การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5

ยาโกโบ บทที่ 2

4. ไม่ปฏิบัติต่อกันในท่ามกลางพี่น้องด้วยการเลือกหน้าคน
2:1-13
ยก. 2:1 กพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ในเมื่อท่านมี1ขความเชื่อแห่ง2องค์พระเยซูคริสต์เจ้าแห่งคสง่าราศีของเราแล้ว ก็จงอย่าได้ปฏิบัติต่อมนุษย์งด้วยการเลือกหน้าคน.
ยก. 2:2 เพราะถ้ามีคนหนึ่งสวมกแหวนทองคำและนุ่งห่มเสื้อผ้าอย่างดีเข้ามาใน1ธรรมศาลาของท่าน และมีขคนจนคนหนึ่งนุ่งห่มเสื้อผ้าซอมซ่อเข้ามาด้วย
ยก. 2:3 และท่านจะเห็นแก่คนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดีนั้น จึงกล่าวแก่เขาว่า "เชิญท่านนั่งในที่ดีนี้เถิด" และจะว่าแก่คนจนนั้นว่า "แกจงยืนอยู่ที่นั่น" หรือ "จงนั่งข้างที่รองเท้าของเรา"
ยก. 2:4 ท่านก็ได้1กแบ่งชนชั้นกันในท่ามกลางพวกท่านเอง และได้วินิจฉัยด้วยใจชั่วไปแล้วมิใช่หรือ?
ยก. 2:5 พวกพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด: พระเจ้าได้กทรงเลือกคนที่ยากจน1ในโลกนี้ให้เป็นคนที่ขมั่งคั่งในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกใน2คอาณาจักรนั้น ซึ่งพระองค์งทรงสัญญาไว้ว่าจะทรงประทานให้แก่คนทั้งหลายที่3จรักพระองค์มิใช่หรือ?
ยก. 2:6 แต่ท่านทั้งหลายกลับกดูถูกคนจน. ขคนมั่งมีนั้นคือผู้ที่ได้กดขี่ข่มเหงท่านทั้งหลายไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่คลากตัวท่านไปขึ้น1ศาล?
ยก. 2:7 ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่หมิ่นประมาท1กพระนามอันทรงเกียรติที่2ถูกเรียกขานโดยท่านทั้งหลาย?
ยก. 2:8 แต่ถ้าท่านทั้งหลายได้ทำให้1พระราชบัญญัติถึงที่สำเร็จ คือที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า "2กจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง" ท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่
ยก. 2:9 แต่ถ้าท่านกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยการเลือกหน้าคน ท่านก็1กระทำบาป ถูกตัดสินโดยกฎบัญญัติว่าได้กระทำผิด.
ยก. 2:10 เพราะว่าถ้าคนใด1ถือรักษากกฎบัญญัติได้ทั้งหมด แต่สะดุดอยู่ขข้อเดียว คนนั้นก็เป็นผู้ผิดกฎบัญญัติทั้งหมด.
ยก. 2:11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ได้ตรัสว่า "อย่ากคบชู้" ก็ได้ตรัสว่า "อย่าฆ่าคน." ถึงแม้ท่านไม่ได้คบชู้ แต่ได้ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ผิดกฎบัญญัติ.
ยก. 2:12 ท่านทั้งหลายจงพูดและจงกระทำเหมือนอย่างคนที่จะถูกกพิพากษาโดย1ขกฎบัญญัติที่ให้เสรีภาพ.
ยก. 2:13 เพราะว่าการพิพากษาย่อมไม่เมตตาต่อผู้ที่ไม่สำแดงกความเมตตา แต่ความเมตตาย่อม1มีชัยชนะเหนือการพิพากษา.
5. ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยการประพฤติในความสัมพันธ์ท่ามกลางผู้เชื่อ
2:14-26
ยก. 2:14 พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า แม้คนใดจะว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่มีการประพฤติจะได้ประโยชน์อะไร? ความเชื่อนั้นจะ1ช่วยผู้นั้นให้รอดได้หรือ?
ยก. 2:15 ถ้าพี่น้องชายหญิงคนใดกไม่มีเสื้อผ้านุ่งห่ม1เป็นประจำและขัดสนอาหารประจำวัน
ยก. 2:16 และในพวกท่านมีคนใดว่าแก่เขาว่า "1เชิญไปด้วยสันติสุขเถิด ขอให้มีเสื้อใส่อบอุ่นและได้กินอิ่มเถิด" แต่ท่านกลับกไม่ได้ให้อะไรๆ ที่2จำเป็นต่อร่างกายของเขานั้นจะเป็นประโยชน์อะไรเล่า?
ยก. 2:17 1ความเชื่อก็เช่นกัน ถ้าปราศจากการประพฤติ ความเชื่อนี้ก็ย่อมกตาย2อยู่ในตัวเองแล้ว.
ยก. 2:18 แต่บางคนจะกล่าวว่า "ท่านมีความเชื่อ ส่วนเรามีการประพฤติ" ถ้าเช่นนั้นก็จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่านที่ปราศจากการประพฤติ และข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้าโดยกการประพฤติของข้าพเจ้า.
ยก. 2:19 ท่านเชื่อว่า พระเจ้ามีเพียงกองค์เดียว. ท่านก็กระทำดีอยู่แล้ว ขผีทั้งหลายก็เชื่อเหมือนกันและกลัวจนตัวสั่น.
ยก. 2:20 มนุษย์ผู้ไร้แก่นสารเอ๋ย ท่านใคร่จะรู้หรือไม่ว่า ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤตินั้นก็1ไร้ประโยชน์?
ยก. 2:21 อับราฮามบรรพบุรุษของเราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมก็เพราะการประพฤติในการที่ท่านนำกยิศฮาคบุตรของท่านมาถวายบนแท่นบูชามิใช่หรือ?
ยก. 2:22 ท่านทั้งหลายคงเห็นแล้วว่า กความเชื่อได้ร่วมงานกันกับการประพฤติของท่าน และความเชื่อนั้นก็ครบสมบูรณ์ได้โดยการประพฤติ.
ยก. 2:23 และพระคัมภีร์นั้นจึงได้สำเร็จเป็นจริงในข้อที่ว่า "และอับราฮามนั้นได้กเชื่อพระเจ้า และความเชื่อนั้นทรงขนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน" และท่านได้ชื่อว่า เป็นคสหายของพระเจ้า.
ยก. 2:24 ท่านทั้งหลายจะเห็นได้ว่า การที่คนเราจะ1ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมนั้น ก็เนื่องด้วยกการประพฤติ ไม่ใช่โดยขความเชื่อเพียงอย่างเดียว.
ยก. 2:25 ในทำนองเดียวกัน ที่กราฮาบหญิงโสเภณีนั้นได้รับการโปรดให้ชอบธรรมก็เพราะการประพฤติโดยที่เธอได้รับรองพวกทูตนั้นและลอบ1ส่งเขาให้ไปเสียอีกทางหนึ่งไม่ใช่หรือ?
ยก. 2:26 ด้วยว่ากายอันปราศจาก1วิญญาณนั้นตายแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติก็กตายแล้วฉันนั้น.

คำอธิบาย ยาโกโบ บทที่ 2

ยก. 2:1 ก ยก.2:5, 14; 1:2
ยก. 2:1 ข รม.3:22; ฆต.2:15-16; 3:22, 26
ยก. 2:1 1ข หรือ ความเชื่อในองค์พระเยซูเจ้า.... เทียบ รม.3:22 คำอธิบาย 1. สิ่งนี้ชี้บ่งว่า จดหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะในบทนี้ ได้เขียนให้กับผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าแห่งสง่าราศีในพันธสัญญาใหม่.
ยก. 2:1 2 ผู้แปลส่วนใหญ่มักเติมคำว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้า" เข้าไปอีกคำหนึ่ง โดยเป็น องค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสง่าราศี.
ยก. 2:1 ค 1กธ.2:8
ยก. 2:1 ง ยก.2:9; พบญ.1:17; 16:19; มธ.22:16; รม.2:11; โยบ 34:19
ยก. 2:2 ก 1ตธ.2:9; 1ปต.3:3
ยก. 2:2 1 ศัพท์ในภาษากรีกเป็นการประกอบกันขึ้นของคำว่า "ร่วมกัน" กับคำว่า "นำมา" ดังนั้นจึงหมายถึงการรวบรวม, การชุมนุม, กลุ่มชนที่มาชุมนุม, และมีความหมายแผลงไปเป็น สถานที่ซึ่งใช้ชุมนุมกัน. ศัพท์คำนี้ถูกใช้ในพันธสัญญาใหม่เพื่อชี้บ่งถึงกลุ่มชนชาวยูดายที่มาชุมนุมกัน (กจ.13:43; 9:2; ลก.12:11) และสถานที่ซึ่งพวกเขามาชุมนุมกัน (ลก.7:5) เพื่อแสวงหาความรู้เกี่ยวกับพระเจ้าโดยการศึกษาพระคัมภีร์ (ลก.4:16-17; กจ.13:14-15). กรุงเยรูซาเล็มมีธรรมศาลาอยู่เป็นจำนวนมากไว้สำหรับพวกยูดายกลุ่มต่างๆ (กจ.6:9). ในที่นี้การที่ยาโกโบใช้คำว่า "ธรรมศาลา" อาจเป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้ว่า ผู้เชื่อชาวยูดายยังเห็นว่าการประชุมของพวกเขาและสถานที่ซึ่งเขามาประชุมกันนั้นก็เป็นธรรมศาลาอีกแบบหนึ่งในท่ามกลางพวกยูดาย. ถ้าเป็นเช่นนี้จริง สิ่งนี้ก็แสดงถึงลักษณะพิเศษของชาวยูดายที่อยู่ในหนังสือจดหมายเล่มนี้และยังอาจชี้บ่งด้วยว่า วิสุทธิชนชาวยูดายยังอาจนึกว่าเขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของชนชาติยูดาย ซึ่งเป็นพลไพร่ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ตามพันธสัญญาเดิม และชี้บ่งด้วยว่า พวกเขาขาดนิมิตที่ชัดเจนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างพลไพร่ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรในพันธสัญญาเดิมกับผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ของพันธสัญญาใหม่. ดู 1:1 คำอธิบาย 3.
ยก. 2:2 ข ฆต.2:10; สภษ.18:23; 19:17; 22:9
ยก. 2:4 ก เทียบ ยก.3:17
ยก. 2:4 1ก ในท่ามกลางพวกท่าน หรือ ในตัวพวกท่าน. ในท่ามกลางพี่น้องคริสเตียนนั้น หากยังมีการแบ่งแยกระหว่างคนรวยกับคนจน ก็จะนำความอัปยศมาสู่องค์พระผู้เป็นเจ้าและการช่วยให้รอดแห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์.
ยก. 2:5 ก 1กธ.1:27-28
ยก. 2:5 1 หรือ ต่อชาวโลก ซึ่งก็คือในสายตาของชาวโลกนั่นเอง.
ยก. 2:5 ข ลก.12:21; 2กธ.8:9; 1ตธ.6:18; วว.2:9
ยก. 2:5 ค ลก.12:32
ยก. 2:5 2ค อาณาจักรของพระเจ้าในที่นี้ก็คืออาณาจักรของพระคริสต์ด้วย ซึ่งจะเป็นมรดกของผู้เชื่อที่มีชัยชนะในยุคหน้า (อฟ.5:5; ฆต.5:21; 1กธ.6:10; วว.20:4, 6). ความเที่ยงแท้ของอาณาจักรนี้ (มธ.5:3 คำอธิบาย 4) ไม่ควรถูกนำไปปฏิบัติอยู่ในธรรมศาลาของชาวยูดาย แต่ควรมีภาคปฏิบัติอยู่ในคริสตจักรของพวกคริสเตียน คือในพระกายของพระคริสต์ (รม.14:17).
ยก. 2:5 ง ยก.1:12
ยก. 2:5 จ 1กธ.2:9
ยก. 2:5 3จ เราเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เพื่อเราจะได้รับความรอด (กจ.16:31). เรารักพระเจ้า (1ยฮ.2:5, 15) เพื่อเราจะมีชัยชนะ คือได้รับอาณาจักรตามคำสัญญานั้นเป็นบำเหน็จ (ดู ฮร.12:28 คำอธิบาย1; 10:35 คำอธิบาย 1).
ยก. 2:6 ก 1กธ.11:22
ยก. 2:6 ข ยก.5:1
ยก. 2:6 ค กจ.8:3; 16:19; 18:12
ยก. 2:6 1 หรือ สถานที่ตัดสินคดี.
ยก. 2:7 ก ยซย.63:19; 65:1; อมศ.9:12; กจ.15:17
ยก. 2:7 1ก แปลตามตรงคือ พระนามอันดีเลิศ. คำนี้เล็งถึงพระนามอันทรงเกียรติของพระเยซูคริสต์.
ยก. 2:7 2 ดู กจ.15:17 และคำอธิบาย.
ยก. 2:8 1 พระราชบัญญัติก็คือพระบัญญัติที่ว่า "จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง." นี่เป็นเจ้าแห่งบัญญัติทั้งหลาย ทั้งยังได้ครอบคลุมและได้สำเร็จกฎบัญญัติทั้งหลาย (ฆต.5:14; รม.13:8-10).
ยก. 2:8 ก ลวต.19:18
ยก. 2:8 2ก การรักพระเจ้า (ข้อ 5) และรักเพื่อนบ้านนี่เป็นข้อเรียกร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกฎบัญญัติ. กฎบัญญัติทั้งหมดล้วนเกี่ยวพันอยู่กับสองสิ่งนี้ (มธ. 22:36-40).
ยก. 2:9 ก ยก.2:1
ยก. 2:9 1 แปลตามตรงคือ กระทำออกซึ่ง.
ยก. 2:10 1 ถ้อยคำในข้อ 8-11 ชี้ให้เห็นว่า ในสมัยของยาโกโบนั้น ผู้เชื่อชาวยูดายยังคงมีภาคปฏิบัติในการถือรักษากฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิม ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยคำใน กจ.21:20 ที่ยาโกโบกับเหล่าผู้อาวุโสในกรุงเยรูซาเล็มได้พูดกับเปาโล. ทั้งตัวของยาโกโบเอง, เหล่าผู้อาวุโสในกรุงเยรูซาเล็ม, และผู้เชื่อชาวยูดายอีกนับหมื่นคนยังคงเอาหลักความเชื่อของคริสเตียนกับกฎบัญญัติของโมเซมาปะปนกัน. พวกเขายังได้แนะนำให้เปาโลกระทำตามวิธีปฏิบัติที่ปะปนแบบกึ่งยูดายนี้ด้วย (กจ.21:17-26). พวกเขาไม่ตระหนักว่ายุคของกฎบัญญัติได้สิ้นสุดลงแล้ว และยุคของพระคุณควรจะต้องได้รับการเคารพนับถือ และการละเลยต่อข้อ แตกต่างระหว่างสองยุคนี้เป็นการต่อต้านการปกครองแห่งยุคสมัยของพระเจ้า และจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อโครงการแห่งแผนการบริหารของพระเจ้าในการก่อสร้างคริสตจักรอันเป็นการสำแดงของพระคริสต์. ด้วยเหตุนี้หนังสือจดหมายฉบับนี้จึงถูกเขียนขึ้นภายใต้เมฆหมอกแห่งการปะปนแบบกึ่งยูดาย คืออยู่ภายใต้เบื้องหลังที่มืดมัวไม่ชัดเจน. อย่างไรก็ดีมีหลายคนที่มีภาคปฏิบัติในการเป็นคนธัมมะธัมโมตามทัศนะแห่งธรรมชาติของตนกลับได้ละเลยเบื้องหลังที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ไป.
ยก. 2:10 ก พบญ.27:26; ฆต.3:10
ยก. 2:10 ข มธ.5:19
ยก. 2:11 ก อซด.20:13-14; พบญ.5:17-18
ยก. 2:12 ก ยก.3:1
ยก. 2:12 ข ยก.1:25
ยก. 2:12 1ข ในเมื่อข้อ 8-11 กล่าวถึงการถือกฎบัญญัติแห่งตัวอักษร ถ้ายึดเอาข้อพระคัมภีร์เหล่านั้นเป็นพื้นฐาน กฎบัญญัติแห่งเสรีภาพในที่นี้และใน 1:25 ก็ต้องชี้ถึงกฎบัญญัติแบบเดียวกัน คือกฎบัญญัติของโมเซ. เมื่อพิจารณาตามบริบทแล้ว พระราชบัญญัติ (ข้อ 8), กฎบัญญัติของโมเซ, และกฎบัญญัติแห่งเสรีภาพก็คือกฎบัญญัติแบบเดียวกัน. ยาโกโบสอนให้ผู้เชื่อชาวยิวถือกฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมดังนี้เอง (4:11; เทียบ กจ.15:21; 21:20-25). แต่ถ้าว่าตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าแล้ว ผู้เชื่อทั้งหลายควรพูดและกระทำสิ่งต่างๆ ตามกฎแห่งชีวิตซึ่งสูงล้ำกว่ากฎบัญญัติแห่งตัวอักษร. พวกเขาควรมีชีวิตเป็นอยู่ตามกฎแห่งชีวิต. การดำเนินชีวิตเช่นนี้ย่อมเหนือล้ำกว่าการถือกฎบัญญัติแห่งตัวอักษร. ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกพิพากษา ณ พระที่นั่งใหญ่สีขาว (วว.20:11-15) โดยกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรซึ่งก็คือกฎบัญญัติของโมเซ ขณะที่ผู้เชื่อทั้งหลายจะถูกพิพากษา ณ บัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (2กธ.5:10) โดยกฎแห่งชีวิต ซึ่งก็คือกฎของพระคริสต์.
ยก. 2:13 ก ยก.3:17; เทียบ โยบ 22:6-11; บพส.18:25-26; สภษ.21:13; ยอค.25:12-14; มธ.18:32-35
ยก. 2:13 1 หรือ โอ้อวดเหนือ, โอ้อวดต่อ.
ยก. 2:14 1 หากพิจารณาดูตามเนื้อความแล้ว นี่ก็คือการช่วยให้รอดจากการพิพากษาที่ไร้ความเมตตาที่เบื้องบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (ข้อ 13). เราจำต้องมีการประพฤติที่เปี่ยมด้วยเมตตาและต้องมีความรักต่อผู้เชื่อ เราจึงจะได้รับความรอดพ้นจากการพิพากษาที่ไร้ความเมตตานี้.
ยก. 2:15 ก โยบ 31:19-20
ยก. 2:15 1 คำว่า "เป็นประจำ" แสดงว่าคนนั้นได้อยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้มาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว.
ยก. 2:16 1 แปลตามตรงคือ จงไปเสีย.
ยก. 2:16 ก 1ยฮ.3:17-18
ยก. 2:16 2 ในชีวิตคริสตจักรนั้น ถ้าไม่มีการคำนึงถึงความต้องการของวิสุทธิชนที่ยากจน ก็เป็นเรื่องที่น่าอับอาย. อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำที่ยาโกโบใช้เสริมทัศนะเกี่ยวกับความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติให้หนักแน่นขึ้น ในที่นี้ยังมีกลิ่นไอของการห่วงใยคนจนแบบพันธสัญญาเดิมอยู่ (พบญ.15:7-8).
ยก. 2:17 1 ความเชื่อเป็นของฝ่ายชีวิต. ความเชื่อนี้มีชีวิตและดำเนินการโดยความรัก (ฆต.5:6) ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นความเชื่อที่ตายไม่ใช่ความเชื่อที่แท้จริง (ข้อ 20, 26).
ยก. 2:17 ก ยก.2:26
ยก. 2:17 2 ใน แปลตามตรงคือ ตาม.
ยก. 2:18 ก ยก.3:13
ยก. 2:19 ก พบญ.6:4; รม.3:30; 1กธ.8:6
ยก. 2:19 ข มธ.8:28-29
ยก. 2:20 1 หรือ ไม่เกิดผล. สำเนาต้นฉบับบางฉบับเป็น ตายแล้ว.
ยก. 2:21 ก ยนซ.22:9; ฮร.11:17
ยก. 2:22 ก 1ธซ.1:3; ฆต.5:6
ยก. 2:23 ก ยนซ.15:6; รม.4:3; ฆต.3:6
ยก. 2:23 ข เทียบ บพส.106:31
ยก. 2:23 ค 2คนก.20:7; ยซย.41:8
ยก. 2:24 1 การโปรดให้ชอบธรรมโดยความเชื่อมีเพื่อให้เราได้รับชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (รม.5:18) ส่วนการโปรดให้ชอบธรรมโดยการประพฤตินั้นเกิดขึ้นได้โดยอาศัยการดำเนินชีวิตออกซึ่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์นี้. ในเมื่อการดำเนินชีวิตเป็นผลมาจากชีวิต ด้วยเหตุนี้การโปรดให้ชอบธรรมโดยการประพฤตินั้นจึงเป็นผลมาจากการโปรดให้ชอบธรรมโดยความเชื่อ. การที่อับราฮามได้ถวายยิศฮาคเป็นเครื่องบูชาและการที่นางราฮาบได้รับรองพวกทูตและได้แอบส่งเขาไปนั้นเป็นการประพฤติซึ่งเกิดจากความเชื่อที่มีชีวิตของพวกเขา. ต้นไม้ที่มีชีวิตย่อมต้องเกิดผล. การโปรดให้ชอบธรรมโดยการประพฤตินั้นไม่ได้ขัดแย้งกับการโปรดให้ชอบธรรมโดยความเชื่อ. ประการหลังนั้นเป็นเหตุที่ทำให้เกิดประการแรก. ประการแรกเป็นผล, ผลลัพธ์, และข้อพิสูจน์ของประการหลัง.
ในบทนี้เริ่มต้นด้วยการไม่ปฏิบัติต่อกันด้วยการเลือกหน้าคน (ข้อ 1-13) จนมาจบลงที่การคำนึงถึงความต้องการของวิสุทธิชนที่ยากจน ซึ่งเป็นการประพฤติที่ทำให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยมีความเชื่อเป็นพื้นฐาน (ข้อ 14-26). ตามทัศนะของยาโกโบนั้น คุณธรรมเหล่านี้ล้วนถือได้ว่าเป็นลักษณะพิเศษของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติทั้งสิ้น.
ยก. 2:24 ก เทียบ รม.3:20, 28; ฆต.2:16
ยก. 2:24 ข รม.3:30-31
ยก. 2:25 ก ยฮซ.2:1-21; 6:23; ฮร.11:31
ยก. 2:25 1 หรือ เร่งเร้า.
ยก. 2:26 1 วิญญาณได้ให้ชีวิตแก่ร่างกาย (ยนซ.2:7) การประพฤติได้ชี้บ่งและสำแดงถึงชีวิตที่อยู่ในความเชื่อ.
ยก. 2:26 ก ยก.2:17
สารบัญ