การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

เฮ็บราย บทที่ 8

4. พันธสัญญาใหม่ของพระคริสต์
สูงส่งกว่าพันธสัญญาเดิม
8:1 — 10:18
(1) พันธสัญญาที่ประเสริฐกว่าแห่งคำสัญญาที่ประเสริฐกว่า
พร้อมทั้งการปฏิบัติที่ล้ำเลิศกว่า
8:1-13
ฮร. 8:1 ในเรื่องที่เราพูดอยู่นี้ ข้อสำคัญคือ เรามีกมหาปุโรหิตอย่างนี้ ผู้ได้ประทับอยู่ขเบื้องขวาคพระที่นั่งแห่งง ผู้ทรงเดชานุภาพใน1สวรรค์ทั้งหลาย
ฮร. 8:2 เป็น1กผู้ปฏิบัติใน2ขที่บริสุทธิ์ คือในพลับพลาแท้ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสร้าง ไม่ใช่มนุษย์สร้าง.
ฮร. 8:3 มหาปุโรหิตทุกคนถูกตั้งขึ้นเพื่อกถวาย1เครื่องบรรณาการและเครื่องบูชา ดังนั้นมหาปุโรหิตองค์นี้ก็จำเป็นต้องมีสิ่งที่จะขถวายด้วย.
ฮร. 8:4 ถ้าพระองค์ทรงอยู่บนโลกนี้ พระองค์ก็คงไม่ได้เป็นปุโรหิต เพราะมีปุโรหิตที่ถวายเครื่องบรรณาการตามกฎบัญญัติอยู่แล้ว
ฮร. 8:5 พวกเขาปรนนิบัติตาม1กแบบอย่างและขเงาของสิ่งที่อยู่ในสวรรค์ดังที่โมเซได้รับคำชี้แนะอันศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่ท่านจะสร้างพลับพลานั้นโดยตรัสว่า "คจงใส่ใจที่จะกระทำทุกสิ่งตามแบบที่เราได้สำแดงแก่ท่านบนภูเขานั้น."
ฮร. 8:6 แต่บัดนี้พระเยซูได้รับ1หน้าที่การปฏิบัติที่ล้ำเลิศกว่า เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงเป็น2กคนกลางแห่ง3ขพันธสัญญาที่คประเสริฐกว่า ซึ่ง4ตั้งขึ้นบนง คำสัญญาที่5ประเสริฐกว่า.
ฮร. 8:7 เพราะถ้า1ก[พันธสัญญา]แรกไร้ข้อบกพร่องแล้ว ก็ย่อมไม่มี2ความจำเป็นที่จะขแสวงหา1[พันธสัญญา]ที่สองอีก.
ฮร. 8:8 แต่เมื่อพระเจ้าทรงพบข้อบกพร่อง[ในตัวพลไพร่ของพระองค์แล้ว] จึงตรัสว่า "กองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 'ดูเถิด จะมีวันหนึ่งที่เราจะกระทำขพันธสัญญาใหม่กับวงศ์วานของอิสราเอลและวงศ์วานของยูดา
ฮร. 8:9 ซึ่งจะไม่เป็นไปตามพันธสัญญาที่เราได้ทำไว้กับบรรพบุรุษของเขาในวันที่เราได้จูงมือนำเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพราะพวกเขาไม่ได้ตั้งมั่นอยู่ในพันธสัญญาของเรา เราจึงได้ละเขาไว้' นี่แหละเป็นสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้.
ฮร. 8:10 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 'นี่แหละเป็นกพันธสัญญาที่เราจะกระทำกับวงศ์วานอิสราเอลหลังจากวันเหล่านั้น: เราจะเอา1บรรดากฎบัญญัติของเราใส่ไว้ใน2ความคิดของเขา และจะ3จารึกกฎบัญญัติเหล่านี้ไว้ที่ใจของเขา และ4เราจะเป็นพระเจ้าของเขาและ5เขาจะเป็นพลไพร่ของเรา.
ฮร. 8:11 และพวกเขาต่างก็จะไม่ต้องกสอนเพื่อนร่วมชาติและพี่น้องของตนอีกว่า 1จงรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพวกเขาจะ1รู้จักเราสิ้นทุกคน ตั้งแต่ผู้น้อยที่สุดไปจนถึงผู้ใหญ่ที่สุด.
ฮร. 8:12 ด้วยว่ากเราจะ1อภัยต่อการอธรรมของเขา และเราจะไม่จดจำ2ความบาปของเขาอีกต่อไปเลย.' "
ฮร. 8:13 และเมื่อตรัสว่า "ก[พันธสัญญา]ใหม่" พระองค์จึงได้ทรงกระทำให้1[พันธสัญญา]แรกนั้นเก่าไปแล้ว. ฝ่ายสิ่งที่พ้นสมัยและเก่าแก่ไปนั้นก็ใกล้จะขสูญไปแล้ว.

คำอธิบาย เฮ็บราย บทที่ 8

ฮร. 8:1 ก ฮร.2:17
ฮร. 8:1 ข ฮร.1:13; มก.16:19; กซ.3:1
ฮร. 8:1 ค วว.3:21
ฮร. 8:1 ง ฮร.1:3
ฮร. 8:1 1 พระคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิตที่อยู่ในสวรรค์ทั้งหลายทรงนำเราเข้าสู่สวรรค์ คือจากบริเวณภายนอกซึ่งอยู่บนแผ่นดินโลกเข้าไปสู่ที่บริสุทธิ์สุดในสวรรค์ โดยที่บริสุทธิ์สุดนี้ได้เชื่อมต่อกับวิญญาณของเราโดยพระองค์ผู้เป็นบันไดสวรรค์ (ยนซ.28:12; ยฮ.1:51).
ฮร. 8:2 ก เทียบ รม.15:8
ฮร. 8:2 1ก เล็งถึงผู้มีสถานภาพเป็นปุโรหิต. ในฐานะที่พระคริสต์ทรงเป็นผู้ปฏิบัติของพลับพลาแท้ (พลับพลาในสวรรค์) พระคริสต์ได้นำสวรรค์ (ไม่เพียงเล็งถึงสถานที่ แต่ยังเล็งถึงสภาพการณ์แห่งชีวิตด้วย) มาหล่อเลี้ยงเข้าสู่ภายในเรา ทำให้เรามีชีวิต และฤทธิ์เดชฝ่ายสวรรค์ที่สามารถดำเนินชีวิตฝ่ายสวรรค์ที่อยู่บนแผ่นดินโลกนี้ได้ เหมือนกับในสมัยก่อนที่พระองค์ทรงดำเนินชีวิตเช่นนี้ในขณะที่ทรงอยู่บนแผ่นดินโลก.
ฮร. 8:2 ข ฮร.9:24
ฮร. 8:2 2ข คำว่า "ที่บริสุทธิ์" ซึ่งเป็นคำนามในภาษากรีกนั้นเป็นพหูพจน์ เล็งถึงที่บริสุทธิ์ทั้งหมดในพลับพลา และถ้ากล่าวอย่างเคร่งครัดก็เล็งถึงที่บริสุทธิ์ที่สุดในท่ามกลางที่บริสุทธิ์ทั้งหมด (9:8, 12, 25; 10:19; 13:11).
ฮร. 8:3 ก ฮร.5:1
ฮร. 8:3 1 ดู 5:1 คำอธิบาย 1.
ฮร. 8:3 ข ฮร.9:14; อฟ.5:2
ฮร. 8:5 ก ฮร.9:23
ฮร. 8:5 1ก หรือ สำเนา, แม่แบบ.
ฮร. 8:5 ข กซ.2:17; ฮร.10:1
ฮร. 8:5 ค อซด.25:40
ฮร. 8:6 1 เล็งถึงหน้าที่การปฏิบัติของปุโรหิต ศัพท์ในภาษากรีกมีที่มาเดียวกันกับคำว่า "ผู้ปฏิบัติ" ในข้อ 2.
ฮร. 8:6 ก ฮร.9:15; 12:24
ฮร. 8:6 2ก ในการปฏิบัติฝ่ายสวรรค์ของพระองค์นั้นพระคริสต์ผู้เป็นคนกลางผู้นี้ยังทรงเป็นผู้ปฏิบัติของพันธสัญญาใหม่ (พินัยกรรมใหม่) ที่ทรงมอบไว้เป็นมรดกแก่เราโดยการตายของพระองค์อีกด้วย.
ฮร. 8:6 ข ฮร.8:8; 9:15; 12:24
ฮร. 8:6 3ข พันธสัญญาที่ประเสริฐกว่าไม่เพียงได้ตั้งขึ้นโดยคำสัญญาที่ประเสริฐกว่าแห่งกฎบัญญัติที่ประเสริฐกว่า (กฎบัญญัติแห่งชีวิตที่อยู่ภายใน — ข้อ 10-12) เท่านั้น แต่ยังสำเร็จลงโดยเครื่องบูชาอันประเสริฐกว่าของพระคริสต์ (9:23) ที่ได้ถวายเพื่อสำเร็จการไถ่ที่นิรันดร์เพื่อเรา (9:12) และโดยพระโลหิตที่ประเสริฐกว่าซึ่งได้ชำระมโนธรรมของเรา (9:14). ยิ่งกว่านี้ องค์มหาปุโรหิตแห่งพันธสัญญาที่ประเสริฐกว่า ซึ่งเป็นพระบุตรองค์นิรันดร์ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่นี้ยังได้ทำหน้าที่การปฏิบัติที่ล้ำเลิศกว่า (ข้อ 6) อยู่ในพลับพลาที่ยิ่งใหญ่กว่าและครบสมบูรณ์กว่าอีกด้วย (9:11).
ฮร. 8:6 ค ฮร.7:22
ฮร. 8:6 4 พันธสัญญาเดิมเป็นกฎบัญญัติเก่าที่พระเจ้าทรงตั้งขึ้นฉันใด พันธสัญญาใหม่ก็เป็นกฎบัญญัติใหม่ที่พระเจ้าทรงตั้งขึ้นฉันนั้น ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 10 -12.
ฮร. 8:6 ง ฮร.8:8-12; ยรม.31:31-34
ฮร. 8:6 5 คำสัญญาที่ประเสริฐกว่าได้ให้ไว้ใน ยรม.31:31-34 และถูกยกมาอ้างอิงในข้อ 8 -12 ของบทนี้และใน 10:16-17.
ฮร. 8:7 ก ฮร.8:13; 9:1
ฮร. 8:7 1ก พันธสัญญาแรกก็คือพันธสัญญาเดิม ส่วนพันธสัญญาที่สองก็คือพันธสัญญาใหม่.
ฮร. 8:7 2 หรือ สถานที่, ตำแหน่ง โดยมีความหมายเปลี่ยนไปเป็น เหตุผล, เงื่อนไข.
ฮร. 8:7 ข ฮร.7:12, 18
ฮร. 8:8 ก ข้อ 8-12: ยรม.31:31-34
ฮร. 8:8 ข ฮร.8:13; 9:15; 12:24; ลก.22:20; 1กธ.11:25
ฮร. 8:10 ก ฮร.10:16
ฮร. 8:10 1 ถ้อยคำในตอนนี้ยกอ้างมาจาก ยรม.31:33 ซึ่งคำว่า "กฎบัญญัติ" ในที่นั่นเป็นเอกพจน์ แต่ในข้อนี้เป็นพหูพจน์. กรณีนี้ก็พิสูจน์ว่ากฎบัญญัติที่มีหนึ่งเดียวนี้ได้แผ่ขยายออกไปจนกลายเป็นกฎบัญญัติมากมาย. กฎบัญญัติหนึ่งเดียวนี้ก็คือกฎแห่งชีวิตนั่นเอง (ดู กฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตใน รม.8:2). ทุกชีวิตล้วนมีกฎอยู่กฎหนึ่ง. ชีวิตยิ่งสูงส่ง กฎของชีวิตก็จะยิ่งสูงส่งไปด้วย. ชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราได้รับจากพระเจ้านั้นเป็นชีวิตที่สูงสุด ดังนั้นชีวิตนี้จึงมีกฎที่สูงสุดด้วย ซึ่งก็คือกฎที่ได้กล่าวไว้ในที่นี้นั่นเอง. พระเจ้าทรงนำกฎที่สูงสุดนี้มาใส่ไว้ในวิญญาณของเราโดยการแจกจ่ายชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เข้าสู่ภายในตัวเรา จากนั้นกฎนี้ก็จะแผ่ขยายจากวิญญาณของเราไปสู่ทุกส่วนที่อยู่ภายในตัวเราเช่น ความคิด, อารมณ์, ความตั้งใจ และได้กลายเป็นกฎหลายกฎ.
กฎแห่งชีวิตนี้ต่างกับกฎบัญญัติแห่งตัวอักษร. กฎแห่งชีวิตได้คอยควบคุมให้เราอยู่ในกฎเกณฑ์จากภายในเราโดยองค์ประกอบแห่งชีวิตและตามองค์ประกอบของชีวิต. ส่วนกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรนั้นอยู่ภายนอกคอยควบคุมเราให้อยู่ในกฎเกณฑ์โดยตัวอักษรที่ตายและตามตัวอักษรที่ตาย. กฎบัญญัติแห่งตัวอักษรที่ตายนั้นขึ้นอยู่กับคำสอนทางภายนอก แต่กฎแห่งชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกทางภายใน. ไม่ว่าเราทั้งหลายจะเป็นผู้ใหญ่หรือผู้น้อย ในเมื่อเราทุกคนล้วนมีกฎแห่งชีวิต เราจึงไม่ต้องการคำสอนทางภายนอกตามกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรอีก (ข้อ 11).
ฮร. 8:10 2 คำว่า "ความคิด" ในที่นี้สอดคล้องกับวลี "ส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายใน" (แปลตามตรง) ใน ยรม.31:33. สิ่งนี้พิสูจน์ว่า ความคิดเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ภายในและยังเป็นการอธิบายถึงความหมายของวลี "ส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายใน" อีกด้วย. ส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในไม่ได้มีเพียงความคิดเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงอารมณ์และความตั้งใจด้วย. ทั้งสามส่วนนี้ล้วนเป็นส่วนประกอบของใจที่กล่าวไว้ในวรรคหลังของข้อนี้.
ฮร. 8:10 3 พระเจ้าทรงเอากฎบัญญัติของพระองค์ใส่ไว้ในเราก่อน จากนั้นทรงจารึกไว้ที่ใจของเรา. พระองค์ทรงจารึกขณะที่เรากำลังประสบการณ์กับกฎแห่งชีวิตนั้น.
ฮร. 8:10 4 แปลตามตรงคือ เราจะเป็นพระเจ้าสำหรับเขา.
ฮร. 8:10 5 แปลตามตรงคือ เขาจะเป็นพลไพร่สำหรับเรา. การที่เราเป็นพลไพร่สำหรับพระเจ้าและพระองค์เป็นพระเจ้าสำหรับเรานั้นเป็นไปตามกฎแห่งชีวิต. ในวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้านั้นมีกฎแห่งชีวิตเป็นพื้นฐานอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการประพฤติของเราในวันนี้จึงไม่ต้องดำเนินตามความรู้ในกฎบัญญัติแห่งตัวอักษร แต่ตามความรู้สึกในกฎแห่งชีวิต.
ฮร. 8:11 ก 1ยฮ.2:27
ฮร. 8:11 1 ในข้อนี้คำว่า "รู้จัก" มาจากศัพท์ภาษากรีกที่ต่างกันสองคำ: คำแรกคือ ginosko (กินอสโก) ซึ่งหมายถึงความรู้แห่งทัศนะภายนอกที่อยู่ทางภายนอก; คำหลังคือ oida (โออิดะ) ซึ่งหมายถึงความรู้สึกแห่งทัศนะภายในที่อยู่ทางภายใน. ใน ยฮ.8:55 องค์พระเยซูเจ้าตรัสแก่พวกฟาริซายว่าเขาทั้งหลายไม่เคยรู้จัก (กินอสโก) พระบิดา (แม้กระทั่งความรู้แห่งทัศนะภายนอกที่อยู่ทางภายนอกก็ยังไม่มี) แต่พระองค์ทรงรู้จัก (โออิดะ) พระบิดา (ตามความรู้สึกแห่งทัศนะภายในที่อยู่ทางภายใน). ทั้งสองคำนี้ก็ได้ถูกใช้พร้อมกันใน 1ยฮ.2:29 ด้วย.
ฮร. 8:12 ก ฮร.10:17
ฮร. 8:12 1 ในภาษากรีก คำว่า "อภัย" ในข้อนี้เป็นรากศัพท์ของคำว่า "ระงับข้อพิพาท" ใน 2:17. การอภัยก็คือการระงับข้อพิพาทเพื่อความบาปของเรา (ดู 2:17 คำอธิบาย 4). ในพันธสัญญาใหม่มีพระพรสี่ประการที่ทรงสัญญาว่าจะประทานให้แก่เราคือ (1) การอภัยต่อการอธรรมของเราและการลืม (ยกโทษให้) ความบาปของเรา (ข้อ 12); (2) การแจกจ่ายกฎแห่งชีวิตโดยการแจกจ่ายชีวิตของพระเจ้าเข้าสู่ภายในเรา (ข้อ 10ก); (3) มีสิทธิพิเศษให้พระเจ้าเป็นพระเจ้าของเราและเราเป็นพลไพร่ของพระองค์ ซึ่งก็คือการที่ชีวิตนี้ทำให้เราสามารถมีส่วนในการรับสุขพระเจ้าในการสามัคคีธรรมกับพระองค์ (ข้อ10ข); และ (4) การใช้งานของชีวิตที่ทำให้เรารู้จักพระเจ้าในหนทางที่อยู่ภายในของชีวิต (ข้อ 11). ถ้าพิจารณาตามพันธสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงตั้งไว้ พระพรทั้งสี่ประการนี้ก็คือพระสัญญา. แต่ถ้าพิจารณาตามพินัยกรรมที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบไว้แก่เรา พระพรทั้งสี่ประการนี้คือมรดกของพระองค์. ดู 9:16 คำอธิบาย 1.
ฮร. 8:12 2 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
ฮร. 8:13 ก ฮร.8:8; 9:15
ฮร. 8:13 1 คือพันธสัญญาเดิม. ใน 9:1 ก็เช่นเดียวกัน.
ฮร. 8:13 ข ฮร.7:12, 18
สารบัญ