ยะโฮซูอะ บทที่ 7
2. ทำลายเมืองฮาย — 7:1—8:35
(1) พ่ายแพ้ที่เมืองฮาย — 7:1–26
ยฮซ.
7:1 แต่ชนชาติอิสราเอลได้ทำการที่ไม่สัตย์ซื่อในเรื่องสิ่งที่ต้องถูกทำลายนั้น เพราะอาคานบุตรคาระมี ผู้เป็นบุตรซับดี ผู้เป็นบุตรเซราเผ่ายูดา ได้เอาสิ่งที่ต้องถูกกทำลายนั้นไป พระพิโรธของพระยะโฮวาจึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติอิสราเอล.
ยฮซ.
7:2 ยะโฮซูอะใช้คนจากเมืองยะริโฮไปยังกเมืองฮาย ซึ่งอยู่ใกล้เบธอาเวนทางทิศตะวันออกของเมืองเบ็ธเอล และยะโฮซูอะกล่าวแก่เขาว่า จงขึ้นไปและ1ขสอดแนมดูดินแดนนั้น. คนเหล่านั้นก็ขึ้นไปและสอดแนมดูเมืองฮาย.
ยฮซ.
7:3 และเขากลับมากล่าวแก่ยะโฮซูอะว่า 1ไม่จำเป็นต้องให้พลไพร่ทั้งหมดขึ้นไป ให้สักสองสามพันคนขึ้นไปตีเมืองฮายก็พอ. ไม่ต้องให้พลไพร่ทั้งหมดไปตรากตรำที่นั่นเลย เพราะฝ่าย2ศัตรูนั้นมีคนน้อย.
ยฮซ.
7:4 ฉะนั้นจึงมีพลไพร่ขึ้นไปที่นั่นประมาณสามพันคน แต่กลับต้อง1กถอยหนีไปต่อหน้าชาวเมืองฮาย.
ยฮซ.
7:5 ฝ่ายชาวเมืองฮายก็ฆ่าฟันพวกเขาตายประมาณสามสิบหกคน และไล่ตามพวกเขาจากประตูเมืองไปจนถึงซะบาริม โจมตีเขาตามทางลาด. และใจของเหล่าพลไพร่ก็กหลอมละลายไปดุจน้ำ.
ยฮซ.
7:6 ฝ่ายยะโฮซูอะก็ฉีกเสื้อผ้าของตนซบหน้าลงถึงดินกเบื้องหน้าหีบ[พันธสัญญา]ของพระยะโฮวาจนถึงเวลาเย็น ทั้งท่านกับพวกผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอล พวกเขาต่างก็เอาผงคลีดินโปรยบนศีรษะของตน.
ยฮซ.
7:7 ยะโฮซูอะกล่าวว่า อนิจจาเอ๋ย องค์พระยะโฮวาเจ้า เหตุใดพระองค์จึงให้พลไพร่เหล่านี้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนมา เพื่อจะมอบพวกเราไว้ในมือของชนชาติอะโมรี ทำให้พวกเราต้องพินาศเสีย? พวกเราน่าจะพอใจอยู่เพียงฟากข้างโน้นของแม่น้ำจอร์แดน!
ยฮซ.
7:8 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าจะทูลอะไรได้เล่า เมื่ออิสราเอลหันหลังหนีศัตรูเสียแล้ว?
ยฮซ.
7:9 เพราะว่าชนชาติคะนาอันกับบรรดาผู้ที่อาศัยในดินแดนนั้นคงจะได้ยิน แล้วยกมาตั้งล้อมพวกเรา และตัดชื่อของพวกเราออกเสียจากแผ่นดินโลก. แล้วพระองค์จะทรงทำอย่างไรเพื่อกพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์?
ยฮซ.
7:10 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่ยะโฮซูอะว่า จงลุกขึ้นเถิด! เหตุใดเจ้าจึงซบหน้าลงอย่างนี้เล่า?
ยฮซ.
7:11 1ชนชาติอิสราเอลได้ทำบาป. พวกเขาได้ละเมิดพันธสัญญาซึ่งเราได้บัญชาเขาไว้ พวกเขาได้เอาสิ่งที่ต้องถูกกทำลายไป พวกเขาได้ขโมยและหลอกลวง และได้เอาของนั้นรวมไว้กับข้าวของของตน.
ยฮซ.
7:12 เพราะฉะนั้นชนชาติอิสราเอลจึงไม่อาจกยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของตนได้ พวกเขาได้หันหลังหนีต่อหน้าศัตรู เพราะพวกเขาได้กลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลาย. เราจะไม่อยู่กับพวกเจ้าอีกต่อไป เว้นแต่เจ้าจะทำลายสิ่งที่ต้องถูกทำลายเหล่านั้นเสียจากท่ามกลางพวกเจ้า.
ยฮซ.
7:13 จงลุกขึ้นกแบ่งแยกพลไพร่ให้บริสุทธิ์และกล่าวว่า จงแบ่งแยกตนเองให้บริสุทธิ์สำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่าโอ อิสราเอลเอ๋ย มีสิ่งที่ต้องถูกทำลายอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า เจ้าจะไม่อาจยืนหยัดต่อสู้ศัตรูได้จนกว่าเจ้าจะนำสิ่งที่ต้องถูกทำลายนั้นออกเสียจากท่ามกลางพวกเจ้า.
ยฮซ.
7:14 พอรุ่งเช้าพวกท่านจงเข้ามากทีละเผ่า เผ่าใดที่พระยะโฮวาทรงจับได้แล้วก็ต้องเข้ามาทีละตระกูล ตระกูลใดที่พระยะโฮวาทรงจับได้แล้วก็ให้เข้ามาทีละครอบครัว ครอบครัวใดที่พระยะโฮวาทรงจับได้แล้วก็ให้นักรบเข้ามาทีละคน.
ยฮซ.
7:15 ใครถูกจับได้ว่ามีสิ่งที่ต้องถูกทำลาย ผู้นั้นต้องถูกเผาเสียด้วยไฟ ทั้งตัวเขาและทุกสิ่งที่เป็นของเขา เพราะเขาได้ละเมิดพันธสัญญาของพระยะโฮวา และเพราะเขาได้กระทำสิ่งที่โง่เขลาในอิสราเอล.
ยฮซ.
7:16 ยะโฮซูอะจึงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และนำพลไพร่อิสราเอลเข้ามาทีละเผ่า และ1จับได้เผ่ายูดา.
ยฮซ.
7:17 เมื่อให้ตระกูลต่างๆ ของยูดาเข้ามา ก็จับได้ตระกูลเซรา. เมื่อให้นักรบในตระกูลเซราเข้ามาทีละคน ก็จับได้ซับดี.
ยฮซ.
7:18 เมื่อให้นักรบในครอบครัวของซับดีเข้ามาทีละคน ก็จับได้อาคานบุตรคาระมี ผู้เป็นบุตรซับดี ผู้เป็นบุตรเซราแห่งเผ่ายูดา.
ยฮซ.
7:19 ยะโฮซูอะจึงกล่าวแก่อาคานว่า ลูกเอ๋ย กจงถวายสง่าราศีแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลและจง1สารภาพต่อพระองค์. จงบอกข้าพเจ้ามาว่าท่านได้ทำอะไรไป อย่าปิดบังไว้จากข้าพเจ้าเลย.
ยฮซ.
7:20 และอาคานตอบยะโฮซูอะว่า เป็นความจริงที่ข้าพเจ้าได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ข้าพเจ้าได้ทำดังนี้คือ
ยฮซ.
7:21 ท่ามกลางสิ่งของที่ริบมานั้น ข้าพเจ้าเห็นเสื้อคลุมงามตัวหนึ่งของเมือง1กซีนาร กับเงินสองร้อยเชกไกละ และทองคำแท่งหนึ่งหนักห้าสิบเชกไกละ ข้าพเจ้าก็โลภอยากได้ของเหล่านั้น ข้าพเจ้าจึงเอามา. และบัดนี้ของเหล่านั้นซ่อนอยู่ใต้ดินในกระโจมของข้าพเจ้า ส่วนเงินวางอยู่ข้างล่างเสื้อนั้น.
ยฮซ.
7:22 ยะโฮซูอะจึงใช้ทูตออกไปและพวกเขาก็วิ่งไปที่กระโจม. ดูเถิด ของนั้นก็ซ่อนอยู่ในกระโจมของเขา มีเงินวางอยู่ข้างล่างด้วย.
ยฮซ.
7:23 เขาก็เอา1ของนั้นออกจากกระโจมนำไปให้ยะโฮซูอะและชนชาติอิสราเอลทั้งหมด แล้วเขาก็วางของเหล่านั้นลงต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา.
ยฮซ.
7:24 แล้วยะโฮซูอะกับอิสราเอลทั้งหมดจึงนำกอาคานบุตรหลานของเซรา พร้อมกับเงิน, เสื้อคลุม, และทองแท่งนั้น ทั้งบุตรชายหญิง, โค, ลา, แพะ, แกะ, และกระโจมของเขากับทุกสิ่งที่เขามีอยู่ พวกเขานำคนกับของทั้งหมดขึ้นไปยังหุบเขาอาโคระ.
ยฮซ.
7:25 และยะโฮซูอะกล่าวว่า เหตุใดท่านจึงนำกวิบัติมาให้พวกเรา? พระยะโฮวาจะทรงนำวิบัติมาถึงท่านในวันนี้. แล้วอิสราเอลทั้งหมดก็เอาขหินขว้างเขาจนตาย และเมื่อขว้างพวกเขาด้วยก้อนหินแล้วก็เผาพวกเขาด้วยไฟ.
ยฮซ.
7:26 แล้วเอาหินถมเขาไว้เป็นกองใหญ่ ซึ่งยังอยู่จนทุกวันนี้ และพระยะโฮวาก็ทรงกหันกลับจากพระพิโรธอันเกรี้ยวกราดของพระองค์. ฉะนั้นเขาจึงยังเรียกที่นั่นว่าหุบเขา1อาโคระจนถึงทุกวันนี้.
คำอธิบาย ยะโฮซูอะ บทที่ 7
ยฮซ.
7:1 ก ยฮซ.22:20; 1คนก.2:7
ยฮซ.
7:2 ก ยนซ.12:8
ยฮซ.
7:2 ข เทียบ ยฮซ.2:1
ยฮซ.
7:2 1ข ในการทำลายเมืองยะริโฮนั้นไม่จำเป็นต้องมีการสู้รบ. แต่สำหรับเมืองฮาย เนื่องจากชนชาติอิสราเอลได้สูญเสียการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 12ค) ยะโฮซูอะจึงได้ใช้ผู้สอดแนมออกไปเพื่อจะทำการสู้รบ. แต่เพราะเหตุความโง่เขลา, ความเย่อหยิ่ง, และความตาบอดของตัวเอง พวกเขาจึงได้ดูถูกศัตรูของตัวเอง (ข้อ 3).
ยฮซ.
7:3 1 การที่ผู้สอดแนมมาแจ้งข่าวให้แก่ยะโฮซูอะนั้นบ่งชี้ว่าชนชาติอิสราเอลได้ทิ้งพระเจ้าไว้ข้างหนึ่ง. แทนที่พวกเขาจะถามพระเจ้าว่าพวกเขาควรทำอย่างไรต่อเมืองฮาย แต่พวกเขากลับลืมพระเจ้าและรู้จักแต่ตนเองเท่านั้น. ชนชาติอิสราเอลได้กระทำการด้วยตนเอง ไม่ได้แสวงหาทิศทางที่มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่มีการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย. ชนชาติอิสราเอลได้ถูกแยกออกจากพระเจ้าเนื่องด้วยความบาปของพวกเขา (ข้อ 11–12).
ยฮซ.
7:3 2 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ยฮซ.
7:4 ก ลวต.26:17; พบญ.28:25
ยฮซ.
7:4 1ก ประเด็นสำคัญที่ทำให้ชนชาติอิสราเอลพ่ายแพ้ที่เมืองฮายนั้นก็เป็นเพราะพวกเขาได้สูญเสียการสถิตอยู่ของพระเจ้า และไม่ได้เป็นหนึ่งกับพระเจ้าอีกต่อไป. หลังจากการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ยะโฮซูอะก็ได้เรียนรู้บทเรียนของการอาศัยอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าต่อหน้าหีบพันธสัญญา (ข้อ 6ก). ในที่สุด องค์พระผู้เป็นเจ้าก็เสด็จเข้ามาตรัสแก่เขาและบอกเขาว่าควรทำอย่างไร (ข้อ 10–15). บทเรียนฝ่ายวิญญาณที่เราได้เรียนรู้ในบทบันทึกครั้งนี้ก็คือเราทั้งหลายในฐานะที่เป็นพลไพร่ของพระเจ้า เราควรจะเป็นหนึ่งกับพระเจ้าของเราเสมอ พระองค์ไม่เพียงสถิตอยู่ท่ามกลางเราเท่านั้น แต่ยังสถิตอยู่ในเราด้วย พระองค์ทรงกระทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่มีพระเจ้า — มนุษย์พระเจ้า. ในฐานะมนุษย์พระเจ้า เราควรจะมีภาคปฏิบัติที่จะเป็นหนึ่งกับองค์พระผู้เป็นเจ้า, ดำเนินกับพระองค์, เป็นอยู่กับพระองค์, และดำเนินชีวิตร่วมกับพระองค์ (รม.8:4; 2กธ.2:10; ฆต.5:16, 25). นี่ก็คือหนทางในการดำเนินชีวิตของคริสเตียน, ในการสู้รบในฐานะบุตรของพระเจ้า, และในการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์. หากเรามีการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราก็จะมีสติปัญญา, มีสายตา, มีการมองเห็นล่วงหน้า, และมีการรู้จักทางภายในเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ. การสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเป็นทุกสิ่งสำหรับเรา.
ยฮซ.
7:5 ก พบญ.1:28; ยฮซ.14:8; เทียบ ยฮซ.2:9
ยฮซ.
7:6 ก อซด.40:5; 1พกษ.3:15
ยฮซ.
7:9 ก บพส.83:4
ยฮซ.
7:11 1 แม้ว่าความบาปนี้จะเกิดขึ้นโดยคนๆ เดียว ซึ่งก็คืออาคาน (ข้อ 20) แต่ผลกระทบที่ได้รับกลับมีต่อพลไพร่ทั้งหมดของพระเจ้า. เนื่องด้วยความบาปนี้ พระเจ้าจึงทรงออกห่างจากอิสราเอล นำเอาการสถิตอยู่ของพระองค์ออกไปจากพวกเขา (ข้อ 12ค). นี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ยะโฮซูอะและชนชาติอิสราเอลทำการโจมตีเมืองฮายอย่างโง่เขลา, เย่อหยิ่ง, และตาบอด.
ยฮซ.
7:11 ก ยฮซ.6:17–18; 7:15
ยฮซ.
7:12 ก วนฉ.2:14
ยฮซ.
7:13 ก ยฮซ.3:5
ยฮซ.
7:14 ก เทียบ 1ซมอ.10:20
ยฮซ.
7:16 1 ชนชาติอิสราเอลพบกับคนที่กระทำบาปได้ (ข้อ 16–18) โดยอูริมและทูมิม ซึ่งอยู่บนทับทรวงแห่งการตัดสินของมหาปุโรหิต (อซด.28:30 และคำอธิบาย).
ยฮซ.
7:19 ก 1ซมอ.6:5; ยรม.13:16; ยฮ.9:24
ยฮซ.
7:19 1 หรือ ถวายการสรรเสริญ.
ยฮซ.
7:21 ก ยนซ.10:10; ดนอ.1:2
ยฮซ.
7:21 1ก พื้นที่นี้ต่อมาถูกเรียกว่า บาบิโลน (ดนอ.1:1–2).
ยฮซ.
7:23 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ยฮซ.
7:24 ก ยฮซ.22:20
ยฮซ.
7:25 ก ยฮซ.6:18; 1คนก.2:7
ยฮซ.
7:25 ข เทียบ ลวต.20:2; 24:14; พบญ.13:10; 17:5
ยฮซ.
7:26 ก พบญ.13:17
ยฮซ.
7:26 1 หมายถึง วิบัติ (เทียบ ข้อ 25).