วิวรณ์ บทที่ 19
ค. เสียงสรรเสริญในสวรรค์
19:1-4
19:1-4
วว.
19:1 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ ข้าพเจ้าได้ยินคล้ายกับมีกเสียงดังของขฝูงชนจำนวนมากในสวรรค์ร้องว่า "1คฮาลีลูยา! ง ความรอด, จสง่าราศี, และฤทธิ์เดชล้วนเป็นของพระเจ้าของเรา.
วว.
19:2 การพิพากษาของพระองค์นั้นกก็จริงแท้และชอบธรรม เพราะพระองค์ทรงพิพากษา1ขหญิงโสเภณีใหญ่ที่ได้ทำให้แผ่นดินโลกเสื่อมเสียไปด้วยคการล่วงประเวณีของนาง และพระองค์ได้ทรง2แก้แค้นนางแทนง เลือดแห่งผู้ทาสของพระองค์."
วว.
19:3 คนเหล่านั้นจึงร้องเป็นครั้งที่สองว่า "ฮาลีลูยา! และกควันไฟที่[ไหม้]นางก็พลุ่งขึ้นสืบๆ ไปเป็นนิตย์."
วว.
19:4 กผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่คนกับขสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น ก็คกราบลงนมัสการพระเจ้าง ผู้ทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่งนั้นว่า "1จเอเมน ฮาลีลูยา!"
(6) การสมรสของพระเมษโปดก
19:5-10
19:5-10
ก. คำสรรเสริญของฝูงชนจำนวนมาก
ข้อ 5-6
ข้อ 5-6
วว.
19:5 มี1กเสียงออกมาจากพระที่นั่งว่า "ผู้ทาสทั้งหลายของพระเจ้าและบรรดาผู้ที่ขยำเกรงพระองค์ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่ จงคสรรเสริญพระเจ้าของเรา."
วว.
19:6 ข้าพเจ้าได้ยินกเสียงราวกับฝูงชนจำนวนมาก ราวกับ1ขเสียงน้ำลั่นมากมายและราวกับ1คเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ร้องว่า "ฮาลีลูยา! เพราะง องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของเราผู้ทรงฤทธานุภาพทุกประการทรงจเป็นกษัตริย์ครอบครองอยู่.
ข. การสมรสกับงานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดก
ข้อ 7-9
ข้อ 7-9
วว.
19:7 ให้เราทั้งหลายกชื่นชมยินดีและโลดเต้น ทั้งถวายสง่าราศีแด่พระองค์ เพราะ1ขการสมรสของพระเมษโปดกนั้นมาถึงแล้ว และ2คเจ้าสาวของพระองค์ก็ได้ง เตรียมตัวพร้อมแล้ว.
วว.
19:8 และยังทรงโปรดให้เธอกสวมผ้าป่านเนื้อละเอียด สุกใส1สะอาด ด้วยว่าผ้าป่านเนื้อละเอียดนั้นได้แก่2การประพฤติที่ขชอบธรรมของพวกวิสุทธิชน."
วว.
19:9 ทูตสวรรค์นั้นกล่าวกับข้าพเจ้าว่า "จงเขียนไว้ว่า ผู้ที่ได้รับเชิญมาร่วม1งานเลี้ยง2กสมรสของพระเมษโปดกนั้นก็ขเป็นสุข" และยังกล่าวกับข้าพเจ้าอีกว่า "ถ้อยคำเหล่านี้เป็นพระคำที่คสัตย์จริงของพระเจ้า."
ค. วิญญาณแห่งการพยากรณ์
ข้อ 10
ข้อ 10
วว.
19:10 ข้าพเจ้าก็กหมอบลงแทบเท้าของท่านเพื่อจะกราบไหว้ท่าน. ท่านจึงกล่าวกับข้าพเจ้าว่าอย่ากระทำเช่นนี้เป็นอันขาด. ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนทาสด้วยกันกับท่านและกับพวกพี่น้องของท่านที่ถือรักษาขพยานของพระเยซู. จงคนมัสการพระเจ้าเถิด เพราะพยานของพระเยซูก็คือ1วิญญาณแห่งง การพยากรณ์.
(7) สงครามที่อะระมะเฆโดน
19:11-21
19:11-21
ก. พระคริสต์เสด็จมาเหยียบย่ำองุ่นในบ่อย่ำองุ่นใหญ่
ข้อ 11-16
ข้อ 11-16
วว.
19:11 ข้าพเจ้าได้เห็นกสวรรค์เปิดออก และดูเถิด มีขม้าสีขาวตัวหนึ่ง และ1พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า 2คสัตย์ซื่อและจริงแท้ พระองค์ทรงพิพากษาและง กระทำสงครามด้วย3จความชอบธรรม.
วว.
19:12 1กพระเนตรของพระองค์[ดุจ]เปลวเพลิง บนพระเศียรของพระองค์มีขมงกุฎ2หลายมงกุฎ พระองค์ทรงมีคพระนามจารึกไว้3ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้จักนอกจากพระองค์เอง.
วว.
19:13 พระองค์ทรงกฉลองพระองค์ซึ่ง1จุ่มโลหิต พระนามของพระองค์ถูกเรียกว่า 2ขพระคำของพระเจ้า.
วว.
19:14 1กเหล่ากองทัพในสวรรค์ 2ขสวมผ้าป่านเนื้อละเอียดสีขาวสะอาด นั่งบนหลังม้าสีขาวคตามเสด็จพระองค์ไป.
วว.
19:15 มี1กพระแสงดาบคมกริบออกมาจากขพระโอษฐ์ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะทรงคฟาดฟันนานาประเทศด้วยพระแสงดาบนั้น พระองค์จะทรง2ง ปกครองพวกเขาด้วยคทาเหล็ก และพระองค์ทรงเหยียบย่ำองุ่นใน3จบ่อย่ำแห่งพระพิโรธอันเกรี้ยวกราดของพระเจ้าฉผู้ทรงฤทธานุภาพทุกประการ.
วว.
19:16 พระองค์มีกพระนามจารึกไว้ที่1ฉลองพระองค์และที่ต้นขาของพระองค์ว่า "ขกษัตริย์ เหนือกษัตริย์ทั้งปวงและเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งปวง."
ข. งานเลี้ยงใหญ่
ข้อ 17-18
ข้อ 17-18
วว.
19:17 ข้าพเจ้ายังได้เห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งยืนอยู่ที่ดวงอาทิตย์ ร้องเสียงดังแก่กนกทั้งปวงที่บินอยู่ขกลางอากาศว่า "จงมาชุมนุมกันใน1งานเลี้ยงใหญ่ของพระเจ้า
วว.
19:18 เพื่อจะกกินเนื้อของกษัตริย์, เนื้อของ1ขุนพล, เนื้อของชายฉกรรจ์, เนื้อของม้า, และเนื้อของคนที่ขี่ม้า ตลอดจนเนื้อของคนทั้งปวง ทั้งขไทและทาส ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่.
ค. ความพ่ายแพ้กับความพินาศ
ของผู้ต่อต้านพระคริสต์และผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ
ข้อ 19-21
ของผู้ต่อต้านพระคริสต์และผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ
ข้อ 19-21
วว.
19:19 ข้าพเจ้าได้เห็นกสัตว์ร้ายนั้นกับ1ขกษัตริย์ทั้งหลายทั่วโลก ตลอดจน2คเหล่ากองทัพของพวกเขามาง ชุมนุมกันจะทำ3จสงครามกับพระองค์ผู้ทรงม้า[สีขาว]นั้นและฉกองทัพของพระองค์ด้วย.
วว.
19:20 สัตว์ร้ายนั้นก็ถูกจับกุมพร้อมด้วยกผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จที่ได้กระทำ1ขการอัศจรรย์ต่อหน้าสัตว์ร้ายนั้น และใช้การอัศจรรย์นั้นมาล่อลวงบรรดาผู้ที่ได้รับคเครื่องหมายของสัตว์ร้ายนั้นและผู้ที่ง กราบไหว้รูปจำลองของมัน. สัตว์ร้ายและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จก็ถูกจโยนทิ้งลงในฉบึงไฟที่ไหม้ด้วยชกำมะถัน2ทั้งเป็น.
วว.
19:21 พวกที่เหลืออยู่ก็ถูกฆ่าด้วยกพระแสงดาบที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์ผู้ทรงม้า[สีขาว]นั้น และนกทั้งปวงก็ได้กินเนื้อของคนเหล่านั้นจนอิ่ม.
คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 19
วว.
19:1 ก ยรม.51:48
วว.
19:1 ข วว.19:6; 7:9
วว.
19:1 ค วว. 19:3, 4, 6
วว.
19:1 1ค คำว่า "ฮาลีลูยา" ในภาษาเฮ็บรายเป็นคำที่ประกอบขึ้นมาจากคำว่า "ฮาลีลู" ซึ่งแปลว่าจงสรรเสริญ และคำว่า "ยา" ซึ่งเป็นรูปย่อของพระนามยะโฮวา ดังนั้น ฮาลีลูยา จึงหมายถึงจงสรรเสริญพระยะโฮวา. คำนี้มาจากภาษาเฮ็บรายใน บพส.104:35 และในตอนต้นกับตอนท้ายของ บพส.146-150 ทุกบทด้วย.
วว.
19:1 ง วว.7:10; 12:10
วว.
19:1 จ วว.4:11
วว.
19:2 ก วว.16:7; บพส.19:9
วว.
19:2 ข วว.17:1
วว.
19:2 1ข คือเมืองบาบิโลนใหญ่ ทั้งในด้านศาสนาและด้านวัตถุ. ดู 18:4 คำอธิบาย 1.
วว.
19:2 ค วว.17:2; 18:3
วว.
19:2 2 หรือ แก้แค้นจากมือของนาง.
วว.
19:2 ง วว.6:10; 16:6; 17:6; 18:24
วว.
19:3 ก วว.14:11
วว.
19:4 ก วว.4:4
วว.
19:4 ข วว.4:6
วว.
19:4 ค วว.4:10
วว.
19:4 ง วว.4:2
วว.
19:4 จ วว.1:6-7; 5:14; 22:21; บพส. 106:48
วว.
19:4 1จ การร้อง "ฮาลีลูยา" ในข้อ 1 และข้อ 3 เป็นการสรรเสริญของเหล่าวิสุทธิชนจำนวนมาก.ในที่นี้ผู้อาวุโสแห่งพวกทูตสวรรค์ทั้งยี่สิบสี่ท่านและสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นได้ร้อง "อาเมน" ตอบคำสรรเสริญของเหล่าวิสุทธิชน จากนั้นก็สรรเสริญโดย การร้อง "ฮาลีลูยา" เหมือนเหล่าวิสุทธิชน.ดังนั้นเมื่อรวมเข้าด้วยกันก็จะเป็นการสรรเสริญของพวก วิสุทธิชน, พวกทูตสวรรค์, และสิ่งทรงสร้างทั้งปวงที่ได้สรรเสริญต่อพระเจ้าตรีเอกภาพ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและสืบๆ ไปเป็นนิตย์.
วว.
19:5 ก วว.16:17
วว.
19:5 1ก นี่อาจเป็นเสียงของพระคริสต์ผู้เป็นทูตของพระเจ้า (7:2; 8:3; 10:1).
วว.
19:5 ข วว.11:18; บพส.115:13
วว.
19:5 ค บพส.150:1
วว.
19:6 ก วว.11:15; 12:10
วว.
19:6 ข วว.1:15; 14:2
วว.
19:6 1ข เสียงสรรเสริญของเหล่าวิสุทธิชนจำนวนมากนั้นจะต่อเนื่องไปอย่างไม่หยุดราวกับเสียงน้ำลั่นมากมาย และยังเป็นเสียงที่แสดงถึงความน่าเกรงขามราวกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่น.
วว.
19:6 ค วว.6:1
วว.
19:6 ง วว.1:8
วว.
19:6 จ วว.11:15
วว.
19:7 ก วว.18:20
วว.
19:7 ข มธ.25:10
วว.
19:7 1ข หลังจากการถูกรับขึ้นไปของวิสุทธิชนส่วนใหญ่ (14:16; 1ธซ.4:15-17) และการพิพากษาที่บัลลังก์ของพระคริสต์เพื่อประทานบำเหน็จแล้ว (11:18; 2กธ.5:10) สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาในทันทีก็ควรจะเป็นการสมรสของพระเมษโปดก จากนั้นจึงจะเป็นการทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์และเมืองบาบิโลนใหญ่ (19:19-21; 18:1-19:4) ซึ่งจะนำการครองอำนาจ (อาณาจักร) ของพระเจ้าเข้ามา (ข้อ 6). ด้วยเหตุนี้ฝูงชนจำนวนมากที่ได้รับความรอดจึงโห่ร้องยินดีและสรรเสริญโดยการร้องฮาลีลูยา (ข้อ 1, 3, 6) และผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่ท่านและสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็ร่วมสรรเสริญพระเจ้าด้วยกันกับพวกเขา (ข้อ 4).
การครองอำนาจของพระเจ้าซึ่งก็คืออาณาจักรนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการสมรสของพระเมษโปดก ส่วนการสมรสของพระเมษโปดกเป็นผลลัพธ์ของการสำเร็จแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. แผนการบริหารของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่นั้นมีเพื่อให้พระคริสต์ได้รับมาซึ่งเจ้าสาว นั่นก็คือคริสตจักรโดยการไถ่และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. โดยการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงทำงานอย่างไม่หยุดมาตลอดทุกศตวรรษที่ผ่านมา พระองค์ก็จะบรรลุถึงเป้าหมายนี้เมื่อสิ้นสุดยุคสมัยนี้. เวลานั้นเจ้าสาวซึ่งก็คือผู้เชื่อที่มีชัยชนะ ก็จะเตรียมพร้อมแล้ว และอาณาจักรของพระเจ้าก็จะมาถึง. สิ่งนี้ก็สอดคล้องกับคำพยากรณ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งได้ตรัสไว้ใน มธ.26:29.
การครองอำนาจของพระเจ้าซึ่งก็คืออาณาจักรนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการสมรสของพระเมษโปดก ส่วนการสมรสของพระเมษโปดกเป็นผลลัพธ์ของการสำเร็จแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. แผนการบริหารของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่นั้นมีเพื่อให้พระคริสต์ได้รับมาซึ่งเจ้าสาว นั่นก็คือคริสตจักรโดยการไถ่และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. โดยการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงทำงานอย่างไม่หยุดมาตลอดทุกศตวรรษที่ผ่านมา พระองค์ก็จะบรรลุถึงเป้าหมายนี้เมื่อสิ้นสุดยุคสมัยนี้. เวลานั้นเจ้าสาวซึ่งก็คือผู้เชื่อที่มีชัยชนะ ก็จะเตรียมพร้อมแล้ว และอาณาจักรของพระเจ้าก็จะมาถึง. สิ่งนี้ก็สอดคล้องกับคำพยากรณ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งได้ตรัสไว้ใน มธ.26:29.
วว.
19:7 ค วว.21:2, 9; ยฮ.3:29; อฟ.5:23-25
วว.
19:7 2ค แปลตามตรงคือ ภรรยาของพระองค์ ซึ่งเล็งถึงคริสตจักร (อฟ.5:24-25, 31-32) อันเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ (ยฮ.3:29). อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูตามข้อ 8-9 แล้ว ภรรยาในที่นี้ (เจ้าสาวของพระคริสต์) ประกอบไปด้วยผู้มีชัยชนะในช่วงอาณาจักรพันปีเท่านั้น ส่วนเจ้าสาว (ภรรยา) ใน 21:2 นั้นประกอบด้วยวิสุทธิชนที่ได้รับความรอดทั้งหมด ซึ่งอยู่ในช่วงหลังอาณาจักรพันปีจวบจนนิรันดร์. ความพร้อมของเจ้าสาวขึ้นอยู่กับการสุกงอมในชีวิตของผู้มีชัยชนะ. ยิ่งกว่านั้นผู้มีชัยชนะก็ไม่ใช่แต่ละบุคคลที่แยกออกจากกัน แต่เป็นเจ้าสาวแห่งกลุ่มชน. สำหรับด้านนี้แล้วก็ต้องมีการก่อสร้าง. พวกเขาไม่เพียงต้องสุกงอมในชีวิตเท่านั้นแต่ยังต้องถูกก่อสร้างขึ้นด้วยกันจนกลายเป็นเจ้าสาวคนเดียว.
วว.
19:7 ง มธ.24:44; 25:10
วว.
19:8 ก วว.19:14; มธ. 22:11-12; วว. 3:4-5, 18; บพส. 45:13-14; เทียบ วว.17:4
วว.
19:8 1 หรือ บริสุทธิ์หมดจด. คำว่า "สะอาด" ชี้ถึงคุณสมบัติ ส่วนคำว่า "สุกใส" ชี้ถึงการสำแดง.
วว.
19:8 2 แปลตามตรงคือ ความชอบธรรม (พหูพจน์). ความชอบธรรมในที่นี้ไม่ได้เล็งถึงความชอบธรรมที่เราต้อนรับมาเพื่อให้เราได้รับความรอด (ซึ่งก็คือพระคริสต์—1กธ.1:30). ความชอบธรรมที่เราได้ต้อนรับมาเพื่อให้เราได้รับความรอดนั้นเป็นความชอบธรรมทางทัศนะภายนอก ทำให้เราสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของพระเจ้าได้ส่วนความชอบธรรมของวิสุทธิชนที่มีชัยชนะในที่นี้เป็นความชอบธรรมทางทัศนะภายใน (ฟป.3:9) ทำให้พวกเขาสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของพระคริสต์ที่มีชัยชนะได้. ใน บพส.45:13-14 นั้นพระมเหสีมีเสื้อสองตัว. เสื้อตัวหนึ่งสอดคล้องกับความชอบธรรมทางทัศนะภายนอกซึ่งทำให้เราได้รับความรอด ส่วนเสื้ออีกตัวหนึ่งสอดคล้องกับความชอบธรรมทางทัศนะภายใน ทำให้เราได้รับชัยชนะ. เสื้อตัวที่สองนี้ก็คือเสื้อสำหรับงานเลี้ยงใน มธ.22:11-12 นั่นเอง.
วว.
19:8 ข มธ.5:20; โยบ 29:14; เทียบ ยซย.64:6
วว.
19:9 1 เล็งถึงอาหารมื้อหลัก โดยทั่วไปจะอยู่ในตอนเย็น.
วว.
19:9 ก มธ.22:2; 8:11; ลก.14:15; 22:16
วว.
19:9 2ก งานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดกในที่นี้ก็คืองานเลี้ยงสมรสใน มธ.22:2 นั่นเอง. นี่คือบำเหน็จที่ให้แก่ผู้เชื่อที่มีชัยชนะ. ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับความรอดจะสามารถมีส่วนในสิ่งนี้มีเพียงผู้เชื่อที่มีชัยชนะเท่านั้นจึงจะได้รับเชิญให้มาร่วมในงานเลี้ยงนี้. หญิงพรหมจารีห้าคนที่โง่เขลาในมธ.25:8-13 ก็พลาดสิ่งนี้ไป. อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาถูกองค์พระผู้เป็นเจ้าจัด การในยุคอาณาจักรแล้ว พวกเขาจะมีส่วนในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์. ดังนั้นการได้รับเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงสมรสของพระคริสต์ก็คือการได้รับพรเพราะสิ่งนี้จะนำผู้เชื่อที่มีชัยชนะเข้าสู่การรับสุขแห่งอาณาจักรพันปี. ผู้เชื่อ ที่มีชัยชนะเหล่านี้ซึ่งได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดกก็จะเป็นเจ้าสาวของพระเมษโปดกด้วย.
วว.
19:9 ข วว.1:3; 14:13; 16:15; 20:6; 22:7, 14
วว.
19:9 ค วว.21:5; 22:6
วว.
19:10 ก วว.22:8-9
วว.
19:10 ข วว.1:2
วว.
19:10 ค วว.14:7
วว.
19:10 1 วิญญาณแห่งการพยากรณ์คือความเที่ยงแท้, เนื้อแท้, คุณสมบัติ, และลักษณะพิเศษของการพยากรณ์นั่นเอง. ดังนั้นพยานของพระเยซูก็คือความเที่ยงแท้, เนื้อแท้, คุณสมบัติ, และลักษณะพิเศษของการพยากรณ์ในหนังสือเล่มนี้.
วว.
19:10 ง วว.1:3; 10:11; 22:7, 10, 18-19
วว.
19:11 ก วว.4:1; มธ.3:16; ยฮ.1:51
วว.
19:11 ข วว.19:14 ; เทียบ วว.6:2
วว.
19:11 1 หลังจากงานเลี้ยงสมรสนี้ พระคริสต์จะเสด็จมาในฐานะที่เป็นจอมพลสำหรับการสู้รบพร้อมด้วยเจ้าสาวของพระองค์ (ผู้เชื่อที่มีชัยชนะซึ่งถูกเชิญมาในงานเลี้ยงสมรส) ซึ่งเป็นกองทัพของพระองค์ เพื่อมาทำสงครามที่อะระมะเฆโดนกับผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์ทั้งปวงที่อยู่ใต้อาณัติของมัน ตลอดจนเหล่ากองทัพของพวกเขา.
วว.
19:11 ค วว.3:14
วว.
19:11 2ค พระคริสต์ทรงสัตย์ซื่อต่อทั้งพระเจ้าและบรรดาผู้ที่เชื่อพระองค์. โดยความสัตย์ซื่อนี้ พระองค์ได้ทรงพิชิตและทำลายบรรดาคนที่ต่อต้านพระเจ้าและข่มเหงผู้เชื่อ. พระองค์ยังทรงจริงแท้ในการทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จและในการดูแลผู้ที่เชื่อพระองค์.
วว.
19:11 ง วว.17:14
วว.
19:11 จ วว.19:2
วว.
19:11 3จ พระคริสต์ทรงสัตย์ซื่อและจริงแท้ต่อทั้งพระเจ้าและผู้เชื่อของพระองค์ และพระองค์ทรงชอบธรรมต่อผู้ที่ต่อต้านและเป็นกบฏต่อพระเจ้า. โดยความชอบธรรมนี้ พระองค์จะทรงพิชิตผู้ต่อต้านพระคริสต์และจะทรงพิพากษาพวกกบฏที่ติดตามมัน.
วว.
19:12 ก วว.1:14
วว.
19:12 1ก พระเนตรดุจเปลวเพลิงของพระคริสต์นั้นมีเพื่อดำเนินการพิพากษาของพระองค์ให้สำเร็จ.
วว.
19:12 ข ฮร.2:9
วว.
19:12 2 เนื่องจากพระคริสต์ทรงได้รับสง่าราศีนานาประการมาเป็นมงกุฎ (ฮร.2:9; 1ปต.1:11 และคำอธิบาย 5) ดังนั้นพระองค์จึงสวมมงกุฎมากมาย. สง่าราศีแต่ละชนิดก็ล้วนเป็นมงกุฎอันหนึ่ง. มงกุฎแห่งสง่าราศีเหล่านี้ล้วนเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำสำเร็จทั้งสิ้น. พระองค์ทรงสู้รบเพื่อพระเจ้าและทำลายผู้ที่เป็นกบฏต่อพระเจ้าทั้งหมด โดยผลลัพธ์แห่งสง่าราศีของสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จ เพื่อให้พวกเขาต้องอับอายไปชั่วนิรันดร์.
วว.
19:12 ค วว.3:12 ; เทียบ วว.2:17
วว.
19:12 3 ถ้อยคำนี้แสดงว่า ยังมีบางด้านของพระคริสต์ที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์ และมีเพียงพระองค์เองที่ทรงทราบ. กรณีนี้ยังแสดงว่า พระคริสต์ที่เราประสบการณ์นั้นเป็นผู้ที่เราใช้สอยไม่สิ้นอีกด้วย.
วว.
19:13 ก ยซย.63:1-3
วว.
19:13 1 การที่พระคริสต์ทรงฉลองพระองค์ซึ่งจุ่มโลหิตนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่พระองค์ได้ทรงเหยียบย่ำองุ่นที่บ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธของพระเจ้า (ข้อ 15; ยซย.63:1-3) ณ อะระมะเฆโดน (16:14, 16) อันเป็นที่ซึ่งเลือดจะท่วมสูงถึงบังเหียนม้า (14:20).
วว.
19:13 ข ยฮ.1:1-2
วว.
19:13 2ข พระคำของพระเจ้าก็คือคำอธิบาย, คำชี้แจง, และการสำแดงของพระเจ้า. ในฐานะที่พระคริสต์ทรงเป็นพระคำของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงแจกจ่ายชีวิตเป็นพระคุณให้แก่พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้ในกิตติคุณโยฮัน (ยฮ.1:1, 4, 14) แต่ในหนังสือวิวรณ์ของโยฮัน พระองค์จะทรงปฏิบัติให้เป็นไปตามการพิพากษาของพระเจ้าบนตัวของผู้คนที่เป็นกบฏ.
วว.
19:14 ก วว.17:14
วว.
19:14 1ก เหล่ากองทัพในที่นี้คือผู้เชื่อทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกและทรงเลือกไว้ใน 17:14 และก็คือบรรดาผู้ที่ได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดกในข้อ 9 ซึ่งคนเหล่านี้ก็คือเจ้าสาวของพระคริสต์นั่นเอง.
วว.
19:14 ข วว.19:8
วว.
19:14 2ข เสื้อผ้าของผู้เชื่อที่มีชัยชนะทำให้พวกเขามีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดก (ข้อ 8-9) และร่วมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในการต่อสู้กับศัตรูของพระองค์.
วว.
19:14 ค วว.14:4
วว.
19:15 ก วว.1:16
วว.
19:15 1ก พระคริสต์ทรงเป็นพระคำของพระเจ้า และพระแสงดาบที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้นก็คือพระคำที่ใช้ในการพิพากษาพวกกบฏ (ยฮ.12:48).
วว.
19:15 ข วว.19:21; 1:16; 2ธซ.2:8
วว.
19:15 ค ยซย.11:4
วว.
19:15 ง วว.2:27
วว.
19:15 2ง ปกครอง แปลตามตรงคือ เลี้ยงดู. ความหมายในที่นี้คือการปกครอง. คทาเหล็กเป็นเครื่องหมายของฤทธิ์เดชที่เข้มแข็ง. พระคริสต์จะทรงฟาดฟันนานาประเทศด้วยพระคำแห่งการพิพากษาของพระองค์ก่อน จากนั้นพระองค์จึงจะทรงเลี้ยงดูผู้คนที่เหลืออยู่ด้วยฤทธิ์เดชที่เข้มแข็งของพระองค์. การปกครองด้วยฤทธิ์เดชที่เข้มแข็งก็คือการเลี้ยงดูของพระองค์. พระองค์จะทรงปกครองนานาประเทศโดยการเลี้ยงดูพวกเขา.
วว.
19:15 จ วว. 14:19-20
วว.
19:15 3จ ดู 14:19 คำอธิบาย 1.
วว.
19:15 ฉ วว.1:8
วว.
19:16 ก วว.19:12
วว.
19:16 1 ฉลองพระองค์ของพระคริสต์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคุณลักษณะ (คุณธรรม) ของพระองค์โดยเฉพาะความชอบธรรมในสภาพมนุษย์ของพระองค์. ต้นขาของพระองค์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังในการยืนหยัดของพระองค์ คือความมั่นคงของพระองค์. ชื่อเรียก "กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวงและเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งปวง" นั้นได้แสดงออกมาในความชอบธรรมและความมั่นคงของพระองค์.
วว.
19:16 ข วว.17:14
วว.
19:17 ก ยอค.39:17
วว.
19:17 ข วว.8:13
วว.
19:17 1 งานเลี้ยงใหญ่ของพระเจ้าตรงกันข้ามกับงานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดก. งานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดกนั้นมีไว้สำหรับผู้มีชัยชนะที่ได้รับเชิญ ส่วนงานเลี้ยงใหญ่ของพระเจ้านั้นมีไว้สำหรับนกทั้งปวงที่ได้รับเชิญ.
วว.
19:18 ก ยอค. 39:18-20
วว.
19:18 1 แปลตามตรงคือ นายพัน.
วว.
19:18 ข วว.6:15
วว.
19:19 ก วว.13:1
วว.
19:19 ข วว.16:12; 14, 16
วว.
19:19 1ข กษัตริย์ทั้งหลายทั่วโลก (16:12-14) นั้นได้ครอบคลุมถึงกษัตริย์ทั้งสิบองค์ที่อยู่ภายใต้อาณัติของผู้ต่อต้านพระคริสต์เป็นพิเศษ (17:12-14).
วว.
19:19 ค วว.9:16
วว.
19:19 2ค เหล่ากองทัพนี้ยังครอบคลุมถึงพลทหารม้าสองร้อยล้านนายที่มาจากตะวันออก (9:14-16; 16:12).
วว.
19:19 ง วว.16:16
วว.
19:19 จ วว.17:14; 19:11
วว.
19:19 3จ สงครามดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นที่อะระมะเฆโดน (16:14, 16) ซึ่งก็คือหุบเขาของยะโฮซาฟาด (ยอล.3:9-16; ซคย.14:2-3, 12-15) ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงเยรูซาเล็มมาก. สงครามนี้ก็คือการเหยียบย่ำองุ่นที่บ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธของพระเจ้า (ดู 14:17-20 และข้อ 19 คำอธิบาย 1).
วว.
19:19 ฉ วว.19:14
วว.
19:20 ก วว.13:11
วว.
19:20 ข วว. 13:13-14
วว.
19:20 1ข แปลตามตรงคือ เครื่องหมาย.
วว.
19:20 ค วว. 13:16-17
วว.
19:20 ง วว.13:15
วว.
19:20 จ 2ธซ.2:8; ดนอ.7:11; 8:25
วว.
19:20 ฉ วว.20:10, 14-15; 21:8
วว.
19:20 ช วว.14:10
วว.
19:20 2 ผู้ต่อต้านพระคริสต์กับผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จจะถูกโยนลงในบึงไฟก่อน (เทียบ 20:10, 15). พวกมันจะถูกโยนลงในบึงไฟทั้งเป็นไม่เหมือนผู้ที่ต้องพินาศคนอื่นๆ ซึ่งจะต้องผ่านการตายและการเป็นขึ้น.
เมื่อถึงตรงนี้เราจะเห็นว่า ทันทีที่แตรที่เจ็ดดังขึ้นในวันสุดท้ายของภัยพิบัติใหญ่ ในวันเดียวกันนั้นเองก็จะมีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้น (1) อาณาจักรแห่งโลกนี้ได้กลายเป็นอาณาจักรของพระคริสต์ (2) เหล่าวิสุทธิชนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาและจะถูกรับขึ้นไปพร้อมกับเหล่าวิสุทธิชนที่ยังมีชีวิตอยู่ (3) พยานสองคนจะเป็นขึ้นและจะถูกรับขึ้นไป (4) พระคริสต์จะทรงดำเนินการพิพากษาที่บัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระองค์ เพื่อประทานบำเหน็จแก่ผู้มีชัยชนะ (5) งานมงคลสมรสของพระคริสต์กับผู้มีชัยชนะ (6) พระคริสต์และผู้มีชัยชนะที่เพิ่งสมรสกันจะลงมายังแผ่นดินโลกเพื่อต่อสู้จนชัยชนะต่อผู้ต่อต้านพระคริสต์และทำลายผู้ที่ทำลายแผ่นดินในสงครามที่อะระมะเฆโดน และจะโยนผู้ต่อต้านพระคริสต์กับผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จทิ้งลงในบึงไฟ (7) โดยสงครามที่อะระมะเฆโดน พระคริสต์จะทรงช่วยประเทศอิสราเอลให้พ้นจากการล้อมโจมตีของผู้ต่อต้านพระคริสต์แล้วชาวอิสราเอลทั้งหมดจะกลับใจและจะได้รับความรอด (8) เมืองบาบิโลนใหญ่ด้านวัตถุจะถูกทำลายและ (9) ในขณะเดียวกันขันทั้งเจ็ดก็จะถูกเทลงมา. สงครามที่อะระมะเฆโดนจะเกิดขึ้นในขันที่หก. ภัยพิบัตินานาประการจากขันทั้งเจ็ดจะถูกดำเนินการโดยพระเจ้าภายในวันเดียว ซึ่งอาจจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์ด้านบวกต่างๆ ที่กล่าวไว้ในข้างต้นก็เป็นได้.
เมื่อถึงตรงนี้เราจะเห็นว่า ทันทีที่แตรที่เจ็ดดังขึ้นในวันสุดท้ายของภัยพิบัติใหญ่ ในวันเดียวกันนั้นเองก็จะมีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้น (1) อาณาจักรแห่งโลกนี้ได้กลายเป็นอาณาจักรของพระคริสต์ (2) เหล่าวิสุทธิชนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาและจะถูกรับขึ้นไปพร้อมกับเหล่าวิสุทธิชนที่ยังมีชีวิตอยู่ (3) พยานสองคนจะเป็นขึ้นและจะถูกรับขึ้นไป (4) พระคริสต์จะทรงดำเนินการพิพากษาที่บัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระองค์ เพื่อประทานบำเหน็จแก่ผู้มีชัยชนะ (5) งานมงคลสมรสของพระคริสต์กับผู้มีชัยชนะ (6) พระคริสต์และผู้มีชัยชนะที่เพิ่งสมรสกันจะลงมายังแผ่นดินโลกเพื่อต่อสู้จนชัยชนะต่อผู้ต่อต้านพระคริสต์และทำลายผู้ที่ทำลายแผ่นดินในสงครามที่อะระมะเฆโดน และจะโยนผู้ต่อต้านพระคริสต์กับผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จทิ้งลงในบึงไฟ (7) โดยสงครามที่อะระมะเฆโดน พระคริสต์จะทรงช่วยประเทศอิสราเอลให้พ้นจากการล้อมโจมตีของผู้ต่อต้านพระคริสต์แล้วชาวอิสราเอลทั้งหมดจะกลับใจและจะได้รับความรอด (8) เมืองบาบิโลนใหญ่ด้านวัตถุจะถูกทำลายและ (9) ในขณะเดียวกันขันทั้งเจ็ดก็จะถูกเทลงมา. สงครามที่อะระมะเฆโดนจะเกิดขึ้นในขันที่หก. ภัยพิบัตินานาประการจากขันทั้งเจ็ดจะถูกดำเนินการโดยพระเจ้าภายในวันเดียว ซึ่งอาจจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์ด้านบวกต่างๆ ที่กล่าวไว้ในข้างต้นก็เป็นได้.
วว.
19:21 ก วว.19:15