การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

เฮ็บราย บทที่ 6

ฮร. 6:1 เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้ละจาก1พระคำ2กเบื้องต้นของพระคริสต์แล้ว ก็ให้เรา3เพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์และ4ขความสุกงอม โดยไม่ต้องไปวางฐานรากซ้ำอีกในเรื่องคการกลับใจเสียใหม่จากง การประพฤติที่ตายแล้ว, ในเรื่องจความเชื่อในพระเจ้า,
ฮร. 6:2 ในเรื่องคำสอนว่าด้วย1กบัพติศมา, ในเรื่องขการวางมือ, ในเรื่องคการที่คนตายจะเป็นขึ้นมา, และในเรื่องง การพิพากษานิรันดร์.
ฮร. 6:3 ถ้าพระเจ้าทรงโปรดอนุญาต เราก็จะ1กระทำเช่นนี้.
ฮร. 6:4 เพราะว่าคนเหล่านั้นที่เคยได้รับกการส่องสว่างมาแล้ว และเคยลิ้มรส1ขของประทานฝ่ายสวรรค์ และได้2ครับส่วนในง พระวิญญาณบริสุทธิ์
ฮร. 6:5 และเคยกลิ้มรส1ขถ้อยคำอันดีงามของพระเจ้าและ2ฤทธิ์เดชแห่งยุคคที่จะมาถึง
ฮร. 6:6 หาก1เบี่ยงเบนไปแล้ว ก็ย่อม2เป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขามาเริ่มต้นใหม่โดยการกลับใจซ้ำอีก ซึ่งเป็น3กการตรึงพระบุตรของพระเจ้าเพื่อตัวเขาเองซ้ำอีกครั้งหนึ่งและ3ทำให้พระองค์ต้องอับอายต่อหน้าธารกำนัล.
ฮร. 6:7 ด้วยว่าผืนแผ่นดินที่ได้1ดูดซับ2น้ำฝนที่ตกลงมาเนืองๆ และ3เกิดผลผลิตพวกพืชผักซึ่งเหมาะที่จะให้ผู้เพาะปลูกได้ใช้ประโยชน์ ย่อมได้รับพระพรที่มาจากพระเจ้า.
ฮร. 6:8 แต่หากมี1กต้นหนามและหญ้าหนามงอกขึ้น ดินนั้นก็จะ2ถูกทอดทิ้ง และ3เกือบจะเป็นที่สาปแช่ง แล้วในที่สุดก็จะ4ขถูกเผาเสีย.
ฮร. 6:9 แต่ท่านที่รักทั้งหลาย แม้ว่าเราพูดอย่างนั้น เราก็เชื่อแน่ว่า สภาพการณ์ของท่านคงดีกว่านั้น และล้วนเป็น1สิ่งที่เกี่ยวพันกับ2ความรอด.
ฮร. 6:10 เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้อธรรม ที่จะทรงลืมกการงานของท่านและความรักที่ท่านได้สำแดง1เพื่อขพระนามของพระองค์ ในการที่ท่านได้2คหล่อเลี้ยงวิสุทธิชนนั้นและยังคงหล่อเลี้ยงอยู่.
ฮร. 6:11 แต่เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้พวกท่านแต่ละคนสำแดงความขยันอย่างเดียวกันนี้กจนถึงที่สุด จนมีขความแน่ใจอย่างบริบูรณ์ในคความหวังของท่าน
ฮร. 6:12 เพื่อท่านจะไม่เป็นคน1เกียจคร้าน แต่เป็นกผู้ทำตามอย่างคนเหล่านั้นที่ขได้รับคำสัญญาเป็นมรดกโดยอาศัยคความเชื่อและความอดทนนาน.
ฮร. 6:13 เพราะเมื่อพระเจ้าได้ทรงทำสัญญาไว้กับอับราฮามนั้น เนื่องจากไม่มีผู้ใดที่ยิ่งใหญ่กว่าให้อ้างถึงในคำสาบานได้อีก พระองค์จึงทรงกสาบานโดยอ้างถึงพระองค์เอง
ฮร. 6:14 โดยตรัสว่า "กถ้าว่าด้วยพระพร เราจะอวยพรแก่เจ้า ถ้าว่าด้วยการเพิ่มทวีเราก็จะให้เจ้ามีพงศ์พันธุ์ทวีมากขึ้นอย่างแน่นอน."
ฮร. 6:15 ดังนั้น เมื่ออับราฮามได้กอดทน[รอคอย]แล้ว ท่านก็ได้รับขสิ่งที่ทรงสัญญานั้น.
ฮร. 6:16 ด้วยว่าฝ่ายมนุษย์ย่อมสาบานโดยอ้างถึงผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่า และการให้คำปฏิญาณเพื่อยืนยันนั้นทำให้ข้อโต้เถียงทั้งสิ้นจบลง.
ฮร. 6:17 ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระเจ้าทรงประสงค์จะสำแดงให้กบรรดาทายาทที่จะรับคำสัญญารู้ให้แน่ใจยิ่งขึ้นว่าพระดำริของพระองค์นั้นขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ พระองค์จึงได้ทรงแทรกคำปฏิญาณไว้เพื่อค้ำประกันด้วย
ฮร. 6:18 เพื่อเราผู้ได้1หนีมายัง2ที่หลบภัยจะได้ยึดมั่นในกความหวังที่มีอยู่ตรงหน้าเพื่อจะได้รับการหนุนใจที่เข้มแข็ง โดย3สองสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะตรัสขมุสาในสิ่งเหล่านี้
ฮร. 6:19 เรามีความหวังนี้เป็นเสมือน1สมอของจิต ทั้งแน่นอนและมั่นคง และยังได้ผ่าน2เข้าไปในม่าน
ฮร. 6:20 อันเป็นที่ซึ่ง1กองค์ผู้บุกเบิกคือพระเยซู ได้เสด็จเข้าไปเพื่อเราแล้ว และได้ทรงกลายเป็นมหาปุโรหิตเป็นนิตย์ ตามลำดับชั้นของขมัลคีเซเด็ค.

คำอธิบาย เฮ็บราย บทที่ 6

ฮร. 6:1 1 หรือ พระคำในระยะแรกเริ่ม. พระคำเบื้องต้นของพระคริสต์ก็หมายถึงหกประการที่ได้กล่าวไว้ในข้อนี้และข้อต่อไป ซึ่งได้ก่อรูปขึ้นเป็นฐานรากแห่งการดำเนินชีวิตของคริสเตียนคือ (1) การกลับใจเสียใหม่จากการประพฤติที่ตายแล้ว, (2) ความเชื่อในพระเจ้า, (3) คำสอนว่าด้วยบัพติศมา, (4) การวางมือ, (5) การที่คนตายจะเป็นขึ้นมา, และ (6) การพิพากษาที่นิรันดร์. ทั้งหกประการนี้แบ่งเป็นสามคู่. ประการแรกในแต่ละคู่ชี้ถึงการที่เราได้ออกจากสถานการณ์ทางด้านลบบางอย่าง ประการหลังชี้ถึงการที่เราเข้าสู่สิ่งที่อยู่ในด้านบวก. การกลับใจเสียใหม่เป็นการหันออกจากการประพฤติที่ตายแล้ว ความเชื่อเป็นหนทางเข้าสู่ในพระเจ้า. บัพติศมาเป็นการแบ่งแยกและสิ้นสุดสิ่งของด้านลบ ส่วนการวางมือเป็นการประสานสนิทและการสามัคคีธรรมในสิ่งของที่ศักดิ์สิทธิ์. การที่คนตายจะเป็นขึ้นมาเป็นการออกมาจากความตาย ส่วนการพิพากษาที่นิรันดร์เป็นการเข้าสู่โลกนิรันดร์และชะตาชีวิตที่นิรันดร์.
ฮร. 6:1 ก ฮร.5:12
ฮร. 6:1 2ก คำว่า "เบื้องต้นของพระคริสต์" ไม่เพียงครอบคลุมถึงประสบการณ์ในชั้นเบื้องต้นที่ผู้เชื่อมีต่อพระคริสต์ ดังเช่นหกประการที่อยู่ในวรรคหลังของข้อนี้และข้อ 2 เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการปฏิบัติในช่วงเวลาแรกของพระคริสต์อีกด้วย ซึ่งก็คือการงานทุกอย่างของพระองค์ที่ได้บันทึกไว้ในกิตติคุณทั้งสี่เล่ม. ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วทุกคนล้วนเคยประสบการณ์เกี่ยวกับเบื้องต้นของพระคริสต์มาแล้ว เหมือนที่ชาวเฮ็บรายได้ประสบการณ์ แต่นี้ไปพวกเขาควรจะแสวงหาที่จะบรรลุถึงความครบสมบูรณ์ คือความสุกงอม. องค์พระผู้เป็นเจ้าประสงค์ที่จะทำให้ความครบสมบูรณ์นี้สำเร็จลุล่วงในการปฏิบัติฝ่ายสวรรค์ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาต่อมาของพระองค์ ดังที่ได้เปิดเผยไว้ในหนังสือเล่มนี้.
ฮร. 6:1 3 เพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์และความสุกงอม หรือถูกนำไปสู่ความสุกงอม. ในประสบการณ์ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรานั้นจำต้องมีการกระทำขององค์พระผู้เป็นเจ้าในด้านหนึ่ง และยังต้องประสานกับการแสวงหาของเราในอีกด้านหนึ่งเสมอ. องค์พระผู้เป็นเจ้าประสงค์ที่จะนำเราไปสู่ความสุกงอม แต่เรายังคงต้องร่วมมือกับพระองค์โดยการเพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์ คือความสุกงอมด้วย.
องค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการนำพาเราให้มุ่งไปข้างหน้า แต่เราก็ต้องยอมให้พระองค์นำพาด้วย. นี่เป็นการที่เราร่วมมือกับการงานแห่งพระคุณของพระองค์ด้วยความเต็มใจ. ถ้าเราจะเพียรพยายามมุ่งหน้าไปถึงความครบสมบูรณ์ และความสุกงอมเราก็จำเป็นต้องร่วมรับสุขในสิ่งที่พระคริสต์ทรงบรรลุถึงนั้น (1:9; 3:14), ต้องเพียรพยายามเข้าสู่การพักสงบแห่งวันซะบาโตที่ยังมีอยู่ (4:9, 11), ต้องมาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณเพื่อจะได้รับพระเมตตาและได้พบพระคุณ (4:16), และต้องกินอาหารแข็งเพื่อรับสุขพระคริสต์เป็นมหาปุโรหิตของเราตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค (5:9-10, 14).
ฮร. 6:1 ข ฮร.5:14
ฮร. 6:1 4ข หรือ ความครบสมบูรณ์.
ฮร. 6:1 ค มก.1:15; กจ.5:31; 20:21
ฮร. 6:1 ง ฮร.9:14
ฮร. 6:1 จ รม.1:17; อฟ.2:8
ฮร. 6:2 ก ฮร.9:10; ลวต.6:27; มก.7:4
ฮร. 6:2 1ก ในภาษากรีก คำว่า "บัพติศมา" เป็นคำเดียวกันกับคำว่า "ล้างชำระ" ใน 9:10 และคำว่า "ล้าง" ใน มก.7:4. คำนี้ชี้ถึงการล้างชำระเครื่องใช้และภาชนะที่ใช้ในการปรนนิบัติพระเจ้าในพลับพลาหรือในพระวิหาร (ลวต.6:28) และยังอาจชี้ถึงการชำระล้างของพวกปุโรหิตด้วย (อซด.30:18-21; ลวต.16:4). แน่นอนทีเดียว เรื่องนี้ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของผู้เชื่อชาวเฮ็บรายเช่นกัน. แต่ในหลักการของเรื่องนี้ก็เหมือนกับบัพติศมาในพันธสัญญาใหม่ คือเป็นการชำระล้างและสิ้นสุดไปซึ่งสิ่งที่อยู่ในด้านลบนั่นเอง.
ฮร. 6:2 ข กจ.6:6; 8:17; 9:17; 13:3; 19:6; 28:8; 1ตธ.4:14; 2ตธ.1:6
ฮร. 6:2 ค มธ.22:31; กจ.4:2; 23:6
ฮร. 6:2 ง ฮร.9:27; รม.2:5; วว.20:12, 13
ฮร. 6:3 1 หมายถึงเราจะกระทำตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1 คือเพียรพยายามมุ่งหน้าไปสู่ความครบสมบูรณ์ซึ่งก็คือ ความสุกงอม จะไม่มาวางฐานรากซ้ำอีก.
ฮร. 6:4 ก ฮร.10:32; ยฮ.1:9; 2กธ.4:6
ฮร. 6:4 ข กจ.2:38; รม.6:23
ฮร. 6:4 1ข ของประทานฝ่ายสวรรค์เล็งถึงการที่พระเจ้าทรงประทานสิ่งของฝ่ายสวรรค์ให้แก่เรา เช่น การอภัยบาป, ความชอบธรรม, ชีวิตของพระเจ้า, สันติสุข, และความชื่นชมยินดี ซึ่งเราได้รับมาในขณะที่เราได้กลับใจและเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฮร. 6:4 ค ฮร.3:1; 12:8
ฮร. 6:4 2ค แปลตามตรงคือ กลายเป็นผู้ร่วมรับส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์. พระวิญญาณบริสุทธิ์คือสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะประทานให้แก่เราในกิตติคุณของพระองค์ (ฆต.3:14). พระเจ้าได้ทรงเรียกเราจากสวรรค์ทั้งหลาย ให้เรามารับสิ่งของฝ่ายสวรรค์ เพื่อให้เรากลายเป็นผู้ร่วมรับส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์และมีส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์. โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้านี้เอง เราทั้งหลายจึงสามารถดำเนินชีวิตฝ่ายสวรรค์บนแผ่นดินโลกได้และรับส่วนในการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า. ในเมื่อเราเป็นผู้ร่วมรับส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว เราก็จะได้รับพระเจ้าเป็นการรับสุขของเรา. ดู 3:14 คำอธิบาย 1.
ฮร. 6:4 ง 2กธ.1:22; 5:5; ฆต.3:2, 5, 14; อฟ.1:13; 1ยฮ.3:24; 4:13
ฮร. 6:5 ก 1ปต.2:3
ฮร. 6:5 ข ฮร.6:1; เทียบ 5:13
ฮร. 6:5 1ข ในภาษากรีกเล็งถึงพระคำในยามฉับพลันของพระเจ้า. ถ้อยคำอันดีงามของพระเจ้าในที่นี้เล็งถึงพระคำเบื้องต้นของพระคริสต์ที่กล่าวไว้ในข้อ 1 ซึ่งก็คือน้ำนมที่ผู้เชื่อชาวเฮ็บรายเคยได้ลิ้มรสมาแล้วในขณะที่เชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า. บัดนี้เขาต้องมุ่งหน้าไปสู่ถ้อยคำที่ลึกซึ้งกว่า คือถ้อยคำแห่งความชอบธรรม (5:13) ซึ่งไม่ได้เป็นถ้อยคำที่เกี่ยวกับการไถ่ของพระเจ้าเป็นประการสำคัญ แต่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์แห่งแผนการบริหารของพระเจ้า และเป็นอาหารแข็งที่จะทำให้เขาทั้งหลายบรรลุถึงความสมบูรณ์ คือความสุกงอม (ข้อ 1).
ฮร. 6:5 2 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์. คำว่า "ฤทธิ์เดช" ในที่นี้เล็งถึงฤทธิ์เดชที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนวลีที่ว่า "ยุคที่จะมาถึง" เล็งถึงยุคแห่งอาณาจักรที่จะมาถึง. ฤทธิ์เดชที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรที่จะมาถึงนั้นจะฟื้นสภาพ, เปลี่ยนใหม่, และฟื้นฟูสรรพสิ่งทั้งปวงที่ได้เก่าแก่ไป (มธ.19:28). ในขณะที่ผู้เชื่อได้บังเกิดใหม่ (ตต.3:5) พวกเขาล้วนได้ลิ้มรสฤทธิ์เดชที่ศักดิ์สิทธิ์นี้มาแล้วและก็ได้ฟื้นสภาพ, เปลี่ยนใหม่, และฟื้นฟู.
ฮร. 6:5 ค ฮร.2:5
ฮร. 6:6 1 วลีที่ว่า "เบี่ยงเบนไป" เล็งถึงข้อเท็จจริงที่คริสเตียนชาวเฮ็บรายได้หันเหไปจากหลักความเชื่ออันบริสุทธิ์หมดจดของคริสเตียน โดยได้หันกลับไปสู่ศาสนายูดายที่เก่าแก่และเป็นไปตามประเพณีของตน. โดยหลักการแล้ว สิ่งนี้สามารถปรับใช้ได้กับคริสเตียนทุกคนที่ได้หลงผิดไปจากแนวทางที่ถูกต้องแห่งหลักเกณฑ์ของพระเจ้า.
ฮร. 6:6 2 คนเหล่านั้นที่เคยได้รับการส่องสว่าง, เคยลิ้มรสของประทานฝ่ายสวรรค์, ได้รับส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์, ได้ลิ้มรสถ้อยคำอันดีงามของพระเจ้าและฤทธิ์เดชแห่งยุคที่จะมาถึง ล้วนได้วางฐานรากไปแล้วในขณะที่เขาได้เชื่อ. ถ้าเขาหลงผิดไปและได้หันกลับมาอีก เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปวางฐานรากซ้ำอีก (ข้อ 1) เขาเพียงแต่มุ่งหน้าต่อไป เพียรพยายามมุ่งไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์และความสุกงอมก็ใช้ได้แล้ว. เขาไม่จำเป็นต้องไปกลับใจเสียใหม่ซ้ำอีก เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลับไปเริ่มต้นโดยการกลับใจเสียใหม่อีก. ในข้อ 1 ชี้บ่งว่าไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้, ข้อ 6 กล่าวว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้, และข้อ 7-8 ชี้ให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง.
ฮร. 6:6 ก เทียบ ฮร.10:29
ฮร. 6:6 3ก คำว่า "ตรึง" และ "ทำให้...อับอาย" เป็นคำที่มาขยายคำว่า "เริ่มต้นใหม่". วลีที่ว่า "เริ่มต้นใหม่โดยการกลับใจ" หมายถึงการมากลับใจซ้ำอีกทั้งที่เคยกลับใจไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น. การทำเช่นนี้เป็นการตรึงพระบุตรของพระเจ้าซ้ำอีกครั้งหนึ่งและทำให้พระองค์ต้องอับอายต่อหน้าธารกำนัล.
ฮร. 6:7 1 แปลตามตรงคือ ดื่ม.
ฮร. 6:7 2 น้ำฝนในที่นี้เล็งถึงสิ่งดีห้าประเภทที่กล่าวไว้ในข้อ 4-5.
ฮร. 6:7 3 วลีที่ว่า เกิดผลผลิต เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการเพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์และความสุกงอม (ข้อ 1). ผู้เชื่อซึ่งเป็นเหมือนกับไร่นานั้นได้รับการไถพรวนจากพระเจ้าเพื่อเขาจะได้เกิดผลผลิตพระคริสต์เป็นเหมือนกับพืชผัก เพื่อบรรลุถึงความครบสมบูรณ์และความสุกงอม. โดยการเกิดผลผลิตพระคริสต์เช่นนี้พวกเขาก็จะได้รับพระพรที่มาจากพระเจ้า.
ฮร. 6:8 ก ยนซ.3:18
ฮร. 6:8 1ก ถ้าพูดอย่างเคร่งครัดแล้ว ต้นหนามและหญ้าหนามในที่นี้ชี้ถึงสิ่งที่อยู่ในประเพณีแห่งศาสนาเก่าของผู้เชื่อชาวเฮ็บราย
ฮร. 6:8 2 หรือ ไม่ถูกรับรอง (1กธ.9:27), ขาดคุณสมบัติ, ถูกนับว่าใช้การไม่ได้. หากผู้เชื่อไม่เพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนถึงความครบสมบูรณ์และความสุกงอม แต่กลับถอยไปสู่สิ่งเก่าอีก เขาจะไม่ได้รับการรับรองจากพระเจ้า จะถูกนับว่าใช้การไม่ได้.
ฮร. 6:8 3 ทันทีที่ผู้เชื่อได้รับความรอด เขาก็จะไม่มีทางที่จะกลายเป็นที่สาปแช่งอย่างแท้จริง. แต่ถ้าเขาไม่มุ่งหน้าต่อไปเพื่อให้พระคริสต์จำเริญงอกงามขึ้น แต่ยังไปยึดติดกับสิ่งที่ทำให้พระเจ้าไม่ชอบพระทัยแล้ว เขาก็เกือบจะเป็นที่สาปแช่ง คือต้องทนรับการลงโทษจากการจัดการในการปกครองของพระเจ้า (เทียบกับการตีสอนใน 12:7-8). คำว่า "เกือบจะเป็นที่สาปแช่ง" นั้นต่างไปจากการพินาศนิรันดร์ซึ่งเป็นการสาปแช่งที่แท้จริงอย่างสิ้นเชิง.
ฮร. 6:8 ข 1กธ.3:13, 15
ฮร. 6:8 4ข ผืนแผ่นดินย่อมไม่อาจถูกเผาอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่งอกขึ้นจากดินนั้นถูกเผาผลาญไปได้. ผู้เชื่อย่อมไม่อาจถูกเผาผลาญไปได้ แต่ทุกสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามแผนการบริหารของพระเจ้าซึ่งเขาทั้งหลายได้งอกขึ้นนั้นล้วนจะต้องถูกเผาผลาญทิ้งไป. ผู้เชื่อก็คือไร่นาของพระเจ้า. แต่สิ่งที่เป็นไม้, หญ้าแห้ง, และฟางซึ่งจำเริญงอกงามมาจากเขาล้วนต้องถูกเผาเสีย (1กธ.3:9, 12).
ฮร. 6:9 1 การมีต้นหนามและหญ้าหนามงอกขึ้น (ข้อ 8) ไม่ใช่สิ่งที่เกี่ยวกับความรอด. การเอาใจใส่ในสิ่งซึ่งเราได้ยิน (2:1), การเพียรพยายามเข้าสู่การพักสงบซึ่งทรงสัญญาไว้ (4:11), การมาถึงหน้าพระที่นั่งแห่งพระคุณ (4:16), และเพียรพยายามมุ่งหน้าไปจนบรรลุถึงความครบสมบูรณ์ถึงความสุกงอม (ข้อ 1) จึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับความรอด.
ฮร. 6:9 2 ความรอดในที่นี้หมายถึงความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือ "ความรอดอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้" ที่ได้กล่าวไว้ใน 2:3 ซึ่งครอบคลุมไปถึงการช่วยให้รอดใน 7:25, ความรอดที่อยู่ในฟป.1:19 และ 2:12, และความรอดแห่งจิตใน 1ปต.1:9. การได้รับความรอดเช่นนี้ก็คือรอดจากการที่เราเกือบจะเป็นที่สาปแช่งแห่งการลงโทษจากการจัดการแห่งการปกครองของพระเจ้าตามที่กล่าวไว้ในข้อ 8 นั่นเอง.
ฮร. 6:10 ก 1ธซ.1:3
ฮร. 6:10 1 หรือ ต่อ.
ฮร. 6:10 ข มก.9:41
ฮร. 6:10 ค ฮร.13:16; รม.12:13; 2กธ.8:4; ฟป.4:15, 16
ฮร. 6:10 2ค หมายถึงการจุนเจือสิ่งของฝ่ายวัตถุให้กับวิสุทธิชนที่มีความต้องการ.
ฮร. 6:11 ก ฮร.3:6, 14
ฮร. 6:11 ข ฮร.3:14; 10:22
ฮร. 6:11 ค ฮร.3:6; 6:18; 7:19; 1ปต.1:13
ฮร. 6:12 1 หรือ เฉื่อยชา. ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับคำว่าเฉื่อยชาใน 5:11.
ฮร. 6:12 ก ฮร.13:7; 1กธ.4:16; 11:1; 1ธซ.1:6; 2:14
ฮร. 6:12 ข 2ธซ.1:4; วว.13:10
ฮร. 6:12 ค ฮร.11:9
ฮร. 6:13 ก ยนซ.22:16; ลก.1:73
ฮร. 6:14 ก ยนซ.22:17
ฮร. 6:15 ก รม.4:17-21
ฮร. 6:15 ข ฆต.3:16-18
ฮร. 6:17 ก ฮร.11:9
ฮร. 6:17 ข บพส.33:11; 110:4
ฮร. 6:18 1 แปลตามตรงคือ หนี อย่างสุดกำลัง ซึ่งมีความหมายเป็นนัยถึงการหนี ไปยังที่ปกปักรักษา. เทียบ กจ.14:6.
ฮร. 6:18 2 ข้อ 20 กล่าวว่า พระเยซูได้ทรงเข้าสู่สวรรค์ทั้งหลาย ก็คือที่บริสุทธิ์สุดซึ่งอยู่ในม่าน. ในที่นั้นมีที่กำบังฝ่ายสวรรค์ไว้เป็นที่หลบภัยของเรา ซึ่งบัดนี้เราสามารถเข้าไปได้เมื่ออยู่ในวิญญาณของเรา (10:19).
ฮร. 6:18 ก ฮร.6:11
ฮร. 6:18 3 สองสิ่งนี้ก็คือพระสัญญาและคำปฏิญาณของพระเจ้า (ข้อ 17).
ฮร. 6:18 ข อฤธ.23:19; ตต.1:2
ฮร. 6:19 1 คำว่า "สมอ" เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเรากำลังอยู่ในทะเลที่มีคลื่นลม และหากปราศจากสมอแห่งความหวังแล้ว เราก็จะอับปาง (1ตธ.1:19).
ฮร. 6:19 2 สวรรค์ทั้งหลายที่พระเยซูทรงเข้าไปก็คือที่บริสุทธิ์สุดซึ่งอยู่ภายในม่านในวันนี้. ความหวังซึ่งเป็นเหมือนกับสมอที่แน่นอนและมั่นคงของเรานั้นได้เข้าไปในที่นั้นแล้ว บัดนี้เราก็สามารถเข้าไปได้โดยอยู่ในวิญญาณของเรา (10:19-20).
ฮร. 6:20 ก เทียบ ฮร.2:10
ฮร. 6:20 1ก พระเยซูทรงเป็นผู้บุกเบิกที่นำหน้าผ่านทะเลที่มีคลื่นลมและเสด็จเข้าไปในที่กำบังฝ่ายสวรรค์แล้ว เพื่อเป็นมหาปุโรหิตของเราตามลำดับชั้นของมัลคีเซเด็ค. ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกเช่นนี้ พระองค์ก็ทรงเป็นผู้ริเริ่มแห่งความรอดของเรา (2:10). ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกพระองค์ทรงเปิดหนทางไปสู่สง่าราศี และในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มพระองค์ได้เสด็จเข้าสู่สง่าราศีแล้ว.
ฮร. 6:20 ข ฮร.5:6
สารบัญ