วิวรณ์ บทที่ 7
ช. นิมิตที่แทรกเข้ามาระหว่างตราที่หกและตราที่เจ็ด
7:1-17
7:1-17
(ก) 144,000 คนจากสิบสองเผ่าที่ถูกประทับตรา —
ชาวอิสราเอลที่ถูกเลือก ซึ่งได้รับการปกป้องอยู่บนแผ่นดินโลก
ข้อ 1-8
ชาวอิสราเอลที่ถูกเลือก ซึ่งได้รับการปกป้องอยู่บนแผ่นดินโลก
ข้อ 1-8
วว.
7:1 ภายหลัง1เหตุการณ์นี้ ข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์สี่องค์ยืนอยู่ที่กสี่มุมโลก ห้าม2ลมทั้งขสี่ทิศแห่งแผ่นดินโลกไว้3ไม่ให้พัดบนบก, ที่ทะเล, หรือที่ต้นไม้ใดๆ.
วว.
7:2 ข้าพเจ้าได้เห็น1ทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งขึ้นมาทางกตะวันออก ถือตราประทับขของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และท่านร้องประกาศด้วยเสียงอันดังแก่ทูตทั้งสี่ซึ่งมี[อำนาจ]ที่จะทำอันตรายแก่แผ่นดินและทะเลว่า
วว.
7:3 "อย่าทำอันตรายแก่แผ่นดินหรือทะเลหรือต้นไม้ จนกว่าเราจะได้กประทับตราไว้ที่ขหน้าผากผู้ทาสทั้งหลายของพระเจ้า."
วว.
7:4 ข้าพเจ้าได้ยินว่า จำนวน1คนที่ถูกประทับตรานั้นคือ กหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคนจากทุกเผ่าในพวกลูกหลานของอิสราเอล.
วว.
7:5 จากเผ่า1ยูดาถูกประทับตราหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่ารูเบ็นหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่าฆาดหนึ่งหมื่นสองพันคน,
วว.
7:6 จากเผ่าอาเซ็รหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่านัฟธาลีหนึ่งหมื่นสองพันคน, จาก1กเผ่ามะนาเซหนึ่งหมื่นสองพันคน,
วว.
7:7 จากเผ่าซิมโอนหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่าเลวีหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่ายิซาคารหนึ่งหมื่นสองพันคน,
วว.
7:8 จากเผ่าซะบูโลนหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่าโยเซฟหนึ่งหมื่นสองพันคน, จากเผ่าเบนยามินได้รับการประทับตราหนึ่งหมื่นสองพันคน.
(ข) คนเป็นอันมากปรนนิบัติพระเจ้า
ในพระวิหารที่อยู่ในสวรรค์ — วิสุทธิชนที่ได้รับการไถ่ถูกรับขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์
เพื่อรับสุขการดูแลของพระเจ้า และการเลี้ยงดูของพระเมษโปดก
ข้อ 9-17
ในพระวิหารที่อยู่ในสวรรค์ — วิสุทธิชนที่ได้รับการไถ่ถูกรับขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์
เพื่อรับสุขการดูแลของพระเจ้า และการเลี้ยงดูของพระเมษโปดก
ข้อ 9-17
วว.
7:9 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ ข้าพเจ้าจึงมองดู ดูเถิด มี1ฝูงชนมากมายเหลือคณานับมาจากกทุกประเทศ, ทุกเผ่า, ทุกชาติ, และทุกภาษา 2ขสวมเสื้อคลุมสีขาว มือ[ถือ]3คทางปาล์ม 4ยืนอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งและง พระเมษโปดก.
วว.
7:10 คนเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า "1กความรอดเป็นของพระเจ้าของเราผู้ทรงนั่งบนพระที่นั่งและแด่ขพระเมษโปดก."
วว.
7:11 ทูตสวรรค์ทั้งปวงที่ยืนอยู่รอบพระที่นั่ง รอบกเหล่าผู้อาวุโส และรอบขสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นก็ได้ก้มกราบซบหน้าลงเบื้องหน้าพระที่นั่งและนมัสการพระเจ้าว่า
วว.
7:12 "1กเอเมน. ขอให้ขคำสดุดี, คสง่าราศี, ปัญญา, ง คำขอบพระคุณ, เกียรติยศ, ฤทธิ์เดช, และกำลัง จงมีแด่พระเจ้าของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์. เอเมน."
วว.
7:13 มีผู้หนึ่งในเหล่าผู้อาวุโสนั้นถามข้าพเจ้าว่า "คนเหล่านั้นที่สวมเสื้อคลุมสีขาวคือผู้ใดและมาจากไหน?"
วว.
7:14 ข้าพเจ้าจึงตอบท่านว่า "นายเจ้าข้า ท่านย่อมทราบอยู่แล้ว." ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า "คนเหล่านี้คือผู้ที่ออกมาจาก1กความทุกข์ยากอันใหญ่หลวง และได้ขล้างชำระเสื้อคลุมของตนด้วยคพระโลหิตของง พระเมษโปดกจนจขาวสะอาด.
วว.
7:15 ด้วยเหตุนี้1พวกเขาจึงได้อยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งของพระเจ้า ได้2กปรนนิบัติพระองค์ในขพระวิหารของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน และพระองค์ผู้ทรงนั่งบนพระที่นั่ง3จะทรงกางคพลับพลาปกคลุมเขาไว้.
วว.
7:16 เขาจะไม่กหิวโหยและขกระหายอีกต่อไป คแสงแดดและความร้อนจะไม่1ทำร้ายเขาต่อไป
วว.
7:17 เพราะกพระเมษโปดกผู้ทรงอยู่ท่ามกลางพระที่นั่งนั้นจะทรง1ขเลี้ยงดูเขาไว้และจะคทรงนำเขาไปถึง2ง น้ำพุแห่งจชีวิต และพระเจ้าจะทรงฉเช็ด2น้ำตาทุกหยดจากตาของเขา."
คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 7
วว.
7:1 1 บทนี้เป็นบทที่แทรกเข้ามาระหว่างตราที่หก (6:12-17) กับตราที่เจ็ด (8:1) โดยได้แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่พระเจ้าปฏิบัติการพิพากษาแผ่นดินโลกนั้น พระองค์ทรงดูแลพลไพร่ของพระองค์อย่างไร.
วว.
7:1 ก วว.20:8; ยซย.11:12
วว.
7:1 2 ลมในที่นี้มีไว้สำหรับการพิพากษาของพระเจ้า (ยนา.1:4; ยซย.11:15; ยรม.22:22; 49:36; 51:1).
วว.
7:1 ข ยรม.49:36; ดนอ.7:2; ซคย.6:5; มธ.24:31
วว.
7:1 3 การแกะตราที่เจ็ดจะนำมาซึ่งแตรทั้งเจ็ด (8:1-2). ในแตรที่หนึ่งนั้น แผ่นดินโลกก็ไหม้ไปหนึ่งในสามส่วน และต้นไม้ก็ไหม้ไปหนึ่งในสามส่วน (8:7). ในแตรที่สองนั้น ทะเลก็ถูกทำลายไปหนึ่งในสามส่วน (8:8-9). ก่อนเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น พระเจ้าจะประทับตราพวกอิสราเอลทั้งหมดที่พระองค์ประสงค์จะปกป้องไว้ (ข้อ 3).
วว.
7:2 1 ทูตสวรรค์ในที่นี้ และใน 8:3; 10:1; 18:1 ก็คือพระคริสต์. ในพันธสัญญาเดิมพระคริสต์ถูก เรียกว่า "ทูตของพระยะโฮวา" ซึ่งก็คือตัวพระเจ้าเอง (ยนซ.22:11-12; อซด.3:2-6; วนฉ.6:11-24; ซคย.1:11-12; 2:8-11; 3:1-7). พันธสัญญาใหม่ในที่นี้ก็เรียกพระองค์ว่า "ทูตสวรรค์" (ทูต) อีกครั้งหนึ่ง. วลีที่ว่า "ทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่ง" ชี้บ่งว่า พระคริสต์ไม่ใช่ทูตสวรรค์ธรรมดาองค์หนึ่ง แต่เป็นทูตสวรรค์ที่พิเศษซึ่งถูกพระเจ้าส่งมา.
วว.
7:2 ก วว.16:12
วว.
7:2 ข ยรม.10:10; ดนอ.6:20; มธ.16:16; 1ตธ.3:15; ฮร.3:12; 9:14
วว.
7:3 ก วว.9:4
วว.
7:3 ข วว.13:16; 14:1, 9; 20:4; 22:4; ยอค.9:4
วว.
7:4 1 บุคคลเหล่านี้คือชาวอิสราเอลที่ถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าในระหว่างภัยพิบัติใหญ่ (12:17; 14:12).
วว.
7:4 ก เทียบ วว.14:1, 3
วว.
7:5 1 เดิมทีรูเบ็นเป็นบุตรหัวปีของอิสราเอล แต่เนื่องจากเขาทำบาป เขาจึงสูญเสียสิทธิบุตรหัวปีไป และยูดาได้ชัยชนะเหนือพี่น้องทั้งหลาย (1คนก.5:1-2). ดังนั้นในที่นี้จึงได้เอ่ยถึงตระกูลยูดาเป็นอันดับแรก.
วว.
7:6 ก ยนซ.48:13-14
วว.
7:6 1ก เพราะโยเซฟ (ข้อ 8) และมะนาเซนั้น (ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกสองคนของโยเซฟ—ยนซ.48:5) เป็นตัวแทนของสองตระกูล ดังนั้นในอาณาจักรพันปี โยเซฟจะยังคงได้รับส่วนสองเท่าแห่งสิทธิบุตรหัวปี (1คนก.5:1-2; ยอค.48:4-5).
การบันทึกในที่นี้ก็เหมือนกับที่บันทึกใน 1 โครนิกาบทที่ 2-9 ที่ได้ตัดตระกูลดานทิ้งไปเพราะพวกเขากราบไหว้รูปเคารพ (วนฉ.18:30-31; 1พกษ.12:29-30; 2พกษ.10:29; เทียบ ยนซ. 49:17). แต่อย่างไรก็ตามตระกูลดานยังคงถูกนับอยู่ในอาณาจักรพันปี (ยอค.48:1) เพราะการอวยพรของยาโคบ จึงทำให้ตระกูลดานยังคงถูกนับเป็นหนึ่งในตระกูลทั้งหลายโดยความรอดขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยนซ.49:16-18).
การบันทึกในที่นี้ก็เหมือนกับที่บันทึกใน 1 โครนิกาบทที่ 2-9 ที่ได้ตัดตระกูลดานทิ้งไปเพราะพวกเขากราบไหว้รูปเคารพ (วนฉ.18:30-31; 1พกษ.12:29-30; 2พกษ.10:29; เทียบ ยนซ. 49:17). แต่อย่างไรก็ตามตระกูลดานยังคงถูกนับอยู่ในอาณาจักรพันปี (ยอค.48:1) เพราะการอวยพรของยาโคบ จึงทำให้ตระกูลดานยังคงถูกนับเป็นหนึ่งในตระกูลทั้งหลายโดยความรอดขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยนซ.49:16-18).
วว.
7:9 1 ฝูงชนมากมายเหล่านี้ประกอบด้วยเหล่าผู้ที่ได้รับการไถ่ซึ่งมาจากทุกประเทศในตลอดทุกยุคทุกสมัย. คนเหล่านี้ได้ก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักร (5:9; รม.11:25; กจ.15:14, 19).
วว.
7:9 ก วว.5:9
วว.
7:9 ข วว.7:14; 3:4
วว.
7:9 2ข คำว่า "เสื้อคลุม" (พหูพจน์) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความชอบธรรมแห่งการประพฤติของผู้เชื่อ.สีขาวชี้บ่งว่า การประพฤติของพวกเขานั้นบริสุทธิ์หมดจดและได้รับการรับรองจากพระเจ้า ด้วยการชำระในพระโลหิตของพระเมษโปดก (ข้อ 14).
วว.
7:9 ค ลวต.23:40; บพส.92:12; ยอค.40:16, 22; ยฮ.12:13
วว.
7:9 3ค ทางปาล์มเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชัยชนะที่เหล่าวิสุทธิชนมีเหนือการยากลำบาก ซึ่งพวกเขาได้ทนรับเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 14; เทียบ ยฮ.12:13). ต้นปาล์มยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอิ่มหนำที่ได้รับเมื่อถูกรดน้ำ (อซด.15:27). ทางปาล์มถูกใช้ในเทศกาลตั้งทับอาศัย ซึ่งเป็นเทศกาลที่พลไพร่ของพระเจ้ามีความยินดีเนื่องจากความอิ่มหนำในการรับสุขของเขาทั้งหลาย (ลวต.23:40; นฮย.8:15). เทศกาลตั้งทับอาศัยนี้เป็นแบบเล็งที่จะสำเร็จเป็นจริงโดยผู้คนมากมายที่ได้รับการไถ่จากพระเจ้าซึ่งมารับสุขเทศกาลตั้งทับอาศัยที่นิรันดร์นี้. พวกเขาจะเจริญดุจต้นปาล์มในพระวิหารของพระเจ้า (บพส.92:12-13).
วว.
7:9 4 วลีที่ว่า "ยืนอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่ง" ชี้ให้เห็นว่าผู้คนมากมายที่ได้รับการไถ่นี้จะต้องถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งหลายอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า. วลีที่ว่า "ยืนอยู่เบื้องหน้า...พระเมษโปดก" นั้นสอดคล้องกับการยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ (ลก.21:36) ซึ่งชี้บ่งถึงการถูกรับขึ้นไปอย่างชัดเจน. การพูดถึงสิ่งนี้ทันทีที่ได้แกะตราที่หกนั้นได้เปิดเผยเป็นนัยว่า การถูกรับขึ้นไปของผู้เชื่อจะต้องเริ่มขึ้นก่อนตราที่หก. สิ่งที่บันทึกไว้ในข้อ 9-17 ได้บรรยายถึงภาพเหตุการณ์ทั่วไปตั้งแต่เวลาที่ถูกรับขึ้นไปจนถึงเวลาที่พวกเขาได้รับสุขในโลกนิรันดร์.
วว.
7:9 ง วว.5:6
วว.
7:10 ก วว.12:10; 19:1; บพส.3:8; 27:1
วว.
7:10 1ก การสรรเสริญเสียงดังโดยกล่าวถึงความรอดเพียงอย่างเดียวย่อมชี้บ่งว่า ผู้สรรเสริญก็คือผู้ที่ได้รับความรอดแล้ว. ผู้คนมากมายที่ได้รับความรอดเหล่านี้เต็มไปด้วยการขอบพระคุณที่มีต่อความรอดของพระเจ้า.
วว.
7:10 ข วว.5:6
วว.
7:11 ก วว.4:4
วว.
7:11 ข วว.4:6
วว.
7:12 ก วว.5:14
วว.
7:12 1ก กรณีนี้ก็เหมือนกับพระคำใน ลก.15:7 ซึ่งกล่าวว่า จะมีความยินดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจเสียใหม่. ในที่นี้เหล่าทูตสวรรค์ได้กล่าวอาเมนต่อคำสรรเสริญถึงความรอดของผู้ที่ได้รับการไถ่.
วว.
7:12 ข วว.5:12-13
วว.
7:12 ค วว.1:6; 4:11; 19:1
วว.
7:12 ง วว.4:9
วว.
7:14 ก วว.1:9; 2:9, 10; ยฮ.16:33; กจ.14:22
วว.
7:14 1ก ความยากลำบากอันใหญ่หลวงในที่นี้ต่างกับภัยพิบัติใหญ่ที่ มธ.24:21 ได้กล่าวถึง. ความยากลำบากอันใหญ่หลวงในที่นี้หมายถึง ความยากลำบาก, การทนทุกข์, การข่มเหง, และความทุกข์ยากต่างๆ ซึ่งพลไพร่ที่พระเจ้าได้ทรงไถ่ไว้ได้ประสบการณ์ในหลายยุคสมัยที่ผ่านมา.
วว.
7:14 ข วว.22:14
วว.
7:14 ค วว.1:5; 1ยฮ.1:7
วว.
7:14 ง วว.5:6
วว.
7:14 จ วว.7:9
วว.
7:15 1 สิ่งที่บรรยายไว้ในข้อ 15-17 นั้นก็เหมือนกับสิ่งที่บรรยายไว้ใน 21:3-4 และใน 22:3-5 คือเป็นการบรรยายถึงโลกนิรันดร์.
วว.
7:15 ก วว.22:3
วว.
7:15 2ก ผู้คนมากมายที่ได้รับการไถ่เหล่านี้ได้ออกจากความยากลำบากอันใหญ่หลวงเข้าสู่อาณาบริเวณฝ่ายสวรรค์ คือเข้าสู่พระวิหารของพระเจ้าอันเป็นที่ซึ่งเขาจะปรนนิบัติพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน. การที่พวกเขาได้ปรนนิบัติพระเจ้าเช่นนี้ก็เป็นผลลัพธ์มาจากความรอดของพระเจ้า.
วว.
7:15 ข วว.3:12
วว.
7:15 3 พระคริสต์ทรงเป็นพลับพลาของพระเจ้า (ยฮ.1:14); กรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นการขยายใหญ่ขึ้นที่สำเร็จสุดยอดของพระคริสต์นั้นก็จะเป็นพลับพลาที่นิรันดร์ของพระเจ้า (21:2-3). ณ ที่นั่นทุกคนที่ได้รับการไถ่จากพระเจ้าจะอาศัยอยู่กับพระเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์. พระเจ้าจะทรงปกคลุมพวกเขาไว้ด้วยตัวของพระองค์เอง ซึ่งเป็นผู้ที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระคริสต์. พระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้านี้จะทรงเป็นพลับพลาของพวกเขา. สิ่งที่ได้บันทึกไว้ในข้อ 15-17 กับใน 21:3-7 นั้นมีส่วนคล้ายกันอย่างมาก.
วว.
7:15 ค ยฮ.1:14; วว.21:3
วว.
7:16 ก ยซย.49:10;
วว.
7:16 ข ยฮ.4:14
วว.
7:16 ค บพส.121:5-6
วว.
7:16 1 แปลตามตรงคือ ตกลงบนตัวเขา.
วว.
7:17 ก วว.5:6
วว.
7:17 ข บพส.23:1; ยซย.40:11; ยฮ.10:11; ฮร.13:20; 1ปต.5:4
วว.
7:17 1ข การเลี้ยงดูนั้นยังรวมไปถึงการป้อนเลี้ยง. ภายใต้การเลี้ยงดูของพระคริสต์นั้น "ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน" (บพส.23:1).
วว.
7:17 ค บพส.23:2
วว.
7:17 ง วว.21:6; บพส.36:9; ยซย.49:10; ยรม.2:13; ยฮ.4:14
วว.
7:17 2ง น้ำตาเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความไม่อิ่มหนำ. น้ำแห่งชีวิตมีไว้เพื่อให้เขาทั้งหลายได้อิ่มหนำ. เนื่องจากพระเมษโปดกจะทรงหล่อเลี้ยงพวกเขาด้วยน้ำแห่งชีวิตเพื่อให้เขาได้อิ่มหนำ เขาจึงไม่มีน้ำตาแห่งความไม่อิ่มหนำอีกต่อไป. พระเมษโปดกจะหล่อเลี้ยงพวกเขาด้วยน้ำแห่งชีวิต และจะทรงเช็ดน้ำตาไปจากตาของเขาอีกด้วย.
วว.
7:17 จ วว.21:6; 22:1, 17
วว.
7:17 ฉ วว.21:4; ยซย.25:8