช้หนุ่มคนหนึ่งและลาคู่หนึ่งไปด้วย. นางพาเขาเข้าไปในบ้านบิดาของนาง เมื่อบิดาของหญิงสาวนั้นเห็นเข้าก็ยินดีที่ได้พบเขา.
วนฉ. 19:4 พ่อตาของเขาคือบิดาของหญิงสาวนั้นได้หน่วงเหนี่ยวเขา เขาจึงพักอยู่ด้วยสามวัน. ดังนั้นพวกเขาจึงทั้งกินดื่ม และค้างแรมที่นั่น.
วนฉ. 19:5 พอถึงวันที่สี่ พวกเขาก็ตื่นขึ้นแต่เช้ามืด และคนนั้นลุกขึ้นจะออกเดินทางไป. แต่บิดาของหญิงนั้นกล่าวแก่บุตรเขยว่า กินอาหารสักหน่อยให้มีกำลัง แล้วค่อยไป.
วนฉ. 19:6 เขาทั้งสองก็นั่งลงกินและดื่มด้วยกัน. และบิดาของหญิงสาวก็กล่าวแก่ชายนั้นว่า ขอโปรดกค้างอีกสักคืนเถิดเพื่อทำให้ใจของเจ้าเบิกบาน.
วนฉ. 19:7 เมื่อชายนั้นลุกขึ้นจะไป พ่อตาก็ชักชวนไว้ จนเขาต้องค้างคืนที่นั่นอีก.
วนฉ. 19:8 ในวันที่ห้าเขาก็ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อจะออกเดินทางไป บิดาของหญิงนั้นก็กล่าวว่า กินอาหารสักหน่อยให้มีกำลังและคอยจนบ่ายก่อนเถิด. เขาทั้งสองก็กินด้วยกัน.
วนฉ. 19:9 เมื่อชายนั้นและภรรยาน้อยกับคนใช้หนุ่มลุกขึ้นจะเดินทางไป พ่อตาของเขาคือบิดาของหญิงนั้นก็พูดกับเขาว่า ดูเถิด นี่ก็บ่ายใกล้ค่ำแล้ว ขอค้างอยู่อีกคืนหนึ่งเถิด. ดูสิ ฟ้าจะมืดอยู่แล้ว. จงค้างคืนที่นี่เถิด เพื่อใจของเจ้าจะเบิกบาน แล้วพรุ่งนี้พวกเจ้าจะได้ตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินทาง เจ้าจะได้กลับบ้าน.
วนฉ. 19:10 แต่ชายนั้นไม่ยอมค้างคืน เขาจึงลุกขึ้นเดินทางไปพร้อมกับภรรยาน้อยและลาคู่หนึ่งที่ผูกอาน จนถึงกเมืองยะบูศ (คือเยรูซาเล็ม).
วนฉ. 19:11 เมื่อพวกเขามาถึงเมืองยะบูศก็ตะวันใกล้ตกแล้ว คนใช้หนุ่มจึงเรียนนายของเขาว่า ให้เราหันเข้าไปในเมืองของชนชาติยะบูศนี้เถิด และให้เราค้างคืนอยู่ในเมืองนี้.
วนฉ. 19:12 แต่นายของเขาตอบว่า พวกเราจะไม่หันเข้าไปในเมืองของคนต่างแดนผู้ไม่ใช่ชนชาติอิสราเอล แต่เราจะผ่านไปยังกเมืองฆิบอา.
วนฉ. 19:13 เขาจึงกล่าวแก่คนใช้หนุ่มว่า ไปเถิด ให้พวกเราเข้าไปใกล้ที่เหล่านี้สักแห่งหนึ่ง และค้างคืนในเมืองฆิบอาหรือเมืองรามา.
วนฉ. 19:14 เขาทั้งหลายจึงผ่านเลยไป เมื่อพวกเขามาใกล้เมืองฆิบอาซึ่งเป็นของคนเบ็นยามิน ดวงตะวันก็ตกแล้ว.
วนฉ. 19:15 พวกเขาจึงหันเข้าไปจะค้างคืนในเมืองฆิบอา. เขาก็เข้าไปนั่งอยู่ที่ลานเมือง เพราะไม่มีใครเชิญพวกเขาเข้าไปค้างคืนในบ้าน.
วนฉ. 19:16 ในเย็นวันนั้น ชายชราคนหนึ่งกลับมาหลังจากเลิกงานในไร่นาแล้ว. ชายนั้นมาจากเขตเทือกเขาเอ็ฟรายิม เขาเป็นผู้ค้างแรมอยู่ในเมืองฆิบอา. ส่วนคนในเมืองนั้นเป็นคนเบ็นยามิน.
วนฉ. 19:17 เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นผู้เดินทางอยู่ที่ลานเมือง ชายชราจึงถามว่า ท่านมาจากไหน? และจะไปไหน?
วนฉ. 19:18 เขาตอบว่า พวกเราเดินทางจากเบ็ธเลเฮมในยูดาจะไปที่แดนไกลโพ้นในเขตเทือกเขาเอ็ฟรายิม. ข้าพเจ้ามาจากที่นั่น ข้าพเจ้าไปเบ็ธเลเฮมในยูดามา และข้าพเจ้ากำลังจะกลับ1บ้าน แต่ไม่มีใครเชิญข้าพเจ้าเข้าไปพักในบ้านเลย.
วนฉ. 19:19 ข้าพเจ้ามีฟางและอาหารสำหรับลาของเรา อีกทั้งขนมปังและเหล้าองุ่นสำหรับข้าพเจ้าและหญิงคนนี้กับชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันกับเหล่าคนรับใช้ของท่าน พวกเราไม่ขาดสิ่งใดเลย.
วนฉ. 19:20 ชายชราจึงกล่าวว่า สันติสุขจงมีแก่ท่านเถิด. ถ้าท่านขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าขอเป็นธุระทั้งสิ้น เพียงแต่อย่าค้างคืนที่กลานเมืองเลย.
วนฉ. 19:21 เขาจึงพาชายนั้นไปยังบ้านของเขา เอาอาหารให้ลา และพวกเขาก็ล้างเท้าของตน แล้วก็กินและดื่ม.
วนฉ. 19:22 ขณะที่พวกเขากำลังทำให้ใจเบิกบานอยู่นั้น ชาวเมืองนั้นที่เป็นนักเลงก็มาล้อมบ้านไว้แล้วทุบประตู. พวกเขาร้องบอกชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้านว่าจงส่งชายที่เข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้ามาให้เราสมสู่.
วนฉ. 19:23 เจ้าของบ้านก็ออกไปกล่าวแก่พวกเขาว่า อย่าเลย พี่น้องของข้าพเจ้า ขออย่าได้ทำกการชั่วเช่นนี้เลย. เมื่อชายผู้นี้เข้ามาในบ้านของข้าพเจ้าแล้ว ก็อย่าได้ทำเรื่องที่โง่เขลานี้เลย.
วนฉ. 19:24 นี่คือลูกสาวพรหมจารีของข้าและภรรยาน้อยของเขา. ข้าพเจ้าจะพาออกมาให้ท่านเดี๋ยวนี้ ท่านจะหยามเกียรติหรือทำอะไรแก่พวกนางตามใจชอบเถิด. แต่อย่าทำเรื่องโง่เขลากับชายผู้นี้เลย.
วนฉ. 19:25 แต่คนเหล่านั้นไม่ยอมฟังเขา ชายนั้นจึงฉวยภรรยาน้อยของตนและนำนางออกไปให้พวกเขา เขาทั้งหลายก็สมสู่ทำทารุณนางตลอดคืนจนรุ่งเช้า พอรุ่งสางพวกเขาก็ปล่อยนางไป.
วนฉ. 19:26 เมื่อฟ้าสาง ผู้หญิงนั้นก็กลับมาล้มลงที่ประตูบ้านของชายนั้น ซึ่งนายของตนพักอยู่จนสว่าง.
(2) การแพร่กระจายเรื่องราวที่เสื่อมเสียนี้ไปทั่วอาณาเขตของอิสราเอล — ข้อ 27–30
วนฉ. 19:27 รุ่งเช้า เจ้านายของนางก็ลุกขึ้นเปิดประตูบ้านเพื่อจะออกเดินทาง. ดูเถิดภรรยาน้อยของเขานอนล้มอยู่ที่ประตูบ้านโดยวางมืออยู่ที่ธรณีประตู.
วนฉ. 19:28 เขาจึงบอกนางว่า ลุกขึ้นไปกันเถิด. แต่ไม่มีคำตอบ. เขาจึงเอานางขึ้นบนหลังลา ชายนั้นก็ลุกขึ้นเดินทางไปยังบ้านของตน.
วนฉ. 19:29 เมื่อถึงบ้านแล้ว เขาก็เอามีดหั่นศพนางออกเป็นท่อนๆ ได้สิบสองท่อนแล้วส่งไปทั่วอาณาเขตของอิสราเอล.
วนฉ. 19:30 เมื่อทุกคนเห็นก็กล่าวว่า เรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นหรือถูกพบเห็นตั้งแต่วันที่ชนชาติอิสราเอลออกจากดินแดนอียิปต์จนถึงวันนี้. จงพิจารณาปรึกษาหารือและพูดคุยกันเถิด.

คำอธิบาย ผู้วินิจฉัย บทที่ 19

วนฉ. 19:1 ก วนฉ.17:6; 18:1; 21:25
วนฉ. 19:1 ข วนฉ.17:7
วนฉ. 19:6 ก เทียบ ยนซ.24:55
วนฉ. 19:10 ก ยฮซ.15:8, 63
วนฉ. 19:12 ก ยฮซ.18:28
วนฉ. 19:18 1 ตามฉบับเซ็บทัวจินต์ ในภาษาเฮ็บรายอ่านว่า พระนิเวศน์ของพระยะโฮวา.
วนฉ. 19:20 ก ยนซ.19:2
วนฉ. 19:23 ก ยนซ.19:7
สารบัญ