การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

วิวรณ์ บทที่ 3

5. คริสตจักรที่อยู่ในซัรได — คริสตจักรที่อยู่ในการปฏิรูป
3:1-6
วว. 3:1 จงเขียน[จดหมาย]ถึงทูตของคริสตจักรที่อยู่ใน1เมืองซัรไดว่า "องค์ผู้มี2กพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้าและมี2ขดวงดาวทั้งเจ็ดนั้นตรัสดังนี้ว่า เราครู้ถึงการประพฤติของเจ้าว่าเจ้ามี3ชื่อว่าง เป็นอยู่แต่แท้จริงได้จตายเสียแล้ว.
วว. 3:2 เจ้าจงกเฝ้าระวังและเสริมกำลัง1ส่วนที่เหลืออยู่ซึ่งจวนจะตายอยู่แล้วนั้นให้มั่นคงขึ้น เพราะเราไม่พบการประพฤติใดๆ ของเจ้าที่2ขสำเร็จครบถ้วนต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าของเราเลย.
วว. 3:3 เหตุฉะนั้นจงกระลึกว่าเจ้าได้รับและได้ยินอย่างไร จงประพฤติตามและขกลับใจเสียใหม่. หากเจ้าไม่เฝ้าระวัง เราจะคมาหาเจ้าเหมือนอย่าง1ง ขโมย และเจ้าไม่รู้ว่าเราจะมาหาเจ้าจยามใด.
วว. 3:4 แต่เจ้าก็ยังมีชื่ออยู่จำนวนหนึ่งที่เมืองซัรไดซึ่งไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าของตัวเป็น1กมลทินและพวกเขาจะนุ่งห่ม2ข[เสื้อผ้าชุด]ขาวร่วมดำเนินกับเรา เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่คู่ควร.
วว. 3:5 ผู้ใดมี1กชัยชนะก็จะได้2สวมชุดคขาวเช่นนั้น และเราจะไม่3คลบชื่อผู้นั้นออกจาก4ง สมุดทะเบียนแห่งชีวิตเลย และเราจะ5จยอมรับชื่อผู้นั้นต่อเบื้องพระพักตร์พระบิดาของเรา และต่อหน้าพวกทูตสวรรค์ของพระองค์.
วว. 3:6 ผู้ใดมีกหูก็จงฟังข้อความซึ่งขพระวิญญาณนั้นได้ตรัสแก่คริสตจักรทั้งหลาย.''
6. คริสตจักรที่อยู่ในฟีละเด็ลไฟอะ —
คริสตจักรที่อยู่ในการฟื้นฟู
3:7-13
วว. 3:7 จงเขียน[จดหมาย]ถึงทูตของคริสตจักรที่อยู่ใน1เมืองฟีละเด็ลไฟอะว่า "องค์2กผู้บริสุทธิ์,ขผู้จริงแท้, ผู้ถือ3คลูกกุญแจของดาวิด, ผู้ที่เปิดแล้วไม่มีใครปิดได้, และผู้ที่ปิดแล้วไม่มีใครเปิดได้ ตรัสดังนี้ว่า
วว. 3:8 เรากรู้ถึงการประพฤติของเจ้า ดูเถิด เราได้ให้1ขประตูเปิดอยู่ตรงหน้าเจ้าซึ่งคไม่มีผู้ใดปิดได้ เพราะเจ้ามี2กำลังอยู่เล็กน้อย และได้ง ถือรักษา3คำของเรา และไม่ได้จปฏิเสธ3นามของเรา.
วว. 3:9 ดูเถิด พวก1กธรรมศาลาของขซาตานที่2เรียกตัวเองว่าเป็นคพวกยูดาย แท้จริง3ไม่ได้เป็น แต่พูดมุสา ดูเถิด เราจะทำให้พวกเขามา4ง กราบลงแทบเท้าของเจ้า และให้เขารู้ว่าเราได้จรักเจ้าแล้ว.
วว. 3:10 เพราะเจ้าได้กถือรักษา1คำแห่งขความอดทนของเรา เราก็จะ2ครักษาเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งง การทดลองซึ่งจะบังเกิดขึ้น3ทั่วใต้ฟ้า เพื่อจะทดลองดูคนทั้งปวงที่จอาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินโลก.
วว. 3:11 เรา1กจะมาโดยเร็ว สิ่งซึ่งเจ้ามีอยู่นั้นจงขยึดมั่นไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ใดชิงเอา2คมงกุฎของเจ้าไปได้.
วว. 3:12 ผู้ใด1กมีชัยชนะ เราจะทำให้ผู้นั้นเป็น2ขเสาในคพระวิหารแห่งพระเจ้าของเราและผู้นั้นจะไม่ออกไปภายนอกอีกเลย และเราจะจารึก3ง พระนามพระเจ้าของเราและชื่อเมืองแห่งพระเจ้าของเราไว้ที่ผู้นั้น (คือจกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่ลอยลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา) และจะจารึกฉนามใหม่ของเราไว้บนผู้นั้นด้วย.
วว. 3:13 ผู้ใดมีกหูก็จงฟังข้อความซึ่งขพระวิญญาณนั้นได้ตรัสแก่คริสตจักรทั้งหลาย."
7. คริสตจักรที่อยู่ในละโอดีไกอะ —
คริสตจักรที่ตกต่ำ
3:14-22
วว. 3:14 จง[เขียนจดหมาย]ถึงทูตของคริสตจักรที่อยู่ใน1กเมืองละโอดีไกอะว่า "องค์ผู้ทรงเป็น2ขพระเอเมนนั้น ผู้เป็นคพยานบุคคลที่สัตย์ซื่อและจริงแท้ และเป็น3ง จุดเริ่มต้นแห่งการเนรมิตสร้างสิ่งสารพัดของพระเจ้า ตรัสดังนี้ว่า
วว. 3:15 เรากรู้ถึงการประพฤติของเจ้าว่า เจ้าไม่เย็นไม่1ร้อน เราใคร่จะให้เจ้าเย็นหรือ1ขร้อน.
วว. 3:16 เนื่องจากเจ้าอุ่นๆ ไม่ร้อนไม่เย็น ดังนั้นเราจะ1คายเจ้าออกจากปากของเรา.
วว. 3:17 เพราะเจ้า1กล่าวว่า ข้ากมั่งมี ข้าร่ำรวยแล้ว ข้าไม่ต้องการอะไรอีก แต่กลับไม่รู้ว่า เจ้านั้นทั้ง2ขยากแค้น, น่าสังเวช, ยากจน, คตาบอด, และง เปลือยกายอยู่
วว. 3:18 เราแนะนำให้เจ้า1กซื้อ2ขทองคำที่คหลอมให้บริสุทธิ์ด้วยง ไฟจากเราเพื่อเจ้าจะได้จร่ำรวย, ซื้อ3ฉเสื้อผ้าชุดขาวสำหรับนุ่งห่มเพื่อความละอายแห่งชกายเปลือยเปล่าของเจ้าจะไม่ได้ปรากฏ และซื้อ4ยามาซทาตาของเจ้าเพื่อเจ้าจะเห็นได้.
วว. 3:19 ทุกคนที่เรากรัก เราก็ย่อมว่ากล่าวและขตีสอน เหตุฉะนั้นจงมี1ใจร้อนรนและคกลับใจเสียใหม่.
วว. 3:20 ดูเถิด เรายืนกเคาะอยู่1ขนอกประตู ถ้าผู้ใดจะคฟังง เสียงของเราและ2เปิดประตูเราก็จะจเข้าไปหาผู้นั้น และเราจะ3ร่วมรับประทานอาหารกับเขา และเขาจะ3ร่วมรับประทานอาหารกับเรา.
วว. 3:21 ผู้ใด1กมีชัยชนะ เราจะให้ผู้นั้นร่วม2นั่งกับเราที่ขพระที่นั่งของเรา เหมือนกับเราคมีชัยชนะแล้ว และได้ง ร่วมจนั่งลงกับพระบิดาของเราที่พระที่นั่งของพระองค์.
วว. 3:22 ผู้ใดมีกหูก็จงฟังข้อความซึ่งขพระวิญญาณนั้นตรัสแก่1คริสตจักรทั้งหลาย."

คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 3

วว. 3:1 1 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ส่วนที่เหลือ,ผู้ที่เหลือ, หรือ การฟื้นฟู. ในด้านที่เป็นเครื่องหมายนั้นคริสตจักรที่อยู่ในเมืองซัรไดเป็นแบบเล็งถึงนิกายโปรเตสแตนต์ ตั้งแต่การปฏิรูปศาสนาจนกระทั่งพระคริสต์เสด็จมาใหม่. การปฏิรูปศาสนาเป็นผลสะท้อนของพระเจ้าที่มีต่อนิกายโรมันคาทอลิกที่ทรยศ (ซึ่งมีคริสตจักรที่อยู่ในเมืองธุอาไตระที่ตกต่ำเป็นเครื่องหมาย). การปฏิรูปศาสนาได้สำเร็จโดยผู้เชื่อจำนวนน้อยที่เหลืออยู่ ดังนั้นจึงเป็นการฟื้นฟูที่นำมาโดยผู้ที่เหลืออยู่.
วว. 3:1 ก วว.1:4
วว. 3:1 2ก พระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้ามีไว้เพื่อเพิ่มกำลังให้คริสตจักรมีชีวิตเป็นอยู่ และดาวทั้งเจ็ดดวงนั้นเพื่อเพิ่มกำลังให้คริสตจักรสว่างไสว. สำหรับคริสตจักรที่อยู่ในเมืองเอเฟโซ พระคริสต์ทรงเป็นผู้ถือดาวทั้งเจ็ดไว้ในพระหัตถ์และดำเนินอยู่ท่ามกลางคันประทีปทั้งเจ็ด. คริสตจักรในสมัยแรกเริ่มต้องได้รับการดูแลของพระคริสต์ และผู้นำของคริสตจักรก็ต้องการพระคุณแห่งการคุ้มครองของพระองค์ด้วย. สำหรับคริสตจักรที่อยู่ในเมืองซะมุระนานั้น พระคริสต์ทรงเป็นผู้เคยตายแล้วยังมีชีวิตอยู่อีก. คริสตจักรที่ทนทุกข์ต้องการชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์. สำหรับคริสตจักรที่อยู่ในเมืองเประฆาโมนั้น พระคริสต์ทรงเป็นผู้ถือพระแสงดาบสองคม. คริสตจักรที่ตกต่ำและอยู่ฝ่ายโลกต้องการพระคำแห่งการพิพากษาและการประหารของพระคริสต์. สำหรับคริสตจักรที่อยู่ในเมืองธุอาไตระนั้น พระคริสต์ทรงเป็นผู้มีพระเนตรดั่งเปลวเพลิงและพระบาทดุจทองเหลืองสุกปลั่ง. คริสตจักรที่ทรยศต้องได้รับการสำรวจและการพิพากษาของพระคริสต์. ในที่นี้สำหรับคริสตจักรที่อยู่ในเมืองซัรไดนั้น พระคริสต์ทรงเป็นผู้มีพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้าและดาวทั้งเจ็ดดวง. คริสตจักรที่ผ่านการปฏิรูปซึ่งตกอยู่ในความตายนั้นต้องการพระวิญญาณที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าของพระเจ้าและผู้นำที่ส่องสว่าง. พระวิญญาณที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่านี้ทรงพระชนม์อยู่ และไม่อาจแทนที่ด้วยความรู้แห่งตัวอักษรที่ตายแล้วได้ (2กธ.3:6).
วว. 3:1 ข วว.1:16
วว. 3:1 ค วว.2:2
วว. 3:1 3 คนมากมายคิดว่านิกายโปรเตสแตนต์ที่ผ่านการปฏิรูปนั้นมีชีวิต แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่าเขาได้ตายแล้ว. ดังนั้นคริสตจักรนี้จึงต้องการพระวิญญาณที่มีชีวิตและดวงดาวที่เปล่งแสง.
วว. 3:1 ง เทียบ ยฮ.14:19; 6:57; ฆต.2:20; ฟป.1:21
วว. 3:1 จ รม.8:6,13
วว. 3:2 ก วว.16:15; มธ. 24:42-43; มก.13:33-37; 1ปต.5:8
วว. 3:2 1 วลีที่ว่า "ส่วนที่เหลืออยู่" ก็คือสิ่งที่เคยสูญเสียไปและถูกฟื้นฟูกลับมาอีกโดยการปฏิรูป เช่น การโปรดให้ชอบธรรมโดยความเชื่อและพระคัมภีร์ที่เปิดออกต่อสาธารณชน เป็นต้น. แม้จะได้ฟื้นฟูเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว แต่ก็กำลังเสื่อมถอยไปอีก. ดังนั้นจึงต้องได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีก. นี่คือสถานการณ์ที่แท้จริงของนิกายโปรเตสแตนต์.
วว. 3:2 ข เทียบ ยฮ.17:4; 2ตธ.4:7
วว. 3:2 2ข สิ่งที่การปฏิรูปได้เริ่มต้นไว้นั้น ไม่มีสักสิ่งที่ "สำเร็จครบถ้วน" ดังนั้นจึงต้องการคริสตจักรที่อยู่ในเมืองฟีละเด็ลไฟอะมาทำให้สำเร็จครบถ้วน.
วว. 3:3 ก วว.2:5
วว. 3:3 ข วว.2:5
วว. 3:3 ค วว.2:25
วว. 3:3 ง วว.16:15; มธ.24:43; 1ธซ.5:2; 2ปต.3:10
วว. 3:3 1ง ขโมยจะมาขโมยสิ่งที่มีค่าในเวลาที่มนุษย์ไม่รู้ตัว. เนื่องจากนิกายโปรแตสแตนท์ที่ผ่านการปฏิรูปได้ตายเสียแล้ว พวกเขาจึงไม่อาจรู้สึกถึงการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาเหมือนอย่างขโมยในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏอย่างซ่อนเร้นต่อผู้ที่แสวงหาพระองค์. ดังนั้นจึงต้องระแวดระวังไว้.
วว. 3:3 จ มธ.24:36, 44, 50
วว. 3:4 ก ยด:23; ซคย.3:3-5; เทียบ วว.19:8
วว. 3:4 1ก ในพระคัมภีร์นั้น เสื้อผ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งที่เราเป็นในการดำเนินชีวิตและการเป็นอยู่ของเรา. การทำให้เสื้อผ้าเป็นมลทินในที่นี้ชี้ถึงการแปดเปื้อนด้วยความตายเป็นพิเศษ. ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น ความตายเป็นมลทินยิ่งกว่าความบาปเสียอีก (ลวต.11:24-25; อฤธ.6:6-7, 9).
วว. 3:4 ข วว.3:5, 18; 6:11; 7:9, 13; 19:8, 14; ผปก.9:8; เทียบ วว.4:4
วว. 3:4 2ข สีขาวไม่เพียงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริสุทธิ์หมดจด แต่ยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการได้รับการรับรองด้วย. ในที่นี้เสื้อผ้าชุดขาวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประพฤติและการดำเนินชีวิตที่ไม่แปดเปื้อนด้วยความตายและได้รับการรับรองจากองค์พระผู้เป็นเจ้า. นี่เป็นคุณสมบัติสำหรับการร่วมดำเนินกับองค์พระผู้เป็นเจ้า และโดยเฉพาะการร่วมดำเนินกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในอาณาจักรที่จะมาถึงนั้น.
วว. 3:5 ก วว.2:7
วว. 3:5 1ก การมีชัยชนะในที่นี้เล็งถึงการมีชัยชนะต่อสภาพการณ์ที่ตายแล้วของนิกายโปรเตสแตนต์ซึ่งก็คือมีชัยชนะต่อนิกายโปรเตสแตนต์ที่ตาย.
วว. 3:5 2 ในคำสัญญานี้ การสวมเสื้อผ้าชุดขาวเป็นรางวัลที่ประทานให้แก่ผู้มีชัยชนะในอาณาจักรพันปี. การดำเนินชีวิตของเขาในยุคปัจจุบันนี้จะกลายเป็นรางวัลของเขาในยุคหน้า. ผู้เชื่อทุกคนล้วนต้องการเสื้อผ้าสองตัว. ตัวแรกคือเสื้อผ้าแห่งการโปรดให้ชอบธรรมเพื่อความรอดของเราอันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ ซึ่งเป็นผู้ที่เราได้ต้อนรับไว้เป็นความชอบธรรมทางทัศนะภายนอกของเรา (ลก.15:22; 1กธ.1:30). เสื้อตัวที่สองเป็นเสื้อผ้าแห่งการโปรดให้ชอบธรรมเพื่อให้เราได้รับการรับรอง อันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ ซึ่งเป็นผู้ที่เราได้ดำเนินชีวิตออกมาเป็นความชอบธรรมทางทัศนะภายในของเรา (ฟป.1:21; 3:9). เสื้อผ้าชุดขาวที่กล่าวไว้ในที่นี้เล็งถึงเสื้อตัวที่สอง ซึ่งเราจำเป็นต้องมีในการที่จะรับบำเหน็จและเข้าสู่อาณาจักรเพื่อร่วมดำเนินกับองค์พระผู้เป็นเจ้า นั่นก็คือร่วมเป็นกษัตริย์ด้วยกันกับองค์พระผู้เป็นเจ้า (2ตธ.2:11-12). ดู 19:8 คำอธิบาย 2.
วว. 3:5 ค วว.3:4
วว. 3:5 ค เทียบ อซด.32:32
วว. 3:5 3ค ข้อนี้ทั้งข้อเป็นคำสัญญาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ไว้แก่ผู้มีชัยชนะ. คำสัญญานี้จะสำเร็จเป็นจริงในอาณาจักรพันปีหลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมาแล้ว. การถูกลบชื่อออกจากสมุดทะเบียนแห่งชีวิตย่อมชี้บ่งว่าชื่อนั้นเคยถูกบันทึกในสมุดทะเบียนแห่งชีวิต. สมุดทะเบียนแห่งชีวิตเป็นสมุดทะเบียนอันศักดิ์สิทธิ์ที่บันทึกชื่อของบรรดาผู้มีส่วนในพระพรที่พระเจ้าได้ทรงตระเตรียมไว้. ชื่อของวิสุทธิชนทุกคนที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและกำหนดไว้ล่วงหน้าให้มีส่วนในพระพรเหล่านี้ล้วนได้ถูกจดไว้ในสมุดทะเบียนนี้ (ลก.10:20). พระพรเหล่านี้มีอยู่ในสามช่วงเวลาคือ (1) คริสตจักร (2) อาณาจักรพันปี และ (3) ในโลกนิรันดร์. พระพรในช่วงเวลาแห่งคริสตจักร เช่นการอภัยบาป, การไถ่, การบังเกิดใหม่, ชีวิตอันนิรันดร์, และพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นส่วนในระยะเริ่มแรก. ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรซึ่งมีชื่อบันทึกอยู่ในสมุดทะเบียนแห่งชีวิตทุกคนล้วนได้ร่วมรับส่วนในระยะเริ่มแรกนี้เพื่อการเริ่มต้นชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขา. ถ้าพวกเขาร่วมมือกับพระคุณแห่งการหล่อเลี้ยงของพระเจ้าชีวิตของพวกเขาก็จะสุกงอมในยุคคริสตจักร การที่ชีวิตได้สุกงอมก่อนเช่นนี้จะก่อรูปกลายเป็นรางวัลซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานแก่พวกเขาในขณะที่พระองค์เสด็จกลับมา ซึ่งรางวัลนี้ก็คือการเข้าสู่อาณาจักรพันปีและมีส่วนในพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเวลานั้น เช่นความยินดีและการพักสงบขององค์พระผู้เป็นเจ้า (มธ.25:21, 23; ฮร.4:9-11), การครอบครองประเทศต่างๆ (2:26-27; 20:4, 6) เป็นต้น. พระพรเหล่านี้เป็นส่วนที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเพื่อหนุนใจพวกเขาให้มุ่งหน้าไปด้วยกันกับพระเจ้าในยุคคริสตจักร. อย่างไรก็ตามมีผู้เชื่อที่ได้รับการเลือกสรรแล้วมากมายซึ่งหลังจากที่ได้ต้อนรับการอภัยบาป, การไถ่, ชีวิตนิรันดร์, และพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังไม่ยอมร่วมมือกับพระคุณของพระองค์และมุ่งหน้าไปด้วยกันกับพระองค์. ดังนั้นชีวิตของพวกเขาก็ไม่สามารถสุกงอมได้ในยุคคริสตจักรและเมื่อพระองค์เสด็จกลับมาพวกเขาก็ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่อาณาจักรพันปีและมีส่วนในพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในยุคนั้นเป็นรางวัล. ดังนั้นในระหว่างอาณาจักรพันปีชื่อของพวกเขาจะถูกลบไปจากสมุดทะเบียนแห่งชีวิต. หลังจากที่พวกเขาถูกองค์พระผู้เป็นเจ้าตีสอนและชีวิตได้เติบโตจนสุกงอมแล้วในระหว่างอาณาจักรพันปีนั้น เขาจึงจะมีส่วนในพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในโลกนิรันดร์ซึ่งได้แก่หน้าที่แห่งปุโรหิตที่นิรันดร์พร้อมทั้งการสถิตอยู่ที่นิรันดร์ของพระเจ้า, การเป็นกษัตริย์นิรันดร์ (22:3-5), กรุงเยรูซาเล็มใหม่, ต้นไม้แห่งชีวิต (22:14), และน้ำแห่งชีวิต (22:17) เป็นต้น. เวลานั้นชื่อของเขาจะถูกบันทึกไว้ในสมุดทะเบียนแห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง. นี่หมายความว่าทุกคนที่พระเจ้าทรงเลือกสรรซึ่งได้รับการบันทึกชื่อไว้ในสมุดทะเบียนแห่งชีวิตและมีส่วนในพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเวลาแห่งคริสตจักรนั้นจะไม่พินาศนิรันดร์ (ยฮ.10:28) ซึ่งก็คือจะไม่มีทางสูญเสียไปซึ่งพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในโลกนิรันดร์. แต่บางคนไม่ยอมร่วมมือกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในยุคคริสตจักร เขาก็จะรับการตีสอนแห่งยุคสมัยจากองค์พระผู้เป็นเจ้าในระหว่างอาณาจักรพันปีและจะสูญเสียพระพรอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเวลานั้นไป.
วว. 3:5 ง วว.13:8; 17:8; 20:12, 15; 21:27; ลก.10:20
วว. 3:5 4ง แปลตามตรงคือ หนังสือม้วน.
วว. 3:5 จ มธ.10:32; ลก.12:8
วว. 3:5 5จ ในยุคอาณาจักรนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงยอมรับชื่อของผู้มีชัยชนะ เพราะชื่อของพวกเขาจะยังคงอยู่ในสมุดทะเบียนแห่งชีวิต ไม่ถูกลบไปแต่อย่างใด. กรณีนี้เปิดเผยเป็นนัยว่า หากผู้เชื่อไม่ได้เป็นผู้มีชัยชนะแล้ว ชื่อของเขาก็จะถูกลบไปจากสมุดทะเบียนแห่งชีวิตในยุคอาณาจักร (ดูข้อ 5 คำอธิบาย 3) ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงไม่ยอมรับชื่อของพวกเขาด้วย.
วว. 3:6 ก วว.2:7
วว. 3:6 ข วว.2:7
วว. 3:7 ก วว.6:10; 16:5; 4:8; ยซย.6:3
วว. 3:7 2ก สำหรับคริสตจักรแห่งความรักซึ่งกันและกันฉันท์พี่น้องนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นองค์ผู้บริสุทธิ์, ผู้จริงแท้. คริสตจักรที่ฟื้นฟูจะสามารถกลายเป็นผู้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ คือเป็นผู้ถูกแยกออกจากโลก และเป็นผู้จริงแท้ คือสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าได้โดยพระองค์และโดยยึดพระองค์เป็นองค์ประกอบ.
วว. 3:7 ข วว.3:14; 6:10; 19:11; 1ยฮ.5:20; ยฮ.14:6
วว. 3:7 ค ยซย.22:22; เทียบ มธ.16:19; วว.1:18
วว. 3:7 3ค สำหรับคริสตจักรที่ฟื้นฟูนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้ายังทรงเป็น "ผู้ถือลูกกุญแจของดาวิด" ซึ่งเป็นลูกกุญแจของอาณาจักรที่มีอำนาจในการปิดและเปิดได้. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ลูกกุญแจนี้ในการปฏิบัติต่อคริสตจักรที่ฟื้นฟู.
วว. 3:7 1 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ความรักซึ่งกันและกันฉันท์พี่น้อง. ในด้านที่เป็นเครื่องหมายนั้นคริสตจักรที่อยู่ในเมืองฟีละเด็ลไฟอะเป็นแบบเล็งถึงการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องซึ่งถูกฟื้นฟูขึ้นโดยพวกพี่น้องที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งพวกเขาขึ้นมาในประเทศอังกฤษเมื่อตอนต้นศตวรรษที่ 19. คริสตจักรที่อยู่ในเมืองซัรไดซึ่งเป็นแบบเล็งของคริสตจักรที่ผ่านการปฏิรูปนั้นเป็นผลสะท้อนที่มีต่อนิกายโรมันคาทอลิกที่ทรยศซึ่งมีคริสตจักรที่อยู่ในเมืองธุอาไตระเป็นแบบเล็งฉันใด คริสตจักรที่รักซึ่งกันและกันฉันท์พี่น้องนี้ก็เป็นผลสะท้อนที่มีต่อคริสตจักรที่ผ่านการปฏิรูปซึ่งได้ตายแล้วฉันนั้น. ผลสะท้อนนี้จะดำเนินต่อไปเพื่อเป็นพยานในด้านตรงข้ามต่อนิกายโรมันคาทอลิกที่ทรยศและนิกายโปรเตสแตนต์ที่ตกต่ำจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมา.
วว. 3:8 ก วว.2:2
วว. 3:8 ข กจ.14:27; 2กธ.2:12; 1กธ.16:9; กซ.4:3
วว. 3:8 1ข ในฐานะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ถือลูกกุญแจของดาวิดและเป็นผู้ที่เปิดแล้วไม่มีใครปิดได้ พระองค์ทรงให้คริสตจักรที่ฟื้นฟูมีประตูที่เปิดอยู่และไม่มีใครปิดได้. ตั้งแต่การฟื้นฟูการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องได้เริ่มขึ้นเมื่อตอนต้นศตวรรษที่ 19 มาจนถึงปัจจุบันนี้ ประตูก็ ยังคงเปิดออกต่อการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ศาสนาคริสต์ที่เป็นองค์กรนั้นยิ่งพยายามที่จะปิดประตูนี้มากเท่าไร ประตูนี้ก็ยิ่งเปิดออกมากขึ้นเท่านั้น. แม้ในวันนี้จะมีการต่อต้านมากมาย แต่ประตูนี้ก็ยังเปิดอยู่เสมอในทุกแห่งบนโลกนี้. ลูกกุญแจนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ผู้เป็นประมุขของคริสตจักรไม่ได้อยู่ในมือของผู้ต่อต้าน.
วว. 3:8 ค วว.3:7
วว. 3:8 2 กรณีนี้ย่อมชี้บ่งว่า สิ่งที่เป็นที่พอพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ใช่การกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อพระองค์เป็นจำนวนมาก แต่เป็นการที่เราทำเพื่อพระองค์ให้ดีที่สุดด้วยสิ่งที่เรามีอยู่.
วว. 3:8 ง วว.3:10; 1:3
วว. 3:8 3 พระคำคือการสำแดงออกขององค์พระผู้เป็นเจ้า ส่วนพระนามคือตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง. คริสตจักรที่ทรยศได้เบี่ยงเบนไปจากพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนได้กลายเป็นมิจฉาลัทธิ. แม้คริสตจักรที่ได้ปฏิรูปจะฟื้นฟูไปสู่พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าบ้างไม่มากก็น้อย แต่พวกเขาก็ได้ปฏิเสธพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยการใช้นามอื่นมากมายมาตั้งชื่อให้ตัวเอง เช่น คณะลูเธอร์แรน, คณะเวสเลย์, คณะแองกลิกัน, คณะผู้ปกครอง, และคณะแบพติสท์เป็นต้น. คริสตจักรที่ฟื้นฟูไม่เพียงได้กลับสู่พระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น แต่ยังได้ละทิ้งนามอื่นทั้งหมดที่นอกเหนือไปจากพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าอีกด้วย. คริสตจักรที่ฟื้นฟูเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์การคณะ (นาม) ใดๆ อย่างสิ้นเชิง. การเบี่ยงเบนไปจากพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการทรยศ ส่วนการเรียกชื่อคริสตจักรด้วยนามใดๆ ที่นอกเหนือจากนามขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นก็คือการผิดประเวณีฝ่ายวิญญาณ. คริสตจักรซึ่งเป็นเหมือนหญิงพรหมจารีที่บริสุทธิ์หมดจด ซึ่งได้หมั้นหมายไว้กับพระคริสต์แล้ว (2กธ.11:2) ไม่ควรมีชื่ออื่นใดนอกจากพระนามแห่งสามีของเธอ. ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นชื่ออื่นๆ ทุกชื่อล้วนเป็นสิ่งที่น่าเกลียดทั้งสิ้น. ในคริสตจักรที่ฟื้นฟูนั้นไม่มีคำสอนของบีละอาม (2:14), ไม่มีคำสอนของพวกนิโกลายตัน (2:15), ไม่มีคำสอนของนางอีซาเบล (2:20), และไม่มีสิ่งที่ล้ำลึกของซาตาน (2:24) มีเพียงพระคำที่บริสุทธิ์หมดจดขององค์พระผู้เป็นเจ้า. คริสตจักรแห่งการฟื้นฟูไม่เรียกตนเองอย่างองค์การคณะ (นาม) มีเพียงพระนามหนึ่งเดียวขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า. การเบี่ยงเบนจากพระคำไปสู่มิจฉาลัทธิและการยกชูนามชื่อมากมายนอกจากพระนามของพระคริสต์นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของศาสนาคริสต์ที่ตกต่ำ. การออกจากบรรดามิจฉาลัทธิและประเพณีต่างๆ แล้วหันสู่พระคำที่บริสุทธิ์หมดจดและการละทิ้งนามอื่นทั้งหมดแล้วยกชูพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้านี้เป็นพยานที่ดลใจผู้คนที่สุดในคริสตจักรที่ฟื้นฟู. นี่เป็นสาเหตุที่คริสตจักรซึ่งอยู่ในการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีการเปิดเผยและการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและได้สำแดงองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างมีชีวิตชีวา คือเต็มด้วยแสงสว่างและความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต.
วว. 3:8 จ มธ.10:33; วว.2:13; ลก.12:9; 2ตธ.2:12
วว. 3:9 ก วว.2:9
วว. 3:9 1ก ดู 2:9 คำอธิบาย 6.
วว. 3:9 ข วว.2:9
วว. 3:9 2 แปลตามตรงคือ พูดเอาเอง.
วว. 3:9 ค วว.2:9
วว. 3:9 3 ดู 2:9 คำอธิบาย 5.
วว. 3:9 ง ยซย.60:14
วว. 3:9 4ง ธรรมศาลาของชาวยูดายนั้นยึดมั่นอยู่ในศาสนายูดาย ซึ่งเป็นศาสนาที่ประกอบด้วยปุโรหิตที่มาทำหน้าที่เป็นคนกลาง, กฎเกณฑ์ที่เป็นตัวอักษร, พระวิหารฝ่ายวัตถุ, และคำสัญญาที่เป็นฝ่ายแผ่นดินโลก. คริสตจักรที่ฟื้นฟูได้เปิดโปงถึงความผิดพลาดและความดื้อรั้นของศาสนายูดายที่ยึดถือของสี่ประการข้างต้น จึงทำให้ศาสนายูดายยอมสยบลง และพวกยูดายจึงรู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักคริสตจักร.
วว. 3:9 จ ยฮ.15:9
วว. 3:10 ก วว.3:8; 1:3
วว. 3:10 1 คำแห่งความอดทนขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือคำแห่งการทนทุกข์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า. วันนี้องค์พระผู้เป็นเจ้ายังคงทนรับการปฏิเสธและการข่มเหงด้วยความอดทนของพระองค์. เราไม่เพียงมีส่วนในอาณาจักรของพระองค์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนในความอดทนของพระองค์อีกด้วย (1:9). ดังนั้นพระคำของพระองค์ในวันนี้จึงเป็นคำแห่งความอดทนสำหรับเรา. การที่เราจะถือรักษาคำแห่งความอดทนของพระองค์นั้น เราจำต้องทนรับการปฏิเสธและการข่มเหงที่พระองค์ได้รับด้วย.
วว. 3:10 ข วว.1:9
วว. 3:10 ค ลก.21:36; เทียบ 2ปต.2:9
วว. 3:10 2ค คำว่า "การทดลอง" ในที่นี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเล็งถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่จะบังเกิดขึ้นทั่วทั้งโลก (มธ.24:21) เหมือนที่ได้ชี้แจงไว้ในแตรที่ห้า, แตรที่หก, และขันทั้งเจ็ดในแตรที่เจ็ด (8:13-9; 21; 11:14-15; 15:1; 16:1-21). การทดลองนี้ยังรวมถึงภัยพิบัติที่เหนือธรรมชาติในตราที่หกและสี่แตรแรกในตอนเริ่มต้นของภัยพิบัติใหญ่ด้วย. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญาไว้กับคริสตจักรที่ฟื้นฟูว่าจะทรงรักษาเขาไว้ให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลอง (ไม่เพียงพ้นจากการทดลอง แต่ให้พ้นจาก "ช่วงเวลา" แห่งการทดลอง) เพราะคริสตจักรนี้ได้ถือรักษาคำแห่งความอดทนขององค์พระผู้เป็นเจ้า. คำสัญญาขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเหมือนกับพระสัญญาของพระองค์ใน ลก.21:36 ได้ชี้แจงว่าวิสุทธิชนที่ประพฤติตามคำแห่งความอดทนขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นจะถูกรับไปก่อนการทดลองใหญ่. กรณีนี้ก็เปิดเผยเป็นนัยว่าผู้ที่ไม่ประพฤติตามคำแห่งความอดทนขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะต้องตกอยู่ในการทดลองนั้น.
วว. 3:10 ง มธ.24:21; เทียบ ดนอ.12:1
วว. 3:10 3 แปลตามตรงคือ ทุกสถานที่ซึ่งมีผู้คนอาศัย.
วว. 3:10 จ วว.6:10; 8:13; 11:10; 13:8, 14; 17:8
วว. 3:11 ก วว.22:7; 12, 20; 2:25
วว. 3:11 1ก ในหนังสือจดหมายฉบับนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำพาคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูของพระองค์เข้าสู่ความรู้สึกถึงการเสด็จมาของพระองค์ เพราะคริสตจักรนี้รักพระองค์.
วว. 3:11 ข วว.2:25
วว. 3:11 ค วว.2:10
วว. 3:11 2ค คริสตจักรที่ฟื้นฟูได้รับมงกุฎแล้ว แต่ถ้าไม่ยึดมั่นในสิ่งที่คริสตจักรนี้มีอยู่ในการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาแล้ว มงกุฎของเขาก็จะถูกผู้อื่นแย่งชิงไป.
วว. 3:12 ก วว.2:7
วว. 3:12 1ก การมีชัยชนะในที่นี้เล็งถึงการยึดมั่นสิ่งที่เรามีอยู่ในคริสตจักรที่ได้ฟื้นฟูนั้นไว้.
วว. 3:12 ข 1พกษ.7:21; ฆต.2:9
วว. 3:12 2ข ผู้มีชัยชนะใน 2:17 ได้กลายเป็นหินที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงเพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า.ส่วนผู้มีชัยชนะในที่นี้จะกลายเป็นเสาที่ก่อสร้างอยู่ในพระวิหารของพระเจ้า. เมื่อเขาถูกก่อสร้างอยู่ในการก่อสร้างของพระเจ้าแล้วก็จะไม่ออกไปจากที่นั่นอีกเลย. คำสัญญานี้จะสำเร็จในอาณาจักรพันปี เพื่อเป็นรางวัลแก่ผู้มีชัยชนะ.
วว. 3:12 ค วว.7:15; 11:1-2, 19; 14:15, 17; 15:5, 6, 8; 16:1, 17; 21:22
วว. 3:12 ง วว.14:1; 22:4
วว. 3:12 3ง การที่พระนามของพระเจ้า, นามของกรุงเยรูซาเล็มใหม่, และพระนามใหม่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าถูกจารึกไว้ที่ผู้มีชัยชนะนั้นเป็นเครื่องชี้บ่งว่าผู้มีชัยชนะนั้นถูกครอบครองโดยพระเจ้า, กรุงเยรูซาเล็มใหม่, และองค์พระผู้เป็นเจ้า และชี้บ่งว่าพระเจ้า, กรุงเยรูซาเล็มใหม่, และองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นของเขา และยังชี้บ่งด้วยว่าเขาเป็นหนึ่งกับพระเจ้า, กรุงเยรูซาเล็มใหม่, และองค์พระผู้เป็นเจ้า. พระนามของพระเจ้าหมายถึงตัวของพระเจ้าเอง, ชื่อของกรุงเยรูซาเล็มใหม่หมายถึงตัวเมือง, พระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าหมายถึงตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง. การที่พระนามของพระเจ้า, ชื่อของกรุงเยรูซาเล็มใหม่, และพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้จารึกไว้บนตัวผู้มีชัยชนะย่อมชี้บ่งว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น, เนื้อแท้ของกรุงเยรูซาเล็มใหม่, และตัวตนขององค์พระผู้เป็นเจ้าล้วนถูกกระทำเข้าสู่ภายในของผู้มีชัยชนะทั้งหมดแล้ว. การกล่าวถึงกรุงเยรูซาเล็มใหม่ว่าเป็นรางวัล ของผู้มีชัยชนะนั้นได้ชี้บ่งว่าคำสัญญานี้จะสำเร็จในอาณาจักรพันปี. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ในอาณาจักรพันปีเป็นรางวัลที่จะให้แก่วิสุทธิชนผู้มีชัยชนะเท่านั้น ส่วนกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ซึ่งได้รับการไถ่ทุกคนจะมีส่วนร่วมกันตราบชั่วนิรันดร์.
วว. 3:12 จ วว.21:2, 10; ฆต.4:26; ฮร.11:10; 12:22
วว. 3:12 ฉ เทียบ วว.2:17
วว. 3:13 ก วว.2:7
วว. 3:13 ข วว.2:7
วว. 3:14 ก กซ.2:1; 4:16
วว. 3:14 1ก ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ความเห็นและการตัดสินของสามัญชน (หรือผู้เชื่อธรรมดา). ในด้านที่เป็นเครื่องหมายนั้น คริสตจักรที่อยู่ในเมืองละโอดีไกอะเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีก. หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟื้นฟูคริสตจักรที่ถูกต้องขึ้นในตอนต้นศตวรรษที่ 19 ต่อมาอีกไม่ถึงหนึ่งศตวรรษก็มีบางคริสตจักร (คณะพี่น้องเรียกว่าการประชุม) ที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีก. คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำนี้ต่างกับคริสตจักรที่ได้ปฏิรูป ซึ่งมีคริสตจักรที่อยู่ในเมืองซัรไดเป็นแบบเล็ง และต่างกับคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูที่ถูกต้อง ซึ่งมีคริสตจักรที่อยู่ในเมืองฟีละเด็ลไฟอะเป็นแบบเล็ง. คริสตจักรนี้จะดำรงอยู่จนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมา.
วว. 3:14 ข ยซย.65:16; (พระเจ้าที่จริงแท้ แปลตามตรงคือ พระเจ้าแห่งเอเมน); 2กธ.1:20
วว. 3:14 2ข องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับคริสตจักรแต่ละแห่งถึงสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำตามสถานการณ์และสภาพการณ์ ของคริสตจักรแต่ละแห่งไปตามลำดับ. ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่คริสตจักรที่อยู่ในเมืองละโอดีไกอะว่า ตัวพระองค์เองทรงเป็น "พระเอเมนนั้นผู้เป็นพยานบุคคลที่สัตย์ซื่อและจริงแท้และเป็นต้นเหตุแห่งสิ่งสารพัดซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้." คำว่า "เอเมน" เป็นภาษาเฮ็บรายซึ่งหมายถึงแน่นอน, มั่นคง, และไว้วางใจได้. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ที่แน่นอน มั่นคง และไว้วางใจได้ดังนั้นพระองค์จึงเป็นพยานบุคคลที่สัตย์ซื่อและจริงแท้. กรณีนี้ชี้บ่งว่าคริสตจักรที่อยู่ในเมืองละโอดีไกอะที่ตกต่ำนั้นไม่แน่นอน ไม่มั่นคงไม่น่าไว้วางใจ และไม่ได้เป็นพยานบุคคลขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสัตย์ซื่อและจริงแท้อีกด้วย. วลีที่ว่า "ต้นเหตุแห่งสิ่งสารพัดซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้" ชี้ถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นจุดเริ่มต้นและแหล่งกำเนิดของสิ่งที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง และได้เปิดเผยเป็นนัยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นแหล่งกำเนิดที่ไม่เปลี่ยนแปลงและดำรงอยู่นิรันดร์แห่งการงานของพระเจ้า. นี่ก็ชี้บ่งว่าคริสตจักรที่ได้ฟื้นฟูแล้วกลับตกต่ำไปอีกนั้นได้เปลี่ยนไปเสียแล้วเนื่องจากได้ห่างเหินไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นแหล่งกำเนิดนั่นเอง.
วว. 3:14 ค วว.1:5
วว. 3:14 ง เทียบ กซ.1:15
วว. 3:14 3ง หรือ จุดริเริ่ม, แหล่งกำเนิด ซึ่งก็คือแหล่งกำเนิดอันเป็นจุดริเริ่มนั่นเอง.
วว. 3:15 ก วว.2:2
วว. 3:15 ข รม.12:11
วว. 3:15 1ข แปลตามตรงคือ เดือดพลุ่ง. ข้อ 16 ก็เช่นเดียวกัน.
วว. 3:16 1 การถูกคายออกจากปากขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการถูกองค์พระผู้เป็นเจ้าปฏิเสธ และไม่อาจรับสุขต่อสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นต่อคริสตจักรของพระองค์อีก.
วว. 3:17 1 คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีกนั้นโอ้อวดในความมั่งมีของตน (ซึ่งเป็นความมั่งมีด้านความรู้แห่งหลักธรรมเป็นสำคัญ) แต่หารู้ไม่ว่าตนเองนั้นยากจนในด้านชีวิต, มืดบอดไปในด้านสายตา, และเปลือยกายในด้านการประพฤติ. ดังนั้นข้อ 18 จึงกล่าวว่า "เขาต้องซื้อทองคำเพื่อให้เขาเป็นคนมั่งมี, ซื้อเสื้อผ้าสีขาวเพื่อปกปิดกายเปลือยเปล่าของเขา, และซื้อยาทาตาเพื่อรักษาตาที่บอดของเขา."
วว. 3:17 ก 1กธ.4:8; เทียบ มธ.5:3; วว.2:9
วว. 3:17 ข เทียบ รม.7:24
วว. 3:17 2ข ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นคริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำนั้นเป็นคริสตจักรที่ (1) ยากแค้น เพราะเขาโอ้อวดความมั่งคั่งในด้านความรู้ที่ว่างเปล่าของหลักธรรม และแท้จริงแล้ว ยากจนยิ่งนักในด้านประสบการณ์ที่มีต่อความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ (2) น่าสังเวช เพราะเป็นคนเปลือยกาย, ตาบอด, และเต็มด้วยความน่าละอายและความมืดมน (3) ยากจนเพราะเขายากจนในด้านประสบการณ์ที่มีต่อพระคริสต์และในด้านความเที่ยงแท้ฝ่ายวิญญาณแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า (4) ตาบอดเพราะขาดสายตาฝ่ายวิญญาณทางภายในเกี่ยวกับเรื่องราวฝ่ายวิญญาณที่แท้จริง และ (5) เปลือยกายเพราะไม่ดำเนินชีวิตเป็นอยู่โดยพระคริสต์ ไม่ดำเนินชีวิตพระคริสต์เป็นความชอบธรรมทางทัศนะภายในของตน ซึ่งเป็นเสื้อตัวที่สองในการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา.
วว. 3:17 ค 2ปต.1:9; มธ.15:14; 23:16, 17, 19, 24, 26
วว. 3:17 ง วว.16:15
วว. 3:18 ก ยซย.55:1; มธ.25:9
วว. 3:18 1ก หากจะซื้อก็จำต้องจ่ายราคา. คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปนั้นจำเป็นต้องจ่ายราคาเพื่อซื้อทองคำ, เสื้อผ้าสีขาว, และยาทาตา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างรีบด่วน.
วว. 3:18 ข 1ปต.1:7; 1กธ.3:12-13
วว. 3:18 2ข ในพระคัมภีร์นั้นเปรียบความเชื่อที่ได้ดำเนินการและกระทำกิจของเรา (ฆต.5:6) เป็นทองคำ (1ปต.1:7) ส่วนพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งก็คือสภาพพระเจ้าของพระคริสต์นั้นก็มีทองคำเป็นแบบเล็งเช่นกัน (อซด.25:11). เรามีส่วนในพระนิสัยของพระเจ้าได้โดยความเชื่อ (2ปต.1:1, 4-5). คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปนั้นมีความรู้ในหลักธรรมที่เกี่ยวกับพระคริสต์ แต่ความเชื่ออันมีชีวิตเพื่อการมีส่วนในองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์นั้น เขากลับมีอยู่ไม่มากนัก. เขาจะต้องจ่ายราคาเพื่อจะได้มาซึ่งความเชื่อที่เป็นทองคำโดยผ่านการทดลองด้วยการหลอมด้วยไฟเพื่อจะได้มีส่วนในทองคำแท้ ซึ่งก็คือตัวของพระคริสต์เองผู้เป็นองค์ประกอบแห่งชีวิตในพระกายของพระองค์. เช่นนี้เขาจึงจะสามารถกลายเป็นคันประทีปทองคำอันบริสุทธิ์ได้ (1:20) เพื่อการก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่เป็นทองคำ (21:18).
วว. 3:18 ค มลค.3:3
วว. 3:18 ง วว.1:14; ฮร.12:29
วว. 3:18 จ วว.2:9
วว. 3:18 ฉ วว.3:5
วว. 3:18 3ฉ ในด้านของเครื่องหมายนั้น เสื้อผ้าเล็งถึงการประพฤติ. ชุดสีขาวในที่นี้เล็งถึงการประพฤติ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์พระผู้เป็นเจ้า. การประพฤติเช่นนี้ก็คือองค์พระผู้เป็นเจ้าเองที่ได้ดำเนินชีวิตออกมาจากคริสตจักร. นี่เป็นสิ่งที่คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปนั้นต้องการเพื่อมานุ่งห่มปกปิดกายเปลือยเปล่าของเขา.
วว. 3:18 ช วว.16:15
วว. 3:18 4 ยาที่ต้องการมาใช้ทาตานั้นจะต้องเล็งถึงพระวิญญาณแห่งการชโลม (1ยฮ.2:27) และก็คือตัวขององค์พระผู้เป็นเจ้าเองผู้เป็นพระวิญญาณที่ประทานชีวิต (1กธ.15:45). คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำอีกก็ต้องการยาทาตาชนิดนี้ด้วยเพื่อใช้รักษาตาที่บอดของเขา. เขาจำต้องจ่ายราคาเพื่อสามสิ่งนี้.
วว. 3:18 ซ ยฮ.9:6-11; 1ยฮ.2:20, 27
วว. 3:19 ก วว.1:5; ฮร.12:6
วว. 3:19 ข ฮร.12:5-11
วว. 3:19 1 แปลตามตรงคือ เดือดพลุ่ง. ความรู้ที่ว่างเปล่าซึ่งตายแล้วและพิธีการแห่งหลักธรรมจะทำให้คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วกลับตกต่ำไปนั้นไม่ร้อนไม่เย็น. เขาต้องกลับใจต่อความไม่ร้อนไม่เย็นของเขา และมีใจร้อนรน คือทั้งเดือดพลุ่งและลุกเป็นไฟ เพื่อจะทำให้เขาได้รับสุขความเที่ยงแท้ของพระคริสต์อีกครั้งหนึ่ง.
วว. 3:19 ค วว.2:5
วว. 3:20 ก ยก.5:9
วว. 3:20 ข ลก.12:36
วว. 3:20 1ข ประตูในที่นี้ไม่ใช่ประตูใจของส่วนบุคคลแต่เป็นประตูของคริสตจักร. องค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นประมุขของคริสตจักรทรงยืนอยู่นอกประตูของคริสตจักรที่ตกต่ำและเคาะประตูอยู่. คริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปนั้นจำต้องตระหนักถึงสิ่งนี้!
วว. 3:20 ค วว.2:7; ยฮ.10:27
วว. 3:20 ง วว.1:15
วว. 3:20 2 ประตูนี้เป็นประตูของคริสตจักร แต่ประตูนี้ถูกเปิดโดยผู้เชื่อที่เป็นส่วนบุคคล. คริสตจักรที่อยู่ในเมืองละโอดีไกอะนั้นมีความรู้ แต่ไม่มีการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเลย. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดการกับทั้งคริสตจักร แต่การต้อนรับการจัดการขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นเรื่องของส่วนบุคคล. การจัดการขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นทัศนะภายนอก แต่การต้อนรับของผู้เชื่อจะต้องเป็นทัศนะภายใน.
วว. 3:20 จ ยฮ.14:23
วว. 3:20 3 ศัพท์ในภาษากรีกชี้ถึงการรับประทานอาหารมื้อเย็นซึ่งเป็นอาหารหลักในแต่ละวัน. ดู 2:7 คำอธิบาย 5.
วว. 3:21 ก วว.2:7
วว. 3:21 1ก การมีชัยชนะในที่นี้หมายถึงการมีชัยชนะต่อสภาพการณ์ที่ไม่ร้อนไม่เย็นและเย่อหยิ่งของคริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีก, การจ่ายราคาซื้อสิ่งที่จำเป็น, และการเปิดประตูให้องค์พระผู้เป็นเจ้าเข้ามา.
วว. 3:21 2 การร่วมนั่งกับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่พระที่นั่งของพระองค์นั้นเป็นรางวัลสำหรับผู้มีชัยชนะเพื่อให้เขามีส่วนในอำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นกษัตริย์ร่วมกับพระองค์เพื่อครอบครองทั่วแผ่นดินโลกในอาณาจักรพันปีที่จะมาถึง.
วว. 3:21 ข เทียบ; วว.20:4; มธ.19:28
วว. 3:21 ค วว.5:5; 17:14; ยฮ.16:33
วว. 3:21 ง วว.22:1, 3
วว. 3:21 จ อฟ.1:20; ฮร.1:3, 13; 8:1; 10:12; 12:2
วว. 3:22 ก วว.2:7
วว. 3:22 ข วว.2:7
วว. 3:22 1 คริสตจักรทั้งเจ็ดไม่เพียงเป็นเครื่องหมายที่ได้พยากรณ์ถึงขั้นตอนที่อยู่ในเจ็ดช่วงเวลาของคริสตจักรดังที่เราได้เห็นแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงคริสตจักรเจ็ดประเภทที่อยู่ในประวัติศาสตร์ของคริสตจักรอีกด้วยคือ คริสตจักรในสมัยแรกเริ่ม, คริสตจักรที่ทนทุกข์, คริสตจักรที่อยู่ฝ่ายโลก, คริสตจักรที่ทรยศ, คริสตจักรที่ได้ปฏิรูป, คริสตจักรที่ได้ฟื้นฟู, และคริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีก. คริสตจักรในสมัยแรกเริ่มได้สืบต่อมาเป็นคริสตจักรที่ทนทุกข์, คริสตจักรที่ทนทุกข์ได้กลายเป็นคริสตจักรฝ่ายโลก, และคริสตจักรที่เป็นฝ่ายโลกได้กลายเป็นคริสตจักรที่ทรยศ. ดังนั้นในที่สุด สี่คริสตจักรแรกนี้ก็จะก่อ เกิดคริสตจักรประเภทเดียวกัน นั่นก็คือคริสตจักรที่ทรยศซึ่งก็คือนิกายโรมันคาทอลิกนั่นเอง. ต่อมาคริสตจักรที่ปฏิรูปซึ่งเป็นผลสะท้อนต่อคริสตจักรที่ทรยศก็ได้เกิดขึ้นและกลายเป็นคริสตจักรอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งก็คือคริสตจักรที่ไม่ได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์. ดังนั้นในเวลาต่อมา คริสตจักรที่ได้ฟื้นฟูจึงถูกตั้งขึ้นมาและได้ฟื้นฟูการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์. นี่ก็ถือได้ว่าเป็นคริสตจักรประเภทที่สาม. เพราะเหตุคริสตจักรที่ได้ฟื้นฟูนั้นกลับตกต่ำไป จึงเกิดเป็นคริสตจักรที่ฟื้นฟูแล้วได้ตกต่ำไปอีก ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นคริสตจักรประเภทที่สี่. คริสตจักรทั้งสี่ประเภทนี้จะดำรงอยู่จนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมา. ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีเพียงคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูเท่านั้นที่สามารถสำเร็จพระดำรินิรันดร์ของพระเจ้าได้และมีเพียงคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูเท่านั้นที่องค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการ. เราจำต้องต้อนรับสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกสรร.
สารบัญ