โกโลซาย บทที่ 2
4. ข้อลับลึกของพระเจ้า
2:1-7
2:1-7
กซ.
2:1 ด้วยว่าข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข้าพเจ้าได้กบากบั่นสู้รบมากเพียงใดเพื่อท่านทั้งหลาย และเพื่อชาวเมืองขละโอดีไกอะ และเพื่อคนทั้งปวงที่ยังไม่ได้เห็นหน้าของข้าพเจ้าฝ่ายเนื้อหนัง
กซ.
2:2 เพื่อให้ใจของเขาทั้งหลายได้รับ1กการปลอบโยน และได้ผูกพันกันใน2ความรัก จวบจน3มี4ขความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความเข้าใจอย่างอุดมสมบูรณ์ เพื่อจะได้รู้อย่างครบบริบูรณ์ถึง5คข้อลับลึกของพระเจ้า ซึ่งก็คือพระคริสต์
กซ.
2:3 ซึ่งคลัง1กสติปัญญาและความรู้ทุกอย่างล้วนซ่อนไว้ในพระองค์.
กซ.
2:4 ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ เพื่อมิให้ผู้ใด1หลอกลวงท่านด้วย2กคำชักชวนอันน่าฟัง.
กซ.
2:5 เพราะถึงแม้ว่าตัวกายของข้าพเจ้าไม่อยู่กับท่าน แต่1กวิญญาณของข้าพเจ้ายังอยู่กับท่าน และมีความยินดีที่ได้เห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยของท่าน และเห็นความเชื่ออย่างมั่นคงของท่าน2ในพระคริสต์.
กซ.
2:6 เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลาย1กได้ต้อนรับพระคริสต์ คือองค์พระเยซูเจ้าแล้วฉันใด จง2ขดำเนินชีวิตในพระองค์ฉันนั้น
กซ.
2:7 โดยได้1กหยั่งรากลงและกำลังถูกขก่อสร้างขึ้นในพระองค์ และให้ตั้งมั่นคงอยู่2ในความเชื่อ ตามที่ท่านได้รับคำสอนแล้ว และบริบูรณ์ด้วยการขอบพระคุณ.
5. ตัวจริงของเงาทั้งหมด
2:8-23
2:8-23
กซ.
2:8 จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดจับท่านไปเป็นเชลย ด้วย1ปรัชญาและคำหลอกลวงอันกว่างเปล่าของเขา ตาม2ขประเพณีของมนุษย์ ตาม3คคำสอนเบื้องต้นของโลกและไม่ใช่ตาม4งพระคริสต์.
กซ.
2:9 เพราะ1กความบริบูรณ์ทั้งสิ้นแห่ง2ฐานันดรความเป็นพระเจ้าล้วนอาศัยอยู่ในพระคริสต์3อย่างมีรูปมีร่าง
กซ.
2:10 และท่านทั้งหลาย1ได้ถูกกระทำให้ครบบริบูรณ์แล้วในพระองค์ ผู้ทรงเป็นกประมุขของ2ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจทั้งปวง.
กซ.
2:11 ในพระองค์นั้นท่านทั้งหลายยังได้รับ1กพิธีสุหนัตที่2มิได้ทำด้วยขมือมนุษย์คือในพิธีสุหนัตของพระคริสต์ โดยให้ท่านได้3ถอดทิ้งไปซึ่งกายแห่งเนื้อหนังเสีย
กซ.
2:12 และได้1กถูกฝังไว้กับพระองค์ในการรับบัพติศมาแล้ว และในบัพติศมานั้นท่านทั้งหลายได้2ขร่วมเป็นขึ้นมา[กับพระองค์] โดย3ความเชื่อแห่งการดำเนินการของพระเจ้าผู้ทรงให้พระองค์คเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย.
กซ.
2:13 แม้ท่านทั้งหลายได้1กตายแล้วในการล่วงละเมิดทั้งหลายของท่าน และในการที่เนื้อหนังของท่านมิได้รับพิธีสุหนัต พระองค์ก็ยังทรง2ขให้ท่านมีชีวิตขึ้นมาด้วยกันกับพระองค์ และทรงโปรดอภัยการล่วงละเมิดทั้งหลายของท่าน
กซ.
2:14 และทรง1กลบไปซึ่ง2เอกสารที่เขียน3กฎเกณฑ์ต่างๆ ไว้คอยโจมตีและขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรง4ตรึงไว้ที่กางเขน.
กซ.
2:15 พระองค์ได้ทรง1ถอด2กบรรดาผู้ปกครองและผู้มีอำนาจออกเสีย 3พระองค์ได้ทรง4ประจานเขา และทรงประกาศชัยชนะต่อพวกเขาในการฉลองชัย5โดยกางเขนนั้น.
กซ.
2:16 เหตุฉะนั้นอย่าให้ผู้ใดพิพากษาปรับโทษท่าน1ในเรื่องกการกินดื่ม, 2ขเทศกาล, 3ควันต้นเดือน, หรือ4งวันซะบาโต
กซ.
2:17 สิ่งเหล่านี้เป็นแต่1กเงาของสิ่งที่จะมีมาภายหลัง แต่2ตัวจริงนั้นเป็นของ3ขพระคริสต์.
กซ.
2:18 อย่าให้ผู้ใด1หลอกเอากรางวัลของท่านไปโดยการตัดสินว่าท่านไม่คู่ควรด้วยการเจตนาทำที2ขต่ำต้อยและด้วยการกราบไหว้ทูตสวรรค์ คนเช่นนี้3อาลัยอาวรณ์อยู่ในสิ่งเหล่านั้นที่เขา4ได้เห็น และคพองตัวขึ้นเปล่าๆ โดยการที่5ความคิดของเขาคล้อยไปตามเนื้อหนัง
กซ.
2:19 และ1ไม่ได้กยึดพระองค์ผู้เป็นศีรษะไว้ 2ขเนื่องจากพระองค์นั้น ทั้ง3ร่างกายซึ่งได้รับการหล่อเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์และผูกพันกันด้วย4ข้อต่อและ5เอ็นต่างๆ จึงได้6เจริญเติบโตขึ้นด้วย7การจำเริญเพิ่มพูนของพระเจ้า.
กซ.
2:20 1ถ้าท่านได้2กร่วมตายกับพระคริสต์พ้นจาก3ขคำสอนเบื้องต้นของโลกแล้ว เหตุไฉน[ท่าน]จึงมีชีวิตอยู่เหมือนกับว่า[ท่าน]ยังอยู่ในโลก โดยยอมอยู่ใต้คกฎเกณฑ์ต่างๆ:
กซ.
2:21 เช่น1อย่าเอามือหยิบ, อย่าชิม, อย่าแตะต้อง
กซ.
2:22 ซึ่งเป็นกคำกำชับและคำสอนของมนุษย์ และเป็นสิ่งที่จะ1ขเสื่อมเสียไปเมื่อ2ถูกใช้สอย?
กซ.
2:23 แม้1สิ่งเหล่านี้จะ2มีชื่อว่ามีปัญญา ทั้งในเรื่องกการนมัสการตามอำเภอใจ, การถ่อมตัวลง, และ3ขการทรมานกาย แต่4ไม่มีคุณค่าอะไรในการต่อสู้กับคการปล่อยตัวไปตามตัณหาของเนื้อหนัง.
คำอธิบาย โกโลซาย บทที่ 2
กซ.
2:1 ก กซ.1:29
กซ.
2:1 ข กซ.4:13, 15, 16
กซ.
2:2 ก กซ.4:8
กซ.
2:2 1ก การปลอบโยนใจของผู้คน ก็คือการทะนุถนอมผู้คนและทำให้เขารู้สึกอบอุ่นด้วยความรัก เพื่อให้พวกเขาได้ผูกพันกัน จวบจนมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความเข้าใจต่อข้อลับลึกของพระเจ้า.
กซ.
2:2 2 ชี้ถึงความรักอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราได้รับสุขและเป็นความรักที่เราใช้รักเหล่าผู้ที่พระเจ้าทรงรัก. ความรักนี้เป็นปัจจัยและองค์ประกอบที่ได้ผูกพันวิสุทธิชนทั้งหลายเข้าด้วยกัน.
กซ.
2:2 3 แปลตามตรงคือ มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นแห่งความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในด้านความเข้าใจ. การมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความเข้าใจอย่างอุดมสมบูรณ์ ก็มีค่าเท่ากับการรู้อย่างครบสมบูรณ์ถึงข้อลับลึกของพระเจ้าซึ่งก็คือพระคริสต์.
กซ.
2:2 ข กซ.4:12
กซ.
2:2 4ข การผูกพันกันในความรักนั้นเกี่ยวกับอารมณ์ ส่วนความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความเข้าใจอย่างอุดมสมบูรณ์นั้นเกี่ยวกับความคิด. เมื่อใจของเราได้รับการปลอบโยนและได้ผูกพันกันในความรัก รวมทั้งความคิดของเรามีการใช้งานอย่างถูกต้องแล้ว เราก็จะมีความรู้อย่างครบสมบูรณ์ถึงพระคริสต์ผู้เป็นข้อลับลึกของพระเจ้า.
กซ.
2:2 ค กซ.1:26, 27; อฟ.3:3, 9
กซ.
2:2 5ค หนังสือเอเฟโซนั้นกล่าวถึงข้อลับลึกของพระคริสต์ ซึ่งก็คือคริสตจักรอันเป็นพระกาย (อฟ.3:4). หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงข้อลับลึกของพระเจ้าซึ่งก็คือพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะ.
กซ.
2:3 ก 1กธ.1:24, 30; 2:6-7
กซ.
2:3 1ก ตามประวัติศาสตร์นั้น อิทธิพลจากคำสอนของพวกนอสติก (Gnostics) ซึ่งรวมถึงปรัชญาของพวกกรีกได้รุกรานเข้ามาสู่คริสตจักรของชาวต่างชาติในสมัยของเปาโล. ฉะนั้นอัครทูตจึงบอกกับชาวโกโลซายว่า คลังแห่งสติปัญญาและความรู้ที่แท้จริงทุกอย่างนั้นล้วนซ่อนไว้ในพระคริสต์. สิ่งเหล่านี้ก็คือสติปัญญาและความรู้ฝ่ายวิญญาณที่มีต่อแผนการบริหารอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเกี่ยวกับพระคริสต์และคริสตจักร. สติปัญญาเกี่ยวข้องกับวิญญาณของเรา ส่วนความรู้นั้นเกี่ยวข้องกับความคิดของเรา (อฟ.1:8, 17).
กซ.
2:4 1 ในการที่จะหลอกลวงหรือจับผู้เชื่อไปเป็นเชลยนั้นจะต้องใช้สิ่งที่ใกล้เคียงกับหลักความจริงมาล่อลวง เช่นหลักปรัชญาเป็นต้น. ถ้าเรามีนิมิตที่ชัดเจนต่อพระคริสต์ผู้เป็นศูนย์กลางแห่งแผนการบริหารของพระเจ้าแล้ว ก็ไม่มีใครอาจล่อลวงเราได้อีก (ข้อ 8). ถ้าเราได้ยึดพระคริสต์เป็นชีวิต (3:4), ยึดพระองค์เป็นศีรษะของพระกาย (ข้อ 19), รู้จักพระองค์เป็นข้อลับลึกของพระเจ้า (ข้อ 2), ประสบการณ์พระองค์เป็นความหวังอันสง่าราศี (1:27), และดำเนินชีวิตในพระองค์ผู้เป็นพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง (2:6) แล้วเราก็จะไม่ถูกล่อลวงจากสิ่งใดหรือผู้ใดเลย.
กซ.
2:4 ก รม.16:18
กซ.
2:4 2ก เราต้องระวังคำชักชวนอันน่าฟังและคารมที่มาโน้มน้าวให้ดี. ผู้พูดอาจจะมีคำพูดที่ชักจูงใจและมีคารมที่สามารถโน้มน้าวจิตใจได้มาก แต่ว่าคำชักชวนอันน่าฟังและคารมที่โน้มน้าวจิตใจของเขานั้นกลับไม่มีความเที่ยงแท้ของพระคริสต์.
กซ.
2:5 ก 1กธ.5:3-4
กซ.
2:5 1ก ชี้ถึงวิญญาณของมนุษย์ที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อาศัยอยู่ภายใน.
กซ.
2:5 2 แปลตามตรงคือ เข้าสู่.
กซ.
2:6 ก ยฮ.1:12
กซ.
2:6 1ก พระคริสต์เป็นส่วนแบ่งให้แก่วิสุทธิชนทั้งหลาย (1:12) เพื่อให้พวกเขาได้รับสุข. การเชื่อเข้าสู่พระองค์คือการต้อนรับพระองค์. พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง (2กธ.3:17) ทรงเข้าสู่ภายในเราและอาศัยอยู่ในวิญญาณของเรา (2ตธ.4:22) เพื่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา.
กซ.
2:6 ข รม.8:4; ฆต.5:16
กซ.
2:6 2ข เมื่อเราได้ต้อนรับพระคริสต์แล้ว เราก็ต้องดำเนินชีวิตในพระองค์. การดำเนินชีวิตในที่นี้ก็คือการเป็นอยู่, การเคลื่อนไหว, การประพฤติ, และการปฏิบัติตนนั่นเอง. เราควรจะต้องดำเนินชีวิต, เป็นอยู่, และเคลื่อนไหวในพระคริสต์ เพื่อเราจะได้รับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์เหมือนดังที่พลไพร่ชาวอิสราเอลได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินงามและได้รับสุขผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นในแผ่นดินนั้น. แผ่นดินงามในวันนี้ก็คือพระคริสต์ผู้เป็นพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง (ฆต.3:14) ผู้ทรงอาศัยอยู่ในวิญญาณของเรา (2ตธ.4:22; รม.8:16) เพื่อเป็นการรับสุขของเรา. การดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณนี้ (รม.8:4; ฆต.5:16) เป็นศูนย์กลางและประเด็นสำคัญในพันธสัญญาใหม่.
กซ.
2:7 ก อฟ.3:17
กซ.
2:7 1ก เหมือนอย่างพืช. เราเป็นกายอินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งได้หยั่งรากลงในพระคริสต์ผู้เป็นดินหรือแผ่นดินของเรา เพื่อเราจะได้ดูดเอาความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระองค์มาเป็นการบำรุงเลี้ยงของเรา. ความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นองค์ประกอบและเนื้อแท้ที่ทำให้เราเจริญเติบโตและก่อสร้างขึ้น. การหยั่งรากมีไว้สำหรับการเติบโตในชีวิต. การหยั่งรากนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว. การถูกก่อสร้างขึ้นนั้นมีไว้เพื่อการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ ซึ่งสิ่งนี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง. ทั้งสองเรื่องนี้ล้วนอยู่ในพระคริสต์.
กซ.
2:7 ข อฟ.2:22
กซ.
2:7 2 วลีที่ว่า "ในความเชื่อ" ในที่นี้หมายถึงในความเชื่อของเรา ซึ่งเป็นความเชื่อทางด้านทัศนะภายในที่เราใช้เชื่อ.
กซ.
2:8 1 หมายถึงคำสอนของพวกนอสติก (Gnostics) อันเป็นการผสมกันระหว่างปรัชญาของพวกยูดาย, ชาวตะวันออก, และชาวกรีก ซึ่งเป็นคำหลอกลวงอันว่างเปล่า.
กซ.
2:8 ก 1ตธ.6:20
กซ.
2:8 ข มธ.15:2; ฆต.1:14
กซ.
2:8 2ข ประเพณีมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและมีต้นกำเนิดมาจากวัฒนธรรม. ต้นกำเนิดแห่งคำสอนของพวกนอสติกในเมืองโกโลซายก็คือประเพณีของมนุษย์ ซึ่งไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนสิ่งที่พระเจ้าเขียนไว้และได้เปิดเผยแก่มนุษย์ แต่มีพื้นฐานอยู่บนวิธีปฏิบัติแห่งประเพณีของมนุษย์.
กซ.
2:8 ค กซ.2:20; ฆต.4:3, 9
กซ.
2:8 3ค วลีที่ว่า "คำสอนเบื้องต้นของโลก" นี้ได้ถูกใช้ใน ฆต.4:3 (ดูคำอธิบาย 1 ในข้อนั้นด้วย). คำนี้ถูกใช้ในที่นี้เพื่อชี้ถึงคำสอนเบื้องต้นของทั้งพวกยูดายและพวกต่างชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยกฎเกณฑ์เกี่ยวกับพิธีการในเรื่องการกิน, การดื่ม, การล้างชำระ, การบำเพ็ญตบะ, และยังมีเรื่องอื่นๆอีกด้วย.
กซ.
2:8 ง กซ.1:27; 2:2, 6, 17; 3:4, 11
กซ.
2:8 4ง พระคริสต์เป็นหลักการควบคุมของสติปัญญาและความรู้อันแท้ทุกอย่าง, เป็นความเที่ยงแท้ของคำสอนที่แท้จริงทุกอย่าง, และเป็นบรรทัดฐานเพียงหนึ่งเดียวแห่งทัศนะที่ได้รับการยอมรับจากพระเจ้าทุกอย่าง. หนังสือเล่มนี้ยึดเอาการที่พระคริสต์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรามาเป็นศูนย์กลาง.
กซ.
2:9 ก กซ.1:19
กซ.
2:9 1ก คำว่า "ความบริบูรณ์" ไม่ได้ชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้า แต่ชี้ถึงการสำแดงแห่งความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้า. สิ่งที่อาศัยอยู่ในพระคริสต์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงความอุดมสมบูรณ์แห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสำแดงแห่งความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นด้วย. ดู อฟ.3:19 คำอธิบาย 3.
กซ.
2:9 2 สิ่งนี้ต่างกับลักษณะพิเศษแห่งสภาพพระเจ้าซึ่งได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างนั้น (รม.1:20). สิ่งนี้ชี้บ่งถึงฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์อย่างหนักแน่น. ความบริบูรณ์ทั้งสิ้นแห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าตรงข้ามกับประเพณีของมนุษย์และคำสอนเบื้องต้นของโลก ซึ่งสองสิ่งนี้ไม่อาจเปรียบกับความบริบูรณ์แห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าได้เลย.
กซ.
2:9 3 ในที่นี้ได้ชี้เป็นนัยถึงร่างกายทางเนื้อหนังซึ่งพระคริสต์ได้ทรงสวมใส่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ แสดงว่าความบริบูรณ์ทั้งสิ้นของสภาพพระเจ้าล้วนดำรงอยู่ในพระคริสต์ผู้ทรงมีร่างกายของมนุษย์. ก่อนการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์นั้น ความบริบูรณ์ทั้งสิ้นแห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าได้อาศัยอยู่ในพระองค์ผู้ทรงเป็นพระคำที่นิรันดร์ (ยฮ.1:1) แต่ยังไม่มีรูปมีร่าง. ตั้งแต่พระคริสต์กลายเป็นเนื้อหนังและทรงสวมใส่ร่างกายของมนุษย์แล้ว ความบริบูรณ์แห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าก็เริ่มต้นอาศัยอยู่ในพระองค์อย่างมีรูปมีร่าง และบัดนี้ได้อาศัยอยู่ในร่างกายที่ได้รับสง่าราศีของพระองค์ (ฟป.3:21) ไปตราบชั่วนิรันดร์.
กซ.
2:10 1 ในภาษากรีกมีความหมายเป็นนัยถึงความครบถ้วน, ความครบสมบูรณ์. เนื่องจากความบริบูรณ์ทั้งสิ้นอาศัยอยู่ในพระองค์ ดังนั้นเมื่อเราถูกวางไว้ในพระคริสต์แล้ว (1กธ.1:30) เราก็ได้ถูกกระทำให้ครบบริบูรณ์แล้ว คือถูกเติมเต็มด้วยความอุดมสมบูรณ์อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น. ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการต้นกำเนิดอื่นใดอีก. เนื่องจากพระคริสต์เป็นความครบสมบูรณ์และความครบถ้วนของเรา เราจึงไม่ต้องการผู้ปกครองและผู้มีอำนาจใดๆ มาเป็นคู่หมายในการบูชาอีก เพราะพระองค์ทรงเป็นประมุขของสิ่งสารพัดเหล่านี้. กรณีนี้ตรงข้ามกับการกราบไหว้ทูตสวรรค์ (ข้อ 18).
กซ.
2:10 ก อฟ.1:21-22
กซ.
2:10 2 ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจในที่นี้หมายถึงทูตสวรรค์ที่ตกต่ำซึ่งมีฐานะและอิทธิพลในสถานอากาศภายใต้เงื้อมมือของซาตาน. ดูข้อ 15 คำอธิบาย 2.
กซ.
2:11 ก รม.2:28-29; ฟป.3:3
กซ.
2:11 1ก นี่คือพิธีสุหนัตฝ่ายวิญญาณ ซึ่งก็คือพิธีสุหนัตของพระคริสต์ โดยชี้ถึงการรับบัพติศมาที่ถูกต้อง ซึ่งได้ถอดทิ้งไปซึ่งกายแห่งเนื้อหนัง โดยประสิทธิภาพที่มีพลังแห่งการตายของพระคริสต์. กรณีนี้ตรงข้ามกับลัทธิบำเพ็ญตบะ (asceticism) (ข้อ 20-22).
กซ.
2:11 2 พิธีสุหนัต ซึ่งเป็นการถอดทิ้งไปซึ่งกายแห่งเนื้อหนังเช่นนี้ ไม่ได้กระทำด้วยมือมนุษย์ แต่ได้กระทำสำเร็จโดยการตายของพระคริสต์ และถูกปรับใช้, ปฏิบัติการ, และดำเนินการจนสำเร็จโดยพระวิญญาณที่มีฤทธิ์.
กซ.
2:11 ข อฟ.2:11
กซ.
2:11 3 ถอดทิ้ง ในที่นี้หมายถึงการเปลื้องบางสิ่งออกไปเหมือนกับเสื้อผ้า.
กซ.
2:12 ก รม.6:4
กซ.
2:12 1ก การถูกฝังในการรับบัพติศมาก็คือการถอดทิ้งไปซึ่งกายแห่งเนื้อหนังนั่นเอง.
กซ.
2:12 ข กซ.3:1; อฟ.2:6; รม.6:5
กซ.
2:12 2ข การรับบัพติศมานั้นมีทั้งด้านของการถูกฝังซึ่งเป็นการสิ้นสุดเนื้อหนังของเรา และด้านของการเป็นขึ้นซึ่งเป็นการทำให้วิญญาณของเรามีการเริ่มต้นแห่งการเกิดใหม่. ในด้านของการเป็นขึ้นนั้น เราได้ถูกทำให้มีชีวิตขึ้นมาในพระคริสต์โดยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
กซ.
2:12 3 ความเชื่อไม่ได้เป็นมาจากเราเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า (2ปต.1:1). เรายิ่งหันสู่พระเจ้าและติดต่อกับพระองค์มากเท่าใด เราก็ยิ่งมีความเชื่อมากเท่านั้น. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้สำเร็จแห่งความเชื่อของเรา (ฮร.12:2). เรายิ่งอาศัยอยู่ในพระองค์มากเท่าใดพระองค์ก็ยิ่งซึมซาบเข้ามาเป็นความเชื่อของเรามากเท่านั้น. โดยอาศัยความเชื่อที่มีชีวิตซึ่งก่อกำเนิดจากการดำเนินการของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่เช่นนี้ เราก็ได้ประสบการณ์กับชีวิตแห่งการเป็นขึ้น ซึ่งมีด้านของการเป็นขึ้นในการรับบัพติศมาเป็นแบบเล็ง.
กซ.
2:12 ค รม.8:11
กซ.
2:13 ก อฟ.2:1, 5
กซ.
2:13 1ก ชี้ถึงการตายในวิญญาณเพราะความบาป.
กซ.
2:13 ข อฟ.2:5
กซ.
2:13 2ข ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์นั้น พระเจ้าทรงชุบเราให้เป็นขึ้นด้วยกัน โดยใช้ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. สิ่งนี้ได้ถูกกระทำให้สำเร็จในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (1ปต.1:3) และประสบการณ์ได้โดยความเชื่อของเรา.
กซ.
2:14 ก อฟ.2:15
กซ.
2:14 1ก หรือ ขจัดออก, ถูออก, ลบออก, ทำลาย (กฎเกณฑ์ของกฎบัญญัติ).
กซ.
2:14 2 คือเอกสารทางกฎหมาย, สัญญา. ในที่นี้ชี้ถึงกฎบัญญัติที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร.
กซ.
2:14 3 ชี้ถึงกฎเกณฑ์ของกฎบัญญัติทางพิธีการพร้อมด้วยรูปแบบของกฎเกณฑ์เหล่านี้ด้วยซึ่งเป็นรูปแบบหรือวิธีการดำเนินชีวิตและการนมัสการ. ในข้อ 20-21 ก็เช่นเดียวกัน.
กซ.
2:14 4 นี่คือการลบล้างพระบัญญัติแห่งกฎบัญญัติในส่วนที่เป็นกฎเกณฑ์ต่างๆ (อฟ.2:15). สิ่งนี้ได้ขจัดไปซึ่งมิจฉาลัทธิแห่งการถือพิธีของศาสนายูดาย.
กซ.
2:15 1 หรือ ถอดทิ้ง เหมือนใน 3:9. ข้อ 13-15 เปิดเผยถึงแผนการบริหารแห่งความรอดของพระเจ้าคือ (1) เพื่อทำให้เรามีชีวิตด้วยกันกับพระคริสต์; (2) เพื่อลบล้างกฎเกณฑ์ของกฎบัญญัติในด้านพิธีการ; (3) เพื่อถอดอิทธิพลของทูตสวรรค์ที่ชั่วร้ายออกเสีย.
ขณะที่พระคริสต์ถูกตรึงอยู่บนกางเขนนั้น พระเจ้าทรงวุ่นวายกับการตรึงกฎบัญญัติไว้ที่กางเขนและการถอดผู้ปกครองและผู้มีอำนาจออกเสียเพื่อทำให้เราเข้าสู่การสามัคธรรมในพระคริสต์ด้วยหนทางที่ราบรื่น และมีบรรยากาศที่แจ่มใส.
ขณะที่พระคริสต์ถูกตรึงอยู่บนกางเขนนั้น พระเจ้าทรงวุ่นวายกับการตรึงกฎบัญญัติไว้ที่กางเขนและการถอดผู้ปกครองและผู้มีอำนาจออกเสียเพื่อทำให้เราเข้าสู่การสามัคธรรมในพระคริสต์ด้วยหนทางที่ราบรื่น และมีบรรยากาศที่แจ่มใส.
กซ.
2:15 ก อฟ.2:2; 6:12; ฮร.2:14
กซ.
2:15 2ก พวกนี้ก็คือทูตสวรรค์ที่ถืออำนาจปกครองและมีอำนาจต่างๆ. เนื่องจากเมืองโกโลซายนั้นมีคำสอนแห่งมิจฉาลัทธิเกี่ยวกับการกราบไหว้ทูตสวรรค์ ข้อความนี้จึงต้องเล็งถึงทูตสวรรค์ที่ชั่วร้ายอย่างแน่นอน. กฎบัญญัติถูกตั้งขึ้นผ่านทางพวกทูตสวรรค์ จนกระทั่งถูกถือว่าเป็นกฎบัญญัติของทูตสวรรค์ (ฆต.3:19; กจ.7:53). เมื่อมีสิ่งนี้เป็นพื้นฐาน พวกมิจฉาลัทธิในเมืองโกโลซายจึงสอนผู้คนให้กราบไหว้ทูตสวรรค์ (ข้อ 18) โดยถือว่าเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์. ดังนั้นอัครทูตจึงได้จัดการกับพวกมิจฉาลัทธินี้โดยการเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า กฎบัญญัติในส่วนที่เป็นกฎเกณฑ์นั้นได้ถูกตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว (ข้อ 14) และทูตสวรรค์ที่ชั่วร้ายซึ่งเป็นผู้นำก็ได้ถูกพระเจ้าปลดไปแล้ว. ด้วยเหตุนี้จึงเหลือพระคริสต์เป็นคนกลางแต่เพียงผู้เดียว. พระองค์ยังทรงเป็นประมุขของผู้ปกครองและผู้มีอำนาจทั้งปวง (ข้อ 10). สิ่งนี้ได้ขจัดไปซึ่งมิจฉาลัทธิแห่งการกราบไหว้ทูตสวรรค์.
กซ.
2:15 3 คำว่า "พระองค์" ทั้งในข้อนี้และในข้อ 13-14 ล้วนหมายถึงพระเจ้า (ข้อ 12).
กซ.
2:15 4 หรือ จัดแสดง, ตั้งแสดง ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยถึงการทำให้อับอายอย่างเปิดเผย. พระเจ้าทรงทำให้บรรดาทูตสวรรค์ที่ชั่วร้ายซึ่งเป็นผู้ปกครองและผู้มีอำนาจได้รับความอับอายอย่างเปิดเผยบนกางเขนแล้ว และทรงประกาศชัยชนะต่อพวกเขาในการฉลองชัยโดยกางเขนนั้น.
กซ.
2:15 5 โดยกางเขน หรือ ในพระองค์ (พระคริสต์).
กซ.
2:16 1 หรือ ในเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม. อาหารและเครื่องดื่มเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอิ่มหนำและการเพิ่มกำลัง.
กซ.
2:16 ก เทียบ ลวต.11:2; รม.14:2-3
กซ.
2:16 ข ลวต.23:2
กซ.
2:16 2ข ชี้ถึงเทศกาลประจำปีของพวกยูดาย ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความชื่นชมยินดีและการรับสุข.
กซ.
2:16 ค อฤม.28:11
กซ.
2:16 3ค เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเริ่มต้นใหม่โดยเกิดมีความสว่างขึ้นในความมืด.
กซ.
2:16 ง ลวต.23:3; มก.2:27
กซ.
2:16 4ง เป็นเครื่องหมายเล็งถึง การสำเร็จครบถ้วนและการพักสงบ. เทศกาลเป็นเรื่องรายปี, วันต้นเดือนเป็นเรื่องรายเดือน, วันซะบาโตเป็นเรื่องรายสัปดาห์, และการกินดื่มเป็นเรื่องรายวัน. เรากินดื่มพระคริสต์เป็นประจำทุกวัน, เรามีการสำเร็จครบถ้วนและได้พักสงบในพระองค์ทุกสัปดาห์, เราได้ประสบการณ์กับการเริ่มต้นใหม่ในพระองค์เป็นประจำทุกเดือน, และพระองค์ยังเป็นความชื่นชมยินดีและการรับสุขของเราตลอดทั้งปีด้วย. ดังนั้นพระคริสต์จึงทรงเป็นความเที่ยงแท้ของสิ่งของด้านบวกทุกอย่างต่อเราในทุกวัน, ทุกสัปดาห์, ทุกเดือน, และทุกปี ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยถึงความกว้างใหญ่ไพศาลในด้านจักรวาลของพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งนี้.
กซ.
2:17 ก ฮร.8:5; 10:1
กซ.
2:17 1ก ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกฎบัญญัติแห่งพิธีการซึ่งได้กล่าวไว้ข้างต้นล้วนเป็นเงาของสิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณซึ่งอยู่ในพระคริสต์ที่จะมีมาภายหลัง แต่ตัวจริงนั้นเป็นของพระคริสต์และก็คือตัวของพระคริสต์เอง.
กซ.
2:17 2 ตัวจริงในที่นี้เป็นแก่นแท้เหมือนกับร่างกายของมนุษย์. พิธีการที่อยู่ในกฎบัญญัตินั้นเป็นเงาของสิ่งที่จริงแท้ในกิตติคุณ เหมือนกับเงาของร่างกายมนุษย์.
กซ.
2:17 ข กซ.1:27; 2:2, 8; 3:4, 11
กซ.
2:17 3ข พระคริสต์เป็นความเที่ยงแท้ของกิตติคุณ. ของดีทุกอย่างในกิตติคุณล้วนเป็นของพระองค์และก็คือตัวของพระองค์เองทั้งสิ้น. หนังสือเล่มนี้ได้เปิดเผยถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า.
กซ.
2:18 1 อาจารย์มิจฉาลัทธิได้ตัดสินว่า วิสุทธิชนไม่คู่ควรที่จะนมัสการพระเจ้าโดยตรง แต่ต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าโดยผ่านคนกลางซึ่งก็คือทูตสวรรค์. สิ่งนี้ได้หลอกเอารางวัลของวิสุทธิชนไปเสียโดยทำให้พวกเขาไม่สามารถรับสุขพระคริสต์. พระคริสต์ทรงเป็นคนกลางเพียงหนึ่งเดียวของเรา เราสามารถนมัสการพระเจ้าได้โดยตรงในพระองค์.
กซ.
2:18 ก ฟป.3:14; 1กธ.9:24
กซ.
2:18 ข กซ.2:23
กซ.
2:18 2ข อาจารย์ของพวกมิจฉาลัทธิที่เกี่ยวกับการกราบไหว้ทูตสวรรค์ได้สอนวิสุทธิชนให้แสดงออกซึ่งความต่ำต้อยโดยให้ตระหนักว่าตนไม่คู่ควรที่จะนมัสการพระเจ้าโดยตรง. เขาเหล่านี้ได้หลอกเอารางวัลที่วิสุทธิชนมีอยู่ในพระคริสต์ไปเสียโดยอยู่ในองค์ประกอบและขอบเขตของการเจตนาทำทีต่ำต้อย และการกราบไหว้ทูตสวรรค์เช่นนี้เอง.
กซ.
2:18 3 หรือ สอดแนม, สืบสวน (เรื่องที่ลี้ลับ).
กซ.
2:18 4 อาจารย์มิจฉาลัทธินั้นอยู่ในขอบเขตที่มองเห็นได้ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อที่อยู่ในข้อ 12. เขาเหล่านี้ชอบเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์. การยืนกรานในประสบการณ์สิ่งที่มองเห็นเช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดความเย่อหยิ่งของเนื้อหนังและการพองตัวขึ้นเปล่าๆ โดยที่ความคิดของเขาคล้อยไปตามเนื้อหนัง.
กซ.
2:18 ค 1กธ.8:1
กซ.
2:18 5 แปลตามตรงคือ ความคิดแห่งเนื้อหนัง.
กซ.
2:19 1 มิจฉาลัทธิแห่งการกราบไหว้ทูตสวรรค์ได้ทำให้วิสุทธิชนเบี่ยงเบนไปจากการยึดพระคริสต์เป็นศีรษะ. แผนการบริหารของพระเจ้าประสงค์ที่จะรวบรวมสิ่งสารพัดไว้ให้พระองค์เป็นประมุขในพระคริสต์ (อฟ.1:10) โดยพระกายของพระองค์ซึ่งก็คือคริสตจักร เพื่อทำให้พระคริสต์เป็นศูนย์กลางของสิ่งสารพัด. อุบายของผู้เจ้าเล่ห์นั้นประสงค์ที่จะทำให้วิสุทธิชนเบี่ยงเบนไป เพื่อทำให้พระกายของพระคริสต์พังทลายลง.
กซ.
2:19 ก อฟ.4:15
กซ.
2:19 ข อฟ.4:16
กซ.
2:19 2ข วลี "เนื่องจาก (ออกจาก) พระองค์นั้น" ชี้บ่งว่าพระกายของพระคริสต์เติบโตออกจากศีรษะเพราะการหล่อเลี้ยงทั้งสิ้นล้วนมาจากศีรษะ.
กซ.
2:19 3 มิจฉาลัทธิทำให้วิสุทธิชนแยกออกจากศีรษะ จึงได้ทำลายพระกายของพระคริสต์. การเปิดเผยของอัครทูตได้ยกชูพระคริสต์ และทำให้พระกายได้รับการปกป้องและถูกก่อสร้างขึ้น.
กซ.
2:19 4 ข้อต่อต่างๆ มีไว้สำหรับการหล่อเลี้ยงของพระกาย.
กซ.
2:19 5 เอ็นมีไว้สำหรับผูกพันอวัยวะในพระกายให้ต่อติดกัน.
กซ.
2:19 6 การเติบโตเป็นเรื่องของชีวิต ซึ่งชีวิตนี้ก็คือตัวของพระเจ้าเอง. เมื่อคริสตจักรคือพระกายของพระคริสต์ คริสตจักรจึงไม่ควรสูญเสียไปซึ่งพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าผู้เป็นต้นกำเนิดของชีวิต. โดยการยึดมั่นพระคริสต์ คริสตจักรก็ได้เติบโตขึ้นด้วยการเติบโตของพระเจ้าและด้วยการเพิ่มพูนของพระเจ้าผู้เป็นชีวิต.
กซ.
2:19 7 การเติบโตแห่งพระกายของพระคริสต์นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรู้ด้านหลักธรรมในพระคัมภีร์, วิธีการนมัสการ, หรือเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในทำนองเดียวกันนี้. แต่การเติบโตของพระกายนั้นขึ้นอยู่กับการเพิ่มทวีของพระเจ้า และการเพิ่มพูนแห่งส่วนประกอบของพระเจ้าในพระกาย.
กซ.
2:20 1 หรือ เพราะ.
กซ.
2:20 ก รม.6:2-4, 6-8
กซ.
2:20 2ก ในการรับบัพติศมา (รม.6:3).
กซ.
2:20 ข กซ.2:8
กซ.
2:20 3ข คำสอนเบื้องต้นแห่งโลกก็คือ หลักการขั้นต้นของสิ่งของฝ่ายวัตถุทางภายนอก, คำสอนขั้นอนุบาลของลัทธิถือพิธีรูปแบบ (externalism) เช่น ลัทธิบำเพ็ญตบะ (asceticism). สิ่งนี้ต่างกับวิธีการของพระเจ้าซึ่งเป็นวิธีแห่งกางเขนอย่างสิ้นเชิง. ดูข้อ 8 คำอธิบาย 3.
กซ.
2:20 ค กซ.2:14
กซ.
2:21 1 สิ่งเหล่านี้คือกฎเกณฑ์, ข้อบังคับ, และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งของฝ่ายวัตถุ เช่น อย่าเอามือหยิบ ชี้ถึงสิ่งที่เคลื่อนไหวได้; อย่าชิม ชี้ถึงสิ่งที่กินได้; และ อย่าแตะต้อง ชี้ถึงสิ่งที่สัมผัสจับต้องได้. อันที่จริงการเอามือหยิบ, การชิม, และการแตะต้องนั้นได้ครอบคลุมมาถึงการกระทำทุกอย่าง และกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ก็มีส่วนพัวพันกับแนวทางปฏิบัติของพวกบำเพ็ญตบะ.
กซ.
2:22 ก มธ.15:9; ตต.1:14
กซ.
2:22 ข 1กธ.6:13
กซ.
2:22 1ข หรือ ถูกทำลาย. สิ่งของฝ่ายวัตถุทุกอย่างถูกกำหนดให้สลายตัวและเปื่อยเน่า คือเมื่อถูกใช้สอยก็จะเสื่อมเสียไป (1กธ.6:13; มธ.15:17).
กซ.
2:22 2 หรือ หมดเปลืองไป.
กซ.
2:23 1 สิ่งเหล่านี้ ชี้ถึงคำกำชับและคำสอนของมนุษย์ในข้อ 22 รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ในข้อ 20.
กซ.
2:23 2 ในภาษากรีกชี้ถึงคำพูดหรือการพูด ดังนั้นจึงเป็นการสำแดง, การแสดงเหตุผล จึงแปลเป็นมีชื่อ.
กซ.
2:23 ก กซ.2:18
กซ.
2:23 ข 1ตธ.4:3
กซ.
2:23 3ข นี่ก็คือพวกลัทธิบำเพ็ญตบะ (asceticism).
กซ.
2:23 4 กฎเกณฑ์, ข้อบังคับ, และระเบียบปฏิบัติของคำสอนขั้นต้นในลัทธิถือรูปแบบพิธีการ (externalism) และลัทธิบำเพ็ญตบะ (asceticism) นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีคุณค่าอะไรในการต่อสู้กับการปล่อยตัวไปตามตัณหาของเนื้อหนัง.
กซ.
2:23 ค รม.13:14; ฆต.5:16