เฮ็บราย บทที่ 2
(คำเตือนประการที่หนึ่ง—
ต้องเอาใจใส่ในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระบุตร)
2:1-4
ต้องเอาใจใส่ในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระบุตร)
2:1-4
ฮร.
2:1 1เหตุฉะนั้น เราต้องเอาใจใส่ในสิ่งที่เราได้ยินมากขึ้น เกรงว่าเราจะ2หลุดลอยไป.
ฮร.
2:2 เพราะในเมื่อถ้อยคำซึ่งกพวกทูตสวรรค์ได้กล่าวไว้เป็นสิ่งที่แน่นอน และการล่วงละเมิดกับการไม่เชื่อฟังทุกอย่างต้องรับผลตอบสนองตามความยุติธรรม
ฮร.
2:3 แล้วเราจะ1กหนีพ้นไปได้อย่างไร หากเราละเลย2ขความรอดอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้? เมื่อแรกเริ่มองค์พระผู้เป็นเจ้าเองได้ทรงประกาศความรอดนี้ และ[ต่อมา]คนเหล่านั้นที่ได้ยินก็ได้ยืนยันแก่เราทั้งหลาย
ฮร.
2:4 พระเจ้าก็ยังทรงเป็นกพยานกับ[พวกเขา]ด้วย โดยเครื่องหมาย, การอัศจรรย์, และการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ อีกทั้ง1[ของประทาน]ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงแจกปันตามน้ำพระทัยของพระองค์เอง.
(2) เป็นบุตรของมนุษย์ — เป็นมนุษย์
2:5-18
2:5-18
ฮร.
2:5 เพราะว่า1พระเจ้าไม่ได้ทรงมอบให้พวกทูตสวรรค์ปกครองดูแล2โลกในอนาคตที่เราได้กล่าวถึงนั้น.
ฮร.
2:6 แต่มีคนได้เป็นพยานไว้อย่างหนักแน่นในตอนหนึ่งว่า "1กมนุษย์นับเป็นอะไรเล่า ที่พระองค์ทรงคำนึงถึง? หรือ2มนุษย์โลกนับเป็นอะไรเล่า ที่พระองค์ทรงดูแลเขา?
ฮร.
2:7 พระองค์ทรงกระทำให้ท่าน1ต่ำกว่าพวกทูตสวรรค์เพียงเล็กน้อย พระองค์ทรงสวมมงกุฎแห่งสง่าราศีและเกียรติยศให้แก่ท่าน และทรงตั้งท่านไว้กเหนือพระหัตถกิจของพระองค์
ฮร.
2:8 พระองค์ทรงให้สิ่งสารพัดสยบอยู่ กใต้เท้าของท่าน." ในการมอบสิ่งสารพัดให้สยบต่อท่านนั้น พระเจ้าไม่ให้มีสิ่งใดเลยที่ไม่สยบต่อท่าน. แต่ขณะนี้เรายังไม่เห็นว่าสิ่งสารพัดสยบต่อท่านแล้ว
ฮร.
2:9 แต่เราเห็นพระเยซูทรงสวมกมงกุฎแห่ง1ขสง่าราศีและเกียรติยศ พระองค์ทรงถูกทำให้2ต่ำกว่าพวกทูตสวรรค์เพียงเล็กน้อยเนื่องด้วยการทนทุกข์แห่งคความตาย เพื่อโดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์จะได้ทรงลิ้มรสความตายเพื่อ3ง ทุกสิ่ง.
ฮร.
2:10 ด้วยว่าในการนำ1กบุตรทั้งหลายเข้าสู่2ขสง่าราศีนั้น ก็เป็นการเหมาะสมแล้วที่3พระองค์ผู้ซึ่งคสิ่งสารพัด[มีอยู่]เพื่อพระองค์และ[มีขึ้น]โดยพระองค์ จะให้4ง ผู้ริเริ่มแห่งจความรอดของเขาได้ถึงที่5ฉสำเร็จโดยการทนทุกข์.
ฮร.
2:11 เพราะทั้ง1พระองค์ผู้ทรงกแบ่งแยกเขาให้บริสุทธิ์และคนเหล่านั้นที่ถูกขแบ่งแยกให้บริสุทธิ์ก็2มาจาก[ผู้]เดียว ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่ทรงละอายที่จะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นคพี่น้อง
ฮร.
2:12 และตรัสว่า "กเราจะ1ประกาศพระนามของพระองค์แก่พวกพี่น้องของเรา 2เราจะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ในท่ามกลาง3คริสตจักร."
ฮร.
2:13 แล้วตรัสอีกว่า "กเราจะเชื่อพึ่งในพระองค์." และตรัสอีกว่า "ขดูเถิด ตัวเรากับบุตรทั้งหลายที่พระเจ้าได้ทรงประทานแก่เรา."
ฮร.
2:14 ในเมื่อบุตรทั้งหลายร่วมมีส่วนในกเลือดและเนื้อ พระองค์เองจึงทรงขมีส่วนในเลือดและเนื้อด้วยเช่นกัน เพื่อโดยคความตายนั้น พระองค์จะได้1ง ทรงทำลายผู้ที่มีอำนาจแห่งจความตาย คือฉมาร
ฮร.
2:15 และจะได้1ปลดปล่อยเขาเหล่านั้นให้พ้นจากที่เคยเป็นทาสเพราะกลัวความตายมาตลอดชั่วชีวิต.
ฮร.
2:16 ด้วยเป็นที่แน่นอนว่า พระองค์มิได้ทรง1ช่วยทูตสวรรค์ แต่ได้ทรง1ช่วยเชื้อสายของอับราฮาม.
ฮร.
2:17 เหตุฉะนั้นพระองค์จึงควรที่จะ1กเป็นเหมือนกับพวกพี่น้องของพระองค์ในทุกสิ่ง เพื่อพระองค์จะได้เป็น2ขมหาปุโรหิตผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและความสัตย์ซื่อใน3เรื่องที่คเกี่ยวกับพระเจ้า เพื่อจะได้สำเร็จ4ง การระงับ[ข้อพิพาท]เพื่อ5ความบาปแห่งพลเมือง.
ฮร.
2:18 เพราะเมื่อพระองค์เองเคยถูกล่อลวงในสิ่งที่พระองค์ได้ทนทุกข์มาแล้ว พระองค์จึงสามารถช่วยคนทั้งหลายที่กำลังถูกกล่อลวงได้.
คำอธิบาย เฮ็บราย บทที่ 2
ฮร.
2:1 1 ในแต่ละประเด็นที่สำคัญในหนังสือเล่มนี้จะมีการสอดแทรกคำเตือนไว้ด้วย. หนังสือเล่มนี้มีคำเตือนอยู่ทั้งหมดห้าประการ. ประเด็นสำคัญประการแรกคือพระคริสต์ทรงสูงส่งกว่าทูตสวรรค์ได้เปิดเผยไว้ใน 1:4—2:18 และได้แทรกคำเตือนประการที่หนึ่งไว้ในข้อ 1-4.
ฮร.
2:1 2 หรือ ลอยผ่านไปข้างๆ.
ฮร.
2:2 ก กจ.7:53; ฆต.3:19
ฮร.
2:3 ก ฮร.12:25
ฮร.
2:3 1ก โดยหลักการแล้ว การหนีพ้นในที่นี้ก็คือการหนีให้พ้นจากผลตอบสนองที่ได้กล่าวไว้ใน ข้อ 2. หากเราได้ละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องและยุติธรรมอยู่แล้วที่เราจะต้องได้รับผลตอบสนอง.
ฮร.
2:3 ข ฮร.1:14; 2:10; 5:9
ฮร.
2:3 2ข ความรอดในที่นี้ได้ชี้กลับไปยังสิ่งที่ได้กล่าวไว้ใน 1:14 ซึ่งก็คือความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้า โดยเริ่มจากการอภัยบาปไปจนถึงการมีส่วนในอาณาจักรและสง่าราศีที่จะมาถึง. ความรอดนี้ไม่เพียงเล็งถึงสิ่งที่พระคริสต์ได้กระทำสำเร็จเพื่อเราและสิ่งที่จะกระทำเพื่อเราในอนาคตเท่านั้นแต่ยังเล็งถึงตัวของพระคริสต์เองซึ่งเป็นผู้สามารถช่วยเราให้รอดจนถึงที่สุดอีกด้วย (7:25). พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าคือเป็นพระเจ้า และยังเป็นบุตรของมนุษย์คือเป็นมนุษย์ด้วย พระองค์ก็คือความรอดของเรา. ตัวตนที่อัศจรรย์กับการงานที่รุ่งโรจน์ของพระองค์ก็คือความรอดอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ซึ่งเป็นความรอดที่ไม่มีใครในท่ามกลางพวกเราอาจละเลยได้. ถ้าเราละเลย เราก็จะสูญเสียความรอดที่ยิ่งใหญ่นี้ไปในสองส่วนด้วยกันคือ (1) ส่วนที่มีค่าที่สุด คือการรับสุขพระคริสต์เป็นชีวิตที่ช่วยเราให้รอดและการพักสงบของเราในยุคนี้; (2) ส่วนที่มีสง่าราศีที่สุด คือการได้รับอาณาจักรกับสง่าราศีของพระคริสต์เป็นมรดกในยุคหน้า. ทั้งสองประเด็นนี้จะถูกขยายความและวิเคราะห์ไว้อย่างชัดเจนในบทต่อๆ ไปของหนังสือเล่มนี้.
ฮร.
2:4 ก มก.16:20; กจ.14:3
ฮร.
2:4 1 ของประทานที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงแจกปันก็คือสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้แจกปันแก่บรรดาผู้ที่ได้รับความรอดโดยการเชื่อ ซึ่งของประทานนี้รวมถึงตัวของพระวิญญาณบริสุทธิ์เองด้วย.
ฮร.
2:5 1 แปลตามตรงคือ พระเจ้าไม่ได้ให้โลกในอนาคตอยู่ภายใต้อำนาจพวกทูตสวรรค์.
ฮร.
2:5 2 แปลตามตรงคือ สถานที่ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่. คือสถานที่ซึ่งจะกลายเป็นอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า (บพส.2:8; ดนอ.2:35; วว.11:15).
ฮร.
2:6 ก บพส.8:4-8
ฮร.
2:6 1ก ในหนังสือเยเนซิศบทที่ 1 มนุษย์คนที่หนึ่งคืออาดามที่พระเจ้าทรงเนรมิตร้างไว้ไม่สามารถสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ได้. ในหนังสือบทเพลงสรรเสริญบทที่ 8 จึงได้กล่าวเป็นนัยถึงมนุษย์อีกคนหนึ่งโดยการพยากรณ์ ซึ่งเป็นผู้ที่จะมาแทนที่มนุษย์คนแรกและจะสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า. ในบทนี้ได้บอกแก่เราว่า มนุษย์อีกคนหนึ่งหรือมนุษย์คนที่สองซึ่งก็คือพระเยซูนี้ได้เสด็จมาแล้ว และพระองค์ได้ทรงสำเร็จสิ่งต่างๆ ไว้มากมายเพื่อทำให้พระทัยปรารถนาที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์นั้นสำเร็จครบถ้วน ตามที่ได้เปิดเผยไว้ใน ยนซ.1:26, 28 และได้กล่าวเป็นนัยไว้ใน บพส.8:4-8. ดังนั้นทุกสิ่งที่มนุษย์คนแรกคืออาดามได้พ่ายแพ้นั้น มนุษย์คนที่สองคือพระคริสต์ล้วนได้กระทำจนสำเร็จโดยการมาแทนที่มนุษย์คนแรกนั้น.
บทนี้คือการสำเร็จเป็นจริงของคำพยากรณ์ในหนังสือบทเพลงสรรเสริญบทที่ 8 และ 22 ซึ่งกล่าวถึงขั้นตอนสำคัญที่พระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์ทรงใช้ในการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า. ในการกลายเป็นเนื้อหนังนั้น พระองค์ทรงมีส่วนในนิสัยของมนุษย์ (ข้อ 14). ในการตรึงกางเขนนั้น พระองค์ทรงตายแทนทุกสิ่ง (ข้อ 9) และทรงทำลายมาร (ข้อ 14). ในการเป็นขึ้นนั้น พระองค์ได้ก่อกำเนิดบุตรทั้งหลายของพระเจ้า ซึ่งก็คือพี่น้องทั้งหลายของพระองค์เองเพื่อก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักร (ข้อ 10-12). ในการถูกยกชูนั้น พระองค์ทรงสวมสง่าราศีและเกียรติยศเป็นมงกุฎ. ขั้นตอนทั้งหมดนี้ทำให้พระองค์ทรงมีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นมหาปุโรหิตของเราได้ (ข้อ 17).
บทนี้คือการสำเร็จเป็นจริงของคำพยากรณ์ในหนังสือบทเพลงสรรเสริญบทที่ 8 และ 22 ซึ่งกล่าวถึงขั้นตอนสำคัญที่พระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์ทรงใช้ในการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า. ในการกลายเป็นเนื้อหนังนั้น พระองค์ทรงมีส่วนในนิสัยของมนุษย์ (ข้อ 14). ในการตรึงกางเขนนั้น พระองค์ทรงตายแทนทุกสิ่ง (ข้อ 9) และทรงทำลายมาร (ข้อ 14). ในการเป็นขึ้นนั้น พระองค์ได้ก่อกำเนิดบุตรทั้งหลายของพระเจ้า ซึ่งก็คือพี่น้องทั้งหลายของพระองค์เองเพื่อก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักร (ข้อ 10-12). ในการถูกยกชูนั้น พระองค์ทรงสวมสง่าราศีและเกียรติยศเป็นมงกุฎ. ขั้นตอนทั้งหมดนี้ทำให้พระองค์ทรงมีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นมหาปุโรหิตของเราได้ (ข้อ 17).
ฮร.
2:6 2 แปลตามตรงคือ ลูกของมนุษย์.
ฮร.
2:7 1 หรือ ต่ำกว่าพวกทูตสวรรค์อยู่ชั่วขณะหนึ่ง. ข้อ 9 ก็เช่นเดียวกัน.
ฮร.
2:7 ก ยนซ.1:26, 28
ฮร.
2:8 ก 1กธ.15:27; อฟ.1:22
ฮร.
2:9 ก วว.19:12
ฮร.
2:9 ข 2ปต.1:17; วว.5:12, 13
ฮร.
2:9 1ข คำว่า "สง่าราศี" เล็งถึงความสง่างามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวตนของพระเยซู ส่วนคำว่า "เกียรติยศ" เล็งถึงความล้ำค่าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณค่า, ความมีค่า, และความสูงศักดิ์ของพระเยซูซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับข้องฐานะของพระองค์ (2ปต.1:17; เทียบ 1ปต.2:17; รม.13:7). ในภาษากรีกคำว่า "สง่าราศี" ในที่นี้เป็นคำเดียวกันกับคำว่า "สิ่งล้ำค่า" ใน 1ปต.2:7.
ฮร.
2:9 2 ในนิรันดร์กาลนั้น พระคริสต์ทรงเป็นพระผู้สร้างที่สถิตอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งไม่มีขีดจำกัด แต่เมื่อพระองค์มากลายเป็นมนุษย์ที่อยู่ในกาลเวลานั้น พระองค์ก็ทรงถูกจำกัด เพื่อวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จขึ้นบนกางเขนเพื่อจัดการกับปัญหาแห่งจักรวาล ซึ่งก็คือความตาย. ในการที่พระคริสต์จะมารับความตายเพื่อทำลายและขจัดไปซึ่งความตายนั้น พระองค์จำต้องกลายเป็นมนุษย์และยอมสูญเสียอิสรภาพของพระองค์ไปชั่วขณะหนึ่ง คือสามสิบสามปีครึ่ง. ถ้าพิจารณาในแง่นี้ก็จะเห็นว่า พระองค์ทรงต่ำกว่าทูตสวรรค์ในช่วงเวลานั้น. แต่เมื่อผ่านไปสามวันหลังจากการตายของพระองค์แล้ว พระองค์ก็ทรงเป็นขึ้นและพ้นจากความต่ำต้อยนี้ และบัดนี้ทรงสูงส่งกว่าทูตสวรรค์ทั้งหลายมาก.
ฮร.
2:9 ง กซ.1:20
ฮร.
2:9 3ง หรือ ทุกคน. การไถ่ที่พระเยซูทรงกระทำสำเร็จนั้น ไม่เพียงกระทำเพื่อมนุษย์เท่านั้น แต่ยังกระทำเพื่อทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างอีกด้วย. ดังนั้นพระเจ้าจึงสามารถให้สิ่งสารพัดกลับคืนดีกับพระองค์เองได้โดยพระคริสต์ (กซ.1:20). แบบเล็งที่ชัดเจนสำหรับกรณีนี้ก็คือการไถ่ที่กระทำสำเร็จโดยนาวาของโนฮา. ในนาวานั้นไม่ได้มีเพียงแปดคนที่ได้รับความรอด แต่บรรดาสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างก็ล้วนได้รับความรอดด้วย (ยนซ.7:13-23).
ฮร.
2:9 ค ฟป.2:8
ฮร.
2:10 ก รม.8:29
ฮร.
2:10 1ก บุตรทั้งหลายในที่นี้ก็คือ พี่น้องทั้งหลายที่กล่าวใน รม.8:29 และก็คือเมล็ดมากมายที่กล่าวใน ยฮ.12:24 ด้วย.
ฮร.
2:10 ข รม.8:21, 30; 1กธ.2:7; กซ.3:4; 1ธซ.2:12; 1ปต.5:10
ฮร.
2:10 2ข ก้าวสุดท้ายในความรอดที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าก็คือการนำบุตรทั้งหลายของพระองค์เข้าสู่สง่าราศี. ในหนังสือโรมบทที่ 8 ได้บอกเราว่า การงานแห่งพระคุณของพระเจ้าบนตัวเรานั้นเริ่มจากการล่วงรู้ของพระองค์, ผ่านการกำหนดไว้ล่วงหน้า, การทรงเรียก, การโปรดให้ชอบธรรม, และจะสรุปลงในการที่พระองค์ให้เราได้รับสง่าราศี (รม.8:29-30). ในหนังสือโรมบทที่ 8 ก็ยังบอกเราอีกว่า สรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างกำลังร้อนรนคอยท่าเฝ้าหวังให้บุตรของพระเจ้าปรากฏ (ได้รับสง่าราศี) โดยหวังว่าสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างนั้นจะได้เข้าสู่อิสรภาพแห่งสง่าราศีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้าด้วย (รม.8:19-21). สิ่งนี้จะสำเร็จโดยการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ฟป.3:21) ซึ่งในเวลานั้นเราทั้งหลายจะปรากฏด้วยกันกับพระองค์ในสง่าราศีด้วย (กซ.3:4). สิ่งนี้ก็คือความหวังของเรา (กซ.1:27). การได้รับสง่าราศีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้าซึ่งเป็นเป้าหมายแห่งความรอดของพระเจ้านี้จะดำเนินต่อเนื่องผ่านอาณาจักรพันปีและจะสำแดงอย่างครบบริบูรณ์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21:11, 23).
ฮร.
2:10 3 เล็งถึงพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่ง.
ฮร.
2:10 ค รม.11:36
ฮร.
2:10 ง ฮร.12:2; กจ.3:15; 5:31
ฮร.
2:10 4ง หรือ กัปตัน, ผู้เริ่มต้น, ผู้สถาปนา, ผู้นำ, ผู้เบิกทาง. ความรอดที่กล่าวไว้ในข้อนี้และในข้อ 3 และใน 1:14 ได้ช่วยเราให้รอดจากสภาพที่ตกต่ำจนเข้าสู่สง่าราศี. พระเยซูเป็นผู้เบิกทางและผู้บุกเบิก (6:20) ที่ทรงนำหน้าเข้าสู่สง่าราศีไปแล้ว ส่วนพวกเราซึ่งเป็นผู้ติดตามพระองค์นั้นกำลังใช้เส้นทางเดียวกันเพื่อจะถูกนำเข้าสู่สง่าราศีเดียวกัน ซึ่งเป็นสง่าราศีที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้เรา (1กธ.2:7; 1ธซ.2:12). พระองค์ได้ทรงเปิดทางไว้ ส่วนเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางนี้. ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่เพียงเป็นพระผู้ช่วยที่ทรงช่วยเราให้พ้นจากสภาพที่ตกต่ำของเราเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นผู้ริเริ่มที่ทรงเบิกทางเข้าไปสู่สง่าราศีก่อนเพื่อจะนำเราเข้าสู่สภาพเดียวกันนี้ด้วย.
ฮร.
2:10 จ ฮร.1:14; 2:3; 5:9
ฮร.
2:10 ฉ ฮร.5:9; 7:19, 28; 9:9; 10:1, 14; 11:40; 12:23
ฮร.
2:10 5ฉ การทำให้พระเยซูถึงที่สำเร็จ หมายถึงการทำให้พระองค์ถึงที่สำเร็จในด้านคุณสมบัติ ไม่ได้มีความหมายเป็นนัยว่า พระองค์มีอะไรที่ไม่ครบสมบูรณ์ในด้านคุณธรรมหรือคุณลักษณะ แต่เป็นเพียงการทำให้ประสบการณ์ในการทนทุกข์อย่างมนุษย์ของพระองค์สำเร็จครบถ้วนเท่านั้น. นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำให้พระองค์เป็นผู้เหมาะสมที่จะเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในความรอดของผู้ที่ติดตามพระองค์.
ในฐานะที่องค์พระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ดำรงอยู่เองแล้วและดำรงอยู่นิรันดร์ พระองค์ทรงสมบูรณ์อยู่แล้วตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนจนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต. แต่พระองค์จำต้องถูกกระทำให้สำเร็จโดยผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนังซึ่งเป็นการรับเอาสภาพมนุษย์, แล้วผ่านการดำเนินชีวิตมนุษย์, ตรึงกางเขน, เป็นขึ้น, และเสด็จสู่สวรรค์ จึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นพระคริสต์ของพระเจ้าและเป็นพระผู้ช่วยของเราทั้งหลาย.
ในฐานะที่องค์พระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ดำรงอยู่เองแล้วและดำรงอยู่นิรันดร์ พระองค์ทรงสมบูรณ์อยู่แล้วตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนจนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต. แต่พระองค์จำต้องถูกกระทำให้สำเร็จโดยผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนังซึ่งเป็นการรับเอาสภาพมนุษย์, แล้วผ่านการดำเนินชีวิตมนุษย์, ตรึงกางเขน, เป็นขึ้น, และเสด็จสู่สวรรค์ จึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นพระคริสต์ของพระเจ้าและเป็นพระผู้ช่วยของเราทั้งหลาย.
ฮร.
2:11 1 พระองค์ผู้ทรงแบ่งแยกเขาให้บริสุทธิ์ก็คือพระคริสต์ผู้เป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้า ส่วนคนเหล่านั้นที่ถูกแบ่งแยกให้บริสุทธิ์ก็คือผู้เชื่อของพระคริสต์ซึ่งเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า. ทั้งพระบุตรหัวปีและบุตรทั้งหลายของพระองค์ ล้วนกำเนิดมาจากพระเจ้าพระบิดาองค์เดียวกันในการเป็นขึ้น (กจ.13:33; 1ปต.1:3) มีชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนกัน. ดังนั้นพระองค์จึงไม่ทรงละอายในการที่จะเรียกเขาเหล่านั้นว่าเป็นพี่น้อง.
ฮร.
2:11 ก ฮร.13:12
ฮร.
2:11 ข ฮร.10:10, 14
ฮร.
2:11 2 ทั้งพระองค์ผู้ทรงแบ่งแยกเขาให้บริสุทธิ์และคนเหล่านั้นที่ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ล้วนมาจากต้นกำเนิดเดียว คือพระบิดาองค์เดียวนั้น.
ฮร.
2:11 ค ยฮ.20:17 รม.8:29
ฮร.
2:12 ก บพส.22:22
ฮร.
2:12 1 เมื่อพระบุตรหัวปีของพระเจ้าทรงพบกับบุตรทั้งหลายของพระบิดาหลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตายแล้ว ก็ทรงประกาศพระนามของพระบิดาแก่พี่น้องทั้งหลายของพระองค์ (ยฮ.20:17, 19-23).
ฮร.
2:12 2 นี่เป็นการที่พระบุตรหัวปีทรงสรรเสริญพระบิดาอยู่ในบุตรทั้งหลายของพระบิดาในท่ามกลางการชุมนุมของคริสตจักร. ขณะที่เราทั้งหลายซึ่งเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า (คริสตจักร) ได้ร่วมชุมนุมสรรเสริญพระบิดานั้น พระบุตรหัวปีก็ทรงสรรเสริญพระบิดาอยู่ในการสรรเสริญของเราด้วย. พระองค์ไม่ได้สรรเสริญพระบิดาโดยแยกจากเราไปตามลำพังแต่ได้สรรเสริญพระบิดาด้วยกันกับเราโดยคำสรรเสริญของเราและอยู่ภายในเรา. พระองค์ทรงร้องเพลงสรรเสริญแด่พระบิดาในการร้องเพลงของเรา. ถ้าเช่นนั้นหากเราไม่ร้องเพลงแล้ว พระองค์จะร้องเพลงได้อย่างไร? เรายิ่งร้องเพลงต่อพระบิดา เราก็จะยิ่งรับสุขการสถิตอยู่, การเคลื่อนไหว, การชโลม, และการแจกจ่ายชีวิตของพระองค์ที่อยู่ภายในตัวเรา. ด้วยเหตุนี้เราก็จะเติบโตอยู่ในพระองค์และถูกนำเข้าสู่การได้รับสง่าราศีที่สูงส่งเหนือกว่าทุกสิ่งของพระองค์อีกด้วย.
ฮร.
2:12 3 หนังสือเล่มนี้ได้เอ่ยถึงคริสตจักรเพียงสองครั้งเท่านั้น คือในข้อนี้กับ 12:23. ในที่นี้คริสตจักรคือการประกอบกันขึ้นในลักษณะที่เป็นกลุ่มชนของพี่น้องทั้งหลายของพระบุตรหัวปีของพระเจ้า.
ฮร.
2:13 ก บพส.18:2
ฮร.
2:13 ข ยซย.8:18
ฮร.
2:14 ก มธ.16:17; อฟ.6:12
ฮร.
2:14 ข ยฮ.1:14; รม.8:3
ฮร.
2:14 ค ยฮ.12:31, 33
ฮร.
2:14 ง ยนซ.3:15; 1ยฮ.3:8; เทียบ ยฮ.3:14
ฮร.
2:14 1ง หรือ ทำให้สูญไป, ทำให้ไร้ผลไป, ไร้ประสิทธิภาพ, ล้มล้าง, ล้มเลิก, ละทิ้ง. หลังจากที่มารซึ่งก็คืองูนั้นได้ล่อลวงมนุษย์ให้ตกต่ำไปแล้วพระเจ้าทรงให้คำสัญญาว่า เผ่าพันธุ์ของหญิงจะมาทำให้หัวของงูฟกช้ำ (ยนซ.3:15). เมื่อถึงเวลาครบกำหนดแล้ว พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงมากลายเป็นเนื้อหนัง (ยฮ.1:14; รม.8:3) โดยได้ประสูติจากหญิงพรหมจารี (ฆต.4:4) เพื่อพระองค์จะได้ทำลายมารที่อยู่ในเนื้อหนังของมนุษย์โดยการที่พระองค์ทรงถูกตรึงตายบนกางเขนในเนื้อหนังของพระองค์. (ดู ยฮ.3:14 คำอธิบาย1; ยฮ.12:31 คำอธิบาย 2; รม.8:3 คำอธิบาย 3.) นี่คือการล้มล้างซาตาน ทำให้มันสูญสิ้นไป. ฮาลีลูยา ซาตานได้ถูกล้มล้างและถูกขจัดไปแล้ว!
ฮร.
2:14 จ รม.5:14; 1กธ.15:55-56; 2ตธ.1:10
ฮร.
2:14 ฉ วว.12:9; 20:2
ฮร.
2:15 1 เนื่องจากองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความตายแล้ว พระองค์ก็ทรงปลดปล่อยเราทั้งหลายให้พ้นจากที่เคยเป็นทาสเพราะกลัวความตายมาตลอดชั่วชีวิต. ความตายเคยเป็นเจ้าครอบงำเรา (รม.5:14) และเราก็เคยเป็นทาสของมัน เนื่องจากกลัวความตายมาโดยตลอด. แต่เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำลายมารและทำให้ความตายสิ้นสูญไปแล้ว (2ตธ.1:10) บัดนี้เราจึงไม่กลัวความตายอีกต่อไป และได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาสของความตาย.
ฮร.
2:16 1 คำว่า "ช่วย" ในที่นี้หมายถึง ช่วยเหลือ, ช่วยชีวิต. พระเยซูทรงช่วยมนุษยชาติ มิได้ทรงช่วยทูตสวรรค์. พระองค์ทรงช่วยชีวิตเราให้พ้นจากการเป็นทาสของความตายภายใต้อำนาจของมารอันเป็นสิ่งที่อยู่ในนิสัยของเราได้ โดยการที่พระองค์ทรงมามีส่วนในนิสัยของเรา (มารอยู่ในนิสัยของเรา) และทรงกำจัดนิสัยนี้บนกางเขนโดยการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระองค์.
ฮร.
2:17 ก ฟป.2:7
ฮร.
2:17 1ก พระบุตรของพระเจ้าทรงเหมือนกับเราผู้เป็นพี่น้องทั้งหลายของพระองค์ โดยการที่พระองค์ทรงร่วมมีส่วนในเลือดและเนื้อ (ข้อ 14). พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้โดยมีวัตถุประสงค์สองอย่างซึ่งอย่างหนึ่งเป็นด้านลบ อีกอย่างหนึ่งเป็นด้านบวก. วัตถุประสงค์ในด้านลบต้องการทำลายมารที่อยู่ในเนื้อหนังเพื่อเรา. ส่วนวัตถุประสงค์ในด้านบวกก็เพื่อจะมาเป็นมหาปุโรหิตผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและสัตย์ซื่อที่มีสภาพมนุษย์ เพื่อจะได้เห็นใจเราในเรื่องราวทุกอย่าง.
ฮร.
2:17 ข ฮร.3:1; 4:14; 5:5, 10; 6:20; 7:26, 28; 8:1, 3; 10:21
ฮร.
2:17 2ข ในฐานะที่พระคริสต์ทรงเป็นมหาปุโรหิตพระองค์ทรงนำเอาตัวของพระเจ้าและความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระเจ้ามาหล่อเลี้ยงเรา. ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์พระเจ้า พระองค์ทรงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาเป็นมหาปุโรหิตของเรา. ในที่นี้คำว่า "เมตตา" สอดคล้องกับการที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ ส่วนคำว่า "สัตย์ซื่อ" สอดคล้องกับการที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า.
ฮร.
2:17 3 แปลตามตรงคือ เรื่องราวที่มีต่อพระเจ้า.
ฮร.
2:17 ค ฮร.5:1
ฮร.
2:17 ง รม.3:25; 1ยฮ.2:2; 4:10
ฮร.
2:17 4ง พระเยซูทรงระงับข้อพิพาทเพราะความบาปของเราแล้ว พระองค์จึงได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรมของพระเจ้าและได้สำเร็จการระงับข้อพิพาทในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า ทำให้พระเจ้าสามารถปฏิบัติต่อเราด้วยพระกรุณาคุณได้อย่างราบรื่น. ดู รม.3:25 คำอธิบาย 2, เทียบ ลก.18:13 กับคำอธิบาย 1.
ฮร.
2:17 5 ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
ฮร.
2:18 ก ฮร.4:15