การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะโฮซูอะ บทที่ 5

4. ตระเตรียมก่อนโจมตี — 5:1–15
(1) ผลสะท้อนของกษัตริย์แห่งอะโมรีและชนชาติคะนาอัน — ข้อ 1
ยฮซ. 5:1 เมื่อกษัตริย์ทั้งหมดของชนชาติอะโมรีซึ่งอยู่ฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน และกษัตริย์ทั้งหมดของ1ชนชาติคะนาอันซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ได้ยินว่าพระยะโฮวาทรงทำให้น้ำในแม่น้ำจอร์แดนแห้งไปต่อหน้าชนชาติอิสราเอลจน2พวกเขาข้ามฟากไปได้ ใจของพวกเขาก็กหลอมละลาย และไม่มีความกล้าหาญเหลืออยู่ในพวกเขาเลยเพราะเหตุชนชาติอิสราเอล.
(2) การรับพิธีสุหนัตของอิสราเอลใหม่ — ข้อ 2–9
ยฮซ. 5:2 คราวนั้น พระยะโฮวาตรัสแก่ยะโฮซูอะว่า จงทำมีดด้วยหินไฟและให้ชนชาติอิสราเอล1รับพิธีสุหนัตอีกเป็นครั้งที่สอง.
ยฮซ. 5:3 ยะโฮซูอะจึงทำมีดด้วยหินไฟและให้ชนชาติอิสราเอลรับพิธีสุหนัตที่กิเบอัธหะอาราโลท
ยฮซ. 5:4 สาเหตุที่ยะโฮซูอะให้พวกเขารับพิธีสุหนัตเป็นดังนี้ ในบรรดาพลไพร่ทั้งหมดที่ออกมาจากอียิปต์ คือผู้ชายที่เป็นทหารทั้งหมดได้ตายเสียระหว่างทางในกป่ากันดาร หลังจากที่พวกเขาออกจากอียิปต์.
ยฮซ. 5:5 แม้ว่าพลไพร่ทั้งหมดที่ออกมาจะได้รับพิธีสุหนัตแล้ว แต่พลไพร่ทั้งหมดที่เกิดมาระหว่างทางในป่ากันดารหลังจากที่1คนอื่นออกมาจากอียิปต์นั้นยังไม่ได้รับพิธีสุหนัต.
ยฮซ. 5:6 เพราะว่าชนชาติอิสราเอลได้เดินทางอยู่ในป่ากันดารกสี่สิบปีจนชนชาติทั้งหมด คือพวกทหารที่ออกมาจากอียิปต์ล้วนสิ้นชีวิต เพราะพวกเขาไม่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยะโฮวา ซึ่งพระยะโฮวาทรงขปฏิญาณกับเขาว่า พระองค์จะไม่ทรงยอมให้พวกเขาเห็นดินแดนที่พระยะโฮวาได้ทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของเขาว่าจะประทานแก่เราทั้งหลาย ซึ่งเป็นดินแดนซึ่งไหลล้นไปด้วยคน้ำนมและน้ำผึ้ง.
ยฮซ. 5:7 แต่บรรดาบุตรหลานของพวกเขาซึ่งพระองค์ทรงตั้งขึ้นมาแทนที่เขานั้นยะโฮซูอะก็ให้รับพิธีสุหนัตเพราะพวกเขายังไม่ได้รับพิธีสุหนัต เนื่องจากไม่ได้ให้พวกเขารับพิธีสุหนัตในระหว่างทาง.
ยฮซ. 5:8 เมื่อได้ให้ชนชาติทั้งหมดรับพิธีสุหนัตเสร็จแล้ว พวกเขาก็พักอยู่ในค่ายจนกว่าจะหายเป็นปกติ.
ยฮซ. 5:9 พระยะโฮวาตรัสแก่ยะโฮซูอะว่า วันนี้เราได้กลิ้งกความอดสูแห่งอียิปต์ไปให้พ้นเจ้าแล้ว. ดังนั้นจึงเรียกชื่อสถานที่นั้นว่า1ฆีละฆาลจนถึงทุกวันนี้.
(3) การถือเทศกาลปัศคา — ข้อ 10
ยฮซ. 5:10 ชนชาติอิสราเอลได้ตั้งค่ายที่ฆีละฆาล และถือ1กเทศกาลปัศคาในเวลาเย็นขวันที่สิบสี่ของเดือนต้น ณ ที่ราบเมืองยะริโฮ.
(4) การกินผลผลิตของดินแดนที่ทรงสัญญาไว้ — ข้อ 11–12
ยฮซ. 5:11 วันรุ่งขึ้นหลังเทศกาลปัศคา ในวันนั้นเองพวกเขาก็รับประทานผลผลิตของดินแดน คือขนมไร้เชื้อและข้าวคั่ว.
ยฮซ. 5:12 ตั้งแต่วันนั้น1กมานาก็หยุดไป คือเมื่อเขาได้รับประทานผลผลิตของดินแดน และชนชาติอิสราเอลก็ไม่มีมานาอีกเลย แต่พวกเขาได้รับประทานผลผลิตของดินแดนคะนาอันในปีนั้น.
(5) นิมิตที่ยะโฮซูอะมองเห็น — ข้อ 13–15
ยฮซ. 5:13 เมื่อยะโฮซูอะอยู่ข้างเมืองยะริโฮ ท่านได้เงยหน้าขึ้นมองดู ดูเถิด มี1ชายคนหนึ่งชักกดาบออกมาถือในมือยืนอยู่ตรงข้ามท่าน. ยะโฮซูอะเข้าไปหาชายนั้นกล่าวแก่เขาว่า ท่านอยู่ฝ่ายเราหรืออยู่ฝ่ายปรปักษ์?
ยฮซ. 5:14 ผู้นั้นกล่าวว่า ล้วนไม่ใช่ แต่เรามาในฐานะกจอมพลโยธาของพระยะโฮวา. ฝ่ายยะโฮซูอะก็ซบหน้าลงถึงดินนมัสการแล้วทูลว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า พระองค์จะตรัสสิ่งใดแก่ผู้รับใช้ของพระองค์เล่า?
ยฮซ. 5:15 จอมพลโยธาของพระยะโฮวาจึงตรัสแก่ยะโฮซูอะว่า กจงถอดรองเท้าจากเท้าของเจ้าเสีย เพราะว่าสถานที่ซึ่งเจ้ายืนอยู่นี้ขบริสุทธิ์. ยะโฮซูอะก็กระทำดังนั้น.

คำอธิบาย ยะโฮซูอะ บทที่ 5

ยฮซ. 5:1 1 ดู อฤธ.21:1 คำอธิบาย 1.
ยฮซ. 5:1 2 ต้นฉบับโบราณบางฉบับใช้คำว่า พวกเรา.
ยฮซ. 5:1 ก ยฮซ.2:11; อซด.15:15
ยฮซ. 5:2 1 จุดประสงค์ของการรับพิธีสุหนัตคือการทำให้พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้กลายเป็นพลไพร่ใหม่เพื่อที่จะรับเอาดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เป็นมรดก (เทียบ ยนซ.17:7–12). การรับพิธีสุหนัตของอิสราเอลใหม่เป็นแบบเล็งถึงการสำเร็จเป็นจริงแห่งพิธีสุหนัตของพระคริสต์โดยการตายของพระองค์ ซึ่งถูกปรับใช้กับผู้เชื่อในการละทิ้งร่างกายฝ่ายเนื้อหนัง เพื่อพวกเขาจะสามารถรับเอาพระคริสต์ที่อยู่ในการเป็นขึ้นเป็นมรดกในฐานะที่ทรงเป็นส่วนที่พระเจ้าแบ่งให้แก่พวกเขา (กซ.2:11–12; 1:12).
การรับพิธีสุหนัตฝ่ายวิญญาณคือการสานต่อของการถูกฝังไว้ในการตายของพระคริสต์. เมื่ออิสราเอลเก่าได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน พวกเขาก็ได้ถูกฝังไว้ และอิสราเอลใหม่ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้น. นี่ก็คือการงานที่พระเจ้าทรงกระทำทางทัศนะภายนอก. ชนชาติอิสราเอลยังจำเป็นต้องปรับใช้การงานนี้กับเนื้อหนังของพวกเขาด้วย. ดังนั้นการรับพิธีสุหนัตของพวกเขาจึงเป็นการปรับใช้ที่เป็นจริงถึงสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำในการข้ามแม่น้ำจอร์แดน. ในพันธสัญญาใหม่ การรับพิธีสุหนัตฝ่ายวิญญาณคือการปรับใช้การตายของพระคริสต์กับเนื้อหนังของเราอย่างต่อเนื่อง (ฟป.3:3; กซ.2:11 และคำอธิบาย). แม้ว่าในข้อเท็จจริงเราจะได้รับบัพติศมาเข้าสู่การตายของพระคริสต์และได้ถูกฝังและเป็นขึ้นร่วมกับพระองค์แล้วก็ตาม (รม.6:3–4) แต่ในด้านภาคปฏิบัติ เราก็ยังคงต้องปรับใช้พิธีสุหนัตแห่งกางเขนกับเนื้อหนังของเราโดยอาศัยพระวิญญาณนั้นทุกๆ วัน (รม.8:13; ฆต.5:24). นี่ก็คือความเที่ยงแท้และภาคปฏิบัติที่เป็นจริงของการคงอยู่ในการตายและการฝังของพระคริสต์. ดู ฆต.5:24 คำอธิบาย 2 และ รม.8:13 คำอธิบาย 2.
ยฮซ. 5:4 ก อฤธ.14:29; 26:64–65; 1กธ.10:5; ฮร.3:17
ยฮซ. 5:5 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ยฮซ. 5:6 ก อฤธ.14:33; พบญ.1:3; 2:7; 8:2, 4; บพส.95:10
ยฮซ. 5:6 ข อฤธ.14:23; บพส.95:11; ฮร.3:11
ยฮซ. 5:6 ค อซด.3:8
ยฮซ. 5:9 ก ยนซ.34:14
ยฮซ. 5:9 1 หมายถึง กลิ้ง.
ยฮซ. 5:10 ก พบญ.16:1; 2พกษ.23:21–23
ยฮซ. 5:10 1ก เทศกาลปัศคาถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงการที่พระยะโฮวาทรงไถ่ชนชาติอิสราเอลออกจากการพิพากษาแห่งความตายที่มีต่อบุตรหัวปีของพวกเขา (อซด.12:3–7, 11–14) และยังเป็นการที่พระยะโฮวาทรงช่วยชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์และออกจากการกดขี่ข่มเหงของฟาโรห์ด้วย (อซด.14:13–30). การถือเทศกาลปัศคาจึงบ่งชี้ว่าพระยะโฮวาได้ทรงช่วยชนชาติอิสราเอลจากฟาโรห์และอียิปต์อย่างไร พระองค์ก็จะทรงทำลายเผ่าต่างๆ ของคะนาอันและช่วยชนชาติอิสราเอลจากพวกเขาอย่างนั้นเหมือนกัน. การที่ชนชาติอิสราเอลถือเทศกาลปัศคาเป็นแบบเล็งถึงการที่ผู้เชื่อทั้งหลายยึดถืองานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อที่จะระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นพระผู้ไถ่และพระผู้ช่วยของพวกเขา (มธ.26:26–28).
ยฮซ. 5:10 ข อซด.12:6; อฤธ.9:5
ยฮซ. 5:12 ก อซด.16:35
ยฮซ. 5:12 1ก การที่มานาหยุดลงเมื่อพลไพร่เริ่มกินผลผลิตของดินแดนนั้นบ่งชี้ว่าผลผลิตของดินแดนเป็นการสานต่อของมานา. มานาที่ชนชาติอิสราเอลกินในขณะที่พวกเขาเร่ร่อนอยู่ในป่ากันดารนั้น (อซด.16) เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นอาหารฝ่ายสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้แก่พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรโดยตรง ซึ่งผู้ที่กินนั้นไม่จำเป็นต้องไปตรากตรำ. ส่วนผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ของดินแดนที่ทรงสัญญาไว้ ซึ่งพระเจ้าได้ประทานให้แก่ชนชาติอิสราเอลในขณะที่พวกเขาสู้รบอยู่ในคะนาอันนั้น (พบญ.8:7–10) เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่สำเร็จสุดยอด (พระวิญญาณผู้ประทานชีวิต — ฆต3:14) ที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องไปตรากตรำบนตัวของพระองค์. ตามแบบเล็งที่ถูกบรรยายไว้ในที่นี้ หลังจากที่เราได้ครอบครองพระคริสต์ผู้เป็นดินแดนแล้ว เราก็จำเป็นต้องไปตรากตรำบนตัวของพระองค์ เพื่อที่จะได้ก่อกำเนิดบางสิ่งจากพระองค์ ซึ่งจะกลายมาเป็นอาหารของเรา เป็นการหล่อเลี้ยงของเรา. เมื่อเรากินพระคริสต์และรับสุขพระองค์เป็นผลผลิตของแผ่นดินงาม เราก็จะถูกก่อรูปด้วยตัวของพระองค์ คือถูกกระทำให้เป็นเหมือนกับพระองค์ในชีวิต, นิสัย, และการสำแดง (ฟป.1:19–21ก). ในที่สุด การรับสุขพระคริสต์เป็นมรดกของเรา เป็นทรัพย์สมบัติของเรานั้นจะก่อรูปเราให้กลายเป็นมรดกของพระเจ้า เป็นทรัพย์ล้ำค่าและทรัพย์สมบัติของพระองค์ (อฟ.1:11–14, 18ข; เทียบ อซด.19:5).
เมื่อชนชาติอิสราเอลอยู่ในอียิปต์ พวกเขาได้กินอาหารอียิปต์ (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งของฝ่ายโลก) จึงทำให้พวกเขาถูกก่อรูปกลายเป็นพลไพร่ฝ่ายโลก. ชนชาติอิสราเอลได้ประสบการณ์ต่อการช่วยให้รอดของพระเจ้าโดยการผ่านการกินสามระยะ. ในระยะแรก พวกเขาได้กินแกะปัศคาในอียิปต์ (อซด.12) ซึ่งได้เพิ่มกำลังให้พวกเขาสามารถเดินทางออกจากอียิปต์ และถูกแบ่งแยกออกจากโลกของชนชาติอียิปต์. ในระยะที่สอง พวกเขาได้กินมานาในป่ากันดาร (อซด.16) ซึ่งได้ก่อรูปพวกเขาขึ้นใหม่ด้วยองค์ประกอบฝ่ายสวรรค์ เพื่อจะกลายเป็นพลไพร่ฝ่ายสวรรค์. ในระยะที่สาม พวกเขาได้กินผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในแผ่นดินงาม ซึ่งได้ก่อรูปพวกเขามากยิ่งขึ้น เพื่อจะกลายเป็นพลไพร่ที่มีชัยชนะ. โดยการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงามเช่นนี้ ชนชาติอิสราเอลจึงได้มีชัยชนะต่อเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในดินแดน, ได้ก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้า, และก่อสร้างพระวิหารซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก. การกินทั้งสามระยะของชนชาติอิสราเอลนั้นเป็นแบบเล็งถึงการที่ผู้เชื่อทั้งหลายรับสุขพระคริสต์ในสามระยะโดยการกินพระองค์ (ยฮ.6:51–57; 1กธ.5:7–8; 10:3–4; ฟป.1:19). การกินในสองระยะแรกทำให้ผู้เชื่อได้รับการเสริมกำลังเพื่อออกจากโลกและถูกก่อรูปด้วยพระคริสต์ผู้เป็นองค์ประกอบฝ่ายสวรรค์. แต่ถ้าจะบรรลุถึงเป้าหมายแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า ผู้เชื่อของพระคริสต์ทุกคนจำเป็นต้องก้าวหน้าต่อไปจนกว่าพวกเขาจะบรรลุถึงระยะที่สูงที่สุดในการกินพระคริสต์เป็นผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงาม ซึ่งก็คือพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง เพื่อพวกเขาจะสามารถมีชัยชนะต่อเหล่าศัตรูฝ่ายวิญญาณ, สามารถถูกก่อสร้างขึ้นจนกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า, และถูกก่อตั้งขึ้นเป็นอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก.
ยฮซ. 5:13 1 นิมิตนี้ได้เปิดเผยให้ยะโฮซูอะมองเห็นว่าพระคริสต์ทรงเป็นจอมพลโยธาของพระยะโฮวา (ข้อ 14). ยะโฮซูอะเป็นจอมพลโยธาของพระยะโฮวาที่มองเห็นได้ แต่พระคริสต์เป็นจอมพลโยธาที่มองไม่เห็น. พระคริสต์ทรงเป็นจอมพลโยธาเช่นนี้ ทรงสู้รบกับทั้งเจ็ดเผ่าของคะนาอันเพื่อชนชาติอิสราเอล. ด้วยเหตุนี้ ยะโฮซูอะจึงจำเป็นต้องยืนอยู่บนฐานะที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ (ความบริสุทธิ์) อยู่ตลอดเวลา (ข้อ 15). ดู รม.1:2 คำอธิบาย 3.
ยฮซ. 5:13 ก อฤธ.22:23, 31
ยฮซ. 5:14 ก อซด.23:20–22
ยฮซ. 5:15 ก อซด.3:5; กจ.7:33
ยฮซ. 5:15 ข ปต.1:18
สารบัญ