วิวรณ์ บทที่ 4
IV. "สิ่งซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น"
4:1 — 22:5
4:1 — 22:5
1. ตอนที่หนึ่ง ภาพรวมของสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ตั้งแต่พระคริสต์เสด็จสู่สวรรค์จนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต
4:1 — 11:19
ตั้งแต่พระคริสต์เสด็จสู่สวรรค์จนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต
4:1 — 11:19
(1) ภาพเหตุการณ์รอบพระที่นั่งในสวรรค์ทั้งหลาย —
มีเพียงสิงโต-พระเมษโปดก (พระคริสต์แห่งการไถ่ที่ได้ชัยชนะ)
ที่คู่ควรจะคลี่ออกซึ่งข้อลับลึกแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า
4:1 — 5:14
มีเพียงสิงโต-พระเมษโปดก (พระคริสต์แห่งการไถ่ที่ได้ชัยชนะ)
ที่คู่ควรจะคลี่ออกซึ่งข้อลับลึกแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า
4:1 — 5:14
วว.
4:1 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ ข้าพเจ้าได้เห็น ดูเถิดกประตูในสวรรค์1ขเปิดออกและ2คพระสุรเสียงดุจเสียงแตรซึ่งข้าพเจ้าได้ยินเมื่อตอนต้นนั้นตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า "จงง ขึ้นมาที่นี่เถิด เราจะชี้ให้เจ้าเห็นจสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นภายหลังจเหตุการณ์ เหล่านี้."
วว.
4:2 ทันใดนั้น ข้าพเจ้าได้อยู่ใน1กวิญญาณ และดูเถิด มี2ขพระที่นั่งตั้งอยู่ในสวรรค์และมีคผู้หนึ่งทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่งนั้น
วว.
4:3 ท่านผู้ทรงนั่งอยู่นั้นมีลักษณะที่ปรากฏเหมือน1กแก้วมณีโชติและ2ขทับทิมมี3ครุ้งกินน้ำอยู่ล้อมรอบพระที่นั่งโดยมีลักษณะที่ปรากฏเหมือน4ง มรกต.
วว.
4:4 กรอบพระที่นั่งนั้น มีบัลลังก์1ขยี่สิบสี่บัลลังก์และมี2ผู้อาวุโส1คยี่สิบสี่ท่านนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล่านั้น นุ่งห่ม3ง เสื้อผ้าชุดขาว และมีจมงกุฎทองคำสวมที่ศีรษะของพวกเขา.
วว.
4:5 มีกฟ้าแลบ, สรรพสำเนียง, และเสียงฟ้าร้องออกมาจากพระที่นั่ง. มี1ขประทีปเจ็ดดวงที่มีไฟลุกโชนอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่ง ประทีปทั้งเจ็ดนั้นก็คือ2คพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า
วว.
4:6 ที่เบื้องหน้าพระที่นั่งนั้น[ดูเหมือน]1กทะเลแก้วใสดุจขแก้วผลึก ในท่ามกลางพระที่นั่งและล้อมรอบพระที่นั่งนั้น มี2คสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ซึ่งเต็มด้วย3ง ดวงตาทั้งข้างหน้าและข้างหลัง.
วว.
4:7 สิ่งมีชีวิตตนแรก1เหมือนกสิงโต, สิ่งมีชีวิตตนที่สองเหมือนกลูกโค, สิ่งมีชีวิตตนที่สามมีใบหน้าเหมือนกมนุษย์, และสิ่งมีชีวิตตนที่สี่เหมือนกนกอินทรีเหิน.
วว.
4:8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นแต่ละตนมีปีกกหกปีก และเต็มด้วยดวงตาทั้งรอบตัวและภายใน ตลอดทั้งวันและคืนก็ร้องไม่หยุดว่า "1ขบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ แด่คพระเจ้า ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทุกประการ 2ง ผู้ทรงเป็นในกาลก่อน, ผู้ทรงเป็นในเดี๋ยวนี้, และผู้จะทรงเป็นในนิรันดร์เบื้องหน้านั้น."
วว.
4:9 ทุกครั้งที่สิ่งมีชีวิต[ทั้งสี่]ถวาย1กสง่าราศี, เกียรติยศ, และคำขอบพระคุณแด่พระองค์ผู้ทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่ง ขผู้ทรงพระชนม์อยู่สืบไปเป็นนิตย์นั้น
วว.
4:10 ผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่ท่านก็จะกกราบลงเบื้องหน้าพระองค์ผู้ทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่ง และนมัสการพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่สืบไปเป็นนิตย์ อีกทั้ง1ทิ้งมงกุฎของตนที่เบื้องหน้าพระที่นั่งทูลว่า
วว.
4:11 "องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของพวกข้าพเจ้า พระองค์เป็นกผู้สมควรได้รับ1ขสง่าราศี, เกียรติยศ, และฤทธิ์เดช เพราะว่าพระองค์ได้คทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งล้วนดำรงอยู่และถูกเนรมิตสร้างขึ้นเพราะ2ง น้ำพระทัยของพระองค์."
คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 4
วว.
4:1 ก ยนซ.28:17
วว.
4:1 ข วว.19:11; ยอค.1:1; มธ.3:16; กจ.7:56; 10:11; ยฮ.1:51; เทียบ วว.11:19
วว.
4:1 1ข โครงการของพระเจ้านั้นถูกซ่อนเร้นอยู่ในสวรรค์. เมื่อพระเจ้าค้นพบมนุษย์บนแผ่นดินโลกที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์ สวรรค์ก็จะเปิดออกต่อมนุษย์ผู้นี้. สวรรค์เคยเปิดออกต่อยาโคบ (ยนซ.28:12-17), ยะเอศเคล (ยอค.1:1), พระเยซู (มธ.3:16), ซะเตฟาโน (กจ.7:56), และเปโตร (กจ.10:11). ในที่นี้และใน 19:11 สวรรค์ก็ได้เปิดออกต่อโยฮันผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยและในโลกนิรันดร์ก็จะเปิดออกต่อผู้เชื่อทั้งหมดที่อยู่ในพระคริสต์ด้วย (ยฮ.1:51).
วว.
4:1 ค วว.1:10
วว.
4:1 2ค เล็งถึงพระสุรเสียงที่ได้ยินใน 1:10.
วว.
4:1 ง วว.17:1; 21:9
วว.
4:1 จ วว.1:19
วว.
4:2 ก วว.1:10; 17:3; 21:10
วว.
4:2 1ก ดู 1:10 คำอธิบาย 1.
วว.
4:2 ข วว.5:1; 6:16; 7:9; 8:3; 12:5; 16:17; 19:5; 20:11; 21:5; 22:1; 1พกษ.22:19; ยซย.6:1; ยอค.1:26; ดนอ.7:9
วว.
4:2 2ข ในหนังสือเล่มนี้ พระที่นั่งของพระเจ้าเป็นศูนย์กลางแห่งการปกครองของพระเจ้า. พระที่นั่งในหนังสือจดหมายเป็นพระที่นั่งแห่งพระคุณซึ่งให้เราได้รับพระเมตตาและได้พบพระคุณจากพระที่นั่งนี้ (ฮร.4:16). พระที่นั่งในหนังสือเล่มนี้เป็นพระที่นั่งแห่งการพิพากษา ซึ่งโลกจะรับการพิพากษาจากพระที่นั่งนี้. ในที่สุดหลังจากที่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาทั้งหมดของพระเจ้าแล้ว พระที่นั่งของพระเจ้าก็จะกลายเป็นพระที่นั่งแห่งการหล่อเลี้ยงของชีวิตนิรันดร์ และจะมีน้ำแห่งชีวิตไหลออกจากพระที่นั่งนี้ พร้อมทั้งต้นไม้แห่งชีวิตที่จำเริญในท่ามกลางนั้น เพื่อเป็นการหล่อเลี้ยงในนิรันดร์ของพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่.
วว.
4:2 ค บพส.47:8; ยซย.6:1
วว.
4:3 ก วว.21:11, 19
วว.
4:3 1ก เมื่อพิจารณาตาม 21:11 แก้วมณีโชติเป็น "หินล้ำค่าที่มีราคามาก...ราวกับแก้วผลึก" โดยจะต้องมีสีเขียวเข้ม ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตที่อุดมสมบูรณ์. ตามที่ชี้บ่งไว้ใน 21:11 แก้วมณีโชติในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีที่ถ่ายเทได้ของพระเจ้าซึ่งอยู่ในชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ (ยฮ.17:22, 2). ลักษณะของพระเจ้าที่ปรากฏออกมานั้นดูคล้ายแก้วมณีโชติ ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรากฏออกมาของเมืองบริสุทธิ์ คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ด้วย (21:11). กำแพงเมืองและฐานรากชั้นที่หนึ่งของเมืองนั้นล้วนก่อสร้างขึ้นด้วยแก้วมณีโชติทั้งสิ้น (21:18-19).
วว.
4:3 ข วว.21:20
วว.
4:3 2ข ทับทิมก็เป็นหินล้ำค่าที่มีราคามากเช่นกัน.ทับทิมมีสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่.แก้วมณีโชติเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าแห่งสง่าราศีในด้านชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ส่วนทับทิมเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าองค์นี้เป็นพระเจ้าแห่งการไถ่. ในพันธสัญญาเดิม หินล้ำค่าเม็ดแรกที่ประดับอยู่บนทับทรวงของมหาปุโรหิตนั้นทำด้วยทับทิม และเม็ดสุดท้ายทำด้วยแก้วมณีโชติ (อซด.28:17, 20). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่นั้นได้เริ่มต้นด้วยการไถ่ของพระเจ้าและจะสำเร็จลงที่สง่าราศีแห่งชีวิตของพระเจ้า.
วว.
4:3 ค วว.10:1; ยอค.1:28; ยนซ. 9:12-17
วว.
4:3 3ค รุ้งกินน้ำเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำไว้กับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งปวงว่า พระองค์จะไม่ทำลายพวกเขาด้วยการใช้น้ำท่วมอีกต่อไป (ยนซ.9:8-17). หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาแผ่นดินโลกและบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้ทั้งหมด. รุ้งกินน้ำล้อมรอบพระที่นั่งของพระองค์เป็นเครื่องหมายว่า พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ตั้งพันธสัญญาเป็นพระเจ้าที่สัตย์ซื่อผู้ทรงยึดมั่นในพันธสัญญาของพระองค์ในขณะที่ทรงปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่พระองค์มีต่อแผ่นดินโลก. พระองค์จะไม่ทรงพิพากษามนุษยชาติด้วยการใช้น้ำท่วมและจะไม่ทำลายล้างมวลมนุษยชาติทั้งหมดอีกแต่จะทรงรักษามนุษยชาติบางส่วนไว้เพื่อจะเป็นชนนานาประเทศในแผ่นดินโลกใหม่เพื่อถวายสง่าราศีแด่พระองค์ (21:24, 26).
วว.
4:3 ง วว.21:19; อซด.28:18
วว.
4:3 4ง รุ้งกินน้ำที่ล้อมรอบพระที่นั่งของพระเจ้ามีลักษณะที่ปรากฏเหมือนมรกต. มรกตเป็นหินล้ำค่าที่มีสีเขียวเหมือนหญ้าอันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนแผ่นดินโลก. นี่เป็นเครื่องชี้บ่งว่า ขณะที่พระเจ้าทรงดำเนินการพิพากษาแผ่นดินโลกนั้น พระองค์จะทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์ และจะทรงรักษาสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนแผ่นดินโลกไว้บางส่วน ดังที่ได้ชี้บ่งไว้ใน ยนซ.9:11.
วว.
4:4 ก วว.4:6; 5:11; 7:11
วว.
4:4 ข วว.11:16
วว.
4:4 1ข ยี่สิบสี่คือผลลัพธ์ของสิบสองคูณด้วยสอง. สิบสองเล็งถึงความครบบริบูรณ์แห่งการปกครองของพระเจ้า (มธ.19:28). กษัตริย์ดาวิดทรงแบ่งพวกปุโรหิตและพวกเลวีออกเป็นยี่สิบสี่กลุ่มเพื่อปฏิบัติภารกิจในการปกครองของพระเจ้า. ด้วยเหตุนี้ก่อนที่คริสตจักรจะมาแทนที่ผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านในท่ามกลางพวกทูตสวรรค์ เหล่าผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่ท่านนี้คือผู้ที่ดำเนินการปกครองของพระเจ้า. สิบสองคูณสองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเพิ่มกำลังเป็นสองเท่า ซึ่งชี้บ่งว่าการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่ท่านที่อยู่ในท่ามกลางพวกทูตสวรรค์ได้ดำเนินการนั้นเป็นการปกครองที่เข้มแข็ง.
วว.
4:4 2 ผู้อาวุโสในที่นี้ไม่ใช่ผู้อาวุโสของคริสตจักรแต่เป็นผู้อาวุโสของพวกทูตสวรรค์ เพราะก่อนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งนั้น พวกเขาก็ได้นั่งอยู่บนพระที่นั่งแล้ว (เทียบ มธ.19:28; วว.20:4). ในท่ามกลางสิ่งทรงสร้างของพระเจ้านั้นทูตสวรรค์เป็นพวกที่เก่าแก่ที่สุด. ผู้อาวุโสของทูตสวรรค์ก็คือผู้อาวุโสของสิ่งทรงสร้างทั้งหมดของพระเจ้า. การที่พวกเขานั่งอยู่บนพระที่นั่งและมีมงกุฎทองคำสวมไว้ที่ศีรษะนั้นย่อมชี้บ่งว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ปกครองจักรวาลจนกว่าจะถึงอาณาจักรพันปี ซึ่งเป็นเวลาที่จะมอบอำนาจการปกครองแผ่นดินโลกให้แก่เหล่าวิสุทธิชนที่มีชัยชนะ (ฮร.2:5-9; วว.2:26-27; 20:4). การที่พวกเขาสวมเสื้อสีขาว ถือพิณและถือขันทองคำซึ่งมีเครื่องหอมบรรจุอยู่เต็ม (5:8) ก็ชี้บ่งว่าในเวลานี้พวกเขายังเป็นปุโรหิตอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าอีกด้วย. อย่างไรก็ตามในอาณาจักรพันปี ผู้มีชัยชนะที่ครองอำนาจนั้นจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ (20:6). มงกุฎทองคำของพวกผู้อาวุโสยังชี้บ่งว่า พวกเขาเป็นผู้ครองอำนาจ. ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นปุโรหิตปรนนิบัติพระเจ้าและเป็นกษัตริย์ปกครองสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า.
วว.
4:4 ค วว.4:10; 5:6, 8, 14; 19:4
วว.
4:4 ง วว.3:4
วว.
4:4 3ง เสื้อผ้าชุดขาวในที่นี้ชี้บ่งว่าผู้อาวุโสของพวกทูตสวรรค์เหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่มีบาป และไม่จำต้องรับการชำระด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก (7:14) เหมือนวิสุทธิชนที่ได้รับการไถ่.
วว.
4:4 จ วว.4:10
วว.
4:5 ก วว.8:5; 11:19; 16:18; อซด.19:16
วว.
4:5 ข อซด.25:37; ซคย.4:2
วว.
4:5 1ข แปลตามตรงคือ ประทีบแห่งไฟ ประทีปเจ็ดดวงในที่นี้มีพื้นฐานอ้างอิงจากประทีปทั้งเจ็ดดวงที่อยู่บนคันประทีปใน อซด.25:37 และ ซคย.4:2. ประทีปทั้งเจ็ดซึ่งก็คือพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้านั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการฉายส่องและการสำรวจของพระวิญญาณที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าของพระเจ้า. ประทีปทั้งเจ็ดในเอ็กโซโดบทที่ 25 และซะคาระยาบทที่ 4 ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการฉายส่องของพระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ในการเคลื่อนไหวของพระเจ้านั้นมีเพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า ซึ่งก็คือเพื่อการก่อสร้างพลับพลาหรือเพื่อการก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่. ประทีปทั้งเจ็ดในที่นี้มีเพื่อการพิพากษาของพระเจ้า ซึ่งในที่สุดก็จะนำมาซึ่งการก่อสร้างของพระเจ้าเช่นกัน คือก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั่นเอง.
วว.
4:5 ค วว.1:4; 3:1; 5:6
วว.
4:5 2ค ดู 1:4 คำอธิบาย 5.
วว.
4:6 ก วว.15:2
วว.
4:6 1ก ทะเลแก้วนี้ไม่มีน้ำ มีแต่ไฟ (15:2). หลังจากน้ำท่วมโลกในครั้งนั้นแล้ว พระเจ้าก็ได้ปฏิบัติการพิพากษามนุษย์ด้วยไฟมาโดยตลอด (ยนซ.19:24; ลวต.10:2; อฤธ.11:1; 16:35; ดนอ.7:11; วว.14:10; 18:8; 19:20; 20:9-10; 21:8) ทั้งนี้ก็เป็นไปตามที่พระองค์ได้สัญญาว่าจะไม่ทรงพิพากษาแผ่นดินโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลกด้วยน้ำอีก (ยนซ.9:15). พระที่นั่งแห่งการพิพากษาของพระเจ้านั้นดุจเปลวเพลิงและมีธารไฟไหลออกมาจากพระที่นั่งนั้น (ดนอ.7:9-10). เปลวเพลิงที่มาจากไฟแห่งการพิพากษาของพระเจ้าจะกวาดเอาสิ่งของด้านลบทั้งหมดในทั่วทั้งจักรวาลลงไปในทะเลแก้ว. ในที่สุดทะเลแก้วนี้จะกลายเป็นบึงไฟ (20:14). ทะเลแก้วซึ่งเป็นการสรุปรวมแห่งการพิพากษาด้วยไฟของพระเจ้านั้นใสดุจแก้วผลึก ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าสิ่งของด้านลบทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้านั้นก็จะโปร่งใสดุจแก้วผลึก. ในที่นี้เราเห็นรุ้งกินน้ำล้อมรอบพระที่นั่งของพระเจ้าซึ่งเป็นเครื่องหมายว่า พระเจ้าจะทรงยึดมั่นในพระสัญญาของพระองค์ที่อยู่ใน ยนซ.9:8-17 และยังมีทะเลแก้วที่เป็นไฟซึ่งเป็นเครื่องชี้บ่งว่าพระเจ้ายังคงต้องพิพากษาสิ่งของด้านลบทั้งหมดด้วยไฟ.
วว.
4:6 ข ยอค.1:22; วว.21:11; 22:1
วว.
4:6 ค วว.4:7-11; 5:6; 6:1, 6; 7:11; 14:3; 15:7; 19:4; ยอค.1:5-25
วว.
4:6 2ค ผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านที่อยู่รอบพระที่นั่งของพระเจ้านั้นเป็นตัวแทนของทูตสวรรค์ทั้งหมด ส่วนสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นเป็นตัวแทนของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งหมด. สิ่งมีชีวิตตนที่หนึ่งซึ่งเป็นเหมือนสิงโตนั้นเป็นตัวแทนของสัตว์ป่า; ตนที่สองซึ่งเป็นเหมือนลูกโคนั้นเป็นตัวแทนของสัตว์ใช้; ตนที่สามซึ่งเป็นเหมือนมนุษย์นั้นเป็นตัวแทนของมนุษยชาติ; และตนที่สี่ซึ่งเป็นเหมือนนกอินทรีนั้นเป็นตัวแทนของสัตว์ปีก (ข้อ 7). ในบรรดาสิ่งมีชีวิตหกประเภทที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างไว้นั้น (ยนซ.1:20-28) มีอยู่สองประเภทที่ไม่มีตัวแทนในที่นี้คือสัตว์เลื้อยคลานที่อยู่บนแผ่นดินและสิ่งมีชีวิตในน้ำ. ผู้นำของสัตว์เลื้อยคลานก็คืองูซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงศัตรูของพระเจ้าคือซาตานผู้จะถูกโยนลงในบึงไฟและไม่มีที่อยู่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่. สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำนั้นอยู่ในน้ำแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ซึ่งน้ำนี้จะไม่มีอีกต่อไปในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (21:1). ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งสองประเภทนี้จึงไม่มีตัวแทนอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าไปตราบชั่วนิรันดร์.
ในท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น ลูกโคเป็นสัตว์ที่สะอาด ส่วนสิงโตและนกอินทรีเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด (ลวต.11:3, 27, 13-19) แต่หลังจากที่ได้รับการไถ่แล้วก็กลายเป็นสัตว์ที่สะอาดด้วย (กจ.10:11-16). ในท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น ลูกโคและมนุษย์นั้นนอบน้อมและอ่อนโยน ส่วนสิงโตและนกอินทรีนั้นป่าเถื่อนและดุร้าย. โดยการไถ่นั้นได้ทำให้พวกมันสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ (ยซย.11:6-9). การไถ่ของพระคริสต์ไม่เพียงมีเพื่อมนุษย์เท่านั้น แต่มีเพื่อสรรพสิ่งทั้งปวงด้วย (กซ.1:20) เพราะพระองค์ทรงลิ้มรสความตายเพื่อทุกสิ่งแล้ว (ฮร.2:9).
ในท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น ลูกโคเป็นสัตว์ที่สะอาด ส่วนสิงโตและนกอินทรีเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด (ลวต.11:3, 27, 13-19) แต่หลังจากที่ได้รับการไถ่แล้วก็กลายเป็นสัตว์ที่สะอาดด้วย (กจ.10:11-16). ในท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น ลูกโคและมนุษย์นั้นนอบน้อมและอ่อนโยน ส่วนสิงโตและนกอินทรีนั้นป่าเถื่อนและดุร้าย. โดยการไถ่นั้นได้ทำให้พวกมันสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ (ยซย.11:6-9). การไถ่ของพระคริสต์ไม่เพียงมีเพื่อมนุษย์เท่านั้น แต่มีเพื่อสรรพสิ่งทั้งปวงด้วย (กซ.1:20) เพราะพระองค์ทรงลิ้มรสความตายเพื่อทุกสิ่งแล้ว (ฮร.2:9).
วว.
4:6 ง ยอค.1:18; 10:12
วว.
4:6 3ง ดวงตาทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถรับแสงสว่างและรูปภาพต่างๆ ได้. สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ไม่เพียงเต็มด้วยดวงตาทั้งข้างหน้าและข้างหลังเท่านั้น แต่ยังเต็มด้วยดวงตาทั้งรอบตัวและภายในอีกด้วย (ข้อ 8) ซึ่งเป็นเครื่องชี้บ่งว่า สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นี้จะไม่มืดมัวอย่างเด็ดขาด แต่โปร่งใสดุจแก้วผลึกในทุกแง่มุม. เราผู้ได้รับการไถ่แล้วก็ควรเป็นเช่นนี้อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าด้วย.
วว.
4:7 1 ตามลักษณะทางภายนอกนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ดูคล้ายคะรูบิมใน ยอค.1:5-10 และ 10:14-15 แต่การมีปีกหกปีกนั้น (ข้อ 8) ก็ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ดูคล้ายกับซะราฟิมใน ยซย.6:2. (คะรูบิมใน อซด.25:20 และ 1พกษ.6:27 นั้นมีปีกสองปีก ส่วนคะรูบิมใน ยอค.1:6 นั้นมีปีกสี่ปีก). สิ่งมีชีวิตทั้งสี่จะต้องเป็นการรวมกันระหว่างคะรูบิมกับซะราฟิม.ในฐานะที่เป็นซะราฟิมนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็มีเพื่อการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า (ยซย.6:3) โดยชี้ถึงพระนิสัยของพระเจ้า ส่วนในฐานะที่เป็นคะรูบิมนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็มีเพื่อสง่าราศีของพระเจ้า (ยอค.10:18-19; ฮร.9:5) โดยชี้ถึงการสำแดงของพระเจ้า. ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งสี่จึงเป็นตัวแทนของพระนิสัยและการสำแดงของพระเจ้า.
วว.
4:7 ก ยอค.1:10; 10:14
วว.
4:8 ก ยซย.6:2
วว.
4:8 ข ยซย.6:3; วว.3:7
วว.
4:8 1ข ในที่นี้ได้กล่าวคำว่า "บริสุทธิ์" สามครั้งเหมือนกับใน ยซย.6:3 ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า พระเจ้าทรงเป็นตรีเอกภาพ.
วว.
4:8 ค วว.1:8
วว.
4:8 ง วว.1:4
วว.
4:8 2ง การใช้รูปกาล (tense) สามแบบมากล่าวถึงการดำรงอยู่ของพระเจ้าในที่นี้ก็เปิดเผยเป็นนัยเช่นกันว่า พระเจ้าทรงเป็นตรีเอกภาพ. ดู 1:4 คำอธิบาย 3.
วว.
4:9 ก วว.5:12-13
วว.
4:9 1ก คำสรรเสริญของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ในข้อนี้และคำสรรเสริญของผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านในข้อ 11 นั้นล้วนมีสามประการซึ่งเปิดเผยเป็นนัยว่า ทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งสี่และผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านนั้นก็ล้วนสรรเสริญพระเจ้าตรีเอกภาพอยู่. สองประการแรกของคำสรรเสริญทั้งสองแห่งนั้นเหมือนกันคือ สง่าราศีและเกียรติยศ แต่ประการสุดท้ายไม่เหมือนกัน. คำสรรเสริญประการสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นคือ คำขอบพระคุณ เพราะสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ได้รับการไถ่จึงรู้สึกขอบพระคุณต่อการไถ่แห่งพระคุณของพระเจ้า. ส่วนคำสรรเสริญประการสุดท้ายของผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่ท่านนั้นคือ ฤทธิ์เดช เพราะพวกเขาเป็นผู้ปกครองจักรวาลโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า (ไม่ใช่สิ่งทรงสร้างที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้) ดังนั้นเขาจึงชื่นชมฤทธิ์เดชของพระเจ้า.
วว.
4:9 ข วว.10:6; 15:7; ดนอ.4:34; 12:7; พบญ.32:40; 2ซมอ.22:47; ยอค.5:11
วว.
4:10 ก วว.5:8, 14; 7:11; 11:16; 19:4
วว.
4:10 1 ตามเนื้อความในข้อที่แล้ว พระคำอันศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า เมื่อวิสุทธิชนที่ได้รับการไถ่ (ซึ่งมีมนุษย์ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ที่ได้รับการไถ่นั้นเป็นตัวแทน) ได้ถูกกระทำให้สำเร็จและได้รับสง่าราศีเพื่อจะเป็นปุโรหิตและกษัตริย์ที่เป็นทางการแล้ว (20:6) ผู้เป็นปุโรหิตและกษัตริย์เพียงชั่วคราว คือผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านของพวกทูตสวรรค์นี้ก็จะสละตำแหน่งของตน. กรณีนี้ถูกเปิดเผยเป็นนัยไว้โดยข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาได้ทิ้งมงกุฎของตนลงที่เบื้องหน้าพระที่นั่ง.
วว.
4:11 ก วว.5:2, 9, 12
วว.
4:11 ข วว.5:12-13
วว.
4:11 1ข ดูข้อ 9 คำอธิบาย 1.
วว.
4:11 ค วว.10:6; อฟ.3:9; รม.11:36
วว.
4:11 ง อฟ.1:11
วว.
4:11 2ง พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่มีพระประสงค์คือมีน้ำพระทัยตามชอบพระทัยของพระองค์เอง. พระองค์ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่งเพื่อน้ำพระทัยของพระองค์เอง เพื่อพระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จเป็นจริงอย่างครบถ้วน. หนังสือที่เปิดเผยถึงการปกครองแห่งจักรวาลของพระเจ้าเล่มนี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงพระประสงค์ของพระเจ้า. ดังนั้นในคำสรรเสริญของผู้อาวุโสยี่สิบสี่ท่านที่มีต่อพระเจ้าเกี่ยวกับการเนรมิตสร้างของพระองค์นั้น จึงชี้ให้เห็นว่าการเนรมิตสร้างของพระองค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำพระทัยของพระองค์.