การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5

ยาโกโบ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: ความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ

ผู้เขียน: ยาโกโบผู้ทาสของพระเจ้าและขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าและเป็น น้องฝ่ายเนื้อหนังขององค์พระผู้เป็นเจ้า (1:1; มธ.13:55).

เวลาที่เขียน: ประมาณปี ค.ศ. 50 ซึ่งอยู่ก่อนการตกต่ำของคริสตจักร เพราะหนังสือ เล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการตกต่ำของคริสตจักร.

สถานที่เขียน: น่าจะเป็นที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะไม่พบหลักฐานที่แสดงว่ายาโกโบ เคยออกจากกรุงเยรูซาเล็ม.

ผู้รับ: ชนสิบสองตระกูลที่กระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ (ดู 1:1 คำอธิบาย 3, 4).

I. คำนำ — ถึงชาวยูดายสิบสองเผ่าที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ
1:1
ยก. 1:1 1ยาโกโบกผู้ทาสของพระเจ้าและของ2องค์พระเยซูคริสต์เจ้า [เขียนจดหมาย]มายัง[ชาวยูดาย]3สิบสองขเผ่าที่4คกระจัดกระจายอยู่นั้น: ขอให้ท่านทั้งหลายจง5ชื่นชมยินดีเถิด!
II. คุณธรรมแห่งภาคปฏิบัติที่ครบสมบูรณ์ของคริสเตียน
1:2 — 5:20
1. ทนรับการทดลองโดยความเชื่อ
1:2-12
ยก. 1:2 กพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า เมื่อท่านตกอยู่ใน1ขการทดลองนานาประการ ก็จงถือว่าเป็นคความยินดีทั้งสิ้น
ยก. 1:3 ท่านทั้งหลายรู้แล้วว่า กการพิสูจน์ดู1ความเชื่อของท่านนั้นก่อให้เกิดขความอดทน.
ยก. 1:4 และจงให้กความอดทนนั้นกระทำการจน1ขสำเร็จ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นผู้สำเร็จครบถ้วนไม่ขาดสิ่งใดเลย.
ยก. 1:5 แต่ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาด1กสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้น2ขขอต่อพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วย3พระทัยกว้างขวางและมิได้ทรง4ติว่า แล้วพระองค์ก็จะทรงประทานให้แก่ผู้นั้น.
ยก. 1:6 แต่จงให้ผู้นั้นขอด้วยกความเชื่อ อย่าได้1ขสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่1สงสัยนั้นเป็นเหมือนคลื่นในคทะเลซึ่งถูกงลมพัดซัดไปมา.
ยก. 1:7 คนเช่นนี้อย่าได้คิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย
ยก. 1:8 [เขาเป็น]คน1กสองจิตสองใจ ไม่มั่นคงในทางทั้งหลายที่ตน[ประพฤติ]นั้น.
ยก. 1:9 แต่จงให้พี่น้องที่ต่ำต้อย1โอ้อวดในยามที่เขาได้รับ2กการเชิดชู
ยก. 1:10 และให้คนมั่งมีโอ้อวดในยามที่เขาต้อง1ต่ำต้อยลง เพราะว่าเขาจะต้องกล่วงลับไปดุจขดอกหญ้า.
ยก. 1:11 ด้วยว่าครั้น1ตะวันขึ้นแล้ว 2ความร้อนก็แผดเผาจนกหญ้านั้นเหี่ยวแห้งไป ดอกหญ้าก็ร่วงโรยไป และขรูปพรรณอันงดงามของมันก็สูญสิ้นไปฉันใด 3คคนมั่งมีก็จะเสื่อมสูญไปในบรรดาสิ่งที่เขาแสวงหาเช่นกันฉันนั้น.
ยก. 1:12 บุคคลผู้ใดทนรับ1การทดลองก็กเป็นสุข เพราะว่าหลังจากที่เขาถูกทดสอบจนได้รับ2การรับรองแล้ว เขาจะได้รับ3ขมงกุฎแห่ง4ชีวิตซึ่งพระองค์ได้ทรงคสัญญาไว้ว่าจะทรงประทานให้แก่คนทั้งหลายที่5งรักพระองค์.
2. ผู้ที่บังเกิดจากพระเจ้าย่อมต้านทานการล่อลวง
1:13-18
ยก. 1:13 เมื่อผู้ใดถูก1กล่อลวง อย่าให้ผู้นั้นกล่าวว่า "2พระเจ้าทรงล่อลวงข้าพเจ้า" เพราะความชั่วจะมา3ล่อลวงพระเจ้าไม่ได้ และพระองค์ก็ไม่ทรง4ล่อลวงผู้ใดเลย.
ยก. 1:14 แต่ทุกคนที่ถูกล่อลวง ก็เป็นเพราะเขาถูกกตัณหาของตนเย้ายวนและชักนำไป
ยก. 1:15 จากนั้นเมื่อตัณหาได้ปฏิสนธิแล้วจึง1บังเกิดความบาป และเมื่อความบาปนั้นโตเต็มขนาดแล้วจึงเกิดกความตาย.
ยก. 1:16 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าได้หลงผิดไป.
ยก. 1:17 1การประทานที่ดีทั้งหลายและ1กของประทานที่ครบสมบูรณ์ทุกอย่างย่อมมาจากขเบื้องบน คือลงมาจากพระบิดาแห่ง2ความสว่างทั้งหลาย ในพระบิดานั้นไม่มี3คการแปรเปลี่ยนหรือไม่มีเงาที่เกิดจากการหมุนเวียน.
ยก. 1:18 เมื่อพระองค์ทรง1ตั้งพระทัยแล้ว จึงทรงให้2กกำเนิดแก่เราทั้งหลายโดย3พระคำแห่งขหลักความจริง เพื่อเราทั้งหลายจะได้เป็น4คผลสุกงอมรุ่นแรกในท่ามกลางสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้างนั้น.
3. มีชีวิตเป็นอยู่ด้วยความยำเกรงพระเจ้า โดยพึ่งพระคำที่ปลูกฝังไว้แล้ว ตามกฎบัญญัติที่ครบสมบูรณ์ซึ่งให้เสรีภาพ
1:19-27
ยก. 1:19 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า 1ท่านรู้ข้อนี้แล้ว แต่จงให้ทุกคนว่องไวในการฟัง 2ช้าในกการพูด ช้าในขการโกรธ
ยก. 1:20 เพราะว่า1ความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้ความชอบธรรมของพระเจ้าสำเร็จ.
ยก. 1:21 เพราะฉะนั้นจงกถอดทิ้งขการโสโครกทุกอย่าง และการชั่วร้ายอันเปี่ยมล้น และจงรับคพระคำของพระเจ้าที่1ปลูกฝังไว้ด้วยงความอ่อนสุภาพ คือพระคำที่สามารถ2ช่วยจิตของท่านทั้งหลายให้รอดได้.
ยก. 1:22 แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่กประพฤติตามคำนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงขผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นผู้คหลอกลวงตนเอง.
ยก. 1:23 เพราะถ้าผู้ใดเพียงแต่ฟังคำเท่านั้น แต่ไม่ได้กประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตนที่มีมาแต่กำเนิดในขกระจกเงา
ยก. 1:24 ด้วยว่าเมื่อคนนั้นแลดูตัวเองแล้วก็ไป เขาก็ลืมในทันทีว่าตนเป็นอย่างไร.
ยก. 1:25 แต่ผู้ที่1พิจารณาดูใน2กฎบัญญัติที่ครบสมบูรณ์ซึ่งเป็นกกฎบัญญัติที่ให้ขเสรีภาพและได้ทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ผู้นั้นก็ไม่ได้เป็นผู้ฟังแล้วหลงลืม แต่เป็นคนที่ประพฤติตาม คนผู้นี้จึงจะได้คพระพรในการกระทำของตน.
ยก. 1:26 ถ้าคนใดในพวกท่านถือว่าตน1ธัมมะธัมโม ทว่าไม่ได้2เหนี่ยวรั้งกลิ้นของตนไว้ แต่กลับขหลอกใจของตน 1ธรรมะของคนนั้นก็ว่างเปล่า.
ยก. 1:27 ธรรมะที่บริสุทธิ์หมดจดและปราศจากมลทินต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดาของเรานั้นมีดังนี้คือ การเยี่ยม1กลูกกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ยากและการรักษาตัวไว้2ไม่ให้เปื้อนด้วยมลทินของ3โลก.

คำอธิบาย ยาโกโบ บทที่ 1

ยก. 1:1 1 ยาโกโบผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกับพระเยซู (มธ.13:55) และยูดา (ยด.1). ท่านไม่ได้เป็นหนึ่งในอัครทูตสิบสองคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกขณะที่พระองค์ทรงอยู่ในโลกนี้ แต่ท่านได้กลายเป็นอัครทูต หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเป็นขึ้นแล้ว (ฆต.1:19) และยังเป็นผู้นำในท่ามกลางผู้อาวุโสของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็ม (กจ.12:17; 15:2, 13; 21:18). ทั้งท่านกับเปโตรและโยฮันต่างก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นเสาหลักในคริสตจักร และเปาโลยังได้กล่าวว่ายาโกโบเป็นเสาแรกในท่ามกลางเสาทั้งสามนั้น (ฆต.2:9).
ยก. 1:1 ก รม.1:1; 2ปต.1:1; ยด.1
ยก. 1:1 2 ยาโกโบจัดพระเยซูไว้อยู่ในฐานะเดียวกันกับพระเจ้า. สิ่งนี้ตรงข้ามกับศาสนายูดายซึ่งไม่ยอมรับฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระเยซู (ยฮ.5:18).
ยก. 1:1 3 เล็งถึงเผ่าทั้งหลายของชาวอิสราเอล. กรณีนี้ชี้บ่งว่า จดหมายฉบับนี้เขียนให้วิสุทธิชนชาวยูดายผู้ที่ได้เชื่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าแห่งสง่าราศีของเรา (2:1), ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยความเชื่อ (2:24), ได้บังเกิดใหม่โดยพระคำแห่งหลักความจริง (1:18), มีพระวิญญาณของพระเจ้าอาศัยอยู่ภายใน (4:5), ได้เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของคริสตจักร (5:14), และรอคอยการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า (5:7-8). อย่างไรก็ตามการที่ผู้เขียนได้เรียกผู้เชื่อในพระคริสต์เหล่านี้ว่า "ชนสิบสองเผ่า" เหมือนกับที่ใช้เรียกพลไพร่ที่ได้รับการเลือกสรรจากพระเจ้าตามแผนการบริหารในพันธสัญญาเดิมนั้น เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าท่านยังขาดไปซึ่งการมองเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างคริสเตียนกับชาวยูดาย, ระหว่างแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่กับยุคสมัยในพันธสัญญาเดิม. เห็นได้ชัดว่าท่านยังมองไม่เห็นว่า ในพันธสัญญาใหม่นั้นพระเจ้าได้ทรงช่วยและแยกชาวยูดายที่เป็นผู้เชื่อในพระคริสต์ออกจากชนชาวยูดายทั่วไปซึ่งในสายพระเนตรของพระเจ้าเห็นว่าเป็น "ยุคสมัยที่คดโกง" (กจ.2:40). ในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า พระองค์ไม่ทรงเห็นว่าผู้เชื่อชาวยูดายคือชาวยูดายที่เป็นอยู่เพื่อศาสนายูดายอีกต่อไป แต่ทรงเห็นว่าพวกเขาเป็นคริสเตียนที่อยู่เพื่อคริสตจักร. เมื่อพวกเขาเป็นอวัยวะในคริสตจักรของพระเจ้า พวกเขาควรจะแตกต่างและแบ่งแยกจากพวกยูดายเหมือนกับที่พวกเขาแตกต่างและแบ่งแยกจากพวกต่างชาติ (1กธ.10:32). แต่ว่าในจดหมายที่ท่านยาโกโบผู้เป็นเสาหลักในคริสตจักรได้เขียนถึงพี่น้องคริสเตียนนั้น ท่านยังคงเรียกพวกเขาว่า "ชนสิบสองเผ่า." (นี่อาจเป็นเหตุที่ท่านได้กล่าวแก่ชาวยูดายที่มั่งมีใน 5:1-6.) สิ่งนี้ขัดแย้งกับแผนการบริหารในพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. ดู 2:2 คำอธิบาย 1.
ยก. 1:1 ข กจ.26:7; ลก.22:30
ยก. 1:1 ค พบญ.32:26; ยอค.20:23; ยฮ.7:35
ยก. 1:1 4ค ดู 1ปต.1:1 คำอธิบาย 4. คำว่า "กระจัดกระจาย" ในข้อนี้จะต้องรวมถึงการที่ผู้เชื่อชาวยูดายได้กระจัดกระจายไปจากกรุงเยรูซาเล็ม เพราะการข่มเหงที่อยู่ภายหลังวันเพ็นเทคอสด้วยอย่างแน่นอน (กจ.8:1, 4).
ยก. 1:1 5 ดู 2ยฮ.10 คำอธิบาย 3.
ยก. 1:2 ก ยก.1:16, 19; 2:1, 5, 14; 3:1, 10, 12; 4:11; 5:7, 9, 10, 12, 19
ยก. 1:2 ข ยก.1:12; 1ปต.1:6
ยก. 1:2 1ข ดูข้อ 12 คำอธิบาย 1.
ยก. 1:2 ค มธ.5:12; 1ปต.4:13
ยก. 1:3 ก ยก.1:12; 1ปต.1:7
ยก. 1:3 1 เล็งถึงความเชื่อของคริสเตียนซึ่งพระเจ้าทรงประทานให้ในพระคริสต์ (2ปต.1:1; ยก.2:1).
ยก. 1:3 ข รม.5:3; 2ปต.1:6
ยก. 1:4 ก รม.5:4
ยก. 1:4 ข ยก.3:2; มธ.5:48; 1ธซ.5:23
ยก. 1:4 1ข แม้ยาโกโบไม่มีการมองเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อแตกต่างระหว่างพระคุณกับกฎบัญญัติ แต่ในหนังสือจดหมายของท่านได้กล่าวถึงการประพฤติของคริสเตียนไว้อย่างโดดเด่นและชัดแจ้งโดยเน้นถึงความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ โดยกล่าวว่าผู้เชื่อควรต้องเป็นผู้สำเร็จครบถ้วนไม่ขาดสิ่งใดเลย. สิ่งนี้อาจถือได้ว่าเป็นหัวข้อหลักของหนังสือยาโกโบ. การที่คริสเตียนจะมีความประพฤติที่ครบสมบูรณ์เช่นนี้จำต้องอาศัยการทดลองของการจัดการแห่งการปกครองของพระเจ้า (2, 12), และความอดทนของผู้เชื่อที่มาจากประสิทธิผลแห่งการบังเกิดที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการบังเกิดใหม่โดยพระคำที่ปลูกหว่านนั้น (ข้อ 18, 21).
ยก. 1:5 ก ยก.3:13, 17 1พกษ.3:9-12; สภษ.2:2, 6
ยก. 1:5 1ก พระเจ้าทรงกำหนดโครงการนิรันดร์ของพระองค์และจะทรงสำเร็จโครงการนี้โดยพระปัญญาของพระองค์ในพระคริสต์ (1กธ.2:7; อฟ.3:9-11; สภษ.8:12, 22-31). ในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงทำให้พระคริสต์เป็นสติปัญญาของเราก่อน (1กธ.1:24, 30). พระปัญญาของพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ. ฉะนั้นเราจึงควรขอสติปัญญาจากพระเจ้า.
ถ้าพิจารณาตามเนื้อหาของหนังสือจดหมายฉบับนี้ก็เห็นได้ชัดว่ายาโกโบไม่มีนิมิตที่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า แต่ท่านก็มีสติปัญญาเพื่อบรรยายเกี่ยวกับภาคปฏิบัติแห่งการดำเนินชีวิตของคริสเตียน.
ยก. 1:5 ข สภษ.28:5; มก.11:24
ยก. 1:5 2ข ยาโกโบได้ชื่อว่าเป็นบุคคลแห่งการอธิษฐาน. ในที่นี้ท่านได้กำชับให้ผู้รับจดหมายนี้ทูลขอสติปัญญา ซึ่งได้เปิดเผยเป็นนัยว่า สติปัญญาของท่านก็ได้รับมาจากพระเจ้าโดยการอธิษฐาน. ในหนังสือจดหมายฉบับนี้ ท่านเน้นถึงการอธิษฐาน (5:14-18). การอธิษฐานเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ.
ยก. 1:5 3 หรือ อย่างง่ายๆ, ด้วยใจกว้างขวาง, โดยไม่สงวนไว้ (รม.12:8; 2กธ.8:2).
ยก. 1:5 4 คนที่ตระหนี่ก็จะไม่ยอมให้ของผู้อื่น หรือแม้จะให้ก็จะกล่าวติเตียนด้วยคำพูดที่ตระหนี่ แต่ว่าพระเจ้าผู้ทรงโปรดประทานแก่คนทั้งปวงด้วยพระทัยกว้างขวางหาเหมือนคนเช่นนั้นไม่.
ยก. 1:6 ก มก.11:24; มธ.9:29; 15:28; ฮร.11:6
ยก. 1:6 ข มธ.21:21; รม.4:20
ยก. 1:6 1ข หรือ โคลงเคลง.
ยก. 1:6 ค เทียบ ยซย.57:20; ยด.13
ยก. 1:6 ง เทียบ อฟ.4:14; ยด.12
ยก. 1:8 ก ยก.4:8
ยก. 1:8 1ก พระเจ้าได้ทรงสร้างให้มนุษย์มีจิตเดียวที่มีความคิดเดียวและมีความตั้งใจเดียวเท่านั้น. เมื่อผู้เชื่อเกิดมีความสงสัยในการอธิษฐานนั้น ก็จะทำให้ตนเองกลายเป็นคนสองจิตสองใจ เหมือนกับเรือมีหางเสือสองอันซึ่งทำให้ทิศทางไม่แน่นอน. ความเชื่อในการอธิษฐานก็เป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ.
ยก. 1:9 1 หรือ คุยอวด, ยินดี. เมื่อพี่น้องที่ต่ำต้อยได้โอ้อวดด้วยความยินดีเพราะได้รับการเชิดชูขึ้น เขาก็จะสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าไปอย่างอัตโนมัติ (5:13). เขาไม่ควรโอ้อวดเหมือนกับชาวโลกที่โอ้อวดโดยไม่มีการสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ยก. 1:9 ก ยก.4:10; ลก.1:52; 14:11
ยก. 1:9 2ก หรือ การเลื่อนฐานะขึ้น, มีตำแหน่งสูง.
ยก. 1:10 1 เมื่อพี่น้องที่ต่ำต้อยได้รับการเชิดชูขึ้น ก็ง่ายที่เขาจะโอ้อวด, ยินดี, และสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เมื่อผู้ที่มั่งมีต่ำต้อยลงมานั้น ก็ไม่ง่ายเลยที่เขาจะกระทำเช่นนี้ได้. ไม่ว่าจะรับการเชิดชูหรือถูกทำให้ต่ำต้อยลง ความยินดีและสรรเสริญก็เป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ.
ยก. 1:10 ก 1กธ.7:31
ยก. 1:10 ข โยบ 14:2; บพส.103:15
ยก. 1:11 1 ในข้อ 6 ยาโกโบใช้คลื่นในทะเลมาเป็นตัวอย่างเพื่อบรรยายถึงจิตใจที่สงสัย. ในข้อ 10 ท่านใช้ดอกหญ้ามาเป็นตัวอย่างเพื่อบรรยายถึงคนมั่งมีที่ต้องผ่านพ้นไป. ในที่นี้ก็ได้ใช้ความร้อนที่แผดเผาของดวงอาทิตย์ที่อยู่บนท้องฟ้ามาเป็นตัวอย่างเพื่อบรรยายถึงปัจจัยที่เป็นเหตุให้ความมั่งมีของคนจะต้องเสื่อมสูญไปภายใต้การขจัดแห่งการปกครองของพระเจ้า. ในข้อ 17 ท่านได้ใช้การหมุนของดาวเคราะห์มาบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงข้ามกับความไม่แปรเปลี่ยนไปของพระเจ้าพระบิดา. ในขณะที่ท่านจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับลิ้นของเราใน 3:3-12 ท่านได้ยกสิ่งต่างๆ มาเปรียบเทียบถึงยี่สิบประการ. นอกจากนี้ใน 4:14 ท่านได้ใช้หมอกมาบรรยายถึงการปรากฏแห่งชีวิตอันสั้นของมนุษย์. ใน 5:7-8 ท่านได้ใช้ความอดทนนานของกสิกรมาสอนเราให้รู้ว่าควรรอคอยการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไร. ยาโกโบเป็นผู้ที่มีทั้งสติปัญญาและประสบการณ์ คือไม่เพียงแต่มีประสบการณ์แห่งชีวิตมนุษย์ แต่ยังมีสติปัญญามาจากต้นกำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์ที่เขาแสวงหามาได้โดยการอธิษฐานอีกด้วย (ข้อ 5; 3:13, 17). แต่เนื่องจากยาโกโบมีความเห็นใจและประนีประนอมต่อศาสนายูดายจึงทำให้ท่านถูกขัดขวางไม่สามารถมองเห็นนิมิตแห่งสติปัญญาเกี่ยวกับแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าได้อย่างถี่ถ้วนซึ่งเป็นนิมิตที่ท่านเปาโลได้มองเห็นและได้เปิดเผยไว้ในหนังสือจดหมายของท่าน. ดู 3:12 คำอธิบาย 1 และ 3:17 คำอธิบาย 1.
ยก. 1:11 2 หรือ ลมร้อน.
ยก. 1:11 ก บพส.37:2; 90:5-6; 102:11; ยซย.40:6-8; 1ปต.1:24
ยก. 1:11 ข เทียบ มธ.6:28-30
ยก. 1:11 ค ลก.12:16-20; 1ตธ.6:17
ยก. 1:11 3ค สำหรับผู้ที่แสวงหาความมั่งมีนั้น นี่ช่างเป็นถ้อยคำที่เคร่งเครียดเสียจริง! อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นถ้อยคำที่เล้าโลมคนมั่งมีซึ่งได้ต่ำต้อยลงเพราะเหตุที่ได้สูญเสียความมั่งมีไปด้วยเช่นกัน.
ยก. 1:12 1 ข้อ 2-12 พูดถึงการทดลอง (ดูข้อ 13 คำอธิบาย 1). การทดลองมาจากสภาพแวดล้อมของผู้เชื่อเพื่อจะพิสูจน์ความเชื่อของเขา (ข้อ 2-3) โดยความทุกข์ยาก (ข้อ 9-11). ผู้เชื่อควรทนรับการทดลองด้วยความยินดีทั้งสิ้น (ข้อ 2) เพราะเหตุความรักที่เขามีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อเขาจะได้รับพระพรเป็นมงกุฎแห่งชีวิต.
ยก. 1:12 ก ยก.5:11; โยบ 5:17; บพส.94:12; มธ.5:10-11; ลก.6:22
ยก. 1:12 2 คือการรับรองความเชื่อของผู้เชื่อ (ข้อ 3).
ยก. 1:12 ข วว.2:10; เทียบ 1กธ.9:25; 2ตธ.4:8; 1ปต.5:4; วว.3:11
ยก. 1:12 3ข เล็งถึงสง่าราศีหรือการสำแดงของชีวิต. ผู้เชื่อทนรับการทดสอบได้โดยพึ่งในชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์และสิ่งนี้จะกลายเป็นสง่าราศี เป็นการสำแดง ซึ่งก็คือมงกุฎแห่งชีวิตของเขา. สิ่งนี้จะเป็นบำเหน็จสำหรับเขาในเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏเพื่อการรับสุขของพวกเขาในอาณาจักรที่จะมาถึง (2:5).
ยก. 1:12 4 ทั้งมงกุฎแห่งชีวิตในข้อนี้, พระบิดาผู้ให้กำเนิดและการที่พระองค์ทรงให้กำเนิดเรา, การที่พระองค์ทรงทำให้เราเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในท่ามกลางสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้น (ข้อ 17-18, 27), และพระคำที่ถูกปลูกฝังไว้ (ข้อ 21) ล้วนชี้ถึงความต้องการที่ผู้เชื่อทั้งหลายมีต่อชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
ยก. 1:12 ค ยก.2:5
ยก. 1:12 ง 1กธ.2:9; 8:3, มก.12:30
ยก. 1:12 5ง การเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือการต้อนรับชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อความรอดของเรา. ส่วนการรักองค์พระผู้เป็นเจ้าคือการจำเริญขึ้นในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เราได้สุกงอมและมีคุณสมบัติพอที่จะได้รับมงกุฎแห่งชีวิตมาเป็นบำเหน็จ เพื่อเราจะได้รับสุขสง่าราศีแห่งชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ในอาณาจักรนั้น.
ยก. 1:13 ก มธ.6:13; 1 กธ.10:13
ยก. 1:13 1ก หรือ ถูกทดสอบ, ถูกพิสูจน์. คำว่า "การทดลอง" ในข้อ 2, 12 เป็นรูปคำนามของคำว่า "ล่อลวง" ในข้อนี้และข้อ 14. ทั้งสองคำนี้ใกล้เคียงกันมาก และล้วนหมายถึงการถูกทดสอบ, พิสูจน์, และชันสูตร. การถูกทดสอบ, พิสูจน์, และชันสูตร โดยการทนทุกข์ในสภาพแวดล้อมทางภายนอกนั้นก็คือ การทดลอง (ข้อ 2). ส่วนการถูกทดสอบ,พิสูจน์, และชันสูตร โดยการเย้ายวนแห่งตัณหาที่อยู่ภายในนั้นก็คือการล่อลวง (ข้อ 14). ข้อ 2-12 ได้จัดการกับการทดลอง ส่วนข้อ 13-21 จะจัดการกับการล่อลวง. สำหรับการ ทดลองนั้น เราต้องทนรับโดยการรักองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเราจะได้รับพระพรซึ่งก็คือมงกุฎแห่งชีวิต. แต่สำหรับการล่อลวงนั้น เราต้องต่อต้านโดยการต้อนรับพระคำที่ปลูกหว่านอยู่ภายในเราเพื่อเราจะได้รับความรอดซึ่งก็คือความรอดแห่งจิต (ข้อ 21).
ยก. 1:13 2 แปลตามตรงคือ ข้าพเจ้ารับการล่อลวงมาจากพระเจ้า.
ยก. 1:13 3 ศัพท์ในภาษากรีกมีทั้งความหมายของการ ไม่ถูกทดสอบ และ ไม่อาจถูกทดสอบ. ดังนั้นจึงหมายถึง ถูกล่อลวงไม่ได้, ไม่ถูกล่อลวง, และไม่อาจถูกล่อลวง.
ยก. 1:13 4 ผู้ที่ล่อลวงมนุษย์นั้นคือซาตาน ไม่ใช่พระเจ้า (มธ.4:3; 1ธซ.3:5).
ยก. 1:14 ก อฟ.2:3
ยก. 1:15 1 ผู้ล่อลวงซึ่งก็คือมารนั้นเป็นบิดาที่ให้กำเนิดความบาป (1ยฮ.3:8, 10). มันมีอำนาจของความตาย (ฮร.2:14) โดยอาศัยความบาป (1กธ.15:56). มันได้ฉีดความบาปเข้าไปในตัวของอาดาม ด้วยเหตุนี้ความตายจึงลามไปสู่คนทั้งหลายโดยความบาปนี้ (รม.5:12).
ยก. 1:15 ก รม.5:12; 6:21, 23
ยก. 1:17 1 คำว่า "การประทาน" เล็งถึงกริยาในการให้ ส่วนคำว่า "ของประทาน" เล็งถึงสิ่งของที่ให้นั้น.
ยก. 1:17 ก บพส.85:12; ยฮ.3:27
ยก. 1:17 ข ยก.3:15; ยฮ.8:23
ยก. 1:17 2 ความสว่างทั้งหลาย ในที่นี้เล็งถึงดวงสว่างทั้งหลายบนท้องฟ้า. พระบิดาเป็นพระผู้สร้างและเป็นต้นกำเนิดของดวงสว่างเหล่านี้. ในพระองค์ไม่มีเงาอันเนื่องจากการหมุนเวียน (ต่างกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับดาวบนท้องฟ้า เช่น ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ เพราะเหตุการโคจรของมัน หรือการเกิดสุริยุปราคาเนื่องจากดวงจันทร์มาบดบังดวงอาทิตย์ไว้) เพราะพระองค์ไม่แปรเปลี่ยนและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่อาจถูกล่อลวงโดยความชั่วและไม่ล่อลวงผู้ใด.
ยก. 1:17 ค บพส.102:27; มลค.3:6
ยก. 1:17 3ค หรือ ลักษณะที่สามารถแปรเปลี่ยนได้.
ยก. 1:18 1 การตั้งพระทัยเช่นนี้เป็นมาจากน้ำพระทัยของพระองค์เอง, โดยความมุ่งหมายของพระองค์เอง เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์ในการที่จะให้เราเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในท่ามกลางสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้างโดยการให้กำเนิดแก่เรา.
ยก. 1:18 ก 1ปต.1:3, 23; ยฮ.1:13; 1ยฮ.2:29; 3:9; 5:1, 18
ยก. 1:18 2ก ความบาปซึ่งเป็นต้นกำเนิดของความมืดนั้นได้ก่อให้เกิดความตาย (ข้อ 15). แต่พระบิดาแห่งความสว่างทั้งหลายทรงให้เราทั้งหลายบังเกิดเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในท่ามกลางสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้าง คือให้เราเป็นผู้ที่เต็มด้วยชีวิตอันรุ่งโรจน์ที่จะสุกงอมก่อน. สิ่งนี้เล็งถึงการบังเกิดที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็คือการบังเกิดใหม่ของเรา (ยฮ.3:5-6) ซึ่งได้กระทำสำเร็จตามพระประสงค์นิรันดร์ของพระองค์.
ยก. 1:18 3 เล็งถึงพระคำแห่งความเที่ยงแท้อันศักดิ์สิทธิ์, พระคำที่พระเจ้าตรีเอกภาพทรงเป็น (ยฮ.1:14, 17). พระคำนี้ก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่ทำให้เราได้รับการบังเกิดใหม่ (1ปต.1:23).
ยก. 1:18 ข ยก.3:14; 5:19
ยก. 1:18 ค เทียบ ยรม.2:3; วว.14:4
ยก. 1:18 4ค แปลตามตรงคือ ผลสุกงอมรุ่นแรกชนิดหนึ่ง. พระเจ้าจะทรงเปลี่ยนสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้างขึ้นใหม่ เพื่อจะได้มาซึ่งฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ที่มีกรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นศูนย์กลาง (วว.21:1-2). ก่อนอื่นพระองค์ทรงให้เราบังเกิดใหม่ เพื่อให้เราเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกแห่งสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระองค์ โดยการแจกจ่ายชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เข้าสู่ภายในตัวเราเพื่อเราจะได้มีการดำเนินชีวิตที่ครบสมบูรณ์. สิ่งนี้จะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติอย่างแน่นอน. ชีวิตนี้จะสรุปลงที่กรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิตแห่งจักรวาลใหม่ที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
ยก. 1:19 1 หรือ จงรู้ข้อนี้.
ยก. 1:19 2 การฟังจะล่อลวงให้เราพูด และการพูดนั้นคือไฟที่จุดความโกรธขึ้น (เทียบ 3:6). หากเราระงับการพูดของตน (เทียบข้อ 26 ) ก็จะทำให้ความโกรธสงบลงได้. ถ้อยคำที่ยาโกโบใช้เสริมทัศนะเกี่ยวกับความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติให้หนักแน่นขึ้นในที่นี้มีสำนวนคล้ายกับหนังสือสุภาษิตในพันธสัญญาเดิมอย่างมาก (สภษ.10:19; 14:17).
ยก. 1:19 ก ผปก.5:2
ยก. 1:19 ข สภษ.14:17, 29; 16:32; ผปก.7:9
ยก. 1:20 1 ความชอบธรรมของพระเจ้าไม่จำเป็นต้องให้ความโกรธของมนุษย์มาช่วย. ความโกรธของมนุษย์ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อการสำเร็จความชอบธรรมของพระเจ้าเลย.
ยก. 1:21 ก อฟ.4:22; ฮร.12:1
ยก. 1:21 ข 2กธ.7:1
ยก. 1:21 ค 1ปต.1:23; มธ.13:19, 23
ยก. 1:21 1 ในที่นี้เปรียบพระคำของพระเจ้าเป็นพืชที่มีชีวิตซึ่งถูกปลูกหว่านเข้าสู่ภายในเราและเติบโตอยู่ภายในเราและจะบังเกิดผลเพื่อให้จิตของเราได้รับความรอด. เราจึงต้องรับพระคำเช่นนี้ไว้ด้วยความอ่อนสุภาพและความนอบน้อมทุกประการโดยปราศจากการต่อต้านใดๆ.
ยก. 1:21 ง ยก.3:13; มธ.5:5
ยก. 1:21 2 ตามเนื้อหาในบทนี้ การได้รับความรอดของจิตมีความหมายเป็นนัยถึงการทนรับการทดสอบที่มาจากสภาพแวดล้อม (ข้อ 2-12) และการต้านทานการล่อลวงของราคะตัณหา (ข้อ 13-21). ทัศนะที่ยาโกโบมีต่อความรอดของจิตนั้นค่อนไปทางด้านลบ ไม่อยู่ในด้านบวกเหมือนทัศนะของเปาโลซึ่งกล่าวว่า จิตของเราสามารถรับการเปลี่ยนแปลงโดยพระวิญญาณแห่งการเปลี่ยนใหม่ จนเหมือนกับพระฉายาขององค์พระผู้เป็นเจ้า จากสง่าราศีสู่สง่าราศี (รม.12:2; อฟ.4:23; 2กธ.3:18). ดู 1ปต.1:5 คำอธิบาย 5, ฮร.10:39 คำอธิบาย 3.
ยก. 1:22 ก ยก.2:14-20; ลก.8:21; ยฮ.13:17
ยก. 1:22 ข ลก.11:28
ยก. 1:22 ค ยก.1:26
ยก. 1:23 ก ยก.4:11
ยก. 1:23 ข 1กธ.13:12
ยก. 1:25 1 เป็นคำเดียวกับ 1ปต.1:12.
ยก. 1:25 2 ในที่นี้ยาโกโบเรียกกฎบัญญัติของโมเซว่า "กฎบัญญัติที่ครบสมบูรณ์ซึ่งเป็นกฎบัญญัติที่ให้เสรีภาพ" (หรือ อิสรภาพ) (เทียบ 2:12). เขาอาจใช้สำนวนนี้โดยมีพื้นฐานมาจาก บพส.19:7-8 ซึ่งกล่าวว่ากฎบัญญัตินั้นครบสมบูรณ์, ฟื้นสภาพแก่จิต ซึ่งก็คือให้คนทั้งปวงมีเสรีภาพ, และทำให้ใจยินดี ซึ่งมีนัยถึงการปลดปล่อยและเสรีภาพ และมีพื้นฐานมาจาก บพส.119:11 ซึ่งกล่าวว่าการรักษากฎบัญญัติให้คงอยู่ในใจของเราได้ปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากความบาป. ยาโกโบยกชูกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรในพันธสัญญาเดิมอย่างถึงที่สุด ซึ่งเป็นการเอาแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าไปปะปนกับแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาเดิมที่ตกยุคไปแล้ว (กจ.21:18-20). เขาเห็นว่ากฎบัญญัติคือสื่อกลางสำคัญเบื้องต้นที่จะนำไปสู่ความครบสมบูรณ์ของคริสเตียน. กรณีนี้ตรงกันข้ามกับอัครทูตเปาโลซึ่งกล่าวว่า กฎบัญญัติไม่อาจทำอะไรเพื่อให้เราครบสมบูรณ์ได้เลย (ฮร.7:19; เทียบ ฆต.3:3). เทียบ ยก.2:12 คำอธิบาย 1.
ในกาลสมัยแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้านั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นสุดกฎบัญญัติไปแล้ว (รม.10:4; ฮร.10:9) และผู้เชื่อทั้งหลายก็ถูกพระคริสต์ปลดปล่อยให้เป็นไทจากแอกแห่งการเป็นทาสของกฎบัญญัติ (ฆต.5:1), ได้ตายต่อกฎบัญญัติ (ฆต.2:19), และไม่ได้อยู่ใต้กฎบัญญัติอีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ใต้พระคุณ (รม.6:14; เทียบ ยฮ.1:17). นอกจากนั้น กฎบัญญัติแห่งตัวอักษรซึ่งจารึกไว้บนแผ่นศิลาที่อยู่นอกตัวเราก็ถูกแทนที่โดยกฎแห่งชีวิตที่ถูกจารึกไว้ในใจของเราแล้ว (ฮร.8:10) โดยที่มาตรฐานแห่งศีลธรรมของกฎแห่งชีวิตก็สอดคล้องกับมาตรฐานของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศใช้บนภูเขา (มัดธายบทที่ 5-7). เนื่องจากกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรไม่สามารถประทานชีวิตแก่มนุษย์ได้ (ฆต.3:21) ทว่าได้แต่เปิดโปงความอ่อนแอและความล้มเหลวของมนุษย์ และกักขังมนุษย์ให้เป็นทาส (ฆต.5:1 คำอธิบาย 4) กฎบัญญัติแห่งตัวอักษรจึงเป็นกฎบัญญัติแห่งพันธนาการ. เนื่องจากกฎแห่งชีวิตคือการใช้งานของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแจกปันเข้าสู่ตัวเราขณะที่เราบังเกิดใหม่ และยังนำเอาความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้แห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์มาหล่อเลี้ยงแก่เราไปตลอดทั้งชีวิตที่เราเป็นคริสเตียนเพื่อจะปลดปล่อยเราให้เป็นไทจากกฎของความบาปและความตาย และสนองข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมทั้งปวงของกฎบัญญัติแห่งตัวอักษร (รม.8:2, 4) กฎแห่งชีวิตจึงควรถูกนับว่าเป็นกฎแห่งเสรีภาพ. กฎนี้ก็คือกฎของพระคริสต์ (1กธ.9:21) กระทั่งเป็นตัวของพระคริสต์เองผู้ทรงมีชีวิตเป็นอยู่ภายในเราเพื่อคอยกำกับเราให้เป็นระเบียบ โดยการแจกปันพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่สิ่งที่เราเป็น เพื่อเราจะดำเนินชีวิตที่สำแดงพระฉายาของพระเจ้า. กฎนี้จึงควรถูกนับว่าเป็นหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตคริสเตียนเพื่อความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ.
ยก. 1:25 ก ยก.2:12
ยก. 1:25 ข ยฮ.8:32
ยก. 1:25 ค ยฮ.13:17; ลก.11:28
ยก. 1:26 1 ในภาษากรีก คำว่า "ธัมมะธัมโม" (คำคุณศัพท์) และ "ธรรม" (คำนาม) หมายถึงพิธีในการกราบไหว้บูชาและการนมัสการที่มีต่อพระเจ้า (มีความหมายเป็นนัยถึงความยำเกรงพระเจ้า). รูปคุณศัพท์ของคำนี้ถูกใช้ในที่นี้เท่านั้น. ส่วนรูปคำนามในที่นี้ถูกใช้ในความหมายด้านบวกในข้อนี้และข้อ 27, ถูกใช้ในความหมายด้านลบใน กซ.2:18 (ซึ่งแปลเป็น การกราบไหว้), และถูกใช้ในความหมายทั่วไปใน กจ.26:5. ในบทประพันธ์ของยาโกโบนั้นไม่ได้เขียนถึงแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าไว้อย่างโดดเด่นเหมือนที่เปาโล, เปโตร, และโยฮันได้เขียนไว้. เปาโลเพ่งความสนใจถึงการที่พระคริสต์ทรงมีชีวิตและก่อรูปอยู่ภายในเรา (ฆต.2:20; 4:19) และการที่พระคริสต์ได้สำแดงใหญ่ขึ้นอยู่ภายในเราและเราได้ดำเนินชีวิตพระองค์ (ฟป.1:20-21) เพื่อให้เราซึ่งเป็นคริสตจักรหรือพระกายของพระองค์นั้นได้กลายเป็นความบริบูรณ์และการสำแดงของพระองค์ (อฟ.1:22-23). เปโตรเน้นถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพระเจ้าได้ทรงให้เราบังเกิดใหม่โดยการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (1ปต.1:3) ซึ่งทำให้เรารับส่วนในพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะดำเนินชีวิตที่อยู่ในธรรม (2ปต.1:3-7) และถูกก่อสร้างขึ้นกลายเป็นวิหารฝ่ายวิญญาณเพื่อมาสำแดงคุณธรรมของพระองค์ (1ปต.2:5, 9). โยฮันเน้นถึงชีวิตนิรันดร์ที่ได้ประทานให้แก่เราเพื่อให้เราสามารถสามัคคีธรรมกับพระเจ้าตรีเอกภาพ (1ยฮ.1:2-3) และเน้นถึงการบังเกิดอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือเมล็ดพันธุ์อันศักดิ์สิทธิ์นั้นเข้าสู่ภายในเรา เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตที่เหมือนกับพระเจ้า (1ยฮ.2:29; 3:9; 4:17) และกลายเป็นคริสตจักร เป็นคันประทีปที่แบกรับพยานของพระเยซู (วว.1:9, 11-12) และจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่เพื่อพระเจ้าจะได้รับการสำแดงไปชั่วนิรันดร์ (วว.21:2-3, 10-11). สำหรับเรื่องที่เป็นลักษณะพิเศษของพันธสัญญาใหม่นั้น สิ่งที่ยาโกโบได้เน้นไว้ก็มีเพียงการที่พระเจ้าได้ให้กำเนิดเรา (ข้อ 18), และพระวิญญาณผู้อาศัยอยู่ภายในเรา (4:5), และประเด็นปลีกย่อยที่เกี่ยวกับคริสตจักร (5:14). ท่านมิได้กล่าวถึงพระคริสต์ผู้เป็นชีวิตของเราและมิได้กล่าวถึงคริสตจักรอันเป็นการสำแดงของพระคริสต์ ซึ่งเป็นสองลักษณะเฉพาะแห่งกาลสมัยที่โดดเด่นที่สุดในพันธสัญญาใหม่. หนังสือจดหมายฉบับนี้แสดงให้เห็นว่ายาโกโบต้องเป็นคนที่ธัมมะธัมโมมาก. เรื่องนี้และความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติของท่านอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงว่าเป็นเสาหลักของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มร่วมกับเปโตรและโยฮัน กระทั่งถูกเรียงไว้เป็นอันดับแรกด้วย (ฆต.2:9). แต่ในเรื่องเกี่ยวกับการเปิดเผยของแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ที่อยู่ในพระคริสต์นั้น ท่านกลับไม่เข้มแข็ง และยังคงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของภูมิหลังแห่งศาสนายูดายที่เก่าแก่ ซึ่งเป็นศาสนาที่มีการนมัสการพระเจ้า โดยใช้พิธีกรรมและการดำเนินชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้าเป็นองค์ประกอบหลัก. ถ้อยคำที่ท่านกล่าวไว้ใน กจ.21:20-24 และ ยก.2:2-11 ล้วนยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี. เนื่องจากสายตาฝ่ายวิญญาณของท่านถูกศาสนายูดายปกคลุมไว้ ท่านจึงไม่อาจเข้าสู่แผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ได้ ซึ่งต่างกับเปาโล, เปโตร, และโยฮัน.
ยก. 1:26 2 การไม่เหนี่ยวรั้งลิ้นก็คือการว่องไวในการพูด (เทียบข้อ 19) และยังพูดอย่างมักง่ายโดยปราศจากการควบคุม. การทำเช่นนี้จะหลอกใจของผู้พูดโดยได้หลอกมโนธรรมของเขา ซึ่งก็คือความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขานั่นเอง.
ยก. 1:26 ก บพส.34:13; 39:1; 1ปต.3:10
ยก. 1:26 ข ยก.1:22; 2ตธ.3:13; ตต.1:10
ยก. 1:27 ก ยซย.1:17
ยก. 1:27 1ก ในถ้อยคำที่ยาโกโบใช้เสริมทัศนะเกี่ยวกับความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติให้หนักแน่นขึ้น ในที่นี้แฝงไว้ซึ่งองค์ประกอบแห่งคำกำชับที่อยู่ในพันธสัญญาเดิม (พบญ.14:29; 24:19-21, 12-13).
ยก. 1:27 2 คือไม่แปรสภาพเป็นฝ่ายโลก, ไม่แปดเปื้อนด้วยฝ่ายโลก. นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของทัศนะแห่งการยำเกรงพระเจ้าของยาโกโบซึ่งกล่าวถึงความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในภาคปฏิบัติ. การเยี่ยมเด็กกำพร้าและหญิงม่ายนั้นเป็นการกระทำตามความรักของพระเจ้า อันเป็นลักษณะพิเศษของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในด้านบวก. ส่วนการรักษาตัวไว้ไม่ให้เปื้อนด้วยโลกก็คือการแยกตัวจากโลกตามพระนิสัยที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของความครบสมบูรณ์ของคริสเตียนในด้านลบ.
ยก. 1:27 3 ดู 4:4 คำอธิบาย 3.
สารบัญ