การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6

1 ติโมเธียว บทที่ 2

IV. การอธิษฐานเพื่อความรอดของมนุษย์
2:1-7
1ตธ. 2:1 เหตุฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าวอนขอท่านให้1กวิงวอน, อธิษฐาน, 2ทูลขอ, และขอบพระคุณสำหรับขคนทั้งปวง
1ตธ. 2:2 คือสำหรับกบรรดากษัตริย์และคนทั้งปวงที่มีตำแหน่งสูง เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่าง1สงบราบรื่นด้วยการ2ขอยู่ในธรรมและด้วย3คความหนักแน่นทุกประการ.
1ตธ. 2:3 การนั้นเป็นการดีและเป็นกที่ชอบพระทัยต่อเบื้องพระพักตร์ของของค์พระผู้ช่วยให้รอดของเราผู้ทรงเป็นพระเจ้า
1ตธ. 2:4 ผู้มีพระทัยประสงค์ให้1กคนทั้งปวงขได้รับความรอด และให้2ครู้จักงหลักความจริงอย่างครบถ้วน.
1ตธ. 2:5 เพราะว่ามี1กพระเจ้าองค์เดียวและมี2ขคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระคริสต์เยซูผู้ทรงเป็น3คมนุษย์
1ตธ. 2:6 ผู้ทรง1ประทานพระองค์เองเป็น2กค่าไถ่สำหรับขคนทั้งปวง สิ่งนี้ได้3คเป็นพยานในงเวลาอันเหมาะ.
1ตธ. 2:7 และสำหรับการนี้ข้าพเจ้าได้ถูกกตั้งไว้ให้เป็น1ผู้ประกาศและเป็นอัครทูต (ข้าพเจ้าพูดจริงไม่ได้ขพูดโกหกเลย) และเป็น2อาจารย์ของคพวกต่างชาติ ใน3งหลักความเชื่อและจหลักความจริง.
V. การดำเนินชีวิตที่ปกติในคริสตจักร
2:8-15
1ตธ. 2:8 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้ผู้ชายทั้งหลาย1อธิษฐานในทุกแห่งโดยกยก2ขมือ3อันบริสุทธิ์ ปราศจาก4โทสะและ5คการถกเถียงกัน.
1ตธ. 2:9 ฝ่ายพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน ให้กประดับกายด้วยเสื้อผ้าที่1เหมาะสม ด้วย2การรู้จักละอายและ3ขการบังคับตน ไม่ใช่ด้วยการถักผม หรือประดับด้วยทองคำ หรือด้วยไข่มุก หรือด้วยเสื้อผ้าราคาแพง
1ตธ. 2:10 แต่ให้ประดับกายด้วยกิจการอันดี ซึ่งกสมกับหญิงที่ประกาศตัวว่าเป็น1ขคนยำเกรงพระเจ้า.
1ตธ. 2:11 ให้ผู้หญิง1กเรียนรู้ด้วยการสงบนิ่ง ด้วย2ขการนอบน้อมเชื่อฟังทุกอย่าง.
1ตธ. 2:12 ข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้กผู้หญิง1สั่งสอนหรือใช้อำนาจเหนือผู้ชาย แต่ให้พวกเธอ2สงบนิ่งอยู่.
1ตธ. 2:13 ด้วยว่าทรง1สร้าง2อาดามก่อน แล้วจึงทรงสร้างเอวา
1ตธ. 2:14 และ1อาดามไม่ได้ถูกหลอกลวง แต่2ผู้หญิงนั้นได้ถูกกหลอกลวง จึงตกอยู่ในการล่วงละเมิด.
1ตธ. 2:15 ถึงกระนั้นแล้ว ถ้าแม้พวกเธอ1ดำรงคงอยู่ใน2กความเชื่อ, ความรัก, ขการแยกบริสุทธิ์พร้อมด้วยคการบังคับตน เธอจะรอดได้โดย3การให้กำเนิดบุตร.

คำอธิบาย 1 ติโมเธียว บทที่ 2

1ตธ. 2:1 ก อฟ.6:18; ฟป.4:6
1ตธ. 2:1 1ก การปฏิบัติแห่งการอธิษฐานเป็นเงื่อนไขที่ต้องมีก่อนสิ่งอื่นใดในการปกครองและการเลี้ยงดูของคริสตจักรท้องถิ่น. สำหรับข้อแตกต่างระหว่างการวิงวอนกับการอธิษฐานนั้น ให้ดู ฟป.4:6 คำอธิบาย 3.
1ตธ. 2:1 2 คำศัพท์ในภาษากรีกมีนัยถึง การเข้ามาใกล้ชิดพระเจ้าอย่างเป็นส่วนตัวเพื่อระบายความในใจกับพระองค์ คือห่วงใยต่อเรื่องราวของผู้อื่นและทูลขอต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อผลประโยชน์ของเขาทั้งหลาย.
1ตธ. 2:1 ข 1ตธ.2:4, 6
1ตธ. 2:2 ก อษร.6:10
1ตธ. 2:2 1 การดำเนินชีวิตอย่างสงบราบรื่นนั้นเป็นการดำเนินชีวิตที่มีสันติสุข, สงบนิ่ง, และปราศจากสิ่งรบกวนทั้งทางสภาพการณ์ภายนอกและทางใจกับวิญญาณซึ่งอยู่ภายในด้วย. การดำเนินชีวิตเช่นนี้ทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตคริสตจักรที่รับสุขด้วยการอยู่ในธรรม ด้วยความหนักแน่น.
1ตธ. 2:2 ข 1ตธ.2:10; 3:16; 4:7, 8; 5:4; 6:3, 5, 6, 11; 2ตธ.3:5, 12; ตต.1:1; 2:12; เทียบ 1ตธ.1:9; 2ตธ.2:16; ตต.2:12
1ตธ. 2:2 2ข คือเหมือนพระเจ้า, คล้ายพระเจ้า, และสำแดงพระเจ้า. การดำเนินชีวิตของคริสเตียนควรจะเป็นการดำเนินชีวิตที่สำแดงพระเจ้าและมีพระลักษณะของพระเจ้าในทุกประเด็น.
1ตธ. 2:2 ค 1ตธ.3:4; ตต.2:7
1ตธ. 2:2 3ค เล็งถึงคุณลักษณะชนิดหนึ่งในบุคลิกของบุคคลที่ควรค่าแก่การนับถือ โดยมีนัยถึงความสูงศักดิ์ซึ่งเป็นแรงดลใจและบันดาลให้ผู้อื่นเคารพ (ดู ฟป.4:8 คำอธิบาย 2). ธรรมคือการสำแดงพระเจ้า ส่วนความหนักแน่นเป็นการประพฤติต่อมนุษย์. การดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราควรจะสำแดงพระเจ้าต่อมนุษย์ด้วยบุคลิกที่น่าเคารพ เป็นที่นับถือของผู้อื่น.
1ตธ. 2:3 ก 1ตธ.5:4
1ตธ. 2:3 ข 1ตธ.1:1
1ตธ. 2:4 ก 1ตธ.2:1, 6; 4:10
1ตธ. 2:4 1ก เราควรจะอธิษฐานเพื่อคนทั้งปวง (ข้อ 1) เพราะองค์พระผู้ช่วยให้รอดของเราผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่มีพระทัยประสงค์ให้ทุกคนได้รับความรอดและรู้จักหลักความจริง. พระประสงค์ของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริงได้ก็ต้องการการอธิษฐานของเรา.
1ตธ. 2:4 ข ยฮ.3:17
1ตธ. 2:4 ค 2ตธ.2:25; 3:7; ตต.1:1
1ตธ. 2:4 2ค พระเจ้ายังประสงค์ให้ผู้ที่รอดแล้วได้รู้จักหลักความจริงอย่างครบถ้วน. หลักความจริง ก็คือความเที่ยงแท้ เล็งถึงสิ่งของที่แท้จริงทั้งหมด ซึ่งได้เปิดเผยอยู่ในพระคำของพระเจ้า ประการที่สำคัญก็คือพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้า และคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระคริสต์. ผู้ที่รอดแล้วควรจะรู้จักเรื่องราวเหล่านี้อย่างครบถ้วนและเข้าใจอย่างบริบูรณ์.
จดหมายทั้งสองฉบับนี้ถูกเขียนไปให้ติโมเธียวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการกับความเสื่อมถอยของคริสตจักร. ในจดหมายฉบับที่หนึ่งนั้นความเสื่อมถอยได้คืบคลานเข้ามาอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมในคำสอนที่แตกต่างออกไปจากแผนการบริหารของพระเจ้า (1:3). ในจดหมายฉบับที่สองนั้นความเสื่อมถอยก็พัฒนาขึ้นอย่างเปิดเผยและเลวร้ายไปกว่าเดิมโดยมิจฉาลัทธิ (2ตธ.2:16-18). หากจะจัดการกับความเสื่อมถอยเช่นนี้ ก็ต้องรักษาหลักความจริงไว้. ในหนังสือจดหมายฉบับที่หนึ่งได้เน้นว่าพระเจ้าทรงมีพระทัยประสงค์ให้ทุกคนที่พระองค์ทรงช่วยให้รอดได้รู้จักหลักความจริงอย่างครบถ้วน และได้เน้นว่า คริสตจักรก็คือเสาและฐานรากแห่งหลักความจริง (3:15). ในจดหมายฉบับที่สองได้เน้นว่า พระคำแห่งหลักความจริงควรจะถูกอธิบายออกอย่างเที่ยงตรง (2ตธ.2:15) และเน้นว่า ผู้ที่ได้หันเหไปควรจะต้องหันกลับมาสู่หลักความจริง (2ตธ.2:25).
1ตธ. 2:4 ง 1ตธ.2:7; 3:15; 4:3; 6:5; 2ตธ.2:15, 18, 25; 3:7, 8; 4:4; ตต.1:1, 14
1ตธ. 2:5 ก รม.3:30; 1กธ.8:4, 6; ยซย.45:5, 6, 21
1ตธ. 2:5 1ก ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะเป็นตรีเอกภาพ คือพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณ แต่พระองค์ก็ยังเป็นพระเจ้าองค์เดียว ไม่ใช่พระเจ้าสามองค์ดังที่คริสเตียนมากมายได้เข้าใจไปผิดๆ และเชื่อกันอย่างผิดๆ.
1ตธ. 2:5 ข ฮร.8:6; 9:15; เทียบ 1ยฮ.2:1
1ตธ. 2:5 2ข คือคนที่อยู่ระหว่างกลาง.
1ตธ. 2:5 ค ซคย.6:12; ยฮ.19:5
1ตธ. 2:5 3ค องค์พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้ามาตั้งแต่นิรันดร์กาลในอดีต (ยฮ.1:1) แล้วพระองค์ได้เสด็จมาเป็นมนุษย์ในกาลเวลาโดยการกลายเป็นเนื้อหนัง (ยฮ.1:14). ในขณะที่พระองค์ดำเนินชีวิตในฐานะที่ทรงเป็นมนุษย์อยู่บนโลกนี้ พระองค์ก็เป็นพระเจ้าด้วย (3:16). หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้น พระองค์ก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่และก็เป็นพระเจ้าด้วย (กจ.7:56; ยฮ.20:28). เพราะฉะนั้นจึงมีเพียงพระองค์ที่มีคุณสมบัติเป็นคนกลางหรือคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์.
1ตธ. 2:6 1 หากพระคริสต์จะเป็นคนกลางของเราก็จำต้องประทานพระองค์เองเพื่อสำเร็จการไถ่สำหรับคนทั้งปวง. พระองค์ไม่เพียงมีคุณสมบัติเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ในด้านฐานันดรของพระองค์ที่เป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์เท่านั้น แต่ในด้านการงานแห่งการไถ่ของพระองค์ด้วย. ทั้งฐานันดรและการงานของพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่พิเศษซึ่งมีหนึ่งเดียวไม่มีสอง.
1ตธ. 2:6 ก มธ.20:28; ตต.2:14
1ตธ. 2:6 2ก คำศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง ค่าไถ่ที่จ่ายให้เพื่อชดใช้.
1ตธ. 2:6 ข 1ตธ.2:1, 4
1ตธ. 2:6 ค 1กธ.1:6; 2ธซ.1:10
1ตธ. 2:6 3ค ข้อเท็จจริงที่ว่า พระคริสต์ได้ทรงประทานพระองค์เองเป็นค่าไถ่สำหรับคนทั้งปวงนั้นได้เป็นพยานอย่างหนึ่งซึ่งถูกพิสูจน์ออกมาในเวลาอันเหมาะสม. เมื่อไรก็ตามที่ข้อเท็จจริงนี้ถูกป่าวประกาศพยานนี้ก็ถูกพิสูจน์ต่อหน้ามนุษย์ในเวลาอันเหมาะแล้วนั่นเอง.
1ตธ. 2:6 ง 1ตธ.6:15; ตต.1:3
1ตธ. 2:7 ก 1ตธ.1:12; 2ตธ.1:11
1ตธ. 2:7 1 ผู้ประกาศก็คือผู้ประกาศกิตติคุณของพระคริสต์ เป็นผู้ป่าวประกาศแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าอย่างเป็นทางการ. อัครทูตก็คือผู้ที่ถูกพระเจ้าใช้ไปโดยได้รับมอบภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ให้ทำการก่อตั้งคริสตจักร เพื่อพระเจ้าท่านเป็นราชทูตของพระเจ้าที่ถูกใช้มายังแผ่นดินโลกเพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า. อาจารย์ก็คือผู้ทำการสอน, อธิบาย, และชี้แจงเนื้อหาสาระแห่งพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้าและแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระองค์. เปาโลมีฐานะและมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายทั้งสามชั้นนี้เพื่อพวกต่างชาติ. ดู 2ตธ.1:11 คำอธิบาย 2.
1ตธ. 2:7 ข รม.9:1
1ตธ. 2:7 2 คือสอนพวกต่างชาติให้รู้ว่าจะต้อนรับหลักความเชื่อและรู้จักหลักความจริงได้อย่างไร.
1ตธ. 2:7 ค กจ.9:15; รม.11:13; อฟ.3:8
1ตธ. 2:7 ง 1ตธ.1:4
1ตธ. 2:7 3ง หลักความเชื่อในที่นี้เล็งถึงหลักความเชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ (3:13; ฆต.3:23-25) ขณะที่หลักความจริงเล็งถึงความเที่ยงแท้ของทุกสิ่งที่อยู่ในแผนการบริหารของพระเจ้าที่ได้เปิดเผยในพันธสัญญาใหม่ (ดูข้อ 4 คำอธิบาย 2) ซึ่งสอดคล้องกับ 4:3. ท่านเปาโลถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ประกาศ, เป็นอัครทูต, และเป็นอาจารย์แห่งพันธสัญญาใหม่ คืออยู่ในขอบเขตและองค์ประกอบแห่งหลักความเชื่อและหลักความจริงนี้ ไม่ใช่ในขอบเขตและองค์ประกอบของกฎบัญญัติ, แบบเล็ง, และคำพยากรณ์แห่งพันธสัญญาเดิม.
1ตธ. 2:7 จ 1ตธ.2:4
1ตธ. 2:8 1 ในคริสตจักรท้องถิ่นนั้น ผู้ที่เป็นผู้นำต้องมีการดำเนินชีวิตแห่งการอธิษฐาน ดังที่ได้กำชับไว้ในข้อ 1-2 เพื่อเป็นแบบอย่างแห่งการอธิษฐานให้อวัยวะทั้งหลายกระทำตาม โดยการอธิษฐานอยู่เสมอในทุกแห่งหน.
1ตธ. 2:8 ก บพส.63:4; ยซย.1:15
1ตธ. 2:8 ข โยบ 17:9; บพส.24:4
1ตธ. 2:8 2ข มือเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงการกระทำของเรา. ฉะนั้นมืออันบริสุทธิ์จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์ คือการดำเนินชีวิตด้วยความนบนอบซึ่งเป็นของฝ่ายพระเจ้า. การดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์เช่นนี้สามารถเพิ่มกำลังให้กับการดำเนินชีวิตแห่งการอธิษฐานของเราได้. ถ้าหากมือของเราไม่บริสุทธิ์ การดำเนินชีวิตของเราก็จะไม่บริสุทธิ์และไม่ได้มีเพื่อพระเจ้าด้วย แล้วเราก็จะไม่มีกำลังมาค้ำจุนการอธิษฐานของเรา ไม่มีมืออันบริสุทธิ์ที่จะยกขึ้นในการอธิษฐานได้.
1ตธ. 2:8 3 ดู ลก.1:75 คำอธิบาย 1.
1ตธ. 2:8 4 โทสะและการถกเถียงกันจะประหารการอธิษฐานของเรา. โทสะมาจากอารมณ์ของเราส่วนการถกเถียงกันมาจากความคิดของเรา. การที่จะมีการดำเนินชีวิตแห่งการอธิษฐานและอธิษฐานอย่างไม่หยุดได้นั้น ทั้งอารมณ์และความคิดของเราก็จำต้องถูกควบคุมให้อยู่ในสภาพการณ์ที่ปกติภายใต้การควบคุมของพระวิญญาณนั้นที่อยู่ในวิญญาณของเรา.
1ตธ. 2:8 ค ฟป.2:14
1ตธ. 2:8 5ค เล็งถึงการถกเถียงที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกัน.
1ตธ. 2:9 ก 1ปต.3:3; เทียบ ยซย.3:18-23
1ตธ. 2:9 1 คำว่า "เหมาะสม" หมายถึงนิสัยและฐานะที่พอเหมาะแก่พี่น้องหญิงในฐานะที่เป็นวิสุทธิชนของพระเจ้า. คำว่าเสื้อผ้าในภาษากรีกมีนัยถึงกริยาท่าทีหรือการปฏิบัติตัว. การปฏิบัติตัวของพี่น้องหญิงซึ่งมีการแต่งกายเป็นจุดสำคัญนั้นจะต้องเหมาะสมกับฐานะที่เป็นวิสุทธิชนของพวกเธอ.
1ตธ. 2:9 2 แปลตามตรงคืออับอาย นั่นก็คือถูกจำกัดหรือถูกควบคุมโดยความรู้สึกละอายอันสูงเกียรติ (Vincent) มีนัยถึงความไม่มักง่ายหรือบุ่มบ่าม แต่อ่อนโยนยึดถือปฏิบัติตามธรรมเนียมของผู้หญิง.
1ตธ. 2:9 ข 1ตธ.2:15
1ตธ. 2:9 3ข การรู้จักบังคับตนนั้นเป็นการจำกัดตัวเองด้วยความระมัดระวัง. พี่น้องหญิงที่อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่นควรจะตกแต่งตัวเองด้วยคุณธรรมสองชนิดนี้คือ ความรู้จักละอายและการบังคับตนเป็นการปฏิบัติตัวของพวกเธอ. ข้อ 15 ก็เช่นเดียวกัน.
1ตธ. 2:10 ก ตต.2:3
1ตธ. 2:10 ข 1ตธ.2:2
1ตธ. 2:10 1ข ศัพท์ในภาษากรีกมีรากศัพท์เหมือนกับคำว่า "ธรรม" โดยมีนัยถึงความเคารพต่อพระเจ้าเป็นการเทิดทูนกับความยำเกรงซึ่งผู้นมัสการพระเจ้าควรมีต่อพระเจ้า.
1ตธ. 2:11 ก 1กธ.14:34
1ตธ. 2:11 1ก การเรียนรู้ด้วยการสงบนิ่ง ด้วยความนอบน้อมเชื่อฟังทุกอย่าง ซึ่งเป็นการให้พี่น้องหญิงตระหนักถึงฐานะที่เป็นผู้หญิงของตน. สิ่งนี้จะคุ้มครองตัวของพี่น้องหญิงเองไม่ให้ล่วงล้ำจากฐานะของพวกเธอในท่ามกลางคริสตจักรท้องถิ่น.
1ตธ. 2:11 ข อฟ.5:24; ตต.2:5
1ตธ. 2:11 2ข คำศัพท์ภาษากรีกเน้นที่การนอบน้อม. ใน 3:4 ก็เช่นเดียวกัน.
1ตธ. 2:12 ก 1กธ.14:34
1ตธ. 2:12 1 การสั่งสอนในที่นี้หมายถึงการสั่งสอนโดยใช้อำนาจ, การให้คำจำกัดความและชี้ขาดถึงความหมายของหลักธรรมที่เกี่ยวกับหลักความจริงอันศักดิ์สิทธิ์. การที่ผู้หญิงสั่งสอนเช่นนี้หรือใช้อำนาจเหนือผู้ชายก็เป็นการแยกออกจากฐานะของตัวเอง. ในการเนรมิตสร้างของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงกำหนดให้ผู้ชายเป็นศีรษะ ผู้หญิงจะต้องนอบน้อมเชื่อฟังผู้ชาย (1กธ.11:3). ในคริสตจักรก็ควรที่จะยึดถือข้อกำหนดนี้ไว้.
1ตธ. 2:12 2 หมายถึงการเงียบขรึมไม่พูดไม่จา.
1ตธ. 2:13 1 แปลตามตรงคือ ปั้น หมายถึง การปั้นดินให้เป็นรูปเป็นร่าง (ยนซ.2:7).
1ตธ. 2:13 2 นี่ได้นำเรากลับไปสู่เมื่อเดิม. พระเจ้าต้องการนำเรากลับไปสู่เมื่อเดิมเสมอ (มธ.19:8).
1ตธ. 2:14 1 ข้อ 13 ได้ให้เหตุผลประการแรกที่ผู้หญิงควรจะนอบน้อมเชื่อฟังผู้ชาย. ในที่นี้คือเหตุผลประการที่สอง.
1ตธ. 2:14 2 เอวาถูกงูหลอกลวง (ยนซ.3:1-6) เพราะเหตุว่าเธอไม่ได้รักษาตนอยู่ภายใต้การนอบน้อมเชื่อฟังอาดามผู้เป็นศีรษะอยู่ตลอดเวลา แต่กลับล่วงล้ำฐานะของตัวเองไปติดต่อกับผู้มาล่อลวงที่ชั่วร้ายโดยตรงโดยไม่คลุมศีรษะ. นี่เป็นพื้นฐานอันแข็งแรงที่อัครทูตไม่อนุญาตพี่น้องหญิงใช้อำนาจสั่งสอนและใช้อำนาจเหนือผู้ชายในท่ามกลางคริสตจักรท้องถิ่น. แต่อัครทูตชี้แนะให้พวกเธอเรียนรู้ด้วยการสงบนิ่ง ด้วยการนอบน้อมเชื่อฟังทุกอย่าง. การที่ผู้ชายเป็นศีรษะนั้นคือการปกป้องของผู้หญิง.
1ตธ. 2:14 ก ยนซ.3:13; 2กธ.11:3
1ตธ. 2:15 1 แปลตามตรงคือ อาศัยอยู่หรือมีชีวิตเป็นอยู่.
1ตธ. 2:15 ก 1ตธ.1:14
1ตธ. 2:15 2ก ความเชื่อมีไว้ต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.1:12), ความรักมีไว้รับสุของค์พระผู้เป็นเจ้า (ยฮ.14:21, 23), การแยกบริสุทธิ์มีไว้สำแดงพระองค์โดยการกลับกลายบริสุทธิ์. โดยการเชื่อนั้น เราก็ได้ต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้าและได้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า (ฮร.11:6), โดยความรักนั้น เราก็ได้รับสุของค์พระผู้เป็นเจ้าและยึดถือพระคำของพระองค์ (ยฮ.14:23), และโดยการแยกบริสุทธิ์นั้น เราก็ได้สำแดงองค์พระผู้เป็นเจ้าและจะได้เห็นพระองค์ (ฮร.12:14).
สองบทแรกในหนังสือเล่มนี้ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับภาคปฏิบัติของคริสตจักรท้องถิ่นที่ถูกต้องไว้ดังนี้: (1) กำจัดการรบกวนจากคำสอนที่แตกต่างออกไป (1:3-11); (2) เน้นแผนการบริหารของพระเจ้าโดยทำให้สิ่งนี้กลายเป็นเส้นทางศูนย์กลางและเป็นเป้าหมายแห่งการดำเนินชีวิตคริสเตียน(1:4-6); (3) ป่าวประกาศพระคริสต์ช่วยคนบาป (1:12-17); (4) เข้าสู่การสู้รบที่ดีเลิศเพื่อแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าโดยยึดมั่นความเชื่อและมโนธรรมที่ไม่บกพร่องไว้ (1:18-19); (5) จัดการกับพวกอาจารย์สอนมิจฉาลัทธิและเหล่าผู้ที่ต่อต้านอัครทูต (1:20); (6) พวกผู้นำต้องนำหน้าในการดำเนินชีวิตแห่งการอธิษฐานให้ทูลขอแทนคนทั้งปวงเพื่อให้การไถ่ของพระคริสต์จะได้ถูกพิสูจน์ออกมาในเวลาที่เหมาะสม (ข้อ 1-7); (7) ให้พี่น้องชายทั้งหลายติดตามแบบอย่างแห่งการอธิษฐาน และให้อธิษฐานอยู่ตลอดเวลา (ข้อ 8); (8) ให้พี่น้องหญิงประดับตัวด้วยกริยาที่เหมาะสมและนอบน้อมเชื่อฟังพี่น้องชายโดยให้ดำรงอยู่ในความสงบนิ่ง, ความเชื่อ, ความรัก, การแยกบริสุทธิ์, และการบังคับตน (ข้อ 9-15).
1ตธ. 2:15 ข 1ธซ.4:3-4
1ตธ. 2:15 ค 1ตธ.2:9
1ตธ. 2:15 3 การให้กำเนิดบุตรเป็นความทุกข์ยากอย่างหนึ่ง. ความทุกข์ยากจะจำกัดและปกป้องไม่ให้ผู้ที่ตกต่ำต้องล่วงละเมิด.
สารบัญ