การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

วิวรณ์ บทที่ 14

(3) การเก็บเกี่ยวสามประเภท
14:1-20
ก. ผลสุกงอมรุ่นแรกในท่ามกลางผู้เชื่อก่อนภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 1-5
วว. 14:1 ข้าพเจ้ามองไป ดูเถิด กพระเมษโปดกทรงยืนอยู่บนภูเขา1ขซีโอน มี[คน]2คแสนสี่หมื่นสี่พัน[คน]อยู่กับพระองค์ มี3ง พระนามของพระองค์และจพระนามของพระบิดาของพระองค์เขียนไว้ที่หน้าผากของพวกเขา.
วว. 14:2 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงมาจากสวรรค์ดุจ1เสียงกน้ำลั่นมากมายและดุจเสียงขฟ้าร้อง2ดังสนั่น และเสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินนั้นเหมือน[เสียง]3นักดีดคพิณกำลังบรรเลงอยู่.
วว. 14:3 คนเหล่านั้นกขับร้องขเพลงบทใหม่ต่อหน้าพระที่นั่ง, ต่อหน้าคสิ่งมีชีวิตทั้งสี่, และง เหล่าผู้อาวุโส 1ไม่มีผู้ใดสามารถเรียนเพลงบทนั้นได้ นอกจากคนแสนสี่หมื่นสี่พัน[คน]ที่ถูกจซื้อมา2จากแผ่นดินโลก.
วว. 14:4 คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง เพราะเขาเป็น1กพวกพรหมจารี. และไม่ว่าพระเมษโปดกจะเสด็จไปที่ไหน คนเหล่านี้ก็ขตามเสด็จไป. คนเหล่านี้ถูกซื้อมาจากท่ามกลางมนุษย์ [เป็น]2คผลสุกงอมรุ่นแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก.
วว. 14:5 1กไม่พบคำมุสาในปากของพวกเขา พวกเขา2ขไม่มีด่างพร้อยเลย.
ข. กิตติคุณอันนิรันดร์ในท่ามกลางภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 6-7
วว. 14:6 และข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งบินอยู่กกลางท้องฟ้า มี1กิตติคุณอันนิรันดร์ที่จะไปประกาศแก่บรรดาผู้ที่2ขอาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก คือแก่ทุกประเทศ, ทุกเผ่า, ทุกภาษา, และทุกชนชาติ.
วว. 14:7 ท่านประกาศด้วยเสียงอันดังว่า "1จงกยำเกรงพระเจ้าและขถวายสง่าราศีแด่พระองค์เพราะเวลาที่พระองค์จะ2คทรงพิพากษานั้นมาถึงแล้ว และจง3ง นมัสการพระองค์ผู้ได้ จทรงสร้างฟ้าสวรรค์, แผ่นดินโลก, ทะเล, และฉน้ำพุทั้งหลาย."
ค. เมืองบาบิโลนแห่งศาสนาล่มสลายในท่ามกลางภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 8
วว. 14:8 มีทูตสวรรค์องค์ที่สองตามมาประกาศว่า "1กเมืองบาบิโลนใหญ่ที่ได้ทำให้ทุกประเทศขดื่ม2เหล้าองุ่นแห่งความเกรี้ยวกราดจากการล่วงประเวณีของนางนั้นคล่มสลายแล้ว! ล่มสลายแล้ว!"
ง. คำเตือนต่อผู้กราบไหว้ผู้ต่อต้านพระคริสต์
ในท่ามกลางภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 9-12
วว. 14:9 แล้วทูตสวรรค์องค์ที่สามก็ตามสององค์แรกมาประกาศด้วยเสียงดังว่า "ถ้าผู้ใดกกราบไหว้สัตว์ร้ายและขรูปจำลองของมัน และรับคเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือ
วว. 14:10 ผู้นั้นจะต้องดื่มกเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธของพระเจ้า ซึ่งได้ผสมลงในขจอกแห่งพระพิโรธของพระองค์โดยมิได้เจือจาง และเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานด้วย1คไฟและกำมะถันต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์และต่อเบื้องพระพักตร์พระเมษโปดก.
วว. 14:11 กควันแห่งการทนทุกข์ทรมานของเขาจะพลุ่งขึ้นสืบๆ ไปเป็นนิตย์ และคนทั้งปวงที่กราบไหว้สัตว์ร้ายและขรูปจำลองของมัน และผู้ใดที่รับเครื่องหมายแห่งชื่อของมันจะไม่ได้พักสงบเลยทั้งกลางวันและกลางคืน.
วว. 14:12 นี่แหละคือ1กความอดทนของ2พวกวิสุทธิชน คือบรรดาผู้ที่ขถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าและคหลักความเชื่อของพระเยซู."
จ. พระพรของผู้พลีชีพในท่ามกลางภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 13
วว. 14:13 ข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงตรัสมาจากสวรรค์ว่า "จงเขียนไว้ว่า นับแต่นี้ไป1คนที่กตายในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นสุข." 2ขพระวิญญาณนั้นตรัสว่า "ใช่แล้ว เพื่อเขาจะได้คพักสงบจากการตรากตรำของตน เพราะ3การงานที่เขาได้กระทำนั้นก็ติดตามเขาไป."
ฉ. การเก็บเกี่ยวของผู้เชื่อในเวลาใกล้สิ้นสุดภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 14-16
วว. 14:14 ข้าพเจ้ามองไป ดูเถิด มีเมฆขาว 1มีผู้หนึ่งเหมือน2กบุตรมนุษย์นั่งอยู่ขบนเมฆนั้น มี3คมงกุฎทองคำบนพระเศียรและ4ในพระหัตถ์มีเคียวคมกริบ.
วว. 14:15 และมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งกออกมาจากขพระวิหาร ร้องทูลต่อพระองค์ผู้ทรงนั่งอยู่บนเมฆด้วยเสียงดังว่า "โปรด1ยื่นเคียวของท่านออกไปเกี่ยวเถิด เพราะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว2ค ข้าวที่ต้องเก็บเกี่ยวบนแผ่นดินโลกก็3สุกงอมแล้ว.
วว. 14:16 พระองค์ผู้ทรงนั่งอยู่บนเมฆนั้นจึงตวัด1เคียวของท่านไปบนแผ่นดินโลก [ข้าวที่ต้องเก็บเกี่ยวบน]แผ่นดินโลกก็ถูก2เก็บเกี่ยว."
ช. การเก็บรวบรวมผลองุ่น (ผู้กระทำชั่ว) เมื่อสิ้นสุดภัยพิบัติใหญ่
ข้อ 17-20
วว. 14:17 มีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งออกมาจากพระวิหารที่อยู่ในสวรรค์ ถือเคียวคมกริบไว้เช่นกัน.
วว. 14:18 ยังมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งออกมาจากกแท่นบูชา มีอำนาจควบคุมไฟได้ และร้องบอก1ผู้ที่ถือเคียวคมกริบด้วยเสียงดังว่า "จง2ยื่นเคียวคมกริบของท่านออกไปเก็บเกี่ยว3พวงองุ่นจากต้นองุ่นแห่งแผ่นดินโลกเถิด ด้วยว่าผลองุ่นนั้นสุกดีแล้ว."
วว. 14:19 ทูตสวรรค์นั้นจึงตวัดเคียวไปบนแผ่นดินโลก และได้เก็บรวบรวมองุ่นแห่งแผ่นดินโลก เทลงไปในบ่อใหญ่[อันเป็น]1กบ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธของพระเจ้า.
วว. 14:20 [องุ่นใน]บ่อย่ำนั้นก็ถูกเหยียบย่ำภายนอก1กเมือง ขเลือดก็ไหลออกจากบ่อย่ำองุ่นสูงถึง2คบังเหียนม้า ไหลนองไปเป็นระยะทาง3หนึ่งพันหกร้อย4สเตเดีย.

คำอธิบาย วิวรณ์ บทที่ 14

วว. 14:1 ก วว.5:6
วว. 14:1 ข ฮร.12:22
วว. 14:1 1ข ภูเขาซีโอนในที่นี้ ไม่ใช่ภูเขาซีโอนที่อยู่บนแผ่นดินโลก แต่เป็นภูเขาซีโอนซึ่งอยู่บนสวรรค์ทั้งหลาย (ฮร.12:22).
วว. 14:1 ค เทียบ วว.7:4
วว. 14:1 2ค ตัวเลขนี้จะต้องเป็นตัวเลขที่แท้จริงซึ่งมีความหมายของสัญลักษณ์. หนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันมาจาก 12 X 12 X 1000. เลขสิบสองเป็นตัวเลขที่ครบถ้วนในการปกครองที่นิรันดร์ของพระเจ้า. หนึ่งร้อยสี่สิบสี่ (21:17) คือ 12 X 12 เป็นเครื่องหมายเล็งถึง ความครบถ้วนแห่งความครบถ้วนซึ่งก็คือความครบถ้วนที่บริบูรณ์ที่สุด. ตัวเลขในที่นี้เป็นหนึ่งพันเท่าของความครบถ้วนสุดยอดนี้.
วว. 14:1 ง วว.3:12
วว. 14:1 3ง การที่ผู้มีชัยชนะในรุ่นแรกๆ มีพระนามของพระเมษโปดกและพระนามของพระบิดาเขียนไว้ที่หน้าผากนั้นชี้บ่งว่า พวกเขาเป็นหนึ่งกับพระเมษโปดกและพระบิดา และยังชี้บ่งว่า พวกเขาเป็นของพระเมษโปดกและของพระบิดาด้วย. สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับบรรดาผู้ที่กราบไหว้สัตว์ร้ายและมีชื่อของสัตว์ร้ายเขียนไว้ที่หน้าผาก (13:16-17).
วว. 14:1 จ วว.3:12;22:4
วว. 14:2 1 เสียงน้ำลั่นมากมาย เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเสียงอึกทึกครึกโครม.
วว. 14:2 ก วว.19:6; 1:15
วว. 14:2 ข วว.19:6; 6:1
วว. 14:2 2 เสียงฟ้าร้องดังสนั่น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเสียงที่เคร่งขรึม.
วว. 14:2 3 เสียงนักดีดพิณ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงเสียงที่ไพเราะเสนาะหู.
วว. 14:2 ค วว.15:2; 5:8
วว. 14:3 ก วว.15:3
วว. 14:3 ข วว.5:9; บพส.33:3; 40:3; 98:1
วว. 14:3 ค วว.4:6
วว. 14:3 ง วว.4:4
วว. 14:3 1 เพลงบทใหม่ที่ผู้มีชัยชนะกลุ่มแรกร้องนั้นจะต้องสอดคล้องกับประสบการณ์ของเขาที่มีต่อพระเมษโปดก. สาเหตุที่ไม่มีใครสามารถเรียนบทเพลงนี้ได้ ก็เพราะไม่มีใครที่มีประสบการณ์ต่อพระคริสต์ที่เจาะจงและพิเศษเหมือนพวกเขา.
วว. 14:3 จ วว.5:9; กจ.20:28; 1กธ.6:20
วว. 14:3 2 "จากแผ่นดินโลก" แสดงว่าพวกเขาไม่ได้อยู่บนแผ่นดินโลก แต่ถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งหลายแล้ว.
วว. 14:4 ก มธ.19:12; เทียบ 1กธ.7:37; 2กธ.11:2
วว. 14:4 1ก กรณีนี้คงจะเป็นพวกที่รักษาตัวเป็นโสดซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ใน มธ.19:11-12. อย่างไรก็ตามหลักการเดียวกันนี้ย่อมจะปรับใช้กับพี่น้องหญิงได้ (1กธ.7:7, 37).
วว. 14:4 ข มธ.4:19- 22; 10:38; 16:24; ลก.9:23; 14:27; ยฮ. 21:19, 22
วว. 14:4 ค อซด.23:19; 34:26; ลวต.23:10; เทียบ ยก.1:18
วว. 14:4 2ค เหล่าผู้มีชัยชนะในรุ่นแรกๆ นั้นจะเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในไร่นาของพระเจ้า. ดังนั้นพวกเขาก็จะถูกเก็บเกี่ยวก่อนการเก็บเกี่ยวรวงข้าวทั้งหมด เพื่อเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกถวายแด่พระเจ้าและแด่พระเมษโปดก. ส่วนการเก็บเกี่ยวรวงข้าวทั้งหมดนั้นจะกระทำกันภายหลัง คือในข้อ 14-16. นี่หมายความว่า บรรดาผู้มีชัยชนะจะถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ทั้งหลายก่อนการเก็บเกี่ยวรวงข้าวทั้งหมด เหมือนดังที่ผลสุกงอมรุ่นแรกในแผ่นดินงามจะถูกเก็บเกี่ยวและจะถูกนำเข้าไปในพระวิหารของพระเจ้าก่อนที่จะเก็บเกี่ยวรวงข้าวทั้งหมด (ลวต.23:10-11; อซด.23:19). เหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในข้อ 6-13 นั้นล้วนเกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติใหญ่ทั้งสิ้น (มธ.24:21). กรณีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนและพิสูจน์อย่างแข็งแรงว่า ผู้มีชัยชนะกลุ่มแรกซึ่งก็คือผลสุกงอมรุ่นแรกที่กล่าวไว้ในข้อ 1-5 นั้นจะต้องถูกรับขึ้นไปก่อนภัยพิบัติใหญ่ ส่วนผลเก็บเกี่ยวในข้อ 14-16 ซึ่งประกอบด้วยผู้เชื่อส่วนใหญ่นั้นจะถูกรับขึ้นไปตอนท้ายของภัยพิบัติใหญ่. ดู 12:6 คำอธิบาย 1.
วว. 14:5 ก อฟ.4:25; กซ.3:9
วว. 14:5 1ก มารเป็นพ่อของคนทั้งหลายที่พูดมุสา และคำมุสาล้วนออกมาจากมัน (ยฮ.8:44). เมื่อไม่มีคำมุสาในปากของผู้มีชัยชนะเลยก็ย่อมแสดงว่าพวกเขาไม่มีส่วนประกอบใดๆ ของซาตานอยู่ในการแสดงออกของพวกเขาเลย.
วว. 14:5 ข อฟ.1:4; 5:27; 1ธซ.3:13; 5:23
วว. 14:5 2ข วลีที่ว่า "ไม่มีด่างพร้อยเลย" แสดงว่าพวกเขาไม่มีตำหนิหรือรอยย่นแต่อย่างใด, มีแต่ความครบสมบูรณ์ในการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อฟ.5:27), เป็นผู้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์คืนสู่พระเจ้าอย่างเด็ดขาด, และได้ซาบซ่านไปด้วยพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง (1ธซ.5:23).
วว. 14:6 ก วว.8:13
วว. 14:6 1 กิตติคุณที่นิรันดร์ ซึ่งจะถูกประกาศในช่วงภัยพิบัติใหญ่นั้น (มธ.24:21) แตกต่างจากกิตติคุณแห่งพระคุณที่ได้ประกาศกันในยุคคริสตจักร (กจ.20:24). สาระพื้นฐานของกิตติคุณแห่งพระคุณก็คือ การกลับใจเสียใหม่หันสู่พระเจ้าและการเชื่อเข้าสู่องค์พระเยซูเจ้า (กจ.20:21) เพื่อให้มนุษย์ได้รับการอภัยบาปและได้รับการบังเกิดใหม่เป็นบุตรของพระเจ้า (ลก.24:47; ยฮ.1:12). ส่วนสาระพื้นฐานของกิตติคุณที่นิรันดร์นั้นก็คือให้มนุษย์ทั้งหลายยำเกรงพระเจ้าและนมัสการพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะไม่ถูกล่อลวงไปติดตามผู้ต่อต้านพระคริสต์ แต่จะถูกนำกลับมาสู่การนมัสการที่แท้จริงต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก (ข้อ 7). ในวันนี้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีเอกสิทธิ์ในการป่าวประกาศกิตติคุณแห่งพระคุณบนแผ่นดินโลก (กจ.10:3-6). แต่ในเวลาที่จะสิ้นสุดยุคสมัยนี้กิตติคุณที่นิรันดร์จะถูกป่าวประกาศโดยทูตสวรรค์บนท้องฟ้า.
วว. 14:6 ข วว.13:8
วว. 14:6 2ข แปลตามตรงคือ นั่ง.
วว. 14:7 1 ถ้อยคำที่ว่า "จงยำเกรงพระเจ้าและถวายสง่าราศีแด่พระองค์" เป็นคำสั่งที่มีต่อผู้ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก เพื่อต้านทานการล่อลวงของผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ ผู้คนจะได้ไม่ไปติดตามผู้ต่อต้านพระคริสต์ และยังต้านทานคำข่มขู่ที่จะฆ่าบรรดาผู้ที่ไม่ยอมกราบไหว้ผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่อยู่ในระหว่างภัยพิบัติใหญ่ด้วย (13:14-15).
วว. 14:7 ก วว.11:18; 15:4
วว. 14:7 ข วว.11:13
วว. 14:7 ค มธ. 25:31-46; กจ.10:42; 17:31; 2ตธ.4:1
วว. 14:7 2ค การพิพากษาในที่นี้คือการพิพากษาที่พระคริสต์จะทรงดำเนินการต่อชนนานาประเทศ เมื่อพระองค์เสด็จกลับมายังแผ่นดินโลก ดังที่พระองค์ทรงพยากรณ์ไว้ใน มธ.25:31-46. การพิพากษานี้จะดำเนินการบนตัวของคนที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งแตกต่างกับการพิพากษาบนตัวของคนตายหลังอาณาจักรพันปีที่กล่าวไว้ใน วว.20:11-15. เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลก คนทั้งปวงที่ยังมีชีวิตอยู่ในประเทศต่างๆ จะต้องถูกพิพากษาตามกิตติคุณที่นิรันดร์ซึ่งทูตสวรรค์ได้ประกาศไว้ในช่วงภัยพิบัติใหญ่ (มธ.24:21). ถ้าผู้ใดยำเกรงพระเจ้าและนมัสการพระเจ้าและปฏิบัติดีต่อพวกคริสเตียนและชาวยูดาย ซึ่งก็คือพี่น้องทั้งหลายขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ต้องประสบกับความยากจนและถูกจำจองภายใต้การข่มเหงของผู้ต่อต้านพระคริสต์ในช่วงภัยพิบัติใหญ่ ผู้นั้นก็จะได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และจะทำให้เขาสามารถเข้าสู่อาณาจักรพันปีในส่วนที่เป็นฝ่ายแผ่นดินโลก เพื่อจะมีส่วนในอาณาจักรที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาตั้งแต่แรกสร้างโลก (มธ.25:34). แต่ถ้าผู้ใดติดตามผู้ต่อต้านพระคริสต์และกราบไหว้รูปจำลองของมันและปฏิบัติร้ายต่อพวกคริสเตียนและชาวยูดาย ผู้นั้นจะถูกปรับโทษและจะถูกทิ้งลงในไฟที่ไหม้อยู่เป็นนิตย์ซึ่งได้จัดเตรียมไว้สำหรับมารและบรรดาทูตของมัน (มธ. 25:41).
วว. 14:7 ง อซด.20:5; มธ.4:10
วว. 14:7 3ง การนมัสการพระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ตรงกันข้ามกับการกราบไหว้ผู้ต่อต้านพระคริสต์และรูปจำลองของมันในข้อ9.
วว. 14:7 จ วว.4:11
วว. 14:7 ฉ วว.8:10
วว. 14:8 ก วว.17:5
วว. 14:8 1ก วลีที่ว่า "ที่ได้ทำให้ทุกประเทศดื่ม..." แสดงว่า เมืองบาบิโลนในที่นี้เป็นเมืองบาบิโลนแห่งศาสนาที่ลึกลับ ซึ่งก็คือนิกายโรมันคาทอลิก ดังที่กล่าวไว้ใน 17:2-6 ไม่ใช่เมืองบาบิโลนฝ่ายวัตถุที่กล่าวไว้ใน 18:2. ในครึ่งหลังของสัปต (เจ็ดปี) สุดท้าย ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะทำลายคำสัญญาที่ตั้งไว้กับชาวอิสราเอล ขณะเดียวกันนั้นก็จะทำลายศาสนาทั้งปวงด้วย (ดนอ.9:27; 11:31). นี่จะเป็นการเริ่มต้นของภัยพิบัติใหญ่ (มธ.24:21) ที่จะกินเวลาสามปีครึ่งนั้น. ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะยกตัวเองขึ้นเหนือพระทั้งปวง และจะบังคับให้ผู้คนมากราบไหว้มัน (ดนอ.8:9-11; 11:36-37; 2ธซ.2:3-4; วว.13:4-6, 12, 14-15). ในเวลานั้นมันก็จะทำลายเมืองบาบิโลนแห่งศาสนา ก็คือนิกายโรมันคาทอลิกซึ่งเป็นคริสตจักรที่ทรยศ (17:16). ดังนั้นเมืองบาบิโลนแห่งศาสนาจะล่มสลายลงเมื่อภัยพิบัติใหญ่เริ่มต้นขึ้น ส่วนเมืองบาบิโลนฝ่ายวัตถุจะล่มสลายลงเมื่อภัยพิบัติใหญ่จะสิ้นสุดลง (18:2).
วว. 14:8 ข วว.17:2
วว. 14:8 2 วลีที่ว่า "เหล้าองุ่น...จากการล่วงประเวณี" หมายถึงการล่วงประเวณีฝ่ายวิญญาณของนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเคยทำให้ประเทศทั้งปวงมัวเมาไปกับเหล้าองุ่นนี้ (17:2-6). ในขณะที่นิกายโรมันคาทอลิกทำการล่วงประเวณี นางจะเกรี้ยวกราดต่อวิสุทธิชนที่ไม่เห็นด้วยกับการล่วงประเวณีของนาง. นี่ก็คือความเกรี้ยวกราดจากการล่วงประเวณีของเธอ. ดังนั้นเหล้าองุ่นแห่งการล่วงประเวณีของเธอจึงถูกเรียกว่า "เหล้าองุ่นของความเกรี้ยวกราดจากการล่วงประเวณีด้วย."
วว. 14:8 ค วว.18:2; ยซย.21:9; ยรม.51:8
วว. 14:9 ก วว.13:15; 19:20
วว. 14:9 ข วว.13:14; 15:2
วว. 14:9 ค วว. 13:16-17
วว. 14:10 ก วว.14:19; 16:19
วว. 14:10 ข วว.16:19; บพส.75:8; เทียบ วว.18:6
วว. 14:10 ค วว.19:20; 20:10, 14
วว. 14:10 1ค นี่ก็คือไฟและกำมะถันของบึงไฟ (19:20; 20:10, 14).
วว. 14:11 ก เทียบ วว. 18:9, 18; 19:3
วว. 14:11 ข วว. 13:14-15
วว. 14:12 ก วว.1:9; 3:10
วว. 14:12 1ก วิสุทธิชนที่เหลืออยู่ในภัยพิบัติใหญ่ต้องมีความอดทน เพื่อทนต่อการข่มเหงของผู้ต่อต้านพระคริสต์.
วว. 14:12 2 วิสุทธิชนที่เหลืออยู่ในภัยพิบัติใหญ่นั้นมาจากสองกลุ่มคือ พวกยูดายซึ่งประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้า และผู้เชื่อที่ยึดถือหลักความเชื่อของพระเยซู.
วว. 14:12 ข วว.12:17
วว. 14:12 ค วว.2:13; 2ตธ.4:7; 1ตธ.1:4
วว. 14:13 1 คนที่ตายแล้วในที่นี้คือผู้พลีชีพที่ถูกผู้ต่อต้านพระคริสต์ข่มเหงในช่วงภัยพิบัติใหญ่. กรณีนี้สามารถยืนยันได้จาก 20:4.
วว. 14:13 ก ฟป.1:21
วว. 14:13 ข วว.2:7; 22:17
วว. 14:13 2ข หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นในเวลาที่คริสตจักรตกต่ำ จึงเน้นถึงพระวิญญาณนั้นเป็นพิเศษ. ในที่นี้ไม่ได้พูดว่า "พระคัมภีร์กล่าวว่า" แต่พูดว่า "พระวิญญาณนั้นตรัสว่า."
วว. 14:13 ค วว.6:11
วว. 14:13 3 หรือ การประพฤติ.
วว. 14:14 1 ใน 10:1 นั้นพระคริสต์ยังคลุมกายไว้ด้วยเมฆ แต่ในที่นี้พระองค์ทรงนั่งอยู่บนเมฆ ซึ่งสอดคล้องกับ 1ธซ.4:17 และยังได้ชี้บ่งว่า ในเวลานั้นการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ปรากฏอย่างเปิดเผยอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว.
วว. 14:14 ก วว.1:13; ยฮ.1:51; กจ.7:56
วว. 14:14 2ก ขณะที่องค์พระเยซูเจ้าเสด็จกลับมานั้นพระองค์ก็ยังคงเป็นบุตรมนุษย์. เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นบุตรมนุษย์ พระองค์จึงมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามการพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ทุกคนได้ (ยฮ.5:27).
วว. 14:14 ข มธ.24:30; 26:64
วว. 14:14 ค ฮร.2:9
วว. 14:14 3ค มงกุฎทองคำบนพระเศียรขององค์พระผู้เป็นเจ้าชี้บ่งว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ที่ได้รับสง่าราศีเป็นมงกุฎ (ฮร.2:9).
วว. 14:14 4 เคียวคมกริบที่อยู่ในพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าชี้บ่งว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ที่จะเก็บเกี่ยวไร่นาของพระเจ้า.
วว. 14:15 ก วว.15:6
วว. 14:15 ข วว.14:17; 11:19; 15:5-6, 8; 16:1, 17
วว. 14:15 1 แปลตามตรงคือ ใช้...ออกไป.
วว. 14:15 ค มธ. 13:30, 39; ยอล.3:13
วว. 14:15 2ค รวงข้าวบนแผ่นดินโลกก็คือพลไพร่ของพระเจ้าที่อยู่บนแผ่นดินโลก ซึ่งก็คือผู้เชื่อในพระคริสต์ (1กธ.3:9). เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมายังแผ่นดินโลกครั้งแรก พระองค์ได้ทรงหว่านตัวของพระองค์เองเข้าสู่ภายในผู้ที่เชื่อพระองค์ (มธ.13:3-8, 24). ตั้งแต่นั้นมาผู้เชื่อทุกคนที่ได้ต้อนรับพระองค์เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตก็ได้กลายเป็นพืชผลของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก. ส่วนที่สุกงอมเร็วที่สุดจะถูกเก็บเกี่ยวเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกถวายแด่พระเจ้าก่อนภัยพิบัติใหญ่ดังที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1-5. ผู้เชื่อส่วนใหญ่จะถูกความทุกข์ยากช่วยทำให้สุกงอมในช่วงภัยพิบัติใหญ่และจะถูกเก็บเกี่ยว คือจะถูกรับขึ้นไปเมื่อภัยพิบัติใหญ่สิ้นสุดลง.
วว. 14:15 3 แปลตามตรงคือ ตากแดดจนแห้ง. ถ้าต้องการให้สุกงอม ก็ต้องตากให้น้ำที่เป็นของฝ่ายโลกทั้งหมดแห้งสนิท. ความทุกข์ยากแห่งภัยพิบัติใหญ่จะเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่มาแผดเผาจนน้ำที่เป็นของฝ่ายโลกแห้งไปจากวิสุทธิชนที่เหลืออยู่บนแผ่นดินโลกในช่วงภัยพิบัติใหญ่ เพื่อทำให้เขาทั้งหลายสุกงอม.
วว. 14:16 1 เคียวนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงทูตสวรรค์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ใช้ออกไปเก็บเกี่ยวรวงข้าว (มธ.13:39).
วว. 14:16 2 การเก็บเกี่ยวในที่นี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์บังคับให้ผู้คนกราบไหว้มันและรูปจำลองของมัน (ข้อ 9) ดังนั้นการเก็บเกี่ยวนี้จึงเล็งถึงการถูกรับขึ้นไปของผู้เชื่อส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้บนแผ่นดินโลกให้เผชิญกับภัยพิบัติใหญ่.
วว. 14:18 ก วว.6:9; 16:7
วว. 14:18 1 ผู้ที่ถือเคียวคมกริบนี้ ไม่ได้เล็งถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เล็งถึงทูตสวรรค์ในข้อ 17.
วว. 14:18 2 แปลตามตรง ใช้...ออกไป.
วว. 14:18 3 พระคัมภีร์เปรียบชาวยูดายเป็นต้นมะเดื่อเทศ (มธ.24:32), เปรียบพวกผู้เชื่อเป็นข้าวสาลี (มธ.13:25, 30), และเปรียบพวกต่างชาติที่ชั่วร้ายเป็นต้นองุ่น (ข้อ 19) ที่ได้ปลอมแปลงและเลียนแบบมาจากต้นองุ่นแท้ที่ประกอบด้วยพระคริสต์และ อวัยวะทั้งหลายของพระองค์ (ยฮ.15:1-6). ข้าวสาลีจะสุกก็ต่อเมื่อน้ำในเมล็ดแห้งสนิท แต่องุ่นจะสุกก็ต่อเมื่อน้ำในผลเต็มเปี่ยม. วลีที่ว่า "ผลองุ่นนั้นสุกดีแล้ว" ชี้บ่งว่า พวกต่างชาติซึ่งเป็นต้นองุ่นนั้นได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความบาป และเวลาที่เขาจะถูกพิพากษานั้นมาถึงแล้ว.
วว. 14:19 ก วว.19:15; ยซย.63:2- 3; ยอล.3:13
วว. 14:19 1ก บ่อย่ำองุ่นใหญ่แห่งพระพิโรธของพระเจ้าก็คือการสงครามใหญ่ที่อะระมะเฆโดน (16:12-16) ซึ่งก็คือหุบเขาของยะโฮซาฟาด (ยอล.3:9-16). กองทัพที่ชั่วร้ายและเป็นฝ่ายโลกทั้งหมดของพวกต่างชาติจะมารวมตัวกันอยู่ที่นั่น แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้ากับวิสุทธิชนที่มีชัยชนะของพระองค์จะทำสงครามกับพวกเขาและจะทำลายพวกเขาเสียที่นั่น (19:11-21; ยอล.3:9-13; ยซย.63:1-6).
วว. 14:20 ก วว.11:8; 16:19; ฮร.13:12
วว. 14:20 1ก เมืองในที่นี้เล็งถึงกรุงเยรูซาเล็ม.
วว. 14:20 ข ยซย.63:3
วว. 14:20 ค วว.19:18
วว. 14:20 2ค ม้าในที่นี้สอดคล้องกับม้าใน 19:18.
วว. 14:20 3 หนึ่งพันหกร้อยสเตเดียมีค่าประมาณ 300 กิโลเมตร เท่ากับระยะทางจากเมืองบัศรา (ยซย.63:1) ถึงอะระมะเฆโดน (16:16).
วว. 14:20 4 หนึ่งสเตเดีย มีค่าประมาณ 600 ฟุต.
สารบัญ