การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6

1 ติโมเธียว บทที่ 4

VIII. คำพยากรณ์ถึงการเสื่อมถอยของคริสตจักร
4:1-5
1ตธ. 4:1 1แต่2กพระวิญญาณนั้นได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า3ในภายหน้าจะมีบางคนขละทิ้ง4คหลักความเชื่อ แล้วหันไปใส่ใจ5งวิญญาณที่หลอกลวงมนุษย์และคำสอนของ6จพวกผี
1ตธ. 4:2 1โดยอาการกหน้าซื่อใจคดของคนที่พูดขโกหก คือคนที่เหมือนเอา2เหล็กแดง3คตีตราลงไปบนมโนธรรมของตน
1ตธ. 4:3 พวกเขาห้ามผู้คน1กสมรสกัน และให้ขงด1ครับประทานอาหารซึ่ง2พระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้เพื่อให้คนที่3งเชื่อและ4จรู้จักหลักความจริงอย่างครบถ้วนรับประทานด้วยฉขอบพระคุณ.
1ตธ. 4:4 ด้วยว่า1สิ่งสารพัดซึ่งพระเจ้าได้ทรงเนรมิตสร้างไว้ก็เป็นกสิ่งดี ถ้ารับด้วยขอบพระคุณแล้วก็ไม่ห้ามเลยสักสิ่งเดียว
1ตธ. 4:5 เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ถูก1กแบ่งแยกบริสุทธิ์โดย2พระคำของพระเจ้าและ3ขคำอธิษฐานทูลขอ.
IX. ผู้ปฏิบัติอันดีของพระคริสต์
4:6-16
1ตธ. 4:6 ถ้าท่านเตือนสติพวกพี่น้องด้วยข้อความเหล่านี้ ท่านก็จะเป็น1กผู้ปฏิบัติอันดีของพระคริสต์เยซู คือ2ได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยถ้อยคำแห่ง3ขหลักความเชื่อและด้วย4คำสอนอันดีที่ท่าน5ได้คติดตามอย่างกระชั้นชิดนั้น.
1ตธ. 4:7 แต่จง1ละทิ้ง2กถ้อยคำที่เป็นฝ่ายโลกและ3ขนิยายปรัมปรา และจง4ฝึกฝนตัวไปในทางคธรรม.
1ตธ. 4:8 เพราะว่าการฝึกฝนทางกายนั้นมีประโยชน์เพียง1เล็กน้อย แต่ว่ากธรรมนั้นมีประโยชน์2ขทุกอย่าง คือมี3คำสัญญาสำหรับชีวิตในปัจจุบันนี้และชีวิตในอนาคตด้วย.
1ตธ. 4:9 กคำนี้เป็นคำสัตย์จริงและสมควรที่จะรับไว้ทั้งสิ้น.
1ตธ. 4:10 โดยเห็นแก่สิ่งนี้เอง เราจึงกตรากตรำและบากบั่นสู้รบ เพราะว่าเราตั้งขความหวังไว้ใน1คพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ [ผู้เป็น]งพระผู้ช่วยให้รอดของจคนทั้งปวง ฉโดยเฉพาะของเหล่าผู้ที่เชื่อ.
1ตธ. 4:11 จงกกำชับและขสั่งสอนเรื่องราวเหล่านี้เถิด.
1ตธ. 4:12 อย่าให้ผู้ใดกหมิ่นประมาท1ขความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นคแบบอย่างแก่บรรดาผู้เชื่อ ใน2ทางวาจา, การประพฤติ, ความรัก, ความเชื่อ, และ3งความบริสุทธิ์หมดจด.
1ตธ. 4:13 จงใส่ใจใน1กการอ่านประกาศพระคำ, ในขการเตือนสติ, และในคการสอนจนกว่าข้าพเจ้าจะมา.
1ตธ. 4:14 อย่าเพิกเฉยต่อ1กของประทานที่มีอยู่2ในตัวท่าน ซึ่งทรงประทานแก่ท่านโดย3ขคำพยากรณ์กับ4คการวางมือของ5งกลุ่มผู้อาวุโสบนตัวท่านนั้น.
1ตธ. 4:15 จงอุตสาหะปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้ และต้อง1ฝังตัวท่านไว้ในการนี้ทีเดียว เพื่อ2ความเจริญของท่านจะได้ปรากฏแจ้งแก่คนทั้งปวง.
1ตธ. 4:16 จง1กใส่ใจต่อตัวท่านและคำสอนของท่านให้ดี จงยึดมั่นในการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อกระทำอย่างนี้ ท่านจะช่วยทั้งขตัวท่านเองและคคนทั้งปวงที่ฟังท่านให้รอดได้.

คำอธิบาย 1 ติโมเธียว บทที่ 4

1ตธ. 4:1 1 ถ้อยคำต่อไปนี้ตรงกันข้ามกับถ้อยคำที่ได้กล่าวใน 3:16.
1ตธ. 4:1 ก วว.2:7
1ตธ. 4:1 2ก นี่ก็คือพระวิญญาณที่อาศัยอยู่ในวิญญาณของเราและตรัสแก่เราทั้งหลายในวิญญาณของเรา (รม.8:9-11, 16). หากเราต้องการฟังการตรัสของพระวิญญาณนั้นและได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากวิญญาณที่หลอกลวงมนุษย์และคำสอนของพวกผี เราก็ต้องฝึกฝนวิญญาณของเราให้ว่องไวและกระจ่างแจ้ง.
1ตธ. 4:1 3 หมายถึงช่วงเวลาหลังจากที่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้แล้ว ต่างกับคำว่า "ในวาระสุดท้าย" ใน2ตธ.3:1 ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่จะสิ้นสุดยุคนี้.
1ตธ. 4:1 ข 1ตธ.6:10; 2ธซ.2:3
1ตธ. 4:1 ค 1ตธ.1:4
1ตธ. 4:1 4ค หลักความเชื่อแห่งทัศนะภายนอก ซึ่งก็คือเนื้อหาสาระของสิ่งที่เราเชื่อ. ดู 1:19 คำอธิบาย 3 กับ 3:9 คำอธิบาย 1.
1ตธ. 4:1 ง 1ยฮ.4:6; วว.16:14
1ตธ. 4:1 5ง วิญญาณที่หลอกลวงมนุษย์ตรงกันข้ามกับพระวิญญาณนั้น ดังที่ได้กล่าวไว้ใน 1ยฮ.4:2, 6. วิญญาณเหล่านี้ก็คือทูตสวรรค์ที่ตกต่ำซึ่งได้ติดตามซาตานในขณะที่มันกบฏและกลายเป็นลูกน้องของมันที่ทำงานเพื่ออาณาจักรแห่งความมืดของมัน (มธ.25:41; อฟ.6:12 คำอธิบาย 2).
1ตธ. 4:1 จ ยก.3:15; วว.9:20
1ตธ. 4:1 6จ พวกผีนี้ก็คือเหล่าวิญญาณโสโครกอันชั่วร้าย (มธ.12:22, 43; ลก.8:2) ของสรรพสัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ในยุคก่อนอาดามซึ่งได้เข้าร่วมการกบฏของซาตานและถูกพระเจ้าพิพากษา (ดู บทเรียนชีวิตเยเนซิศ, ตอนที่ 2). หลังจากที่พวกมันถูกพิพากษาแล้วก็ได้กลายเป็นผีที่ทำงานอยู่บนแผ่นดินโลกเพื่ออาณาจักรของซาตาน. พวกนี้ไม่เหมือนกับวิญญาณที่หลอกลวงมนุษย์.
1ตธ. 4:2 1 วลีนี้ขยายวลีที่ว่า "คำสอนของพวกผี" ในข้อ 1. คำสอนของพวกผีจะดำเนินการออกมาโดยอาการหน้าซื่อใจคดของคนที่พูดโกหก. กรณีนี้ชี้บ่งว่าพวกผีและคนที่พูดโกหกสมรู้ร่วมคิดกันล่อลวงมนุษย์.
1ตธ. 4:2 ก มธ.23:13, 15
1ตธ. 4:2 ข 2ธซ.2:11
1ตธ. 4:2 2 หมายถึงเหล็กที่เผาจนร้อนซึ่งผู้เป็นเจ้าของใช้ตีตราทาสหรือสัตว์เลี้ยง.
1ตธ. 4:2 ค อฟ.4:19
1ตธ. 4:2 3ค มโนธรรมของคนที่พูดโกหกและหน้าซื่อใจคดนั้นไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว เหมือนถูกตีตราด้วยเหล็กแดง. หนังสือเล่มนี้เน้นถึงมโนธรรมอย่างมาก. ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรนั้น ความรักตรงกันข้ามกับความริษยาและความขัดแย้งกัน ซึ่งมาจากมโนธรรมที่ไม่บกพร่อง (1:5). บรรดาผู้ที่ทิ้งมโนธรรมที่ไม่บกพร่องไปก็จะอับปางลงในด้านหลักความเชื่อนั้น (1:19). ผู้ที่ปรนนิบัติอยู่ในคริสตจักรจะต้องยึดถือข้อลับลึกแห่งความเชื่อด้วยมโนธรรมอันบริสุทธิ์หมดจด (3:9). การรักษามโนธรรมที่ไม่บกพร่องและบริสุทธิ์หมดจดไว้นั้น เป็นการรักษาความว่องไวในการใช้งานของมโนธรรม. สิ่งนี้จะปกป้องเราจากคำสอนอันหน้าซื่อใจคดแห่งพวกผีมารและของคนพูดโกหกที่มาหลอกลวง.
1ตธ. 4:3 ก เทียบ ฮร.13:4
1ตธ. 4:3 1ก การสมรสและการรับประทานอาหารล้วนเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้. การรับประทานอาหารนั้นมีเพื่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ ส่วนการสมรสนั้น มีเพื่อการสืบสายและการเพิ่มพูนของมนุษยชาติ. ในด้านหนึ่งซาตานทำให้มนุษย์ใช้สองสิ่งนี้เกินเลยไปตามราคะตัณหาของเนื้อหนัง. อีกด้านหนึ่งมันก็เน้นย้ำการบำเพ็ญตบะจนเกินไปโดยห้ามในเรื่องการสมรสกันและให้งดรับประทานอาหารบางอย่าง. สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำสอนของพวกผี.
1ตธ. 4:3 ข กซ.2:20-23
1ตธ. 4:3 ค ยนซ.1:29; 9:3; 1กธ.8:8; กซ.2:16
1ตธ. 4:3 2 ทุกสิ่งที่กินได้นั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างไว้ให้มนุษย์ยังชีพ. เราควรรับประทานอาหารเหล่านี้ด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าจากใจที่รำลึกถึงพระคุณ.
1ตธ. 4:3 ง ยฮ.20:31
1ตธ. 4:3 3ง การเชื่อก็คือการได้รับควาามรอดและได้เริ่มต้นชีวิตฝ่ายวิญญาณ ส่วนการรู้จักหลักความจริงอย่างครบถ้วนเป็นการตระหนักถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในแผนการบริหารของพระองค์และเติบโตสุกงอมในชีวิตฝ่ายวิญญาณ.
1ตธ. 4:3 จ 1ตธ.2:4
1ตธ. 4:3 4จ ดู 2:4 คำอธิบาย 2.
1ตธ. 4:3 ฉ รม.14:6; 1กธ.10:30
1ตธ. 4:4 1 นี่เป็นสิ่งที่ค้านกับคำสอนของพวกนอสติก (Gnostics) ซึ่งสอนว่า สิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างบางสิ่งเป็นของชั่วร้าย และยังค้านกับคำสอนของพวกบำเพ็ญตบะบางลัทธิซึ่งสั่งห้ามอาหารบางอย่าง.
1ตธ. 4:4 ก ยนซ.1:25, 31; รม.14:2, 14, 20; ตต.1:15
1ตธ. 4:5 ก เทียบ กจ.10:15
1ตธ. 4:5 1ก แบ่งแยกไว้สำหรับพระเจ้าเพื่อพระประสงค์ของพระเจ้า.
1ตธ. 4:5 2 หมายถึงคำอธิษฐานที่เราทูลต่อพระเจ้า ซึ่งบางส่วนอาจจะยกอ้างมาจากพระคัมภีร์ บางส่วนอาจจะเป็นข่าวสารที่เราได้ยินหรือได้อ่าน.
1ตธ. 4:5 ข 1ซมอ.9:13; มธ.14:19; 15:36; กจ.27:35
1ตธ. 4:5 3ข ดู 2:1 คำอธิบาย 2. คำอธิษฐานทูลขอในที่นี้หมายถึงคำอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่ออาหารที่เราจะรับประทานซึ่งได้แบ่งแยกอาหารของเราจากสิ่งของธรรมดา และได้แบ่งแยกอาหารให้บริสุทธิ์แด่พระเจ้า เพื่อพระประสงค์ของพระองค์ในการบำรุงเลี้ยงเราให้มีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระองค์.
1ตธ. 4:6 ก 2กธ.11:23
1ตธ. 4:6 1ก ผู้ปฏิบัติของพระคริสต์เป็นผู้ปรนนิบัติผู้อื่นด้วยพระคริสต์ คือนำพระคริสต์มาหล่อเลี้ยงให้แก่ผู้คนเป็นองค์พระผู้ช่วย, ชีวิต, การหล่อเลี้ยงของชีวิต, และทุกสิ่งที่อยู่ในด้านบวก ซึ่งต่างกับอาจารย์สอนกฎบัญญัติและสอนเรื่องราวอื่นๆ (1:7, 3).
1ตธ. 4:6 2 หรือ ได้บำรุงเลี้ยงตัวท่าน. การได้รับการบำรุงเลี้ยงนั้นมีเพื่อการเติบโตในชีวิตอันเป็นเรื่องของชีวิตต่างกับการได้รับการสอนเพียงอย่างเดียวอันเป็นเรื่องของความรู้. หากเราจะนำพระคริสต์หล่อเลี้ยงให้แก่ผู้อื่น ตัวเราเองต้องได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยพระคำแห่งชีวิตที่เกี่ยวกับพระคริสต์เสียก่อน.
1ตธ. 4:6 ข 1ตธ.1:4
1ตธ. 4:6 3ข ดูข้อ 1 คำอธิบาย 4. ถ้อยคำแห่งหลักความเชื่อก็คือ ถ้อยคำแห่งกิตติคุณที่ครบสมบูรณ์เกี่ยวกับแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า.
1ตธ. 4:6 4 คำสอนอันดีก็คือ ถ้อยคำอันหวานชื่นซึ่งประกอบไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์และได้ถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้น เพื่อบำรุงเลี้ยง, เสริมสร้าง, และเพิ่มกำลังให้แก่ผู้เชื่อของพระองค์.
1ตธ. 4:6 5 เราจะต้องติดตามถ้อยคำนั้นอย่างกระชั้นชิดเสียก่อนที่เราจะไปสอนผู้อื่น.
1ตธ. 4:6 ค 2ตธ.3:10
1ตธ. 4:7 1 หรือ ปฏิเสธ, หลบหลีก.
1ตธ. 4:7 ก 1ตธ.1:4; 2ตธ.4:4; ตต.1:14
1ตธ. 4:7 2ก ดู 1:4 คำอธิบาย 1.
1ตธ. 4:7 ข 1ตธ.1:9; 6:20; 2ตธ.2:16
1ตธ. 4:7 3ข แปลตามตรงคือ นิยายของหญิงชรา คือถ้อยคำที่ผสมปนเปกับฝ่ายโลก เป็นถ้อยคำที่ตรงกันข้ามกับการแบ่งแยกบริสุทธิ์.
1ตธ. 4:7 4 เหมือนกับกายบริหาร. ในทางธรรม ก็คือยึดเอาธรรมเป็นจุดหมาย. ธรรมก็คือพระคริสต์ได้ดำเนินชีวิตออกมาจากตัวเรา กลายเป็นการปรากฏเป็นที่ประจักษ์ของพระเจ้าในเนื้อหนัง (ดู 3:16 คำอธิบาย 1 กับคำอธิบาย 3). วันนี้พระคริสต์องค์นี้ก็คือพระวิญญาณนั้นที่อาศัยอยู่ในวิญญาณของเรา (2กธ.3:17; รม.8:9-10; 2ตธ.4:22). ดังนั้นการฝึกฝนตัวไปในทางธรรมก็คือการฝึกฝนวิญญาณของเราให้ดำเนินชีวิตพระคริสต์ในชีวิตประจำวันของเรา.
1ตธ. 4:7 ค 1ตธ.2:2
1ตธ. 4:8 1 ตรงกันข้ามกับคำว่า "ทุกอย่าง" ในวรรคหลัง เล็งถึงของไม่กี่อย่าง ซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์เพียงเล็กน้อย.
1ตธ. 4:8 ก 1ตธ.2:2; 6:6
1ตธ. 4:8 ข รม.8:28
1ตธ. 4:8 2ข ไม่ใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดในตัวเราเท่านั้นแต่เป็นทุกส่วนของเราคือทั้งร่างกาย, จิต, และวิญญาณ, ทั้งที่เป็นของชั่วคราวและที่เป็นนิรันดร์.
1ตธ. 4:8 3 คำสัญญาสำหรับชีวิตในปัจจุบันนี้หรือชีวิตในยุคนี้ได้แก่คำสัญญาใน มธ.6:33; ยฮ.16:33; ฟป.4:6-7; 1ปต.5:8-10 เป็นต้น. คำสัญญาสำหรับชีวิตในอนาคต หรือชีวิตในยุคหน้าและในโลกนิรันดร์ได้แก่คำสัญญาใน 2ปต.1:10-11; 2ตธ.2:12; วว.2:7, 17; 21:6-7 เป็นต้น. ส่วนคำสัญญาที่ปรากฏใน มก.10:29-30 นั้นครอบคลุมทั้งชีวิตในปัจจุบันนี้และชีวิตในอนาคตด้วย.
1ตธ. 4:9 ก 1ตธ.1:15
1ตธ. 4:10 ก กซ.1:29
1ตธ. 4:10 ข 1ตธ.5:5; 6:17
1ตธ. 4:10 ค ดนอ.6:20, 26; มธ.16:16; 1ตธ.3:15
1ตธ. 4:10 1ค เพราะว่าพระเจ้าของเราทรงพระชนม์อยู่ ฉะนั้นเราจึงสามารถตั้งความหวังในพระองค์ได้.
1ตธ. 4:10 ง 1ตธ.1:1; ยฮ.4:42
1ตธ. 4:10 จ 1ตธ.2:4
1ตธ. 4:10 ฉ เทียบ ฆต.6:10
1ตธ. 4:11 ก 1ตธ.5:7; 6:17; 2ตธ.2:14
1ตธ. 4:11 ข 1ตธ.4:13
1ตธ. 4:12 ก ตต.2:15; 1กธ.16:11
1ตธ. 4:12 ข 2ตธ.2:22
1ตธ. 4:12 1ข ถึงแม้ติโมเธียวจะยังหนุ่มแน่นอยู่ แต่เปาโลก็ได้กำชับให้เขาแบกภาระความรับผิดชอบโดยให้คำนึงถึงการก่อสร้างคริสตจักรท้องถิ่น อีกทั้งให้เลือกและแต่งตั้งผู้อาวุโสและผู้ปรนนิบัติ. เพราะความรับผิดชอบเช่นนี้ ติโมเธียวจึงถูกกำชับไม่ให้ทำตัวเป็นเด็กๆ แต่ให้เป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้เชื่อ.
1ตธ. 4:12 ค ตต.2:7; 1ปต.5:3
1ตธ. 4:12 2 หรือ วาทศิลป์.
1ตธ. 4:12 ง ฟป.4:8
1ตธ. 4:12 3ง บริสุทธิ์หมดจดในเจตนาและการกระทำโดยไม่มีอะไรเจือปน.
1ตธ. 4:13 ก กจ.13:15; 2กธ.3:14
1ตธ. 4:13 1ก ไม่ได้มีนัยถึงการอ่านเพื่อศึกษาค้นคว้าแต่เป็นการอ่านด้วยเสียงดังในที่สาธารณะ. หากพิจารณาดูตามเนื้อความแล้ว การอ่านประกาศพระคำคงจะมีเพื่อการเตือนสติและการสอน.
1ตธ. 4:13 ข 1ตธ.6:2; 2ตธ.4:2
1ตธ. 4:13 ค 1ตธ.4:11; 6:2
1ตธ. 4:14 ก 2ตธ.1:6
1ตธ. 4:14 1ก ตามเนื้อความในข้อ 11, 13, และ 16 บางทีสิ่งนี้อาจเป็นของประทานในการสอน. ข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ก็อาจยืนยันถึงสิ่งนี้ได้: 1ตธ.1:3; 4:6; 5:7; 6:2, 12, 20; 2ตธ.1:13-14; 2:2, 14-15, 24-25; 4:2, 5.
1ตธ. 4:14 2 กรณีนี้ชี้บ่งว่าของประทานที่กล่าวถึงในที่นี้ไม่ใช่ความสามารถทางภายนอก แต่เป็นฤทธิ์เดชแห่งชีวิตที่อยู่ภายใน ซึ่งมีเพื่อหล่อเลี้ยงผู้อื่น. นี่ไม่ใช่ของประทานแห่งการอัศจรรย์เช่นการพูดภาษาต่างๆ และการรักษาโรค (1กธ.12:28) แต่เป็นของประทานแห่งพระคุณ เช่น การสอนและการเตือนสติ (รม.12:7-8).
1ตธ. 4:14 ข 1ตธ.1:18
1ตธ. 4:14 3ข ดู 1:18 คำอธิบาย 2.
1ตธ. 4:14 ค 2ตธ.1:6; 1ตธ.5:22; กจ.6:6; 8:17; 19:6
1ตธ. 4:14 4ค การวางมือนั้นมีการใช้งานอยู่สองประการ: ประการแรกเพื่อการประสานสนิท ดังเช่นใน ลวต.1:4 ส่วนอีกประการหนึ่งนั้นมีเพื่อการแจกปัน ดังเช่นในที่นี้. การแจกปันนั้นมีพื้นฐานอยู่บนการประสานสนิท. หากไม่มีการประสานสนิท ก็จะไม่มีพื้นฐานในการแจกปันสิ่งใด. โดยการวางมือของผู้อาวุโสและอัครทูตเปาโลซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประสานสนิทนี้เอง (2ตธ.1:6) ของประทานแห่งพระคุณจึงได้ถูกแจกปันให้แก่ติโมเธียว.
1ตธ. 4:14 ง กจ.20:28; 1ปต.5:1
1ตธ. 4:14 5ง ในที่นี้ไม่เพียงหมายถึงผู้อาวุโสทั้งหลาย แต่ยังหมายถึงทั้งกลุ่มของผู้อาวุโสทั้งหลาย หรือทั้งระบบของผู้อาวุโสด้วย โดยมีนัยว่าพวกเขาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมทำการเหมือนคนๆ เดียว. ผู้อาวุโสซึ่งก็คือผู้ดูแลนั้น (3:2) เป็นตัวแทนของคริสตจักรท้องถิ่นซึ่งเป็นการสำแดงแห่งพระกายของพระคริสต์. ฉะนั้นการวางมือของบรรดาผู้อาวุโสจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงว่า พระกายของ พระคริสต์ได้ร่วมกับพระเจ้าในการแจกจ่ายของประทานแห่งพระคุณให้แก่ติโมเธียว. นี่ไม่ใช่เรื่องของส่วนบุคคลแต่เป็นเรื่องของพระกายของพระคริสต์.
1ตธ. 4:15 1 แปลตามตรงคือ จมอยู่ใน.
1ตธ. 4:15 2 หรือ ความก้าวหน้า.
1ตธ. 4:16 ก กจ.20:28
1ตธ. 4:16 1ก หรือ สนใจอย่างใกล้ชิด.
1ตธ. 4:16 ข ยอค.33:9
1ตธ. 4:16 ค รม.11:14; 1กธ.9:22; ยก.5:20
สารบัญ