การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5

1 เธซะโลนิเก บทที่ 1

หัวข้อหลัก: การดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกบริสุทธิ์เพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักร - ปรนนิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่, ประพฤติตัวที่แบ่งแยกบริสุทธิ์, และรอคอยการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ผู้เขียน: เปาโลกับซีละวาโนและติโมเธียว (1:1).

เวลาที่เขียน: ประมาณ ค.ศ.54 ระหว่างการเดินทางแห่งการปฏิบัติในครั้งที่สอง ของเปาโล ขณะที่พำนักอยู่ในเมืองโกรินโธ (1:1; 3:6; กจ.18:1, 5).

สถานที่เขียน: เมืองโกรินโธ. (ดูข้อพระคัมภีร์จากหัวข้อข้างบน)

ผู้รับ: คริสตจักรของชาวเมืองเธซะโลนิเก (1:1).

I. คำนำ
1:1
1ธซ. 1:1 เปาโล, กซีละวาโน, และขติโมเธียว [เขียนจดหมาย]มายัง1คริสตจักรของ2คชาวเมืองเธซะโลนิเกที่อยู่ใน3พระเจ้าพระบิดาและองค์พระเยซูคริสต์เจ้า: ขอให้งพระคุณและสันติสุข จงมีแก่ท่านทั้งหลายเถิด.
II. เนื้อหาสาระ — การดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกบริสุทธิ์เพื่อคริสตจักร
1:2 — 5:24
1. โครงสร้าง
1:2-3
1ธซ. 1:2 เรากขอบพระคุณพระเจ้าเสมอเพราะท่านทั้งหลาย และเมื่อเราอธิษฐานก็ได้ขเอ่ยถึงท่านอยู่เสมอ
1ธซ. 1:3 โดยได้ระลึกถึง1การงานแห่ง2กความเชื่อ, 3การตรากตรำแห่งขความรัก, และ4ความอดทนแห่งคความหวังของท่านในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราอย่างมิได้หยุดหย่อนต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดาของเรา
2. การริเริ่ม
1:4-10
1ธซ. 1:4 พี่น้องทั้งหลายผู้เป็นกที่รักของพระเจ้า [เรา]ทราบว่าท่านทั้งหลายได้ถูก1ขเลือกสรรไว้แล้ว
1ธซ. 1:5 เพราะว่ากกิตติคุณของเราได้มาถึงท่านทั้งหลายโดยมิได้ขึ้นอยู่กับถ้อยคำเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับขฤทธิ์เดชและคพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยความแน่ใจอันเปี่ยมล้นตามที่ท่านทั้งหลายก็ทราบอยู่แล้วว่า เรา1งเป็นคนอย่างไรท่ามกลางท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่ท่าน.
1ธซ. 1:6 และท่านทั้งหลายได้1กเอาอย่างเราและเอาอย่างองค์พระผู้เป็นเจ้า โดยได้ต้อนรับ2พระคำนั้นในท่ามกลางความทุกข์ยากเป็นอันมาก และด้วยขความยินดีของคพระวิญญาณบริสุทธิ์
1ธซ. 1:7 เพราะเหตุนั้นท่านทั้งหลายจึงกลายเป็น1กแบบอย่างแก่บรรดาผู้เชื่อในขมณฑลมากะโดเนียและคมณฑลอะคายะ.
1ธซ. 1:8 เพราะว่าพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลื่องลือออกไปจากท่านทั้งหลาย ไม่เพียงในมณฑลมากะโดเนียและในมณฑลอะคายะเท่านั้น แต่ว่า1กความเชื่อของท่านที่มีต่อพระเจ้าได้เลื่องลือไปทุกแห่งหนจนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก.
1ธซ. 1:9 เพราะว่าคนเหล่านั้นเองก็ได้รายงานกล่าวถึงเราว่า เราได้1มาถึงท่านทั้งหลายอย่างไร และว่าท่านทั้งหลายได้2ละทิ้งกรูปเคารพขหันกลับมาหาพระเจ้า เพื่อ3คปรนนิบัติ4พระเจ้าองค์งแท้จริงที่ทรงจพระชนม์อยู่ได้อย่างไร
1ธซ. 1:10 และ1กคอยท่าพระบุตรของพระองค์[ที่จะมา]จากขสวรรค์ทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าได้ทรงให้คเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย คือพระเยซูผู้ทรงงช่วยเราให้พ้นจาก2จพระพิโรธที่จะมีมาภายหน้านั้น.

คำอธิบาย 1 เธซะโลนิเก บทที่ 1

1ธซ. 1:1 ก 2กธ.1:19; 1ปต.5:12
1ธซ. 1:1 ข 1ธซ.3:2, 6; 1ตธ.1:2
1ธซ. 1:1 1 หนังสือฉบับนี้กับหนังสือ 2 เธซะโลนิเกล้วนเป็นหนังสือจดหมายที่เขียนไปยังคริสตจักรท้องถิ่นที่อยู่ในเมืองเธซะโลนิเก ซึ่งประกอบด้วยผู้เชื่อในพระคริสต์ทั้งหมดที่อยู่ในเมืองนี้. คริสตจักรท้องถิ่นนี้เป็นของผู้เชื่อและอยู่ในพระเจ้าพระบิดาและองค์พระเยซูคริสต์เจ้า. กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าคริสตจักรท้องถิ่นได้บังเกิดมาจากพระเจ้ามีชีวิตและพระนิสัยของพระองค์ และได้เข้าสนิททางอินทรียภาพกับองค์พระเยซูคริสต์เจ้าในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและทรงกระทำ. ดังนั้นคริสตจักรจึงเป็นของมนุษย์ (เช่นชาวเธซะโลนิเก) แต่ก็ได้อยู่ในพระเจ้าและในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างอินทรียภาพ. การเข้าสนิททางอินทรียภาพในชีวิตและพระนิสัยของพระเจ้านี้เป็นพื้นฐานที่จะขาดไม่ได้ในการที่ผู้เชื่อจะดำเนินชีวิตที่แยกบริสุทธิ์เพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักร. การดำเนินชีวิตเช่นนี้ก็คือหัวข้อหลักของหนังสือทั้งสองฉบับนี้.
1ธซ. 1:1 ค 2ธซ.1:1; เทียบ 2กธ.8:1
1ธซ. 1:1 2ค เมืองเธซะโลนิเกเป็นเมืองหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน ซึ่งอยู่ในมณฑลมากะโดเนียทางตอนเหนือของมณฑลอะคายะ. ในการเดินทางแห่งการปฏิบัติในครั้งที่สองของเปาโลนั้น หลังจากที่ท่านได้รับการร้องเรียกจากชาวมากะโดเนียแล้ว ก็ได้ไปที่เมืองฟิลิปปอยกับซีลาผู้ร่วมงานของท่านก่อน จากนั้นก็มาที่เมืองเธซะโลนิเก (กจ.16:9-12; 17:1-4). อัครทูตได้พำนักและทำงานอยู่ที่นั่นเป็น ระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งอาจจะไม่ถึงหนึ่งเดือน (กจ.17:2).
1ธซ. 1:1 3 บทนี้ได้เปิดเผยถึงพระเจ้าตรีเอกภาพในด้านการงานแห่งตรีเอกภาพที่ได้กระทำอยู่บนตัวของเราคือ พระบิดาทรงเลือกสรรเรา (ข้อ 1, 3-4), พระบุตรทรงช่วยเราให้รอด (ข้อ 10), และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงแพร่พันธุ์, แจกปัน, และส่งถ่ายพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่ภายในตัวเรา (ข้อ 5-6). การงานแห่งตรีเอกภาพนี้มีเพื่อให้เรารับสุขความรอดของพระองค์.
1ธซ. 1:1 ง รม.1:7; อฟ.1:2
1ธซ. 1:2 ก 1ธซ.2:13; 3:9; 2ธซ.1:3; 2:13; รม.1:8; อฟ.1:16
1ธซ. 1:2 ข รม.1:9; อฟ.1:16
1ธซ. 1:3 1 ศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง การกระทำ, การเคลื่อนไหว, หรือกิจกรรมการงาน.
1ธซ. 1:3 ก 1ธซ.1:8; 3:2, 5, 6, 7, 10; 5:8; 2ธซ.1:3, 4, 11; 3:2; 1กธ.13:13; ฆต.5:6; กซ.1:4; 1ตธ.1:14; อฟ.6:23; ยก.2:22
1ธซ. 1:3 2ก ความเชื่อในที่นี้แสดงถึงธาตุแท้และกำลังของการงาน; ความรักแสดงถึงเจตนารมณ์และลักษณะพิเศษของการตรากตรำ; และความหวังแสดงถึงต้นกำเนิดของความอดทน. สิ่งเหล่านี้ได้บรรยายถึงโครงสร้างของการดำเนินชีวิตที่แท้จริงของคริสเตียนซึ่งก่อรูปขึ้นด้วยความเชื่อ, ความรัก, และความหวัง (ดู 1กธ.13:13 คำอธิบาย 1). ซึ่งการดำเนินชีวิตเช่นนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความสามารถตามธรรมชาติตัวตนของผู้เชื่อ แต่เริ่มต้นจากพระเจ้าที่เขาทั้งหลายได้เชื่อ ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นให้ซึมซาบเข้าไปในตัวของพวกเขา. การดำเนินชีวิตชนิดนี้จะเกิดขึ้นได้โดยความรักแห่งการเสียสละที่เขาทั้งหลายมีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ประทานความรัก ผู้ที่ทรงรักพวกเขาและได้สละพระองค์เองเพื่อพวกเขาและมีต่ออวัยวะขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่พระองค์ได้ทรงไถ่ไว้โดยการตายที่อยู่ในความรักของพระองค์. การดำเนินชีวิตเช่นนี้จะยั่งยืนและไม่เปลี่ยนแปลงโดยฤทธิ์เดชแห่งการค้ำชูของความหวังในการรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าที่พวกเขารักผู้ได้สัญญาไว้ว่าจะเสด็จมารับเขาทั้งหลายไปอยู่กับพระองค์เอง. การดำเนินชีวิตเช่นนี้คือเนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนี้.
การที่ผู้เชื่อในเมืองเธซะโลนิเกสามารถดำเนินชีวิตเช่นนี้ได้โดยการปรนนิบัติในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งเดือนของอัครทูตช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์จริง! สิ่งนี้ได้หนุนใจให้เราประกาศกิตติคุณที่สมบูรณ์ให้แก่เหล่าคนที่เป็นแบบฉบับของผู้ที่ไม่เชื่อ โดยมีความไว้ใจแห่งความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยม และยังหนุนใจให้เรานำเอาหลักความจริงที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตของคริสเตียนไปหล่อเลี้ยงแก่ผู้แรกเชื่อ.
หนังสือทั้งสองฉบับที่เขียนไปยังคริสตจักรซึ่งอยู่ในเมืองเธซะโลนิเกที่เพิ่งจะถูกก่อตั้งขึ้นใหม่นี้ ได้เปิดเผยถึงการดำเนินชีวิตที่แท้จริงของคริสเตียนเพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องเอาไว้อย่างย่อๆ. นี่คือการดำเนินชีวิตที่มีสามด้านในแสงสว่างแห่งการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือความเชื่อเป็นการเริ่มต้นและเป็นฐานราก, ความรักเป็นขั้นตอนและการก่อรูป, ความหวังเป็นการสรุปและการสำเร็จ. ความเชื่อนั้นมีต่อพระเจ้า (ข้อ 8), ความรักนั้นมีต่อวิสุทธิชน (3:12; 4:9-10), ส่วนความหวังนั้นมีต่อการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า (2:19). หนังสือ 1เธซะโลนิเกนั้นมีเพื่อการหนุนใจและการปลอบโยน ส่วนใน 2 เธซะโลนิเกนั้นมีเพื่อการแก้ไขและการปรับให้สมดุล. ผู้เชื่อควรดำเนินชีวิตเป็นอยู่, เคลื่อนไหว, และทำงานโดยความเชื่อ, ในความรัก, และอยู่ในความหวังแห่งการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ก็ไม่ควรมีทัศนะที่ผิดเพี้ยนไป คิดว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมาในทันที ดังนั้นจึงไม่ต้องวางแผนในระยะยาวแล้ว. หนังสือทั้งสองฉบับนี้อาจถือได้ว่าเป็นการสรุปของการดำเนินชีวิตคริสเตียนเพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักร. หนังสือของอัครทูตเปาโลที่กล่าวถึงการดำเนินชีวิตคริสเตียนเพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักรนั้นเริ่มต้นด้วยหนังสือโรมและสิ้นสุดที่หนังสือจดหมายสองฉบับนี้.
1ธซ. 1:3 3 หรือ เหนื่อยยาก, พยายาม, บากบั่น, หรือทำงานหนัก.
1ธซ. 1:3 ข 1ธซ.3:6, 12; 4:9; 5:8, 13; 2ธซ.3:5
1ธซ. 1:3 4 คือความอดทนซึ่งเกิดจากความหวังใจในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา.
1ธซ. 1:3 ค 1ธซ.2:19; 4:13; 5:8; 2ธซ.2:16; รม.5:4; 8:24-25; 15:4
1ธซ. 1:4 ก 2ธซ.2:13
1ธซ. 1:4 ข 2ธซ.2:13; 2ปต.1:10; อฟ.1:4
1ธซ. 1:4 1ข ชี้ถึงการเลือกสรรของพระเจ้าตั้งแต่ก่อนทรงสร้างโลกเพื่อพระประสงค์อันนิรันดร์ของพระองค์ (อฟ.1:4). อัครทูตรู้ว่าพี่น้องทั้งหลายผู้เป็นที่รักของพระเจ้าได้ถูกเลือกสรรจากพระเจ้าเช่นนี้เพื่อสำเร็จพระทัยปรารถนาของพระองค์.
1ธซ. 1:5 ก 2ธซ.2:14
1ธซ. 1:5 ข 1กธ.2:4; 4:20
1ธซ. 1:5 ค กจ.1:8
1ธซ. 1:5 ง กจ.20:18
1ธซ. 1:5 1ง อัครทูตไม่เพียงประกาศกิตติคุณเท่านั้น แต่ยังดำเนินชีวิตออกซึ่งกิตติคุณอีกด้วย. พวกเขาไม่ได้ทำการปฏิบัติในการประกาศกิตติคุณโดยถ้อยคำเท่านั้น แต่โดยการดำเนินชีวิตที่ได้สำแดงถึงฤทธิ์เดชของพระเจ้า คือการดำเนินชีวิตอยู่ในพระวิญญาณบริสุทธิ์และในความไว้ใจแห่งความเชื่อของเขา. พวกเขาก็คือแม่แบบแห่งกิตติคุณที่เขาได้เผยแพร่ออกไป.
1ธซ. 1:6 ก 2ธซ.3:7, 9; 1กธ.4:16; 11:1; ฟป.3:17; เทียบ 1ธซ.2:14
1ธซ. 1:6 1ก เมื่อผู้ที่ประกาศกิตติคุณเป็นแม่แบบแห่งกิตติคุณ ผู้เชื่อก็ได้เอาอย่างเขา. สิ่งนี้ก็จะนำพาผู้เชื่อให้ติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยยึดองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นแม่แบบ (มธ.11:29).
1ธซ. 1:6 2 ถ้อยคำที่เปาโลได้ประกาศก็คือการปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ได้ถ่ายทอดและส่งถ่ายพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าสู่ผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์. นี่ก็คือพระคำซึ่งชาวเธซะโลนิเกผู้เป็นแบบฉบับของชาวต่างชาติที่ไม่เชื่อเหล่านี้ได้รับไว้เป็นพระคำแห่งกิตติคุณของพระเจ้า.
1ธซ. 1:6 ข รม.14:17; กจ.13:52; ฆต.5:22
1ธซ. 1:6 ค 1ธซ.4:8
1ธซ. 1:7 ก เทียบ 2ธซ.3:9; 1ตธ.1:16
1ธซ. 1:7 1ก ผู้ที่ได้เอาอย่างอัครทูต (ข้อ 6) ก็ได้กลายเป็นแบบอย่างของผู้เชื่อทั้งหมด.
1ธซ. 1:7 ข 1ธซ.4:10; 2กธ.8:1; 11:9
1ธซ. 1:7 ค กจ.18:27; 2กธ.9:2; 11:10
1ธซ. 1:8 ก รม.1:8
1ธซ. 1:8 1ก กรณีนี้หมายความว่า ความเชื่อที่ผู้เชื่อมีต่อพระเจ้าได้เลื่องลือออกไปพร้อมกับพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ไม่เพียงพระคำทางทัศนะภายนอกขององค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่ได้เลื่องลือไป แต่ความเชื่อทางทัศนะภายในของผู้เชื่อก็ได้เลื่องลือออกไปด้วย.
1ธซ. 1:9 1 มีความหมายเป็นนัยถึง การได้รับการต้อนรับ.
1ธซ. 1:9 2 หากเราพิจารณาดูจากอีกมุมมองหนึ่งแล้ว การละทิ้งรูปเคารพหันกลับมาหาพระเจ้า, การปรนนิบัติพระเจ้าองค์แท้จริงที่ทรงพระชนม์อยู่, และการคอยท่าพระบุตรของพระองค์ซึ่งจะมาจากสวรรค์ทั้งหลายเป็นปัจจัยพื้นฐานสามประการของชีวิตคริสเตียน. การละทิ้งรูปเคารพหันกลับมาหาพระเจ้านั้นไม่ได้เป็นเพียงการละทิ้งพระเจ้าเทียมเท็จซึ่งรวมถึงมารและผีที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น แต่ยังเป็นการละทิ้งทุกสิ่งที่อยู่นอกเหนือพระเจ้าอีกด้วย. กรณีนี้ต้องอาศัยความเชื่อที่ได้ซึมซาบเข้าสู่ภายในผู้แรกเชื่อด้วยการได้ยินพระคำแห่งกิตติคุณนั้น. การปรนนิบัติพระเจ้าองค์แท้จริงที่ทรงพระชนม์อยู่ก็คือการปรนนิบัติพระเจ้าตรีเอกภาพ คือพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณซึ่งได้ผ่านขั้นตอนมากลายเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของผู้เชื่อเพื่อให้พวกเขาได้รับสุข. พวกเขาไม่เพียงต้องประสบการณ์พระองค์เป็นคู่หมายสำหรับการนมัสการเท่านั้น แต่ยังต้องประสบการณ์พระองค์เป็นผู้หล่อเลี้ยงที่ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งอาศัยอยู่ภายในอีกด้วย. ประสบการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้โดยความรักที่ก่อกำเนิดขึ้นภายในผู้เชื่อโดยรสชาติที่หวานชื่นแห่งการหล่อเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์ของพระบิดา, โดยพระบุตร, และในพระวิญญาณ. ส่วนการคอยท่าพระบุตรของพระเจ้าที่จะมาจากสวรรค์ทั้งหลายก็คือการเฝ้าคอยพระองค์ ผู้ได้ผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนัง, การดำเนินชีวิตมนุษย์, การตรึงกางเขน, และเข้าสู่การเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ทั้งหลายและจะเสด็จกลับมารับผู้เชื่อของพระองค์เข้าสู่สง่าราศี. นี่คือความหวังที่จะเพิ่มกำลังให้ผู้เชื่อยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่ในความเชื่อ.
1ธซ. 1:9 ก 1กธ.12:2; ฆต.4:8
1ธซ. 1:9 ข กจ.14:15
1ธซ. 1:9 ค ฮร.9:14
1ธซ. 1:9 3ค แปลตามตรงคือ ปรนนิบัติอย่างทาส.
1ธซ. 1:9 4 พระเจ้าองค์แท้จริงที่ทรงพระชนม์อยู่นั้นตรงกันข้ามกับรูปเคารพที่ตายและเทียมเท็จ. ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้น พระเจ้าจะต้องเป็นองค์แท้จริงที่ทรงพระชนม์อยู่ต่อเราและอยู่ภายในเรา เพื่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของเราจะเป็นพยานว่าพระเจ้าที่เราปรนนิบัตินั้นเป็นพระเจ้าองค์แท้จริงที่ทรงพระชนม์อยู่.
1ธซ. 1:9 ง ดนอ.6:20, 26; 1ตธ.3:15; ฮร.3:12
1ธซ. 1:9 จ ยรม.10:10
1ธซ. 1:10 ก 1กธ.1:7; ฟป.3:20; ตต.2:13
1ธซ. 1:10 1ก เนื่องจากเรากำลังคอยท่าพระบุตรของพระเจ้าที่จะมาจากสวรรค์ทั้งหลาย อนาคตของเราจึงรวบรวมอยู่บนตัวของพระองค์. การดำเนินชีวิตของเราได้แสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังอยู่บนโลกนี้ และไม่มีชะตาชีวิตทางด้านบวกในยุคนี้ และยังแสดงว่าความหวังของเราก็คือการเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งทรงเป็นชะตาชีวิตที่นิรันดร์ของเรา. สิ่งนี้จะปกครอง, ค้ำชู, และรักษาการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราเพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักร.
1ธซ. 1:10 ข 1ธซ.4:16; 2ธซ.1:7; กจ.1:11
1ธซ. 1:10 ค กจ.2:24
1ธซ. 1:10 ง 1ธซ.5:9
1ธซ. 1:10 จ 1ธซ.5:9; มธ.3:7; รม.2:5; 5:9; ยฮ.3:36; วว.6:16-17
1ธซ. 1:10 2จ พระพิโรธแห่งการพิพากษาของพระเจ้าที่จะมาถึง (รม.2:5-6, 8-9).
สารบัญ