การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21

ผู้วินิจฉัย บทที่ 11

วนฉ. 11:1 กยิพธาคนฆีละอาดเป็นนักรบผู้แกล้วกล้า. เขาเป็นบุตรของหญิงโสเภณี และฆีละอาดให้กำเนิดยิพธา.
วนฉ. 11:2 ภรรยาของฆีละอาดมีบุตรชายหลายคน. และเมื่อเหล่าบุตรชายของหญิงนั้นโตขึ้นแล้ว พวกเขาจึงขับไล่ยิพธาออกไปโดยกล่าวว่า เจ้าจะไม่มีส่วนในมรดกแห่งวงศ์วานบิดาของเรา เพราะเจ้าเป็นบุตรของหญิงอื่น.
วนฉ. 11:3 ยิพธาจึงหนีจากพี่น้องของตนไปอาศัยอยู่ในดินแดนโธบ. พวกนักเลงก็สมทบกับยิพธา และไปมาหาสู่กับเขา.
วนฉ. 11:4 ต่อมาภายหลังชนชาติอำโมนได้ทำสงครามกับชนชาติอิสราเอล.
วนฉ. 11:5 และเมื่อชนชาติอำโมนทำสงครามกับชนชาติอิสราเอลนั้น พวกผู้อาวุโสของฆีละอาดก็ไปรับยิพธาจากดินแดนโธบ.
วนฉ. 11:6 พวกเขากล่าวกับยิพธาว่า จงมาเป็นกผู้นำของเรา เพื่อเราจะสู้รบกับชนชาติอำโมนได้.
วนฉ. 11:7 แต่ยิพธากล่าวกับพวกผู้อาวุโสของฆีละอาดว่า พวกท่านเองไม่ใช่หรือที่เกลียดข้าพเจ้า และขับไล่ข้าพเจ้าออกจากบ้านบิดา? เหตุใดตอนนี้ท่านจึงมาหาข้าพเจ้าเมื่อท่านทุกข์ยากเล่า?
วนฉ. 11:8 พวกผู้อาวุโสของฆีละอาดจึงกล่าวกับยิพธาว่า เหตุที่เรากลับมาหาท่านเวลานี้ ก็เพื่อท่านจะไปกับเราและสู้รบกับชนชาติอำโมน แล้วมาเป็นกหัวหน้าของเราทุกคนที่อาศัยอยู่ในฆีละอาด.
วนฉ. 11:9 ยิพธาจึงกล่าวกับพวกผู้อาวุโสของฆีละอาดว่า ถ้าพวกท่านให้ข้าพเจ้ากลับไปเพื่อสู้รบกับชนชาติอำโมน และพระยะโฮวาทรงมอบพวกเขาแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเป็นหัวหน้าของพวกท่านได้หรือ?
วนฉ. 11:10 พวกผู้อาวุโสของฆีละอาดจึงกล่าวกับยิพธาว่า ขอพระยะโฮวาทรงเป็นกพยานระหว่างเรา เราจะทำตามคำของท่านเป็นแน่.
วนฉ. 11:11 ยิพธาจึงไปกับพวกผู้อาวุโสของฆีละอาด และพลไพร่ก็ตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าและเป็นผู้นำเหนือพวกเขา. แล้วยิพธาก็กล่าวถ้อยคำทั้งสิ้นของท่านต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวาในเมืองมิศพา.
วนฉ. 11:12 ยิพธาจึงส่งทูตไปยังกษัตริย์ของชนชาติอำโมนกล่าวว่า ท่านมีเรื่องอะไรกับข้าพเจ้า ท่านจึงยกมาโจมตีดินแดนของข้าพเจ้า.
วนฉ. 11:13 กษัตริย์ของชนชาติอำโมนกล่าวแก่ทูตของยิพธาว่า เพราะเมื่อชนชาติอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พวกเขาได้ยึดกดินแดนของเราไปตั้งแต่แม่น้ำอะระโนนถึงแม่น้ำยาโบด และแม่น้ำจอร์แดน. บัดนี้เราขอดินแดนเหล่านั้นคืนเสียโดยสันติ.
วนฉ. 11:14 และยิพธาก็ส่งทูตไปหากษัตริย์ของชนชาติอำโมนอีก.
วนฉ. 11:15 โดยให้กล่าวแก่ท่านว่า ยิพธากล่าวดังนี้ว่า ชนชาติอิสราเอลไม่ได้ยึดดินแดนของกโมอาบหรือดินแดนของชนชาติขอำโมน.
วนฉ. 11:16 แต่เมื่อออกจากอียิปต์ ชนชาติอิสราเอลได้เดินผ่านป่ากันดารถึงทะเลแดง และมาถึงคาเด็ศ
วนฉ. 11:17 กชนชาติอิสราเอลจึงส่งทูตไปยังกษัตริย์อะโดมกล่าวว่าขอให้พวกเรายกผ่านดินแดนของเขาไป. แต่กษัตริย์อะโดมไม่ฟัง. และพวกเขาได้ส่งทูตไปยังกษัตริย์โมอาบด้วย แต่เขาก็ไม่ยอม. ดังนั้นอิสราเอลจึงยังคงอยู่ที่คาเด็ศ.
วนฉ. 11:18 แล้วพวกเขาก็เดินผ่านป่ากันดารกอ้อมดินแดนอะโดมและดินแดนโมอาบ และมาทางขด้านตะวันออกของดินแดนโมอาบ และตั้งค่ายอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำอะระโนน. แต่ไม่ได้เข้าไปในอาณาเขตของโมอาบ เพราะว่าแม่น้ำอะระโนนเป็นเขตแดนของโมอาบ.
วนฉ. 11:19 กชนชาติอิสราเอลจึงส่งทูตไปหาซีโฮนกษัตริย์แห่งอะโมรี คือกษัตริย์แห่งเฮ็ศโบน ชนชาติอิสราเอลกล่าวแก่เขาว่าขอให้พวกเรายกผ่านดินแดนของเขาไปยังสถานที่ของเรา.
วนฉ. 11:20 แต่ซีโฮนไม่ไว้ใจชนชาติอิสราเอลจึงไม่ให้พวกเขายกผ่านอาณาเขตของตน. ฉะนั้นซีโฮนจึงได้ระดมพลทั้งสิ้นของเขามาตั้งค่ายอยู่ที่ยาฮาศ และสู้รบกับชนชาติอิสราเอล.
วนฉ. 11:21 พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลทรงมอบซีโฮน และพลไพร่ทั้งหมดของเขาไว้ในมือของชนชาติอิสราเอล ชนชาติอิสราเอลก็ประหารพวกเขา. ดังนั้นชนชาติอิสราเอลจึงยึดครองดินแดนทั้งสิ้นของชนชาติอะโมรีซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนนั้น.
วนฉ. 11:22 และพวกเขายึดอาณาเขตทั้งหมดของชนชาติอะโมรีตั้งแต่แม่น้ำอะระโนนถึงแม่น้ำยาโบด และตั้งแต่ป่ากันดารถึงแม่น้ำจอร์แดน.
วนฉ. 11:23 บัดนี้พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลได้ทรงขับไล่ชนชาติอะโมรีออกเสียเพราะเห็นแก่ชนชาติอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์. ฝ่ายท่านจะมายึดเอาดินแดนนั้นเป็นกรรมสิทธิ์หรือ?
วนฉ. 11:24 ท่านไม่ยึดเอากรรมสิทธิ์ใน[ดินแดน]ที่พระคีโมศพระของท่านมอบให้ท่านยึดครองหรือ? [ดินแดน]ที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเรากมอบให้เรา เราก็จะยึด[ดินแดน]นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ด้วย.
วนฉ. 11:25 และบัดนี้ท่านเข้มแข็งกว่ากบาลาคบุตรซีโฟรกษัตริย์แห่งโมอาบหรือ? เขาเคยแก่งแย่งชิงดีหรือเคยสู้รบกับชนชาติอิสราเอลหรือ?
วนฉ. 11:26 เมื่อชนชาติอิสราเอลอาศัยในเมืองเฮ็ศโบน เมืองอะโรเอลและตำบลรอบเมืองนั้นๆ ตลอดจนอาศัยในเมืองทั้งสิ้นที่อยู่ตามฝั่งแม่น้ำอะระโนนถึงสามร้อยปี เหตุใดท่านไม่เอา[ดินแดน]คืนเสียในเวลานั้นเล่า?
วนฉ. 11:27 ฉะนั้นไม่ใช่ข้าพเจ้าที่ทำผิดต่อท่าน แต่ท่านกำลังทำผิดต่อข้าพเจ้าโดยได้สู้รบกับข้าพเจ้า. ขอพระยะโฮวากผู้พิพากษาได้ตัดสินคดีความระหว่างชนชาติอิสราเอลกับชนชาติอำโมนในวันนี้.
วนฉ. 11:28 แต่กษัตริย์ของชนชาติอำโมนไม่ฟังคำซึ่งยิพธาใช้ทูตไปพูดกับเขานั้น.
วนฉ. 11:29 แล้วกพระวิญญาณของพระยะโฮวาก็เสด็จลงมาบนยิพธา. เขาจึงเดินผ่านฆีละอาดและมะนาเซและผ่านมิศพาแห่งฆีละอาด และจากมิศพาแห่งฆีละอาดเขาเดินผ่านไปยังชนชาติอำโมน.
วนฉ. 11:30 และยิพธากปฏิญาณต่อพระยะโฮวาว่า ถ้าพระองค์ทรงมอบชนชาติอำโมนไว้ในมือของข้าพเจ้าจริงๆ แล้ว
วนฉ. 11:31 คนใดที่ออกมาจากประตูบ้านของข้าพเจ้าเพื่อต้อนรับข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ากลับมาโดยสวัสดิภาพจากชนชาติอำโมนนั้น คนนั้นจะเป็นของพระยะโฮวา และข้าพเจ้าจะถวายคนนั้นเป็นเครื่องบูชาเผา.
วนฉ. 11:32 แล้วยิพธาจึงยกข้ามไปสู้รบกับชนชาติอำโมน และพระยะโฮวาทรงมอบชนชาติอำโมนไว้ในมือของเขา.
วนฉ. 11:33 และเขาได้ประหารชนชาติอำโมนจากเมืองอะโรเอลจนถึงเมืองมินิธรวมยี่สิบเมือง และไกลไปจนถึงอาเบลเครามิม มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก. ชนชาติอำโมนก็ถูกสยบต่อหน้าชนชาติอิสราเอล.
วนฉ. 11:34 แล้วยิพธาก็กลับมาบ้านที่มิศพา ในเวลานั้นบุตรสาวของเขาถือรำมะนาเต้นโลดออกมาต้อนรับเขา. เธอเป็นบุตรสาวคนเดียว นอกจากบุตรสาวคนนี้เขาไม่มีบุตรชายและบุตรสาวเลย.
วนฉ. 11:35 และเมื่อเขาเห็นเธอแล้ว เขาก็ฉีกเสื้อผ้าของเขา กล่าวว่า โอ อนิจจา ลูกเอ๋ย! เจ้าทำให้พ่อต้องทุกข์ใจ เพราะเจ้าเป็นเหตุให้พ่อต้องเดือดร้อนใจมาก. เพราะพ่อได้กอ้าปากปฏิญาณต่อพระยะโฮวาไว้ และจะคืนคำก็ไม่ได้.
วนฉ. 11:36 เธอจึงพูดกับบิดาว่า คุณพ่อ เมื่อพ่ออ้าปากปฏิญาณต่อพระยะโฮวาแล้ว ขอให้พ่อทำกับลูกตามคำที่ออกมาจากปากของพ่ออย่างนั้นเถิด เพราะพระยะโฮวาได้ทรงแก้แค้นชนชาติอำโมนผู้เป็นศัตรูเพื่อพ่อแล้ว.
วนฉ. 11:37 และเธอพูดกับบิดาของเธอว่า ลูกขอสิ่งหนึ่งคือ ขอให้ลูกอยู่ตามลำพังสักสองเดือน ลูกจะได้ไปยังภูเขา ร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของลูกร่วมกับเพื่อนๆ ของลูก.
วนฉ. 11:38 เขาจึงตอบว่า ไปเถิด. และเขาก็ปล่อยเธอไปสองเดือน. เธอก็ออกไปกับเพื่อนๆ ของเธอแล้วร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของเธอบนภูเขานั้น.
วนฉ. 11:39 อยู่มาเมื่อครบสองเดือนแล้ว เธอก็กลับมาหาบิดาของเธอ และเขาก็กระทำแก่เธอตามที่ได้ปฏิญาณไว้ เธอยังไม่เคยล่วงรู้กับชายใดเลย. และก็กลายเป็นธรรมเนียมในอิสราเอล
วนฉ. 11:40 คือที่บุตรสาวของอิสราเอลจะไป1ร้องไห้ไว้ทุกข์ให้บุตรสาวของยิพธาคนฆีละอาดปีละสี่วัน.

คำอธิบาย ผู้วินิจฉัย บทที่ 11

วนฉ. 11:1 ก ฮร.11:32
วนฉ. 11:6 ก เทียบ วนฉ.9:14
วนฉ. 11:8 ก วนฉ.10:18
วนฉ. 11:10 ก ยนซ.31:50; 1ซมอ.12:5; ยรม.42:5
วนฉ. 11:13 ก เทียบ อฤธ.21:24–26
วนฉ. 11:15 ก พบญ.2:9
วนฉ. 11:15 ข พบญ.2:19
วนฉ. 11:17 ก อฤธ.20:14–21
วนฉ. 11:18 ก อฤธ.21:4
วนฉ. 11:18 ข อฤธ.21:11, 13; 22:36
วนฉ. 11:19 ก ข้อ 19–22: อฤธ.21:21–26; พบญ.2:26–37
วนฉ. 11:24 ก พบญ.9:5; 18:12; ยฮซ.3:10
วนฉ. 11:25 ก อฤธ.22:2; ยฮซ.24:9; มคา.6:5
วนฉ. 11:27 ก ยนซ.16:5; 31:53; 1ซมอ.24:12, 15
วนฉ. 11:29 ก วนฉ.3:10; 6:34; 13:25; 1ซมอ.16:13
วนฉ. 11:30 ก ยนซ.28:20; 1ซมอ.1:11; อฤธ.30:2
วนฉ. 11:35 ก อฤธ.30:2; ผปก.5:4–5
วนฉ. 11:40 1 หรือ ระลึกถึง.
สารบัญ