การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5

1 เปโตร บทที่ 5

V. การเลี้ยงดูของเหล่าผู้อาวุโสและบำเหน็จของการเลี้ยงดูนี้
5:1-4
1. แบบอย่างของการเลี้ยงดู
ข้อ 1-3
1ปต. 5:1 1เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงวอนขอ2กผู้อาวุโสท่ามกลางท่านทั้งหลาย ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็น3ผู้อาวุโสร่วมกับท่านคนหนึ่ง และเป็น4ขพยานบุคคลถึงการทนทุกข์ของพระคริสต์ และเป็นผู้5รับส่วนในคสง่าราศีที่จะมาปรากฏในอนาคตด้วย
1ปต. 5:2 จง1กเลี้ยงดู2ขฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางท่าน 3คดูแลเขาทั้งหลาย4ตามพระเจ้าไม่ใช่ด้วยฝืนใจทำ แต่ทำด้วยงความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วยจเห็นแก่ผลประโยชน์อันต่ำช้า แต่ด้วยใจร้อนรน
1ปต. 5:3 และไม่ใช่เป็น1กเจ้านายที่ใช้อำนาจอยู่เหนือ2ทรัพย์สมบัติที่ทรงมอบหมายแก่ท่าน แต่จง3เป็นขแบบอย่างแก่4ฝูงแกะนั้น.
2. การให้บำเหน็จของหัวหน้าผู้เลี้ยง
ข้อ 4
1ปต. 5:4 และเมื่อกหัวหน้าผู้เลี้ยงนั้นจะมาปรากฏ ท่านทั้งหลายจะรับ1ขมงกุฎแห่งสง่าราศีที่คไม่อาจร่วงโรยไปได้.
VI. พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้าและเป้าหมายของพระหัตถ์นี
5:5-11
1. ถ่อมลงนอบน้อมอยู่ใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า
ข้อ 5-9
1ปต. 5:5 ในทำนองเดียวกัน ท่านทั้งหลายที่มีกอายุอ่อนกว่า จงขน้อมฟัง1ผู้ที่มีอายุมากกว่า จงให้ท่านทุกคน2คคาดเอวด้วย3ความถ่อมใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน ด้วยว่า "พระเจ้าทรง4งต่อสู้คนเหล่านั้นที่5จถือตัวจองหอง แต่ทรงฉประทาน6ชพระคุณแก่คนทั้งหลายที่7ซถ่อมลง."
1ปต. 5:6 เหตุฉะนั้น1กจงขถ่อมลง[นอบน้อม]อยู่ใต้คพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อพระองค์จะได้2งยกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร.
1ปต. 5:7 จง1กละ2บรรดา3ขความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรง4คำนึงถึงท่านทั้งหลาย.
1ปต. 5:8 ท่านทั้งหลายจง1กมีสติในการบังคับตน จง2ขเฝ้าระวัง. ด้วยว่า3คปรปักษ์ของท่านคือ4งมารนั้น เป็นเหมือน5จสิงโตที่ร้องคำรามและ6ฉเดินวนเวียนไปทั่วเพื่อ7เสาะหาคนที่มันจะกลืนกินได้.
1ปต. 5:9 จง1กต้านทานมันด้วยขการตั้งมั่นคงใน2ความเชื่อของท่าน โดยรู้อยู่ว่า3คการทนทุกข์อย่างเดียวกันนี้ก็บังเกิดแก่4พวกพี่น้องของท่านที่อยู่ในโลกเช่นเดียวกัน.
2. ได้รับการสำเร็จและวางฐานรากที่มั่นคงโดยพระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณ
ข้อ 10-11
1ปต. 5:10 1กแต่พระเจ้าแห่ง2บรรดาพระคุณผู้ได้ทรงขเรียกให้ท่านทั้งหลาย3เข้าในคสง่าราศีที่นิรันดร์ของพระองค์4งในพระคริสต์เยซู ครั้นท่านทั้งหลายทนทุกข์อยู่จชั่วขณะหนึ่งแล้ว 5พระองค์เองจะทรงโปรดให้ท่าน6ฉถึงที่สำเร็จ, เสริมกำลังให้[ท่าน]7ชมั่นคง, ให้[ท่าน] ได้รับ8ซการเพิ่มกำลัง, และให้[ท่าน]9ฌวางฐานรากที่มั่นคง.
1ปต. 5:11 กขอให้1สง่าราศีและฤทธานุภาพจงมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์. เอเมน.
VII. บทสรุป
5:12-14
1. พยานแห่งพระคุณอันแท้จริงของพระเจ้า
ข้อ 12
1ปต. 5:12 ข้าพเจ้าได้เขียน[จดหมายนี้]อย่างย่อๆ มายังท่านทั้งหลายโดยกซีลา ที่ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นพี่น้องที่สัตย์ซื่อของเรา ข้าพเจ้าขอขเตือนสติท่านและ1คเป็นพยานอย่างเต็มเปี่ยมแก่ท่านว่า นี่เป็น2พระคุณอันแท้จริงของพระเจ้า ท่านทั้งหลายจงเข้าสู่พระคุณนี้และงยืนหยัดมั่นคงอยู่ในพระคุณนี้เถิด.
2. คำทักทาย
ข้อ 13-14
1ปต. 5:13 1กผู้ถูกเลือกสรรด้วยกันที่อยู่ใน2บาบิโลนฝากคำทักทายมายังท่าน และ3มาระโกบุตรของข้าพเจ้าก็ฝากคำทักทายมายังท่านด้วย.
1ปต. 5:14 จงทักทายซึ่งกันและกันด้วยกการจูบ[อันเป็นการแสดงถึง]ความรัก. ขอให้1ขสันติสุขดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายที่อยู่2คในพระคริสต์.

คำอธิบาย 1 เปโตร บทที่ 5

1ปต. 5:1 1 นี่เป็นการระบุว่า ข้อ 1-11 เป็นคำสรุปของส่วนแรก (4:12-19) ซึ่งได้พูดถึงการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ในการประพฤติที่ดีงามและสูงส่ง. การเตือนสติในส่วนนี้ได้ขยายไปถึงผู้อาวุโสในคริสตจักร (ข้อ 1-4), อวัยวะที่ยังอ่อนเยาว์ (ข้อ 5), และคนทั้งหลายทั่วๆ ไป (ข้อ 6-11).
1ปต. 5:1 ก กจ.11:30; 14:23; 15:2; 20:17; 1ตธ.5:17, 19; ตต.1:5; ยก.5:14
1ปต. 5:1 2ก ผู้อาวุโสเป็นผู้ดูแลคริสตจักร (ดู 1ตธ.3:2 คำอธิบาย 1) เป็นผู้นำในด้านฝ่ายวิญญาณท่ามกลางผู้เชื่อ (ฮร.13:17). เปโตรจึงได้เตือนสติพวกนี้ก่อน โดยหวังว่าพวกเขาจะนำหน้าผู้อื่นในการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ด้วยความสูงส่ง.
1ปต. 5:1 3 เมื่อเดิมนั้นเปโตรเป็นอัครทูตคนแรกในสิบสองคน (มธ.10:1-4; กจ.1:13) ขณะเดียวกันท่านก็เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเหมือนกับอัครทูตโยฮัน (2ยฮ.1; 3ยฮ.1; กจ.15:6; 21:17-18). ในการเตือนสติผู้อาวุโสของคริสตจักรอื่นในที่นี้ ท่านเปโตรมิได้ใช้ฐานะของอัครทูต แต่ท่านได้ใช้ฐานะของผู้อาวุโสเพื่อจะได้พูดกับพวกเขาในระดับเดียวกันอย่างสนิทสนม.
1ปต. 5:1 ข ลก.24:48
1ปต. 5:1 4ข เปโตรและอัครทูตในระยะเริ่มแรกนั้นล้วนเป็นพยานบุคคลของพระคริสต์ (กจ.1:8) เขาไม่เพียงแต่เป็นพยานบุคคลที่มองเห็นความทุกข์ยากของพระคริสต์ด้วยตาของตนเองเท่านั้น (กจ.5:32; 10:39) ยิ่งกว่านั้นเขายังได้เป็นผู้พลีชีพเพื่อพิสูจน์ยืนยันถึงพยานของพวกเขาโดยการพลีชีพเพื่อพระองค์อีกด้วย (กจ.22:20; 2กธ.1:8-9; 4:10-11; 11:23; 1กธ.15:31). นี่ก็คือการร่วมมีส่วนในความทุกข์ยากของพระคริสต์ (4:13) หรือมีส่วนในการสามัคคีธรรมแห่งความทุกข์ของพระองค์ (ฟป.3:10).
1ปต. 5:1 5 ก่อนอื่นท่านเปโตรเป็นพยานบุคคล, ผู้พลีชีพ, และผู้รับส่วนในความทุกข์ของพระคริสต์ จากนั้นจึงจะรับส่วนในสง่าราศีของพระองค์ (รม.8:17). พระคริสต์เองก็ได้ดำเนินในหนทางเดียวกันนี้มาแล้ว (1:11; ลก.24:26).
1ปต. 5:1 ค 1ปต.4:13; ตต.2:13; ลก.9:26; ยด.24
1ปต. 5:2 ก ยฮ.21:16
1ปต. 5:2 1ก การเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้าจำต้องทนทุกข์เพื่อพระกายเหมือนอย่างพระคริสต์ได้ทรงกระทำนั้น (กซ.1:24). เช่นนี้ก็จะได้รับมงกุฎแห่งสง่าราศีที่ไม่อาจร่วงโรยไปได้นั้นเป็นบำเหน็จ (ข้อ 4).
1ปต. 5:2 ข เทียบ ยซย.40:11
1ปต. 5:2 2ข แปลตามตรงคือ ฝูงเล็ก. ซึ่งก็คือคริสตจักรของพระเจ้า (กจ.20:28) ที่มีจำนวนน้อย (ลก.12:32) เมื่อเทียบกับโลกนี้. คริสตจักรที่เป็นฝูงเล็กนี้ก็คือต้นผักเล็กๆ ที่มีเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่ที่ให้นกในอากาศมาพักพิง (มธ.13:31-32 และคำอธิบาย) ไม่ใช่ศาสนาที่ใหญ่โตเหมือนโลกแห่งศาสนาคริสต์นั้น.
1ปต. 5:2 ค กจ.20:28; 1ตธ.3:1-2; 1ปต.2:25
1ปต. 5:2 3ค ชี้ถึงมีความขยันในการเอาใจใส่ โดยต้องรู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร.
1ปต. 5:2 4 คือตามพระนิสัย, พระประสงค์, วิธีการ, และสง่าราศีของพระเจ้า ไม่ใช่ตามความรักชอบ, ตามรสชาติ, และวัตถุประสงค์ของมนุษย์.
1ปต. 5:2 ง 1กธ.9:17; ฟม.14
1ปต. 5:2 จ 1ตธ.3:3, 8; ตต.1:7; 2ปต.2:15
1ปต. 5:3 ก ยอค.34:4; 2กธ.1:24; มก.10:42-44
1ปต. 5:3 1ก ชี้ถึงการใช้อำนาจบังคับบัญชาผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ (มธ.20:25). ในท่ามกลางผู้เชื่อนั้นไม่ควรมีเจ้านายอื่นอีกนอกจากพระคริสต์ คนทั้งหลายควรต้องเป็นผู้รับใช้หรือเป็นทาส (มธ.20:26-27; 23:10-11). ผู้อาวุโสในคริสตจักรทำหน้าที่ได้ แต่เพียงนำพาเท่านั้น (ไม่ใช่เป็นนาย) และผู้เชื่อทั้งหลายก็ควรนับถือและติดตามการนำพานี้ (1ธซ.5:12; 1ตธ.5:17).
1ปต. 5:3 2 ข้อความที่ว่า "ทรัพย์สมบัติที่ทรงมอบหมายแก่ท่าน" ในภาษากรีกชี้ถึง ที่ดินผืนหนึ่ง, ทุนทรัพย์ ฉะนั้นจึงเป็นที่ดินที่แบ่งให้หรือ ทุนทรัพย์ที่มอบหมายให้ในที่นี้หมายถึงฝูงแกะที่อยู่ในวลีถัดไป. คริสตจักรทั้งหลายเป็นทรัพย์สมบัติของพระเจ้าที่ได้มอบหมายให้แก่ผู้อาวุโสเป็นทุนทรัพย์เพื่อให้เขาไปดูแลตามการมอบหมายของพระเจ้า.
1ปต. 5:3 3 คือนำหน้าในการปรนนิบัติและดูแลคริสตจักรเพื่อผู้เชื่อจะได้ติดตาม.
1ปต. 5:3 ข 2ธซ.3:9; 1ตธ.4:12; ตต.2:7; ฟป.3:17
1ปต. 5:3 4 ดูข้อ 2 คำอธิบาย 2.
1ปต. 5:4 ก 1ปต.2:25; ฮร.13:20; ยฮ.10:11, 14
1ปต. 5:4 ข 1กธ.9:25; 2ตธ.4:8; ยก.1:12; วว.2:10; 3:11
1ปต. 5:4 1ข ในยุคของอัครทูตนั้น มงกุฎเป็นสิ่งที่มอบให้แก่ผู้ที่มีชัยชนะในการแข่งขัน (1กธ.9:25; 2ตธ.4:8) มงกุฎเหล่านั้นเป็นสิ่งที่จะเสื่อมเสียไป และสง่าราศีของมันก็จะร่วงโรยเสีย. แต่มงกุฎที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานแก่ผู้อาวุโสที่สัตย์ซื่อนั้นจะเป็นบำเหน็จแห่งการปรนนิบัติอันสัตย์ซื่อของพวกเขา. สง่าราศีของมงกุฎนี้จะไม่ร่วงโรยตลอดไป. เมื่ออาณาจักรของพระเจ้าและของพระคริสต์จะมาปรากฏนั้น (2ปต.1:11) สง่าราศีนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสง่าราศีที่ผู้มีชัยชนะจะได้รับสุข.
1ปต. 5:4 ค 1ปต.1:4
1ปต. 5:5 ก 1ตธ.5:1; ตต.2:6; 1ยฮ.2:13-14
1ปต. 5:5 ข อฟ.5:21
1ปต. 5:5 1 แม้ในภาษากรีกจะเป็นคำเดียวกับคำว่า "ผู้อาวุโส" ในข้อ 1 แต่ในหลักการแล้ว ในที่นี้ควรจะชี้ถึงผู้ที่มีอายุมากกว่า.
1ปต. 5:5 ค 1ปต.3:8; ฟป.2:3; อฟ.4:2
1ปต. 5:5 2ค ในภาษากรีกเป็นคำกริยาที่แปลงมาจากคำนามที่แปลว่า ผ้ากันเปื้อนของผู้รับใช้ ซึ่งใช้คาดรัดเสื้อผ้าที่หลวมของเขาให้แน่นขณะที่เขาปรนนิบัติอยู่นั้น. ในที่นี้ใช้เป็นคำอุปมาเล็งถึงการสวมใส่ความถ่อมใจเป็นคุณธรรมในขณะปรนนิบัติ. คำอุปมานี้แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของท่านเปโตรที่มีต่อพระเยซู นั่นก็คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้ผ้าคาดเอวแล้วถ่อมพระองค์เองมาล้างเท้าให้เหล่าสาวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ล้างเท้าของเปโตรด้วย (ยฮ.13:4-7). ใน 1:13 ท่านเปโตรก็นำแนวคิดของการคาดเอวนี้เข้ามาใช้.
1ปต. 5:5 3 หรือ ต่ำต้อย. เหมือนกับ อฟ.4:2.
1ปต. 5:5 ง ยก.4:6
1ปต. 5:5 4ง เป็นคำที่หนักแน่นซึ่งใช้กับการที่กองทัพเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับข้าศึก.
1ปต. 5:5 จ บพส.138:6
1ปต. 5:5 5จ แปลตามตรงคือ ผู้ที่แสดงออกว่าอยู่เหนือ (คนอื่น).
1ปต. 5:5 ฉ สภษ.3:34
1ปต. 5:5 ช 1ปต.1:2; 4:10; 5:10
1ปต. 5:5 6ช พูดอย่างเคร่งครัดแล้ว พระคุณก็ชี้ถึงพระเจ้าตรีเอกภาพได้เป็นการหล่อเลี้ยงของชีวิตและได้เพิ่มทวีอยู่ในผู้เชื่อที่ถ่อมตัว. ดู 1:2 คำอธิบาย 12; 4:10 คำอธิบาย 2.
1ปต. 5:5 ซ ยซย.57:15
1ปต. 5:5 7ซ หรือ ต่ำต้อย. เหมือนกับ มธ.11:29.
1ปต. 5:6 ก ยก.4:7
1ปต. 5:6 1ก ในภาษากรีกเป็นกริยาที่แสดงการถูกกระทำ (passive voice) แสดงว่าพระเจ้าทำให้เราถ่อมลงโดยอาศัยการทนทุกข์จากการข่มเหงเป็นสำคัญ (ข้อ 10). ถึงกระนั้นเราก็ยังคงต้องร่วมมือกับการดำเนินการของพระเจ้าด้วย เราต้องยินยอมถ่อมลงและต่ำต้อยอยู่ใต้พระหัตถ์ของพระเจ้า. ดังนั้นจึงกล่าวว่า "จงถ่อมลง." คำว่า "ถ่อมลง" เป็นกริยาที่ถูกกระทำ ส่วนคำว่า "จง" เป็นกริยาที่เป็นผู้กระทำ. เมื่อพระเจ้าได้ปฏิบัติการทำงานบนตัวเรา เราต้องมีท่าทีที่กระตุ้นตัวเองยอมให้พระองค์ทำงานบนตัวของเรา. การมีท่าทีกระตุ้นตัวเองก็คือผู้กระทำ ส่วนการยอมให้พระองค์ทำงานก็คือการถูกกระทำ. นี่ก็คือการที่เรายินดีนอบน้อมอยู่ใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า ซึ่งพระหัตถ์นี้มีฤทธิ์เดชที่จะกระทำทุกสิ่งเพื่อเรา.
1ปต. 5:6 ข สภษ.29:23
1ปต. 5:6 ค บพส.89:13; 136:12; ยซย.5:25; 40:10
1ปต. 5:6 ง ลก.14:11; 18:14
1ปต. 5:6 2ง การนอบน้อมอยู่ใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้าและการยินดีถูกทำให้ต่ำต้อยนั้นเป็นการยอมรับวิธีการที่ให้พระเจ้าได้รับเกียรติ ซึ่งจะทำให้พระองค์มีฐานะที่จะยกเราให้สูงขึ้นในเวลาของพระองค์. การยอมถูกทำให้ต่ำต้อยโดยพระหัตถ์แห่งการทำให้ต่ำต้อยของพระเจ้าภายใต้การตีสอนของพระองค์นั้นก็คือเงื่อนไขอันดับแรกในการถูกยกชูขึ้นโดยพระหัตถ์แห่งการยกชูของพระเจ้าในการได้รับสง่าราศีของพระองค์.
1ปต. 5:7 ก บพส.55:22
1ปต. 5:7 1ก หรือ โยนให้กับพระเจ้า. คือมอบให้กับพระเจ้า, ยอมให้กับพระเจ้า. รูปกาล (Tense) ของกริยานี้บ่งบอกว่าเป็นกริยาที่กระทำเพียงครั้งเดียวก็สำเร็จนิรันดร์.
1ปต. 5:7 2 คือความกระวนกระวายทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งชีวิตนี้, ชีวิตมนุษย์ทั้งหมดกับความกระวนกระวายทุกอย่าง.
1ปต. 5:7 ข มธ.6:25; ฟป.4:6
1ปต. 5:7 3ข หรือ ความกังวล, ความห่วงใย. ท่ามกลางการข่มเหงนั้น ความทุกข์ของผู้เชื่อได้ทำให้เขากังวลและห่วงใย. เขาไม่เพียงต้องถูกทำให้ต่ำต้อยคือถูกทำให้เป็นคนเล็กน้อยจากความจองหองและความทะนงเท่านั้น แต่ยังต้องนำเอาชั่วชีวิตของเขากับความกระวนกระวายที่มีอยู่มาฝากไว้กับพระเจ้าอีกด้วย เพราะพระองค์ไม่เพียงทรงฤทธิ์และยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังทรงรักและสัตย์ ซื่อต่อเขาด้วย.
1ปต. 5:7 4 หรือ ห่วงใย. พระเจ้าผู้ตีสอนและพิพากษามนุษย์นั้นทรงมีความห่วงใยแห่งรักต่อผู้เชื่อโดยเฉพาะต่อบรรดาคนที่ถูกข่มเหง. พระองค์ทรงคำนึงถึงเขาอย่างสัตย์ซื่อ. เขาทั้งหลายสามารถมอบความกระวนกระวายทั้งสิ้นให้กับพระองค์โดยเฉพาะในขณะที่เขาถูกข่มเหงนั้น.
1ปต. 5:8 ก 1ปต.1:13; 1ธซ.5:6, 8
1ปต. 5:8 1ก คือการมีความคิดที่กระจ่างแจ้ง, รอบคอบ, และการควบคุมตนเองได้ เพื่อเราสามารถรู้ถึงเป้าหมายแห่งการตีสอนของพระเจ้าและรู้ถึงอุบายแห่งการทำลายของศัตรู โดยเฉพาะตามที่ได้เปิดเผยไว้ในบทนี้. ดู 4:7 คำอธิบาย 3.
1ปต. 5:8 ข มธ.24:42; 26:41; ลก.21:36; อฟ.6:18
1ปต. 5:8 2ข เฝ้าระวัง ก็คือการระวังเตือนภัยเหมือนในยามสงครามที่พวกกองทหารแนวหน้าทำกัน. ในที่นี้ชี้ถึงการระวังระไวต่อความกระวนกระวายที่ศัตรูนำมาให้กับผู้เชื่อที่ถูกข่มเหง.
1ปต. 5:8 ค มธ.13:25
1ปต. 5:8 3ค แปลตามตรงคือ ผู้เป็นศัตรู (ที่อยู่ในคดีความ). ในที่นี้ก็เล็งถึงซาตานที่คอยฟ้องร้องเรา (วว.12:9-10 และข้อ 9 คำอธิบาย 4).
1ปต. 5:8 ง อฟ.4:27; 6:11; ยก.4:7 วว.12:9, 12; เทียบ โยบ 1:9-12; ลก.22:31; 2กธ.2:11
1ปต. 5:8 4ง ดู มธ.4:1 คำอธิบาย 2.
1ปต. 5:8 จ บพส.22:13, 21
1ปต. 5:8 5จ แผดเสียงร้องในความหิวโหย.
1ปต. 5:8 ฉ โยบ 1:7; 2:2
1ปต. 5:8 6ฉ ชี้ให้เห็นว่าซาตานมันเที่ยวเสาะหาเหยื่ออย่างกระตือรือร้นและไม่หยุดหย่อน.
1ปต. 5:8 7 ในที่นี้เปโตรได้เตือนสติผู้เชื่อที่อยู่ในการทนทุกข์แห่งการข่มเหงว่า ถ้าหากเขาไม่ยอมถ่อมใจและนอบน้อมอยู่ใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า (ข้อ 6) รวมทั้งฝากความกระวนกระวายไว้กับพระเจ้าแล้ว (ข้อ 7) เขาก็จะถูกกลืนกินโดยซาตานที่ร้องคำรามดุจสิงโต. สิ่งนี้ได้สอนให้เรารู้ว่า การเย่อหยิ่งและความกระวนกระวายจะทำให้เรากลายเป็นเหยื่ออันโอชะสำหรับสนองความหิวโหยของซาตานที่เป็นสิงโตนั้น. ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในด้านนี้เปโตรไม่มีทางลืมคำเตือนที่เขาได้รับเมื่อพระองค์ตรัสถึงความประสงค์ของซาตาน (ลก.22:31).
1ปต. 5:9 ก ยก.4:7; อฟ.6:11, 13
1ปต. 5:9 1ก ไม่ใช่การต่อต้านหรือดิ้นรนต่อสู้ แต่ยืนหยัดอยู่บนฐานรากแห่งความเชื่ออย่างมั่นคงดุจศิลาอยู่ต่อหน้าซาตานที่กำลังร้องคำราม.
1ปต. 5:9 ข กซ.2:5
1ปต. 5:9 2 ความเชื่อ แปลตามตรงคือ ความเชื่อของท่านทั้งหลาย เล็งถึงความเชื่อที่เป็นทัศนะภายในของผู้เชื่อ ก็คือเชื่อในฤทธิ์เดชแห่งการคุ้มครองและความห่วงใยแห่งความรักของพระเจ้า.
1ปต. 5:9 ค 1ปต.4:19; กจ.14:22; 1ธซ.3:3
1ปต. 5:9 3ค ถ้าดูตามข้อความในบทนี้และบทที่แล้ว นี่ก็เล็งถึงความทุกข์ในท่ามกลางการข่มเหง.
1ปต. 5:9 4 ดู 2:17 คำอธิบาย 1.
1ปต. 5:10 ก ยด.24
1ปต. 5:10 1ก คำว่า "แต่" เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกัน โดยนำเอาการปลอบโยนและการหนุนใจมาให้ผู้เชื่อที่ทนทุกข์ พวกท่านและพวกพี่น้องของท่านกำลังถูกศัตรูข่มขู่ คือมารที่มาคำรามดุจสิงโตอย่างนี้เพียงชั่วคราว แต่พระเจ้าผู้ประกอบด้วยบรรดาพระคุณ ก็คือพระเจ้าที่มีการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ครบสมบูรณ์และเปี่ยมล้น ซึ่งเหนือกว่าความต้องการทั้งสิ้นของท่าน นั้นจะทรงให้ท่านถึงที่สำเร็จ, ให้ท่านตั้งมั่นคง, ให้ท่านได้รับการเพิ่มกำลัง, และให้ท่านวางฐานรากที่มั่นคง.
1ปต. 5:10 2 บรรดาพระคุณ เล็งถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในหลายด้านที่ได้แจกจ่ายแก่เราในหลายขั้นตอนแห่งการดำเนินการอันศักดิ์สิทธิ์บนตัวเราและในตัวเราที่อยู่ในแผนการบริหารของพระเจ้า. ขั้นตอนแรกคือทรงเรียกเราและขั้นตอนสุดท้ายคือให้เราได้รับสง่าราศี ดังที่กล่าวไว้ในที่นี้ว่า ทรงเรียกให้ท่านทั้งหลายเข้าในสง่าราศีที่นิรันดร์ของพระองค์. ในระหว่างสองขั้นตอนนี้คือการดูแลแห่งความรักของพระเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงตีสอนเรา, และยังมีการงานแห่งการสำเร็จ, การทำให้มั่นคง, การเพิ่มกำลัง, และการวางฐานรากที่มั่นคงของพระองค์. ในการเคลื่อนไหวอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ การหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกแจกจ่ายให้แก่เราเป็นพระคุณในประสบการณ์ต่างๆ ของเรา (ดู 1:2 คำอธิบาย 12, 4:10 คำอธิบาย 2). หลังจากผู้เชื่อที่ถูกข่มเหงได้ทนทุกข์อยู่หน่อยหนึ่งแล้ว พระเจ้าแห่งพระคุณเช่นนี้ก็จะทำให้เขาถึงที่สำเร็จ, ให้เขาตั้งมั่นคง, ให้เขาได้รับการเพิ่มกำลัง, และให้เขาวางฐานรากที่มั่นคง.
1ปต. 5:10 ข 1ปต.1:15; 2ปต.1:3; 1ธซ.2:12; 1ตธ.6:12
1ปต. 5:10 3 คือ รับส่วน, มีส่วนใน.
1ปต. 5:10 ค 2ตธ.2:10
1ปต. 5:10 ง 1ปต.5:14; 3:16
1ปต. 5:10 4ง ในพระคริสต์เยซู บ่งบอกว่าพระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณได้ผ่านขั้นตอนการกลายเป็นเนื้อหนัง, การดำเนินชีวิตมนุษย์, การตรึงกางเขน, การเป็นขึ้น, และการเสด็จสู่สวรรค์ เพื่อสำเร็จการไถ่ที่สมบูรณ์และครบถ้วน เพื่อพระองค์จะนำพลไพร่ที่ได้รับการไถ่ของพระองค์มาสู่การเข้าสนิทอย่างอินทรียภาพกับพระองค์. เช่นนี้เขาก็จะมีส่วนในความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพเป็นการรับสุขของเขา. ทุกขั้นตอนแห่งการดำเนินงานอันศักดิ์สิทธิ์นั้นล้วนอยู่ในพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพและได้กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่ครอบคลุมสรรพสิ่งมาเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ครบบริบูรณ์ของเรา. ในพระคริสต์ผู้นี้และโดยการไถ่ที่ครอบคลุมสรรพสิ่งโดยมีพื้นฐานอยู่บนทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสำเร็จไว้ พระเจ้าจึงสามารถกลายเป็นพระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณ เพื่อทรงเรียกเราเข้าสู่สง่าราศีที่นิรันดร์ของพระองค์และเพื่อให้เราถึงที่สำเร็จ, มั่นคง, ได้รับการเพิ่มกำลัง, และวางฐานรากที่มั่นคงในพระเจ้าตรีเอกภาพ (1:1-2) ผู้เป็นฐานรากที่มั่นคงนั้น. เช่นนี้จึงสามารถให้เราทั้งหลายบรรลุถึงเป้าหมายที่สง่าราศีของพระองค์ ได้. การที่คนบาปที่ตกต่ำกลับถูกนำเข้าสู่สง่าราศีที่นิรันดร์ของพระเจ้านี่ช่างเป็นเรื่องอัศจรรย์ยิ่งนัก! ส่วนการงานแห่งการสำเร็จ, ทำให้ตั้งมั่นคง, เพิ่มกำลัง, และวางฐานรากที่มั่นคงก็ช่างดีเลิศยิ่งนัก! สิ่งเหล่านี้ล้วนได้ทำสำเร็จโดยอาศัย "บรรดาพระคุณ" ของพระองค์ ซึ่งก็คือ "พระคุณอันแท้จริง" นั่นเอง (ข้อ 12).
1ปต. 5:10 จ 1ปต.1:6
1ปต. 5:10 5 ชี้บ่งว่าพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวโดยพระองค์เองในการงานแห่งพระคุณ.
1ปต. 5:10 ฉ ฮร.13:21
1ปต. 5:10 6ฉ ดู 2กธ.13:9 คำอธิบาย 2.
1ปต. 5:10 ช รม.16:25; 1ธซ.3:2, 13; 2ธซ.2:17
1ปต. 5:10 7ช แปลตามตรงคือ ทำให้ท่านมั่นคง, แข็งแรง. ใน ลก.22:32 พระองค์ใช้ศัพท์คำเดียวกันนี้มากำชับเปโตร.
1ปต. 5:10 ซ อฟ.3:16
1ปต. 5:10 8ซ ใกล้เคียงกับความหมายของคำว่า "ตั้งมั่นคง" มาก.
1ปต. 5:10 ฌ อฟ.3:17
1ปต. 5:10 9ฌ ในภาษากรีกมาจากคำที่มีความหมายว่า "ฐานราก" ฉะนั้นจึงเป็นการวางฐานรากอย่างมั่นคงเหมือนใน มธ.7:25; อฟ.3:17; ฮร.1:10. การดำเนินการอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระคุณทั้งสี่ประการนี้มีการพัฒนาขึ้นไป. การสำเร็จได้นำเข้าสู่ความมั่นคง, ความมั่นคงนำเข้าสู่การเพิ่มกำลัง, การเพิ่มกำลังนำเข้าสู่การวางฐานรากที่มั่นคงในพระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณ. พระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพผู้เป็นฐานรากที่มั่นคงในการแจกจ่ายของพระองค์ (1:2).
1ปต. 5:11 ก 1ปต.4:11
1ปต. 5:11 1 สำเนาต้นฉบับบางฉบับไม่มีคำว่า "สง่าราศี."
1ปต. 5:12 ก กจ.15:22; 2กธ.1:19; 1ธซ.1:1; 2ธซ.1:1
1ปต. 5:12 ข ฮร.13:22
1ปต. 5:12 ค 1ธซ.2:11
1ปต. 5:12 1ค เปโตรเป็นพยานประจักษ์แก่ตา (ข้อ 1) ถึงสิ่งที่ท่านได้เห็นและประสบการณ์มา. ท่านเป็นพยานว่า สิ่งที่เขียนในหนังสือจดหมายของท่านอันเป็นบทบันทึกเกี่ยวกับพระคุณล้วนเป็นสิ่งที่แท้จริง.
1ปต. 5:12 2 พระคุณอันแท้จริงของพระเจ้าก็หมายถึงบรรดาพระคุณในข้อ 10. อัครทูตได้กำชับผู้เชื่อให้เข้าสู่และยืนหยัดอยู่ในพระคุณนี้. หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นให้ผู้เชื่อที่ถูกข่มเหงได้มองเห็นเป้าหมายแห่งการปกครองของพระเจ้าท่ามกลางความทุกข์ยากนั้นเป็นสำคัญ. ในการที่จะให้เขาได้ผ่านความทุกข์เหล่านี้แล้ว พระเจ้าก็ได้หล่อเลี้ยงเขาด้วยพระคุณนานาประการ, พระคุณที่บังเกิดทวีและพระคุณอันแท้จริงทั้งสิ้น (ข้อ 10; 1:2; 4:10) ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขามีส่วนในความทุกข์ยากของพระคริสต์และเพื่อความทุกข์ยากของพระคริสต์ด้วย (2:21; 3:14-17; 4:12-16) และพระคุณนี้ยังจะทำการสำเร็จตัวเขา, ทำให้เขามั่นคง, เพิ่มกำลังให้เขา, และวางฐานรากที่มั่นคงให้เขาในพระเจ้าตรีเอกภาพ และยังจะนำเขาเข้าสู่สง่าราศีที่นิรันดร์ (ข้อ 10).
1ปต. 5:12 ง รม.5:2; 1กธ.15:1
1ปต. 5:13 ก 1ปต.1:2; 2:9; 2ยฮ.1, 13; รม.16:13; 8:33; อฟ.1:4
1ปต. 5:13 1ก ในภาษากรีกมีคำนำหน้านาม (article) ที่ระบุว่าเป็นเพศหญิง ดังนั้นจึงอาจเล็งถึงภรรยาของเปโตรที่ร่วมเดินทางตามเปโตรไป (1กธ.9:5) หรือเล็งถึงพี่น้องหญิงที่พิเศษคนหนึ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่เพียงได้ถูกเลือกสรรด้วยกันกับผู้รับจดหมายฉบับนี้เท่านั้น แต่ยังได้ถูกเลือกสรรด้วยกันกับเปโตรและผู้เชื่อทั้งหลายด้วย. บางคนเข้าใจว่าคำนี้เล็งถึงคริสตจักร.
1ปต. 5:13 2 ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีอาจารย์หลายคนที่ได้ยึดถือคำอธิบายที่แตกต่างกันในชื่อนี้โดยแบ่งเป็นสองจำพวกด้วยกัน. พวกแรกคิดว่าเป็นเพียงแบบเล็งซึ่งใช้ชี้ถึงกรุงโรมอันเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโรมัน ส่วนอีกพวกหนึ่งคิดว่าเป็นไปตามตัวอักษร คือชี้ถึงเมืองบาบิโลนอันเป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรติส (Euphrates หรือฟะราธ). พวกหลังนี้มีเหตุผลดีกว่าพวกแรก. ประการแรก ดูเหมือนว่าท่านเปโตรไม่มีเหตุผลที่จะใช้ชื่อที่เป็นแบบเล็งมาปิดบังชื่อเมืองที่เขาอยู่ในเวลานั้น. ประการที่สอง ชื่อสถานที่ต่างๆ ที่ท่านกล่าวถึงในหนังสือจดหมายของท่านนั้นล้วนใช้ชื่อจริงของสถานที่นั้นๆ ทั้งสิ้น (1:1). ประการที่สาม ในพันธสัญญาใหม่นั้นชื่อกรุงโรมมักจะถูกระบุอย่างชัดเจนอยู่เสมอ (กจ.19:21; 28:14, 16; รม.1:7, 15) แม้กระทั่งในเวลาที่ท่านเปาโลได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายก็คือ หนังสือติโมเธียวฉบับที่สอง (2ตธ.1:17) ซึ่งน่าจะเขียนหลังหนังสือเปโตรฉบับที่หนึ่งแล้วก็ยังเป็นเช่นนั้น. พอมาถึงประมาณ ค.ศ.90 เมื่อท่านโยฮันได้เขียนหนังสือวิวรณ์ที่เป็นหนังสือแห่งเครื่องหมาย ท่านจึงได้ใช้ชื่อบาบิโลนใหญ่เป็นชื่อที่ใช้เล็งถึงกรุงโรม (วว.17:5; 18:2).
1ปต. 5:13 3 คือโยฮันผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโก (กจ.12:12, 25) ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือกิตติคุณมาระโก. ในฐานะที่เป็นบุตรฝ่ายวิญญาณของเปโตร ในเวลานั้นเขาจึงได้อยู่กับเปโตร ณ ที่นั่นด้วย. ต่อมาท่านติโมเธียวได้พาเขาไปหาเปาโล (2ตธ.4:11).
1ปต. 5:14 ก รม.16:16; 1กธ.16:20; 2กธ.13:12; 1ธซ.5:26
1ปต. 5:14 ข 1ปต.1:2; อฟ.6:23
1ปต. 5:14 1ข สันติสุขเป็นผลของพระคุณ ซึ่งมาจากการรับสุขที่มีต่อพระเจ้าตรีเอกภาพ. การรับสุขพระเจ้าเป็นพระคุณที่กำลังเพิ่มทวีและได้เพิ่มทวีแล้ว (1:2), พระคุณนานาประการ (4:10), บรรดาพระคุณ (5:10), และพระคุณอันแท้จริง (5:12) ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้แห่งเนื้อหาสาระของการดำเนินชีวิตภายใต้การปกครองของพระเจ้าเช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดผลลัพธ์คือ มีสภาพการณ์ที่เต็มไปด้วยสันติสุขทั้งต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์.
1ปต. 5:14 ค 1ปต.5:10; 3:16
1ปต. 5:14 2ค ท่านเปโตรเน้นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าผู้เชื่อนั้นล้วนอยู่ในพระคริสต์ (3:16; 5:10). การที่เราได้อยู่ในพระคริสต์นั้นก็เนื่องมาจากพระเจ้าและโดยการเชื่อและการรับบัพติศมาของเราด้วย (1กธ.1:30; ยฮ.3:5; ฆต.3:27; รม.6:3). ผลลัพธ์ก็คือการเข้าสนิทอย่างอินทรียภาพกับพระเจ้าตรีเอกภาพ (มธ.28:19) และทำให้เรากลายเป็นวิญญาณเดียวกันกับพระองค์ (1กธ.6:17).
สารบัญ