โกโลซาย บทที่ 1
หัวข้อหลัก: พระคริสต์ - ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง, ผู้เป็นเอกในสิ่งสารพัด, เป็นข้อลับลึกและการแปรสภาพที่เป็นรูปธรรมของพระเจ้า, เป็นศีรษะและส่วนประกอบของคริสตจักร, เป็นส่วนแบ่ง, ชีวิต, ส่วนประกอบ, ความหวังของวิสุทธิชน, และเป็นตัวจริงของทุกสิ่งที่อยู่ในด้านบวก
ผู้เขียน: อัครทูตเปาโลกับติโมเธียวผู้เป็นพี่น้อง (1:1).
เวลาที่เขียน: ประมาณปี ค.ศ.64 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขียนหนังสือฟิเลโมน (4:9; ฟม.10-12).
สถานที่เขียน: เรือนจำที่อยู่ในกรุงโรม (4:3, 10, 18).
ผู้รับ: วิสุทธิชนในเมืองโกโลซาย (1:2).
I. คำนำ
1:1-8
1:1-8
1. คำทักทายของอัครทูต
ข้อ 1-2
ข้อ 1-2
กซ.
1:1 1เปาโล อัครทูตของพระคริสต์เยซูตาม2กน้ำพระทัยของพระเจ้า และขติโมเธียวผู้เป็นพี่น้องนั้น
กซ.
1:2 [เขียนจดหมาย]มายัง1กวิสุทธิชนที่อยู่ในเมืองโกโลซายและพี่น้องที่สัตย์ซื่อในพระคริสต์: ขอให้ขพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าคพระบิดาของเรา จงมีแก่ท่านทั้งหลายเถิด.
2. คำขอบคุณของอัครทูต
ข้อ 3-8
ข้อ 3-8
กซ.
1:3 เราขอบพระคุณพระเจ้า 1พระบิดาแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา และอธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลายเสมอ
กซ.
1:4 เพราะเราได้ยินถึง1กความเชื่อของท่านในพระคริสต์เยซู และ1ขความรักซึ่งท่านมีต่อวิสุทธิชนทั้งปวง
กซ.
1:5 โดยเหตุ1กความหวังซึ่ง2สะสมไว้สำหรับท่านในสวรรค์ทั้งหลาย ซึ่งเมื่อก่อนท่านเคยได้ยินมาแล้วในขพระคำแห่ง3หลักความจริงของกิตติคุณ
กซ.
1:6 ซึ่งได้[เผยแพร่]มายังท่านทั้งหลาย ดังที่ได้แพร่ไปทั่วโลก ทั้งเกิดผลและเจริญขึ้นเช่นเดียวกันกับที่กำลังเป็นอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายด้วย ตั้งแต่วันที่ท่านได้ยินและได้รู้จัก1กพระคุณของพระเจ้าใน2ขความจริง
กซ.
1:7 ดังที่ท่านได้เรียนจากกเอปาฟรัศ ซึ่งร่วมเป็นทาสรับใช้และเป็นที่รักของเราและเป็น1ขผู้ปฏิบัติที่สัตย์ซื่อของพระคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย
กซ.
1:8 และยังได้บอกเราถึงกความรักของท่านทั้งหลายในพระวิญญาณนั้น.
II. พระคริสต์ — ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและเป็นเอก,
ผู้เป็นศูนย์กลางและการแพร่หลายของพระเจ้า
1:9—3:11
ผู้เป็นศูนย์กลางและการแพร่หลายของพระเจ้า
1:9—3:11
1. ส่วนแบ่งของวิสุทธิชน
1:9-14
1:9-14
กซ.
1:9 เพราะเหตุนี้นับตั้งแต่วันที่เราได้ยิน เราก็ไม่ได้หยุดในการที่จะกอธิษฐานทูลขอเพื่อท่านทั้งหลาย ให้ท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ถึง1ขน้ำพระทัยของพระองค์ ใน2คสติปัญญาและความเข้าใจฝ่ายวิญญาณทั้งปวง
กซ.
1:10 เพื่อท่านจะได้1ดำเนินชีวิตให้คู่ควรกับองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นที่ชอบพระทัยพระองค์2ในทุกสิ่ง ให้3บังเกิดผลในการดีทุกอย่าง และจำเริญขึ้นโดย4การรู้จักพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม
กซ.
1:11 ให้ได้รับการกเพิ่มกำลังด้วย1ฤทธิ์เดชทุกอย่าง ตาม2ขฤทธานุภาพแห่งสง่าราศีของพระองค์ เพื่อท่านจะมีความอดทนและอดทนนานในทุกสิ่งด้วยความยินดี
กซ.
1:12 ขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงทำให้ท่านทั้งหลายมี1คุณสมบัติพอที่จะได้รับ2กส่วนแบ่งด้วยกันกับวิสุทธิชนทั้งหลายใน3ขความสว่าง
กซ.
1:13 และทรง1ช่วยเราทั้งหลายให้พ้นจากอำนาจแห่ง2กความมืด และทรงย้ายเราเข้าสู่ขอาณาจักรแห่ง3คพระบุตรที่รักของพระองค์
กซ.
1:14 ในพระบุตรนั้น เราทั้งหลายจึงได้รับ1กการไถ่ ซึ่งก็คือได้รับ2ขการอภัยบาป.
2. พระฉายาของพระเจ้าและผู้บังเกิดคนแรก
ทั้งในการเนรมิตสร้างและในการเป็นขึ้น
1:15-23
ทั้งในการเนรมิตสร้างและในการเป็นขึ้น
1:15-23
กซ.
1:15 พระบุตรทรงเป็น1กพระฉายาของพระเจ้าผู้ขไม่ประจักษ์แก่ตานั้น ทรงเป็น2คผู้บังเกิดคนแรกของสิ่งสารพัดที่ถูกเนรมิตสร้าง
กซ.
1:16 เพราะว่าสิ่งสารพัดได้ถูกเนรมิตสร้างขึ้น1ในพระองค์ ทั้งในฟ้าสวรรค์ทั้งหลายและบนแผ่นดินโลก, สิ่งซึ่งประจักษ์แก่ตาและไม่ประจักษ์แก่ตา, ไม่ว่าจะเป็น2ผู้ครองบัลลังก์, 3กผู้เป็นนาย, ผู้ปกครอง, หรือผู้มีอำนาจ สิ่งสารพัดล้วนได้ถูกเนรมิตสร้างขึ้น4ขโดยพระองค์และ5เพื่อพระองค์
กซ.
1:17 พระองค์ทรงดำรงอยู่1ก่อนสิ่งสารพัด และสิ่งสารพัดล้วน2กเชื่อมโยงกันอยู่ในพระองค์
กซ.
1:18 พระองค์ทรงเป็นกศีรษะของขพระกาย คือคริสตจักรนั้น พระองค์ทรงเป็นคเบื้องต้น เป็น1งผู้บังเกิดคนแรกของบรรดาคนตาย[ที่เป็นขึ้น] เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในสิ่งสารพัด
กซ.
1:19 เพราะว่า1กความบริบูรณ์2ทั้งสิ้นล้วนยินดีที่จะอาศัยอยู่ในพระองค์
กซ.
1:20 และที่จะให้1กสิ่งสารพัดขกลับคืนดีกับ2ตน3โดยพระองค์นั้น ไม่ว่าจะเป็นคสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินโลกก็ดี หรือสิ่งที่อยู่ใน4สวรรค์ทั้งหลายก็ดี 5งเมื่อได้ทรงกระทำให้มีสันติสุขจด้วยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระองค์แล้ว3โดยพระองค์.
กซ.
1:21 เมื่อก่อนท่านทั้งหลายกถูกตัดขาดและ1ขเป็นศัตรู[กับพระองค์]ใน2คความคิดเพราะการประพฤติชั่วต่างๆ ของท่าน
กซ.
1:22 บัดนี้1พระองค์ได้ทรงโปรดให้คืนดี[กับพระองค์]ในเนื้อหนังของพระคริสต์โดยความตาย เพื่อจะได้ถวายท่านทั้งหลายให้เป็นกผู้บริสุทธิ์, ปราศจากด่างพร้อย, และปราศจากที่จะติได้ต่อเบื้อง[พระพักตร์]1พระองค์เอง
กซ.
1:23 ขอเพียงแต่ท่านทั้งหลายดำรงอยู่ใน1หลักความเชื่ออย่างต่อเนื่อง, กโดยได้วางฐานรากลง, มั่นคงอย่างไม่สั่นคลอน, และไม่โยกย้ายไปจาก2ขความหวังในกิตติคุณคือกิตติคุณซึ่งท่านได้ยินมาแล้ว และถูกประกาศไปยังคสิ่งทรงสร้างทั้งปวงที่อยู่ใต้ฟ้า. ข้าพเจ้าเปาโลก็ได้เป็นงผู้ปฏิบัติในกิตติคุณนั้น.
3. ข้อลับลึกแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า
1:24-29
1:24-29
กซ.
1:24 บัดนี้ข้าพเจ้ากชื่นชมยินดีในการที่ข้าพเจ้าได้ทนทุกข์เพื่อท่านทั้งหลาย สำหรับขการทนทุกข์ของพระคริสต์ที่ยังขาดอยู่นั้น ในด้านของข้าพเจ้าก็ได้1รับทนจนครบถ้วนแล้วในเนื้อหนังของข้าพเจ้า เพราะเห็นแก่คพระกายของพระองค์ คือคริสตจักร
กซ.
1:25 ข้าพเจ้าได้มาเป็น1กผู้ปฏิบัติของ2คริสตจักรตาม3ขฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือนของพระเจ้า ซึ่งได้ทรงโปรดประทานให้แก่ข้าพเจ้าเพื่อท่านทั้งหลาย เพื่อจะ[กล่าว]คพระคำของพระเจ้าให้4สำเร็จครบถ้วน
กซ.
1:26 คือ1กข้อลับลึกที่ได้ซ่อนเร้นอยู่2หลายยุคหลายชั่วอายุนั้น แต่เดี๋ยวนี้ได้ทรงโปรดให้ปรากฏแจ้งแก่บรรดาวิสุทธิชนของพระองค์แล้ว
กซ.
1:27 พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้เขาทั้งหลายรู้ว่า สง่าราศีแห่งกข้อลับลึกนี้ในท่ามกลางพวกต่างชาตินั้นช่าง1ขอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก 2คือที่3คพระคริสต์4อยู่ในท่านทั้งหลาย[กลายเป็น]งความหวังอัน5จสง่าราศี
กซ.
1:28 พระองค์นั้นแหละเราประกาศอยู่ โดยเตือนสติทุกคนและสั่งสอนทุกคนด้วยสติปัญญาทั้งปวง เพื่อจะได้ถวายทุกคนให้เป็น1กผู้ที่สุกงอมแล้ว2ในพระคริสต์.
กซ.
1:29 ข้าพเจ้าจึงตรากตรำเพราะเหตุนี้ด้วย โดยได้1กบากบั่นสู้รบตาม2ฤทธิ์เดชที่ได้ทรงขดำเนินการอยู่ในข้าพเจ้า.
คำอธิบาย โกโลซาย บทที่ 1
กซ.
1:1 1 หนังสือเล่มนี้มีเบื้องหลังอยู่ว่า วัฒนธรรมได้ปะปนเข้าสู่การดำเนินชีวิตคริสตจักรในเมืองโกโลซาย. แต่เดิมนั้นพระคริสต์ทรงเป็นองค์ประกอบเพียงหนึ่งเดียวในการดำเนินชีวิตคริสตจักรแต่ในขณะนั้นได้เกิดการรบกวนเพราะวัฒนธรรมกำลังเข้ามาแทนที่พระคริสต์. ส่วนประกอบของคริสตจักรควรจะมีเพียงพระคริสต์เท่านั้น แต่มีองค์ประกอบบางอย่างในวัฒนธรรมได้รุกรานเข้าสู่คริสตจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนา ซึ่งก็คือลัทธิบำเพ็ญตบะ (asceticism) ที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์และพิธีการของศาสนายูดาย (2:16, 20-21) และปรัชญา ซึ่งก็คือลัทธิเร้นลับ (mysticism) ที่เกี่ยวข้องกับพวกนอสติก (Gnostics) และการนมัสการทูตสวรรค์ (2:8, 18). ดังนั้นความคิดศูนย์กลางของหนังสือเล่มนี้ก็คือ การไม่ให้สิ่งใดมาแทนที่พระคริสต์.
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะของพระกายเป็นพิเศษ โดยได้เปิดเผยถึงความลึกล้ำ, ครอบคลุมสรรพสิ่ง, และไม่มีขีดจำกัดของพระคริสต์ไว้อย่างสมบูรณ์กว่าหนังสือเล่มอื่นๆ ที่อยู่ในพระคัมภีร์.
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะของพระกายเป็นพิเศษ โดยได้เปิดเผยถึงความลึกล้ำ, ครอบคลุมสรรพสิ่ง, และไม่มีขีดจำกัดของพระคริสต์ไว้อย่างสมบูรณ์กว่าหนังสือเล่มอื่นๆ ที่อยู่ในพระคัมภีร์.
กซ.
1:1 ก 1กธ.1:1
กซ.
1:1 2ก ดู อฟ.1:1 คำอธิบาย 2.
กซ.
1:1 ข 2กธ.1:1; 1ธซ.3:2; ฮร.13:23
กซ.
1:2 ก อฟ.1:1
กซ.
1:2 1ก คือผู้บริสุทธิ์ ซึ่งก็คือบรรดาผู้ที่ถูกแบ่งแยกออกมาและแบ่งแยกบริสุทธิ์ถวายแด่พระเจ้า. คนเหล่านี้อาศัยอยู่ในเมืองโกโลซาย แต่พวกเขาได้ถูกแบ่งแยกออกมาจากโลก.
กซ.
1:2 ข ยฮ.1:17; อฟ.1:2
กซ.
1:2 ค อฟ.1:2
กซ.
1:3 1 ดู อฟ.1:3 คำอธิบาย 2.
กซ.
1:4 ก กซ.2:5, 7; 1ธซ.1:3; 1กธ.13:13
กซ.
1:4 1ก ความเชื่อคือการแปรสภาพทุกสิ่งที่อยู่ในพระคริสต์ให้เป็นแก่นสารและต้อนรับสิ่งเหล่านั้นเข้ามา. ความรักคือการประสบการณ์และรับสุขสิ่งที่เราได้ต้อนรับจากพระคริสต์. ส่วนความหวัง (ข้อ 5) คือการคาดหวังและรอคอยการได้รับสง่าราศีในพระคริสต์.
กซ.
1:4 ข กซ.1:8
กซ.
1:5 ก กซ.1:23, 27; อฟ.1:18; 4:4
กซ.
1:5 1ก ความหวัง, ความเชื่อ, และความรัก ในข้อ 4 และ 5 นั้นเป็นสามสิ่งที่อัครทูตได้เน้นไว้ใน 1กธ.13:13. จุดเน้นในที่นั้นคือความรัก เนื่องจากสถานการณ์ของชาวโกรินโธนั้น ทำให้จุดเน้นในที่นั่นคือความรัก ส่วนจุดเน้นในที่นี้อยู่ที่ความหวัง ซึ่งหากจะกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้วความหวังนี้ก็คือตัวของพระคริสต์เอง (ข้อ 27) เพื่อเปิดเผยว่าพระคริสต์ทรงเป็นทุกสิ่งต่อเรา.
กซ.
1:5 2 เราสะสมความหวังไว้ในสวรรค์ทั้งหลายโดยการดำเนินชีวิตพระคริสต์และประสบการณ์พระคริสต์. เรายิ่งมีการดำเนินชีวิตพระคริสต์และประสบการณ์พระคริสต์มากเท่าใดเราก็จะสะสมความหวังไว้ในสวรรค์ทั้งหลายมากเท่านั้น. ฉะนั้นความหวังจึงเป็นสิ่งที่เราจะต้องค่อยๆ สะสมในชีวิตประจำวันของเราในทุกวันนี้.
กซ.
1:5 ข อฟ.1:13
กซ.
1:5 3 หลักความจริงของกิตติคุณก็คือความเที่ยงแท้ของกิตติคุณ หรือความเป็นจริงของกิตติคุณไม่ใช่หลักธรรมของกิตติคุณ. คำว่า "พระคำ" อาจถือได้ว่าเป็นหลักธรรมของกิตติคุณ ส่วนคำว่า "หลักความจริง" นั้นย่อมต้องชี้ถึงความเที่ยงแท้. ฐานันดรที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระคริสต์และการงานแห่งการไถ่ซึ่งมีหลายด้านของพระองค์ก็คือความเที่ยงแท้ของกิตติคุณนั่นเอง.
กซ.
1:6 ก กจ.4:33; 11:23; รม.5:2
กซ.
1:6 1ก พระคุณของพระเจ้าก็คือสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นต่อเราและทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เราในพระคริสต์ (ยฮ.1:17; 1กธ.15:10).
กซ.
1:6 ข รม.1:25; ยฮ.16:7; มก.5:33; 12:32; ลก.4:25
กซ.
1:6 2ข ความจริง ในที่นี้หมายถึงความเที่ยงแท้ (ดู 1ยฮ.1:6 คำอธิบาย 6 ประเด็นที่ 8). การรู้จักพระคุณของพระเจ้าในความจริงคือการรู้จักพระคุณนี้ในด้านประสบการณ์ในความเที่ยงแท้ ไม่ใช่รู้จักพระคุณของพระเจ้าแต่เพียงในสมองตามตัวอักษรหรือหลักธรรมที่ว่างเปล่า.
กซ.
1:7 ก กซ.4:12; ฟม. 23
กซ.
1:7 ข กซ.4:7
กซ.
1:7 1ข ผู้ปฏิบัติของพระคริสต์นั้นไม่ได้เป็นเพียงผู้รับใช้ของพระคริสต์ซึ่งเป็นผู้ที่ปรนนิบัติพระคริสต์เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่ปรนนิบัติผู้อื่นด้วยพระคริสต์ โดยการนำพระคริสต์ไปหล่อเลี้ยงแก่พวกเขาอีกด้วย.
กซ.
1:8 ก รม.15:30; ฆต.5:22
กซ.
1:9 ก อฟ.1:16
กซ.
1:9 ข อฟ.1:9; รม.12:2
กซ.
1:9 1ข น้ำพระทัยของพระเจ้าในที่นี้ คือน้ำพระทัยที่เกี่ยวกับพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์และเกี่ยวกับแผนการบริหารของพระองค์ซึ่งว่าด้วยพระคริสต์ (อฟ.1:5, 9, 11) ไม่ได้หมายถึงน้ำพระทัยของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อย.
กซ.
1:9 ค อฟ.1:17
กซ.
1:9 2ค สติปัญญาและความเข้าใจฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นของพระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ในวิญญาณของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหลักปรัชญาของพวกนอสติก (Gnostics) ซึ่งอยู่ในความคิดที่มืดมนของมนุษย์เท่านั้น. สติปัญญานี้อยู่ในวิญญาณของเรา โดยมีไว้ให้เรารับรู้ถึงน้ำพระทัยที่นิรันดร์ของพระเจ้า. ความเข้าใจฝ่ายวิญญาณนั้นอยู่ในความคิดของเราที่ได้รับการเปลี่ยนใหม่โดยพระวิญญาณนั้น และมีไว้ให้เราใช้ทำความเข้าใจและแปลความหมายของสิ่งที่เราได้รับรู้ในวิญญาณของเรา.
กซ.
1:10 1 การดำเนินชีวิตที่คู่ควรต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผลลัพธ์ที่มาจากการมีความรู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า. เราดำเนินชีวิตพระคริสต์ในการดำเนินชีวิตที่คู่ควรต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นนี้เอง.
กซ.
1:10 2 คือในทุกด้าน.
กซ.
1:10 3 การบังเกิดผลในที่นี้หมายถึง การดำเนินชีวิตพระคริสต์ การจำเริญออกซึ่งพระคริสต์, การสำแดงพระคริสต์ และการให้พระคริสต์ได้แพร่พันธุ์ในทุกๆ ด้าน. นี่คือธาตุแท้ที่แท้จริงของการดีทุกอย่างของคริสเตียน.
กซ.
1:10 4 ไม่ใช่การรู้จักตามตัวอักษรที่อยู่ในความคิดแต่เป็นการรู้จักอันมีชีวิตที่มีต่อพระเจ้าในวิญญาณ. โดยการรู้จักนี้เราจึงได้เติบโตในชีวิต.
กซ.
1:11 ก อฟ.6:10 ฟป.4:13; 2ตธ.2:1
กซ.
1:11 1 ฤทธิ์เดชนี้ไม่ได้ชี้ถึงฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์เท่านั้น (ฟป.3:10) แต่ยังชี้ถึงตัวของพระคริสต์เอง ผู้เป็นฤทธิ์เดชอันยิ่งใหญ่ที่ให้เรามีกำลังมากขึ้นในทุกสิ่ง (ฟป.4:13) จนเราได้มีความอดทนและอดทนนานในทุกสิ่งด้วยความยินดี เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตที่สามารถประสบการณ์พระคริสต์และดำเนินชีวิตพระคริสต์.
กซ.
1:11 ข อฟ.1:19
กซ.
1:11 2ข คือฤทธานุภาพที่สำแดงสง่าราศีของพระเจ้า ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าในฤทธานุภาพของพระองค์.
กซ.
1:12 1 พระเจ้าพระบิดาทรงทำให้เรามีคุณสมบัติพอที่จะมีส่วนในพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของวิสุทธิชนทั้งหลาย โดยการไถ่ของพระเจ้าพระบุตร และโดยการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าพระวิญญาณ.
กซ.
1:12 ก เทียบ กจ.20:32
กซ.
1:12 2ก สิ่งนี้หมายถึงส่วนแบ่งของมรดก เหมือนการแบ่งแผ่นดินคะนาอันให้เป็นมรดกแก่พลไพร่ชาวอิสราเอล (ยฮซ.14:1). มรดกหรือส่วนแบ่งของผู้เชื่อที่อยู่ในพันธสัญญาใหม่นั้นไม่ใช่ที่ดินฝ่ายวัตถุ แต่เป็นพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง. พระองค์เป็นส่วนที่แบ่งไว้เป็นมรดกอันศักดิ์สิทธิ์แก่วิสุทธิชนทั้งหลายเพื่อการรับสุขของพวกเขา.
กซ.
1:12 ข กจ.26:18; 1ปต.2:9
กซ.
1:12 3ข ความสว่างในที่นี้ตรงข้ามกับความมืดที่อยู่ในข้อถัดไป. ขณะที่เรายังอยู่ภายใต้อำนาจของซาตานนั้น เราอยู่ในความมืด. แต่บัดนี้เราได้อยู่ในอาณาจักรแห่งพระบุตรที่รักของพระเจ้า จึงได้รับสุขพระองค์อยู่ในความสว่าง.
กซ.
1:13 1 ในการที่จะให้พระคริสต์เป็นศีรษะของพระกาย และให้เราซึ่งเป็นผู้เชื่อได้เป็นอวัยวะในพระกายของพระองค์นั้น พระเจ้าจำต้องช่วยเราให้พ้นจากอำนาจแห่งความมืด ซึ่งเป็นอาณาจักรของซาตาน (มธ.12:26ข) และทรงย้ายเราเข้าสู่อาณาจักรแห่งพระบุตรที่รักของพระเจ้า. สิ่งนี้ทำให้เรามีคุณสมบัติพอที่จะรับส่วนในพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งเป็นส่วนแบ่งของเรา.
กซ.
1:13 ก กจ.26:18; อฟ.6:12; ลก.22:53; 1ปต.2:9
กซ.
1:13 2ก แปลตามตรงคือ ความมืดนั้น.
กซ.
1:13 ข อฟ.5:5
กซ.
1:13 ค มธ.3:17; อฟ.1:6
กซ.
1:13 3ค พระบุตรคือการสำแดงของพระบิดาผู้เป็นแหล่งกำเนิดแห่งชีวิต (ยฮ.1:4, 18; 1ยฮ.1:2) พระบุตรที่รักซึ่งเป็นคู่หมายแห่งความรักของพระบิดานั้นได้กลายเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของชีวิตต่อเราในความรักอันศักดิ์สิทธิ์.
กซ.
1:14 ก อฟ.1:7; รม.3:24
กซ.
1:14 1ก การช่วยในข้อที่แล้วได้จัดการกับอำนาจของซาตานที่อยู่บนตัวเราโดยได้ทำลายฤทธิ์ที่ชั่วร้ายของมันไป ส่วนการไถ่ที่อยู่ในข้อนี้ได้จัดการกับความผิดบาปของเราโดยได้ตอบสนองข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า.
กซ.
1:14 ข ลก.24:47; กจ.2:38; 10:43
กซ.
1:14 2ข คำว่า "บาป" ในภาษากรีกเป็นพหูพจน์. การอภัยบาปของเรานั้นเป็นการไถ่ที่เราได้รับในพระคริสต์. การตายของพระคริสต์ได้สำเร็จการไถ่ จนความบาปของเราได้รับการอภัย.
กซ.
1:15 ก กซ.3:10; 2กธ.4:4; ยนซ.1:26; ฮร.1:3; 2กธ.3:18; รม.8:29
กซ.
1:15 1ก เราไม่อาจมองเห็นพระเจ้าได้ แต่พระบุตรที่รักของพระองค์ผู้เป็นแสงรัศมีแห่งสง่าราศีของพระเจ้าและเป็นรอยตราประทับแห่งเนื้อแท้ของพระเจ้านั้น (ฮร.1:3) ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้าที่ได้สำแดงสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น. พระฉายาในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงรูปร่างทางฝ่ายวัตถุแต่เป็นการสำแดงถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น ในคุณลักษณะและคุณธรรมทั้งสิ้นของพระองค์ (ดู ฟป.2:6 คำอธิบาย 2). คำอธิบายนี้ได้รับการยืนยันโดย 3:10 และ 2กธ.3:18.
กซ.
1:15 ข 1ตธ.1:17; ฮร.11:27
กซ.
1:15 ค เทียบ วว.3:14
กซ.
1:15 2ค พระคริสต์ในฐานะที่เป็นพระเจ้านั้นทรงเป็นพระผู้สร้าง. อย่างไรก็ดีในฐานะที่เป็นมนุษย์ซึ่งมีส่วนในเลือดและเนื้อ (ฮร.2:14ก) พระองค์ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งทรงสร้างด้วย. ผู้บังเกิดคนแรกของสิ่งสารพัดที่ถูกเนรมิตสร้าง ชี้ถึงการที่พระคริสต์ทรงเป็นเอกในบรรดาสิ่งทรงสร้างทั้งปวง เพราะจากข้อนี้ไปจนถึงข้อ 18 อัครทูตได้เน้นถึงความเป็นเอกของพระคริสต์ในสิ่งสารพัด.
กซ.
1:16 1 วลีที่ว่า "ในพระองค์" ในที่นี้หมายถึงในฤทธิ์เดชแห่งตัวตนของพระคริสต์. สิ่งสารพัดได้ถูกเนรมิตสร้างขึ้นในฤทธิ์เดชของสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็น. สิ่งสารพัดที่ถูกเนรมิตสร้างล้วนมีลักษณะพิเศษของฤทธิ์เดชทางภายในของพระคริสต์.
กซ.
1:16 2 หมายถึงผู้ที่ครองอำนาจบนพระที่นั่ง.
กซ.
1:16 ก อฟ.1:21
กซ.
1:16 3ก ดู อฟ.1:21 คำอธิบาย 1.
กซ.
1:16 ข ยฮ.1:3
กซ.
1:16 4ข วลีที่ว่า "โดยพระองค์" แสดงว่า พระคริสต์ทรงเป็นสื่อกลางที่เป็นผู้กระทำ. การเนรมิตสร้างสิ่งสารพัดได้ถูกกระทำให้สำเร็จตามลำดับโดยสื่อกลางนี้เอง.
กซ.
1:16 5 หรือ คืนสู่พระองค์. นี่แสดงว่าพระคริสต์ทรงเป็นปลายทางของสิ่งทรงสร้างทั้งหมด. ทุกสิ่งล้วนได้ถูกเนรมิตสร้างเพื่อคืนสู่พระองค์ ให้พระองค์ได้ถือครอง. ทั้งคำว่า "ใน", "โดย", และ "เพื่อ" ล้วนชี้บ่งว่าการเนรมิตสร้างมีความเกี่ยวข้องกับพระคริสต์ ทางด้านทัศนะภายใน. สิ่งสารพัดล้วนได้ถูกเนรมิตสร้างขึ้นในพระองค์, โดยพระองค์, และเพื่อพระองค์.
กซ.
1:17 1 นี่เป็นการชี้บ่งว่า พระองค์ได้ทรงดำรงอยู่ก่อนตั้งแต่ในนิรันดร์กาล.
กซ.
1:17 ก เทียบ ฮร.1:3
กซ.
1:17 2ก การเชื่อมโยงกันในพระคริสต์ก็คือการดำรงอยู่ร่วมกันโดยมีพระคริสต์เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อกัน เหมือนซี่ล้อได้ถูกยึดเข้าด้วยกัน โดยมีดุมล้อเป็นศูนย์กลาง.
กซ.
1:18 ก อฟ.1:22-23; 4:15
กซ.
1:18 ข 1กธ.12:12; รม.12:5
กซ.
1:18 ค วว.21:6; 22:13
กซ.
1:18 ง 1กธ.15:20, 23
กซ.
1:18 1ง ข้อ 15-17 ได้เปิดเผยว่าพระคริสต์ทรงเป็นผู้บังเกิดคนแรกในสิ่งสารพัด พระองค์ทรงเป็นเอกในสิ่งสารพัด. ข้อ 18 ได้แสดงว่า พระคริสต์ทรงเป็นผู้บังเกิดคนแรกในการเป็นขึ้น และทรงเป็นศีรษะของพระกาย. เมื่อเป็นเช่นนี้ พระองค์จึงเป็นเอกในคริสตจักรซึ่งเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้า (2กธ.5:17; ฆต.6:15).
กซ.
1:19 ก กซ.2:9; ยฮ.1:16; อฟ.3:19
กซ.
1:19 1ก คำว่า "ความบริบูรณ์" ไม่มีคำขยายใดๆ จึงเป็นการชี้บ่งว่าความบริบูรณ์นี้คือความบริบูรณ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียว โดยไม่ได้ชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น แต่ชี้ถึงการสำแดงออกของความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้น. การสำแดงทั้งสิ้นแห่งสิ่งทรงเป็นที่อุดมสมบูรณ์ของพระเจ้า ทั้งในสิ่งทรงสร้างและในคริสตจักรนั้น ล้วนอาศัยอยู่ในพระคริสต์. สิ่งทรงสร้างทั้งปวงและทั้งคริสตจักรล้วนได้เติมเต็มไปด้วยพระคริสต์ผู้เป็นการสำแดงแห่งความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้า. ความบริบูรณ์ดังกล่าวก็ยินดีที่จะเป็นเช่นนี้. นี่เป็นสิ่งที่พระคริสต์ทรงชอบพระทัย.
ความบริบูรณ์ในข้อนี้ชี้ถึงพระฉายาของพระเจ้าที่อยู่ในข้อ 15 ซึ่งก็คือพระคริสต์ผู้เป็นตัวตนที่มีชีวิตนั่นเอง. ความบริบูรณ์นี้ยินดีที่จะอาศัยอยู่ในการสำแดงของพระเจ้า และให้สิ่งสารพัดได้คืนดีกันกับการสำแดงของพระเจ้านี้.
ความบริบูรณ์ในข้อนี้ชี้ถึงพระฉายาของพระเจ้าที่อยู่ในข้อ 15 ซึ่งก็คือพระคริสต์ผู้เป็นตัวตนที่มีชีวิตนั่นเอง. ความบริบูรณ์นี้ยินดีที่จะอาศัยอยู่ในการสำแดงของพระเจ้า และให้สิ่งสารพัดได้คืนดีกันกับการสำแดงของพระเจ้านี้.
กซ.
1:19 2 ความบริบูรณ์ทั้งสิ้น ชี้ถึงความบริบูรณ์ทั้งในสิ่งทรงสร้างเก่าและในสิ่งทรงสร้างใหม่.
กซ.
1:20 ก ฮร.2:9
กซ.
1:20 1ก ไม่ใช่ "คนทั้งปวง" แต่เป็น "สิ่งสารพัด" จึงไม่ได้หมายถึงมนุษย์เพียงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทุกสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างด้วย. เดิมทีสิ่งเหล่านี้ถูกเนรมิตสร้างขึ้นในพระคริสต์ บัดนี้ยังได้เชื่อมโยงประสานกันในพระองค์ (ข้อ 16-17) และได้คืนดีกับพระเจ้าโดยพระองค์ด้วย.
กซ.
1:20 ข 2กธ.5:18; อฟ.2:16
กซ.
1:20 2 คำว่า "ตน" ในที่นี้หมายถึงความบริบูรณ์ในข้อ 19.
กซ.
1:20 3 วลีที่ว่า "โดยพระองค์" หมายถึงโดยพระคริสต์ผู้เป็นสื่อกลางที่เป็นผู้กระทำ. การคืนดีถูกกระทำให้สำเร็จครบถ้วนโดยสื่อกลางนี้เอง.
กซ.
1:20 ค อฟ.1:10
กซ.
1:20 4 ไม่เพียงสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินโลกเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ในสวรรค์ทั้งหลายก็จำต้องได้คืนดีกับพระเจ้าด้วย. นี่แสดงว่าสิ่งที่อยู่ในสวรรค์ทั้งหลายก็ได้เกิดปัญหากับพระเจ้าด้วย เนื่องจากการกบฏของซาตานผู้เป็นหัวหน้าทูตสวรรค์กับเหล่าทูตสวรรค์ที่ติดตามซาตาน. การกบฏของซาตานได้ทำให้สวรรค์ทั้งหลายเป็นมลทิน.
กซ.
1:20 ง อฟ.2:15
กซ.
1:20 5ง การให้สิ่งสารพัดคืนดีกับตนก็คือการทำให้เกิดมีสันติสุขกับพระองค์เองเพื่อสิ่งสารพัด. สิ่งนี้ได้ถูกกระทำให้สำเร็จโดยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระคริสต์.
กซ.
1:20 จ อฟ.2:13; 1:7
กซ.
1:21 ก อฟ.2:12
กซ.
1:21 ข รม.5:10
กซ.
1:21 1ข เพราะเราเป็นคนบาป เราจึงต้องการการไถ่. เพราะเราเป็นศัตรูกับพระเจ้า เราจึงต้องคืนดี.
กซ.
1:21 ค อฟ.4:17
กซ.
1:21 2ค การที่เราเป็นศัตรูกับพระเจ้านั้น อยู่ในความคิดที่เสื่อมเสียของเราเป็นสำคัญ.
กซ.
1:22 1 ทั้งคำว่า "พระองค์" กับ "พระองค์เอง" ในที่นี้ล้วนหมายถึงความบริบูรณ์ในข้อ 19. ความบริบูรณ์นี้อาศัยอยู่ในพระคริสต์ (ข้อ 19), ความบริบูรณ์นี้ทำให้เราได้คืนดีกับพระองค์เอง (ข้อ 20), และเราก็ต้องถูกถวายให้แก่ความบริบูรณ์นี้ด้วย. ความบริบูรณ์นี้ก็คือตัวพระเจ้าเองที่ได้สำแดงออกในพระคริสต์.
กซ.
1:22 ก อฟ.1:4; 5:27
กซ.
1:23 1 ไม่ใช่กริยาที่เราเชื่อ แต่เป็นสิ่งที่เราเชื่อ.
กซ.
1:23 ก อฟ.3:17
กซ.
1:23 ข กซ.1:5, 27; อฟ.1:18; 4:4
กซ.
1:23 2ข พระคริสต์ผู้อยู่ในเรากลายเป็นความหวังอันสง่าราศี (ข้อ 27). เราซึ่งไม่ควรถูกโยกย้ายไปจากพระองค์.
กซ.
1:23 ค มก.16:15
กซ.
1:23 ง กซ.1:25; อฟ.3:7; 2กธ.3:6
กซ.
1:24 ก ฟป.2:17
กซ.
1:24 ข 2กธ.1:5; ฟป.3:10; วว.1:9; 2ตธ.2:10
กซ.
1:24 1 การทนทุกข์ของพระคริสต์มีอยู่สองประเภท: ประเภทหนึ่งเพื่อสำเร็จการไถ่ ซึ่งได้ถูกกระทำสำเร็จโดยพระคริสต์เอง อีกประเภทหนึ่งเพื่อก่อกำเนิดและก่อสร้างคริสตจักร ซึ่งจำเป็นต้องให้อัครทูตและผู้เชื่อรับทนจนครบถ้วน.
กซ.
1:24 ค อฟ.4:12
กซ.
1:25 ก กซ.1:23
กซ.
1:25 1ก ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับ ผู้ปรนนิบัติ หมายถึงผู้ที่ปรนนิบัติรับใช้.
กซ.
1:25 2 นี่เป็นการบ่งชี้ว่าเปาโลไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติของการงานแห่งคำสอนหรือการประกาศใดๆ แต่เป็นผู้ปฏิบัติของคริสตจักร (ซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์) เพื่อการก่อสร้างของคริสตจักร.
กซ.
1:25 ข อฟ.3:2
กซ.
1:25 3ข ดู อฟ.3:2 คำอธิบาย 2.
กซ.
1:25 ค กซ.3:16; 4:3
กซ.
1:25 4 พระคำของพระเจ้านั้นเป็นการเปิดเผยของพระเจ้า ซึ่งยังไม่ได้สำเร็จครบถ้วนก่อนที่พันธสัญญาใหม่ถูกเขียนขึ้น. ในพันธสัญญาใหม่ เหล่าอัครทูต โดยเฉพาะอัครทูตเปาโล ได้กล่าวพระคำของพระเจ้าจนสำเร็จครบถ้วน ในด้านที่เกี่ยวกับข้อลับลึกของพระเจ้า ซึ่งก็คือพระคริสต์ และข้อลับลึกของพระคริสต์ ซึ่งก็คือคริสตจักร เพื่อเปิดเผยแผนการบริหารของพระเจ้าให้แก่เราอย่างครบบริบูรณ์.
กซ.
1:26 ก อฟ.3:3-5, 9; รม.16:25-26
กซ.
1:26 1ก ตามไวยากรณ์ของภาษากรีก คำว่า "ข้อลับลึก" ในข้อนี้มีความหมายเดียวกันกับคำว่า "พระคำของพระเจ้า" ในข้อ 25 ซึ่งแสดงว่า ข้อลับลึกนี้ก็คือพระคำของพระเจ้า. ข้อลับลึกนี้เกี่ยวกับพระคริสต์และคริสตจักร (อฟ.5:32) คือศีรษะกับพระกายนั่นเอง. การเปิดเผยข้อลับลึกนี้โดยอัครทูตเปาโลก็คือการกล่าวพระคำของพระเจ้าซึ่งเป็นการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ให้สำเร็จครบถ้วนนั่นเอง.
กซ.
1:26 2 คำว่า "หลายยุค" หมายถึงตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนคำว่า "หลายชั่วอายุ" หมายถึงตั้งแต่ทุกยุคมา. ข้อลับลึกเกี่ยวกับพระคริสต์และคริสตจักรได้ถูกปิดซ่อนไว้มาโดยตลอดตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนและตลอดทุกยุคมาจนถึงยุคพันธสัญญาใหม่จึงทรงโปรดให้ปรากฏแก่วิสุทธิชนรวมถึงเราทั้งหลายซึ่งเป็นผู้เชื่อในพระคริสต์.
กซ.
1:27 ก กซ.2:2;
กซ.
1:27 ข รม.9:23; อฟ.1:18; 3:16
กซ.
1:27 1ข ความอุดมสมบูรณ์แห่งสง่าราศีของข้อลับลึกนี้ในท่ามกลางพวกต่างชาติก็คือความอุดมสมบูรณ์ของทุกสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นต่อผู้เชื่อชาวต่างชาตินั่นเอง (อฟ.3:8).
กซ.
1:27 2 ข้อลับลึกที่เต็มไปด้วยสง่าราศี ในท่ามกลางพวกต่างชาตินี้ก็คือการที่พระคริสต์อยู่ในเรานั่นเอง. พระคริสต์ผู้เป็นชีวิตที่อยู่ในเรานั้นเป็นทั้งข้อลับลึกและเป็นสง่าราศีด้วย.
กซ.
1:27 ค รม.8:10; 2กธ.13:5; ฆต.2:20; 4:19
กซ.
1:27 3ค พระคริสต์ผู้อาศัยอยู่ในวิญญาณของเราเพื่อเป็นชีวิตและตัวตนของเรานั้นทรงเป็นความหวังอันสง่าราศีของเรา. เมื่อพระองค์เสด็จมา เราจะได้รับสง่าราศีในพระองค์. นี่แสดงว่าพระคริสต์ผู้อาศัยอยู่ภายในจะซาบซ่านทั่วทั้งตัวของเรา เพื่อร่างกายของเราจะได้เปลี่ยนรูปลักษณะและถอดแบบเหมือนกายอันสง่าราศีของพระองค์ (ฟป.3:21).
กซ.
1:27 4 ในหนังสือเล่มนี้มีวลีที่สำคัญอยู่มากมายที่ได้ชี้ถึงประสบการณ์ที่เรามีต่อพระคริสต์เช่นพระคริสต์อยู่ในท่านทั้งหลาย (ข้อ 27) สุกงอมในพระคริสต์ (ข้อ 28) ดำเนินชีวิตในพระองค์ (2:6) ตามพระคริสต์ (2:8) ให้มีชีวิตขึ้นมาด้วยกันกับพระองค์ (2:13) ร่วมตายกับพระคริสต์ (2:20) ยึดประมุขไว้ (2:19) เนื่องจากพระองค์ (2:19) และเติบโตขึ้นด้วยการเติบโตของพระเจ้า (2:19). วลีเหล่านี้ให้รูปภาพที่สมบูรณ์เกี่ยวกับการประสบการณ์พระคริสต์ที่ถูกต้องแก่เรา.
กซ.
1:27 ง 1ตธ.1:1
กซ.
1:27 จ กซ.3:4
กซ.
1:27 5จ บัดนี้พระคริสต์เป็นข้อลับลึกที่เต็มด้วยสง่าราศี. สง่าราศีนี้จะปรากฏจนถึงจุดสุดยอดเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาเพื่อให้วิสุทธิชนของพระองค์ได้รับสง่าราศี (รม.8:30). ดังนั้นนี่จึงเป็นความหวังคือความหวังอันสง่าราศี. พระคริสต์เองก็คือความหวังอันสง่าราศีนี้.
กซ.
1:28 ก อฟ.4:13; ฮร.6:1
กซ.
1:28 1ก หรือ ครบสมบูรณ์, ครบถ้วน, เป็นผู้ใหญ่เต็มที่. ครบสมบูรณ์ ชี้ถึงการครบบริบูรณ์ในด้านคุณภาพ, ครบถ้วน ชี้ถึงการครบบริบูรณ์ในด้านปริมาณ. การปฏิบัติของอัครทูตนั้น ไม่ว่าจะเป็นการประกาศพระคริสต์ หรือในการเตือนสติและสั่งสอนทุกคนด้วยสติปัญญาทุกอย่าง ล้วนเป็นการนำพระคริสต์ไปหล่อเลี้ยงแก่ผู้คนทั้งสิ้น เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้กลายเป็นผู้ที่สมบูรณ์ครบถ้วน โดยการเติบโตสุกงอมด้วยพระคริสต์ผู้เป็นองค์ประกอบแห่งชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
กซ.
1:28 2 ข้อที่แล้วกล่าวว่า พระคริสต์อยู่ในเรา ส่วนในข้อนี้กล่าวว่า เราอยู่ในพระคริสต์. ก่อนอื่นเราถูกวางไว้ในพระคริสต์ ต่อมาพระคริสต์ก็อยู่ในเรา. เรายิ่งเข้าสู่พระคริสต์เท่าไร พระองค์ก็ยิ่งเข้ามาในเราเท่านั้น และพระองค์ยิ่งเข้ามาในเราเท่าไร เราก็ยิ่งเข้าสู่พระองค์เท่านั้น. เราเติบโตในชีวิตโดยวัฏจักรนี้เอง.
กซ.
1:29 ก กซ.2:1; 4:12
กซ.
1:29 1ก หรือ ต่อสู้ (เหมือนการปล้ำสู้). ใน 4:12 ก็เหมือนกัน.
กซ.
1:29 2 แปลตามตรงคือ การกระทำการที่ใช้ฤทธิ์เดชดำเนินการอยู่ในข้าพเจ้า. ดู อฟ.3:7 คำอธิบาย 3 และ 3:20 คำอธิบาย 3.
กซ.
1:29 ข อฟ.1:19; 3:7, 20