ยาโกโบ บทที่ 4
8. จัดการกับการรื่นเริง, ฝ่ายโลก, และมาร
4:1-10
4:1-10
ยก.
4:1 การสงครามและการสู้รบกันในท่ามกลางพวกท่านมาจากไหน? มิใช่มาจาก1กตัณหาซึ่งขต่อสู้กันในอวัยวะของท่านทั้งหลายหรือ?
ยก.
4:2 ท่านทั้งหลาย1กเกิดตัณหาอยากได้แต่ไม่ได้ ท่านขฆ่ากันและคอิจฉากันแล้วก็ยังไม่ได้ ท่านทั้งหลายจึงสู้รบและทำสงครามกัน. ที่ท่านไม่ได้รับเพราะท่านไม่ได้ขอ
ยก.
4:3 ท่านทั้งหลายกขอแล้วก็ไม่ได้รับเพราะท่านขอผิด ด้วยหวังจะเอาไปใช้ในขการรื่นเริงของท่าน.
ยก.
4:4 ท่านผู้เป็น1กคนคบชู้เอ๋ย ท่านไม่รู้หรือว่า การเป็น2มิตรกับ3ขโลกก็เป็นศัตรูต่อพระเจ้า? เหตุฉะนั้นผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับคโลก ผู้นั้นก็ได้4ตั้งตัวเป็น5ศัตรูของพระเจ้า.
ยก.
4:5 ท่านทั้งหลายคิดว่าที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า "1พระวิญญาณนั้นซึ่งพระเจ้าทรงให้2กอาศัยอยู่ในเรา ทรงห่วงหาเราจนเกิดความหวงแหน" จะเป็นการไร้ประโยชน์หรือ?
ยก.
4:6 แต่พระองค์ยังทรงประทานพระคุณที่กยิ่งใหญ่กว่า เหตุฉะนั้นพระคัมภีร์จึงกล่าวว่า "1พระเจ้าทรงต่อสู้กับ2ขผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานพระคุณแก่คผู้ที่ถ่อมใจลง"
ยก.
4:7 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจง1นอบน้อมต่อพระเจ้า แต่จง2กต้านทาน3ขมาร และมันจะหนีไปจากท่าน.
ยก.
4:8 ท่านทั้งหลายจงกเข้ามาใกล้พระเจ้าและพระองค์ก็จะขเสด็จมาใกล้ท่าน. คนบาปทั้งหลายเอ๋ย จงคชำระมือของตนให้สะอาด 1คนสองจิตสองใจเอ๋ย จงชำระใจของตนให้งบริสุทธิ์!
ยก.
4:9 ท่าน1จงกเป็นทุกข์ขโศกเศร้าและคร้องไห้. จงให้การหัวเราะของตนกลายเป็นความโศกเศร้า และจงให้ความยินดีของตนกลายเป็นความเศร้าหมอง.
ยก.
4:10 ท่านทั้งหลาย1จงกถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงโปรดขยกชูท่านขึ้น.
9. ไม่วิพากษ์วิจารณ์พี่น้อง
4:11-12
4:11-12
ยก.
4:11 พี่น้องทั้งหลาย อย่าวิพากษ์วิจารณ์กกันและกัน. ผู้ใดที่วิพากษ์วิจารณ์พี่น้องและขพิพากษาพี่น้องของตน ผู้นั้นก็วิพากษ์วิจารณ์กฎบัญญัติและพิพากษากฎบัญญัติ. แต่ถ้าท่านพิพากษากฎบัญญัติ ท่านก็ไม่ได้เป็น1คผู้ประพฤติตามกฎบัญญัติ แต่เป็นผู้พิพากษา.
ยก.
4:12 มีกผู้ตั้งกฎบัญญัติและขผู้พิพากษาอยู่เพียงองค์เดียว คือพระองค์ผู้ทรงสามารถช่วยให้รอดหรือคทำลายก็ได้. แต่ท่านคือผู้ใดเล่าที่จะงพิพากษาเพื่อนบ้านของท่าน?
10. ไม่เชื่อมั่นในความประสงค์ของตัวเอง แต่เชื่อมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า
4:13-17
4:13-17
ยก.
4:13 โธ่เอ๋ย ท่านทั้งหลายที่กล่าวว่า วันนี้หรือพรุ่งนี้เรา1จะเข้าไปในเมืองนี้เมืองนั้นและจะอยู่ที่นั่นปีหนึ่ง และจะค้าขายเอากำไร
ยก.
4:14 แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของกพรุ่งนี้. ขชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า? ท่านทั้งหลายก็เป็นเหมือน1คหมอกที่ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป.
ยก.
4:15 ฝ่ายท่านทั้งหลายควรจะว่า ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้ากทรงประสงค์ เราก็มีชีวิตอยู่และจะกระทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้นได้.
ยก.
4:16 แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายกลับกโอ้อวดใน1ความทะนงตน การโอ้อวดอย่างนี้ล้วนเป็นความชั่วทั้งนั้น.
ยก.
4:17 1เหตุฉะนั้น คนใดที่กรู้ว่าอะไรเป็นการดีที่ควรทำแต่ไม่ได้กระทำ ก็ย่อมเป็นขบาปแก่คนนั้น.
คำอธิบาย ยาโกโบ บทที่ 4
ยก.
4:1 ก ยก.4:3; 2ตธ.3:4; ตต.3:3; 2ปต.2:13
ยก.
4:1 1ก ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกันกับคำว่า "การรื่นเริง" ในข้อ 3. ในที่นี้ชี้ถึงตัณหาแห่งการรื่นเริงในเนื้อหนัง (อวัยวะ) ส่วนคำว่า "การรื่นเริง" ในข้อ 3 ชี้ถึงการรื่นเริงที่มาตอบสนองตัณหาของเนื้อหนัง.
ยก.
4:1 ข รม.7:23; 1ปต.2:11
ยก.
4:2 ก อฟ.2:3
ยก.
4:2 1ก หรือ โลภ.
ยก.
4:2 ข ยซย.1:15
ยก.
4:2 ค ยก.3:14
ยก.
4:3 ก ซคย.7:13; เทียบ 1ยฮ.5:14-15
ยก.
4:3 ข ยก.4:1
ยก.
4:4 ก ฮซอ.1:2; 2:2; 3:1, 3; 4:12
ยก.
4:4 1ก พระเจ้ากับพระคริสต์ทรงเป็นสามีของเรา (ยซย.54:5; 2กธ.11:2). เราควรจะเป็นผู้บริสุทธิ์และทุ่มสุดตัวในการรักพระองค์ (มก.12:30). ถ้าใจของเราถูกแบ่งไปรักโลก เราก็เป็นหญิงที่คบชู้.
ยก.
4:4 2 คือรักโลกเพื่อการรื่นเริงของเนื้อหนัง (ข้อ 1, 4).
ยก.
4:4 ข ยฮ.15:19
ยก.
4:4 3ข ชี้ถึงระบบของซาตานซึ่งเป็นศัตรูกับพระเจ้า. ดู 1ยฮ.2:15 คำอธิบาย 2.
ยก.
4:4 ค เทียบ ยก.2:23
ยก.
4:4 4 แปลตามตรงคือ ก่อรูป.
ยก.
4:4 5 การรักโลกทำให้คนที่รักพระเจ้าถูกก่อรูปขึ้นเป็นศัตรูกับพระองค์.
ยก.
4:5 1 เมื่อพระเจ้าได้เรามาเป็นคู่ครองของพระองค์ พระองค์ก็นำพระวิญญาณของพระองค์มาใส่ไว้ในเรา เพื่อเราจะได้เป็นหนึ่งกับพระองค์ (1กธ.6:19, 16-17). พระองค์เป็นพระเจ้าผู้หวงแหน (อซด.20:5) พระวิญญาณของพระองค์ก็ทรงหวงแหนเราด้วยความหวงแหนของพระเจ้า (2กธ.11:2) โดยทรงเฝ้าหวังและปรารถนาด้วยความหวงแหนคือไม่ต้องการให้เราเป็นมิตรกับศัตรูของพระองค์ไปพลางและรักพระองค์ไปพลางด้วย. นี่เป็นครั้งเดียวที่ยาโกโบได้กล่าวถึงพระวิญญาณของพระเจ้าที่อาศัยอยู่ในเราและยังเป็นการพูดจากด้านลบโดยเป็นการกล่าวถึงการเลิกเป็นมิตรกับโลก ไม่ได้เป็นการพูดจากด้านบวกถึงการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์.
ยก.
4:5 ก 1กธ.6:19; รม.8:9, 11
ยก.
4:5 2ก หรือ ประทับครองเรือน. พระวิญญาณที่อาศัยภายในทรงประทับครองเรือนอยู่ในเรา ทรงครอบครองทั้งตัวของเราเพื่อพระเจ้า (เทียบ อฟ.3:17) เพื่อทำให้เราเป็นอยู่เพื่อสามีของเราอย่างสิ้นเชิง.
ยก.
4:6 ก กจ.4:33
ยก.
4:6 1 เป็นการอ้างอิง สภษ.3:34 โดยยกมาจากพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมฉบับเซ็บทัวจินท์ (Septuagint).
ยก.
4:6 ข 1ปต.5:5; บพส.138:6
ยก.
4:6 2ข ตามเนื้อความในที่นี้ คำว่า "หยิ่งจองหอง" ชี้ถึงการที่เราหยิ่งจองหองต่อพระเจ้า เช่นนี้จึงทำให้พระองค์มาต่อสู้กับเรา ส่วนการถ่อมใจลงก็เป็นสิ่งที่มีต่อพระเจ้าเช่นกันและทำให้พระองค์ประทานพระคุณให้แก่เรา. นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะกระทำ.
ยก.
4:6 ค โยบ 22:29; สภษ.29:23; ยซย.57:15
ยก.
4:7 1 คือ การถ่อมลงต่อพระเจ้า (ข้อ 10; 1ปต.5:6).
ยก.
4:7 ก อฟ.6:13
ยก.
4:7 2ก การหยิ่งจองหองต่อพระเจ้าก็คือการอยู่ฝ่ายศัตรูของพระเจ้า ซึ่งก็คือมาร. การถ่อมใจลงต่อพระเจ้าซึ่งก็คือการนอบน้อมต่อพระเจ้าคือการต้านทาน หรือยืนหยัดต้านทานมาร. นี่คือยุทธวิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับศัตรูของพระเจ้า ซึ่งจะทำให้มันต้องหนีไปจากเราเสมอ.
ยก.
4:7 ข อฟ.4:27; 6:11; 1ปต.5:8-9
ยก.
4:7 3ข เนื้อหนังที่ถูกเปิดเผยเป็นนัยไว้ในข้อ 1, โลกที่อยู่ในข้อ 4, และมารที่อยู่ในข้อนี้ เป็นศัตรูสำคัญสามตัวของผู้เชื่อ. ทั้งสามสิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องต่อกันและกัน. เนื้อหนังเป็นศัตรูกับพระวิญญาณนั้น (ฆต.5:17), โลกเป็นศัตรูกับพระเจ้า (1ยฮ.2:15), และมารเป็นศัตรูกับพระคริสต์ (1ยฮ.3:8). เนื้อหนังย่อมปล่อยตัวไปในการรื่นเริงโดยการรักโลก และโลกได้ครอบงำตัวเราไว้เพื่อมารนั้น. สิ่งนี้ทำลายพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้าในตัวเรา.
ยก.
4:8 ก เทียบ 2คนก.15:2; ซคย.1:3; มลค.3:7
ยก.
4:8 ข พรท.3:57
ยก.
4:8 ค 2กธ.7:1
ยก.
4:8 1 แปลตามตรงคือ คนสองจิต ซึ่งก็คือการมีสองความคิด (ดู 1:8 คำอธิบาย 1) แบ่งใจให้ทั้งพระเจ้าและโลก. ผู้ใดทำเช่นนี้ก็จะกลายเป็นคนคบชู้ (ข้อ 4) และเป็นคนบาป คือเป็นผู้ที่ต้องชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ ชำระมือของตนให้สะอาด เพื่อจะได้เข้าใกล้พระเจ้าและพระเจ้าจะได้เสด็จมาใกล้เขา.
ยก.
4:8 ง 1ยฮ.3:3; ยรม.4:14
ยก.
4:9 1 ข้อนี้เป็นคำเตือนที่เคร่งเครียดต่อคู่ครองที่คบชู้ของพระเจ้า ซึ่งปล่อยตัวไปในการรื่นเริงโดยการไปรักโลกและอยู่ภายใต้การครอบงำของมารนั้น.
ยก.
4:9 ก วว.3:17
ยก.
4:9 ข มธ.5:4; ลก.6:25; โยบ 5:11
ยก.
4:9 ค ยก.5:1
ยก.
4:10 1 ถ้อยคำนี้เป็นบทสรุปของตอนนี้ (ข้อ 1-10) เป็นคำกำชับวิงวอนให้ต่อต้านความอยากได้และการสู้รบกันในข้อ 1-3.
ยก.
4:10 ก 1ปต.5:6; เทียบ ยก.4:7
ยก.
4:10 ข ยก.1:9; มธ.23:12; ลก.1:52; 14:11
ยก.
4:11 ก ยก.5:9
ยก.
4:11 ข มธ.7:1; 1กธ.4:5
ยก.
4:11 ค ยก.1:23, 25
ยก.
4:11 1ค ถ้อยคำของยาโกโบในข้อนี้และใน 1:25 และ 2:8-12 ที่เอ่ยถึงกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมบ่งชี้ว่า ในมุมมองของท่านเห็นว่า ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ควรถือรักษากฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมเพื่อพวกเขาจะเป็นผู้ที่ครบสมบูรณ์ตามกฎบัญญัติ. แต่ตามการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาใหม่ทั้งเล่มนั้น การประพฤติตามกฎบัญญัติและการมีชีวิตเป็นอยู่ตามกฎแห่งชีวิตที่อยู่ภายในนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนและแน่นอน. การประพฤติตามกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมนั้นเพียงแต่ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องทั้งต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์เพื่อจะได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยกฎบัญญัตินั้น. แต่การมีชีวิตเป็นอยู่ตามกฎแห่งชีวิตที่อยู่ภายใน (ฮร.8:10-11; รม 8:2) คือการดำเนินชีวิตพระคริสต์และสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้น (ฟป.1:20-21) เพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ที่จะมาสำแดงพระองค์ (อฟ.1:22-23) และเพื่อก่อสร้างบ้านของพระเจ้าเพื่อให้พระทัยพระองค์อิ่มเอม (1ตธ.3:15). สิ่งนี้มีเพื่อสำเร็จเป้าหมายที่นิรันดร์ของพระเจ้าตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระองค์. แม้เราได้เป็นผู้ที่ครบสมบูรณ์โดยการประพฤติตามกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิม เราก็ยังคงไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่นิรันดร์ของพระเจ้าได้. มีเพียงการมีชีวิตเป็นอยู่โดยกฎแห่งชีวิตซึ่งอยู่ในเราจึงสามารถบรรลุถึงสิ่งนี้ได้. การดำเนินชีวิตเช่นนี้สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องแห่งกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมได้มากกว่าอย่างปกติวิสัยและอัตโนมัติ (รม.8:4) และยังบรรลุได้แม้แต่มาตรฐานของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรที่ได้เปิดเผยไว้ใน มธ.5-7.
ยก.
4:12 ก ยซย.33:22
ยก.
4:12 ข บพส.58:11; 1กธ.4:4
ยก.
4:12 ค มธ.10:28
ยก.
4:12 ง รม.14:4, 13
ยก.
4:13 1 การสู้รบเพื่อความรื่นเริงฝ่ายเนื้อหนัง (ข้อ 1), การเป็นมิตรกับโลก (ข้อ 4), การวิพากษ์วิจารณ์พี่น้องซึ่งเป็นการพิพากษากฎบัญญัติ (ข้อ 11), การไปค้าขายตามความประสงค์ของตนเอง, และการโอ้อวดในความทะนงตน (ข้อ 16) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยความทะนงและการไม่อยู่ในธรรมของคนที่ลืมพระเจ้า. ยาโกโบอาจสอนสิ่งเหล่านี้ โดยมีพื้นฐานอยู่บนทัศนะของท่านที่เกี่ยวกับความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ.
ยก.
4:14 ก สภษ.27:1; มธ.6:30, 34
ยก.
4:14 ข โยบ 7:7
ยก.
4:14 ค โยบ 7:9; 30:15; บพส.102:3; ฮซอ.6:4
ยก.
4:14 1ค ถ้อยคำของยาโกโบในที่นี้มีสำนวนคล้ายกับพันธสัญญาเดิม (เทียบ บพส.90:3-10). อย่างไรก็ดีถ้อยคำของท่านก็ได้เตือนให้เรายำเกรงต่อความประสงค์ของตัวเองและกลับมาพึ่งพิงพระเจ้าดังที่กล่าวไว้ในข้อ 15. ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่กล่าวถ้อยคำอย่างนี้มักจะเป็นผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า.
ยก.
4:15 ก กจ.18:21; 1กธ.4:19; 16:7; ฮร.6:3
ยก.
4:16 ก 1กธ.5:6
ยก.
4:16 1 หรือ การมีแต่หน้าฉาก, สง่าราศีอันว่างเปล่า.
ยก.
4:17 1 ข้อนี้เป็นบทสรุปของคำกำชับที่กล่าวมาทั้งหมด ซึ่งคือถ้าผู้ที่รับจดหมายฉบับนี้ได้รับการช่วยเหลือจากสิ่งที่ยาโกโบได้เขียนไว้ แต่ไม่ประพฤติตามที่ท่านเขียนมานั้น สำหรับพวกเขาแล้วก็ถือเป็นความบาป.
ยก.
4:17 ก ลก.12:47-48
ยก.
4:17 ข ยฮ.9:41