2 เปโตร บทที่ 2
III. การปกครองอันศักดิ์สิทธิ์
2:1 — 3:16
2:1 — 3:16
1. การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อผู้สอนเท็จ
2:1-3
2:1-3
2ปต.
2:1 1แต่ว่าเมื่อก่อนได้มีกผู้เผยพระวจนะเท็จเกิดขึ้นท่ามกลางพวกพลไพร่นั้นฉันใด ในอนาคตก็จะมีขผู้สอนเท็จในท่ามกลางท่านทั้งหลายเช่นกันฉันนั้น พวกเขาจะ2คแอบนำเอา3มิจฉาลัทธิที่จะทำลายมนุษย์เข้ามาอย่างลับๆ กระทั่งงปฏิเสธ4จองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงฉซื้อเขาไว้ จึงได้นำ5การทำลายมาถึงตนเองโดยเร็วพลัน.
2ปต.
2:2 จะมีหลายคนประพฤติ1ตามกความชั่วช้าลามกของเขา และเพราะเหตุคนเหล่านั้น2ทางแห่งหลักความจริงจึงได้ถูกขใส่ร้าย
2ปต.
2:3 และด้วยกใจโลภ เขาเหล่านั้นจะใช้ขถ้อยคำที่คเสกสรรปั้นแต่งขึ้นนั้นงหากำไรจากท่านทั้งหลาย. 1จการพิพากษาที่มีต่อเขา2ตั้งแต่โบราณกาลมาแล้วจะไม่หย่อนยานและ3การถูกทำลายของเขาก็จะ4มาถึงอย่างเร็วพลัน.
2. การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อทูตสวรรค์และมนุษย์
2:4-9
2:4-9
2ปต.
2:4 เพราะแม้แต่1กพวกทูตสวรรค์ที่ได้ทำบาป พระเจ้าก็มิได้ทรงยกเว้น แต่ได้ทรงมอบเขาเหล่านั้นไว้ในขขุมมืด ทั้งยังผลักลงไปสู่2ทาร์ทารัสคกักขังไว้3รอคอยเวลาที่จะทรง4พิพากษา
2ปต.
2:5 และก็ไม่ได้ทรงยกเว้นกโลกครั้งโบราณนั้น แต่ได้ทรงบันดาลให้น้ำมาท่วมโลกที่ขไม่อยู่ในธรรม แต่ได้ทรงอารักขา[ครอบครัวของ]ผู้ประกาศ1คความชอบธรรมคืองโนฮาไว้ทั้ง2แปดคน
2ปต.
2:6 และได้ทรงตัดสินความผิดของเมืองกซะโดมและอะโมรา โดย1ล้างผลาญเมืองทั้งสองเป็นเถ้าถ่าน เพื่อให้เป็นขอุทาหรณ์เตือนใจแก่คนเหล่านั้นที่คิดจะ2ดำเนินชีวิตที่ไม่อยู่ในธรรม
2ปต.
2:7 แต่ได้ทรงช่วยกโลตผู้เป็นคนชอบธรรมที่เป็นทุกข์เพราะ1ขการดำเนินชีวิตที่ชั่วช้าลามกของ2คนล่วงกฎบัญญัติเหล่านั้น
2ปต.
2:8 (เพราะว่าเมื่อคนชอบธรรมผู้นั้นได้พักอาศัยอยู่ในท่ามกลางพวกเขาและได้เห็นและได้ยินการประพฤติที่ล่วงกฎบัญญัติของเขา จิตที่ชอบธรรมของท่านก็กทุกข์ทรมานทุกๆ วัน)
2ปต.
2:9 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วย1คนที่อยู่ในธรรมให้รอดพ้นจากกการทดลองต่างๆ ทรงขเก็บรักษา2คนอธรรมไว้ภายใต้การลงโทษ3รอคอย4ควันแห่ง5การพิพากษา
3. ความชั่วร้ายของผู้สอนเท็จ และการลงโทษเขาภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า
2:10-22
2:10-22
2ปต.
2:10 ยิ่งกว่านี้อีกคือ1คนเหล่านั้นที่ปล่อยตัวตามเนื้อหนังไปในกราคะตัณหาที่มีต่อขสิ่งมลทิน และดูหมิ่น2ผู้เป็นนาย. ใจ[เขาเหล่านั้น]อาจหาญ, ประพฤติตาม3คอำเภอใจ, และไม่สะทกสะท้านในการต่อว่า4ผู้สูงศักดิ์
2ปต.
2:11 แม้1พวกทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์และกำลังมากกว่า ก็ยัง2ไม่ได้ต่อว่า1เขาเหล่านั้นตามคำพิพากษาต่อพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
2ปต.
2:12 แต่ว่าคนกเหล่านี้เป็นเหมือน1สัตว์เดียรัจฉานที่2ปราศจากเหตุผลที่เกิดมาโดยธรรมชาติ3เพื่อถูกล่าจับไป4ทำลายเสีย เขาเหล่านั้นได้ต่อว่าเรื่องราวที่เขาไม่เข้าใจ ขณะที่เขากำลังทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียอยู่นั้น ตัวเขาเองก็จะต้องถูก5ทำลายเสียเป็นแน่
2ปต.
2:13 การ1ประพฤติที่อธรรมก็จะได้รับ2กค่าจ้างแห่งความอธรรม คนเหล่านี้ถือความฟุ่มเฟือยในเวลากลางวันว่าเป็นขความสุขสำราญ [กลายเป็น]3ครอยตำหนิและด่างพร้อย ในขณะที่งกินเลี้ยงกับท่านทั้งหลายก็เริงร่าไปกับการหลอกลวงของตนเอง
2ปต.
2:14 ตาของเขาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาแห่ง1กการคบชู้ และเขาขหยุดกระทำบาปไม่ได้เลย เขาได้คล่อลวง2คนที่งไม่มั่นคง เขามีใจชินกับจการโลภเป็นฉลูกที่ถูกชสาปแช่งจริงๆ
2ปต.
2:15 เขาเหล่านั้นได้ละทิ้ง1ทางตรง ได้กหลงทางไป ได้2เดินตามทางของ3ขบีละอามบุตรบะโอระซึ่งเป็นผู้ที่โลภคค่าจ้างแห่งความอธรรม
2ปต.
2:16 แต่เขาถูกติเตียนเพราะความละเมิดของตนเอง กระทั่ง1กลาที่พูดไม่ได้นั้นก็ได้พูดเป็นเสียงของมนุษย์มายับยั้งอาการพลุ่งพล่านของผู้เผยพระวจนะนั้น.
2ปต.
2:17 คนเหล่านี้เป็น1กบ่อที่ไร้น้ำ เป็นหมอกที่ถูกพายุโหมพัดไป มี2ขความมืดมนที่หนาทึบเก็บไว้สำหรับเขาเหล่านั้น.
2ปต.
2:18 เพราะเขาพูดกคำอวดตัวที่ขว่างเปล่า เขาใช้คราคะตัณหาแห่งเนื้อหนังกับความชั่วช้าลามก เพื่อจะงล่อลวงคนเหล่านั้นที่จกำลังหนีไปจากคนที่1ดำเนินชีวิตในความผิดเพี้ยน
2ปต.
2:19 พวกเขาสัญญาว่าจะให้คนเหล่านั้นได้รับกอิสรภาพ แต่ตัวเขาเองยังเป็นขทาสของ1ความเสื่อมเสีย เพราะว่าถ้าคนใดพ่ายแพ้ต่อผู้ใด 2เขาก็เป็นทาสของผู้นั้น.
2ปต.
2:20 เพราะถ้าพวกเขาได้กหลุดพ้นจากขความมลทินของคโลกนี้โดยงการรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราคือพระเยซูคริสต์แล้ว ภายหลังกลับไปจพัวพันอยู่ในสิ่งเหล่านั้นอีก ก็พ่ายแพ้ สภาพเบื้องปลายของเขาก็ฉเลวร้ายยิ่งกว่าเบื้องต้น.
2ปต.
2:21 เขาเหล่านั้นรู้จัก1ทางแห่งความชอบธรรม แต่กกลับหันหลังให้แก่ขพระบัญญัติอันบริสุทธิ์ที่ได้ประทานให้เขานั้น เช่นนี้ถ้าไม่รู้จักเสียเลยก็ยังจะดีกว่า.
2ปต.
2:22 คำสุภาษิตกล่าวไว้ถูกต้องทีเดียวว่า "1กสุนัขได้กลับกินสิ่งซึ่งมันได้สำรอกออกมาแล้ว" และ "สุกรที่ชำระล้างตัวแล้วก็กลับลงไปกลิ้งเกลือกในปลักอีก" ถ้อยคำนี้ก็เกิดขึ้นบนตัวเขาเหล่านั้นแล้ว.
คำอธิบาย 2 เปโตร บทที่ 2
2ปต.
2:1 1 หลังจากที่ในบทที่ 1 อัครทูตได้กล่าวแก่ผู้เชื่อเกี่ยวกับการจัดเตรียมอันอุดมสมบูรณ์ของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งการส่องสว่างอันรุ่งโรจน์ของหลักความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้หล่อเลี้ยงเขาให้สามารถดำรงรักษาไว้ซึ่งชีวิตและเพื่อฉีดยาป้องกันพิษร้ายของลัทธิทรยศแล้ว ในบทนี้ท่านได้ชี้ให้เขาทั้งหลายเห็นด้วยความสัตย์จริงถึงเนื้อหาสาระที่น่ากลัวและผลลัพธ์ที่น่าวิตกของลัทธิทรยศนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติเขาเหล่านั้น. คำเตือนสตินี้สามารถเทียบเคียงกับคำเตือนใน ยด.4-19 ได้อย่างใกล้ชิด.
2ปต.
2:1 ก พบญ.13:1; 1พกษ. 18:19, 22, 40; 22:6, 10, 20-23; ยรม.14:14; 27:9-10, 16; มธ.7:15; 24:11; 1ยฮ.4:1
2ปต.
2:1 ข เทียบ 2กธ.11:13, 26
2ปต.
2:1 ค ฆต.2:4; ยด.4
2ปต.
2:1 2ค หรือ แอบลักลอบนำเข้ามา. แปลตามตรงคือ นำเข้ามาทางด้านข้าง หรือ นำเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง. นี่ชี้ถึงการนำหัวข้อใหม่เข้ามาโดยที่ผู้ฟังไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับ. ในที่นี้ชี้บ่งถึงการที่ผู้สอนเท็จนำเอาคำสอนที่เทียมเท็จของเขาเข้ามาทางด้านข้างพร้อมกับคำสอนที่แท้จริง.
2ปต.
2:1 3 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง การเลือกสรรของความคิดเห็น (เกี่ยวกับหลักธรรม) ซึ่งไม่เหมือนกับสิ่งที่มีการยอมรับทั่วไป, "หลักธรรมที่ตนเองได้เลือกสรรซึ่งแตกต่างจากหลักความจริงโดยสิ้นเชิง" (Alford: อัลฟอร์ด). หลักธรรมเช่นนี้ก่อให้เกิดการแตกแยกกันและเกิดนิกายขึ้น. ศัทพ์คำนี้ถูกใช้ใน กจ.5:17; 15:5; 24:5, 14; 26:5; 28:22; 1กธ.11:19; ฆต.5:20 และรูปคุณศัพท์ของคำนี้ถูกใช้ใน ตต.3:10 โดยแปลเป็น แตกก๊กแตกเหล่า. ในที่นี้ได้ชี้ถึงหลักธรรมที่เทียมเท็จและเป็นมิจฉาลัทธิที่ผู้สอนเท็จและผู้สอนมิจฉาลัทธิได้นำเข้ามา. หลักธรรมเหล่านี้ก็เหมือนกับหลักธรรมของลัทธิสมัยใหม่ (modernism) ในวันนี้.
2ปต.
2:1 ง มธ.10:33; 26:34-35, 69-75; ลก.12:9; 2ตธ.2:12; 1ยฮ.2:22-23
2ปต.
2:1 จ ยด.4; 2ตธ.2:21; วว.6:10
2ปต.
2:1 4จ แปลตามตรงคือ เจ้านาย. กรณีนี้มีความหมายเป็นนัยถึงฐานันดรและการงานแห่งการไถ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ผู้สอนเท็จในยุคสมัยของเปโตรไม่ยอมรับว่าพระองค์มีฐานะเป็นเจ้านายและพระองค์ซื้อผู้เชื่อมาโดยอาศัยการไถ่ ซึ่งนี่ก็เหมือนกับพวกลัทธิสมัยใหม่ที่ทรยศในวันนี้.
2ปต.
2:1 ฉ กจ.20:28; 1กธ.6:20; 7:23; วว.5:9; 14:3-4
2ปต.
2:1 5 ท่านเปโตรได้ใช้คำศัพท์ภาษากรีกสามคำที่แตกต่างกันในหนังสือจดหมายนี้มากล่าวถึงผลลัพธ์ของการทรยศภายใต้การพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้า:
1) apollumi (อะโปลุมี) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทำลายล้างจนสิ้นซาก. รูปมัชฌิมวาจก (middle voice: รูปกริยาที่บ่งว่าผู้กระทำเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำนั้น) ของศัพท์คำนี้มีความหมายว่า "พินาศ" เช่นใน 3:6. แนวความคิดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพินาศสูญสิ้น แต่หมายถึงการทำลาย, การสูญเสีย (เกี่ยวกับความสุข ไม่ได้เกี่ยวกับการดำรงคงอยู่). ใน มธ.10:28; 22:7; มก.12:9; ลก.17:27, 29; ยฮ.3:16; 10:28; 17:12; 1กธ.10:9-10; 2กธ.2:15; 4:3; 2ธซ.2:10 และ ยด.5, 11 ศัพท์คำนี้ได้เปิดเผยถึงการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้ามากขึ้น. ใน 2ปต.3:9 ศัพท์คำนี้เล็งถึงการลงโทษแห่งการตีสอนในการปกครองของพระเจ้า.
2) apoleia (อะโปลีอา) ซึ่งมีที่มาเหมือนกันกับ apollumi แสดงถึงความสูญเสีย (ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำรงคงอยู่ แต่เกี่ยวกับความสุข), การทำลาย, การล้างผลาญ, หรือพินาศ (ทางฝ่ายร่างกาย, ฝ่ายวิญญาณ, นิรันดร์). ใน 2:1 (สองครั้ง), 3; 3:7, 16 แปลว่า "ทำลาย". ศัพท์คำเดียวกันนี้ยังถูกใช้เพื่อชี้ถึงผลลัพธ์ที่ต่างกันของการพิพากษาแต่ละประเภทของพระเจ้า (ดู 1ปต.1:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2). ใน 2ปต.2:1, 3; 3:7; ยฮ.17:12; รม.9:22; ฟป.1:28; 3:19; 2ธซ.2:3 และ วว.17:8, 11 ศัพท์คำนี้ถูกใช้เพื่อชี้ถึงการพินาศนิรันดร์. ใน 3:16 (ดูคำอธิบาย 4) และ ฮร.10:39 (ดูคำอธิบาย 2) ศัพท์คำนี้แสดงถึงการลงโทษแห่งการตีสอนในการปกครองของพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่การพินาศนิรันดร์. ใน มธ.7:13 และ 1ตธ.6:9 ศัพท์คำนี้มีนัยถึงหลักการที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราว.
3) phthora (ฟโทรา) แสดงถึงความเสื่อมเสียจนถึงขั้นถูกทำลาย, การทำลายที่มาจากความเสื่อมเสีย, การทำลายโดยการทำให้เสื่อมเสีย (อันเกี่ยวกับศีลธรรม, จิต, และกาย). ใน 1:4; 2:19 ศัพท์คำนี้แปลว่า "ความเสื่อมเสีย" ใน 2:12 แปลว่า "ทำลาย" และ "กำลังถูกทำให้...เสื่อมเสีย" รูปกริยาที่เป็นกรรมวาจก (passive voice: รูปกริยาที่ชี้บ่งว่า ประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ) และเป็นอนาคตกาลของศัพท์คำนี้ถูกแปลว่า "จะต้องถูกทำลายเสียเป็นแน่" ใน 2:12. รูปกริยาที่เป็นกรรมวาจกปัจจุบันกาลของศัพท์คำนี้ถูกแปลว่า "กำลังถูกทำให้เสื่อมเสียไป" ใน ยด.10. ความหมายที่ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกของศัพท์คำนี้อยู่ใน รม.8:21; 1กธ.3:17 คำอธิบาย 1 และ 2; 15:33; 2กธ.7:2; 11:3; ฆต.6:8; วว.11:18; และ 19:2.
1) apollumi (อะโปลุมี) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทำลายล้างจนสิ้นซาก. รูปมัชฌิมวาจก (middle voice: รูปกริยาที่บ่งว่าผู้กระทำเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำนั้น) ของศัพท์คำนี้มีความหมายว่า "พินาศ" เช่นใน 3:6. แนวความคิดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพินาศสูญสิ้น แต่หมายถึงการทำลาย, การสูญเสีย (เกี่ยวกับความสุข ไม่ได้เกี่ยวกับการดำรงคงอยู่). ใน มธ.10:28; 22:7; มก.12:9; ลก.17:27, 29; ยฮ.3:16; 10:28; 17:12; 1กธ.10:9-10; 2กธ.2:15; 4:3; 2ธซ.2:10 และ ยด.5, 11 ศัพท์คำนี้ได้เปิดเผยถึงการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้ามากขึ้น. ใน 2ปต.3:9 ศัพท์คำนี้เล็งถึงการลงโทษแห่งการตีสอนในการปกครองของพระเจ้า.
2) apoleia (อะโปลีอา) ซึ่งมีที่มาเหมือนกันกับ apollumi แสดงถึงความสูญเสีย (ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำรงคงอยู่ แต่เกี่ยวกับความสุข), การทำลาย, การล้างผลาญ, หรือพินาศ (ทางฝ่ายร่างกาย, ฝ่ายวิญญาณ, นิรันดร์). ใน 2:1 (สองครั้ง), 3; 3:7, 16 แปลว่า "ทำลาย". ศัพท์คำเดียวกันนี้ยังถูกใช้เพื่อชี้ถึงผลลัพธ์ที่ต่างกันของการพิพากษาแต่ละประเภทของพระเจ้า (ดู 1ปต.1:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2). ใน 2ปต.2:1, 3; 3:7; ยฮ.17:12; รม.9:22; ฟป.1:28; 3:19; 2ธซ.2:3 และ วว.17:8, 11 ศัพท์คำนี้ถูกใช้เพื่อชี้ถึงการพินาศนิรันดร์. ใน 3:16 (ดูคำอธิบาย 4) และ ฮร.10:39 (ดูคำอธิบาย 2) ศัพท์คำนี้แสดงถึงการลงโทษแห่งการตีสอนในการปกครองของพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่การพินาศนิรันดร์. ใน มธ.7:13 และ 1ตธ.6:9 ศัพท์คำนี้มีนัยถึงหลักการที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราว.
3) phthora (ฟโทรา) แสดงถึงความเสื่อมเสียจนถึงขั้นถูกทำลาย, การทำลายที่มาจากความเสื่อมเสีย, การทำลายโดยการทำให้เสื่อมเสีย (อันเกี่ยวกับศีลธรรม, จิต, และกาย). ใน 1:4; 2:19 ศัพท์คำนี้แปลว่า "ความเสื่อมเสีย" ใน 2:12 แปลว่า "ทำลาย" และ "กำลังถูกทำให้...เสื่อมเสีย" รูปกริยาที่เป็นกรรมวาจก (passive voice: รูปกริยาที่ชี้บ่งว่า ประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ) และเป็นอนาคตกาลของศัพท์คำนี้ถูกแปลว่า "จะต้องถูกทำลายเสียเป็นแน่" ใน 2:12. รูปกริยาที่เป็นกรรมวาจกปัจจุบันกาลของศัพท์คำนี้ถูกแปลว่า "กำลังถูกทำให้เสื่อมเสียไป" ใน ยด.10. ความหมายที่ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกของศัพท์คำนี้อยู่ใน รม.8:21; 1กธ.3:17 คำอธิบาย 1 และ 2; 15:33; 2กธ.7:2; 11:3; ฆต.6:8; วว.11:18; และ 19:2.
2ปต.
2:2 1 แปลตามตรงคือ ติดตามอย่างใกล้ชิด.
2ปต.
2:2 ก 2ปต.2:7, 18; ยด.4
2ปต.
2:2 2 คือ วิถีทางดำเนินชีวิตคริสเตียนที่เป็นไปตามหลักความจริงอันเป็นความเที่ยงแท้ของเนื้อหาสาระที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่ (1ตธ.2:4; 3:15; 4:3; 2ตธ.2:15, 18; ตต.1:1). วิถีทางนี้ถูกเรียกขานไปต่างๆ ตามคุณธรรมแต่ละชนิดของมันเอง เช่น ทางที่เที่ยงตรง (ข้อ 15 คำอธิบาย 1, เทียบ ฮร.12:13), ทางแห่งความชอบธรรม (ข้อ 21 กับคำอธิบาย; มธ.21:32), ทางแห่งสันติสุข (ลก.1:79; รม.3:17), หนทางแห่งความรอด (กจ.16:17), ทางของพระเจ้า (มธ.22:16; กจ.18:26), ทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.1:23; กจ.18:25), และทางนั้น (กจ.9:2; 19:9, 23; 22:4; 24:22) นอกจากนี้ยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นทางของมิจฉาลัทธิ (กจ.24:14).
2ปต.
2:2 ข 1ปต.3:9
2ปต.
2:3 ก 2ปต.2:14; กจ.20:33; 1ธซ.2:5; ตต.1:11
2ปต.
2:3 ข รม.16:18; กซ.2:4
2ปต.
2:3 ค 2ปต.1:16
2ปต.
2:3 ง ยด.16
2ปต.
2:3 จ ยด.4
2ปต.
2:3 1จ จดหมายฉบับแรกเน้นการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้า (1ปต.4:17-18). เมื่อถึงจดหมายฉบับที่สองก็ยังคงเน้นเรื่องนี้ต่อไป. ภายใต้การปกครองของพระเจ้านี้ ทูตสวรรค์ที่ตกต่ำได้ถูกจับและคุมขังไว้จนถึงเวลาแห่งการพิพากษา (ข้อ 4) และยุคน้ำท่วมกับเมืองซะโดมและอะโมราจึงถูกพิพากษา (ข้อ 5-9). แต่พระเจ้าจะทรงพิพากษาอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษต่อผู้สอนมิจฉาลัทธิในพันธสัญญาใหม่ (ข้อ 10) และทุกคนที่ไม่อยู่ในธรรมล้วนต้องถูกพิพากษาและถูกทำลายเสียในวันนั้นที่สวรรค์ทั้งหลายและแผ่นดินโลกจะถูกไฟเผาผลาญ (3:7). ด้วยเหตุนี้พระเจ้าผู้ทรงความยุติธรรม และทรงความบริสุทธิ์จึงเริ่มดำเนินการพิพากษาตามการปกครองของพระองค์จากครอบครัวของพระองค์เอง คือจากตัวของผู้เชื่อก่อน.ดู 1 ปต.1:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
2ปต.
2:3 2 คือ ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงบัดนี้ ได้อธิบายไว้ในข้อ 4-9.
2ปต.
2:3 3 ประเด็นที่สองของข้อ 1 คำอธิบาย 5.
2ปต.
2:3 4 แปลตามตรงคือ ไม่เคลิ้มหลับไป.
2ปต.
2:4 ก ยด.6; มธ.25:41
2ปต.
2:4 1ก บรรดาทูตสวรรค์ที่ตกต่ำ (ดู 1ปต.3:19 คำอธิบาย 3 และ วว.12:4 คำอธิบาย 1) ซึ่งเป็นพวกที่ตกต่ำเป็นอันดับแรกในจักรวาล ตามการลำดับความจริงทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในบทนี้.
2ปต.
2:4 ข เทียบ ลก.8:31; วว.9:1, 2, 11; 20:1, 3; รม.10:7 กับคำอธิบาย 1
2ปต.
2:4 2 คือ ขุมลึกอันมืดมิดซึ่งเป็นสถานที่ใช้คุมขังพวกทูตสวรรค์ที่ตกต่ำเหมือนเรือนจำหรือคุก. ดู 1ปต.3:19 คำอธิบาย 4.
2ปต.
2:4 ค 2ปต.2:9; 3:7
2ปต.
2:4 3 หรือ จวบจน.
2ปต.
2:4 4 คือการพิพากษาในวันใหญ่นั้น (ยด.6) ซึ่งอาจเป็นการพิพากษาเบื้องหน้าพระที่นั่งใหญ่สีขาวที่จะปฏิบัติการต่อบรรดาคนตายทั้งหลายและผีโสโครกและอาจจะปฏิบัติการต่อพวกทูตสวรรค์ที่ตกต่ำด้วยก็เป็นได้ (วว.20:11-15). การที่พวกทูตสวรรค์, ผีโสโครก, และมนุษยชาติที่ได้ร่วมก่อการกบฏกับซาตานจะถูกพิพากษาในเวลาเดียวกัน, ในแบบเดียวกัน, และมีผลลัพธ์อย่างเดียวกันหลังจากที่หัวหน้าผู้ชั่วร้ายได้รับการพิพากษาและถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ (วว.20:10) ซึ่งพวกนี้จะถูกทิ้งลงไปเหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับหลักเหตุผล. ดู 1ปต.1:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
2ปต.
2:5 ก 2ปต.3:6
2ปต.
2:5 ข 2ปต.3:7; 1ตธ.1:9; 2ตธ.2:16; ตต.2:12
2ปต.
2:5 ค ยนซ.6:9; 7:1
2ปต.
2:5 1ค การที่คนๆ หนึ่งเป็นผู้ชอบธรรมและอยู่ในธรรมหรือไม่ชอบธรรมและไม่อยู่ในธรรมนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้า (ข้อ 5-9). การเป็นผู้ชอบธรรมนั้นคือการมีความถูกต้องต่อมนุษย์จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า. ส่วนธรรมนั้นคือการสำแดงพระเจ้าออกมาต่อหน้ามนุษย์. นี่คือการดำเนินชีวิตของโนฮาและโลตซึ่งได้ช่วยให้เขาพ้นจากการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้าซึ่งเป็นไปตามความชอบธรรมของพระองค์.
2ปต.
2:5 ง ยนซ.7:1, 7, 23; 1ปต.3:20; ฮร.11:7
2ปต.
2:5 2 แปลตามตรงคือ ผู้เป็นคนที่แปด ชี้ถึงคนหนึ่งในจำนวนแปดคนนั้น.
2ปต.
2:6 ก ยนซ.19:24; พบญ.29:23; ยด.7
2ปต.
2:6 1 หรือ พังทลาย.
2ปต.
2:6 ข เทียบ อฤธ.26:10
2ปต.
2:6 2 คือ ดำเนินชีวิตในเนื้อหนัง ไม่ดำเนินตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แต่ตามราคะตัณหาของมนุษย์, ประพฤติตามใจปรารถนาของคนต่างชาติ (1ปต.4:2-3) และดำเนินชีวิตที่ว่างเปล่าและไม่อยู่ในธรรม (1ปต.1:18).
2ปต.
2:7 ก ยนซ.19:15-23, 29
2ปต.
2:7 ข 2ปต.2:2
2ปต.
2:7 1ข ดูข้อ 6 คำอธิบาย 2.
2ปต.
2:7 2 คือ ไม่มีหลักการ ศัพท์ในภาษากรีกแตกต่างกับข้อ 8. คนล่วงกฎบัญญัติในที่นี้ชี้บ่งถึงคนเหล่านั้นที่ละเมิดต่อกฎแห่งนิสัยธรรมชาติและมโนธรรมของเขาเป็นพิเศษ.
2ปต.
2:8 ก เทียบ บพส.119:136; ยอค.9:4
2ปต.
2:9 1 เล็งถึงบุคคลที่ดำเนินชีวิตอยู่ในธรรม ดังเช่นโนฮาและโลต (ข้อ 5, 7) ตรงข้ามกับคนที่ดำเนินชีวิตไม่อยู่ในธรรม (ข้อ 6).
2ปต.
2:9 ก 1ปต.4:12; ดนอ.3:17
2ปต.
2:9 ข 2ปต.2:4; 3:7
2ปต.
2:9 2 เล็งถึงผู้คนที่ดำเนินชีวิตอย่างอธรรมตามอย่างคนที่ผิดประเวณีอันเป็นการล่วงกฎบัญญัติ ดังเช่นในยุคสมัยของโนฮาและชาวเมืองซะโดมและเมืองอะโมรา (ข้อ 5-7).
2ปต.
2:9 3 หรือ จวบจนถึง.
2ปต.
2:9 ค ยด.6
2ปต.
2:9 4ค เล็งถึงวันที่สุดแห่งการพิพากษาที่อยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งใหญ่สีขาว (ดู 3:7 คำอธิบาย 4; 2:4 คำอธิบาย 4; ยด.6 คำอธิบาย 4).
2ปต.
2:9 5 ดู 1ปต.1:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
2ปต.
2:10 1 จากตอนนี้จนถึงท้ายสุดของบทนี้ได้หวนกลับมาเปิดโปงผู้สอนเท็จและคนเหล่านั้นที่ติดตามเขาที่ได้ถูกเปิดโปงไปแล้วในข้อ 1-3. ภายใต้การจัดการแห่งการปกครองของพระเจ้า เขาเหล่านั้นจำต้องถูกควบคุมไว้โดยเฉพาะภายใต้การลงโทษรอคอยวันแห่งการพิพากษานั้น เพราะเขาเหล่านั้นได้ประพฤติตามเนื้อหนัง, ปล่อยตัวไปตามการรื่นเริงแห่งราคะตัณหาอันโสโครกและความฟุ้งเฟ้อที่ทำให้เสื่อมทราม, และหมิ่นประมาทการปกครองขององค์พระผู้เป็นเจ้า กบฏต่ออำนาจของพระองค์ (ข้อ 10, 13-14, 18). ด้วยเหตุนี้เขาเหล่านั้นจึงเป็นบุคคลที่เหมือนกับ (1) สัตว์เดียรัจฉานที่ปราศจากเหตุผล (ข้อ 12); (2) มีตำหนิและด่างพร้อยในท่ามกลางผู้เชื่อที่พระเจ้าทรงให้ความล้ำค่านั้น (ข้อ 13); (3) บีละอามซึ่งได้ละทิ้งทางตรงเพราะเห็นแก่ค่าจ้างแห่งความอธรรม (ข้อ 15); (4) บ่อที่ไร้น้ำและหมอกที่ถูกพายุโหมพัดไป (ข้อ 17-19); และ (5) สุนัขและสุกรที่เปื้อนมลทินทั้งภายนอกและภายใน (ข้อ 20-22).
2ปต.
2:10 ก 1ปต.4:2; ยด.16; 1ยฮ.2:16
2ปต.
2:10 ข ยด.8; 2ปต.2:20; 2กธ.7:1
2ปต.
2:10 2 ซึ่งชี้ถึงบรรดาผู้มีอำนาจปกครอง แน่นอนทีเดียวได้ครอบคลุมถึงองค์พระคริสต์เจ้าที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งไว้ด้วย. พระองค์เป็นศูนย์กลางแห่งการปกครองควบคุมและอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ (กจ.2:36; อฟ.1:21; กซ.1:16).
2ปต.
2:10 ค ตต.1:7
2ปต.
2:10 3ค คือ ทำให้ตนเองพอใจ, แสวงหาความสุขให้กับตนเอง.
2ปต.
2:10 4 แปลตามตรงคือ สง่าราศี (พหูพจน์). โดยทั่วไปหมายถึง มนุษย์และทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์อำนาจ (ข้อ 11; ยด.9; ตต.3:1-2).
2ปต.
2:11 2 นี่เป็นการยึดลำดับอำนาจในการปกครองของพระเจ้า.
2ปต.
2:11 1 คำว่า "ทูตสวรรค์" กับ "เขาเหล่านั้น" ชี้ถึงผู้สูงศักดิ์ในข้อ 10 ซึ่งเป็นการกล่าวโดยทั่วไป. แต่เรื่องเดียวกันนี้ใน ยด.9 ได้ชี้ถึงมิคาเอลหัวหน้าทูตสวรรค์กับมารโดยเฉพาะ.
2ปต.
2:12 ก ยด.10
2ปต.
2:12 1 แปลตามตรงคือ สิ่งมีชีวิต (รวมทั้งมนุษย์). ชี้บ่งถึงมนุษย์ที่มีการเป็นอยู่เหมือนกับสัตว์.
2ปต.
2:12 2 หรือ ไม่มีเหตุผล, ไม่มีความรู้สึกต่อทัศนะแห่งศีลธรรม. ความรู้สึกที่สูงสุดภายในมนุษย์คือวิญญาณของมนุษย์ที่มีมโนธรรมเป็นส่วนสำคัญ. หลังจากที่มนุษย์ได้ตกต่ำไปแล้วมโนธรรมได้ควบคุมมนุษย์ให้เป็นอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า. แต่มีบางคนที่ละทิ้งความรู้สึกของมโนธรรม เพราะได้ปฏิเสธพระเจ้า (รม.1:23-32) จึงกลับ "สูญเสียความรู้สึกไปทั้งหมด" (อฟ.4:19 กับคำอธิบาย). ผู้สอนมิจฉาลัทธิในศตวรรษที่ 1 เช่นพวกซาดูกายในศาสนายูดายสมัยโบราณ (กจ.23:8) และพวกลัทธิสมัยใหม่แห่งคริสตศาสนาในทุกวันนี้ล้วนจัดอยู่ในประเภทเดียวกันนี้. เขาเหล่านั้นได้ปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าจนถึงที่สุดจนมโนธรรมตายด้านและสูญเสียความรู้สึกไป (1ตธ.4:2 คำอธิบาย 3) ราวกับว่าเขาไม่มีวิญญาณ (ยด.10, เทียบ ข้อ 19). ด้วยเหตุนี้เขาเหล่านั้นจึงเป็นเหมือนสัตว์เดียรัจฉานที่ปราศจากเหตุผล, เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เป็นอยู่โดยสัญชาตญาณที่มีมาแต่กำเนิดเพื่อถูกซาตานผู้ทำลายมนุษย์ล่าจับไปเสียเพราะเหตุราคะตัณหาของเขา เพื่อเขาจะถูกทำให้เสื่อมเสียไปจนถูกทำลายเสีย. สิ่งที่บรรยายในที่นี้ให้เราเห็นว่า มนุษย์ที่ตกต่ำก็อาจกลายเป็นเหมือนสัตว์ที่ปราศจากเหตุผลไปได้!
2ปต.
2:12 3 แปลตามตรงคือ บรรลุถึง. ชี้บ่งว่าพวกนี้ถูกกำหนดชะตาชีวิตไว้ให้ถูกล่าจับไปทำลายเสียคือถูกทำให้เป็นทาสของความเสื่อมเสีย (ข้อ 19). เราสามารถหลุดพ้นจากความเสื่อมเสียที่นำมาซึ่งการถูกทำลายนี้ได้. โดยการหล่อเลี้ยงของชีวิตซึ่งอาศัยการจัดเตรียมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ( 1:3-4) ดู ข้อ 1 คำอธิบาย 5 ประเด็นที่ 3.
2ปต.
2:12 4 ในภาษากรีก คำว่า "ทำลาย" ซึ่งถูกใช้สองครั้งในข้อนี้เป็นศัพท์คำเดียวกันกับคำว่า "เสื่อมเสีย."
2ปต.
2:12 5 เล็งถึง การถูกทำลายเนื่องจากความเสื่อมเสีย.
2ปต.
2:13 1 "การประพฤติที่อธรรมก็จะได้รับก็จะได้รับค่าจ้างที่อธรรม" มีฉบับโบราณบางเล่มแปลเป็น "ได้รับค่าจ้างแห่งความอธรรม."
2ปต.
2:13 ก 2ปต.2:15; กจ.1:18
2ปต.
2:13 2ก หรือ ค่าจ้างแห่งการกระทำที่อธรรม.
2ปต.
2:13 ข ลก.8:14; ตต.3:3; ยก.4:3; 5:5
2ปต.
2:13 ค 2ปต.3:14; อฟ.5:27
2ปต.
2:13 3ค สำหรับผู้เชื่อที่พระเจ้าทรงให้ความล้ำค่านั้น พวกผู้สอนมิจฉาลัทธิที่เมามายอยู่ในราคะตัณหา เขาก็เป็นเหมือนกับรอยตำหนิ ด่างพร้อยที่มีอยู่บนเพชร.
2ปต.
2:13 ง ยด.12
2ปต.
2:14 ก ยก.4:4
2ปต.
2:14 1ก แปลตามตรงคือ หญิงแพศยา.
2ปต.
2:14 ข 1ปต.4:1; เทียบ รม.6:2
2ปต.
2:14 ค 2ปต.2:18; ยก.1:14
2ปต.
2:14 2 แปลตามตรงคือ จิต.
2ปต.
2:14 ง 2ปต.3:16
2ปต.
2:14 จ 2ปต.2:3
2ปต.
2:14 ฉ อฟ.2:3
2ปต.
2:14 ช รม.9:3; 1กธ.16:22; ฆต.1:8-9
2ปต.
2:15 1 วลีที่ว่า "ทางตรง" ดังเช่นทางแห่งหลักความจริง (ข้อ 2 คำอธิบาย 2) วลีที่ว่า "ทางที่ชอบธรรม" (ข้อ 21 คำอธิบาย 1) ก็คือการดำเนินชีวิตที่เที่ยงตรง, ไม่คดโกง, ไม่อธรรม.
2ปต.
2:15 ก ยอค.14:11
2ปต.
2:15 2 แปลตามตรงคือ ติดตามอย่างใกล้ชิด.
2ปต.
2:15 ข อฤธ.22:5, 7; พบญ.23:4; นฮย.13:2; ยด.11; วว.2:14
2ปต.
2:15 3ข บีละอามเป็นผู้เผยพระวจนะแท้ที่เป็นชาวต่างชาติ ไม่ได้เป็นผู้พระวจนะเท็จ แต่เขามีใจโลภในค่าจ้างแห่งความอธรรม (อฤธ.22:5, 7; พบญ.23:4; นฮย.13:2; วว.2:14).
2ปต.
2:15 ค 2ปต.2:13
2ปต.
2:16 ก อฤธ.22:21-30
2ปต.
2:16 1ก แปลตามตรงคือ สัตว์ที่ใช้บรรทุก.
2ปต.
2:17 ก ยด.12
2ปต.
2:17 1ก ผู้สอนมิจฉาลัทธิที่เหี่ยวแห้งเป็นบ่อที่ไร้น้ำ, เป็นหมอกที่ถูกพายุโหมพัดไป ซึ่งก็คือเมฆที่ไม่มีน้ำซึ่งถูกลมพัดเลื่อนลอยไปมา (ยด.12) คือไม่มีชีวิตที่จะมาสนองความต้องการของผู้คนที่หิวกระหายเลยแม้แต่น้อย.
2ปต.
2:17 ข ยด.13
2ปต.
2:17 2ข นี่ก็เป็นการจัดการแห่งการปกครองของพระเจ้าอย่างหนึ่ง.
2ปต.
2:18 ก ยด.16
2ปต.
2:18 ข 1ปต.1:18; รม.1:21
2ปต.
2:18 ค 1ปต.2:11; 4:2; 2ปต.2:10
2ปต.
2:18 ง 2ปต.2:14
2ปต.
2:18 จ 2ปต.2:20; 1:4
2ปต.
2:18 1 หรือ กิริยา, การประพฤติ.
2ปต.
2:19 ก 1ปต.2:16; ฆต.5:1, 13; ยก.1:25
2ปต.
2:19 ข ยฮ.8:34; รม.6:16
2ปต.
2:19 1 ดูข้อ 1 คำอธิบาย 5 ประเด็นที่ 3.
2ปต.
2:19 2 หรือ เขาก็เป็นทาสต่อผู้นั้น.
2ปต.
2:20 ก 2ปต.2:18
2ปต.
2:20 ข 2ปต.2:10
2ปต.
2:20 ค 2ปต.1:4; 1ยฮ. 2:15-17; 5:19; ยก.4:4
2ปต.
2:20 ง 2ปต.1:2
2ปต.
2:20 จ 2ตธ.2:4; ฮร.12:1
2ปต.
2:20 ฉ มธ.12:45
2ปต.
2:21 1 ทางที่ชอบธรรมคือการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องทั้งต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์ ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของทางแห่งหลักความจริง (ข้อ 2 คำอธิบาย 2) และทางที่เที่ยงตรง (ข้อ 15 และคำอธิบาย 1). นี่เป็นทางแห่งการดำเนินชีวิตตามความชอบธรรมของพระเจ้าเป็นทางที่สามารถต้อนรับการพิพากษาแห่งการปกครองของพระเจ้า (ข้อ 3, 9) เพื่ออาณาจักรแห่งความชอบธรรมของพระองค์ (รม.14:17; มธ.5:20). ในหนังสือจดหมายของท่านนั้นเปโตรได้เน้นถึงวิธีการดำเนินชีวิต (การประพฤติปฏิบัติตน) และหนทางในการดำเนินชีวิตเพราะว่าสิ่งที่ท่านได้เขียนนั้นยึดเอามุมมองแห่งการควบคุมปกครองของพระเจ้าเป็นพื้นฐาน. ในการที่จะสอดคล้องกับการปกครองของพระเจ้าผู้ทรงชอบธรรมและทรงบริสุทธิ์นั้น พลไพร่ของพระองค์ต้องดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์, หมดจด, สง่างาม, และดีเลิศ (1ปต.1:15; 3:16, 2; 2:12; 2ปต.3:11) ภายใต้ทางที่เที่ยงตรงแห่งความชอบธรรมและหลักความจริงของพระองค์ ไม่ใช่ดำเนินชีวิตอย่างปล่อยตัวและไร้สาระ (ข้อ 7; 1ปต.1:18).
2ปต.
2:21 ก เทียบ ยอค.18:24
2ปต.
2:21 ข รม.7:12
2ปต.
2:22 ก สภษ.26:11
2ปต.
2:22 1ก ตามกฎเกณฑ์แห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้านั้น สุนัขและสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด (ลวต.11:27, 7; มธ.7: 6 และคำอธิบาย 2). สุนัขมักกินสิ่งของที่มลทิน. มันได้สำรอกออกซึ่งสิ่งที่มันกินแล้วหันกลับมากินสิ่งที่มันสำรอกออกมาอีก จึงกระทำให้ภายในของมันเป็นมลทินไป. ส่วนสุกรมีนิสัยชอบกลิ้งเกลือกอยู่ในปลัก จึงทำให้ภายนอกเป็นมลทินไป. ในที่สุดพวกมิจฉาลัทธิที่ปฏิเสธพระเจ้าเหล่านี้ก็จะเหมือนกับสัตว์ที่ไม่สะอาดนี้ คือได้ทำให้ตนเป็นมลทินไปทั้งภายนอกและภายใน. (ภายใต้การปกครองแห่งการควบคุมของพระเจ้าแล้ว เขาสมควรได้รับการพิพากษาตามความชอบธรรมของพระเจ้าอย่างเข้มงวด!) ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเป็นผู้ทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้รุนแรงที่สุด. ซึ่งผู้เชื่อไม่ควรไปคบค้าสมาคมกับคนเหล่านี้ (2ยฮ.9-11).