การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

วิวรณ์ บทที่ 17

(5) เมืองบาบิโลนใหญ่กับการทำลายเมืองนั้น
17:1 — 19:4
ก. ด้านศาสนา
17:1-18
(ก) หญิงโสเภณีใหญ่
ข้อ 1-6
วว. 17:1 หนึ่งในกทูตสวรรค์เจ็ดองค์ที่ถือขขันเจ็ดใบนั้นคมาพูดกับข้าพเจ้าว่า "มานี่เถิดข้าพเจ้าจะชี้ให้ท่านเห็น1ง การพิพากษา2หญิงโสเภณี3ใหญ่ที่นั่งอยู่บนจน้ำทั้งหลาย.
วว. 17:2 บรรดากษัตริย์ทั่วโลกได้1กล่วงประเวณีกับนาง และคนทั้งหลายขที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกก็คมัวเมาไปกับ2เหล้าองุ่นแห่งการล่วงประเวณีของนาง."
วว. 17:3 ข้าพเจ้าอยู่ใน1กวิญญาณ ทูตสวรรค์ได้ขนำข้าพเจ้าเข้าไปใน2ป่ากันดาร และข้าพเจ้าเห็นคผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บน3ง สัตว์ร้าย4สีแดงเข้ม สัตว์ร้ายนั้นเต็มไปด้วยชื่อที่เป็น5จคำหมิ่นประมาท มันมี6ฉเจ็ดหัวและชสิบเขา.
วว. 17:4 ผู้หญิงนั้นกนุ่งห่ม[เสื้อผ้า]1สีม่วงและ2สีแดงเข้ม นางประดับตัวด้วย3ทองคำ, เพชรพลอย, และไข่มุก ในมือของนางถือ4ขถ้วยทองคำซึ่งเต็มไปด้วยคสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน5และของง โสโครกแห่งการล่วงประเวณีของตน.
วว. 17:5 มีชื่อเขียนไว้ที่กหน้าผากของนางว่า "1ขข้อลับลึก คเมืองบาบิโลนใหญ่ 2มารดาของบรรดาหญิงโสเภณีและ3สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนแห่งแผ่นดินโลก."
วว. 17:6 ข้าพเจ้าเห็นผู้หญิงนั้น1ดื่มกเลือดของเหล่าวิสุทธิชนและเลือดของ2ขพยานบุคคลของพระเยซูจนเมามาย. ข้าพเจ้าเห็นนางแล้วก็ประหลาดใจยิ่งนัก.
(ข) คำอธิบายเกี่ยวกับผู้หญิงและสัตว์ร้าย
ข้อ 7-15, 18
วว. 17:7 ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงถามข้าพเจ้าว่า "เป็นไฉนท่านจึงประหลาดใจ? ข้าพเจ้าจะบอกให้ท่านทราบถึงข้อลับลึกของผู้หญิงนั้น และของสัตว์ร้ายที่มีเจ็ดหัวและสิบเขาที่นางขี่อยู่นั้น.
วว. 17:8 1สัตว์ร้ายที่ท่านได้เห็นนั้น เมื่อก่อนดำรงอยู่, แต่บัดนี้ไม่ดำรงอยู่แล้ว, และมันกำลังจะกขึ้นมาจากขเหวลึกและจะ2ไปสู่คความพินาศ. คนทั้งหลายที่ง อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกและไม่มีชื่อจจดไว้ใน3สมุดทะเบียนแห่งฉชีวิตตั้งแต่แรกสร้างโลกเป็นต้นมาก็จะพากันชประหลาดใจเมื่อเขาเห็นสัตว์ร้ายซึ่งเมื่อก่อนดำรงอยู่ และบัดนี้ไม่ดำรงอยู่แล้ว แต่กำลังจะมาดำรงในอนาคต.
วว. 17:9 ในเรื่องนี้[จำต้อง]มีความคิดที่มีกสติปัญญา. ขเจ็ดหัวนั้นก็คือ1ภูเขาเจ็ดลูกที่ผู้หญิงนั้นนั่งอยู่
วว. 17:10 และก็คือ1กษัตริย์เจ็ดองค์ ซึ่งห้าองค์ล่มสลายเสียแล้ว องค์หนึ่งเป็นอยู่ ส่วนอีกองค์หนึ่งยังไม่มา แต่เมื่อมาแล้วจะต้องดำรงอยู่เพียงชั่วระยะหนึ่ง.
วว. 17:11 สัตว์ร้ายที่เมื่อก่อนดำรงอยู่แต่บัดนี้ไม่ดำรงอยู่แล้วนั้นก็คือ1องค์ที่แปด มันมาจากเจ็ดองค์นั้นและจะไปสู่ความพินาศ.
วว. 17:12 กสิบเขาที่ท่านได้เห็นนั้น คือ1กษัตริย์สิบองค์ที่ยังไม่ได้รับขอาณาจักร แต่จะได้รับอำนาจเป็นกษัตริย์ด้วยกันกับสัตว์ร้ายนั้นเป็นเวลาคหนึ่งชั่วโมง.
วว. 17:13 กษัตริย์เหล่านี้1กคิดเห็นอย่างเดียวกันที่จะมอบฤทธิ์เดชและอำนาจของตนให้กับสัตว์ร้ายนั้น.
วว. 17:14 กษัตริย์เหล่านี้จะ1กทำสงครามกับขพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงคมีชัยชนะต่อพวกเขา เพราะว่าพระเมษโปดกทรงเป็นง เจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลายและทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และบรรดาคนที่จอยู่กับพระเมษโปดก คือคนที่ได้รับการทรงเรียก, 2ฉการเลือกสรร, และชสัตย์ซื่อก็จะมีชัยชนะด้วย."
วว. 17:15 ทูตสวรรค์ยังกล่าวกับข้าพเจ้าอีกว่า "1กน้ำทั้งหลายที่ท่านเห็นหญิงโสเภณีนั่งอยู่นั้นก็คือขชนชาติทั้งหลาย, ฝูงชนทั้งหลาย, ประเทศทั้งหลาย, และภาษาทั้งหลาย.
(ค) หญิงโสเภณีถูกสัตว์ร้ายทำลาย
ข้อ 16-17
วว. 17:16 กสิบเขาที่ท่านได้เห็นกับสัตว์ร้ายจะพากัน1เกลียดชังหญิงโสเภณีนั้น และจะขทำให้นางร้างเปล่าและเปลือยกาย ทั้งจะกินเนื้อของนาง และคเผานางเสียด้วยไฟจนหมดสิ้น.
วว. 17:17 เพราะ1พระเจ้าจะนำความคิดใส่ไว้ในใจของกษัตริย์ทั้งหลาย ให้กระทำตาม2พระทัยของพระองค์ และให้มีกความคิดเห็นอย่างเดียวกัน ตลอดจนให้มอบขอาณาจักรของตนให้แก่สัตว์ร้ายนั้น จนกว่าคพระคำของพระเจ้าจะสำเร็จ.
วว. 17:18 1ผู้หญิงที่ท่านได้เห็นก็คือกเมืองใหญ่ที่มี[อำนาจแห่ง]อาณาจักรครอบครองกษัตริย์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินโลก."

คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 17

วว. 17:1 ก วว.15:1; 21:9
วว. 17:1 ข วว.16:1
วว. 17:1 ค วว.4:1,21:9
วว. 17:1 ง วว.19:2
วว. 17:1 1ง หรือ การพิพากษา, การปรับโทษ.
วว. 17:1 2 หญิงโสเภณีในที่นี้ชี้ถึงนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศ. หญิงโสเภณีไม่มีสามี ซึ่งก็แสดงว่าพระเจ้าไม่เคยยอมรับว่าพระองค์ทรงมีความสัมพันธ์ใดๆ กับนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศเลย.
วว. 17:1 3 คำว่า "ใหญ่" ในที่นี้ไปสอดคล้องกับคำว่า "ใหญ่" ใน มธ.13:32.
วว. 17:1 จ วว.17:15; เทียบ ยรม.51:13
วว. 17:2 ก วว. 2:20, 22; 18:3, 9
วว. 17:2 1ก ความบาปซึ่งคริสตจักรที่ทรยศกระทำนั้นไม่ใช่การคบชู้อันเป็นความบาปของคู่ครองที่ไม่สัตย์ซื่อ แต่เป็นการล่วงประเวณีอันเป็นความบาปของหญิงโสเภณี ซึ่งนับว่าเป็นบาปยิ่งกว่าการคบชู้.การล่วงประเวณีของคริสตจักรที่ทรยศนั้นมาจากการที่นางไปมีความสัมพันธ์อันบาปชั่วกับกษัตริย์ทั่วโลกเพื่อผลประโยชน์ของนาง เหมือนกับที่หญิงโสเภณีทำบาปเพื่อผลประโยชน์ของตน. ความบาปซึ่งคริสตจักรที่ทรยศกระทำนั้นคือการล่วงประเวณีฝ่ายวิญญาณ. บรรดากษัตริย์ทั่วโลกได้ล่วงประเวณีกับนางโดยตรง.
วว. 17:2 ข วว.8:13
วว. 17:2 ค วว.14:8
วว. 17:2 2 เหล้าองุ่นในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงหลักธรรมอันเป็นมิจฉาลัทธิของคริสตจักรที่ทรยศในเรื่องการมีความสัมพันธ์แห่งการล่วงประเวณีกับอำนาจการปกครองบนโลก. หลักธรรมเหล่านี้เป็นเหมือนเหล้าองุ่นซึ่งจะล่อลวงคนทั้งหลายที่เข้าไปเกี่ยวพันกับศาสนาของเธอ. นี่ก็คือเหล้าองุ่นแห่งการล่วงประเวณีของเธอ. บรรดาผู้คนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลกก็มัวเมาไปกับเหล้าองุ่นนี้โดยทางอ้อม.
วว. 17:3 ก วว.1:10; 4:2; 21:10; 22:6
วว. 17:3 1ก ดู 1:10 คำอธิบาย 1.
วว. 17:3 ข วว.21:10
วว. 17:3 2 ป่ากันดารเป็นสถานที่แร้นแค้นกันดาร. นี่แสดงว่า คริสตจักรที่ทรยศนั้นอยู่ในสถานที่แร้นแค้นกันดาร ไม่มีน้ำพุที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้. ทูตสวรรค์ได้นำอัครทูตโยฮันเข้าไปในป่ากันดารเพื่อให้เขาได้เห็นว่า คริสตจักรที่ทรยศนั้นอยู่ในดินแดนที่แร้นแค้นกันดารเช่นนี้.
วว. 17:3 ค วว.2:20; มธ.13:33
วว. 17:3 ง วว.13:1
วว. 17:3 3ง สัตว์ร้ายในที่นี้เล็งถึงจักรวรรดิโรมันและผู้ต่อต้านพระคริสต์.
วว. 17:3 4 สีแดงเป็นสีของมังกรใหญ่ (ดู 12:3 คำอธิบาย 2). กรณีนี้แสดงว่า ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะมีลักษณะภายนอกที่เป็นหนึ่งกับซาตาน.
วว. 17:3 จ วว.13:1
วว. 17:3 5จ ซีซาร์เกือบทุกองค์ล้วนเรียกตัวเองว่าเป็นพระเจ้า. นี่เป็นการหมิ่นประมาทต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง.
วว. 17:3 ฉ วว.13:1; 17:9-10
วว. 17:3 6ฉ ดู 13:1 คำอธิบาย 3; 17:9 คำอธิบาย 1 และ 17:10 คำอธิบาย 1.
วว. 17:3 ช วว. 17:12, 16; ดนอ. 7:7, 20, 24
วว. 17:4 ก วว.18:16
วว. 17:4 1 สีม่วงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความน่าเกรงขามที่นำมาซึ่งอำนาจ (อ้างอิง ยฮ.19:2-3). สีม่วงเป็นสีที่ได้จากการผสมระหว่างสีน้ำเงินกับสีแดงจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการนำสิ่งของฝ่ายสวรรค์ไปผสมกับสิ่งของฝ่ายโลก. นี่คือเปลือกนอกของคริสตจักรที่ทรยศ.
วว. 17:4 2 สีแดงเข้มถือเป็นลักษณะพิเศษของนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศซึ่งสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปในกรุงวาติกัน โดยเฉพาะบนเครื่องแบบของพระคาร์ดินาลจะปรากฏชัดที่สุด.
วว. 17:4 3 ทองคำ, เพชรพลอย, และไข่มุก เป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (21:18-19, 21) แต่ผู้หญิงคนนี้ (คริสตจักรที่ทรยศ) ไม่ได้ใช้สิ่งล้ำค่าเหล่านี้มาก่อสร้างขึ้นอย่างมั่นคง เพียงแต่สวมใส่ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เป็นเครื่องประดับเพื่อโอ้อวดทางภายนอกเท่านั้น. สิ่งนี้คืออุบายที่มาล่อลวงผู้คน และยังเป็นเปลือกนอกที่จอมปลอมของหญิงโสเภณีใหญ่ด้วย.
วว. 17:4 ข ยรม.51:7; วว.18:6
วว. 17:4 4ข ในด้านเครื่องหมายนั้น ทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าดังนั้นถ้วยทองคำในที่นี้จึงชี้บ่งว่า ในด้านเปลือกนอกนั้น คริสตจักรที่ทรยศก็มีบางอย่างที่อยู่ฝ่ายพระเจ้าจริง. อย่างไรก็ดีภายในถ้วยทองคำของเธอเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนและของโสโครกแห่งการล่วงประเวณีของเธอ, เต็มด้วยการกราบไหว้รูปเคารพ ธรรมเนียมของศาสนาอื่นตลอดจนสิ่งที่เป็นของซาตานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาลัทธิและศาสนา. ดังนั้นแม้นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศจะมีสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่บางประการ แต่ก็ได้นำหลายสิ่งที่ชั่วร้ายและโสโครกเข้าไปปะปนกับสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ด้วย.
วว. 17:4 ค พบญ. 7:25-26
วว. 17:4 5 และ หรือ ก็คือ.
วว. 17:4 ง วว.18:2
วว. 17:5 ก เทียบ วว.7:3; 13:16; 14:1; 22:4
วว. 17:5 ข วว.17:7; เทียบ อฟ.5:32
วว. 17:5 1ข คำว่า "ข้อลับลึก" ในที่นี้ชี้บ่งว่า เมืองบาบิโลนใหญ่ในบทนี้ไม่ใช่เมืองบาบิโลนด้านวัตถุในบทที่ 18 แต่เป็นเมืองบาบิโลนด้านศาสนา. เมืองบาบิโลนด้านศาสนาซึ่งก็คือคริสตจักรที่ทรยศนั้นมีความลับลึกยิ่งนักทั้งในสิ่งที่นางเป็น, สิ่งที่นางปฏิบัติ, และสิ่งที่นางสั่งสอน.
วว. 17:5 ค วว.14:8; เทียบ วว.16:19; 18:2
วว. 17:5 2 ในเมื่อมารดาของบรรดาหญิงโสเภณีก็คือคริสตจักรที่ทรยศ ดังนั้นบรรดาหญิงโสเภณีที่เป็นลูกสาวของนางก็จะต้องเป็นลัทธิและกลุ่มคณะต่างๆ ทั้งหมดในศาสนาคริสต์ที่ได้ยึดถือคำสอน, วิธีปฏิบัติ, และประเพณีของนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศอยู่บ้างไม่มากก็น้อย. ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่บริสุทธิ์หมดจดนั้น ต้องไม่มีสิ่งชั่วร้ายที่ส่งถ่ายมาจากคริสตจักรที่ทรยศเลย.
วว. 17:5 3 สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนก็คือรูปเคารพ (พบญ.7:25-26). นิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศนั้นเต็มไปด้วยรูปเคารพ.
วว. 17:6 1 นิกายโรมันคาทอลิกไม่ได้ฆ่าเหล่าวิสุทธิชนโดยตรง แต่ได้ฆ่าพวกเขาโดยทางอ้อมผ่านจักรวรรดิโรมัน. นางได้เมามายไปด้วยเลือดของเหล่าวิสุทธิชนและด้วยเลือดแห่งพยานบุคคลของพระเยซู.
วว. 17:6 ก วว.16:6
วว. 17:6 ข กจ.1:8; วว.2:13
วว. 17:6 2ข หรือ ผู้พลีชีพ. วิสุทธิชนคือผู้ที่ได้รับการแบ่งแยกออกมาและแบ่งแยกบริสุทธิ์ถวายแด่พระเจ้า และเป็นผู้ดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกบริสุทธิ์เพื่อพระเจ้า แม้จะต้องตาย. ส่วนพยานบุคคลก็คือผู้ที่เป็นพยานอันมีชีวิตขององค์พระเยซูเจ้าและเป็นผู้ที่สัตย์ซื่อแม้ต้องถึงตาย. พยานบุคคลของพระเยซูก็เป็นวิสุทธิชนด้วย อย่างไรก็ตามวิสุทธิชนอาจจะดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกออกมาและแบ่งแยกบริสุทธิ์ และไม่ทำตามคริสตจักรที่ทรยศเท่านั้น แต่ไม่ได้ออกมาเป็นพยานต่อต้านการทรยศของโรมันคาทอลิกอย่างเปิดเผยเหมือนดังที่อันติปาผู้เป็นพยานบุคคล (2:13) ได้ทำนั้น.
วว. 17:8 1 สัตว์ร้ายก็คือผู้ต่อต้านพระคริสต์. ก่อนที่โยฮันจะเขียนหนังสือเล่มนี้ มันได้ปรากฏตัวออกมาในฐานะของซีซาร์เนโร ดังนั้นจึงกล่าวว่า "เมื่อก่อนดำรงอยู่" แต่ขณะที่โยฮันกำลังเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่เนโรก็ตายเสียแล้ว ดังนั้นจึงว่า "บัดนี้ไม่ดำรงอยู่แล้ว." การกล่าวว่า "มันกำลังจะขึ้นมาจากเหวลึก" เปิดเผยเป็นนัยว่าในเวลานี้วิญญาณของเนโรอยู่ในเหวลึกและกำลังจะขึ้นมาจากเหวลึก และจะเข้าสิงในร่างกายของผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่ถูกฆ่าและได้ฟื้นขึ้นมา ดังที่ได้ชี้บ่งไว้ใน 13:3.
วว. 17:8 ก วว.11:7; เทียบ วว.13:1
วว. 17:8 ข วว.9:1-2; 11:7; 20:1, 3
วว. 17:8 2 กรณีนี้ชี้บ่งว่า ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะต้องพินาศ ดังที่ได้บรรยายไว้ใน 19:20 และ 20:10 ซึ่งก็คือจะถูกโยนทิ้งลงในบึงไฟ.
วว. 17:8 ค วว.19:20; 20:10
วว. 17:8 ง วว.3:10
วว. 17:8 จ วว.13:8
วว. 17:8 3 แปลตามตรงคือ หนังสือม้วน.
วว. 17:8 ฉ วว.3:5
วว. 17:8 ช วว.13:3
วว. 17:9 ก วว.13:18
วว. 17:9 ข วว.17:3
วว. 17:9 1 กรุงโรมสร้างอยู่บนภูเขาเจ็ดยอด. หัวทั้งเจ็ดของสัตว์ร้ายที่หญิงโสเภณีนั้นขี่อยู่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงภูเขาทั้งเจ็ดนี้.
วว. 17:10 1 กษัตริย์เจ็ดองค์ก็คือซีซาร์เจ็ดองค์จากสิบสององค์แห่งจักรวรรดิโรมัน. ห้าองค์แรกนั้นล่มจมไปแล้ว คือล้วนแต่มีจุดจบที่ไม่ดี (วนฉ.3:25; 2ซมอ.1:10, 25, 27). ห้าองค์นี้คือจูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar), ทิเบริอัส (Tiberius), คาลิกูลา (Caligula), คลาวดิอัส (Claudius), เนโร (Nero) ซึ่งทุกองค์ที่ว่ามานี้ ถ้าไม่ถูกคนอื่นฆ่าก็ได้ฆ่าตัวตายไปแล้วก่อนที่โยฮันจะเขียนหนังสือเล่มนี้. องค์ที่หกคือโดมิเทียน (Domitian) ก็ถูกฆ่าด้วย แต่ในขณะที่โยฮันกำลังเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่นั้น เขายังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นในที่นี้จึงว่าเขายัง "เป็นอยู่." ส่วน "อีกองค์หนึ่ง" (องค์ที่เจ็ด) ก็คือผู้ต่อต้านพระคริสต์นั้น "ยังไม่มา" ในเวลานั้น. เมื่อมันมาแล้วมันจะดำรงอยู่เพียงชั่วระยะหนึ่ง ต่อมาจะถูกฆ่าและจะฟื้นขึ้นมาด้วยวิญญาณของเนโร ซึ่งเป็นองค์ที่ห้าและจะกลายเป็นองค์ที่แปด.
วว. 17:11 1 ผู้ต่อต้านพระคริสต์คือซีซาร์องค์ที่เจ็ดที่จะมานั้น แต่ก็เป็นองค์ที่แปดด้วย. ถ้าพิจารณาตาม 13:3 แล้ว ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะถูกฆ่าและจะฟื้นขึ้นมา. ขณะที่มันฟื้นขึ้นมานั้น วิญญาณของเนโร (ซีซาร์องค์ที่ห้า) จะขึ้นมาจากเหวลึก (ในเวลาที่ซาตานถูกเหวี่ยงลงมายังแผ่นดินโลกใน 12:10, 13) และเข้าสิงในร่างกายที่ตายแล้วของผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ซีซาร์องค์ที่เจ็ด) ทำให้ศพนั้นกลับมีลมหายใจแล้วฟื้นขึ้นมาอีก เพื่อเลียนแบบการเป็นขึ้นของพระคริสต์. ซีซาร์องค์ที่รวมตัวขึ้นด้วยซีซาร์องค์ที่ห้าและองค์ที่เจ็ดนี้ก็คือซีซาร์องค์ที่แปด.ดังนั้นมันจึง "มาจากเจ็ดองค์นั้น" เพราะมีร่างกายขององค์ที่เจ็ดและวิญญาณขององค์ที่ห้า. ฉะนั้นมันจึงมีความสามารถกว่า, ฉลาดกว่า, และ มีฤทธิ์เดชในการทำให้ลุ่มหลง, หลอกลวง, และ ล่อลวงได้มากกว่า เพื่อมาล่อลวงบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อพระคริสต์ไปจนหมด. ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่มนุษย์จะรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นบุคคลที่อัศจรรย์อย่างนี้และจะติดตามมันไป (ข้อ 8; 13:3).
วว. 17:12 ก วว.17:3
วว. 17:12 1 ก่อนภัยพิบัติใหญ่นั้น จะมีกษัตริย์สิบองค์ถูกตั้งขึ้นในจักรวรรดิโรมันที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมา. พวกเขาจะร่วมเป็นหนึ่งกับผู้ต่อต้านพระคริสต์ในการต่อต้านพระเจ้าและข่มเหงพลไพร่ของพระเจ้า คือชาวยูดายและพวกคริสเตียน. กษัตริย์ทั้งสิบองค์นี้ก็เทียบได้กับนิ้วเท้าทั้งสิบนิ้วของรูปปั้นใหญ่ที่กษัตริย์นะบูคัศเนซัรได้ฝันเห็น (ดนอ.2:42). ทั้งพวกเขาและอาณาจักรของพวกเขาจะยอมสวามิภักดิ์ต่อผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ข้อ 17).
วว. 17:12 ข วว.17:17
วว. 17:12 ค วว.18:10, 17, 19
วว. 17:13 ก วว.17:17
วว. 17:13 1ก หมายถึงความคิดที่ถูกแสดงออกมาเป็นความเห็น.
วว. 17:14 ก วว.19:19
วว. 17:14 1ก สงครามในที่นี้ก็คือสงครามที่กล่าวไว้ใน 19:11-21 ซึ่งก็คือสงครามใหญ่ที่อะระมะเฆโดนนั่นเอง (16:14, 16).
วว. 17:14 ข วว.5:6
วว. 17:14 ค วว.3:21; 5:5
วว. 17:14 ง วว.19:16; 1ตธ.6:15
วว. 17:14 จ วว.19:14
วว. 17:14 ฉ มธ.22:14
วว. 17:14 2ฉ ในที่นี้กล่าวถึง "การเลือกสรร" หลัง "การทรงเรียก." การถูกเรียกก็คือการได้รับความรอดส่วนการถูกเลือกก็คือ การถูกรับรองจากพระเจ้าตามการดำเนินชีวิตที่มีชัยชนะ. ในวันนี้มีคนมากมายที่ได้รับการทรงเรียก แต่ในอนาคตนั้น มีคนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะได้รับการเลือกสรร (มธ.22:14).
วว. 17:14 ช วว.2:10, 13
วว. 17:15 ก วว.17:1
วว. 17:15 1ก ห้วงน้ำมากมายที่หญิงโสเภณีนั่งอยู่ก็คือชนชาติ, มวลชน, ประเทศ, และภาษาต่างๆ. สิ่งนี้ได้สำเร็จโดยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ว่านิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศนั้นได้ครอบงำเหนือชนชาติและประเทศต่างๆทั่วโลก.
วว. 17:15 ข วว.5:9
วว. 17:16 ก วว.17:3, 12
วว. 17:16 1 การที่เขาสิบเขากับสัตว์ร้ายพากันเกลียดชังหญิงโสเภณีคนนี้และจะทำให้นางร้างเปล่าหมายความว่า ผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์ทั้งสิบองค์จะมาข่มเหงนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศ. สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อภัยพิบัติใหญ่เริ่มขึ้น (ดู 14:8 คำ อธิบาย 2). พวกเขาจะทำให้นิกายโรมันคาทอลิก "ร่างเปล่าและเปลือยเปล่า" ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะทำลายนาง, แย่งชิงความมั่งมีของนางไปเสีย, และจะเปิดโปงนาง. นอกจากนี้พวกเขาจะ "กินเนื้อของนาง" ซึ่งก็คือเข่นฆ่าอวัยวะของนาง. พวกเขายังจะ "เผานางเสียด้วยไฟ" ซึ่งก็คือจะทำลายนางเสียจนสิ้นซาก. นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชี้บ่งว่า บาบิโลนใหญ่ที่กล่าวไว้ในบทนี้เป็นบาบิโลนทางด้านศาสนา.
วว. 17:16 ข วว. 18:17, 19; ยรม.50:13; 51:26
วว. 17:16 ค วว.18:8; 19:3
วว. 17:17 1 การที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์ทั้งสิบองค์ของมันทำลายนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศนั้นเป็นมาจากพระเจ้า. การทำลายเช่นนี้ไม่ควรนับเป็นการพลีชีพ แต่ควรจะนับเป็นการพิพากษาแห่งการแก้แค้นของพระเจ้า.
วว. 17:17 2 ดูข้อ 13 คำอธิบาย 1.
วว. 17:17 ก วว.17:13
วว. 17:17 ข วว.16:10
วว. 17:17 ค รม.9:28
วว. 17:18 1 คำว่า "หญิงโสเภณี" ในข้อ 16 เล็งถึงบาบิโลนด้านศาสนาซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงนิกายโรมันคาทอลิก. ส่วนคำว่า "ผู้หญิง" ในที่นี้เล็งถึงบาบิโลนด้านวัตถุ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกรุงโรม. เมืองนี้ได้ชื่อว่า "เมืองใหญ่ที่ตั้งอาณาจักรครอบครองกษัตริย์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินโลก." ขณะที่โยฮันเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่นั้น กรุงโรมเป็นเมืองที่ตั้งอาณาจักรครอบครองกษัตริย์ทั้งหลายทั่วแผ่นดินโลก. สิ่งที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์ทั้งสิบองค์ของมันจะพากันเกลียดชังนั้นคือหญิงโสเภณี ซึ่งก็คือนิกายโรมันคาทอลิกไม่ใช่ผู้หญิงซึ่งก็คือกรุงโรมอันเป็นฐานที่มั่นในการปกครองของพวกเขา.
วว. 17:18 ก วว.18:10, 16, 18-19
สารบัญ