ติโต บทที่ 2
IV. การนำพาวิสุทธิชนในวัยต่างๆ ให้ร่วมดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบ
2:1-8
2:1-8
ตต.
2:1 ฝ่ายท่านจงกล่าวในสิ่งที่สอดคล้องกับ1กคำสอนที่มีพลานามัย.
ตต.
2:2 [จงวอนขอ]กชายที่อาวุโสให้ขรู้จักบังคับตน, 1คหนักแน่น, 2มีงสติสัมปชัญญะ, มี3จพลานามัยในด้านฉความเชื่อ, ความรัก, และชความอดทน
ตต.
2:3 [วอนขอ]กหญิงที่สูงอายุอย่างเดียวกัน คือให้มี1กริยาขสมกับที่เป็นผู้มีส่วนใน2สิ่งที่บริสุทธิ์, 3ไม่คพูดใส่ร้ายผู้อื่น, ไม่4งเป็นทาสสุรา, แต่ให้เป็น5ผู้สอนจการดี
ตต.
2:4 เพื่อเธอจะได้1ฝึกฝนพวกผู้หญิงสาวๆ 2ให้รักสามีของตนและรักบุตรของตน
ตต.
2:5 ให้มีกสติสัมปชัญญะ, เป็นคนขบริสุทธิ์หมดจด, คดูแลการบ้านการเรือน, เป็น1คนดี, และงนอบน้อมต่อสามีของตน เพื่อ2จพระคำของพระเจ้าจะได้ไม่ถูก3หมิ่นประมาท.
ตต.
2:6 วอนขอกผู้ชายหนุ่มๆ อย่างเดียวกันคือ ให้ขมีสติสัมปชัญญะ
ตต.
2:7 ท่านเองก็จง1สำแดงตัวเป็นกแบบอย่างในการดีทุกอย่าง: ในการสอนของท่านต้องไม่มีความเสื่อมโทรม, 2ขต้องหนักแน่น,
ตต.
2:8 และกคำพูดที่มีพลานามัย ซึ่งไม่มีผู้ใด1จับผิดได้ เพื่อ2ผู้ที่ขต่อต้านนั้นจะเกิดคความละอายและ3ไม่มีคำชั่วใดๆ ที่จะต่อว่าเราได้.
V. คำกำชับพวกทาสให้ประพฤติตัวให้ดีในระบบของสังคมแห่งการเป็นทาส
2:9-15
2:9-15
ตต.
2:9 [จงวอนขอ]1กพวกทาสให้นอบน้อมต่อนายของตนในทุกสิ่ง, กระทำตนให้เป็นที่ชอบใจของนาย, ไม่โต้เถียง,
ตต.
2:10 และไม่ยักยอก แต่ให้สำแดง1ความน่าเชื่อถือในทุกสิ่งเป็นอย่างดี เพื่อให้คำสอนของ2กองค์พระผู้ช่วยให้รอด[ผู้ทรงเป็น]พระเจ้าของเราจะได้รับ3การประดับตกแต่งในทุกสิ่งทุกอย่าง.
ตต.
2:11 1เพราะว่า2กพระคุณของพระเจ้าซึ่ง3นำความรอดมาถึงขคนทั้งปวงนั้น ได้มา4คปรากฏแล้ว
ตต.
2:12 โดยได้ฝึกฝนเราให้ละทิ้ง1กการไม่อยู่ในธรรมและ2ขโลกียตัณหา เพื่อเราจะดำเนินชีวิตในคยุคนี้ด้วย3งความระวังในการบังคับตน, 4จความชอบธรรม, และฉการอยู่ในธรรม
ตต.
2:13 ให้1กคอยท่า2ความหวังที่เป็นสุข คือขการมาปรากฏแห่ง3คสง่าราศีของ4งพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและองค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา คือพระเยซูคริสต์
ตต.
2:14 ผู้ได้ทรงโปรดกประทานพระองค์เอง1แก่เราทั้งหลาย เพื่อจะทรง2ขไถ่เราให้พ้นคจากการล่วงกฎบัญญัติทุกอย่าง และจะทรงงชำระเราให้บริสุทธิ์คืนสู่พระองค์เองเพื่อเป็น3จพลไพร่ที่พิเศษ, เป็นสมบัติเฉพาะของพระองค์, และเป็นผู้ฉร้อนรนกระทำการดี.
ตต.
2:15 1ข้อความเหล่านี้ท่านจงพูด และใช้2กอำนาจทุกอย่างมาขเตือนสติและ3คว่ากล่าว. 4อย่าให้ผู้ใดงดูหมิ่นท่านได้.
คำอธิบาย ติโต บทที่ 2
ตต.
2:1 ก ตต.1:9
ตต.
2:1 1ก ดู 1ตธ.1:10 คำอธิบาย 1. คำสอนที่มีพลานามัยย่อมเป็นไปตามหลักความจริง (1:14) แห่งหลักความเชื่อ (1:13) อยู่เสมอ. คำสอนนี้เป็นเนื้อหาสาระแห่งคำสอนของอัครทูต เป็นเนื้อหาสาระของแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. คำสอนนี้ไม่เพียงนำการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตไปหล่อเลี้ยงให้แก่ผู้เชื่อและได้รักษาอาการเจ็บป่วยฝ่ายวิญญาณเท่านั้น แต่ขณะที่ทำเช่นนั้นก็ได้นำคริสตจักรเข้าสู่สภาพการณ์ที่ดีและมีความเป็นระเบียบอีกด้วย. ดังนั้นคำสอนนี้จึงถูกเน้นไว้เป็นอย่างมากในหนังสือสามเล่มนี้ (1, 2ตธ. และ ตต.) ซึ่งเป็นหนังสือที่จัดการกับความไม่เป็นระเบียบและความเสื่อมถอยของคริสตจักร.
ตต.
2:2 ก 1ตธ.5:1
ตต.
2:2 ข 1ตธ.3:2,11
ตต.
2:2 ค ตต.2:7; 1ตธ.3:4, 8, 11
ตต.
2:2 1ค ดู 1ตธ.2:2 คำอธิบาย 3.
ตต.
2:2 2 ดู 1ตธ.3:2 คำอธิบาย 4.
ตต.
2:2 ง ตต.2:5-6; 1ตธ.3:2
ตต.
2:2 จ ตต.1:13
ตต.
2:2 3จ ดู 1:13 คำอธิบาย 3.
ตต.
2:2 ฉ 1ตธ.1:14; 2ตธ.1:13
ตต.
2:2 ช รม.5:3-4
ตต.
2:3 ก 1ตธ.5:2
ตต.
2:3 1 หรือ การประพฤติ ซึ่งรวมไปถึงท่าทีและนิสัยความเคยชิน.
ตต.
2:3 ข 1ตธ.2:10
ตต.
2:3 2 ในภาษากรีกเป็นศัพท์คำเดียวกันกับคำว่า "ของบริสุทธิ์" ใน 1กธ.9:13. ดูคำอธิบาย 1.
ตต.
2:3 3 ดู 1ตธ.3:11 คำอธิบาย 2.
ตต.
2:3 ค 1ตธ.3:11; 2ตธ.3:3
ตต.
2:3 ง 1ตธ.3:3, 8
ตต.
2:3 4ง ให้เปรียบเทียบคำนี้กับคำว่า "ติด" ใน 1ตธ.3:8. การเป็นทาสสุรานั้นน่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าการติดสุราเสียอีก.
ตต.
2:3 5 ชี้ถึงการให้คำชี้แนะที่ดี.
ตต.
2:3 จ ตต.1:8
ตต.
2:4 1 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ทำให้ผู้อื่นมีสติสัมปชัญญะหรือมีความคิดที่สมบูรณ์เป็นปกติ; ทำให้ผู้อื่นกลับมีประสาทสัมผัสที่ปกติ. ดังนั้นจึงเป็นการฝึกสอนหรือกระตุ้นให้เกิดมีการวินิจฉัยตัดสิน และการคิดหาเหตุผลที่ใช้การได้ดี.
ตต.
2:4 2 แปลตามตรงคือ ให้เป็นคนที่รักสามีของตนและเป็นคนที่รักบุตรของตน.
ตต.
2:5 ก ตต.2:2
ตต.
2:5 ข 1ปต.3:2; 2กธ.11:2
ตต.
2:5 ค 1ตธ.5:14
ตต.
2:5 1 คือมีใจเอ็นดู.
ตต.
2:5 ง อฟ.5:22, 24; 1ตธ.2:11
ตต.
2:5 จ 1ตธ.6:1
ตต.
2:5 2จ การที่พระคำของพระเจ้าถูกสอนกันในคริสตจักรท้องถิ่นหนึ่งๆ อย่างถูกต้องและเพียงพอนั้น ควรที่จะได้รับการยืนยันโดยการนอบน้อมของพี่น้องหญิงที่มีต่อสามีของพวกเธอ มิเช่นนั้นพระคำของพระเจ้าจะเป็นที่หมิ่นประมาทได้.
ตต.
2:5 3 คือถูกว่าร้าย, ถูกใส่ร้าย.
ตต.
2:6 ก 1ตธ.5:1
ตต.
2:6 ข ตต.2:2
ตต.
2:7 1 อัครทูตกำชับให้ติโตพูดในสิ่งที่สมกับคำสอนที่มีพลานามัย (ข้อ 1). บัดนี้ท่านยังได้กำชับมากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง คือให้เขาสำแดงตนเป็นแบบอย่างในการดีต่างๆ. การสอนของเขานั้นจะต้องมีพลานามัย โดยต้องแสดงถึงสามสิ่งต่อไปนี้ในการสอนของเขาคือ (1) ความไม่เสื่อมโทรม คือไม่มีสิ่งที่เสื่อมโทรมหรือสิ่งที่จะทำให้ผู้อื่นเสื่อมโทรม แต่ทุกสิ่งที่สอนนั้นจะต้องมีเนื้อหา การแสดงออก และเจตนาที่บริสุทธิ์หมดจด จริงแท้ และสัตย์จริง (2) ความหนักแน่น คือมีความสูงศักดิ์ที่ควรค่าแก่การนับถือ; และ (3) คำพูดที่มีพลานามัย คือคำพูดที่ไม่มีผู้ใดตำหนิหรือปรับโทษได้ (ข้อ 8) ซึ่งใช้ถ้อยคำที่มีพลานามัย (1ตธ.6:3) ถ่ายทอดออกไปเพื่อนำสิ่งที่มีพลานามัยไปหล่อเลี้ยงให้แก่ผู้คน.
ตต.
2:7 ก 1ตธ.4:12; 1ปต.5:3
ตต.
2:7 ข ตต.2:2
ตต.
2:7 2ข ดู 1ตธ.2:2 คำอธิบาย 3.
ตต.
2:8 ก 1ตธ.6:3; 2ตธ.1:13
ตต.
2:8 1 คือ ตำหนิ, ปรับโทษ.
ตต.
2:8 2 แปลตามตรงคือ ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม อยู่ฝ่ายที่ต่อต้าน ซึ่งก็คือพวกผู้ต่อต้านชาวต่างชาติหรือชาวยูดาย.
ตต.
2:8 ข ตต.1:9; 2ตธ.2:25; 3:8
ตต.
2:8 ค 2ธซ.3:14; 1ปต.3:16
ตต.
2:8 3 คำสอนที่มีพลานามัยพร้อมด้วยคำพูดที่มีพลานามัยซึ่งประกอบไปด้วยถ้อยคำที่มีพลานามัยนั้นเป็นยาแก้พิษซึ่งมีประสิทธิภาพที่สุดในการต้านทานการพูดใส่ร้ายของผู้ต่อต้าน. คำสอนที่ส่องสว่างและแจกจ่ายชีวิตของพระคำแห่งหลักความจริงเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้ที่ออกความเห็นทางหลักธรรมที่งูเฒ่าคอยยุยงนั้นต้องสงบปากลง.
ตต.
2:9 ก 1ตธ.6:1-2; อฟ.6:5; 1ปต.2:18
ตต.
2:9 1ก ไม่ใช่ผู้รับใช้ แต่เป็นทาสที่ซื้อกันในตลาดค้าทาสดังโคหรือม้า. เปาโลย่อมไม่เห็นด้วยกับระบบทาสอย่างแน่นอน. อย่างไรก็ดีแม้ท่านจะเป็นอาจารย์ที่พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งไว้และเป็นผู้ที่มีสายตาฝ่ายวิญญาณ ท่านก็ไม่ได้ไปแตะต้องระบบสังคมที่มีอยู่แต่เดิม. การไปทำเช่นนั้นอาจทำให้ผู้ที่ได้อ่านหนังสือจดหมายของท่านเกิดภาพพจน์ว่าท่านเป็นนักปฏิรูปสังคม ไม่ใช่อาจารย์ผู้สอนให้รู้จักแผนการบริหารของพระเจ้าและจะทำให้คำสอนของท่านที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตออกซึ่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ในชีวิตมนุษย์ของเราในท่ามกลางระบบสังคมทุกรูปแบบนั้นสับสนปนเปไป.
ตต.
2:10 1 คือสัตย์จริง, วางใจได้.
ตต.
2:10 ก ตต.3:4; 1ตธ.1:1
ตต.
2:10 2ก องค์พระผู้ช่วยให้รอดของเราไม่ทรงเป็นเพียงพระคริสต์เท่านั้น แต่เป็นพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระคริสต์ ดังที่ได้ชี้บ่งไว้ในข้อ 13. พระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราไม่เพียงปรารถนาที่จะช่วยเราให้รอด แต่ยังปรารถนาที่จะสอนให้เรารู้จักหลักความจริงอย่างครบถ้วน (1ตธ.2:4). เพราะฉะนั้นในที่นี้จึงกล่าวถึงคำสอนของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ซึ่งอาจถูกตกแต่งให้งดงามขึ้นได้โดยคุณลักษณะที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงของคนที่ต่ำต้อยที่สุด ซึ่งได้รับความรอดโดยพระคุณของพระองค์.
ตต.
2:10 3 หรือ เครื่องประดับ. ศัพท์คำเดียวกันนี้ถูกใช้ใน 1ตธ.2:9. ความสัตย์ซื่อของทาสนั้นอาจเป็นเครื่องประดับที่ใช้ตกแต่งคำสอนของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้. คำสอนของพระเจ้าสามารถได้รับการตกแต่งได้โดยการประพฤติของทาส!
ตต.
2:11 1 ข้อ 11-14 ได้ให้บทสรุปที่ชัดเจนของแผนการบริหารแห่งความรอดของพระเจ้า. อัครทูตใช้ข้อความนี้มาเป็นเหตุผลในการตักเตือนที่อยู่ในข้อ 1-10.
ตต.
2:11 ก ตต.3:7; 2ตธ.1:9
ตต.
2:11 2ก พระคุณของพระเจ้า ก็คือตัวของพระเจ้าเอง ที่ได้กลายมาเป็นทุกสิ่งของเราในพระคริสต์เพื่อให้เราได้รับสุข. ดู ยฮ.1:17 คำอธิบาย 1. พระคุณนี้มีบทบาทสำคัญที่สุดในแผนการบริหารแห่งความรอดของพระเจ้า.
ตต.
2:11 3 พระคุณนิรันดร์ของพระเจ้าหรือพระคุณที่ได้ช่วยเราให้รอดนั้นถูกกำหนดไว้ในพระคริสต์ เพื่อให้นำความรอดของพระเจ้ามาให้กับเรา คือความรอดที่ครบสมบูรณ์ซึ่งประกอบไปด้วยการอภัยบาป, การโปรดให้ชอบธรรม, การคืนดี, การไถ่, การบังเกิดใหม่, การแบ่งแยกบริสุทธิ์, การเปลี่ยนแปลง, การถอดแบบ; ไถ่เราคืนสู่พระเจ้า; แจกจ่ายชีวิตของพระเจ้าให้กับเรา; และนำเราเข้า
สู่การเข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระเจ้า เพื่อให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์ได้ถึงที่สำเร็จ.
ตต.
2:11 ข 1ตธ.2:4
ตต.
2:11 ค ตต.3:4; 2ตธ.1:10
ตต.
2:11 4ค พระคุณนั้นได้ประทานมาโดยพระคริสต์ (ยฮ.1:17) และถูกประทานให้แก่เราในนิรันดร์กาลก่อน (2ตธ.1:9) แต่ถูกปิดซ่อนไว้ในสมัยพันธสัญญาเดิม. เมื่อมาถึงพันธสัญญาใหม่พระคุณนี้ก็ได้ปรากฏโดยการมาปรากฏครั้งแรกของพระคริสต์ (2ตธ.1:10) และได้นำความรอดมาสู่มนุษย์ทุกคนทั้งที่เป็นชาวยูดายและชาวต่างชาติ.
ตต.
2:12 ก 2ตธ.2:16
ตต.
2:12 1ก ดู 2ตธ.2:16 คำอธิบาย 2.
ตต.
2:12 ข ตต.3:3 1ตธ.6:9 1ยฮ.2:16; 1ปต.4:2
ตต.
2:12 2ข บ่งชี้ถึงตัณหาที่จะได้รับการสนองโดยโลกนี้. การไม่อยู่ในธรรมก็คือการไม่สำแดงพระเจ้า. โลกียตัณหานั้นเป็นการสำแดงแห่งเนื้อหนังของเรา. ทั้งการไม่อยู่ในธรรมและโลกียตัณหานั้นล้วนเป็นสิ่งที่ต้องปฏิเสธทิ้งไป เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตที่สำแดงพระเจ้าและจำกัดเนื้อหนัง.
ตต.
2:12 ค 1ตธ.6:17; 2ตธ.4:10
ตต.
2:12 ง 2ตธ.4:5
ตต.
2:12 3ง คือเฝ้าระวัง, จำกัดตนเอง. ความมีสติในการบังคับตน เป็นสิ่งที่มีต่อตนเอง, ส่วน ความชอบธรรม นั้นเป็นสิ่งที่มีต่อผู้อื่น, สำหรับ การอยู่ในธรรม นั้นเป็นสิ่งที่มีต่อพระเจ้า.
ตต.
2:12 จ รม.14:17
ตต.
2:12 4จ คือตรงไปตรงมา.
ตต.
2:12 ฉ 2ตธ.3:12; 1ตธ.2:10
ตต.
2:13 ก 1กธ.1:7; ฟป.3:20; 1ธซ.1:10; ฮร.9:28
ตต.
2:13 1ก ชี้ถึงการรอคอยสิ่งที่ตนได้รับไว้โดยความเชื่อด้วยความคาดหวัง.
ตต.
2:13 2 ความหวังที่เป็นสุขนั้นก็คือการมาปรากฏของพระคริสต์ในสง่าราศีของพระองค์. การมาปรากฏของพระคริสต์จะนำเราไปรับส่วนแห่งบุตรอย่างครบสมบูรณ์ ซึ่งก็คือการที่ร่างกายของเราจะได้รับการไถ่ เพื่อเราจะได้รับสุขอิสรภาพของสง่าราศีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้า ซึ่งที่เราได้รับความรอดนั้นก็เพื่อการนี้เอง (รม.8:21-25). นี่คือความหวังแห่งชีวิตนิรันดร์ (1:2), ความหวังแห่งพระพรที่นิรันดร์, ความหวังที่เป็นสุขในชีวิตนิรันดร์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ. การที่เปาโลได้เป็นอัครทูตนั้นก็อยู่บนพื้นฐานแห่งความหวังนี้เช่นกัน.
ตต.
2:13 ข 1ตธ.6:14; 2ตธ.4:1, 8; 2ธซ.2:8
ตต.
2:13 ค มธ.16:27; 25:31; 1ปต.4:13
ตต.
2:13 3ค คือสง่าราศีของพระบิดา (มธ.16:27) ที่ได้ประทานแก่พระบุตร (ยฮ.17:24) และเราผู้เป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้าก็จะถูกนำเข้าสู่สง่าราศีนี้ด้วย (ฮร.2:10). พระเจ้าทรงกำหนดเราไว้ตั้งแต่ก่อนยุคสมัยทั้งหลายให้รับสง่าราศีนี้ (1กธ.2:7) และพระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณก็ทรงเรียกเราและยังได้ช่วยเราให้รอดเพื่อให้เราได้เข้าสู่สง่าราศีที่นิรันดร์นี้ (1ปต.5:10; 2ตธ.2:10). สง่าราศีที่ใหญ่ยิ่งนิรันดร์นี้ยังเป็นสิ่งที่เลิศล้ำและนิรันดร์ (2กธ.4:17) และตัวเราก็ได้รับสง่าราศีด้วยสง่าราศีนี้เอง (รม.8:17, 30). การมาปรากฏแห่งสง่าราศีของพระคริสต์ผู้เป็นพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรานั้นก็คือความหวังใจที่เป็นสุข ซึ่งเรากำลังเฝ้าคอยอยู่นั่นเอง.
ตต.
2:13 ง 1ตธ.1:1; 2ปต.1:1
ตต.
2:13 4ง ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมานี้ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่น, อัศจรรย์, และเลอเลิศนี้แตกต่างกันซึ่งมีสองกลุ่มด้วยกันดังนี้ (1) พระนามนี้ระบุถึงสองบุคคล คือพระเจ้าและพระคริสต์; (2) ในพระนามนี้ระบุถึงบุคคลเพียงผู้เดียวคือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นทั้งพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ดังนั้นจึงเป็นการกล่าวถึงฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์อย่างชัดแจ้ง. พวกเราเลือกใช้คำอธิบายของกลุ่มที่สอง. สิ่งนี้สอดคล้องกับพระนามอันศักดิ์สิทธิ์สองนามที่ถูกเปิดเผยไว้ในขณะที่พระองค์ประสูติคือ พระเยซู — พระยะโฮวาพระผู้ช่วยและอิมมานูเอล — พระเจ้าสถิตอยู่กับมนุษย์ (มธ.1:21-23). องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราไม่ได้เป็นเพียงพระผู้ช่วยของเราเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นพระเจ้าด้วย และไม่ใช่เป็นเพียงพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งอีกด้วย คือทรงใหญ่ยิ่งในด้านนิสัย, สง่าราศี, อำนาจ, ฤทธิ์เดช, พระราชกิจ, ความรัก, พระคุณ, และคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง. ใน 1ตธ.2:5 เปิดเผยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงเป็นมนุษย์ ในที่นี้ได้เปิดเผยว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่ง. พระองค์ทรงเป็นทั้งมนุษย์และพระเจ้า. การที่พระองค์จะมาปรากฏในสง่าราศีไม่เพียงแต่ช่วยพลไพร่ของพระองค์เข้าสู่อาณาจักรนิรันดร์ของพระองค์เท่านั้น แต่ยังนำเขาเหล่านั้นเข้าสู่สง่าราศีนิรันดร์ของพระเจ้าอีกด้วย (ฮร.2:10; 1ปต.5:10). ดังนั้นการที่พระองค์จะมาปรากฏในสง่าราศีของพระองค์นั้นก็คือความหวังที่เป็นสุขของเราทั้งหลาย.
ตต.
2:14 ก 1ตธ.2:6; อฟ.5:2
ตต.
2:14 1 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา มิใช่แทนที่เรา.
ตต.
2:14 ข กซ.3:13; 4:5
ตต.
2:14 2ข ทรงจ่ายราคาซื้อเรามา (1กธ.6:20; 1ปต.1:18-19; 1ตธ.2:6).
ตต.
2:14 ค 1ปต.1:18
ตต.
2:14 ง ฮร.1:3; 9:14; ยอค.37:23
ตต.
2:14 จ อซด.19:5; พบญ.14:2; 1ปต.2:9
ตต.
2:14 3จ เป็นคำที่ยืมมาจากพันธสัญญาเดิม (พบญ.7:6; 14:2; 26:18) ซึ่งชี้ถึงพลไพร่พิเศษของพระเจ้าเป็นทรัพย์ล้ำค่าของพระองค์ (อซด.19:5) คือเป็นสมบัติของพระองค์เอง (1ปต.2:9).
ตต.
2:14 ฉ ตต.3:1, 8; 2ตธ.3:17; อฟ.2:10; 1ปต.3:13
ตต.
2:15 1 คือทุกเรื่องราวที่อยู่ในข้อ 1-14.
ตต.
2:15 ก มธ.7:29; มก.1:22
ตต.
2:15 2ก แปลตามตรงคือ บัญชา. วลีที่ว่า "ใช้อำนาจทุกอย่าง" นั้นขยายทั้งคำว่า "เตือนสติ" และ "ว่ากล่าว." การใช้อำนาจทุกอย่างมาเตือนสติและว่ากล่าวก็คือการชี้แนะและว่ากล่าวในลักษณะที่เป็นคำสั่งในทุกวิถีทางโดยใช้ถ้อยคำแห่งอำนาจเหมือนกับการบังคับบัญชา.
ตต.
2:15 ข 1ตธ.4:13; 2ตธ.4:2
ตต.
2:15 ค ตต.1:13; 1ตธ.5:20
ตต.
2:15 3ค ดู 1:13 คำอธิบาย 1 และ 1:9 คำอธิบาย 6.
ตต.
2:15 4 นี่เป็นคำเตือนสติที่เชื่อมโยงกับเรื่องของอำนาจในประโยคที่แล้ว ซึ่งเป็นคำสรุปของคำกำชับทั้งหมดที่ได้ให้ไว้แก่ติโตในบทนี้. คำกำชับเหล่านี้กล่าวถึงคำสอนของท่านเป็นสำคัญ (ข้อ 1, 7-8, 15). คำสอนที่มีพลานามัยพร้อมด้วยถ้อยคำที่มีพลานามัยซึ่งสอดคล้องกับธรรมนั้นจะรักษาท่านให้คงไว้ซึ่งความหนักแน่น ทั้งจะทำให้ท่านเป็นที่น่าเคารพและยำเกรงจากผู้อื่น.
ตต.
2:15 ง 1ตธ.4:12