การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะโฮซูอะ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: ชนชาติอิสราเอลเข้ายึดครองและครอบครองแผ่นดินงาม เพื่อทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง

ผู้เขียน: ยะโฮซูอะ (24:26).

เวลาที่เขียน: ประมาณ 1452–1426 ปี ก่อนคริสตศักราช (ดูด้านล่าง).

สถานที่เขียน: ที่ราบโมอาบ (เทียบ พบญ.34:8–9) และเมืองเซเค็มในคะนาอัน (24:1, 25–26).

ช่วงเวลาที่ได้ครอบคลุมถึง: ประมาณ 27 ปี เริ่มตั้งแต่ 1452 — 1426 ปี ก่อนคริสตศักราช คือจากเดือนที่ 1 ปีที่ 41 หลังจากชนชาติอิสราเอลได้อพยพ (4:19) ออกจากอียิปต์ (1:1) จนถึงเวลาที่ยะโฮซูอะสิ้นชีวิต (24:29)

I. เข้าสู่แผ่นดินงาม — 1:1—5:15
1. การมอบหมายของพระเจ้า — 1:1–18
(1) คำกำชับ, คำสัญญา, และคำหนุนใจที่พระเจ้ามีต่อยะโฮซูอะ — ข้อ 1–9
ยฮซ. 1:1 1ต่อมาหลังจากที่โมเซกผู้รับใช้ของพระยะโฮวาสิ้นชีวิตแล้ว พระยะโฮวาตรัสกับ2ขยะโฮซูอะบุตรนูนผู้ช่วยของโมเซว่า
ยฮซ. 1:2 โมเซผู้รับใช้ของเราสิ้นชีวิตแล้ว บัดนี้เจ้าและพลไพร่ทั้งหมดจงลุกขึ้นข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ เข้าไปยัง1ดินแดนซึ่งเราจะยกให้พวกเขา คือให้แก่ชนชาติอิสราเอล
ยฮซ. 1:3 กทุกๆ แห่งที่ฝ่าเท้าของเจ้าทั้งหลายจะ1ขเหยียบลง เราได้ยกให้พวกเจ้าดังที่เราได้สัญญาไว้กับโมเซ.
ยฮซ. 1:4 ตั้งแต่ป่ากันดารและเลบานอนนี้จนถึงแม่น้ำใหญ่ คือกแม่น้ำยูเฟรติส ดินแดนทั้งหมดของชนชาติเฮ็ธ ถึง1ทะเลใหญ่ทางทิศตะวันตกจะเป็นอาณาเขตของเจ้า.
ยฮซ. 1:5 ไม่มีใครจะยืนหยัดต่อหน้าเจ้าได้ตลอดชั่วอายุของเจ้า. เราสถิตอยู่กับโมเซอย่างไร เราจะกสถิตอยู่กับเจ้าอย่างนั้น ขเราจะไม่ละเจ้าไว้หรือทอดทิ้งเจ้า.
ยฮซ. 1:6 กจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด เพราะเจ้าจะทำให้พลไพร่เหล่านี้ได้รับดินแดนนั้นเป็นมรดก ซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะให้แก่เขาทั้งหลาย.
ยฮซ. 1:7 เพียงแต่จงเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งเถิด จงระวังที่จะประพฤติตามกฎบัญญัติทั้งหมด ซึ่งโมเซผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น. อย่าหันเหจากกฎบัญญัตินั้นไปทางขวาหรือทางซ้าย เพื่อเจ้าจะประสบความสำเร็จในทุกแห่งที่เจ้าไป.
ยฮซ. 1:8 อย่าให้หนังสือกฎบัญญัตินี้ห่างจากปากของเจ้า แต่จง1กคิดรำพึงตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะประพฤติตามทุกประการที่เขียนไว้นั้น. แล้วหนทางของเจ้าจะมีความเจริญรุ่งเรือง และเจ้าก็จะประสบความสำเร็จ.
ยฮซ. 1:9 เราได้บัญชาเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่ากจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด ขอย่ากลัวหรือตกใจเลย. เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าคสถิตอยู่กับเจ้าในทุกแห่งที่เจ้าไป.
(2) คำกำชับที่ยะโฮซูอะมีต่อพลไพร่ — ข้อ 10–15
ยฮซ. 1:10 แล้วยะโฮซูอะจึงบัญชาเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของพลไพร่ว่า
ยฮซ. 1:11 จงไปในท่ามกลางค่ายและบัญชาพลไพร่ว่า จงเตรียมเสบียงอาหารไว้สำหรับตัวเอง เพราะว่าภายในสามวันพวกท่านจะต้องกข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ เพื่อเข้าไปยึดครองดินแดนซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านจะประทานให้พวกท่านยึดครอง.
ยฮซ. 1:12 แล้วยะโฮซูอะพูดกับ1คนรูเบ็น, คนฆาด, และคนมะนาเซครึ่งเผ่าว่า
ยฮซ. 1:13 จงจดจำคำที่โมเซผู้รับใช้ของพระยะโฮวาได้บัญชาพวกท่านไว้ว่า กพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านได้ประทานที่พักสงบแก่ท่าน และจะประทานดินแดนนี้แก่ท่าน.
ยฮซ. 1:14 ภรรยา, ลูกเล็ก, และฝูงปศุสัตว์ของพวกท่านจะคงอยู่ในดินแดนซึ่งโมเซยกให้ท่านที่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น แต่นักรบผู้แกล้วกล้าทั้งหมดในพวกท่านต้องกจัดขบวนทัพข้ามไปก่อนพี่น้องของท่าน เพื่อท่านจะช่วยพวกเขาได้
ยฮซ. 1:15 จนกว่าพระยะโฮวาจะประทานที่พักสงบแก่พี่น้องของท่านดังที่ได้ประทานแก่ท่าน ทั้งให้เขาได้ยึดครองดินแดนซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านจะประทานแก่เขา. แล้วท่านจึงจะกลับไปยังดินแดนที่ท่านยึดครองและถือไว้เป็นกรรมสิทธิ์ คือดินแดนซึ่งโมเซผู้รับใช้ของพระยะโฮวาได้ให้แก่พวกท่านที่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นทางทิศตะวันขึ้น.
(3) การตอบรับที่พลไพร่มีต่อยะโฮซูอะ — ข้อ 16–18
ยฮซ. 1:16 เขาทั้งหลายจึงตอบยะโฮซูอะว่า ทุกสิ่งซึ่งท่านบัญชาพวกเรา เราจะประพฤติตาม และทุกแห่งที่ท่านจะใช้พวกเราไป เราจะไป.
ยฮซ. 1:17 เราเชื่อฟังโมเซทุกเรื่องอย่างไร เราจะเชื่อฟัง1ท่านอย่างนั้น. ขอเพียงให้พระยะโฮวาพระเจ้าของท่านสถิตอยู่กับท่านดังที่พระองค์ได้สถิตอยู่กับโมเซ.
ยฮซ. 1:18 ผู้ใดกบฏต่อคำบัญชาของท่าน และไม่เชื่อฟังถ้อยคำของท่านไม่ว่าท่านจะบัญชาเขาอย่างไร คนนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตาย. ขอเพียงจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด.

คำอธิบาย ยะโฮซูอะ บทที่ 1

ยฮซ. 1:1 1 แบบเล็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพันธสัญญาเดิมก็คือประวัติศาสตร์ของพลไพร่ชาวอิสราเอลผู้เป็นแบบเล็งถึงคริสตจักร ซึ่งประกอบขึ้นด้วยเหล่าผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ (1กธ.10:1–13). หลังจากหนังสือกฎบัญญัติห้าเล่ม ซึ่งก็คือหนังสือของโมเซนั้น หนังสือยะโฮซูอะก็คือหนังสือประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอลเล่มแรกจากทั้งหมดสิบสองเล่ม คือตั้งแต่หนังสือยะโฮซูอะไปจนถึงหนังสือเอศเธระ. หนังสือประวัติศาสตร์ทั้งสิบสองเล่มนี้ ไม่เพียงกล่าวถึงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าด้วย ซึ่งเกี่ยวกับพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าและคริสตจักรในฐานะที่เป็นพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์ เพื่อจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่. การเปิดเผยทางภายในของหนังสือประวัติศาสตร์ที่อยู่ในพันธสัญญาเดิมนั้นมีเพื่อเปิดเผยให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระองค์สำเร็จลุล่วงบนแผ่นดินโลกโดยผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรได้อย่างไร. แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้านั้นมีความเกี่ยวข้องกับพระคริสต์และมีเพื่อพระคริสต์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งโดยหลักแล้วได้เน้นถึงฐานันดรของพระคริสต์และอาณาจักรของพระคริสต์. ในเรื่องฐานันดรของพระคริสต์นั้น บทบันทึกทางประวัติศาสตร์ในพันธสัญญาเดิมได้รักษาไว้ซึ่งเส้นทางแห่งลำดับวงศ์ของพระคริสต์เพื่อพระองค์จะเสด็จมาโดยการกลายเป็นเนื้อหนังคือมาเป็นมนุษย์ได้. ส่วนในเรื่องของอาณาจักรของพระคริสต์นั้น ประวัติศาสตร์ในพันธสัญญาเดิมได้รักษาไว้ซึ่งเส้นทางแห่งอาณาจักรของพระเจ้า เพื่อพระคริสต์จะทรงก่อตั้งอาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์บนแผ่นดินโลกได้. ทั้งสองเรื่องนี้ได้ก่อร่างขึ้นเป็นเส้นทางที่ควบคุมการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล.
การเข้าไปครอบครองดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เพื่อพระคริสต์และการตระเตรียมบุคคลที่ถูกต้องเพื่อจะนำพระคริสต์มาสู่มนุษยชาตินั้นเป็นวิญญาณและความหมายทางภายในของหนังสือประวัติศาสตร์สามเล่มในพันธสัญญาเดิม ซึ่งก็คือหนังสือยะโฮซูอะ, หนังสือวินิจฉัย, และหนังสือประวัตินางรูธ. แนวคิดศูนย์กลางของหนังสือยะโฮซูอะคือการที่พระเจ้าทรงมุ่งหมายที่จะทำให้พระสัญญาเกี่ยวกับแผ่นดินงามนั้นสำเร็จเป็นจริง เพื่อชนชาติอิสราเอลจะสามารถมีสถานที่ที่จะมาทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จลุล่วงได้ โดยเฉพาะในการรักษาไว้ซึ่งเส้นทางที่จะนำพระคริสต์มาสู่แผ่นดินโลก โดยการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์.
ยฮซ. 1:1 ก อซด.14:31; อฤธ.12:7; พบญ.34:5; ยฮซ.1:13, 15; ฮร.3:5
ยฮซ. 1:1 ข อซด.24:13; พบญ.1:38
ยฮซ. 1:1 2ข หมายถึง พระยะโฮวาพระผู้ช่วยให้รอด หรือความรอดของพระยะโฮวา. ชื่อนี้ในรูปภาษากรีกคือคำว่า เยซู (ดู มธ.1:21 คำอธิบาย 1). ยะโฮซูอะเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้. พระเจ้าทรงนำพลไพร่ชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์, ผ่านป่ากันดาร, ไปยังชายแดนของแผ่นดินงามโดยผ่านโมเซ. หลังจากโมเซแล้ว ยะโฮซูอะก็ได้นำชนชาติอิสราเอลเข้าสู่ดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ และเข้าไปยึดครอง, ครอบครอง, แบ่งสันปันส่วน, และรับสุขดินแดนนี้.
ยะโฮซูอะเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ และยังเป็นแบบเล็งถึงพระคุณ (พระคริสต์) ที่ได้มาแทนที่กฎบัญญัติ (โมเซ) ด้วย (ยฮ.1:17). เมื่อโมเซผู้นำกฎบัญญัติมาให้นั้นสิ้นชีวิตแล้ว ยะโฮซูอะก็เข้ามา (ข้อ 2) เพื่อนำพลไพร่เข้าสู่แผ่นดินงาม (ข้อ 6) ซึ่งเป็นแบบเล็งว่าองค์พระเยซูเจ้าทรงนำพลไพร่ของพระเจ้าเข้าสู่การพักสงบ, เข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง (ฮร.4:8) ในฐานะที่เป็นพระพรทั้งสิ้นที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ (อฟ.1:3–14). พระคริสต์ได้ทรงนำเราเข้าสู่แผ่นดินงาม พระองค์ทรงครอบครองดินแดนนั้นเพื่อเรา และได้ทรงแบ่งสันปันส่วนดินแดนนั้นเพื่อมาเป็นมรดกให้เราได้รับสุข. พระคริสต์ทรงได้แผ่นดินงามนี้มาเพื่อเรา และในที่สุดพระองค์ก็จะทรงกลายเป็นแผ่นดินงามเพื่อให้เราได้รับสุข (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1).
ยฮซ. 1:2 1 คำกำชับที่พระเจ้ามีต่อยะโฮซูอะคือให้เขาเข้าสู่ดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้. ดินแดนคะนาอัน พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นในดินแดนนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่พระเจ้าได้ประทานให้ พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ของพระองค์ (อฟ.3:8; กซ.1:12–13). ในการที่พระเจ้าจะทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จลุล่วงได้นั้น พระองค์จำเป็นต้องมีพลไพร่กลุ่มหนึ่งและดินแดนผืนหนึ่ง (ดู ยนซ.15:3 คำอธิบาย 1). สำหรับฐานันดรของพระคริสต์ในแผนการบริหารของพระเจ้าแล้ว พระองค์จำเป็นต้องมีพลไพร่กลุ่มหนึ่งเพื่อมาเป็นลำดับวงศ์ให้พระองค์สามารถเสด็จเข้าสู่สภาพมนุษย์ได้. สำหรับอาณาจักรของพระคริสต์แล้ว พระองค์จำเป็นต้องมีดินแดนผืนหนึ่ง. แม้ว่าพระเจ้าจะทรงเนรมิตสร้างแผ่นดินโลก แต่ซาตานก็ได้แย่งชิงแผ่นดินโลกไปแล้ว. ดังนั้นพระเจ้าจึงต้องใช้พลไพร่ของพระเจ้ามายึดครองแผ่นดินโลกส่วนหนึ่งที่ซาตานได้แย่งชิงไป เพื่อมาเป็นฐานให้พระองค์สามารถก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์ได้.
ยฮซ. 1:3 ก ข้อ 3–5: พบญ.11:24–25
ยฮซ. 1:3 ข ยฮซ.14:9
ยฮซ. 1:3 1ข ด้านหนึ่ง พระเจ้าได้ประทานแผ่นดินงามให้แก่ชนชาติอิสราเอล; อีกด้านหนึ่ง ชนชาติอิสราเอลก็ยังคงจำเป็นต้องยึดครองดินแดนนี้ โดยการลุกขึ้นมาเพื่อทำให้การมอบหมายของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริง (เทียบ ฟป.3:7–16). การที่พระเจ้าจะได้รับแผ่นดินโลกที่ถูกมือของซาตานแย่งชิงไปกลับมาใหม่นั้น พลไพร่ของพระเจ้าจำเป็นต้องให้ความร่วมมือและร่วมประสานกับพระเจ้าอย่างเต็มที่ในหลักการของการกลายเป็นเนื้อหนัง (ดู 1กธ.7:40 คำอธิบาย 2). พวกเขาจะต้องสละตัวเอง, ปฏิเสธตัวเอง, ละทิ้งไปซึ่งผลประโยชน์และความรักชอบของตัวเองทั้งหมด, เชื่อพึ่งในการเคลื่อนไหวและการดำเนินการของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง, และเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง.
ยฮซ. 1:4 ก ยนซ.15:18; อซด.23:31; วว.9:14
ยฮซ. 1:4 1 หรือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน. เหมือนกันตลอดทั้งเล่ม. ดู พบญ.11:24 คำอธิบาย 1.
ยฮซ. 1:5 ก อซด.3:12; พบญ.31:8, 23; ยฮซ.1:9, 17; 3:7; 6:27; กจ.18:10
ยฮซ. 1:5 ข พบญ.4:31; 31:6; 1คนก.28:20; ฮร.13:5
ยฮซ. 1:6 ก พบญ.31:6–7; ยฮซ.1:7, 9, 18; อฟ.6:10
ยฮซ. 1:8 ก บพส.119:23, 48, 148
ยฮซ. 1:8 1ก ยะโฮซูอะจะต้องถูกพระคำของพระเจ้ายึดครองและยอมให้พระคำนั้นยึดครองเขา (เทียบ กซ.3:16). เมื่อเขาถูกยึดครองและเติมเต็มด้วยพระคำแล้ว เขาก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จในการยึดเอาแผ่นดินงามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้. ดู บพส.119:15 คำอธิบาย 1.
ยฮซ. 1:9 ก ยฮซ.1:6
ยฮซ. 1:9 ข ยฮซ.8:1; 10:25; 1คนก.22:13; 28:20; 2คนก.32:7
ยฮซ. 1:9 ค ยฮซ.1:5
ยฮซ. 1:11 ก พบญ.9:1; 11:31; 12:10; ยฮซ.1:2
ยฮซ. 1:12 1 คำกำชับที่มีต่อคนรูเบ็น, คนฆาด, และคนมะนาเซครึ่งเผ่าในข้อ 12–15 เป็นการเตือนความจำถึงถ้อยคำของโมเซในอาฤธโมบทที่ 32. คำกำชับนี้บ่งชี้ว่าการครอบครองและรับสุขดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้นั้นเป็นเรื่องของกลุ่มชนในท่ามกลางพลไพร่ทั้งหลายที่พระเจ้าทรงเลือกสรร ซึ่งเรียกร้องให้ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรทุกคนนั้นจะต้องลุกขึ้นสู้รบเพื่อดินแดน และร่วมกันสู้รบ เพื่อจะได้รับและครอบครองดินแดน ให้ทุกคนสามารถเข้าสู่ส่วนที่พิเศษของพวกเขาและมีการพักสงบได้ (เทียบ อฟ.3:17–19).
ยฮซ. 1:13 ก พบญ.3:18–20; อฤธ.32:20–30
ยฮซ. 1:14 ก ยฮซ.4:12; 6:7, 9, 13
ยฮซ. 1:17 1 ชนชาติอิสราเอลเห็นด้วยกับยะโฮซูอะในการตอบรับต่อการมอบหมายของพระเจ้า. การตอบรับของพวกเขาบ่งชี้เป็นนัยถึงความยินดี, ความพร้อม, และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเขา ซึ่งไม่เพียงมีต่อยะโฮซูอะเท่านั้น แต่ยังมีต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขาด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่พวกเขาอวยพรยะโฮซูอะในพระนามของพระเจ้าของพวกเขา. พวกเขาเป็นหนึ่งกับพระเจ้าตรีเอกภาพในการเคลื่อนไหวแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะได้มาซึ่งแผ่นดินงามนั่นเอง.
สารบัญ