เฮ็บราย บทที่ 3
2. สูงส่งกว่าโมเซ —
เป็นอัครทูตที่ควรจะได้รับสง่าราศีกับเกียรติยศมากกว่า
3:1-6
เป็นอัครทูตที่ควรจะได้รับสง่าราศีกับเกียรติยศมากกว่า
3:1-6
ฮร.
3:1 เหตุฉะนั้น พี่น้องที่1แยกบริสุทธิ์ทั้งหลาย ผู้ที่2กรับส่วนในขการทรงเรียกฝ่าย3สวรรค์ จงคิดใคร่ครวญถึงพระเยซูผู้ที่เรายอมรับว่าเป็น4คอัครทูตและง มหาปุโรหิต
ฮร.
3:2 พระองค์ทรงสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าผู้ทรงแต่งตั้งพระองค์ไว้ เช่นเดียวกับที่กโมเซสัตย์ซื่อในขบ้านทั้งหมดของพระเจ้า.
ฮร.
3:3 เพราะพระองค์ถูกนับว่าสมควรที่จะได้รับ1กสง่าราศีมากกว่าโมเซ เหมือนกับที่2ขผู้สร้างบ้านมี1กเกียรติยศมากกว่าบ้าน.
ฮร.
3:4 เพราะว่าบ้านทุกหลังย่อมมีผู้สร้าง แต่ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงก็คือพระเจ้า.
ฮร.
3:5 ฝ่ายกโมเซนั้นสัตย์ซื่อในบ้านทั้งหมดของพระเจ้าอย่าง1คนรับใช้ เพื่อจะได้เป็น2พยานถึงเหตุการณ์เหล่านั้นซึ่งจะกล่าวต่อไปภายหลัง
ฮร.
3:6 แต่พระคริสต์นั้นทรงปกครองบ้านของพระเจ้าอย่างบุตร ซึ่งถ้าเรากยึดถือความกล้าหาญและการโอ้อวดในขความหวังนั้นให้มั่นคงจนถึงที่สุด เราก็คือ1คบ้านของพระองค์.
(คำเตือนประการที่สอง —
อย่าได้ไปไม่ถึงการพักสงบที่ทรงสัญญาไว้
3:7 — 4:13)
อย่าได้ไปไม่ถึงการพักสงบที่ทรงสัญญาไว้
3:7 — 4:13)
ฮร.
3:7 1เหตุฉะนั้น ตามที่กพระวิญญาณบริสุทธิ์กล่าวว่า "ขวันนี้ หากเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์
ฮร.
3:8 อย่าให้ใจของเจ้าแข็งกระด้างไป เหมือนกับที่ได้กระทำให้พระองค์ทรงพิโรธในวันที่ได้ทดลองพระองค์ในป่ากันดาร
ฮร.
3:9 ที่บรรพบุรุษของพวกเจ้าได้กทดลองโดยการทดสอบดูเรา และได้เห็นการกระทำของเราถึงสี่สิบปี.
ฮร.
3:10 ด้วยเหตุนี้ เราจึงกเบื่อหน่ายขคนในชั่วอายุนั้น และว่า 'ใจของพวกเขา1หลงผิดเสมอและเขาไม่รู้จัก2หลักเกณฑ์ทั้งหลายของเรา?'
ฮร.
3:11 เราจึงปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า 1กพวกเขาจะไม่ได้เข้าสู่การพักสงบของเราเป็นแน่! "
ฮร.
3:12 พี่น้องทั้งหลาย จงระวังให้ดี เกรงว่าจะมีผู้ใดในพวกท่านเกิดใจชั่วที่ไม่เชื่อแล้ว1ละทิ้งไปซึ่งกพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่.
ฮร.
3:13 แต่กจงเตือนสติซึ่งกันและกันทุกวัน เมื่อยังเรียกได้ว่าเป็น "วันนี้" เกรงว่าจะมีคนใดในพวกท่านมี[ใจ]แข็งกระด้างไปเพราะขกลลวงของความบาป.
ฮร.
3:14 เพราะถ้าเรายึดถือความแน่ใจที่มีอยู่ในตอนต้นไว้ให้กมั่นคงจนถึงที่สุด เราก็ได้กลายเป็น1ขหุ้นส่วนกับพระคริสต์
ฮร.
3:15 ในขณะที่ยังมีคำกล่าวไว้ว่า "กวันนี้ หากเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ อย่าให้ใจของเจ้าแข็งกระด้างไป เหมือนที่ได้ยั่วยุให้พระองค์ทรงพิโรธ."
ฮร.
3:16 ด้วยว่าใครเป็นผู้ที่ได้ยินแล้วยังกยั่วยุให้พระองค์ทรงพิโรธ? ขมิใช่ทุกคนที่ได้ออกมาจากประเทศอียิปต์โดย1โมเซหรอกหรือ?
ฮร.
3:17 พระองค์ได้ทรงกเบื่อหน่ายผู้ใดถึงสี่สิบปีเล่า? มิใช่คนเหล่านั้นที่กระทำบาปและได้ขทิ้งซากศพของตนไว้ในป่ากันดารหรือ?
ฮร.
3:18 ผู้ใดเล่าที่พระองค์ได้ทรงปฏิญาณไว้ว่า เขาจะกไม่ได้เข้าสู่การพักสงบของพระองค์? มิใช่คนเหล่านั้นที่1ขไม่เชื่อฟังหรือ?
ฮร.
3:19 เราจึงเห็นได้ว่า เขาเหล่านั้นไม่สามารถเข้าไปได้ก็เพราะความไม่เชื่อ.
คำอธิบาย เฮ็บราย บทที่ 3
ฮร.
3:1 1 แยกบริสุทธิ์หมายถึงการแบ่งแยกไว้แด่พระเจ้าเพื่อจุดประสงค์ที่แน่นอน (ดู รม.1:2 คำอธิบาย 3). ในที่นี่ผู้เขียนได้เรียกผู้รับจดหมายนี้ว่า พี่น้องที่แยกบริสุทธิ์ทั้งหลาย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเตือนสติพวกเขาว่า พวกเขาไม่ควรคงอยู่ในสภาพธรรมดา (ไม่แยกบริสุทธิ์) ในศาสนายูดาย แต่ต้องแยกบริสุทธิ์ไว้แด่พระเจ้าเพื่อพระประสงค์ของพระองค์.
ฮร.
3:1 ก ฮร.6:4; 12:8
ฮร.
3:1 2ก ดูข้อ 14 คำอธิบาย 1.
ฮร.
3:1 ข 1กธ.1:9; ฟป.3:14; อฟ.1:18; 4:1
ฮร.
3:1 3 ทัศนะในหนังสือเล่มนี้ถูกรวมไว้ที่ลักษณะฝ่ายสวรรค์ของสิ่งที่อยู่ในด้านบวก. ก่อนอื่นหนังสือเล่มนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า ในวันนี้พระคริสต์ทรงนั่งอยู่ในสวรรค์ทั้งหลาย (1:3). พระองค์ได้เสด็จเข้าสู่สวรรค์ทั้งหลายแล้ว (9:24) ทรงผ่านสวรรค์ทั้งหลาย (4:14) และทรงสูงส่งกว่าสวรรค์ทั้งหลาย (7:26). จากนั้นได้เปิดเผยแก่เราถึงการทรงเรียกฝ่ายสวรรค์ (ข้อ 1), ของประทานฝ่ายสวรรค์ (6:4), สิ่งที่อยู่ในสวรรค์ (8:5), เมืองฝ่ายสวรรค์ (11:16), และเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ (12:22). หนังสือเล่มนี้ยังได้บอกแก่เราอีกว่า ชื่อของเราถูกจารึกไว้ในสวรรค์ทั้งหลายแล้ว (12:23) และในวันนี้พระเจ้าได้ทรงเตือนเราจากสวรรค์ทั้งหลาย (12:25). ทุกสิ่งที่อยู่ในพันธสัญญาเดิมที่ศาสนายูดายได้ยึดถือปฏิบัติอยู่นั้นล้วนมีลักษณะเป็นเรื่องฝ่ายแผ่นดินโลก. ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ตั้งใจจะเปิดเผยแก่คริสเตียนชาวเฮ็บรายถึงความตรงข้ามกันระหว่างลักษณะที่เป็นเรื่องฝ่ายสวรรค์ของพันธสัญญาใหม่กับลักษณะที่เป็นเรื่องฝ่ายแผ่นดินโลกของพันธสัญญาเดิมเพื่อให้พวกเขาละทิ้งสิ่งที่เป็นเรื่องฝ่ายแผ่นดินโลกเพื่อจะได้ติดสนิทกับสิ่งที่เป็นเรื่องฝ่ายสวรรค์.
ฮร.
3:1 ค กจ.3:26
ฮร.
3:1 4ค อัครทูตคือผู้ที่ถูกใช้มาหาเรา โดยได้มาจากพระเจ้าและมาพร้อมกับพระเจ้า (ยฮ.6:46; 8:16, 29). มหาปุโรหิตคือผู้ที่กลับไปสู่พระเจ้าโดยไปจากพวกเราและไปพร้อมกับพวกเรา (อฟ.2:6). ในฐานะที่เป็นอัครทูต พระคริสต์เสด็จมาพร้อมกับพระเจ้ามาหาพวกเราและแบ่งปันพระเจ้าให้กับเรา เพื่อให้เรารับส่วนในชีวิต, นิสัย, และความบริบูรณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า. ในฐานะที่เป็นมหาปุโรหิต พระคริสต์ได้เสด็จกลับสู่พระเจ้าพร้อมกับพวกเราและถวายเราให้แก่พระเจ้า เพื่อให้ทั้งตัวเรากับเรื่องราวทั้งหมดของเราล้วนได้รับการดูแลจากพระองค์อย่างสิ้นเชิง. พระคริสต์ผู้เป็นอัครทูตทรงมีแบบเล็งโดยโมเซผู้มาจากพระเจ้าเพื่อปรนนิบัติบ้านของพระเจ้า (ข้อ 2-6) ส่วนพระคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิตทรงมีแบบเล็งโดยอาโรน ผู้นำครอบครัวอิสราเอลและเรื่องราวของพวกเขาไปสู่พระเจ้า (4:14—7:28).
ฮร.
3:1 ง ฮร.2:17; 4:14; 7:26
ฮร.
3:2 ก อฤธ.12:7; ฮร.3:5
ฮร.
3:2 ข ลวต.22:18
ฮร.
3:3 ก ฮร.2:9
ฮร.
3:3 1ก ดู 2:9 คำอธิบาย 1.
ฮร.
3:3 ข ซคย.6:12-13; มธ.16:18
ฮร.
3:3 2ข โมเซมีสภาพมนุษย์ที่เหมาะสมกับสิ่งก่อสร้างของพระเจ้า แต่โมเซไม่มีสภาพพระเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับการเป็นผู้สร้าง. ไม่เหมือนกับพระคริสต์ซึ่งสภาพมนุษย์ของพระองค์เป็นวัสดุที่ดีสำหรับสิ่งก่อสร้างของพระเจ้า (ศิลาราก—ยซย.28:16; ศิลาหัวมุม—มธ.21:42; กจ.4:11; ศิลายอด—ซคย.4:7; และศิลาที่มีชีวิตซึ่งจะมาก่อกำเนิดเราทั้งหลายเป็นหินที่มีชีวิต—1ปต.2:4-5). นอกจากนี้ในสภาพพระเจ้าของพระองค์ก็ทรงเป็นผู้สร้าง.
ฮร.
3:5 ก ฮร.3:2
ฮร.
3:5 1 คำว่า "คนรับใช้" ในที่นี้เป็นชื่อเรียกที่มีเกียรติและมีอิสระ.
ฮร.
3:5 2 หรือ แบบเล็ง คือเป็นแบบเล็งถึงอัครทูตที่พระเจ้าทรงใช้มา ซึ่งมีความเที่ยงแท้, เป็นแบบฉบับ, และมีความจริงแท้.
ฮร.
3:6 ก ฮร.3:14
ฮร.
3:6 ข ฮร.6:11
ฮร.
3:6 ค 1ตธ.3:15; 1ปต.4:17
ฮร.
3:6 1ค ในยุคพันธสัญญาเดิม บ้านของพระเจ้าก็คือครอบครัวของอิสราเอล (ลวต.22:18; อฤธ.12:7) ซึ่งมีพลับพลาหรือพระวิหารที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาเป็นสัญลักษณ์ (อซด.25:8; ยอค.37:26-27). ในวันนี้แท้จริงแล้วบ้านของพระเจ้าก็คือคริสตจักร (1ตธ.3:15; 1ปต.4:17). พลไพร่ชาวอิสราเอลซึ่งเป็นพลไพร่ของพระเจ้านั้นเป็นแบบเล็งของพวกเราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ (1กธ.9:24—10:11). ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของพวกเขาก็คือแบบเล็งของคริสตจักร.
ฮร.
3:7 1 คำนี้ได้เชื่อมต่อบ้านของพระเจ้าในข้อ 6 กับการพักสงบแห่งซะบาโตเข้าด้วยกัน (4:9) ซึ่งแสดงว่าทั้งสองสิ่งนี้เหมือนกัน. บ้านของพระเจ้าก็คือการดำเนินชีวิตคริสตจักรของเราในวันนี้ ซึ่งก็คือการพักสงบแห่งซะบาโตของเรานั่นเอง.
ฮร.
3:7 ก วว.2:7, 11, 17, 29; 3:6, 13, 22
ฮร.
3:7 ข ข้อ 7-11: บพส.95:7-11
ฮร.
3:9 ก อซด.17:2, 7; พบญ.6:16; บพส.78:18, 41
ฮร.
3:10 ก ฮร.3:17
ฮร.
3:10 ข เทียบ กจ.2:40
ฮร.
3:10 1 หรือ ทำผิด, ถูกล่อลวง.
ฮร.
3:10 2 หลักเกณฑ์ของพระเจ้าต่างกับพระราชกิจของพระเจ้า. พระราชกิจของพระเจ้าคือการเคลื่อนไหวของพระองค์ ส่วนหลักเกณฑ์ของพระเจ้าคือหลักการแห่งพระราชกิจของพระองค์. ชาวอิสราเอลรู้จักเพียงพระราชกิจของพระเจ้าเพียงเท่านั้น แต่โมเซนั้นรู้จักหลักเกณฑ์ทั้งหลายของพระเจ้า (บพส.103:7).
ฮร.
3:11 ก ฮร.4:3, 5
ฮร.
3:11 1ก ในภาษาเฮ็บรายเป็นสำนวนที่สื่อถึงการปฏิเสธอย่างรุนแรง. ใน 4:3, 5 ก็เช่นเดียวกัน.
ฮร.
3:12 1 หรือ หันไปจาก, ทอดทิ้ง, จากไป, ห่างเหินไปจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่.
ฮร.
3:12 ก ฮร.9:14; 10:31; 12:22; 1ตธ.3:15
ฮร.
3:13 ก ฮร.10:25
ฮร.
3:13 ข รม.7:11
ฮร.
3:14 ก ฮร.3:6
ฮร.
3:14 ข ฮร.1:9
ฮร.
3:14 1ข ในภาษากรีกเป็นศัพท์คำเดียวกันกับคำว่า "ผู้รับส่วน" ใน 3:1; 6:4 และ "ร่วมรับ" ใน 12:8. ทั้งสามแห่งดังกล่าวมีความหมายว่าเราทั้งหลายล้วนร่วมรับส่วนในการทรงเรียกฝ่ายสวรรค์, พระวิญญาณบริสุทธิ์, และการตีสอน ดังนั้นจึงแปลคำนี้เป็น "ผู้รับส่วน" และ "ร่วมรับ." ในที่นี้และ ใน 1:9 มีความหมายว่าเราได้ร่วมรับสุขด้วยกันกับพระคริสต์ ดังนั้นจึงแปลคำนี้เป็น "หุ้นส่วน." เราเป็นผู้รับส่วนในสิ่งที่อยู่ฝ่ายสวรรค์, แยกบริสุทธิ์, และอยู่ฝ่ายวิญญาณ โดยมีส่วนร่วมในการทรงเรียกฝ่ายสวรรค์, พระวิญญาณบริสุทธิ์, และการตีสอนฝ่ายวิญญาณ. เราเป็นหุ้นส่วนของพระคริสต์ซึ่งได้ร่วมรับสุขการชโลมฝ่ายวิญญาณด้วยกันกับพระองค์ (1:9) เหมือนอย่างที่เหล่าอวัยวะได้ร่วมรับสุขพระวิญญาณนั้นกับศีรษะ และยังร่วมรับสุขการพักสงบฝ่ายสวรรค์ด้วยกันกับพระองค์ เหมือนอย่างที่คาเล็บได้ร่วมรับสุขการพักสงบแห่งแผ่นดินงามกับยะโฮซูอะ (อฤธ.14:30).
ฮร.
3:15 ก บพส.95:7, 8
ฮร.
3:16 ก พบญ.9:7
ฮร.
3:16 ข อฤธ. 26:64, 65; 1กธ.10:5
ฮร.
3:16 1 โมเซได้นำพลไพร่ชาวอิสราเอลออกมาจากประเทศอียิปต์ แต่ไม่ได้พาพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินคะนาอันซึ่งเป็นแผ่นดินงาม. ยะโฮซูอะซึ่งเป็นผู้ที่สืบทอดจากโมเซเป็นผู้กระทำสิ่งนี้ (4:8).
ฮร.
3:17 ก ฮร.3:10
ฮร.
3:17 ข อฤธ.14:29, 32; 1กธ.10:8
ฮร.
3:18 ก อฤธ.14:30
ฮร.
3:18 ข ฮร.4:6, 11
ฮร.
3:18 1ข หรือ ไม่อาจโน้มน้าวได้, ดื้อด้าน, ไม่เชื่อ.