การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

วิวรณ์ บทที่ 21

(12) ฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่
21:1-8
ก. ฟ้าสวรรค์แรกและแผ่นดินโลกแรกล่วงไปแล้ว
และทะเลก็ไม่มีอีกต่อไป
ข้อ 1
วว. 21:1 ข้าพเจ้ายังได้เห็น1กฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะ2ขฟ้าสวรรค์แรกและแผ่นดินโลกแรกนั้นล่วงไปแล้ว3ทะเลก็ไม่มีอีกต่อไป.
ข. กรุงเยรูซาเล็มใหม่เลื่อนลอยลงมายังแผ่นดินโลกใหม่
ข้อ 2
วว. 21:2 ข้าพเจ้าได้เห็นกเมืองบริสุทธิ์คือ1ขกรุงเยรูซาเล็มใหม่ซึ่ง2ลงมาจากสวรรค์โดยมาจากพระเจ้า ถูกคเตรียมไว้พร้อมแล้วดุจ3งเจ้าสาวได้ตกแต่งตัวไว้พร้อมสำหรับจสามี.
ค. พลเมืองของแผ่นดินโลกใหม่
ข้อ 3-4
วว. 21:3 ข้าพเจ้าได้ยินกเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า ดูเถิด1ขพลับพลาของพระเจ้าก็อยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรง2คตั้งพลับพลาอยู่กับพวกเขา ง เขาจะเป็นพลไพร่ของพระองค์ พระเจ้าเองจะทรงสถิตอยู่กับเขาและจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา.
วว. 21:4 พระองค์จะทรง1กเช็ดน้ำตาทุกหยดจากตาของเขา จะไม่มี2ขความตาย และจะไม่มีคความเศร้าโศก, การร้องไห้, และความเจ็บปวดอีกต่อไป เพราะ3ง สิ่งเก่าก่อนนั้นล้วนผ่านพ้นไปแล้ว.
ง. บุตรทั้งหลายของพระเจ้าในนิรันดร์กาล
ข้อ 5-7
วว. 21:5 กพระองค์ผู้ทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่งจึงตรัสว่า "ดูเถิด เราทำให้สิ่งสารพัดขใหม่หมด." พระองค์ยังตรัสอีกว่า "เจ้าจงจารึกไว้ เพราะถ้อยคำเหล่านี้เป็นคพระคำที่สัตย์ซื่อและสัตย์จริง."
วว. 21:6 พระองค์ยังตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า "1ทั้งหมดนี้ล้วนสำเร็จแล้ว. เราเป็นกอาละฟาและโอเมฆา เป็นขเบื้องต้นและเบื้องปลาย. ผู้ที่คกระหาย เราก็จะให้[ดื่ม]2ง น้ำจากจบ่อ น้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่คิดมูลค่า.
วว. 21:7 1กผู้ที่มีชัยชนะจะได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นมรดก ขเราจะเป็นพระเจ้าของเขาและเขาจะเป็น2คบุตรของเรา.
จ. ผู้ที่พินาศในบึงไฟ
ข้อ 8
วว. 21:8 แต่คนขลาด, คนที่ไม่เชื่อ, กคนที่น่าสะอิดสะเอียน, ฆาตรกร, ขคนผิดประเวณี, คนที่ใช้วิทยาคม, คนที่ไหว้รูปเคารพ, และ1คนที่จอมปลอมทั้งหลายนั้น ส่วนของพวกเขาก็คือ2คบึงไฟที่ไหม้ด้วยกำมะถันอยู่ นี่แหละเป็นง ความตายครั้งที่สอง."
(13) กรุงเยรูซาเล็มใหม่
21:9-27
ก. เจ้าสาวผู้เป็นมเหสีของพระเมษโปดก
ข้อ 9
วว. 21:9 หนึ่งในกทูตสวรรค์เจ็ดองค์ซึ่งถือขันเจ็ดใบที่เต็มด้วยภัยพิบัติเจ็ดประการสุดท้ายนั้น1มาพูดกับข้าพเจ้าว่า "ขมานี่เถิด ข้าพเจ้าจะชี้ให้ท่านเห็น2คเจ้าสาว ผู้เป็นง ภรรยาของพระเมษโปดก."
ข. เมืองบริสุทธิ์
ข้อ 10
วว. 21:10 ข้าพเจ้ากอยู่ในวิญญาณ และทูตสวรรค์ได้ขนำข้าพเจ้าขึ้นไปบน1ภูเขาสูงใหญ่ได้ให้ข้าพเจ้าเห็นคเมืองบริสุทธิ์ คือกรุงเยรูซาเล็มซึ่งลงมาจากสวรรค์โดยมาจากพระเจ้า.
ค. สง่าราศีกับการปรากฏของเมือง
ข้อ 11
วว. 21:11 [เมืองนั้น]มี1กสง่าราศีของพระเจ้า.2ขแสงสว่างของเมืองนั้นดุจ3คเพชรพลอยที่มีราคามาก เหมือนกับ4ง แก้วมณีโชติใสกระจ่างราวกับจแก้วผลึก
ง. โครงสร้างกับขนาดของเมือง
ข้อ 12-21
วว. 21:12 เมืองนั้นมี1กกำแพงสูงใหญ่ มี2ขสิบสองคประตู ที่ประตูมี3ทูตสวรรค์สิบสององค์ และมีชื่อของ4พวกอิสราเอลสิบสองเผ่าจารึกไว้
วว. 21:13 ทางด้าน1ตะวันออกมีสามประตู ทางด้าน1เหนือมีสามประตู ทางด้าน1ใต้มีสามประตู และทางด้าน1ตะวันตกมีสามประตู.
วว. 21:14 กำแพงเมืองมี1กฐานรากสิบสองชั้น และมีชื่อของ2ขพวกอัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก[จารึกไว้]ที่ฐานรากนั้น.
วว. 21:15 ทูตสวรรค์ที่พูดกับข้าพเจ้าถือ1ไม้อ้อทองคำที่ใช้เป็นไม้วัด เพื่อจะกวัดขนาดของเมืองและประตูกับกำแพงเมืองนั้น.
วว. 21:16 เมืองนั้นเป็น1กรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวเท่ากัน. ทูตสวรรค์ได้ใช้ไม้อ้อวัดขนาดของเมืองนั้นได้2หนึ่งหมื่นสองพัน3สเตเดีย โดยมี4ความยาว, ความกว้าง, และความสูงขเท่ากัน.
วว. 21:17 ท่านวัดขนาดของกำแพงเมืองนั้นได้1หนึ่งร้อยสี่สิบสี่ศอก ตามมาตรวัดของ2มนุษย์ ซึ่งก็คือมาตราของ2กทูตสวรรค์.
วว. 21:18 กำแพงเมืองก่อสร้างขึ้นด้วย1กแก้วมณีโชติ และเมืองนั้นเป็น2ขทองคำ3บริสุทธิ์ดุจแก้ว3ใสสะอาด.
วว. 21:19 1กฐานรากทั้งหลายของกำแพงเมืองนั้นประดับด้วยขเพชรพลอยนานาชนิด. ฐานรากที่หนึ่งเป็น2แก้วมณีโชติ, ฐานรากที่สองเป็นไพลิน, ฐานรากที่สามเป็นโมรา, ฐานรากที่สี่เป็นมรกต.
วว. 21:20 ฐานรากที่ห้าเป็นกโกเมน, ฐานรากที่หกเป็นทับทิม, ฐานรากที่เจ็ดเป็นบุษราคัมน้ำแก่, ฐานรากที่แปดเป็นเพทาย, ฐานรากที่เก้าเป็นบุษราคัมน้ำอ่อน, ฐานรากที่สิบเป็นหยก, ฐานรากที่สิบเอ็ดเป็นโมราม่วง, ฐานรากที่สิบสองเป็นเพทายม่วง.
วว. 21:21 ประตูทั้งกสิบสองบานเป็น1ขไข่มุกสิบสองเม็ด แต่ละประตูเป็น2ไข่มุกหนึ่งเม็ด. 3ถนนในเมืองนั้นเป็นคทองคำบริสุทธิ์ ดุจ4แก้วที่โปร่งใส.
จ. พระวิหารที่ขยายใหญ่ขึ้น
ข้อ 22
วว. 21:22 ข้าพเจ้า1ไม่เห็น2กพระวิหารในเมืองนั้น เพราะของค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าที่ทรงฤทธานุภาพทุกประการกับคพระเมษโปดกทรงเป็น2ง พระวิหารของเมืองนั้น.
ฉ. การส่องสว่างกับดวงประทีปของเมือง
ข้อ 23
วว. 21:23 เมืองนั้น1กไม่ต้องการดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ส่องสว่าง เพราะมีขสง่าราศีของพระเจ้าคอยส่องสว่าง และ2พระเมษโปดกทรงเป็นคดวงประทีปของเมือง.
ช. นานาประเทศที่อยู่รอบเมือง
ข้อ 24-27
วว. 21:24 1กนานาประเทศจะเดินไปด้วย2แสงสว่างของเมืองนั้น และ3ขกษัตริย์ทั้งปวงทั่วแผ่นดินโลกจะนำ4สง่าราศีของตนเข้ามาสู่เมืองนั้น.
วว. 21:25 ในเวลากลางวันประตูเมืองนั้นจะ1กไม่ปิดเลย เพราะที่นั่นจะไม่มี2ขเวลากลางคืน.
วว. 21:26 คนทั้งปวงจะนำ1กสง่าราศีและ2เกียรติยศของนานาประเทศเข้ามาสู่เมืองนั้น.
วว. 21:27 ทุกสิ่งที่เป็นกมลทิน และทุกคนที่ทำขสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนหรือคพูดมุสาจะไม่มีวันได้ง เข้าในเมืองนั้นเลย มีเพียง1ผู้ที่มีชื่อจจดไว้ใน2สมุดทะเบียนแห่งชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าได้.

คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 21

วว. 21:1 ก ยซย.65:17; 66:22; 2ปต.3:13
วว. 21:1 1ก ในนิรันดร์กาลก่อน พระเจ้าได้ทรงมีพระประสงค์ที่จะได้รับการสำแดงแห่งกลุ่มชนกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้พระองค์ได้รับการสำแดงและได้รับสง่าราศีอย่างครบบริบูรณ์ (อฟ.3:9-11; 1:9-12).เพื่อสิ่งนี้พระองค์จึงทรงเนรมิตสร้างสวรรค์ทั้งหลาย,แผ่นดินโลก, และมนุษยชาติ. ยุคสมัยต่างๆนับจากการเนรมิตสร้างโลกเป็นต้นมาสามารถแบ่งได้เป็นสี่ยุคสมัยคือ ยุคก่อนกฎบัญญัติ ตั้งแต่อาดามถึงโมเซ (รม.5:14) ยุคกฎบัญญัติตั้งแต่โมเซถึงพระคริสต์ (ยฮ.1:17) ยุคพระคุณตั้งแต่การเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์ถึงเวลาที่สรรพสิ่งถูกฟื้นฟู คือเมื่อพระคริสต์จะเสด็จมาครั้งที่สอง (กจ.3:20-21) และยุคอาณาจักร ตั้งแต่พระคริสต์เสด็จมาครั้งที่สองจนอาณาจักรพันปีสิ้นสุดลง (11:15; 20:4, 6). พระเจ้าทรงใช้ยุคสมัยทั้งสี่นี้มาทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรถูกกระทำให้สำเร็จและครบสมบูรณ์เพื่อให้พวกเขากลายเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนที่นิรันดร์ของพระองค์ซึ่งจะทำให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์ได้สำเร็จ. ยุคสมัยทั้งสี่นี้ล้วนเป็นของฟ้าสวรรค์เก่าและแผ่นดินโลกเก่า. แม้ยุคอาณาจักรจะเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูแต่การฟื้นฟูนี้ก็ยังคงอยู่ในฟ้าสวรรค์เก่าและแผ่นดินโลกเก่า เพราะการงานแห่งการกระทำให้สำเร็จและครบสมบูรณ์ของพระเจ้าในพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้นจะไม่ลุล่วงจนกว่ายุคอาณาจักรจะสิ้นสุดลง. เมื่อพระเจ้าทรงสำเร็จการงานนี้โดยอาศัยยุคของอาณาจักรแล้วฟ้าสวรรค์เก่าและแผ่นดินโลกเก่าก็จะถูกเผาผลาญและผ่านพ้นไป และจะถูกเปลี่ยนไปเป็นฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (2ปต.3:10-13).กรุงเยรูซาเล็มใหม่ก็จะเลื่อนลอยลงมาสู่ฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นี้เพื่อจะเป็นการสำแดงที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
วว. 21:1 ข วว.20:11
วว. 21:1 2ข ตามหลักการที่ถูกเปิดเผยไว้ในพระคัมภีร์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสิ่งของ (อซด.12:12)พระเจ้าก็ไม่ทรงต้องการสิ่งที่เป็นลำดับแรก แต่ทรงต้องการสิ่งที่เป็นลำดับที่สอง. ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นฟ้าสวรรค์, แผ่นดิน,มนุษย์, หรือสิ่งของ ล้วนต้องถูกทิ้งไปทั้งสิ้น (ข้อ4; เทียบ 1กธ.15:47; ฮร.8:7, 13). หากแปลคำว่า"แรก" (ที่หนึ่ง) เป็น "เดิม" ก็จะทำให้สูญเสียความหมายฝ่ายวิญญาณไปเสีย.
วว. 21:1 3 ทะเลเป็นผลลัพธ์ที่มาจากน้ำแห่งการพิพากษา ซึ่งพระเจ้าทรงใช้พิพากษาโลกในยุคก่อนอาดาม (ดู บทเรียนชีวิตหนังสือเยเนซิศ ตอนที่2). การงานแห่งการฟื้นฟูการเนรมิตสร้างของพระเจ้านั้น คือการจำกัดผลลัพธ์ที่มาจากน้ำแห่งการพิพากษาไว้ (ยนซ.1:9-10; ยรม.5:22) เพื่อให้ดินแห้งได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมา. เมื่อสิ่งมีชีวิตของโลกในยุคก่อนอาดามได้รับการพิพากษาด้วยน้ำก็ได้กลายเป็นสิ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล ซึ่งก็คือผีนั่นเอง.หลังจากที่พวกมันถูกพระคริสต์และผู้เชื่อของพระองค์จัดการ (มธ.8:29-32; ลก.10:17; กจ.16:16-18; 19:12) และทะเลได้ส่งมอบพวกมันออกมารับการพิพากษาที่พระที่นั่งใหญ่สีขาวแล้ว(20:13) ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีทะเลอีกต่อไป. ตั้งแต่การงานแห่งการฟื้นฟูการเนรมิตสร้างของพระเจ้าเป็นต้นมา จุดมุ่งหมายของพระเจ้าก็คือการทำลายล้างทะเลไปเสียโดยการจัดการกับซาตานและพวกผีของมัน. ดังนั้นการกล่าวว่า "ทะเลก็ไม่มีอีกแล้ว" จึงชี้บ่งว่า ซาตานและผู้ติดตามที่ชั่วร้ายของมันล้วนถูกจัดการไปแล้ว และพวกมันจะไม่ปรากฏอยู่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่เลย.
วว. 21:2 ก วว.21:10; 22:19; ฮร. 11:10, 16
วว. 21:2 ข วว.3:12; 21:10; ฆต.4:26; ฮร.12:22
วว. 21:2 1ข การเปิดเผยในหนังสือเล่มนี้ได้ประกอบขึ้นด้วยเครื่องหมาย (ดู 1:1 คำอธิบาย 2). เนื่องจากเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ลึกล้ำ ยากที่จะใช้คำพูดของมนุษย์มาบรรยายให้หมดสิ้นได้. ดังนั้นเรื่องราวเหล่านี้จึงใช้เครื่องหมายมาเป็นสัญลักษณ์ในการบรรยาย ดังเช่นคันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักร และดวงดาวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทูตของคริสตจักร (บทที่ 1) อีซาเบลเป็นเครื่องหมายเล็งถึงนิกายโรมันคาทอลิกที่ตกต่ำและผิดประเวณี (บทที่ 2 ครึ่งหลัง) แก้วมณีโชติและเพชรพลอยเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตและพระเจ้าแห่งการไถ่ (4:3) สิงโตและพระเมษโปดกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์แห่งการไถ่ที่มีชัยชนะ (บทที่ 5) ม้าสี่ตัวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกิตติคุณ,สงคราม, การกันดารอาหาร, และการแพร่ระบาดของความตาย (บทที่ 6 ครึ่งแรก) ผู้หญิงแห่งจักรวาลเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ในทุกยุคทุกสมัย, บุตรชายของผู้หญิงนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้มีชัยชนะและเข้มแข็งในท่ามกลางพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่, และมังกร ซึ่งก็คืองู เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมารซาตานที่โหดร้ายและเจ้าเล่ห์ (บทที่ 12) สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากทะเลเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์และสัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากแผ่นดินโลกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ (บทที่ 13)รวงข้าวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ที่เติบโตภายใต้การเพาะปลูกของพระเจ้า และผลสุกงอมรุ่นแรกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ที่สุกงอมก่อนคนอื่นในท่ามกลางผู้ที่เติบโตภายใต้การเพาะปลูกของพระเจ้า (บทที่ 14) เมืองบาบิโลนใหญ่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกรุงโรม ทั้งในด้านศาสนาและในด้านวัตถุ (บทที่ 17-18) เจ้าสาวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงเหล่าวิสุทธิชนที่สุกงอมและพร้อมที่จะเป็นคู่ครองของพระคริสต์ (บทที่ 19 ครึ่งแรก). นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเครื่องหมายอื่นๆ อีกมาก. ส่วนเครื่องหมายสุดท้ายอันเป็นเครื่องหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประกอบขึ้นแห่งการสรุปรวมกันของเหล่าวิสุทธิชนที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ในทุกยุคทุกสมัยที่ได้ผ่านการบังเกิดใหม่, เปลี่ยนแปลง, และได้รับสง่าราศี. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ไม่ใช่เมืองฝ่ายวัตถุที่ไม่มีชีวิต แต่เป็นบุคคลแห่งกลุ่มชนที่มีชีวิตเป็นเจ้าสาว ซึ่งมีพระคริสต์ผู้เป็นบุคคลที่อัศจรรย์เป็นสามี (ข้อ 2).
กรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นการรวมตัวกันอย่างมีชีวิตของวิสุทธิชนทั้งหมดที่พระเจ้าทรงไถ่ในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา. เมืองนี้เป็นเจ้าสาวซึ่งจะเป็นคู่หมายของพระคริสต์ (ยฮ.3:29) และก็เป็นเมืองบริสุทธิ์ อันเป็นที่ประทับและเป็นพลับพลาของพระเจ้า (ข้อ 3). นี่ก็คือกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ (ฮร.12:22) ซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้เพื่อเราและเป็นเมืองที่อับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบเฝ้าปรารถนา (ฮร.11:10, 16). เมืองนี้ยังเป็นกรุงเยรูซาเล็มที่อยู่เบื้องบน ซึ่งเป็นมารดาของเราทั้งปวง (ฆต.4:26). ในฐานะที่เป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ กรุงเยรูซาเล็มใหม่ออกมาจากพระคริสต์ผู้เป็น "สามี" ของเธอและจะกลายเป็นคู่ครองของพระองค์ เหมือนดังที่เอวาได้ออกมาจากอาดามผู้เป็นสามีของเธอและได้กลายเป็นคู่ครองของอาดาม (ยนซ.2:21-24). เธอถูกจัดเตรียมไว้โดยการมีส่วนในความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตและพระนิสัยของพระคริสต์. ในฐานะที่เป็นเมืองบริสุทธิ์เธอถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์เพื่อถวายแด่พระเจ้าจนหมดสิ้น และได้ซาบซ่านไปด้วยพระนิสัยที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง จนกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า.
ทั้งในพันธสัญญาเดิมและในพันธสัญญาใหม่พระเจ้าได้ทรงเปรียบพลไพร่ที่พระองค์เลือกสรรไว้เป็นเหมือนคู่ครอง (ยซย.54:6; ยรม.3:1;ยอค. 16:8; ฮซอ.2:19; 2กธ.11:2; อฟ.5:31-32)และที่ประทับของพระองค์ (อซด.29:45-46;อฤธ.5:3; ยอค.43:7, 9; บพส.68:18; 1กธ.3:16-17; 6:19; 2กธ.6:16; 1ตธ.3:15). คู่ครองทำให้พระเจ้าได้ รับความอิ่มเอมในความรัก ส่วนที่ประทับทำให้พระเจ้าได้พักสงบในการสำแดงออก. ทั้งสองด้านนี้ล้วนสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่. ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้น พระเจ้าจะได้รับความอิ่มเอมอย่างสิ้นเชิงในความรัก และจะได้รับการพักสงบที่สุดยอดในการสำแดงตราบชั่วนิรันดร์.
วว. 21:2 2 หลังจากที่วิสุทธิชนทั้งหมดได้รับการไถ่จากพระเจ้าและถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ทั้งหลายแล้ว พวกเขาก็กลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์โดยมาจากพระเจ้า. กรณีนี้ชี้บ่งว่าที่อาศัยนิรันดร์ของเรานั้นไม่ใช่สวรรค์แต่จะเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่อยู่บนแผ่นดินโลกใหม่.
วว. 21:2 ค เทียบ วว.19:7
วว. 21:2 ง วว.21:9; 22:17; ยซย.61:10; ยฮ.3:29
วว. 21:2 3ง การที่กรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นเจ้าสาวคนหนึ่งย่อมบ่งชี้ว่า กรุงเยรูซาเล็มใหม่ไม่ใช่เมืองที่เป็นฝ่ายวัตถุ แต่เป็นบุคคลแห่งกลุ่มชนคนหนึ่ง.สำหรับพระคริสต์แล้ว เธอเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์เพื่อให้พระองค์อิ่มเอม สำหรับพระเจ้าแล้วเธอเป็นพลับพลาของพระเจ้าเพื่อให้พระองค์พักสงบและสำแดงตัวของพระองค์เองผ่านเมืองนี้.
วว. 21:2 จ ยซย.54:5; 62:5; ยรม.3:14; 31:32; ฮซอ.2:16
วว. 21:3 ก วว.19:5
วว. 21:3 ข อซด.25:9; 40:2; วว.7:15; 13:6
วว. 21:3 1ข ในฐานะที่เป็นที่ประทับของพระเจ้า กรุงเยรูซาเล็มใหม่ก็คือพลับพลาของพระเจ้าที่อยู่กับมนุษย์ไปตราบชั่วนิรันดร์. พลับพลาที่โมเซสร้างก็เป็นแบบเล็งของพลับพลานี้ (อซด.25:8-9; ลวต.26:11). ก่อนอื่น แบบเล็งนี้ได้สำเร็จเป็นจริงอยู่บนตัวของพระคริสต์ผู้เป็นพลับพลาของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางมนุษย์ (ยฮ.1:14) และสุดท้ายจะสำเร็จเป็นจริงอย่างครบบริบูรณ์ที่สุดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งจะเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์เพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้า. พลับพลานี้จะเป็นที่อยู่อาศัยที่นิรันดร์ของพลไพร่ที่พระเจ้าได้ทรงไถ่ไว้ด้วย. พระเจ้าจะทรงปกคลุมพวกเราไว้ด้วยพระคริสต์ (ดู 7:15 คำอธิบาย 3). ดังนั้นกรุงเยรูซาเล็มใหม่จึงเป็นที่อาศัยซึ่งกันและกันของพระเจ้ากับเรา.
วว. 21:3 ค อซด.29:45; ลวต.26:11; ยอค.37:27; ยฮ.1:14; 2กธ.6:16
วว. 21:3 2ค แปลตามตรงคือ ตั้งพลับพลา.
วว. 21:3 ง ยรม.24:7; 31:1; ยอค.11:20
วว. 21:4 ก วว.7:17
วว. 21:4 1ก ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่จะมีความอิ่มเอมและการพักสงบที่ครบสมบูรณ์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้มนุษย์ต้องหลั่งน้ำตาอีกต่อไป.
วว. 21:4 ข ยซย.25:8; 2ตธ.1:10; 1กธ.15:54; วว.20:14
วว. 21:4 2ข เนื่องจากความตายได้ถูกชีวิตกลืนกินไปจนหมดสิ้น (1กธ.15:54) และยังถูกโยนทิ้งลงในบึงไฟแล้ว (20:14) ดังนั้นในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่จึงไม่มีความตายอีกต่อไป.
วว. 21:4 ค ยซย.35:10; 51:11; 65:19
วว. 21:4 ง ยซย.65:17; ฮร.12:27
วว. 21:4 3ง วลีที่ว่า "สิ่งเก่าก่อน" แปลตามตรงคือ "เป็นลำดับแรก."
วว. 21:5 ก วว.4:2, 9
วว. 21:5 ข ยซย.42:9; 43:19; 2กธ.5:17
วว. 21:5 ค วว.22:6
วว. 21:6 1 หมายถึง ถ้อยคำเหล่านี้ ในข้อ 5 ล้วนได้สำเร็จแล้ว.
วว. 21:6 ก วว.1:8
วว. 21:6 ข วว.22:13
วว. 21:6 ค วว.22:17; ยฮ.4:10; ยซย.55:1
วว. 21:6 ง วว. 22:1, 17; ยฮ.4:10; 7:38
วว. 21:6 2ง น้ำจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิต แปลตามตรงคือสิ่งที่ออกมาจากบ่อของน้ำแห่งชีวิต.
วว. 21:6 จ วว.7:17; เทียบ ยฮ.4:14
วว. 21:7 ก 1ยฮ.5:4-5
วว. 21:7 1ก การมีชัยชนะในที่นี้ต่างกับการมีชัยชนะในบทที่ 2 และ 3 ซึ่งได้ใช้คำนี้ถึงเจ็ดครั้ง. การมีชัยชนะในที่นี้หมายถึงการมีชัยชนะโดยการรับเชื่อเหมือนกับใน 1ยฮ.5:4-5. ส่วนการมีชัยชนะในบทที่ 2 และ 3 นั้นทำให้ผู้เชื่อที่มีชัยชนะมีคุณสมบัติพอที่จะมีส่วนในการรับสุขแห่งอาณาจักรพันปี ซึ่งเป็นบำเหน็จที่พิเศษในการปกครองแห่งยุคสมัยของพระเจ้า ส่วนการมีชัยชนะในที่นี้ทำให้ผู้เชื่อทั้งหมดมีคุณสมบัติพอที่จะมีส่วนในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ตลอดจนการรับสุขทั้งหมดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นการรับส่วนร่วมกันในความรอดที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
วว. 21:7 ข ยรม.7:23; 24:7; ยอค.37:27; ฮร.8:10
วว. 21:7 ค ฮซอ.1:10; 2กธ.6:18; ยฮ.1:12; 1ยฮ.3:1; รม.8:14- 16; ฮร.2:10
วว. 21:7 2ค พลไพร่ในข้อ 3 ก็คือนานาประเทศในข้อ 24 นั่นเอง. ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่คนเหล่านี้จะเป็นพลไพร่ของพระเจ้าไม่ใช่บุตรของพระเจ้า. พวกเขาจะอาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกใหม่ซึ่งอยู่นอกกรุงเยรูซาเล็มใหม่ และจะได้รับสุขพระพรซึ่งเป็นการรับส่วนร่วมกันในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (ดูข้อ 24 คำอธิบาย 1). คำว่า "บุตร" ในข้อนี้ไม่ได้เล็งถึงพลไพร่ของพระเจ้า แต่เล็งถึงเหล่าวิสุทธิชนที่พระเจ้าได้ทรงไถ่ไว้ในทุกยุคทุกสมัย. บุตรของพระเจ้าเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่มีส่วนในการรับสุขทั้งหมดของกรุงเยรูซาเล็มใหม่และจะได้ปรนนิบัติพระเจ้าและพระเมษโปดก และจะเป็นกษัตริย์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ (22 :3-5).
วว. 21:8 ก วว.21:27; 22:15
วว. 21:8 ข ฆต. 5:19-21; อฟ.5:5
วว. 21:8 1 คือคนพูดโกหก.
วว. 21:8 ค วว. 20:14-15
วว. 21:8 2ค ในฟ้าสวรรค์เก่าและแผ่นดินโลกเก่ามีทะเลอันเป็นที่รวมของน้ำเพื่อรองรับผลลัพธ์แห่งการพิพากษาของพระเจ้า ส่วนในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่จะมีบึงไฟแทนที่ทะเล. หลังจากสิ่งของด้านลบและเป็นมลทินทั้งหมดได้ผ่านการพิพากษาจากพระเจ้าแล้วก็จะถูกโยนลงในบึงไฟนี้. สิ่งที่อยู่ในบึงไฟจะต้องทนรับความตายครั้งที่สองและจะต้องทรมานด้วยการถูกเผาในไฟและกำมะถันตลอดไปเป็นนิตย์ (14:10-11). ถ้าพิจารณาตาม 22:15 แล้ว บึงไฟตั้งอยู่นอกกรุงเยรูซาเล็มใหม่เหมือนดังที่ไฟนรก (อันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงบึงไฟ — มธ.5:22 และคำอธิบาย 8) ซึ่งก็คือโธเฟธอันเป็นที่ทิ้งสิ่งโสโครกนั้น (ยรม.19:11-13) มีที่ตั้งอยู่นอกกรุงเยรูซาเล็มเก่านั่นเอง (2พกษ.23:10; ยซย.30:33). แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างบึงไฟกับทะเลอันเป็นที่รวมของน้ำแล้ว บึงไฟนั้นมีขนาดจำกัดกว่ามาก.
วว. 21:8 ง วว.2:11
วว. 21:9 ก วว.15:1
วว. 21:9 1 ผู้ที่ได้ชี้ให้โยฮันเห็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นก็คือทูตสวรรค์องค์หนึ่งในเจ็ดองค์ที่ได้ปฏิบัติการให้เกิดภัยพิบัติเจ็ดประการสุดท้าย. กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การพิพากษาของขันทั้งเจ็ดนั้นก็มีเพื่อกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
วว. 21:9 ข วว.17:1
วว. 21:9 ค วว.21:2
วว. 21:9 2ค เจ้าสาวนั้นมีเพื่อวันมงคลสมรสเป็นสำคัญส่วนภรรยานั้น (มเหสี) มีเพื่อการดำเนินชีวิตไปตลอดชีวิต. กรุงเยรูซาเล็มใหม่จะเป็นเจ้าสาวในอาณาจักรพันปี ซึ่งพันปีก็เหมือนวันเดียว (2ปต.3:8) และจะเป็นภรรยาในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ซึ่งจะดำรงอยู่สืบไปเป็นนิตย์.
วว. 21:9 ง วว.19:7
วว. 21:10 ก วว.1:10
วว. 21:10 ข วว.17:3
วว. 21:10 1 ภูเขาสูงใหญ่นั้นตรงกันข้ามกับป่ากันดารใน 17:3. ในการที่โยฮันจะเห็นเมืองบาบิโลนใหญ่ซึ่งคือหญิงโสเภณีใหญ่นั้น ท่านจะต้องถูกนำเข้าไปในป่ากันดาร แต่ในการที่ท่านจะเห็นเจ้าสาวซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้น ท่านจะต้องถูกนำขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่. เราจะต้องถูกนำขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่ จึงจะสามารถมองเห็นที่ประทับของพระเจ้าได้ เพื่อการสำเร็จเป็นจริงแห่งพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์.
วว. 21:10 ค วว.21:2
วว. 21:11 ก วว.21:23; ยซย. 60:1, 19; ยฮ.1:14; 2กธ.3:18; รม. 8:17-18, 30; กซ.3:4; 1กธ.2:7; ฮร.2:10
วว. 21:11 1ก สง่าราศีของพระเจ้าก็คือการสำแดงของพระเจ้า ซึ่งก็คือพระเจ้าที่สำแดงออกมานั่นเอง. เราได้ถูกกำหนดให้รับสง่าราศีนี้และถูกเรียกให้มารับสง่าราศีนี้ (1กธ.2:7; 1ปต.5:10; 1ธซ.2:12). บัดนี้เรากำลังได้รับการเปลี่ยนแปลงเพื่อจะเข้าสู่สง่าราศี (2กธ.3:18) และจะถูกนำเข้าสู่สง่าราศีนี้ (ฮร.2:10). ในที่สุดเราจะได้รับสง่าราศีนี้ร่วมกันกับพระคริสต์ (รม.8:17, 30) และจะมีสง่าราศีของพระเจ้าเพื่อการสำแดงของพระเจ้าในกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
วว. 21:11 ข วว.22:5; มธ.5:14- 16; อฟ.5:8; ฟป.2:15
วว. 21:11 2ข แปลตามตรงคือ วัตถุเรืองแสง หรือ วัตถุมีแสง. ในวันนี้ผู้เชื่อซึ่งเป็นบุตรของความสว่าง (อฟ.5:8) ก็คือความสว่างของโลก (มธ.5:14) ที่ได้ส่องสว่างอยู่ในยุคสมัยที่คดโกงและดื้อด้าน (ฟป.2:15). ในที่สุดกรุงเยรูซาเล็มใหม่ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของวิสุทธิชนทั้งหมดนั้นจะกลายเป็นวัตถุเรืองแสงที่จะฉายส่องออกซึ่งพระเจ้าผู้เป็นแสงสว่างไปสู่นานาประเทศที่อยู่รอบเมือง (ข้อ 24).
วว. 21:11 ค วว.21:19
วว. 21:11 3ค เพชรพลอยไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็นวัตถุเรืองแสง. ตัวของเพชรพลอยเองไม่มีความสว่างแต่พระเจ้าผู้เป็นความสว่างได้ถูกกระทำเข้าสู่ภายในเพชรพลอยและได้ส่องสว่างผ่านเพชรพลอยเหล่านี้ออกมา. กรณีนี้ชี้บ่งว่า เมื่อเราก็เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่จะมาถึง เราจึงต้องถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นเพชรพลอย โดยให้พระเจ้าถูกกระทำเข้าสู่ภายในเราเป็นความสว่างที่ฉายส่อง ซึ่งทำให้เรากลายเป็นวัตถุเรืองแสงที่ส่องสว่างเพื่อเป็นการสำแดงของพระเจ้า.
วว. 21:11 ง วว. 21:18, 19; 4:3
วว. 21:11 4ง รูปลักษณ์ที่ปรากฏออกมาของพระเจ้านั้นเหมือนกับแก้วมณีโชติ (4:3 กับคำอธิบาย 1). แสงสว่างของกรุงเยรูซาเล็มใหม่เหมือนแก้วมณีโชติ. กรุงเยรูซาเล็มใหม่มีรูปลักษณ์ที่ปรากฏออกมาของพระเจ้า และสำแดงพระเจ้าโดยการส่องสว่าง.
วว. 21:11 จ วว.22:1; 4:6; ยอค.1:22
วว. 21:12 ก เทียบ บพส.51:18; นฮย.4:6; 6:1, 6, 15; ยซย.60:18; บพส.122:7
วว. 21:12 1ก กำแพงนั้นมีเพื่อการแบ่งแยกและป้องกัน. กรุงเยรูซาเล็มใหม่จะถูกแบ่งแยกไว้สำหรับพระเจ้าอย่างเด็ดขาด และจะป้องกันผลประโยชน์ให้กับพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง. กำแพงนี้เป็นกำแพงที่สูงใหญ่. วันนี้ผู้เชื่อทั้งหมดล้วนต้องการกำแพงที่สูงใหญ่เช่นนี้ เพื่อมาแบ่งแยกและป้องกันเขาทั้งหลาย.
วว. 21:12 ข เทียบ ยอค. 48:31-34
วว. 21:12 2ข ประตูมีเพื่อการสามัคคีธรรมและการเข้าออก. เลขสิบสองเป็นตัวเลขแห่งความครบสมบูรณ์อย่างเด็ดขาดและความครบถ้วนที่นิรันดร์ในการปกครองของพระเจ้า. ดังนั้น สิบสองประตูจึงชี้บ่งว่า การสามัคคีธรรมในกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นครบสมบูรณ์อย่างเด็ดขาดและครบถ้วนอย่างนิรันดร์เพื่อการปกครองของพระเจ้า.
วว. 21:12 ค วว.21:25; 22:14; เทียบ บพส.87:2; 122:2
วว. 21:12 3 ในแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้านั้นทูตสวรรค์เป็นเพียงวิญญาณที่มีไว้สำหรับปรนนิบัติ (ฮร.1:14). ทูตสวรรค์จะรับใช้บรรดาผู้ที่ได้รับความรอดเป็นมรดกและได้มีส่วนในพระพรที่นิรันดร์ของกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่. ทูตสวรรค์เหล่านี้เป็นผู้เฝ้าประตูแห่งมรดกของเรา ส่วนเราจะเป็นผู้รับสุขมรดกที่อุดมสมบูรณ์ในแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
วว. 21:12 4 คำว่า "พวกอิสราเอล" แปลตามตรงคือบุตรทั้งหลายของอิสราเอล. ในที่นี้พวกอิสราเอลเป็นตัวแทนของกฎบัญญัติแห่งพันธสัญญาเดิมซึ่งชี้บ่งว่า บนประตูของกรุงเยรูซาเล็มใหม่มีตัวแทนของกฎบัญญัติ. กฎบัญญัติจะเฝ้ารักษาและเฝ้ามองเพื่อรับรองว่า การสามัคคีธรรมและการเข้าออกทั้งหมดของเมืองบริสุทธิ์ล้วนสอดคล้องกับข้อเรียกร้องแห่งกฎบัญญัติ. การจารึกชื่อตระกูลทั้งสิบสองตระกูลของพวกอิสราเอลไว้ที่ประตูนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า สิบสองตระกูลของพวกอิสราเอลนั้นเป็นประตูทางเข้าสู่เมืองบริสุทธิ์โดยที่พวกเขาได้นำผู้คนเข้าสู่ความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพเพื่อมารับสุขการหล่อเลี้ยงที่อยู่ในเมืองนี้โดยการประกาศกิตติคุณ.
การกล่าวถึงอิสราเอลในที่นี้ยังชี้บ่งว่า กรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นได้ครอบคลุมถึงบรรดาวิสุทธิชนที่ได้รับการไถ่ในพันธสัญญาเดิมทั้งหมดด้วย.
วว. 21:13 1 เมืองนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ข้อ 16) แต่ละด้านมีสามประตู. ด้านตะวันออกที่อยู่ข้างหน้าและหันสู่สง่าราศีของดวงอาทิตย์ขึ้นนั้นถูกเรียงไว้เป็นอันดับที่หนึ่ง ด้านเหนือซึ่งอยู่ข้างบนนั้นถูกเรียงไว้เป็นอันดับที่สอง ด้านใต้ซึ่งอยู่ข้างล่างนั้นถูกเรียงไว้เป็นอันดับที่สาม ด้านตะวันตกซึ่งอยู่ข้างหลังนั้นถูกเรียงไว้เป็นอันดับที่สี่. ประตูทั้งสี่ด้านนั้นหันไปสู่สี่ทิศของแผ่นดินโลก. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทางเข้าสู่เมืองบริสุทธิ์นั้นสะดวกต่อมนุษย์ทุกคนบนแผ่นดินโลก (ดู เทียบกับแม่น้ำที่ได้แยกออกเป็นสี่แควใน ยนซ.2:10-14). การที่แต่ละด้านมีสามประตูนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทั้งสามพระภาคของพระเจ้าตรีเอกภาพคือพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณนั้น ได้ทรงทำงานร่วมกันในการนำผู้คนเข้าสู่เมืองบริสุทธิ์. อุปมาทั้งสามในลูกาบทที่ 15 ได้บ่งชี้ถึงสิ่งนี้ และพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในมธ.28:19 ก็ได้เปิดเผยเป็นนัยถึงสิ่งนี้. การรับบัพติศมาเข้าสู่ในพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณก็คือการเข้าสู่เมืองบริสุทธิ์ที่แท้จริง. การที่ทั้งสี่ด้านล้วนมีสามประตูนั้น (สามคูณสี่ได้สิบสอง) ยังได้เปิดเผยเป็นนัยถึงการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพกับมนุษย์ที่ถูกสร้างอีกด้วย. (เลข 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งที่ถูกสร้าง—4:6).
วว. 21:14 ก วว.21:19; ฮร.11:10; อฟ.2:20
วว. 21:14 1ก ฐานรากในที่นี้ไม่ใช่ฐานรากที่ได้กล่าวไว้ใน 1กธ.3:10-11 ซึ่งก็คือพระคริสต์ แต่หมายถึงพวกอัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก. วันนี้คริสตจักรได้ถูกก่อสร้างอยู่บนฐานรากของพวกอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ (อฟ.2:20). เนื่องจากในโลกนิรันดร์นั้นไม่ต้องการพวกผู้เผยพระวจนะอีกต่อไป ดังนั้นจึงมีเพียงพวกอัครทูตที่เป็นฐานรากของเมืองบริสุทธิ์.
วว. 21:14 ข มธ.10:2- 4ก; กจ.1:26
วว. 21:14 2ข อัครทูตในที่นี้เป็นตัวแทนของพระคุณแห่งพันธสัญญาใหม่ จึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่า กรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นก่อสร้างอยู่บนพระคุณของพระเจ้า. การเข้าสู่เมืองบริสุทธิ์จะต้องดำเนินตามกฎบัญญัติของพระเจ้า แต่เมืองกลับก่อสร้างอยู่บนพระคุณของพระเจ้า. คำว่า "อัครทูต" ในที่นี้ยังเปิดเผยเป็นนัยว่า กรุงเยรูซาเล็มใหม่ไม่เพียงประกอบด้วยวิสุทธิชนในพันธสัญญาเดิมซึ่งมีพวกอิสราเอลเป็นตัวแทนเท่านั้น แต่ยังได้ประกอบด้วยวิสุทธิชนแห่งพันธสัญญาใหม่ซึ่งมีอัครทูตเป็นตัวแทนอีกด้วย.
วว. 21:15 1 ไม้อ้อมีไว้สำหรับการรังวัด และการรังวัดนั้นมีเพื่อการครอบครอง (ยอค.40:5; ซคย.2:1-2; วว.11:1). เนื่องจากทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า. ดังนั้นการวัดด้วยไม้อ้อทองคำก็ย่อมเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเมือง, ประตูเมือง, และกำแพงเมืองนั้นถูกวัดตามพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า. ทุกสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าย่อมไม่เป็นของกรุงเยรูซาเล็มใหม่. ทั้งตัวเมือง ตลอดจนประตูและกำแพงเมืองล้วนสามารถผ่านการรังวัดและทดสอบจากพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้ ดังนั้นเมืองนี้จึงเหมาะสมที่จะให้พระเจ้าครอบครอง.
วว. 21:15 ก วว.11:1; ยอค.40:3; ซคย.2:1-2
วว. 21:16 ก เทียบ ยอค. 42:16-20
วว. 21:16 1ก รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสในที่นี้บ่งชี้ว่ากรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นครบสมบูรณ์และครบถ้วนในทุกด้าน และเที่ยงตรงโดยเด็ดขาด ไม่เอนเอียงเลยแม้แต่น้อย.
วว. 21:16 2 หนึ่งหมื่นสองพันคือพันเท่าของสิบสอง. ในเมื่อเลขสิบสองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบสมบูรณ์โดยเด็ดขาดและความครบถ้วนที่นิรันดร์ในการปกครองของพระเจ้า. ดังนั้นหนึ่งหมื่นสองพันจึงเป็นเครื่องหมายที่เล็งถึงพันเท่าของความครบสมบูรณ์และความครบถ้วนนี้.
วว. 21:16 3 หนึ่งสเตเดีย (stadion) ยาวประมาณ 185 เมตร.
วว. 21:16 4 ขนาดของที่บริสุทธิ์สุดทั้งในพลับพลาและในพระวิหาร ล้วนมีความยาว, ความกว้าง, และความสูงเท่ากัน (อซด.26:2-8; 1พกษ.6:20). ดังนั้นการที่กรุงเยรูซาเล็มใหม่มีความกว้าง, ความยาว, และความสูงเท่ากัน จึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่าทั้งกรุงเยรูซาเล็มใหม่ก็คือที่บริสุทธิ์สุด. ในที่นั้นพลไพร่ทุกคนที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้จะปรนนิบัติและนมัสการพระเจ้า จะมองเห็นและสัมผัสถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้า และจะดำเนินชีวิตและอาศัยอยู่ในการสถิตอยู่ของพระเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์.
วว. 21:16 ข เทียบ 1พกษ. 6:19-20
วว. 21:17 1 หนึ่งร้อยสี่สิบสี่คือสิบสองคูณด้วยสิบสองซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบสมบูรณ์และความครบถ้วนที่นิรันดร์แห่งความครบสมบูรณ์และความครบถ้วนที่นิรันดร์ในการปกครองของพระเจ้า. กำแพงของเมืองบริสุทธิ์นั้นช่างครบสมบูรณ์และครบถ้วนยิ่งนักในการปกครองของพระเจ้า.
ตัวเมืองนั้นเป็นเหมือนภูเขาที่มีความสูงหนึ่งหมื่นสองพันสเตเดีย ส่วนตัวกำแพงเมืองมีความสูงหนึ่งร้อยสี่สิบสี่ศอก.
วว. 21:17 ก มธ.22:30
วว. 21:17 2ก มนุษย์จะเหมือนกับทูตสวรรค์ได้ในการเป็นขึ้น (มธ.22:30). ดังนั้นวลีที่ว่า “ตามมาตราวัดของมนุษย์ ซึ่งก็คือมาตราวัดของทูตสวรรค์” จึงชี้บ่งว่า กำแพงเมืองนั้นไม่ได้อยู่ในธรรมชาติ แต่อยู่ในการเป็นขึ้น.
วว. 21:18 ก วว. 21:11, 19; 4:3
วว. 21:18 1ก แก้วมณีโชติเป็นเพชรพลอยชนิดหนึ่งที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงแล้ว (1กธ.3:12). รูปลักษณ์ที่ปรากฏของพระเจ้านั้นเหมือนกับแก้วมณีโชติ (4:3 กับคำอธิบาย 1). กำแพงที่เป็นแก้วมณีโชตินั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เมืองทั้งเมืองซึ่งเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระเจ้าในโลกนิรันดร์นั้นมีรูปลักษณ์ที่ปรากฏออกมาของพระเจ้า.
วว. 21:18 ข วว.21:21; 1:12; 1กธ.3:12
วว. 21:18 2ข เนื่องจากทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า การที่เมืองทั้งเมืองเป็นทองคำบริสุทธิ์จึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่า กรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นมาจากพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง และมีพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเป็นองค์ประกอบ. "ทองคำบริสุทธิ์ ดุจแก้วสุกใส" ชี้บ่งว่า ทั้งเมืองนั้นโปร่งใสไม่มีอะไรที่ไม่โปร่งใสเลยแม้แต่น้อย.
วว. 21:18 3 หรือ สะอาดบริสุทธิ์.
วว. 21:19 ก วว.21:14
วว. 21:19 1ก กรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นเมืองที่มีฐานราก (ฮร.11:10). ฐานรากเหล่านี้ก็คือพวกอัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก (ข้อ 14) โดยใช้เพชรพลอยนานาชนิดมาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอัครทูตแต่ละคน. อัครทูตคนแรกในสิบสองคนก็คือเปโตร ซึ่งมีชื่อเดิมว่า ซีโมน. ในตอนที่ท่านถูกพาไปหาองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ก็ทรงเปลี่ยนชื่อของท่านเป็นเปโตร ซึ่งแปลว่า “ศิลา” (ยฮ. 1:42). ต่อมา ในขณะที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสถึงการก่อสร้างของคริสตจักร พระองค์ก็ทรงเรียกท่านด้วยชื่อนี้ (มธ.16:18). เพชรพลอยไม่ใช่สิ่งที่มาจากการเนรมิตสร้าง แต่ก่อกำเนิดขึ้นมาโดยการเปลี่ยนแปลงมาจากสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้าง. อัครทูตทั้งหมดล้วนเป็นดินโคลนที่ถูกเนรมิตสร้าง แต่พวกเขาได้บังเกิดใหม่และได้รับการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเพชรพลอยสำหรับการก่อสร้างที่นิรันดร์ของพระเจ้า. ผู้เชื่อทุกคนล้วนจำเป็นต้องได้รับการบังเกิดใหม่และการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จึงจะสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเยรูซาเล็มใหม่..
เพชรพลอยทั้งสิบสองชนิดของฐานรากที่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพวกอัครทูตสิบสองคนนั้นมีสีดังต่อไปนี้คือ ฐานรากที่หนึ่งมีสีเขียว, ฐานรากที่สองและสามมีสีน้ำเงิน, ฐานรากที่สี่มีสีเขียว, ฐานรากที่ห้าและหกมีสีแดง, ฐานรากที่เจ็ดมีสีเหลือง, ฐานรากที่แปดมีสีเขียวแกมน้ำเงิน, ฐานรากที่เก้ามีสีเหลือง, ฐานรากที่สิบมีสีเขียวแอปเปิ้ล, ฐานรากที่สิบเอ็ดและสิบสองมีสีม่วง. ดังนั้นฐานรากสิบสองชั้นที่มีสีดังกล่าวข้างต้นจึงปรากฏออกซึ่งรูปลักษณ์ของรุ้งกินน้ำสายหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เมืองนี้ถูกก่อสร้างอยู่บนความสัตย์ซื่อแห่งการถือรักษาพันธสัญญาของพระเจ้าและมีความมั่นคงโดยความสัตย์ซื่อนี้ของพระเจ้า (ยนซ.9:8-17) และยังเล็งว่าฐานรากของเมืองนี้ก็เป็นสิ่งที่เชื่อถือและพึ่งพิงได้.
วว. 21:19 ข 1กธ.3:12; เทียบ อซด.25:7; 28:17-20; ยซย. 54:11-12
วว. 21:19 2 ฐานรากที่หนึ่งของกำแพงเมืองสร้างขึ้นจากแก้วมณีโชติ เหมือนกำแพงเมืองทั้งหมดของกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (ข้อ 18). กรณีนี้แสดงว่าแก้วมณีโชติเป็นวัสดุที่สำคัญในการก่อสร้างเมืองบริสุทธิ์. ในเมื่อแก้วมณีโชติเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าที่สำแดงออกในสง่าราศีที่ส่งถ่ายได้ของพระองค์ (4:3) ดังนั้นหน้าที่สำคัญของเมืองบริสุทธิ์นั้นก็คือการสำแดงพระเจ้าพร้อมด้วยสง่าราศีของพระเจ้านั่นเอง (ข้อ 11).
วว. 21:20 ก ยนซ.2:12
วว. 21:21 ก วว.21:12
วว. 21:21 ข ยนซ.2:12; อฤธ.11:7
วว. 21:21 1ข ไข่มุกเกิดจากหอยมุกที่อยู่ในน้ำแห่งความตาย. ขณะที่เม็ดทรายได้ทำให้หอยมุกบาดเจ็บหอยมุกก็ได้หลั่งน้ำเลี้ยงแห่งชีวิตออกมาห่อหุ้มเม็ดทรายนั้น และทำให้เม็ดทรายนั้นกลายเป็นไข่มุกที่ล้ำค่า. กรณีนี้ได้บรรยายว่าพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่นิรันดร์ได้เข้าสู่น้ำแห่งความตาย ถูกเราทำให้บาดเจ็บ และทรงหลั่งชีวิตของพระองค์ออกมาหุ้มห่อเราไว้ เพื่อทำให้เรากลายเป็นไข่มุกที่ล้ำค่าสำหรับใช้ก่อสร้างการสำแดงที่นิรันดร์ของพระองค์. สิบสองประตูของเมืองบริสุทธิ์นั้นเป็นไข่มุกสิบสองเม็ด กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการบังเกิดใหม่โดยพระคริสต์ผู้ทรงชัยชนะต่อความตายและหลั่งออกซึ่งชีวิตนั้นเป็นทางเข้าสู่เมืองนั้น. สิ่งนี้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกฎบัญญัติซึ่งมีชาวอิสราเอลเป็นตัวแทนและอยู่ภายใต้การเฝ้าดูของทูตสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ (ข้อ 12).
กรุงเยรูซาเล็มใหม่ถูกก่อสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ล้ำค่าสามชนิด กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเมืองนี้ถูกก่อสร้างขึ้นด้วยพระเจ้าตรีเอกภาพ. ประการแรก ตัวเมืองกับถนนในเมืองนั้นล้วนทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ (ข้อ 18, 21). ทองคำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระนิสัยที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้านั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระบิดาผู้เป็นต้นกำเนิดซึ่งได้ก่อกำเนิดองค์ประกอบที่ทำให้เมืองนั้นดำรงอยู่ได้ในความเที่ยงแท้. ประการที่สอง ประตูทั้งสิบสองประตูทำด้วยไข่มุกซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายที่มีชัยชนะกับการเป็นขึ้นที่แจกจ่ายชีวิตของพระบุตร โดยสิ่งนี้ได้เปิดประตูทางเข้าของเมือง. ประการที่สาม กำแพงและฐานรากของเมืองนั้นทำด้วยเพชรพลอยซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระวิญญาณนั้น ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงวิสุทธิชนทั้งหลายที่ได้รับการไถ่และได้บังเกิดใหม่ให้กลายเป็นเพชรพลอยเพื่อใช้ก่อสร้างที่ประทับนิรันดร์ของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะเป็นกลุ่มชนที่มาสำแดงพระเจ้าในสง่าราศีที่แผ่ซ่านทุกสิ่งของพระเจ้า. ในสวนเอเดน สิ่งล้ำค่าทั้งสามนี้เป็นเพียงวัสดุเท่านั้น (ยนซ.2:11-12) แต่เมื่อมาถึงกรุงเยรูซาเล็มใหม่วัสดุที่ล้ำค่าเหล่านี้ได้กลายเป็นเมืองที่ถูกก่อสร้างขึ้น เพื่อสำเร็จพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้านั่นก็คือการได้รับมาซึ่งการสำแดงแห่งกลุ่มชน.
วว. 21:21 2 แต่ละประตูเป็นไข่มุกหนึ่งเม็ด กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทางเข้าสู่เมืองนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวและเมื่อได้เข้าเพียงครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิรันดร์. เราสามารถเข้าสู่เมืองนี้ได้โดยการบังเกิดใหม่ที่กระทำเพียงครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิรันดร์. การบังเกิดใหม่นี้สำเร็จได้โดยการตายที่มีชัยชนะและการเป็นขึ้นที่แจกจ่ายชีวิตของพระคริสต์.
วว. 21:21 3 ประตูมีไว้สำหรับการเข้าเมือง ส่วนถนนมีไว้สำหรับการดำเนินชีวิตและการเป็นอยู่ในแต่ละวัน. การเข้าเมืองนั้นอาศัยการตายกับการเป็นขึ้นของพระคริสต์ ส่วนการประพฤติและการดำเนินชีวิตในแต่ละวันอยู่ในเมืองนั้นจะต้องดำเนินตามพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ดังที่มีถนนซึ่งเป็นทองคำบริสุทธิ์นั้นเป็นเครื่องหมาย. หลังจากที่วิสุทธิชนได้เข้าไปโดยการบังเกิดใหม่แล้วเขาก็จะต้องเคลื่อนไหวและดำเนินชีวิตในแต่ละวันอยู่บนถนนแห่งพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า. พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้านั้นเป็นถนนหนทางของพวกเขา.
วว. 21:21 ค วว.21:18
วว. 21:21 4 ทองคำบริสุทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของตัวเมืองเยรูซาเล็มใหม่และถนนนั้นเหมือนกับแก้วที่สุกใส (ข้อ 18) กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทั่วทั้งเมืองนั้นโปร่งใส. แม้ไข่มุกอาจจะไม่โปร่งใสแต่ว่าไข่มุกแต่ละเม็ดก็ล้วนเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดออก และจะไม่ปิดเลยทั้งกลางวันและกลางคืน (ข้อ 25).
วว. 21:22 1 ในพันธสัญญาเดิมนั้น พลับพลาของพระเจ้าก็คือภาพล่วงหน้าแห่งพระวิหารของพระเจ้า. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ซึ่งก็คือพลับพลาของพระเจ้า (ข้อ 3) จะเป็นพระวิหารของพระเจ้า. กรณีนี้จึงชี้บ่งว่า ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้นพระวิหารของพระเจ้าจะขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นเมืองๆ หนึ่ง. การที่เมืองนั้นมีความกว้าง, ความยาว, และความสูงเท่ากัน (ข้อ 16) ชี้บ่งว่าทั้งเมืองนั้นก็คือที่บริสุทธิ์สุดอันเป็นพระวิหารชั้นใน ดังนั้นจึงไม่มีพระวิหารภายในเมืองนั้น.
วว. 21:22 ก เทียบ วว.3:12; 7:15; 11:1, 19; 15:8
วว. 21:22 2ก ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึงพระวิหารชั้นใน. พระวิหารชั้นในก็คือพระเจ้าผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งทรงฤทธานุภาพทุกประการและพระเมษโปดก กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ตัวของพระเจ้าและพระเมษโปดกเองจะเป็นสถานที่ให้เราปรนนิบัติพระเจ้า. เมืองบริสุทธิ์ซึ่งเป็นพลับพลาของพระเจ้านั้นมีไว้ให้พระเจ้าอยู่อาศัย ส่วนพระเจ้าและพระเมษโปดกซึ่งเป็นพระวิหารนั้นมีไว้ให้เหล่าวิสุทธิชนที่รับการไถ่ได้อยู่อาศัย. ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้น กรุงเยรูซาเล็มใหม่จะเป็นที่อาศัยซึ่งกันและกันของพระเจ้ากับมนุษย์ตลอดไปเป็นนิตย์.
วว. 21:22 ข วว.1:8
วว. 21:22 ค วว.5:6; 7:17
วว. 21:22 ง บพส.90:1; ยซย.8:14; ยอค.11:16; วว.7:15
วว. 21:23 ก วว.22:5; ยซย.60:19; เทียบ ยซย.24:23
วว. 21:23 1ก ในอาณาจักรพันปี แสงอาทิตย์และแสงจันทร์ล้วนต้องเพิ่มกำลังขึ้น (ยซย.30:26). แต่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้นกลับไม่ต้องการให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์คอยส่องสว่างเลย. ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้นยังคงมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ แต่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ไม่ต้องการแสงสว่างจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะพระเจ้าผู้เป็นความสว่างที่ศักดิ์สิทธิ์จะทรงส่องสว่างให้สว่างไสวกว่านั้นอีกมาก.
วว. 21:23 ข วว.21:11
วว. 21:23 2 พระเมษโปดกผู้เป็นดวงประทีปนั้นได้ส่องสว่างออกซึ่งพระเจ้าผู้เป็นความสว่าง เพื่อทำให้เมืองนั้นสว่างขึ้นด้วยสง่าราศีของพระเจ้าอันเป็นการสำแดงแห่งความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์. ในเมื่อเมืองบริสุทธิ์มีความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ทำให้สว่างอยู่แล้ว เมืองนี้จึงไม่ต้องการความสว่างอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นความสว่างตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้าง (22:5).
วว. 21:23 ค วว.4:5
วว. 21:24 ก วว.22:2; ยซย.60:3; มธ. 25:32-34
วว. 21:24 1ก ในตอนท้ายของยุคนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกส่วนใหญ่จะถูกฆ่าไปเมื่อแตรที่หกและแตรที่เจ็ดดังขึ้น. ส่วนที่เหลือจะถูกพระคริสต์พิพากษาที่หน้าพระที่นั่งแห่งสง่าราศีของพระองค์ ในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมาสู่แผ่นดินโลก. ผู้ที่ถูกปรับโทษซึ่งก็คือ “แพะ” นั้นจะต้องถูกสาปแช่งและพินาศอยู่ในบึงไฟ ส่วนผู้ที่ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมซึ่งก็คือ “แกะ” นั้นจะได้รับพระพรและรับอาณาจักรที่ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาตั้งแต่แรกสร้างโลกนั้นมาเป็นมรดก (มธ.25:31-46). พวกเขาไม่เหมือนกับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ที่ได้รับความรอดและได้รับการบังเกิดใหม่ แต่พวกเขาเพียงแค่ได้รับการฟื้นฟูไปสู่สภาพการณ์ดั้งเดิมเหมือนกับในตอนที่มนุษย์เพิ่งถูกเนรมิตสร้างเท่านั้น. พวกเขาจะเป็นพลเมืองของนานาประเทศในอาณาจักรพันปี ซึ่งมีผู้เชื่อที่มีชัยชนะเป็นกษัตริย์ (20:4, 6) และมีพลไพร่อิสราเอลที่เหลืออยู่เป็นปุโรหิตในอาณาจักรพันปีนี้ (ซคย.8:20-23). เมื่ออาณาจักรพันปีผ่านพ้นไปแล้ว จะมีพลเมืองของนานาประเทศเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกมารล่อลวงให้เป็นกบฏต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และจะถูกไฟจากสวรรค์มาล้างผลาญเสีย (20:7-8). ส่วนที่เหลือจะถูกย้ายเข้าสู่แผ่นดินโลกใหม่กลายเป็นนานาประเทศที่อาศัยอยู่รอบกรุงเยรูซาเล็มใหม่และจะเดินไปโดยความสว่างของเมืองนั้น. คนเหล่านี้ก็คือพลไพร่ของพระเจ้าที่กล่าวไว้ในข้อ 3-4. ผู้คนที่ถูกเนรมิตสร้าง แต่ไม่ได้บังเกิดใหม่เหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไปในสภาพที่เหมือนกับตอนที่ถูกเนรมิตสร้างโดยการรักษาจากใบของต้นไม้แห่งชีวิต (22:2). แม้แต่พวกเขาก็จะไม่มีความตาย (ข้อ 4) และไม่มีความมืดภายใต้การส่องสว่างแห่งสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเยรูซาเล็มใหม่ด้วยเช่นกัน.
วว. 21:24 2 ดูประกอบ ยซย.2:5.
วว. 21:24 ข บพส. 72:10-11; ยซย. 60:11, 16
วว. 21:24 3ข กษัตริย์ทั้งปวงทั่วแผ่นดินโลกในที่นี้ก็คือกษัตริย์ของนานาประเทศในแผ่นดินโลกใหม่นั่นเอง. แต่บรรดาผู้เชื่อที่ได้รับการไถ่และได้บังเกิดใหม่จะเป็นกษัตริย์ปกครองกษัตริย์เหล่านี้ (22:5) และพระคริสต์จะทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้ง ปวงสืบไปชั่วนิตย์นิรันดร์.
วว. 21:24 4 สง่าราศีในที่นี้หมายถึงความสง่างาม (มธ.5:16; ดู ฮร.2:9 คำอธิบาย 1).
วว. 21:25 ก ยซย.60:11
วว. 21:25 1ก กำแพงเมืองจะแบ่งแยกเมืองออกจากนานาประเทศ แต่ประตูเมืองจะเปิดออกต่อพวกเขาอยู่ตลอดเวลา.
วว. 21:25 ข วว.22:5; 1ยฮ.1:5
วว. 21:25 2ข ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่นั้นยังคงมีการแบ่งแยกกลางวันและกลางคืนอยู่ แต่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้นไม่มีการแบ่งแยกเช่นนี้อีก เพราะในเมืองนั้นมีตัวของพระเจ้าเองผู้เป็นความสว่างที่แรงกล้ายิ่งกว่าคอยส่องสว่างอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน.
วว. 21:26 ก ยซย.60:5
วว. 21:26 1ก ดูข้อ 24 คำอธิบาย 4.
วว. 21:26 2 เกียรติยศเล็งถึงความล้ำค่าในฐานะและความน่าเกรงขามในตำแหน่ง (อ้างอิง อธร.1:4).
วว. 21:27 ก ยซย.52:1; 35:8
วว. 21:27 ข วว.21:8
วว. 21:27 ค วว.22:15
วว. 21:27 ง วว.22:14
วว. 21:27 1 เนื่องจากนานาประเทศที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกใหม่นอกกรุงเยรูซาเล็มใหม่จะนำสง่าราศีและเกียรติยศของพวกเขาเข้ามาสู่เมืองนั้น ดังนั้นพวกเขาย่อมถูกรวมอยู่ในท่ามกลางผู้ที่มีชื่อจดไว้ในสมุดทะเบียนแห่งชีวิตด้วย.
วว. 21:27 จ วว.13:8
วว. 21:27 2 แปลตามตรงคือ หนังสือม้วน.
สารบัญ