เฮ็บราย บทที่ 7
(2) เป็นมหาปุโรหิตอยู่ตลอดกาล, ยิ่งใหญ่, ทรงพระชนม์อยู่,
และสามารถช่วยให้รอดจนถึงที่สุด
7:1-28
และสามารถช่วยให้รอดจนถึงที่สุด
7:1-28
ฮร.
7:1 1ด้วยว่า2กมัลคีเซเด็ค 2กษัตริย์ของเมืองซาเล็ม ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุดนี้ เป็นผู้ได้ต้อนรับอับราฮามเมื่อท่านกลับจากขการฆ่าฟันกษัตริย์ทั้งหลายนั้นและได้อวยพรแก่ท่าน.
ฮร.
7:2 อับราฮามยังได้กแบ่งของทั้งหลายถวายแก่มัลคีเซเด็คถึงหนึ่งในสิบ. ประการแรก[นามมัลคีเซเด็คนั้น]มีความหมายว่า 1ขกษัตริย์แห่งความชอบธรรม และประการต่อมาท่านยังเป็นกษัตริย์แห่งซาเล็ม ซึ่งก็คือ1คกษัตริย์แห่งสันติสุขอีกด้วย.
ฮร.
7:3 ท่านไม่มี1บิดามารดา, ไม่มีลำดับวงศ์, ไม่มีกวันเริ่มต้นและขการสิ้นสุดแห่งชีวิตแต่เป็นเหมือนพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งเป็นปุโรหิตคอยู่ตลอดกาล.
ฮร.
7:4 จงคิดดูเถิด ท่านผู้นี้1กยิ่งใหญ่เพียงใด ที่แม้แต่อับราฮามผู้เป็นต้นตระกูลของเรานั้นยังต้องคัดของชั้นยอดจากที่ริบมาถวายให้แก่ท่านถึงหนึ่งในสิบ
ฮร.
7:5 ฝ่ายบรรดาผู้ที่เป็นลูกหลานของเลวี ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับหน้าที่การปฎิบัติแห่งปุโรหิตนั้น ได้รับคำสั่งตามกฎบัญญัติให้รับกหนึ่งในสิบจากประชาชน คือจากพวกพี่น้องของตน แม้พวกพี่น้องเหล่านั้นจะออกมาจากบั้นเอวของอับราฮาม.
ฮร.
7:6 แต่มัลคีเซเด็คผู้ไม่ได้มีลำดับวงศ์เดียวกันกับพวกเขากลับได้รับหนึ่งในสิบจากอับราฮามและยัง1กอวยพรให้แก่ท่านซึ่งเป็นผู้ได้รับคำสัญญานั้น.
ฮร.
7:7 แต่1ผู้น้อยย่อมต้องรับพรจาก2ผู้ใหญ่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจแย้งได้.
ฮร.
7:8 ในกรณีหนึ่งผู้ที่ได้รับหนึ่งในสิบนั้นเป็นมนุษย์ที่จะต้องตาย แต่อีกกรณีหนึ่งเป็นกผู้ที่มีพยานยืนยันว่ายังขมีชีวิตอยู่.
ฮร.
7:9 อาจกล่าวได้ว่า 1เลวีผู้ได้รับหนึ่งในสิบนั้นก็ยังถวายหนึ่งในสิบผ่านทางอับราฮาม
ฮร.
7:10 เพราะท่านยังอยู่ในบั้นเอวของอับราฮามผู้เป็นบิดา ขณะที่มัลคีเซเด็คมาต้อนรับอับราฮาม.
ฮร.
7:11 เหตุฉะนั้นหาก[มนุษย์สามารถบรรลุถึง]ความครบสมบูรณ์โดยสถานภาพแห่งปุโรหิตของเลวีได้จริงแล้ว (เพราะประชาชนได้รับกฎบัญญัติเมื่ออยู่ภายใต้สถานภาพนี้) ทำไมยังต้องมี1ปุโรหิตตามลำดับชั้นของกมัลคีเซเด็ค โดยไม่เรียกว่า[ปุโรหิต]ตามลำดับชั้นของอาโรนอีกเล่า?
ฮร.
7:12 เพราะเมื่อกฐานะปุโรหิต1ได้หันเปลี่ยนไปแล้ว ก็จำต้องมี2ขการหันเปลี่ยนกฎบัญญัติด้วย.
ฮร.
7:13 ด้วยว่าพระองค์ที่เราพูดถึงนั้น1มาจากเผ่าอื่น ซึ่งเป็นเผ่าที่กไม่มีผู้ใดเคยได้ปรนนิบัติที่แท่นบูชาเลย.
ฮร.
7:14 เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา1ทรงออกมาจาก2กเผ่ายูดา ซึ่งเป็นเผ่าที่โมเซไม่ได้กล่าวถึงเรื่องปุโรหิตเลย.
ฮร.
7:15 และ[ถ้อยคำของเรา]ก็ยิ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้นอีก ในเมื่อปุโรหิตที่แตกต่างออกไปจะมีขึ้นตามกแบบลักษณะของมัลคีเซเด็ค
ฮร.
7:16 โดยไม่ได้ตั้งขึ้นตามกฎบัญญัติของพระบัญญัติแห่งกเลือดเนื้อ แต่ตามขฤทธิ์เดช แห่งคชีวิตที่1ไม่อาจถูกทำลายได้.
ฮร.
7:17 เพราะมีพยานว่า "ท่านเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์ ตามลำดับชั้นของกมัลคีเซเด็ค."
ฮร.
7:18 ในด้านหนึ่ง พระบัญญัติที่มีมาแต่เดิมนั้นได้1กถูกยกเลิกไปเนื่องจากขอ่อนแอและไร้ประโยชน์
ฮร.
7:19 (เพราะว่ากกฎบัญญัตินั้น1ไม่เคยทำให้สิ่งใดขสำเร็จเลย) อีกด้านหนึ่งก็ได้นำ2คความหวังที่ประเสริฐกว่าเข้ามาไว้3ที่นั่น และโดยความหวังนั้น เราทั้งหลายจึงได้ง เข้ามาใกล้ชิดพระเจ้า.
ฮร.
7:20 นอกจากนี้ การที่พระเยซูถูกตั้งเป็นปุโรหิต ก็ไม่ได้เป็นไปโดยปราศจากคำปฏิญาณ
ฮร.
7:21 (เพราะคนเหล่านั้นถูกตั้งเป็นปุโรหิตโดยปราศจากคำปฏิญาณ แต่พระองค์ถูกตั้งขึ้นโดยคำปฏิญาณอ้างถึงพระองค์ผู้ได้ตรัสแก่พระองค์ว่า "กองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปฏิญาณไว้แล้วโดยจะไม่ทรงเสียพระทัยเลยว่า 'พระองค์ทรงเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์' ")
ฮร.
7:22 เช่นนั้นเอง พระเยซูจึงทรงเป็น1ผู้ค้ำประกันแห่งกพันธสัญญาอันขประเสริฐกว่า.
ฮร.
7:23 คนเหล่านั้นถูกตั้งเป็นปุโรหิตกันหลายคน เพราะว่าความตายได้ขัดขวางไม่ให้[พวกเขา]ดำรงอยู่[ในสถานภาพนี้]ตลอดไป
ฮร.
7:24 แต่เนื่องจากพระเยซูทรงกดำรงอยู่เป็นนิตย์ สถานภาพแห่งปุโรหิตของพระองค์จึงไม่แปรเปลี่ยนไป.
ฮร.
7:25 เหตุฉะนั้นพระองค์จึงทรงกสามารถช่วยคนทั้งปวงที่ขมาหาพระเจ้าโดยพระองค์นั้นให้ได้รับความรอด1จนถึงที่สุด เพราะว่าพระองค์ทรงคพระชนม์อยู่เสมอ เพื่อ2ง ช่วยทูลขอแทนคนเหล่านั้น.
ฮร.
7:26 ด้วยว่ากมหาปุโรหิตเช่นนี้แหละที่เหมาะแก่เรา คือเป็นผู้บริสุทธิ์, ขปราศจากอุบาย, ไม่มีมลทิน, แยกจากคนบาปทั้งปวง, และ1สูงส่งกว่าคสวรรค์ทั้งหลาย
ฮร.
7:27 พระองค์ไม่เหมือนกับพวกมหาปุโรหิตที่จำเป็นต้องกถวายเครื่องบูชาสำหรับ1ขความบาปของตัวเองเสียก่อนแล้วจึงถวายสำหรับความบาปของพลไพร่อยู่ทุกวันด้วยว่าพระองค์ได้คถวายตัวของพระองค์เองเป็น[เครื่องบูชา]เพียงง ครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิตย์.
ฮร.
7:28 ด้วยว่ากฎบัญญัติได้แต่งตั้งมนุษย์ที่กอ่อนแอขึ้นเป็นมหาปุโรหิต แต่คำปฏิญาณซึ่งมาภายหลังกฎบัญญัตินั้นได้แต่งตั้งขพระบุตรขึ้นเป็นมหาปุโรหิตผู้1คสำเร็จสมบูรณ์เป็นนิตย์.
คำอธิบาย เฮ็บราย บทที่ 7
ฮร.
7:1 1 หากพิจารณาตามการงานและการปฏิบัติของพระคริสต์แล้ว จุดหันเปลี่ยนของหนังสือเล่มนี้ก็อยู่ในข้อนี้ คือหันจากแผ่นดินโลกไปสู่สวรรค์. ตั้งแต่บทที่ 1 จนจบบทที่ 6 นั้นได้เปิดเผยถึงการงานของพระคริสต์บนแผ่นดินโลกเป็นสำคัญ ซึ่งมีหน้าที่ปุโรหิตของอาโรนเป็นแบบเล็ง. ถ้อยคำในช่วงนั้นคือถ้อยคำที่เป็นฐานราก. ตั้งแต่ข้อนี้ไปได้เปิดเผยถึงการปฏิบัติบนสวรรค์ของพระคริสต์ตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค. ถ้อยคำในตอนนี้เป็นถ้อยคำที่ทำให้สำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งได้ให้เราเห็นว่าพระคริสต์ผู้อยู่บนสวรรค์ทรงปฏิบัติในพลับพลาที่อยู่บนสวรรค์อย่างไร. การชำระความบาปของพระองค์ได้มีการงานของอาโรนเป็นแบบเล็งส่วนการที่พระองค์ทรงนั่งลงที่เบื้องบน ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของผู้ทรงเดชานุภาพนั้น (1:3) เป็นไปตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค (บพส.110:1, 4). การงานบนกางเขนที่อยู่บนแผ่นดินโลกของพระองค์ซึ่งมีการงานของอาโรนเป็นแบบเล็งนั้นทำให้เราได้รับการอภัยบาป. การปฏิบัติบนพระที่นั่งในสวรรค์ของพระองค์ได้หล่อเลี้ยงให้เรามีชัยชนะต่อความบาป. กางเขนของพระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอียิปต์; พระที่นั่งของพระองค์ทรงนำเราเข้าสู่แผ่นดินคะนาอัน. ผู้เชื่อชาวเฮ็บรายมีส่วนในการงานบนกางเขนของพระองค์แล้ว บัดนี้เขาจะต้องเพียรพยายามมุ่งหน้าไปสู่การรับสุขการปฏิบัติที่อยู่บนพระที่นั่งของพระองค์.
ฮร.
7:1 ก ฮร.5:6, 10; 6:20; ยนซ.14:18-20
ฮร.
7:1 2ก มัลคีเซเด็ค แปลว่ากษัตริย์แห่งความชอบธรรม; กษัตริย์แห่งเมืองซาเล็ม หมายถึงกษัตริย์แห่งสันติสุข (ข้อ 2). ในฐานะกษัตริย์แห่งความชอบธรรม (ยซย.32:1) พระคริสต์ทรงทำให้สรรพสิ่งทั้งหลายมีความถูกต้องต่อพระเจ้าและถูกต้องต่อกันและกัน. ความชอบธรรมได้นำมาซึ่งสันติสุข (ยซย.32:17). ในฐานะกษัตริย์แห่งสันติสุขนั้น (ยซย.9:6) พระคริสต์ได้อาศัยความชอบธรรมเพื่อนำมาซึ่งสันติสุขระหว่างพระเจ้ากับเรา และในสันติสุขนี้เอง พระองค์จึงได้สำเร็จการปฏิบัติแห่งหน้าที่ของปุโรหิต. พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ได้กลายเป็นปุโรหิต ดังนั้นหน้าที่ปุโรหิตของพระองค์จึงเป็นปุโรหิตอย่างกษัตริย์ (1ปต.2:9).
ฮร.
7:1 ข ยนซ.14:17
ฮร.
7:2 ก ยนซ.14:20
ฮร.
7:2 ข บพส.72:2; ยซย.32:1
ฮร.
7:2 1ข ในตอนต้นของบทนี้มีกษัตริย์ ตอนท้ายมีพระบุตรของพระเจ้า (ข้อ 28) ซึ่งเป็นการชี้บ่งว่าพระคริสต์ทรงเป็นมหาปุโรหิตอย่างกษัตริย์และอย่างศักดิ์สิทธิ์ของเรา. การเป็นกษัตริย์ของพระองค์ได้รักษาไว้ซึ่งสภาพการณ์ที่เต็มไปด้วยความชอบธรรมและสันติสุข เพื่อพระองค์สามารถนำพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้ผ่านขั้นตอนมาหล่อเลี้ยงแก่เราเพื่อเป็นการรับสุขของเรา. สภาพพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าได้ทำให้พระองค์กลายเป็นมหาปุโรหิตที่ทรงพระชนม์อยู่และเปี่ยมด้วยชีวิตเพื่อให้พระองค์สามารถดำรงอยู่ในหน้าที่ปุโรหิตไปตลอดกาล.
ฮร.
7:2 ค ยซย.9:6; อฟ.2:14; ยซย.32:17; บพส.72:3; 85:10
ฮร.
7:3 1 ในหนังสือเยเนซิศนั้น บุคคลสำคัญทุกคนล้วนได้บันทึกลำดับวงศ์ไว้ ยกเว้นมัลคีเซเด็ค. โดยอำนาจสิทธิ์ขาดของพระวิญญาณบริสุทธิ์บทประพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้จึงไม่ได้บันทึกวันเริ่มต้นหรือการสิ้นสุดแห่งชีวิตของมัลคีเซเด็คไว้ เพื่อท่านจะได้เป็นแบบเล็งที่ถูกต้องของพระคริสต์ผู้เป็นองค์นิรันดร์ซึ่งเป็นปุโรหิตของเราตลอดกาล. กรณีนี้ก็เหมือนกับการกล่าวถึงพระบุตรของพระเจ้าในกิตติคุณโยฮัน. ในเมื่อพระบุตรของพระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์ พระองค์จึงไม่มีลำดับวงศ์ (ยฮ.1:1). แต่ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นบุตรมนุษย์พระองค์ทรงมีลำดับวงศ์ (มธ.1:1-17; ลก.3:23-38).
ฮร.
7:3 ก เทียบ ยฮ.1:1; 8:58
ฮร.
7:3 ข ฮร.1:12
ฮร.
7:3 ค ฮร.7:24
ฮร.
7:4 ก ฮร.10:21
ฮร.
7:4 1ก ข้อเท็จจริงที่อับราฮามได้ถวายของที่ริบมาให้ถึงหนึ่งในสิบนั้นเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ของมัลคีเซเด็คผู้เป็นแบบเล็งของพระคริสต์. พระคริสต์ผู้เป็นปุโรหิตตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็คนั้นทรงยิ่งใหญ่กว่าปุโรหิตทั้งหลายในตระกูลเลวี. ปุโรหิตเหล่านั้นได้ถวายหนึ่งในสิบแก่มัลคีเซเด็คโดยทางอับราฮามผู้เป็นบรรพบุรุษของตน (ข้อ 9) เพราะในขณะที่อับราฮามได้พบมัลคีเซเด็คนั้นพวกเขายังอยู่ในบั้นเอวของอับราฮามเลย (ข้อ 10).
ฮร.
7:5 ก อฤธ.18:21
ฮร.
7:6 ก ยนซ.14:19
ฮร.
7:6 1ก ข้อเท็จจริงที่มัลคีเซเด็คได้อวยพรให้แก่อับราฮามนั้นเป็นพยานอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านนั้นยิ่งใหญ่กว่าอับราฮาม (ข้อ 7).
ฮร.
7:7 1 หรือ ผู้ต่ำกว่า.
ฮร.
7:7 2 หรือ ผู้สูงส่งกว่า, ดีกว่า.
ฮร.
7:8 ก บพส.110:4; ฮร.5:6
ฮร.
7:8 ข ยฮ.14:19; วว.1:18
ฮร.
7:9 1 กรณีนี้ก็เหมือนกับการที่มวลมนุษยชาติล้วนได้ทำความบาปอยู่ในอาดาม เพราะขณะที่อาดามทำบาปนั้น มนุษยชาติทั้งมวลก็ล้วนอยู่ในบั้นเอวของเขาด้วย (รม.5:12).
ฮร.
7:11 1 หนังสือเล่มนี้มีพระคริสต์ซึ่งอยู่บนสวรรค์เป็นศูนย์กลาง และประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับพระคริสต์องค์นี้คือ พระองค์ไม่ได้เป็นปุโรหิตตามลำดับชั้นของอาโรนแต่ทรงเป็นปุโรหิตตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค. ด้านต่างๆ ของพระคริสต์ที่ได้กล่าวไว้ในบทต้นๆ เช่น การที่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า, บุตรมนุษย์, ผู้ริเริ่มความรอด, อัครทูต, และยะโฮซูอะแท้ ล้วนแต่เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นเพื่อทำให้พระองค์กลายเป็นปุโรหิตเช่นนี้ คือเป็นปุโรหิตที่สามารถหล่อเลี้ยงความต้องการทั้งหมดของเราได้และสามารถช่วยเราให้รอดได้จนถึงที่สุด.
ฮร.
7:11 ก ฮร.5:6
ฮร.
7:12 ก เทียบ ฮร.7:24
ฮร.
7:12 1 คือ หันเปลี่ยนจากลำดับชั้นของอาโรนไปเป็นลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค (ข้อ 11), จากเผ่าเลวีซึ่งเป็นตระกูลของปุโรหิตไปเป็นเผ่ายูดาซึ่งเป็นเผ่าแห่งกษัตริย์ (ข้อ 14), และจากมนุษย์ไปเป็นพระบุตรของพระเจ้า (ข้อ 28) ผู้เป็นทั้งพระบุตรองค์เดียวและพระบุตรหัวปีของพระเจ้า.
ฮร.
7:12 ข ฮร.8:7, 8, 13
ฮร.
7:12 2ข นี่เป็นการหันเปลี่ยนจากกฎบัญญัติแห่งตัวอักษรไปเป็นกฎบัญญัติแห่งชีวิต. พระคริสต์ก็ถูกตั้งขึ้นเป็นมหาปุโรหิตที่ทรงพระชนม์อยู่และดำรงอยู่ตลอดกาล (ข้อ 16) ตามกฎบัญญัติแห่งชีวิตนี้เอง.
ฮร.
7:13 1 แปลตามตรงคือ รับส่วนใน.
ฮร.
7:13 ก อฤธ.16:40
ฮร.
7:14 1 ในภาษากรีกมีความหมายเป็นนัยถึง การงอกขึ้น, การแตกหน่อ.
ฮร.
7:14 ก มธ.2:6; วว.5:5
ฮร.
7:14 2ก ในพันธสัญญาเดิมนั้น เผ่าเลวีเป็นเผ่าแห่งปุโรหิต ส่วนเผ่ายูดาเป็นเผ่าแห่งกษัตริย์. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสืบเชื้อสายมาจากเผ่ายูดา จึงเกิดการหันเปลี่ยนสถานภาพแห่งปุโรหิตขึ้นและทำให้สถานภาพการเป็นปุโรหิตและการเป็นกษัตริย์ถูกรวมไว้ในเผ่าเดียว (ซคย.6:13) ดังที่ได้ปรากฏบนตัวมัลคีเซเด็คผู้เป็นทั้งมหาปุโรหิตและเป็นทั้งกษัตริย์ด้วย (ข้อ 1).
ฮร.
7:15 ก ฮร.7:3
ฮร.
7:16 ก ฮร.9:10
ฮร.
7:16 ข รม.1:4; ฟป.3:10
ฮร.
7:16 ค 2ตธ.1:10
ฮร.
7:16 1 หรือ ไม่อาจขจัดไปได้. พระคริสต์ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเป็นมหาปุโรหิตตามตัวอักษรแห่งกฎบัญญัติที่ไร้ฤทธิ์เดช แต่ถูกตั้งขึ้นตามองค์ประกอบอันมีฤทธิ์เดชแห่งชีวิตที่ไม่อาจถูกทำลายได้ ซึ่งไม่มีสิ่งใดสามารถขจัดไปได้. ชีวิตนี้ไม่รู้สิ้นสุด, เป็นชีวิตที่นิรันดร์, ศักดิ์สิทธิ์, ไม่ได้ถูกเนรมิตสร้าง, และเป็นชีวิตแห่งการเป็นขึ้นที่ได้ผ่านการทดสอบแห่งความตายและแดนมรณา (กจ.2:24; วว.1:18). ในวันนี้พระคริสต์ก็ทรงอาศัยชีวิตนี้ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นมหาปุโรหิตของเรา. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงสามารถช่วยเราให้รอดจนถึงที่สุดได้ (ข้อ 25).
ฮร.
7:17 ก ฮร.5:6
ฮร.
7:18 ก กซ.2:14
ฮร.
7:18 1ก พระบัญญัติหรือกฎเกณฑ์แห่งกฎบัญญัติซึ่งว่าด้วยหน้าที่ปุโรหิตของเลวีได้ถูกยกเลิกเสียแล้วเพราะเป็นเพียงตัวอักษร จึงมีความอ่อนแอ. พระบัญญัติไม่ใช่เรื่องราวของชีวิตแต่เป็นพระบัญญัติที่เป็นตัวอักษรที่ตายแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไร้ประโยชน์.
ฮร.
7:18 ข รม.8:3
ฮร.
7:19 ก รม.8:3
ฮร.
7:19 1 เนื่องมาจากความอ่อนแอในเนื้อหนังของมนุษย์ กฎบัญญัติจึงไม่เคยทำให้สิ่งใดสำเร็จเลย (รม.8:3).
ฮร.
7:19 ข ฮร.9:9; 10:1; รม.8:3
ฮร.
7:19 ค ฮร.6:18; 10:23
ฮร.
7:19 2ค ความหวังที่ประเสริฐกว่านี้ก็คือหน้าที่ปุโรหิตซึ่งอยู่ในชีวิตที่ไม่อาจถูกทำลายได้ (ข้อ 16).
ฮร.
7:19 3 บนตำแหน่งที่พระบัญญัติเคยครอบครองอยู่.
ฮร.
7:19 ง ฮร.7:25; เทียบ ฮร.4:16; 10:22
ฮร.
7:21 ก บพส.110:4
ฮร.
7:22 1 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ผู้ค้ำประกัน, ผู้ที่ถูกหนังสือสัญญาผูกมัด, และผู้รับรอง มาจากรากศัพท์ที่หมายถึง มือที่มีสิ่งของมัดจำวางอยู่ โดยมีนัยว่า ผู้ค้ำประกันหรือผู้รับประกันไม่อาจหลุดจากสัญญาได้. พระคริสต์ไม่เพียงทำให้พันธสัญญาใหม่สำเร็จเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้รับประกัน เป็นผู้มัดจำว่าทุกสิ่งที่อยู่ในพันธสัญญานี้จะสำเร็จลุล่วง. การที่พระคริสต์ได้กลายเป็นผู้รับประกันแห่งพันธสัญญาที่ประเสริฐกว่านี้มีพื้นฐานอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่าพระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตที่ทรงพระชนม์อยู่และดำรงอยู่ตลอดกาล.
ฮร.
7:22 ก ฮร.8:8; 9:15; 12:24
ฮร.
7:22 ข ฮร.8:6
ฮร.
7:24 ก รม.6:9; วว.1:18
ฮร.
7:25 ก ฮร.2:18
ฮร.
7:25 ข ฮร.4:16; 11:6; 10:22; 7:19
ฮร.
7:25 1 หรือ อย่างครบสมบูรณ์, อย่างครบถ้วน, อย่างสิ้นเชิง, จนถึงที่สุดท้าย, และจนถึงนิรันดร์.
ฮร.
7:25 ค ฮร.7:8; วว.1:18
ฮร.
7:25 ง รม.8:34
ฮร.
7:25 2ง พระคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิตของเราทรงแบกรับคดีความของเราโดยการทูลขอแทนเรา. พระองค์ทรงปรากฏต่อพระพักตร์พระเจ้าแทนเราและทรงอธิษฐานเผื่อเราเพื่อให้เราได้รับการช่วยให้รอดและถูกนำเข้าสู่พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์.
ฮร.
7:26 ก ฮร.2:17
ฮร.
7:26 ข ฮร.4:15; 1ปต.2:22
ฮร.
7:26 1 เมื่อพระคริสต์เสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ได้ทรงผ่านสวรรค์ทั้งหลาย (4:14) ดังนั้นบัดนี้พระองค์จึงไม่เพียงอยู่บนสวรรค์เท่านั้น (9:24) แต่ยังสูงกว่าสวรรค์ทั้งหลาย และสูงล้ำเหนือสวรรค์ทั้งหลายอีกด้วย (อฟ.4:10).
ฮร.
7:26 ค ฮร.4:14
ฮร.
7:27 ก ฮร.5:1
ฮร.
7:27 ข ฮร.5:3
ฮร.
7:27 1ข ภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
ฮร.
7:27 ค ฮร.9:14
ฮร.
7:27 ง ฮร.9:12, 28; 10:10
ฮร.
7:28 ก ฮร.5:2
ฮร.
7:28 ข ฮร.5:5-6
ฮร.
7:28 ค ฮร.5:9
ฮร.
7:28 1ค หมายถึง ทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อบรรลุจุดหมาย ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยถึงการทำให้กลายเป็นผู้มีคุณสมบัติ. พระบุตรในที่นี้เล็งถึงพระบุตรของพระเจ้า พระองค์จะต้องไม่ใช่พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าเท่านั้นอย่างแน่นอน แต่เป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้าด้วย. พระองค์ทรงสำเร็จสมบูรณ์เป็นนิตย์ โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง, ดำเนินชีวิตมนุษย์, ตาย, และเป็นขึ้น. บัดนี้พระองค์ทรงได้รับความสำเร็จสมบูรณ์, ถูกตกแต่งไว้พร้อม, และมีคุณสมบัติอย่างครบถ้วนที่จะเป็นมหาปุโรหิตที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา.