การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5

1 โยฮัน บทที่ 4

(2) โดยการพิสูจน์วิญญาณทั้งหลาย
4:1-6
1ยฮ. 4:1 ท่านที่รักทั้งหลาย กอย่าเชื่อวิญญาณไปหมด1ทุกขวิญญาณ แต่จง2คพิสูจน์วิญญาณเหล่านั้นว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามี3งผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จเป็นอันมากได้จออกมาและเข้าไปในโลกแล้ว.
1ยฮ. 4:2 ในข้อนี้เอง ท่านทั้งหลายจะได้รู้จักกพระวิญญาณของพระเจ้า คือ1วิญญาณทั้งปวงที่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมา2ในขเนื้อหนัง วิญญาณนั้นก็เป็นมาจากพระเจ้า.
1ยฮ. 4:3 และ1วิญญาณทั้งปวงที่กไม่ยอมรับพระเยซู ก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นวิญญาณของ2ผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งเมื่อก่อนท่านเคยได้ยินว่าวิญญาณนี้จะมา และบัดนี้ก็อยู่ในโลกแล้ว.
1ยฮ. 4:4 1ลูกๆ ทั้งหลายเอ๋ย ท่าน2มาจากพระเจ้า และได้กชนะ3เขาเหล่านั้นแล้ว เพราะว่า4ขพระองค์ที่อยู่ในท่านนั้นคเป็นใหญ่กว่า5ผู้ที่อยู่ในงโลก.
1ยฮ. 4:5 เขาเหล่านั้น1มาจากกโลก เหตุฉะนั้นคำพูดของเขาจึง1มาจากโลก และมนุษย์โลกก็ฟังคำของเขา.
1ยฮ. 4:6 เราทั้งหลาย1กมาจากพระเจ้า ผู้ที่รู้จักพระเจ้าก็ขฟังคำของเรา ผู้ที่2ไม่ได้มาจากพระเจ้าก็ไม่ฟังคำของเรา. 3จากข้อนี้เอง เราจึงรู้จัก4พระวิญญาณแห่ง5หลักความจริงและ4ควิญญาณที่หลอกลวง.
(3) โดยพระเจ้า (เป็นความรักที่สูงสุด) และพระวิญญาณที่ครบสมบูรณ์
4:7-5:3
1ยฮ. 4:7 ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรา1กรักซึ่งกันและกัน เพราะว่า2ความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่3รัก[พี่น้อง]ก็4ขบังเกิดมาจากพระเจ้า และ5รู้จักพระเจ้า.
1ยฮ. 4:8 ผู้ที่กไม่รักพี่น้อง ก็1ไม่เคยขรู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็น2คความรัก.
1ยฮ. 4:9 ในข้อนี้เอง กความรักของพระเจ้าจึงได้ปรากฏ1ในท่ามกลางเราทั้งหลาย คือว่าพระเจ้าทรงขใช้คพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาใน2โลก เพื่อเราจะได้รับ3ชีวิตและงเป็นอยู่โดยพระองค์.
1ยฮ. 4:10 1ในข้อนี้แหละเป็นกความรัก ไม่ใช่เราที่ได้ขรักพระเจ้า แต่เป็นพระเจ้าที่ได้ทรงครักเรา และได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาเป็น2เครื่องบูชาระงับ[ข้อพิพาท]เพราะ3ความบาปของเรา.
1ยฮ. 4:11 ท่านที่รักทั้งหลาย ในเมื่อพระเจ้าทรงรักเราเช่นนี้ เราก็ควรที่จะ1กรักซึ่งกันและกันด้วย.
1ยฮ. 4:12 ไม่มีผู้ใด1กเคยเห็นพระเจ้ามาก่อน ถ้าเรา2รักซึ่งกันและกัน พระเจ้าก็ทรงอาศัยอยู่ในเรา และ3ความรักของพระองค์ก็ได้ถูก4ขกระทำให้สำเร็จในเรา.
1ยฮ. 4:13 ใน1ข้อนี้เอง เราจึงรู้ว่า เรา2กอาศัยอยู่ในพระองค์ และพระองค์ก็อาศัยอยู่ในเรา เพราะพระองค์ได้ทรง3ประทานพระวิญญาณของพระองค์ให้แก่เราแล้ว.
1ยฮ. 4:14 และเราได้กเห็นและเป็นขพยานว่า 1คพระบิดาได้ทรงใช้พระบุตรมาเป็นงพระผู้ช่วยให้รอดของ2มนุษย์โลก.
1ยฮ. 4:15 ผู้ใดที่1กยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นขพระบุตรของพระเจ้า พระเจ้าก็คอาศัยอยู่ในผู้นั้น และผู้นั้นก็อาศัยอยู่ในพระเจ้า.
1ยฮ. 4:16 และเราก็รู้และได้กเชื่อ1ความรักของพระเจ้าที่อยู่2ในตัวเรา. พระเจ้าทรงเป็น3ความรัก และผู้ที่4อาศัยอยู่ในความรัก ก็5อาศัยอยู่ในพระเจ้า และ6พระเจ้าก็อาศัยอยู่ในผู้นั้น.
1ยฮ. 4:17 ใน1ข้อนี้เอง ความรักจึงได้ถูก2กระทำให้สำเร็จโดยเรา เพื่อเราจะได้มี3ใจกล้าในวัน4พิพากษานั้น เพราะว่า5พระองค์ทรงเป็นอย่างไร เราอยู่ในโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น.
1ยฮ. 4:18 ใน1ความรักนั้นไม่มีกความกลัว แต่2ความรักที่ครบสมบูรณ์ก็ขจัดความกลัวเสีย เพราะว่าความกลัวแฝงไว้ซึ่งการลงโทษ และผู้ที่มีความกลัวก็3ยังไม่ได้ถูกกระทำให้สำเร็จในความรัก.
1ยฮ. 4:19 เราทั้งหลายรัก เพราะว่าพระเจ้าทรงกรักเรา1ก่อน.
1ยฮ. 4:20 ถ้าผู้ใดว่า ข้าพเจ้ารักพระเจ้า แต่ยัง1กเกลียดชังพี่น้อง ผู้นั้นเป็นคนขพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่คไม่รักพี่น้องของตนที่เขามองเห็น ย่อมไม่อาจรักพระเจ้าที่เขางมองไม่เห็น.
1ยฮ. 4:21 และนี่เป็นกพระบัญญัติที่เราได้รับมาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่ขรักพระเจ้านั้น ครักพี่น้องของตนด้วย.

คำอธิบาย 1 โยฮัน บทที่ 4

1ยฮ. 4:1 ก เทียบ ยรม.29:8-9
1ยฮ. 4:1 1 ข้อ 1-6 เป็นถ้อยคำที่แทรกเข้ามาเพื่อเตือนสติผู้เชื่อให้รู้จักแยกแยะวิญญาณต่างๆ (เพราะใน 3:24 ซึ่งอยู่ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงพระวิญญาณนั้นและที่เรารู้ว่าพระเจ้าอาศัยอยู่ในเราก็โดยพระวิญญาณนั้น) เพื่อเขาจะได้รู้จักผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ. ใน 2:18-23 ก็เคยมีคำเตือนในลักษณะนี้มาแล้ว. คำว่า "ทุกวิญญาณ" และ "วิญญาณเหล่านั้น" ชี้ถึงวิญญาณของผู้เผยพระวจนะ (1กธ.14:32) ซึ่งถูกผลักดันโดยพระวิญญาณแห่งหลักความจริงหรือชี้ถึงวิญญาณของผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จที่ถูกกระตุ้นโดยวิญญาณที่หลอกลวง ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องพิสูจน์ดูว่าวิญญาณเหล่านั้นมาจากพระเจ้าหรือไม่.
1ยฮ. 4:1 ข 2ธซ.2:2
1ยฮ. 4:1 ค วว.2:2; เทียบ 1กธ.14:29
1ยฮ. 4:1 2ค คือแยกแยะวิญญาณต่างๆ โดยการพิสูจน์ (1กธ.12:10).
1ยฮ. 4:1 ง มธ.24:24; 2ปต.2:1
1ยฮ. 4:1 3ง ใน มธ.24:24 ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จกับพระคริสต์เทียมเท็จนั้นไม่เหมือนกัน. แต่ในที่นี้ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จก็คือผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ข้อ 3) ซึ่งก็คือผู้ที่สอนผู้อื่นในเรื่องมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ (2:18 และคำอธิบาย 2; 2:22-23).
1ยฮ. 4:1 จ 1ยฮ.2:18; 2ยฮ.7
1ยฮ. 4:2 ก 1กธ.12:3
1ยฮ. 4:2 1 ชี้ถึงวิญญาณของผู้เผยพระวจนะที่แท้จริง ซึ่งได้รับการผลักดันจากพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งหลักความจริง. วิญญาณนี้ยอมรับการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู และยืนยันว่า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่บังเกิดมาในเนื้อหนัง. วิญญาณเช่นนี้ทุกวิญญาณต้องมาจากพระเจ้าอย่างแน่นอน. ในข้อนี้เองเราจึงสามารถรู้จักกับพระวิญญาณของพระเจ้า.
1ยฮ. 4:2 2 พระเยซูได้ปฏิสนธิโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (มธ.1:18). การยอมรับว่าพระเยซูได้เสด็จมาในเนื้อหนังก็คือการยอมรับว่าพระบุตรของพระเจ้าองค์นี้ได้มีการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์และบังเกิดมาในเนื้อหนัง (ลก.1:31-35). ในเมื่อพระองค์ปฏิสนธิโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วจึงบังเกิดมาในเนื้อหนัง พระวิญญาณนั้นก็ย่อมไม่ปฏิเสธว่า พระองค์ได้เสด็จมาในเนื้อหนัง โดยการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน.
1ยฮ. 4:2 ข ยฮ.1:14; รม.8:3; 1ตธ.3:16
1ยฮ. 4:3 1 ชี้ถึงวิญญาณของผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จที่ถูกกระตุ้นจากวิญญาณที่หลอกลวง. วิญญาณนี้ไม่ยอมรับว่าพระเยซูได้เสด็จมาในเนื้อหนัง. นี่ก็คือวิญญาณที่หลอกลวงของพวกโดเซติสท์ (Docetists หรือ Docetes). ความหมายในรากศัพท์ของคำว่า "โดเซติสท์" คือ คล้ายกับ, ดูเหมือนกับ. ทัศนะแห่งมิจฉาลัทธิของพวกโดเซติสท์นั้นคิดว่า พระเยซูไม่ใช่มนุษย์ที่แท้จริง เพียงแต่ดูคล้ายกับว่าเป็นมนุษย์. พวกเขาคิดว่าพระองค์เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น. ทฤษฎีของพวกโดเซติสท์ได้รับเอาทฤษฎีของพวกนอสติกเข้ามาปะปน. พวกนอสติกสอนว่าธาตุแท้ของทุกสิ่งนั้นล้วนแต่ชั่วร้ายทั้งนั้น. ดังนั้นพวกโดเซติสท์จึงสอนว่า ในเมื่อพระคริสต์ทรงบริสุทธิ์ พระองค์ย่อมไม่มีเนื้อหนังที่มลทินของมนุษย์อย่างเด็ดขาด. พวกเขายังสอนว่าร่างกายของพระองค์ไม่ใช่เลือดเนื้อที่แท้จริง แต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เลื่อนลอยและชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นพระองค์จึงไม่เคยผ่านการทนทุกข์, การตาย, และการเป็นขึ้น. มิจฉาลัทธิเช่นนี้ไม่เพียงทำลายการกลายเป็นเนื้อหนังขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างลับๆ เท่านั้น แต่ยังได้ทำลายการไถ่และการเป็นขึ้นของพระองค์ด้วย. ทฤษฎีของพวกโดเซติสท์เป็นลักษณะพิเศษที่ปรากฏชัดของผู้หลอกลวงซึ่งเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์พวกแรก. โยฮันได้กล่าวถึงพวกนี้ในข้อนี้และใน 2ยฮ. ข้อที่ 7. วิญญาณของผู้หลอกลวงนี้ไม่ได้มาจากพระเจ้าอย่างแน่นอน แต่เป็นวิญญาณของผู้ต่อต้านพระคริสต์.
1ยฮ. 4:3 ก 1ยฮ.2:22-23; 2ยฮ.7
1ยฮ. 4:3 2 ดู 2:18 คำอธิบาย 2.
1ยฮ. 4:4 1 ดู 2:1 คำอธิบาย 1.
1ยฮ. 4:4 2 พวกผู้เชื่อนั้นมาจากพระเจ้า เพราะเขาทั้งหลายได้บังเกิดจากพระเจ้า (ข้อ 7; 2:29; 3:9).
1ยฮ. 4:4 ก 1ยฮ.2:13
1ยฮ. 4:4 3 ชี้ถึงผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ (ข้อ 1), ผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ข้อ 3) ซึ่งเป็นอาจารย์สอนมิจฉาลัทธิเกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์. แต่ผู้เชื่อนั้นสามารถชนะต่อพวกเขาได้โดยอาศัยอยู่ในหลักความจริงเกี่ยวกับสภาพพระเจ้าของพระคริสต์และสภาพมนุษย์ที่พระองค์ทรงได้มาโดยการปฏิสนธิอันศักดิ์สิทธิ์ ตามคำสอนแห่งการชโลมอันศักดิ์สิทธิ์ (2:27).
1ยฮ. 4:4 ข 1ยฮ.4:13; 3:24; อฟ.4:6
1ยฮ. 4:4 4ข ชี้ถึงพระเจ้าตรีเอกภาพ พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง, ประทานชีวิต, และทำการชโลมที่อาศัยอยู่ภายในของผู้เชื่อ และยังทรงเพิ่มกำลังให้เราจากภายในโดยใช้องค์ประกอบที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้าตรีเอกภาพ (อฟ. 3:16-19). พระองค์ผู้นี้เป็นใหญ่กว่าและเข้มแข็งกว่าซาตานผู้เป็นวิญญาณชั่วนั้นมากนัก.
1ยฮ. 4:4 ค 1ยฮ.3:20; ตต.2:13; บพส.48:1; 77:13; 95:3; 96:4; 99:2; 135:5; 145:3; 147:5
1ยฮ. 4:4 5 ชี้ถึงซาตานผู้เป็นทูตสวรรค์ที่ตกต่ำ. มันเป็นวิญญาณชั่วที่มาครอบงำมนุษยชาติที่ตกต่ำและยังได้ดำเนินการอยู่ภายในมนุษย์ที่ชั่วร้ายผู้เป็นส่วนประกอบของระบบแห่งโลกของมัน. มันผู้นี้จึงเล็กกว่าและอ่อนแอกว่าพระเจ้าตรีเอกภาพมากนัก.
1ยฮ. 4:4 ง 1ยฮ.5:19; ยฮ.12:31; 17:15; 1กธ.2:12
1ยฮ. 4:5 1 ผู้สอนและคำสอนของมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับฐานันดรของพระคริสต์ล้วนมาจากระบบแห่งโลกของซาตาน. ดังนั้นมนุษย์ที่ได้ประกอบขึ้นเป็นระบบที่ชั่วร้ายเหล่านี้จึงเชื่อฟังเขาเหล่านั้นและติดตามเขาเหล่านั้น.
1ยฮ. 4:5 ก ยฮ.8:23; 15:19
1ยฮ. 4:6 ก 1ยฮ.4:1, 4
1ยฮ. 4:6 1ก พวกอัครทูต, ผู้เชื่อทั้งหลาย, และหลักความจริงเกี่ยวกับพระคริสต์ที่พวกเขาได้เชื่อและได้สอนนั้นล้วนมาจากพระเจ้า. ดังนั้นผู้ที่รู้จักพระเจ้าซึ่งได้บังเกิดจากพระองค์ (ข้อ 7) จึงเชื่อฟังเราและจะอยู่ร่วมกับเรา.
1ยฮ. 4:6 ข เทียบ ยฮ.8:47; 10:3, 16; 18:37
1ยฮ. 4:6 2 คนที่เป็นของโลกนั้นไม่ได้มาจากพระเจ้า เพราะเขาไม่ได้บังเกิดจากพระเจ้า. ดังนั้นเขาจึงไม่ฟังเราทั้งหลาย.
1ยฮ. 4:6 3 แปลตามตรงคือ มาจากสิ่งนี้. "ข้อนี้" ก็คือสิ่งที่พูดในข้อ 5-6. ผู้สอนมิจฉาลัทธิและสิ่งที่เขาพูดโดยวิญญาณที่ถูกกระตุ้นจากวิญญาณที่หลอกลวงนั้นล้วนมาจากโลก ส่วนพวกเราและสิ่งที่เราพูดโดยวิญญาณของเราที่ถูกผลักดันจากพระวิญญาณแห่งหลักความจริงนั้นล้วนมาจากพระเจ้า. โดยข้อเท็จจริงที่กล่าวมานี้เราจึงรู้จักพระวิญญาณแห่งหลักความจริงและวิญญาณที่หลอกลวง. กรณีนี้มีความหมายเป็นนัยว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งหลักความจริงกับวิญญาณของเราที่พูดออกซึ่งหลักความจริงนั้นเป็นหนึ่งเดียวกันและวิญญาณชั่วร้ายที่หลอกลวงกับวิญญาณของผู้สอนมิจฉาลัทธิที่พูดหลอกลวงก็เป็นหนึ่งเดียวกันด้วย.
1ยฮ. 4:6 5 ชี้ถึงความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้เปิดเผยไว้ในพันธสัญญาใหม่ (ดู 1:6 คำอธิบาย 6) ในที่นี้ชี้ถึงการกลายเป็นเนื้อหนังอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่พระวิญญาณของพระเจ้าได้เป็นพยาน (ข้อ 2). ความเที่ยงแท้นี้ตรงข้ามกับการหลอกลวงของวิญญาณชั่ว (วิญญาณของผู้ต่อต้านพระคริสต์) ซึ่งปฏิเสธการกลายเป็นเนื้อหนังอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู (ข้อ 3).
1ยฮ. 4:6 ค 1ตธ.4:1; 1กธ.2:12
1ยฮ. 4:6 4ค พระวิญญาณแห่งหลักความจริงก็คือพระวิญญาณบริสุทธิ์, พระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ (ยฮ.14:17; 15:26; 16:13). วิญญาณที่หลอกลวงก็คือซาตาน ซึ่งเป็นวิญญาณชั่ว, วิญญาณที่จอมปลอม (อฟ.2:2).
1ยฮ. 4:7 ก 1ยฮ.4:11; 3:11, 23; 2:10; 1ปต.4:8
1ยฮ. 4:7 1ก ข้อ 7-21 เป็นตอนที่มาขยาย 2:28—3:24 โดยได้เน้นถึงการรักซึ่งกันและกันของพี่น้อง (ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วใน 3:10-24) ให้มากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง. นี่เป็นเงื่อนไขที่สูงขึ้นไปอีกในการดำเนินชีวิตที่อาศัยอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า.
1ยฮ. 4:7 2 ดู 2:5 คำอธิบาย 2.
1ยฮ. 4:7 3 ผู้เชื่อที่ได้บังเกิดมาจากพระเจ้าและรู้จักพระเจ้านั้นมีความเคยชินในการรักซึ่งกันและกันด้วยความรักที่มาจากพระเจ้าและเป็นการสำแดงของพระเจ้า.
1ยฮ. 4:7 ข 1ยฮ.2:29
1ยฮ. 4:7 4ข ในที่นี้ อัครทูตยังคงเน้นถึงการบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์. โดยการบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์จึงถูกแจกจ่ายเข้าสู่ผู้เชื่อ. ชีวิตนี้ได้ประทานความสามารถแห่งชีวิตในการรู้จักพระเจ้าให้แก่พวกเขา. การบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นปัจจัยพื้นฐานของการที่พี่น้องรักซึ่งกันและกัน ซึ่งความรักนี้เป็นเงื่อนไขที่สูงส่งกว่าของการดำเนินชีวิตที่อาศัยอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า (ดู 2:29 คำอธิบาย 7).
1ยฮ. 4:7 5 ชี้ถึงการรู้จักโดยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (ยฮ.17:3) ที่ได้รับมาโดยการบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์.
1ยฮ. 4:8 ก 1ยฮ.4:20; 3:10
1ยฮ. 4:8 1 คนที่ไม่เคยรู้จักพระเจ้านั้นย่อมไม่มีความสามารถในการรู้จักของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้มาโดยการบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์นั้น. คนเช่นนี้ไม่ได้บังเกิดมาจากพระเจ้าและไม่มีพระเจ้าเป็นชีวิต. คนเช่นนี้ไม่รู้จักรักผู้คนโดยพระเจ้าผู้เป็นความรัก เพราะเขาไม่รู้จักพระเจ้าผู้ทรงเป็นความรัก.
1ยฮ. 4:8 ข 1ยฮ.3:6
1ยฮ. 4:8 ค 1ยฮ.4:16
1ยฮ. 4:8 2ค ดู 2:5 คำอธิบาย 2. หนังสือจดหมายฉบับนี้ได้กล่าวว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่างก่อน (1:5) ต่อจากนั้นจึงกล่าวว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก. เราทั้งหลายได้มองเห็นแล้วว่า ความรักอันเป็นเนื้อแท้แห่งธาตุแท้ของพระเจ้านั้นเป็นต้นกำเนิดของพระคุณ ส่วนความสว่างซึ่งเป็นเนื้อแท้แห่งการสำแดงของพระเจ้านั้นเป็นต้นกำเนิดของหลักความจริง. เมื่อความรักอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้มาปรากฏแก่เราก็กลายเป็นพระคุณ และเมื่อความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ส่องบนตัวเรา ก็กลายเป็นหลักความจริง (ดู 1:6 คำอธิบาย 6 ย่อหน้าสุดท้าย). ทั้งสองสิ่งนี้ก็ได้ปรากฏออกมาเช่นนี้ในหนังสือกิตติคุณโยฮัน. ในที่นั้นเราจึงได้รับพระคุณและหลักความจริง โดยการปรากฏของพระบุตร (ยฮ.1:14, 16-17). บัดนี้ในหนังสือจดหมายของโยฮัน เราได้มาถึงเบื้องพระพักตร์ของพระบิดาโดยการอยู่ในพระบุตร เราจึงได้สัมผัสกับต้นกำเนิดของพระคุณและหลักความจริงนี้. ต้นกำเนิดซึ่งก็คือความรักและความสว่างนี้ก็คือตัวของพระเจ้าเอง เพื่อให้เรามีการรับสุขที่ลึกซึ้งและละเอียดยิ่งขึ้นในการสามัคคีธรรมของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์กับพระ บิดาในพระบุตร (1:3-7) โดยการอาศัยอยู่ในพระบุตรของเรา (2:5, 27-28; 3:6, 24). ดู 1:5 คำอธิบาย 3.
1ยฮ. 4:9 ก รม.5:8; เทียบ 1ยฮ.2:5; 3:17
1ยฮ. 4:9 1 แปลตามตรงคือ บนตัวเรา คือในเรื่องของเรา หรือเกี่ยวกับเรา. ในการที่พระเจ้าทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลก เพื่อเราทั้งหลายจะได้มีชีวิตและดำรงอยู่โดยพระองค์นั้น ความรักที่สูงส่งและประเสริฐกว่าของพระเจ้าก็ได้ปรากฏท่ามกลางเราแล้ว.
1ยฮ. 4:9 ข 1ยฮ.4:10, 14; ยฮ.3:17; รม.8:3
1ยฮ. 4:9 ค ยฮ.3:16; 1:18
1ยฮ. 4:9 2 ชี้ถึงสถานที่ซึ่งมนุษยชาติอาศัยอยู่ เหมือนใน 1ตธ.1:15.
1ยฮ. 4:9 3 เราทั้งหลายผู้เป็นมนุษยชาติที่ตกต่ำนั้น ไม่เพียงมีนิสัยและการประพฤติที่ชั่วร้ายเท่านั้น (รม.7:17-18; 1:28-32) แต่วิญญาณของเราก็ยังตายด้วย (อฟ.2:1, 5; กซ.2:13). พระเจ้าทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลก ไม่เพียงได้กลายเป็นเครื่องบูชาระงับข้อพิพาทเพราะความบาปของเราเพื่อให้เราได้รับการอภัยเท่านั้น (ข้อ 10) แต่ยิ่งกว่านั้นยังเป็นชีวิตของเรา เพื่อเราจะสามารถมีชีวิตเป็นอยู่โดยพระองค์. ในความรักของพระเจ้านั้น พระบุตรของพระเจ้าไม่เพียงได้ช่วยเราให้พ้นจากความบาปโดยพระโลหิตของพระองค์เท่านั้น (อฟ.1:7; วว.1:5) แต่ยังช่วยเราให้พ้นจากความตายโดยชีวิตของพระองค์ด้วย (3:14-15; ยฮ.5:24). พระองค์ไม่เพียงเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้าผู้ทรงขจัดความบาปของเราไปเท่านั้น (ยฮ.1:29) แต่พระองค์ยังทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงประทานชีวิตนิรันดร์แก่เราอีกด้วย (ยฮ.3:36). พระองค์ได้ทรงตายเพื่อความบาปของเรา (1กธ.15:3) เพื่อให้เราได้รับชีวิตนิรันดร์ในพระองค์ (ยฮ.3:14-16) และมีชีวิตเป็นอยู่โดยพระองค์ (ยฮ.6:57; 14:19). เช่นนี้เอง ความรักของพระเจ้าซึ่งก็คือธาตุแท้ของพระองค์นั้นจึงได้ปรากฏออกมาแล้ว.
1ยฮ. 4:9 ง ฆต.2:20; ฟป.1:21
1ยฮ. 4:10 1 ชี้ถึงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้คือ ไม่ใช่เราทั้งหลายที่ได้รักพระเจ้า แต่เป็นพระเจ้าที่ทรงรักเราและได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาเพื่อเป็นเครื่องบูชาระงับข้อพิพาทเพราะความบาปของเรา. ในข้อเท็จจริงนี้มีความรักของพระเจ้าที่สูงส่งและประเสริฐกว่า.
1ยฮ. 4:10 ก 1ยฮ.3:1
1ยฮ. 4:10 ข 1ยฮ.4:20-21
1ยฮ. 4:10 ค 1ยฮ.4:19; เทียบ ยฮ.15:16
1ยฮ. 4:10 2 ดู 2:2 คำอธิบาย 1.
1ยฮ. 4:10 3 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
1ยฮ. 4:11 ก 1ยฮ.4:7
1ยฮ. 4:11 1ก ชี้ถึงการรักผู้อื่นโดยความรักของพระเจ้าเหมือนอย่างที่พระเจ้าได้ทรงรักเรา.
1ยฮ. 4:12 ก 1ยฮ.4:20; ยฮ.1:18; 1ตธ.6:16; เทียบ 1ปต.1:8
1ยฮ. 4:12 1ก กรณีนี้ชี้บ่งว่าถ้าเรารักซึ่งกันและกันโดยความรักของพระเจ้าเหมือนดังที่พระเจ้าทรงรักเรา เราก็ได้สำแดงพระองค์ในธาตุแท้ของพระองค์ เช่นนี้ผู้อื่นก็สามารถมองเห็นสิ่งทรงเป็นแห่งธาตุแท้ของพระองค์บนตัวของเรา.
1ยฮ. 4:12 2 การรักซึ่งกันและกันเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เราอาศัยอยู่ในพระเจ้า (ข้อ 13) และการที่เราอาศัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นเงื่อนไขของการที่พระองค์อาศัยอยู่ในเรา (ยฮ.15:4). ดังนั้นเมื่อเรารักซึ่งกันและกัน พระเจ้าก็อาศัยอยู่ในเราและความรักของพระองค์ก็ได้รับการสำเร็จและปรากฏออกมาจากภายในเรา.
1ยฮ. 4:12 3 ความรักของพระเจ้าใน 2:5 ก็คือความรักของพระเจ้าที่อยู่ในพวกเรา ซึ่งกลายเป็นความรักที่เรามีต่อพระองค์. เราทั้งหลายได้รักพระองค์โดยความรักนี้. ความรักของพระองค์ในที่นี้ก็คือความรักของพระเจ้าที่อยู่ในพวกเรา ซึ่งกลายเป็นความรักที่เรามีต่อกันและกัน. เราทั้งหลายได้รักซึ่งกันและกันโดยความรักนี้. กรณีนี้ชี้แจงว่าเราทั้งหลายควรต้อนรับความรักของพระเจ้ามาเป็น ความรักของเราเพื่อมารักพระเจ้าและรักซึ่งกันและกัน.
1ยฮ. 4:12 ข 1ยฮ.2:5
1ยฮ. 4:12 4ข ภาษากรีกหมายถึง ครบถ้วน, ทำให้สำเร็จ, ทำให้เสร็จสิ้น. ในตัวของพระเจ้าเองนั้น ความรักของพระเจ้ามีความครบสมบูรณ์และครบถ้วนในตัวเองอยู่แล้ว. อย่างไรก็ตาม ความรักของพระเจ้าที่อยู่ในเรายังต้องถูกกระทำให้สำเร็จและทำให้ลุล่วงในด้านของการสำแดงออก. ความรักนี้ได้ปรากฏต่อเราทั้งหลายโดยการที่พระเจ้าทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาเป็นทั้งเครื่องบูชาระงับข้อพิพาทและชีวิตของเรา (ข้อ 9-10). อย่างไรก็ดี ถ้าเราไม่รักซึ่งกันและกันตามความรักที่ได้ปรากฏแก่เรานี้ ซึ่งก็คือไม่สำแดงความรักนี้โดยการรักซึ่งกันและกันด้วยความรักที่พระเจ้าได้ทรงรักเรา ความรักนี้ก็จะไม่ถูกสำแดงออกมาอย่างครบสมบูรณ์และครบถ้วน. แต่ถ้าเรามีความเคยชินในการรักซึ่งกันและกันโดยความรักของพระเจ้าและสำแดงความรักนี้ในชีวิตประจำวันของเรา ความรักนี้ก็ได้ถูกทำให้สำเร็จและทำให้ลุล่วงในด้านของการสำแดงออก. การดำเนินชีวิตของเราที่รักซึ่งกันและกันในความรักของพระเจ้านั้นเป็นการทำให้ความรักนี้ได้สำเร็จและลุล่วงในด้านของการสำแดงออกในพวกเรา. เช่นนี้ผู้อื่นก็สามารถมองเห็นพระเจ้าที่สำแดงออกในธาตุแท้อันเป็นความรักของพระองค์ ในขณะที่เราดำเนินชีวิตที่อยู่ในความรักของพระเจ้า.
1ยฮ. 4:13 1 คือในการที่พระเจ้าได้ทรงประทานพระวิญญาณของพระองค์ให้แก่เราแล้ว จากข้อเท็จจริงประการนี้ เราจึงรู้ว่าเราอาศัยอยู่ในพระองค์ และพระองค์ก็อาศัยอยู่ในเรา. พระวิญญาณนั้นที่พระเจ้าทรงประทานให้มาอาศัยอยู่ในเรานั้น (ยก.4:5; รม.8:9, 11) ก็คือพยานบุคคลในวิญญาณของเรา (รม.8:16) เพื่อเป็นพยานว่าเราอาศัยอยู่ในพระเจ้าและพระเจ้าก็อาศัยอยู่ในเรา. พระวิญญาณที่พักอาศัย ซึ่งก็คือพระวิญญาณที่อาศัยอยู่ภายในนี้เป็นองค์ประกอบและขอบเขตแห่งการอาศัยซึ่งกันและกันและอยู่ภายในกันและกันระหว่างเรากับพระเจ้า. พระองค์ทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่า เราเป็นหนึ่งกับพระเจ้า คือพักอาศัยซึ่งกันและกัน และอยู่ภายในกันและกันกับพระเจ้า. สิ่งนี้พิสูจน์ได้จากการดำเนินชีวิตที่เรามีความเคยชินในการใช้ความรักของพระองค์มารักซึ่งกันและกัน (ข้อ 12).
1ยฮ. 4:13 ก 1ยฮ.2:6
1ยฮ. 4:13 2ก การอาศัยอยู่ในพระเจ้าก็คือพักอาศัยในพระองค์และคงอยู่ในการสามัคคีธรรมกับพระองค์ เพื่อให้เราได้ประสบการณ์และรับสุขพระองค์ที่อาศัยอยู่ในเรา. นี่ก็คือการมีภาคปฏิบัติในการเป็นหนึ่งกับพระเจ้าตามการชโลมอันศักดิ์สิทธิ์ (2:27) โดยการดำเนินชีวิตที่มีภาคปฏิบัติในความชอบธรรมและความรักของพระเจ้า. ทั้งหมดนี้ล้วนอาศัยการดำเนินการของพระวิญญาณที่ครอบ คลุมสรรพสิ่งและผสมผสานรวมกันซึ่งพักอาศัยในวิญญาณของเรา และเป็นองค์ประกอบพื้นฐานแห่งการชโลมอันศักดิ์สิทธิ์.
1ยฮ. 4:13 3 ประทานพระวิญญาณของพระองค์ให้แก่เรา แปลตามตรงคือประทานแก่เราจากพระวิญญาณของพระองค์. พระเจ้าได้ทรงประทานแก่เราจากพระวิญญาณของพระองค์แล้ว. คำนี้ใกล้เคียงและเกือบจะเป็นการพูดซ้ำถ้อยคำใน 3:24 จึงได้พิสูจน์ว่าในข้อนี้ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าได้ทรงประทานบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในพระวิญญาณของพระองค์ให้แก่เรา ดังเช่นของ ประทานต่างๆ ที่ได้กล่าวไว้ใน 1กธ.12:4 แต่หมายความว่าพระเจ้าทรงประทานตัวของพระวิญญาณนั้นเอง อันเป็นของประทานที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง (กจ.2:38) มาให้แก่เรา. การพูดว่า "จากพระวิญญาณของพระองค์" เช่นนี้มีความหมายเป็นนัยว่า พระวิญญาณที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรานั้นทรงเป็นพระวิญญาณแห่งการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ และไม่มีขอบเขตจำกัด (ฟป.1:19; ยฮ.3:34). โดยพระวิญญาณแห่งการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์และไม่มีขอบเขตจำกัดนี้ เราทั้งหลายจึงมีหลักฐานที่มั่นคงในการรู้ว่า เราทั้งหลายร่วมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าและอาศัยอยู่ภายในกันและกัน.
1ยฮ. 4:14 ก 1ยฮ.1:1-2; ยฮ.1:14; 2ปต.1:16
1ยฮ. 4:14 ข ยฮ.15:27
1ยฮ. 4:14 ค 1ยฮ.4:9
1ยฮ. 4:14 1ค การที่พระบิดาทรงใช้พระบุตรมาเป็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรานั้นเป็นการเคลื่อนไหวทางภายนอก เพื่อพระองค์จะสามารถอาศัยอยู่ในเราและเราก็อาศัยอยู่ในพระองค์ได้ (ข้อ 15) โดยการที่เรายอมรับพระบุตร. อัครทูตได้มองเห็นและได้เป็นพยานในเรื่องนี้. สิ่งนี้เป็นพยานทางภายนอก. นอกจากนี้พระเจ้ายังมีการเคลื่อนไหวทางภายในของเรา นั่นก็คือใช้พระวิญญาณของพระองค์ให้มาอาศัยอยู่ในเรา เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในการที่เราอาศัยอยู่ในพระองค์และพระองค์ก็อาศัยอยู่ในเรา (ข้อ 13).
1ยฮ. 4:14 ง ลก.2:11; ยฮ.4:42
1ยฮ. 4:14 2 ชี้ถึงมนุษยชาติที่ตกต่ำ เหมือนกับใน ยฮ.3:16.
1ยฮ. 4:15 ก 1ยฮ.4:2; (เทียบ 3); 2:23; (เทียบ 22); รม.10:9
1ยฮ. 4:15 1ก พระเจ้าพระบิดาทรงใช้พระบุตรมาเป็นพระผู้ช่วยของมนุษย์โลก (ข้อ 14) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนได้เชื่อในพระองค์โดยการยอมรับว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า เช่นนี้พระเจ้าก็จะสามารถอาศัยอยู่ภายในเขาและเขาก็สามารถอาศัยอยู่ในพระเจ้าได้. แต่พวกเซรินเธียน (Cerinthians) ที่เป็นมิจฉาลัทธิไม่ยอมรับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีพระเจ้าอาศัยอยู่ในเขา และเขาก็ ไม่ได้อาศัยอยู่ในพระเจ้า. ทุกคนที่ได้ยอมรับในเรื่องนี้พระเจ้าก็อาศัยอยู่ในเขา และเขาก็อาศัยอยู่ในพระเจ้า. เขาก็ร่วมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์.
1ยฮ. 4:15 ข 1ยฮ.5:5; มธ.14:33
1ยฮ. 4:15 ค 1ยฮ.4:13; 3:24; 2:6
1ยฮ. 4:16 ก ยฮ.6:69
1ยฮ. 4:16 1 คือความรักในการใช้พระบุตรมาเป็นพระผู้ช่วยของเรา (ข้อ 14).
1ยฮ. 4:16 2 ดูข้อ 9 คำอธิบาย 1.
1ยฮ. 4:16 3 ดูข้อ 8 คำอธิบาย 2. เรื่องที่พระเจ้าทรงเป็นความรักนั้นได้ปรากฏออกมาแล้วในการที่พระเจ้าได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยและชีวิตของเรา (ข้อ 9-10, 14).
1ยฮ. 4:16 4 ความรักก็คือตัวของพระเจ้าเอง. การอาศัยอยู่ในความรักก็คือการดำเนินชีวิตที่รักผู้อื่นโดยความรักของพระเจ้าด้วยความเคยชิน เพื่อพระเจ้าจะได้รับการสำแดงจากตัวเรา.
1ยฮ. 4:16 5 การอาศัยอยู่ในพระเจ้าก็คือการดำเนินชีวิตที่ยึดเอาตัวของพระเจ้าเองเป็นเนื้อหาสาระทางภายในและการสำแดงทางภายนอก เพื่อเราสามารถร่วมเป็นหนึ่งกับพระองค์อย่างสิ้นเชิง.
1ยฮ. 4:16 6 พระเจ้าอาศัยอยู่ภายในเราก็เพื่อเป็นชีวิตของเราทางภายในและเป็นการดำเนินชีวิตของเราทางภายนอก. เช่นนี้พระองค์ก็สามารถร่วมเป็นหนึ่งกับเราได้อย่างแท้จริง.
1ยฮ. 4:17 1 คือในเรื่องที่เราทั้งหลายอาศัยอยู่ในความรักที่เป็นตัวของพระเจ้าเอง (ข้อ 16). ในข้อนี้เองความรักของพระเจ้าก็ได้รับการทำให้สำเร็จในตัวเรา ก็คือความรักของพระเจ้าได้ปรากฏออกจากภายในเราอย่างครบสมบูรณ์ เช่นนี้เราจึงมีใจกล้าและปราศจากความกลัวในวันพิพากษานั้น (ข้อ 18).
1ยฮ. 4:17 2 ดูข้อ 12 คำอธิบาย 4.
1ยฮ. 4:17 3 ดู 3:21 คำอธิบาย 1. การมีใจกล้าในที่นั่นมีเพื่อให้เราสามารถติดต่อกับพระเจ้าในขณะที่เราสามัคคีธรรมกับพระเจ้า แต่การมีใจกล้าในที่นี้มีเพื่อให้เราสามารถเผชิญกับการพิพากษาที่หน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์.
1ยฮ. 4:17 4 ชี้ถึงการพิพากษาที่หน้าบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (2กธ.5:10) ในขณะที่พระองค์เสด็จกลับมา (1กธ.3:13; 4:5; 2ตธ.4:8).
1ยฮ. 4:17 5 คำว่า "พระองค์" ในที่นี้ก็เหมือนใน 3:3, 7 โดยชี้ถึงพระคริสต์ผู้ทรงดำเนินชีวิตออกซึ่งพระเจ้าผู้เป็นความรักในขณะที่พระองค์อยู่บนโลกและบัดนี้พระองค์ทรงเป็นชีวิตของเรา เพื่อเราจะสามารถดำเนินชีวิตแห่งความรักบนโลกนี้เหมือนกับที่พระองค์ได้ดำเนินชีวิตและจะเป็นเหมือนกับที่พระองค์ทรงเป็น.
1ยฮ. 4:18 1 ความกลัว นี้ไม่ได้ชี้ถึงความกลัวว่าเราจะผิดต่อพระเจ้าแล้วถูกพระองค์พิพากษา (1ปต.1:17; ฮร.12:28) แต่เป็นความกลัวว่าเราได้ผิดต่อพระเจ้าแล้ว และจะถูกพระองค์พิพากษาในอนาคต. ส่วน ความรัก นั้นชี้ถึงความรักที่ถูกกระทำให้สำเร็จแล้ว ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือความรักของพระเจ้าที่เราใช้ในการรักผู้อื่น.
1ยฮ. 4:18 ก รม.8:15
1ยฮ. 4:18 2 ความรักที่ครบสมบูรณ์ก็คือความรักที่ถูกกระทำให้สำเร็จ (ข้อ 17) ในเราเนื่องจากเรารักผู้อื่นด้วยความรักของพระเจ้า. ความรักเช่นนี้ก็ได้ขจัดความกลัวออกไปและไม่กลัวที่จะถูกลงโทษจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา (ลก.12:46-47).
1ยฮ. 4:18 3 คือไม่ได้เป็นอยู่ในความรักของพระเจ้าเพื่อให้ความรักของพระเจ้าสามารถปรากฏออกจากภายในเขาอย่างครบสมบูรณ์. ดูข้อ 12 คำอธิบาย 4.
1ยฮ. 4:19 ก 1ยฮ.4:10
1ยฮ. 4:19 1 พระเจ้าทรงรักเราก่อนโดยได้ซึมซาบความรักของพระองค์เข้าสู่ภายในเรา อีกทั้งก่อกำเนิดความรักขึ้นมาภายในเรา เพื่อเราสามารถรักพระเจ้าและพี่น้องโดยความรักนี้ (20-21).
1ยฮ. 4:20 ก 1ยฮ.2:9
1ยฮ. 4:20 1ก ทุกคนที่มีความเคยชินในการเกลียดชังพี่น้องก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในความรักอันศักดิ์สิทธิ์ และไม่ได้อาศัยอยู่ในความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ด้วย (2:9-11). เมื่อเราอาศัยอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราก็ได้อาศัยอยู่ในความรักอันศักดิ์สิทธิ์และในความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ เราก็ไม่เกลียดชังพี่น้องแต่กลับมีความเคยชินในการรักพวกเขาคือจะดำเนินชีวิตออกซึ่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในความสว่างและความรักอันศักดิ์สิทธิ์.
1ยฮ. 4:20 ข 1ยฮ.2:4
1ยฮ. 4:20 ค 1ยฮ.4:8
1ยฮ. 4:20 ง 1ยฮ.4:12
1ยฮ. 4:21 ก 1ยฮ.2:7-11; ยฮ.13:34
1ยฮ. 4:21 ข 1ยฮ.4:10; 5:1-2; มก.12:30; เทียบ ยฮ.14:21, 23; 21:15-17
1ยฮ. 4:21 ค 1ยฮ.2:10
สารบัญ