การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1

2 โยฮัน บทที่ 1

หัวข้อหลัก: การห้ามปรามมิให้มีส่วนในมิจฉาลัทธิ

ผู้เขียน: โยฮัน ซึ่งเป็นผู้อาวุโส (ข้อ 1).

เวลาที่เขียน: หลังจากที่ได้เขียนหนังสือจดหมายฉบับแรกไปแล้ว. ดูบทนำใน หนังสือจดหมายของโยฮันฉบับที่หนึ่ง.

สถานที่เขียน: เมืองเอเฟโซ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ของคริสตจักรกล่าวว่า โยฮันเป็น ผู้อาวุโสของคริสตจักรในเมืองนี้.

ผู้รับ: ท่านสุภาพสตรีที่ได้รับการเลือกสรรผู้หนึ่งและบุตรทั้งหลายของเธอ. ดูข้อ 1 และคำอธิบาย 2.

I. คำนำ
ข้อ 1-3
1. ความรักที่อยู่ในความสัตย์จริงและเพื่อหลักความจริง
ข้อ 1-2
2ยฮ. 1 [ข้าพเจ้า]1กผู้อาวุโส[เขียนจดหมาย]มายัง2ท่านสุภาพสตรีที่ถูกขเลือกไว้นั้นและบุตรทั้งหลายของเธอ ซึ่งข้าพเจ้าครักใน3งความสัตย์จริง และไม่ใช่ข้าพเจ้ารักคนเดียว แต่คนทั้งปวงที่4รู้จัก5หลักความจริงก็รักด้วย
2ยฮ. 2 1เพราะเห็นแก่2หลักความจริงที่กอาศัยอยู่ในเราทั้งหลาย และจะดำรงขอยู่กับเราเป็นนิตย์:
2. พระคุณ, พระเมตตา, และสันติสุขที่อยู่ในหลักความจริงและในความรัก
ข้อ 3
2ยฮ. 3 กพระคุณ, พระเมตตา, และขสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาและจากพระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระบุตรของพระบิดานั้น จะดำรงอยู่กับ1พวกเราใน2หลักความจริงและในความรัก.
II. การดำเนินชีวิตในหลักความจริงและในความรัก
ข้อ 4-6
1. ในหลักความจริง
ข้อ 4
2ยฮ. 4 ข้าพเจ้า1มีความยินดีเป็นอันมากที่ได้พบว่า บุตรของท่าน[บางคน]กได้ดำเนินชีวิตใน2หลักความจริง เหมือนกับที่เราได้รับ3ขพระบัญญัติจากพระบิดา.
2. ในความรัก
ข้อ 5-6
2ยฮ. 5 ท่านสุภาพสตรี บัดนี้ข้าพเจ้าวิงวอนท่าน ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเขียนกพระบัญญัติใหม่มาให้แก่ท่าน แต่เป็น1พระบัญญัติที่เรามีอยู่2ตั้งแต่เดิมมา คือให้เราทั้งหลายขรักซึ่งกันและกัน.
2ยฮ. 6 นี่แหละเป็นกความรัก คือว่าให้เราขดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติของพระองค์. นี่แหละเป็นพระบัญญัติ เหมือนกับที่ท่านได้ยินมาตั้งแต่เดิม คือให้ท่านดำเนินชีวิตอยู่ในความรัก.
III. อย่าได้มีส่วนในมิจฉาลัทธิ
ข้อ 7-11
1. ผู้สอนมิจฉาลัทธิ
ข้อ 7-9
2ยฮ. 7 เพราะว่ามี1ผู้หลอกลวงหลายคนได้กออกมา และเข้าไปในโลกแล้ว คือบรรดาคนที่2ขไม่ยอมรับว่า พระเยซูคริสต์ได้3เสด็จมาในเนื้อหนัง. คนนั้นแหละเป็นผู้หลอกลวงและเป็น4ผู้ต่อต้านพระคริสต์.
2ยฮ. 8 ท่านทั้งหลาย จง1กระวังตัวไว้ให้ดี เพื่อท่านจะไม่ได้2สูญเสีย3สิ่งที่เราได้กระทำสำเร็จแล้วนั้น แต่เพื่อท่านจะได้รับ4บำเหน็จอย่างเต็มเปี่ยม.
2ยฮ. 9 ผู้ใด1ละเมิดและไม่ได้อาศัยอยู่ใน2คำสอนของพระคริสต์ ผู้นั้นกไม่มีพระเจ้า ผู้ใดอาศัยอยู่ในคำสอนนี้ ผู้นั้นก็มีทั้ง3พระบิดาและพระบุตรด้วย.
2. อย่าได้มีส่วนในการงานของมิจฉาลัทธิ
ข้อ 10-11
2ยฮ. 10 ถ้าคนใดมาหาท่านและกไม่1นำคำสอนนี้มาด้วย จงขอย่ารับ2เขาไว้ในเรือน[ของท่าน] และอย่าไปกล่าวกับเขาว่า 3ขอให้ท่านชื่นชมยินดีเถิด.
2ยฮ. 11 เพราะว่าผู้ที่ไปกล่าวกับเขาว่า ขอให้ท่านชื่นชมยินดีเถิด ก็กมีส่วนใน1การชั่วของเขาด้วย.
IV. บทสรุป
ข้อ 12-13
1. เฝ้าหวังที่จะมีการสามัคคีธรรมอย่างใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นเพื่อมีความยินดีมากขึ้น
ข้อ 12
2ยฮ. 12 ข้าพเจ้ายังมีอีกกหลายสิ่งที่จะเขียนฝากมายังท่าน แต่ไม่ประสงค์จะเขียนด้วยกระดาษและน้ำหมึก แต่ข้าพเจ้าเฝ้า1ขหวังว่าจะมาหาท่าน และจะสนทนากัน2หน้าต่อหน้า เพื่อ3คความยินดีของเราทั้งหลายจะได้เต็มเปี่ยม.
2. คำทักทายด้วยความห่วงใยและรักใคร่
ข้อ 13
2ยฮ. 13 1บุตรทั้งหลายของ2น้องสาวของท่านที่ถูกกเลือกไว้แล้ว ฝากคำทักทายมายังท่าน.

คำอธิบาย 2 โยฮัน บทที่ 1

2ยฮ. 1:1 ก 3ยฮ.1; กจ.11:30; 14:23; 20:17, 28; 1ตธ.5:17
2ยฮ. 1:1 1ก อัครทูตโยฮันก็เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเหมือนเปโตร ก่อนที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลายลงในปี ค.ศ.70 (ดู ฆต.2:9 และ 1ปต.5:1 คำอธิบาย 3). ตามการบันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า หลังจากที่โยฮันได้กลับมาจากการถูกเนรเทศ ท่านก็อาศัยอยู่ในเมืองเอเฟโซเพื่อดูแลคริสตจักรทั้งหลายที่อยู่ในมณฑลอาเซีย. ดังนั้นบางทีท่านก็คงเป็นผู้อาวุโสในคริสตจักรในเมืองเอเฟโซด้วย และก็ได้เขียนหนังสือจดหมายฉบับนี้ขึ้นในเมืองนี้.
2ยฮ. 1:1 2 ท่านสุภาพสตรี ในภาษากรีกคือคูเรีย (kuria) เป็นคำที่เป็นเพศหญิงของคูริออส (kurios) ซึ่งแปลว่า "เจ้านาย". คำนี้มีการอธิบายที่ไม่เหมือนกัน แต่คำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดเป็นดังนี้: คำนี้ชี้ถึงพี่น้องหญิงซึ่งเป็นคริสเตียนที่เด่นคนหนึ่งในคริสตจักร เหมือนดังที่คำว่า "ผู้ถูกเลือกสรรด้วยกัน" ใน 1ปต.5:13 ได้ชี้บ่งไว้. คำว่า "คูเรีย" อาจเป็นชื่อของเธอ เพราะชื่อนี้เป็นที่นิยมกัน อย่างแพร่หลายในเวลานั้น. มีบางคนกล่าวว่า "มีบทบันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า เธออาศัยอยู่ใกล้เมืองเอเฟโซ และน้องสาวของเธอ (ข้อ 13) อาศัยอยู่ในเมืองเอเฟโซ ซึ่งคริสตจักรในที่นั่นอยู่ในการดูแลของโยฮัน และมีคริสตจักรอยู่ในท้องถิ่นของเธอและได้ประชุมกันที่บ้านของเธอ".
2ยฮ. 1:1 ข 2ยฮ.13
2ยฮ. 1:1 ค 3ยฮ.1
2ยฮ. 1:1 ง 1ยฮ.3:18
2ยฮ. 1:1 3ง ศัพท์ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับคำว่า "หลักความจริง". ตามวิธีการใช้ศัพท์นี้ของโยฮันโดยเฉพาะตามที่อยู่ในกิตติคุณโยฮันนั้น "หลักความจริง" ในที่นี้หมายถึงความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการเปิดเผยออกมา (คือตัวของพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในพระบุตรคือพระเยซูคริสต์ได้แจกจ่ายเข้าสู่มนุษย์) ที่ได้กลายเป็นความจริงแท้และความสัตย์จริงของมนุษย์ เพื่อมนุษย์ผู้นั้นจะดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ (ยฮ.3:19-21) และนมัสการพระเจ้าตามที่พระองค์ทรงแสวงหาและตามที่พระองค์ทรงเป็น(ยฮ.4:23-24). นี่ก็คือคุณธรรมของพระเจ้า (รม.3:7; 15:8) ที่ได้กลายมาเป็นคุณธรรมของเราทั้งหลายและโดยคุณธรรมนี้จึงทำให้เรารักผู้เชื่อทั้งหลาย (ดู 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6 ประการที่ 7). ในความจริงแท้เช่นนี้ อัครทูตโยฮันผู้ดำเนินชีวิตอยู่ในความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพจึงรักผู้ที่รับจดหมายของท่าน.
2ยฮ. 1:1 4 ชี้ถึงผู้ที่ไม่เพียงต้อนรับพระคริสต์โดยเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์เท่านั้นแต่ยังรู้ถึงหลักความจริงเกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์อย่างเต็มเปี่ยม.
2ยฮ. 1:1 5 ชี้ถึงความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของกิตติคุณ (ดู 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6) โดยเฉพาะการเปิดเผยที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ในกิตติคุณโยฮันและจดหมายฉบับแรกของโยฮัน นั่นก็คือพระคริสต์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์, ทรงมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์, ทรงมีทั้งนิสัยของพระเจ้าและนิสัยมนุษย์ เพื่อสำแดงพระเจ้าในการดำเนินชีวิตมนุษย์, และทรงสำเร็จการไถ่ เพื่อมนุษย์ที่ตกต่ำด้วยฤทธิ์เดชที่ศักดิ์สิทธิ์ในเนื้อหนังมนุษย์ เพื่อพระองค์จะทรงแจกจ่ายชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่มนุษย์และนำมนุษย์เข้าสู่การประสานสนิททางอินทรียภาพกับพระเจ้า. หนังสือจดหมายฉบับที่สองและที่สามของโยฮันได้เน้นถึงหลักความจริงข้อนี้. ฉบับที่สองได้เตือนผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อไม่ให้ต้อนรับผู้ที่มิได้อยู่ในหลักความจริง (เรื่องคำสอนเกี่ยวกับพระคริสต์). ส่วนฉบับที่สามได้หนุนใจให้ผู้เชื่อต้อนรับและช่วยเหลือบรรดาคนที่ทำงานเพื่อหลักความจริงนี้.
2ยฮ. 1:2 1 ในกิตติคุณโยฮันและในจดหมายฉบับแรกของโยฮัน ท่านได้ใช้การปฏิบัติแห่งการปะชุนของท่านซึ่งเกี่ยวกับการเปิดเผยถึงฐานันดรของพระคริสต์มาสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้เชื่อเพื่อป้องกันมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ของพระคริสต์. เพราะเหตุหลักความจริงที่ได้สร้างภูมิคุ้มกันเช่นนี้ ท่านโยฮันและคนทั้งปวงที่รู้จักหลักความจริงจึงมีความรักต่อผู้ที่สัตย์ซื่อต่อหลักความจริงนี้ (ข้อ 1).
2ยฮ. 1:2 2 ความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้อธิบายไว้ในข้อ 1 คำอธิบาย 5. บัดนี้ความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพนี้ทรงอาศัยอยู่ในเราและจะอยู่กับเราตลอดไป.
2ยฮ. 1:2 ก 1ยฮ.2:24, 27
2ยฮ. 1:2 ข ยฮ.14:16; เทียบ มธ.1:23; 28:20
2ยฮ. 1:3 ก 1ตธ.1:2; 2ตธ.1:2; ยฮ.1:14, 16, 17; 2กธ.13:14
2ยฮ. 1:3 ข 1ปต.1:2; ยด.2
2ยฮ. 1:3 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น พวกท่าน.
2ยฮ. 1:3 2 หลักความจริง หมายถึงความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของกิตติคุณ (ตามข้อ 1 คำอธิบาย 5) โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ผู้ได้สำแดงพระเจ้าและกระทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าถึงที่สำเร็จ. ส่วนความรักนั้นเป็นการที่ผู้เชื่อแสดงออกถึงความรักซึ่งกันและกัน โดยการต้อนรับและรู้จักหลักความจริง. หลักความจริงและความรักเป็นโครงสร้างพื้นฐานของจดหมายฉบับนี้. ในหลักความจริงและความรักนี้ก็จะทำให้พระคุณ, พระเมตตา, และสันติสุขดำรงอยู่กับเราทั้งหลาย. อัครทูตได้ทักทายและอวยพรผู้เชื่อด้วยพระคุณ, พระเมตตา, และสันติสุขโดยมีพื้นฐานอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งหลักความจริงและความรักนี้มีอยู่ท่ามกลางผู้เชื่อ. เมื่อเราดำเนินชีวิตในหลักความจริง (ข้อ 4) และได้รักซึ่งกันและกัน (ข้อ 5) เราก็จะรับสุขพระคุณ, พระเมตตา, และสันติสุขที่ศักดิ์สิทธิ์.
2ยฮ. 1:4 1 หลักความจริงที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์นั้นคือองค์ประกอบที่เป็นพื้นฐานและเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติแห่งการปะชุนของโยฮัน. เมื่อท่านได้พบว่าบุตรของผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อได้ดำเนินชีวิตในหลักความจริง ท่านจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง (3ยฮ.3-4).
2ยฮ. 1:4 ก 3ยฮ.3, 4
2ยฮ. 1:4 2 ชี้ถึงความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ ตามที่อธิบายไว้ในข้อ 1 คำอธิบาย 5. พระบิดาทรงบัญชาให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในความเที่ยงแท้นี้ คืออยู่ในการรู้จักข้อเท็จจริงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า (มธ.17:5) เพื่อเราจะถวายเกียรติยศแด่พระบุตรตามที่พระบิดาทรงประสงค์ (ยฮ.5:23).
2ยฮ. 1:4 ข 2ยฮ.6; 1ยฮ.5:2
2ยฮ. 1:4 3ข ดู ยฮ.13:34 คำอธิบาย 1. ในข้อต่อไปก็เช่นเดียวกัน.
2ยฮ. 1:5 ก 1ยฮ.2:7-8
2ยฮ. 1:5 1 ชี้ถึงพระบัญญัติที่พระบุตรได้ทรงประทานให้เรารักซึ่งกันและกัน (ยฮ.13:34). พระบิดาทรงบัญชาให้เราดำเนินชีวิตในหลักความจริง เพื่อเป็นการเคารพพระบุตร ส่วนพระบุตรบัญชาให้เรารักซึ่งกันและกันเพื่อสำแดงพระองค์.
2ยฮ. 1:5 2 ดู 1ยฮ.1:1 คำอธิบาย 4 ย่อหน้าที่ 2.
2ยฮ. 1:5 ข 2ยฮ.3; 1ยฮ.3:23
2ยฮ. 1:6 ก 1ยฮ.5:3
2ยฮ. 1:6 ข 2ยฮ.4
2ยฮ. 1:7 1 เล็งถึงผู้สอนมิจฉาลัทธิ เช่นพวกเซรินเธียน (Cerinthians) ซึ่งเป็นผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ (1ยฮ.4:1).
2ยฮ. 1:7 ก 1ยฮ.2:18; 4:1
2ยฮ. 1:7 ข 1ยฮ.2:22; 4:3
2ยฮ. 1:7 2ข นั่นคือ ไม่ยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าที่กลายมาเป็นเนื้อหนัง จึงได้ปฏิเสธฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์ไป.
2ยฮ. 1:7 3 ดู 1ยฮ.4:2 คำอธิบาย 2.
2ยฮ. 1:7 4 ดู 1ยฮ.2:18 คำอธิบาย 2 และ 1ยฮ.2:22 คำอธิบาย 2.
2ยฮ. 1:8 ก มก.13:9
2ยฮ. 1:8 1ก คือ จงเฝ้าระวังตัวท่านให้ดี, เฝ้าระวังเพื่อตัวเอง.
2ยฮ. 1:8 2 คือ ถูกทำลาย, ทำให้เสียหาย.
2ยฮ. 1:8 3 สิ่งที่พวกอัครทูตได้กระทำสำเร็จแล้วก็คือสิ่งที่เกี่ยวกับหลักความจริงที่ว่าด้วยพระคริสต์ ซึ่งอัครทูตนำไปหล่อเลี้ยงและแจกจ่ายให้กับผู้เชื่อ. ในการได้รับผลกระทบจากมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์นั้นก็คือการสูญเสีย, ทำลาย, และทำให้เสียหายไปซึ่งสิ่งล้ำค่าเกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ที่พวกอัครทูตได้กระทำเข้าสู่พวกผู้เชื่อนั้น. อัครทูตได้เตือนผู้เชื่อให้ระวัง ตัวเองไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะได้รับผลกระทบจากพวกมิจฉาลัทธิและสูญเสียไปซึ่งเรื่องราวของหลักความจริง.
2ยฮ. 1:8 4 ตามเนื้อความในช่วงนี้ โดยเฉพาะในข้อ 9 นั้น บำเหน็จที่เต็มเปี่ยมจะต้องหมายถึงพระบิดาและพระบุตรผู้เป็นการรับสุขที่เต็มบริบูรณ์สำหรับผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อซึ่งอาศัยอยู่ในหลักความจริงที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ และไม่เบี่ยงเบนหันเหไปโดยผลกระทบของมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับพระคริสต์. การอธิบายเช่นนี้ถือว่าถูกต้องเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีสิ่งที่ชี้บ่งว่าบำเหน็จนี้จะทรงประทานให้ในอนาคต เหมือนบำเหน็จที่กล่าวไว้ใน มธ.5:12; 16:27; 1กธ.3:8, 13-14; ฮร.10:35-36; วว.11:18; 22:12. ถ้าเราไม่หลงผิดไปตามคำสอนของมิจฉาลัทธิ แต่สัตย์ซื่อในการอาศัยอยู่ในหลักความจริงที่เกี่ยวกับพระคริสต์ผู้อัศจรรย์และครอบคลุมสรรพสิ่ง ผู้ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ ทั้งพระผู้สร้างและพระผู้ไถ่ของเรา เราก็จะได้รับสุขในพระเจ้าตรีเอกภาพเป็นบำเหน็จที่เต็มเปี่ยมที่สุดของเรา และแม้ขณะที่ยังอยู่บนโลกในเวลานี้เราก็สามารถรับสุขเช่นนี้ด้วย.
2ยฮ. 1:9 1 แปลตามตรงคือ นำพามุ่งหน้า (ในความหมายด้านลบ) คือเกินเลยไปจากเรื่องที่ถูกต้องล้ำหน้าเกินกว่าขอบเขตแห่งคำสอนอันเป็นต้นตำรับดั้งเดิมเกี่ยวกับพระคริสต์. สิ่งนี้ขัดแย้งกับการอาศัยอยู่ในคำสอนของพระคริสต์. พวกนอสติกที่เป็นพวกเซรินเธียน (Cerinthian Gnostics) ซึ่งโอ้อวดแนวคิดที่ก้าวหน้าของพวกเขาที่เกี่ยวกับคำสอนของพระคริสต์นั้นได้ประพฤติเช่นนี้. พวก เขาก้าวล้ำไปจากคำสอนเรื่องการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์จึงได้ปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์. ผลลัพธ์จึงทำให้พวกเขาไม่อาจได้รับพระเจ้าเป็นความรอดและชีวิตของเขา.
2ยฮ. 1:9 2 ไม่ใช่คำสอนที่พระเยซูคริสต์ทรงสอน แต่เป็นคำสอนที่เกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์นั่นคือหลักความจริงเกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการที่พระองค์กลายเป็นเนื้อหนังโดยการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์.
2ยฮ. 1:9 ก 1ยฮ.2:23
2ยฮ. 1:9 3 การมีพระเจ้าก็คือการมีทั้งพระบิดาและพระบุตร. โดยขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนังพระเจ้าได้ถูกแจกจ่ายเข้าสู่ภายในเราอยู่ในพระบุตรร่วมกับพระบิดา (1ยฮ.2:23) เพื่อมาเป็นการรับสุขและความเที่ยงแท้ของเรา (ยฮ.1:1, 14). ในพระเจ้าผู้ได้กลายเป็นเนื้อหนังนี้ เราจึงมีพระบุตรที่อยู่ในการไถ่ของพระองค์และมีพระบิดาที่อยู่ในชีวิตของพระองค์. ดังนั้นเราก็ได้รับการไถ่และ ได้บังเกิดใหม่ เพื่อจะได้เป็นหนึ่งกับพระเจ้าทางอินทรียภาพ เพื่อเราจะมีส่วนและรับสุขพระองค์ในความรอดและในชีวิต. ด้วยเหตุนี้การไม่ยอมรับการกลายเป็นเนื้อหนังจึงเป็นการปฏิเสธการรับสุขที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ แต่การอาศัยอยู่ในหลักความจริงเกี่ยวกับการกลายเป็นเนื้อหนังก็คือการมีพระเจ้าผู้เป็นทั้งพระบิดาและพระบุตรไว้เป็นส่วนของเราในความรอดที่นิรันดร์และในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
2ยฮ. 1:10 ก ฆต.1:8-9
2ยฮ. 1:10 1 ชี้ว่าไม่เพียงมีการสอนตามหลักทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังนำคำสอนในฐานะที่เป็นความเที่ยงแท้มาด้วย.
2ยฮ. 1:10 ข เทียบ รม.16:17; 2ธซ.3:14; ตต.3:10; 1กธ.5:11
2ยฮ. 1:10 2 ชี้ถึงผู้สอนมิจฉาลัทธิ, ผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ข้อ 7 และ 1ยฮ.2:22), ผู้เผยพระวจนะเท็จ (1ยฮ.4:1), ผู้ที่ไม่ยอมรับการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์และฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์เช่นเดียวกับพวกที่มีแนวคิดสมัยใหม่ในปัจจุบันนี้. เราต้องปฏิเสธคนจำพวกนี้ ไม่ต้อนรับเข้าบ้านหรือแม้แต่จะทักทาย. เช่นนี้เราจึงจะไม่ได้ติดต่อกับเขาและไม่มีส่วนในมิจฉาลัทธิของเขา ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้าอีกทั้งเป็นโรคที่ติดต่อได้เหมือนกับโรคเรื้อน.
2ยฮ. 1:10 3 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง จงมีสุข, จงยินดี, จงชื่นชม. คำนี้ใช้ได้ทั้งในการทักทายและกล่าวอำลา.
2ยฮ. 1:11 ก เทียบ 1ตธ.5:22; 1กธ.5:6; ลวต.13:45-46
2ยฮ. 1:11 1 การนำหลักความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับพระคริสต์องค์มหัศจรรย์ไปบอกแก่ผู้อื่นเป็นการกระทำที่ประเสริฐเลิศฉันใด (รม.10:15) การเผยแพร่มิจฉาลัทธิของซาตานซึ่งทำให้สง่าราศีแห่งความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์ต้องเปื้อนมลทินก็เป็นการกระทำที่ชั่วช้าฉันนั้น. นี่เป็นการหมิ่นประมาทและเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับพระเจ้า และยังเป็นการสาปแช่งและการทำลาย ต่อมนุษย์ด้วย. ผู้เชื่อในพระคริสต์และบุตรของพระเจ้าจงอย่าได้มีส่วนใดๆ ในการชั่วนี้เป็นอันขาด! แม้แต่จะกล่าวทักทายกับคนชั่วเช่นนี้ก็ไม่ได้! เราต้องรักษาตัวโดยการแยกห่างออกจากการชั่วนี้อย่างเด็ดขาดและอย่างชัดเจน.
2ยฮ. 1:12 ก 3ยฮ.13
2ยฮ. 1:12 ข 3ยฮ.14
2ยฮ. 1:12 1ข อัครทูตแสดงความรู้สึกว่า ท่านปรารถนาจะมีการสามัคคีธรรมกับอวัยวะที่อยู่ในคริสตจักรให้ลึกซึ้งและอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อทำให้บังเกิดความยินดีอย่างเต็มเปี่ยมในการรับสุขชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (1ยฮ.1:2-4).
2ยฮ. 1:12 2 แปลตามตรงคือ ปากต่อปาก.
2ยฮ. 1:12 ค 1ยฮ.1:4
2ยฮ. 1:12 3ค สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น ของท่าน.
2ยฮ. 1:13 1 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้อาวุโสที่สูงอายุผู้นี้มีการสามัคคีธรรมที่สนิทสนมกับคริสตจักรมากยิ่งนัก และยังมีความห่วงใยและรักใคร่พวกเขาอย่างมากด้วย.
ในการที่อัครทูตโยฮันผู้ชราทำให้การปฏิบัติแห่งการปะชุนของท่านถึงที่สำเร็จโดยใช้ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพนั้น ท่านมีความรักใคร่และห่วงใยที่จะให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตอยู่ในหลักความจริงของพระเจ้า. หลักความจริงของพระเจ้าก็คือการที่พระเจ้าตรีเอกภาพได้กลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นมนุษย์พระเจ้า ก็คือพระคริสต์ผู้มีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ แล้วทรงสำเร็จการไถ่ที่นิรันดร์โดยการตรึงตาย จากนั้นโดยการเป็นขึ้นก็ทรงแปรสภาพเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่ครอบคลุมสรรพสิ่งผู้เป็นการสำแดงที่สุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ เพื่อให้ผู้ที่กลับใจได้รับพระองค์เป็นชีวิตและเป็นทุกสิ่ง. อัครทูตผู้ชราต้องการให้ผู้เชื่อรักซึ่งกันและกันในหลักความจริงนี้โดยความรักอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพเพื่อสำแดงพระองค์. หลักความจริงหรือความเที่ยงแท้นี้ได้กลายเป็นความจริงแท้แห่งการดำเนินชีวิตของท่าน คือเป็นคุณธรรมแห่งสภาพพระเจ้าที่ได้สำแดงออกในสภาพมนุษย์ที่ได้รับการไถ่ของท่านโยฮัน. ท่านรักบรรดาผู้เชื่อที่ท่านห่วงใยอยู่นั้นในความจริงแท้แห่งคุณ ธรรมของสภาพพระเจ้านี้. ความรักที่ท่านมีต่อผู้เชื่อก็ได้กลายเป็นการดำเนินชีวิตของท่าน ซึ่งได้นำความเที่ยงแท้ (หลักความจริง) ของพระเจ้าตรีเอกภาพเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับความรักของพระเจ้าตรีเอกภาพ. บนพื้นฐานแห่งความรักนี้ ท่านก็ปรารถนาให้บรรดาผู้เชื่อที่ท่านห่วงใยนั้นได้เป็นเหมือนกับท่าน, ให้พวกเขารักซึ่งกันและกัน, และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สอนมิจฉาลัทธิซึ่งพูดเกินเลยไปจากหลักความจริงแห่งตรีเอกภาพนี้. อัครทูตผู้ชราปรารถนาให้ผู้เชื่อที่ท่านห่วงใยอยู่นั้นได้ดำรงอยู่ในหลักความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป เพื่อจะได้รับสุขพระบิดาและพระบุตรโดยพระวิญญาณไปตราบชั่วนิรันดร์.
2ยฮ. 1:13 2 การไม่กล่าวถึงเธอในคำทักทายอาจเป็นเครื่องชี้บ่งว่าเธอตายไปแล้ว.
2ยฮ. 1:13 ก 2ยฮ.1; 1ปต.5:13
สารบัญ