2 ติโมเธียว บทที่ 2
IV. ผู้สร้างภูมิคุ้มกัน — อาจารย์, ทหาร, ผู้แข่งขัน, กสิกร, และคนงาน
2:1-15
2:1-15
2ตธ.
2:1 เหตุฉะนั้นกบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย ท่าน1ขจงรับการเพิ่มกำลังใน2คพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระคริสต์เยซู
2ตธ.
2:2 1กจงฝาก2ข้อความเหล่านั้นซึ่งท่านขได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าคพยานหลายคนไว้กับ3งคนสัตย์ซื่อที่สามารถจสอนคนอื่นได้ด้วย.
2ตธ.
2:3 จงร่วมกการยากลำบากด้วยกันกับ[ข้าพเจ้า] ดุจดัง1ขทหารอันดีของพระคริสต์เยซู.
2ตธ.
2:4 ทุกคนที่รับใช้ในการเป็นทหารย่อมไม่ให้กภารกิจใน1ชีวิตนี้มา2ขพัวพัน เพื่อจะให้ผู้ที่เกณฑ์เขาเข้าประจำการนั้นได้ชอบใจ.
2ตธ.
2:5 และถ้าผู้ใดจะ1กเข้าแข่งขัน[ในกีฬาต่างๆ] เขาก็คงมิได้2ขสวมมงกุฎ เว้นเสียแต่เขาได้แข่งขันตามกติกา.
2ตธ.
2:6 และ1กพวกกสิกรผู้ตรากตรำก็ควรเป็นคนแรกที่ได้รับผล.
2ตธ.
2:7 จงใคร่ครวญข้อความซึ่งข้าพเจ้าได้พูดนั้นเถิด เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความเข้าใจในสิ่งสารพัดให้แก่ท่าน.
2ตธ.
2:8 ท่านจงระลึกถึงพระเยซูคริสต์ผู้ทรง1กเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย พระองค์มาจาก2ขเชื้อสายของดาวิด ตาม3คกิตติคุณที่ข้าพเจ้า[ประกาศ]นั้น
2ตธ.
2:9 เพราะเหตุกิตติคุณนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องกทนการยากลำบากจนถึงกับขถูกล่ามโซ่ดุจดังคนักโทษ แต่ว่างพระคำของพระเจ้านั้น1ไม่มีผู้ใดเอาโซ่มาล่ามไว้ได้.
2ตธ.
2:10 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงกอดทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่1ขพวกที่ถูกเลือกไว้นั้น เพื่อเขาจะได้รับคความรอดซึ่งมีอยู่ในพระคริสต์เยซู 2พร้อมด้วยงสง่าราศีที่นิรันดร์.
2ตธ.
2:11 คำนี้เป็นกคำสัตย์จริง คือว่า1ถ้าเราได้2ร่วมขตายกับ[พระคริสต์] เราก็จะ3ร่วมมีคชีวิตเป็นอยู่กับ[พระองค์]ด้วย
2ตธ.
2:12 ถ้าเรา1กอดทน เราก็จะได้ร่วม2ขเป็นกษัตริย์ด้วยกันกับ[พระองค์] ถ้าเราคปฏิเสธ[พระองค์] พระองค์ก็จะ3ปฏิเสธเราด้วยเหมือนกัน
2ตธ.
2:13 ถ้าเรากไร้ความสัตย์ พระองค์ก็ยัง1สัตย์ซื่ออยู่นั่นเอง เพราะว่าพระองค์จะ2ขปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้.
2ตธ.
2:14 จงเตือนสติคนทั้งหลายให้ระลึกถึงข้อความเหล่านี้ และกกำชับเขาอย่างหนักแน่นต่อพระพักตร์พระเจ้า ไม่ให้เขาขเถียงกันในเรื่องถ้อยคำ ซึ่งเป็นการคหาประโยชน์มิได้ แต่เป็นเหตุให้คนฟังนั้นถูก1ทำลาย.
2ตธ.
2:15 จงอุตส่าห์กแสดงตนให้เป็นที่ขรับรองของพระเจ้า เป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย 1อธิบายและแยกแยะคคำแห่ง2งหลักความจริงด้วยความเที่ยงตรง.
V. การลุกลามของความเสื่อมถอย — เหมือนแผลเนื้อร้าย
2:16-26
2:16-26
2ตธ.
2:16 แต่จงกหลีกห่างจากการสนทนา1ขฝ่ายโลกอันคหาสาระมิได้ ด้วยว่าการสนทนาเช่นนั้นย่อมก่อให้เกิดการ2งไม่อยู่ในธรรมมากยิ่งขึ้น.
2ตธ.
2:17 และถ้อยคำของเขาจะ1กินลุกลามไปเหมือนกับ2แผลเนื้อร้าย ในพวกเขาเหล่านั้นมีกฮุเมนายกับฟิเลโต.
2ตธ.
2:18 คนทั้งสองนั้นได้1กเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายของ2ขหลักความจริงแล้ว กล่าวว่า การคเป็นขึ้นนั้น3ผ่านพ้นไปแล้ว จึง4งได้ล้มล้างความเชื่อของบางคนเสีย.
2ตธ.
2:19 แต่ว่า1กรากฐานอันมั่นคงแห่งพระเจ้านั้นได้ตั้งมั่นคงอยู่ โดยมี2ขตราประทับไว้ดังนี้คือ "องค์พระผู้เป็นเจ้าคทรงรู้จักคนเหล่านั้นที่อยู่ฝ่ายพระองค์" และ "ให้ทุกคนซึ่งงออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น หลีกหนีเสียจากความอธรรมเถิด."
2ตธ.
2:20 1แต่ใน2บ้านหลังใหญ่มิได้มี3ภาชนะทองและเงินอย่างเดียว แต่ย่อมมีภาชนะ4ไม้และดินด้วย บ้างก็เป็นภาชนะที่มีกเกียรติ บ้างก็เป็นภาชนะที่ไม่มีเกียรติ.
2ตธ.
2:21 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดจะ1ชำระตัวให้พ้นจาก2กสิ่งเหล่านี้ เขาจะเป็นขภาชนะที่3มีเกียรติ ซึ่งได้ถูกคแยกบริสุทธิ์ไว้แล้ว งเหมาะที่นายจะใช้ให้เป็นประโยชน์ และจถูกเตรียมไว้พร้อมสำหรับการดีทุกอย่าง.
2ตธ.
2:22 ท่านจงกหลีกหนีเสียจาก1ราคะตัณหาแห่งคนหนุ่มๆ นั้น และจงขมุ่งแสวงหา2ความชอบธรรม, ความเชื่อ, ความรัก, และสันติสุขด้วยกันกับคนทั้งหลายที่3คร้องออก[พระนามของ]องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย4งใจบริสุทธิ์หมดจด.
2ตธ.
2:23 แต่กปัญหาที่เถียงกันอย่าง1ขโง่ๆ และปัญหาที่มาจาก2ความคิดที่ไม่ได้รับการฝึกฝนนั้นจงละเว้นเสีย ด้วยรู้แล้วว่า ปัญหาเหล่านั้นก่อให้เกิดการแก่งแย่งชิงดีกัน.
2ตธ.
2:24 ฝ่ายกผู้ทาสขององค์พระผู้เป็นเจ้าต้องขไม่แก่งแย่งชิงดีกัน แต่ต้องมีใจอ่อนโยนต่อคนทั้งปวง, ต้องชำนาญในคการสอน, และทนต่อการประทุษร้าย
2ตธ.
2:25 ตักเตือนแก้ไขคนที่กต่อต้านด้วยขความอ่อนสุภาพ เพื่อพระเจ้าจะทรงโปรดให้เขา1คกลับใจเสียใหม่ แล้วจะได้2งรู้จักกับหลักความจริงอย่างครบถ้วน
2ตธ.
2:26 เพื่อบรรดาคนที่ถูก1มารจับไปทั้งเป็นเหล่านี้จะได้2กสติ และหลุดพ้นจาก3ขบ่วงแร้วของมาร คืนสู่4คน้ำพระทัยของพระเจ้า.
คำอธิบาย 2 ติโมเธียว บทที่ 2
2ตธ.
2:1 ก 2ตธ.1:2
2ตธ.
2:1 ข 2ตธ.1:7; 4:17; อฟ.6:10; ฟป.4:13
2ตธ.
2:1 1ข อัครทูตได้ประสบการณ์ถึงการมีกำลังเข้มแข็งขึ้นในพระคุณด้วยตัวเองแล้ว (1:9-12). บัดนี้ท่านก็ได้หนุนใจติโมเธียวให้มีกำลังแข็งแรงขึ้นในพระคุณเช่นเดียวกัน.
2ตธ.
2:1 ค 2ตธ.1:9; 1ตธ.1:14
2ตธ.
2:1 2ค ดู 1:9 คำอธิบาย 2.
2ตธ.
2:2 ก 1ตธ.1:18
2ตธ.
2:2 1ก หลังจากที่ได้ฝากไว้ให้กับคนที่สัตย์ซื่อแล้ว ถ้อยคำที่มีพลานามัยนี้ก็จะกลายเป็นการมอบหมายที่ดีเลิศ (1:14). ถ้อยคำนี้แสดงว่า
ถ้าผู้ใดในคริสตจักรท้องถิ่นได้รับการมอบหมายแห่งถ้อยคำที่มีพลานามัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว ผู้นั้นก็ต้องทำการฝึกฝนผู้ที่สัตย์ซื่อ เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้รับการมอบหมายที่ดีเลิศจากองค์พระผู้เป็นเจ้าและสามารถสอนผู้อื่นได้.
2ตธ.
2:2 2 คือถ้อยคำที่มีพลานามัย (1:13).
2ตธ.
2:2 ข 2ตธ.1:13
2ตธ.
2:2 ค 1ตธ.6:12
2ตธ.
2:2 ง มธ.24:45
2ตธ.
2:2 3ง คือที่วางใจได้.
2ตธ.
2:2 จ 2ตธ.2:24; 1ตธ.3:2; 5:17
2ตธ.
2:3 ก 2ตธ.1:8; 4:5
2ตธ.
2:3 ข 1ตธ.1:18
2ตธ.
2:3 1ข อัครทูตเห็นว่าการปฏิบัติของพวกเขาเป็นการสู้รบเพื่อพระคริสต์ เหมือนกับการปรนนิบัติของปุโรหิตก็ถูกนับว่าเป็นการรับราชการทหารเพื่อการสู้รบ ดังใน อฤธ.4:23, 30, 35 (แปลตามตรง).
2ตธ.
2:4 ก เทียบ ลก.14:18-20; มธ.13:22
2ตธ.
2:4 1 ภาษากรีก bios (ไบออส) เล็งถึงชีวิตในด้านเนื้อหนังของเราในโลกปัจจุบันนี้.
2ตธ.
2:4 ข ฮร.12:1; 2ปต.2:20
2ตธ.
2:4 2ข หากเราต้องการเข้าสู่การสู้รบที่ดีเลิศ (4:7) เพื่อผลประโยชน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลกนี้ (4:7) เราก็จำต้องสะสางของฝ่ายโลกทุกอย่างที่มาพัวพัน.
2ตธ.
2:5 ก 1กธ.9:25
2ตธ.
2:5 1ก นี่เป็นการเปรียบติโมเธียวเป็นนักกีฬาที่อยู่ในการแข่งขัน.
2ตธ.
2:5 ข 2ตธ.4:8
2ตธ.
2:5 2ข ดู 1กธ.9:25 คำอธิบาย 1.
2ตธ.
2:6 ก 1กธ.9:10
2ตธ.
2:6 1ก ในที่นี้อัครทูตก็เปรียบติโมเธียวเหมือนกับพวกกสิกรด้วย. พวกทหารจะต้องมีชัยชนะ, พวกนักกีฬาจะต้องได้รับมงกุฎ, ส่วนพวกกสิกรก็ต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลิตผลเป็นอาหาร.
2ตธ.
2:8 ก กจ.2:24; 1กธ.15:4, 20
2ตธ.
2:8 1ก บ่งบอกถึงชัยชนะที่พระคริสต์ทรงมีเหนือความตาย ด้วยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และด้วยฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของชีวิตนี้.
2ตธ.
2:8 ข มธ.1:1; 22:42, 45; ยฮ.7:42; รม.1:3
2ตธ.
2:8 2ข บ่งบอกถึงสภาพมนุษย์อันสูงศักดิ์ของพระองค์ซึ่งได้ถูกยกชูขึ้นและได้รับสง่าราศีพร้อมกับสภาพพระเจ้าของพระองค์.
2ตธ.
2:8 ค รม.2:16; 16:25; ฆต.1:11; 1ตธ.1:11
2ตธ.
2:8 3ค กิตติคุณที่อัครทูตประกาศนั้นเป็นข่าวแห่งความยินดี ซึ่งเกี่ยวกับตัวบุคคลที่มีชีวิตอยู่ ก็คือพระคริสต์ ผู้ทรงมีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ ผู้เสด็จมากลายเป็นเนื้อหนังเป็นบุตรมนุษย์และก็ได้เป็นขึ้นมาอีกกลายเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งเหมือนกับพระคำที่คล้ายคลึงกันใน รม.1:1-4.
2ตธ.
2:9 ก 2ตธ.1:8, 12; กจ.9:16
2ตธ.
2:9 ข ฟป.1:7; กซ.4:3, 18
2ตธ.
2:9 ค ลก.22:37; 23:32
2ตธ.
2:9 ง 1ธซ.1:8
2ตธ.
2:9 1 ทั้งที่ประสบกับการต่อต้านโดยความพยายามของมนุษย์ที่ถูกซาตานยุยงมามากมาย แต่การถูกล่ามโซ่ของอัครทูตกลับทำให้พระคำของพระเจ้าได้ถูกปลดปล่อย ทำให้มนุษย์ป่าวประกาศได้อย่างอิสระและมีชัยชนะยิ่งขึ้น.
2ตธ.
2:10 ก 1กธ.13:7; ฮร.10:36
2ตธ.
2:10 ข ตต.1:1; กซ.3:12
2ตธ.
2:10 1ข เล็งถึงผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ ซึ่งพระบิดาได้ทรงเลือกสรรไว้ตั้งแต่ก่อนทรงสร้างโลก (อฟ.1:4) และได้ถูกคัดเลือกออกมาจากท่ามกลางมนุษยชาติเพื่อให้ได้รับความรอด. อัครทูตได้ยอมทนทุกข์ทุกอย่างเพื่อเราทั้งหลายซึ่งเป็นพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เพื่อเราทั้งหลายจะได้รับความรอดเหมือนกับที่ท่านได้รับด้วย.
2ตธ.
2:10 ค 1ธซ.5:9
2ตธ.
2:10 2 ไม่ใช่ความรอดและสง่าราศีที่นิรันดร์ แต่เป็นความรอดพร้อมด้วยสง่าราศีที่นิรันดร์. สง่าราศีที่นิรันดร์เป็นเป้าหมายที่สุดยอดแห่งความรอดของพระเจ้า (รม.8:21). ความรอดของพระเจ้าจะนำเราเข้าสู่สง่าราศีของพระองค์ (ฮร.2:10). สิ่งนี้ได้หนุนใจเราให้ทนต่อการยากลำบากเพื่อกิตติคุณ (รม.8:17).
2ตธ.
2:10 ง 1ปต.5:10; 2กธ.4:17; ฮร.2:10
2ตธ.
2:11 ก 1ตธ.1:15
2ตธ.
2:11 1 ข้อความตั้งแต่ตรงนี้ไปจนจบข้อ 13 อาจเป็นบทเพลงบทหนึ่ง. ถ้อยคำในตอนนี้สอดคล้องกับ รม.6:8; 8:17.
2ตธ.
2:11 2 ในการตรึงตายของพระคริสต์ ซึ่งมีแบบเล็งโดยการรับบัพติศมา (รม.6:3-8).
2ตธ.
2:11 ข รม.6:8; 2กธ.4:10
2ตธ.
2:11 3 ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (รม.6:5, 8; ยฮ.14:19).
2ตธ.
2:11 ค 1ธซ.5:10; ยฮ.14:19
2ตธ.
2:12 ก 2ธซ.1:4
2ตธ.
2:12 1ก ความอดทนต่อโลกในปัจจุบันนี้.
2ตธ.
2:12 ข วว.20:4, 6
2ตธ.
2:12 2ข การเป็นกษัตริย์ในโลกหน้า.
2ตธ.
2:12 ค มธ.10:33; ลก.12:9
2ตธ.
2:12 3 ไม่ยอมรับเรา (มธ.10:33; ลก.12:9).
2ตธ.
2:13 ก เทียบ รม.3:3
2ตธ.
2:13 1 สัตย์ซื่อต่อพระคำของพระองค์เอง.
2ตธ.
2:13 ข ตต.1:2; อฤธ.23:19
2ตธ.
2:13 2ข ถ้าหากเราไร้ความสัตย์ต่อพระองค์ แม้ว่าพระองค์จะยังคงสัตย์ซื่ออยู่ แต่พระองค์ก็ไม่อาจรับว่าเราสัตย์ซื่อแล้วกลับทำให้พระองค์เองกลายเป็นผู้ที่ไม่สัตย์ซื่อ ซึ่งเป็นการปฏิเสธพระองค์เอง (พระนิสัยและสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น).
2ตธ.
2:14 ก 1ตธ.4:11
2ตธ.
2:14 ข 1ตธ.6:4; 2ตธ.2:23; ตต.3:9
2ตธ.
2:14 ค ตต.3:9
2ตธ.
2:14 1 หรือ ล้มล้างไป. แปลตามตรงคือ หายนะ.
2ตธ.
2:15 ก รม.6:13; 12:1
2ตธ.
2:15 ข ฟป.2:22; 1กธ.11:19; รม.5:4, เทียบ 2ตธ.3:8; 1กธ.9:27; 2กธ.13:5, 6; ฮร.6:8
2ตธ.
2:15 1 วลีที่ว่า "อธิบายและแยกแยะ" แปลตามตรงคือตัดเหมือนในงานช่างไม้. ดังนั้นจึงเป็นการตัดด้วยความเที่ยงตรง หมายถึงการเปิดเผยพระคำของพระเจ้าแต่ละส่วนๆ ออกมาอย่างถูกต้อง, เที่ยงตรง, และไม่บิดเบือน.
2ตธ.
2:15 ค อฟ.1:13; ยก.1:18
2ตธ.
2:15 ง 1ตธ.2:4
2ตธ.
2:15 2ง ดู 1ตธ.2:4 คำอธิบาย 2 และ 3:15 คำอธิบาย 5. การเถียงกันในเรื่องถ้อยคำ (ข้อ 14), การสนทนาทางโลกอันไร้สาระ (ข้อ 16), ถ้อยคำที่กินลุกลามไปเหมือนแผลเนื้อร้าย (ข้อ 17), และปัญหาที่เถียงกันอย่างโง่ๆ โดยปราศจากความรู้ (ข้อ 23) ในกระแสที่ตกต่ำของคริสตจักรนั้นได้ถูกมารใช้ (ข้อ 26) ให้เกิดการแก่งแย่งชิงดีกัน (ข้อ 23), ทำลายผู้ที่ได้ฟัง (ข้อ 14), ก่อให้เกิดการไม่อยู่ในธรรมมากยิ่งขึ้น (ข้อ 16), และได้ล้มล้างความเชื่อของบางคน (ข้อ 18). ดังนั้นคำแห่งหลักความจริงจึงจำต้องถูกอธิบายออกมาอย่างถูกต้องเพื่อส่องสว่างผู้ที่มืดมน, ป้องกันพิษร้าย, กลืนกินความตาย, และนำผู้ที่เบี่ยงเบนออกไปให้กลับมาสู่ทางตรง.
2ตธ.
2:16 ก ตต.3:9; เทียบ 1ตธ.6:20; 2ตธ.3:5; 1ตธ.6:11; 2ตธ.2:22
2ตธ.
2:16 ข 1ตธ.4:7
2ตธ.
2:16 1ข ดู 1ตธ.4:7 คำอธิบาย 1.
2ตธ.
2:16 ค 1ตธ.6:20
2ตธ.
2:16 ง 1ตธ.1:9; ตต.2:12
2ตธ.
2:16 2ง ตรงกันข้ามกับธรรม. ดู 1ตธ.2:2 คำอธิบาย 2.
2ตธ.
2:17 1 หรือ รับการป้อนเลี้ยง, กัดกร่อน. แปลตามตรงคือ มีทุ่งหญ้า. อ่านประกอบ ยฮ.10:9. ศัพท์กรีกของคำว่า "ทุ่งหญ้า" นั้นเป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่พูดถึงการลุกลามแห่งเชื้อของเนื้อร้าย (Alford: อัลฟอร์ด). ดังนั้นในที่นี้จึงแปลเป็น กินลุกลาม.
2ตธ.
2:17 2 แผลเน่าชนิดที่กินลุกลามได้, มะเร็ง.
2ตธ.
2:17 ก 1ตธ.1:20
2ตธ.
2:18 ก 1ตธ.1:6
2ตธ.
2:18 1ก คือ พลาดเป้าไป, หันเลี้ยวไปจากทางตรง, เฉไป.
2ตธ.
2:18 ข 1ตธ.2:4
2ตธ.
2:18 2ข ดู 1ตธ.3:15 คำอธิบาย 5.
2ตธ.
2:18 ค 1กธ.15:12
2ตธ.
2:18 3 นั่นก็คือจะไม่มีการเป็นขึ้นอีกต่อไป. นี่เป็นมิจฉาลัทธิที่ร้ายแรงซึ่งปฏิเสธฤทธิ์เดชอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในชีวิต (1กธ.15:52; 1ธซ.4:16; วว.20:4, 6).
2ตธ.
2:18 ง 1กธ.1:14, 19ก
2ตธ.
2:18 4ง นี่คือความเชื่อแห่งทัศนะภายใน คือกริยาที่เราเชื่อ ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (รม.10:9).
2ตธ.
2:19 ก 1ตธ.3:15; เทียบ ยซย.28:16
2ตธ.
2:19 1ก ข้อ 14-18 ชี้แนะถึงวิธีจัดการกับมิจฉาลัทธิในด้านลบ และวิธียึดมั่นหลักความจริงไว้ในด้านบวก. ถ้าพิจารณาตามเนื้อความในข้อ 15, 18, 25 รากฐานในที่นี้ไม่ได้เล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นรากฐานของคริสตจักร (1กธ.3:11) แต่เล็งถึงคริสตจักรซึ่งเป็นรากฐานของหลักความจริง. สิ่งนี้สอดคล้องกับรากฐานแห่งหลักความจริงซึ่งได้ค้ำจุนหลักความจริงไว้ (1ตธ.3:15) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักความจริงเกี่ยวกับการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (กจ.4:33).
คริสตจักรถูกก่อสร้างขึ้นด้วยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในพระคริสต์ ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่อาจถูกทำลาย, ไม่มีสิ่งใดจะเอาชนะได้ (ฮร.7:16; กจ.2:24) และยังสามารถที่จะต้านทานความเสื่อมถอยแห่งความตายที่มาจากต้นกำเนิดใดๆ ก็ตาม. ดังนั้นคริสตจักรจึงเป็นรากฐานอันมั่นคงแห่งพระเจ้าซึ่งตั้งมั่นอยู่ต่อสู้กับมิจฉาลัทธิทุกอย่างไปชั่วนิรันดร์.
คริสตจักรถูกก่อสร้างขึ้นด้วยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในพระคริสต์ ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่อาจถูกทำลาย, ไม่มีสิ่งใดจะเอาชนะได้ (ฮร.7:16; กจ.2:24) และยังสามารถที่จะต้านทานความเสื่อมถอยแห่งความตายที่มาจากต้นกำเนิดใดๆ ก็ตาม. ดังนั้นคริสตจักรจึงเป็นรากฐานอันมั่นคงแห่งพระเจ้าซึ่งตั้งมั่นอยู่ต่อสู้กับมิจฉาลัทธิทุกอย่างไปชั่วนิรันดร์.
2ตธ.
2:19 ข อฟ.1:13; 4:30; 2กธ.1:22
2ตธ.
2:19 2ข ตราประทับนั้นมีสองด้าน. ในด้านขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือ "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้จักคนเหล่านั้นที่อยู่ฝ่ายพระองค์." กรณีนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงประทานให้แก่ผู้เชื่อทั้งหมดของพระองค์แล้ว และชีวิตนี้ก็ได้นำเขาเหล่านั้นเข้าสู่การเข้าสนิทอย่างอินทรียภาพกับพระองค์ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งกับพระองค์, กลายเป็นคนของพระองค์. ส่วนในด้านของเราคือ "ให้ทุกคนซึ่งร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าหลีกหนีเสียจากความอธรรม." นี่เป็นผลลัพธ์ของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ คือทำให้เราหลีกหนีเสียจากความอธรรมและยังรักษาเราให้ปราศจากติเตียนในพระนามที่แยกบริสุทธิ์ของพระองค์. การที่คริสตจักรซึ่งเป็นรากฐานอันมั่นคงในชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์มีตราประทับสองด้านเช่นนี้ เป็นพยานว่าชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทำให้เรากลายเป็นคนของพระองค์แล้ว และทำให้เราพ้นจากสิ่งของที่ตรงกันข้ามกับหลักเกณฑ์ที่ชอบธรรมของพระองค์ด้วย.
ในข้อ 19 นี้ได้บ่งบอกอย่างแน่นอนและชัดเจนว่า ผู้ที่ได้ถูกเปิดโปงออกมาในข้อ 16-18 ไม่ได้เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า. การประพฤติที่ชั่วร้ายของเขาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่หนักแน่น.
ในข้อ 19 นี้ได้บ่งบอกอย่างแน่นอนและชัดเจนว่า ผู้ที่ได้ถูกเปิดโปงออกมาในข้อ 16-18 ไม่ได้เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า. การประพฤติที่ชั่วร้ายของเขาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่หนักแน่น.
2ตธ.
2:19 ค อฤธ.16:5; นฮม.1:7; ยฮ.10:14, 27
2ตธ.
2:19 ง ยซย.26:13
2ตธ.
2:20 1 คำว่า "แต่" แสดงถึงความตรงกันข้ามกับคำนิยามแห่งผู้เชื่อแท้ในข้อก่อน.
2ตธ.
2:20 2 บ้านของพระเจ้าที่ได้ชี้แจงไว้ใน 1ตธ.3:15-16 นั้นก็คือคริสตจักรที่แท้จริงในด้านลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์และลักษณะพิเศษทางด้านธาตุแท้อันเป็นรากฐานของหลักความจริง. แต่บ้านหลังใหญ่ในที่นี้ได้เล็งถึงคริสตจักรที่ตกต่ำในด้านลักษณะพิเศษอันแปดเปื้อนปะปน ดังที่ได้ยกตัวอย่างของต้นไม้ใหญ่ที่ผิดปกติใน มธ.13:31-32 (ดู มธ.13:32 คำอธิบาย 1). ในบ้านหลังใหญ่ไม่ได้มีเพียงภาชนะที่ล้ำค่าและมีเกียรติเท่านั้น แต่ยังมีภาชนะที่ต่ำต้อยด้วย.
2ตธ.
2:20 3 ภาชนะที่มีเกียรติได้รับการก่อรูปโดยสภาพของพระเจ้า (ทอง) และสภาพมนุษย์ที่ได้รับการไถ่และการบังเกิดใหม่ (เงิน). ภาชนะเหล่านี้ก็ได้แก่ติโมเธียวและผู้เชื่อแท้อื่นๆ ซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นรากฐานอันแน่นอนซึ่งค้ำจุนหลักความจริงไว้.
2ตธ.
2:20 4 ภาชนะที่ไม่มีเกียรติถูกก่อรูปโดยสภาพมนุษย์ที่ตกต่ำ (ไม้กับดิน). ทั้งฮุเมนายกับฟิเลโตและผู้เชื่อเทียมเท็จอื่นๆ ล้วนเป็นภาชนะประเภทนี้.
2ตธ.
2:20 ก รม.9:21
2ตธ.
2:21 1 นี่คือการหลีกหนีเสียจากความอธรรม (ข้อ 19) นี่เป็นหลักฐานทางภายนอกของธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายใน.
2ตธ.
2:21 ก 2ตธ.2:16-18
2ตธ.
2:21 2ก เล็งถึงภาชนะที่ไม่มีเกียรติ รวมทั้งบรรดาผู้ที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 16-18 ด้วย.
2ตธ.
2:21 ข รม.9:21, 23-24
2ตธ.
2:21 3 วลีที่ว่า "มีเกียรติ" เป็นเรื่องของธาตุแท้, คำที่ว่า "แยกบริสุทธิ์" เป็นเรื่องของฐานะ, วลีที่ว่า "เหมาะที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์" เป็นเรื่องของการใช้งาน, และวลีที่ว่า "ถูกเตรียมไว้พร้อม" เป็นเรื่องของการฝึกฝน.
2ตธ.
2:21 ค รม.6:19, 22; 15:16; 1ปต.1:2
2ตธ.
2:21 ง ฟม.11
2ตธ.
2:21 จ 2ตธ.3:17; ตต.3:1, 8, 14; ฮร.13:21; อฟ.2:10
2ตธ.
2:22 ก 1ตธ.6:11
2ตธ.
2:22 1 ติโมเธียวไม่เพียงต้องป้องกันความเสื่อมเสียทางภายนอกในท่ามกลางคริสตจักรทั้งหลายเท่านั้น แต่ยังต้องป้องกันราคะตัณหาที่อยู่ในตัวเขาเองอีกด้วย. เขาจะต้องหลบเลี่ยงจากความเสื่อมเสียที่อยู่ทางภายนอก และยังต้องหลีกหนีจากราคะตัณหาที่อยู่ภายในอีกด้วย.
2ตธ.
2:22 ข 1ตธ.6:11
2ตธ.
2:22 2 ความชอบธรรมนั้นมีต่อตัวเอง, ความเชื่อนั้นมีต่อพระเจ้า, ความรักนั้นมีต่อผู้อื่น, ส่วนสันติสุขเป็นผลลัพธ์ของคุณธรรมทั้งสามอย่างนี้.
2ตธ.
2:22 ค รม.10:12; กจ.9:14; 1กธ.1:2
2ตธ.
2:22 3ค คือการร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 19) ในขณะที่เราอธิษฐานและสรรเสริญพระองค์. ผู้ที่แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าย่อมต้องเป็นผู้ที่ร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
2ตธ.
2:22 ง 1ตธ.1:5
2ตธ.
2:22 4ง แปลตามตรงคือ ออกจากใจที่บริสุทธิ์. ดู 1ตธ.1:5 คำอธิบาย 3.
2ตธ.
2:23 ก 1ตธ.1:4; 6:4
2ตธ.
2:23 ข ตต.3:9
2ตธ.
2:23 1ข หรือ โฉดเขลา.
2ตธ.
2:23 2 หมายถึงไม่ได้รับการศึกษา, ไม่ได้รับการอบรม, ไม่ผ่านการฝึกฝน นั่นคือ ไม่นอบน้อมต่อพระเจ้าแต่ตามความคิดและความตั้งใจของตัวเอง (Darby: ดาร์บี้).
2ตธ.
2:24 ก รม.1:1; ฆต.1:10
2ตธ.
2:24 ข 1ตธ.3:3; ตต.3:2; มธ.12:19
2ตธ.
2:24 ค 2ตธ.2:2
2ตธ.
2:25 ก 2ตธ.3:8; ตต.1:9; 2:8
2ตธ.
2:25 ข ตต.3:2; ฆต.6:1; 1ปต.3:16
2ตธ.
2:25 ค กจ.5:31
2ตธ.
2:25 1ค นี่แสดงว่าคนที่ต่อต้านหลักความจริงนั้นมีปัญหาที่ใจและมโนธรรม. หลักความจริงคือการเปิดเผยถึงพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และแผนการบริหารหรือความปรารถนาในพระทัยของพระองค์. ถ้าต้องการต้อนรับการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องฝึกฝนใจและมโนธรรมให้ถูกต้องต่อพระเจ้า. ใจต้องหันสู่พระเจ้าเพียงผู้เดียว, มโนธรรมต้องบริสุทธิ์หมดจดไม่บกพร่องต่อพระพักตร์พระเจ้า. ไม่เช่นนั้นมนุษย์ก็จะถูกมารจับไปเป็นเชลย ตกอยู่ในบ่วงแร้วของมัน (ข้อ 26).
2ตธ.
2:25 ง 1ตธ.2:4
2ตธ.
2:25 2ง ดู 1ตธ.2:4 คำอธิบาย 2. ถ้อยคำนี้ยืนยันว่าบรรดาผู้ที่ต่อต้านนั้น ขาดความรู้ที่เพียงพอต่อการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์.
2ตธ.
2:26 1 แสดงว่าผู้ต่อต้านหลักความจริงได้ถูกมารจับไปเป็นเชลยแล้วและตกอยู่ในบ่วงแร้วของมัน. ศัตรูของพระเจ้าได้ใช้ความผิดเพี้ยนเข้ายึดครองความคิดอันต่ำช้าของเขาและกันพระเจ้าไว้ภายนอกไม่ให้เข้าไปเหมือนกับที่มันได้กระทำกับพวกฟาริซาย (ยฮ.8:42-45). ใจของเขาเหล่านั้นจะต้องหันสู่พระเจ้า และยังต้องขจัดมโนธรรมอย่างถี่ถ้วนอีกด้วย.
2ตธ.
2:26 ก 1กธ.15:34
2ตธ.
2:26 2ก มีการตื่นตัวอีกครั้งหนึ่ง, ตื่นขึ้นมาจากอาการมึนเมา (Vincent: วินเซนต์).
2ตธ.
2:26 ข 1ตธ.3:7; 6:9
2ตธ.
2:26 3ข ดู วว.2:10 คำอธิบาย 1.
2ตธ.
2:26 ค รม.12:2; อฟ.5:17; กซ.1:9
2ตธ.
2:26 4ค คือเพื่อน้ำพระทัยของพระเจ้า, เพื่อปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า.