ฟิลิปปอย บทที่ 4
V. มีพระคริสต์เป็นเคล็ดลับแห่งความอิ่มใจ
4:1-20
4:1-20
1. คิดในสิ่งที่เหมือนกัน
และชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้อ 1-4
และชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้อ 1-4
ฟป.
4:1 เหตุฉะนั้น พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ผู้เป็นที่รัก, เป็นที่กเฝ้าปรารถนา, เป็น1ขความยินดี, และเป็นคมงกุฎของข้าพเจ้า พวกที่รักของข้าพเจ้า จงงยืนหยัดมั่นคงในองค์พระผู้เป็นเจ้า2เช่นนี้เถิด.
ฟป.
4:2 ข้าพเจ้าวอนขอนางยุโอเดีย และวอนขอนางซุนตุเคให้1กคิดในสิ่งที่เหมือนกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฟป.
4:3 ท่านก็เช่นกัน ข้าพเจ้าอ้อนวอนท่านผู้เป็น1เพื่อนร่วมแอกที่แท้จริงของข้าพเจ้าให้2ช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านั้นด้วย เพราะพวกเธอได้3ร่วมบากบั่นในกิตติคุณด้วยกันกับข้าพเจ้า และกับเกลเมและคนอื่นที่เป็นกเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งล้วนมีขชื่ออยู่ใน4คสมุดทะเบียนแห่งชีวิตนั้น.
ฟป.
4:4 จง1กชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกทีว่า จงชื่นชมยินดีเถิด
2. คุณธรรมอันล้ำเลิศที่อยู่ในการดำเนินชีวิต
ข้อ 5-9
ข้อ 5-9
ฟป.
4:5 1จงให้คนทั้งหลายทราบถึง2ความโอนอ่อนผ่อนปรนของท่าน. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรง3กอยู่ใกล้.
ฟป.
4:6 อย่า1กกระวนกระวายด้วยสิ่งใดเลย แต่จงเสนอความปรารถนาของท่านทุกอย่าง2ต่อพระเจ้า โดย3ขการอธิษฐานและการวิงวอน4พร้อมด้วยคการขอบพระคุณ
ฟป.
4:7 และ1กสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งขเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้ จะ2คคุ้มครอง3ใจและความคิดของท่านไว้ในพระคริสต์เยซู.
ฟป.
4:8 สุดท้ายนี้ พี่น้องทั้งหลาย สิ่งใดที่1จริง, สิ่งใดที่2น่านับถือ, สิ่งใดที่3ชอบธรรม, สิ่งใดที่4กบริสุทธิ์หมดจด, สิ่งใดที่5น่ารัก, สิ่งใดที่6ขมีชื่อเสียงดี คือถ้ามี7คคุณธรรมประการใดหรือถ้ามี8การสรรเสริญประการใด ก็จง9คิดใคร่ครวญสิ่งเหล่านี้.
ฟป.
4:9 สิ่งสารพัดที่ท่านได้เรียนรู้และ1กได้รับและได้ยินและได้2เห็นในตัวข้าพเจ้าจงไป3ปฏิบัติตามสิ่งเหล่านั้น และ4ขพระเจ้าแห่งสันติสุขจะสถิตอยู่กับท่าน.
3. การสามัคคีธรรมระหว่างผู้เชื่อกับอัครทูต และเคล็ดลับในการรู้จักอิ่มใจของอัครทูต
ข้อ 10-20
ข้อ 10-20
ฟป.
4:10 แต่ข้าพเจ้ามีกความชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง เพราะว่าในที่สุดคือในเวลานี้ท่านทั้งหลายก็ได้1ฟื้นการระลึกถึงข้าพเจ้าขึ้นมาใหม่ อันที่จริงท่านได้คิดถึงข้าพเจ้ามาโดยตลอด แต่ยังหาโอกาสไม่ได้.
ฟป.
4:11 ข้าพเจ้ามิได้กล่าวเช่นนี้เนื่องด้วยกความขัดสน เพราะไม่ว่าข้าพเจ้าจะอยู่ในสภาพการณ์เช่นไร ข้าพเจ้าก็ได้เรียนรู้มาแล้วใน1ขการรู้จักพอ.
ฟป.
4:12 ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับ1ความอับจน และก็รู้จักที่จะเผชิญกับ2ความมั่งคั่ง 3ในแต่ละเรื่องและในทุกเรื่อง 4ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับ ทั้งใน5การอิ่มท้องและในกการหิวโหย ทั้งใน6ความมั่งคั่งและใน7ขความขัดสน.
ฟป.
4:13 ข้าพเจ้ากระทำทุกสิ่งได้1ในพระองค์ผู้ทรง2กเพิ่มฤทธิ์เดชแก่ข้าพเจ้า.
ฟป.
4:14 อย่างไรก็ดี การที่ท่านได้1กร่วมมีส่วนใน2ความทุกข์ยากด้วยกันกับข้าพเจ้านั้นก็เป็นการดีอยู่แล้ว.
ฟป.
4:15 ท่านที่เป็นชาวฟิลิปปอยก็ทราบอยู่แล้วว่า เมื่อแรกเริ่มที่ข้าพเจ้าได้ประกาศกกิตติคุณ ขณะที่ได้ขไปจากคมณฑลมากะโดเนียนั้น ไม่มีคริสตจักรใดที่ได้1สามัคคีธรรมกับข้าพเจ้าใน2งบัญชีแห่ง3การให้และการรับ เว้นแต่4ท่านทั้งหลาย
ฟป.
4:16 แม้ในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ที่กเมืองเธซะโลนิเก ท่านก็ได้ใช้[คนมาจุนเจือ]ขความต้องการของข้าพเจ้าครั้งหนึ่งและอีกครั้งหนึ่ง.
ฟป.
4:17 มิใช่ว่าข้าพเจ้าอยากได้1ของกำนัล แต่ข้าพเจ้าอยากให้ท่านมี2กผลทวีมากขึ้นใน3ขบัญชีของท่าน.
ฟป.
4:18 แต่ข้าพเจ้าได้รับทุกสิ่งครบแล้วและมีบริบูรณ์แล้ว ข้าพเจ้าก็1อิ่มอยู่เพราะได้รับ2ของกำนัลซึ่งกเอปาฟะโรดีโตนำมาจากท่าน เป็น3สุคนธรสอันหอมหวานเป็น4ขเครื่องบูชาที่ทรงโปรดและเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า.
ฟป.
4:19 และ1พระเจ้าของข้าพเจ้าจะ2กเติมเต็ม3ความต้องการของท่านทุกอย่าง 4ตามความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ 5ในสง่าราศี 6ในพระคริสต์เยซู
ฟป.
4:20 ขอให้1กสง่าราศีจงมีแด่พระเจ้าและพระบิดา2ของเราสืบๆไปเป็นนิตย์. 3เอเมน.
V. บทสรุป
4:21-23
4:21-23
ฟป.
4:21 ขอฝากคำทักทายมายังวิสุทธิชนในพระคริสต์เยซูทุกคน. พี่น้องทั้งหลายที่อยู่กับข้าพเจ้าก็ฝากคำทักทายมายังท่านทั้งหลาย.
ฟป.
4:22 กวิสุทธิชนทั้งปวงฝากคำทักทายมายังท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง1พวกคนที่อยู่ในวังของซีซาร์.
ฟป.
4:23 ขอให้1กพระคุณแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าสถิตอยู่กับ2ขวิญญาณของท่านทั้งหลายเถิด.
คำอธิบาย ฟิลิปปอย บทที่ 4
ฟป.
4:1 ก ฟป.1:8
ฟป.
4:1 ข ฟป.1:4; 1ธซ.2:19-20
ฟป.
4:1 1ข ความยินดีนั้นอยู่ภายใน ส่วนมงกุฎนั้นเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ทางภายนอก. ผู้เชื่อทั้งหลายก็คือความสุขที่อยู่ภายในและมงกุฎที่อยู่ภายนอกของอัครทูต.
ฟป.
4:1 ค เทียบ สภษ.17:6
ฟป.
4:1 ง ฟป.1:27; 1กธ.16:13
ฟป.
4:1 2 เช่นอย่างที่อัครทูตได้กล่าวไว้ในบทที่แล้ว.
ฟป.
4:2 ก ฟป.2:2; 1กธ.1:10
ฟป.
4:2 1ก กรณีนี้แสดงว่าพี่น้องหญิงทั้งสองคนนี้ไม่ลงรอยกัน. พวกเธอมีความคิดที่ไม่เหมือนกัน. ดังนั้นในหนังสือเล่มนี้จึงมีคำกำชับให้ร่วมจิตเดียวกันในการบากบั่นด้วยกันกับกิตติคุณที่ถูกแปรสภาพเป็นตัวตน (1:27) ให้เข้าสนิทในจิต คิดในสิ่งเดียวนั้น (2:2) และให้มีความคิดที่เหมือนกันเพื่อมาแสวงหาพระคริสต์ (3:14-15).
ฟป.
4:3 1 ชี้เป็นอุปมาถึงโคสองตัวที่ร่วมกันลากคันไถ. วลีที่ว่า "เพื่อนร่วมแอก" ชี้ถึงการถูกผูกไว้ด้วยแอกเดียวกันเพื่อร่วมแบกภาระด้วยกัน.
ฟป.
4:3 2 ช่วยเหลือเขาให้คิดในสิ่งที่เหมือนกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อเขาจะได้ร่วมเป็นหนึ่ง.
ฟป.
4:3 3 ร่วมตรากตรำ, ร่วมดิ้นรน, ร่วมเสริมกำลังเหมือนกับนักกีฬาคณะหนึ่ง.
ฟป.
4:3 ก ฟป.2:25
ฟป.
4:3 ข ลก.10:20; ฮร.12:23
ฟป.
4:3 ค วว.3:5; 17:8; 20:15
ฟป.
4:3 4ค เป็นสมุดบันทึกฝ่ายสวรรค์เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการไถ่ในพระคริสต์.
ฟป.
4:4 ก ฟป.3:1; 1ธซ.5:16
ฟป.
4:4 1ก ความชื่นชมยินดีทำให้เรามีกำลังเพื่อจะมีความเป็นหนึ่งดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 2-3. นอกจากนี้ความชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้ายังเป็นเคล็ดลับแห่งการมีคุณธรรมที่ได้เรียบเรียงไว้ในข้อ 5-9.
ฟป.
4:5 1 คำกำชับของอัครทูตที่อยู่ในข้อ 5-9 น่าจะเป็นการสำแดงทางภายนอกของความเที่ยงแท้ทางภายในแห่งประสบการณ์ที่มีต่อพระคริสต์ที่ท่านได้กล่าวไว้ในบทที่ 1—3.
ฟป.
4:5 2 คือ การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีเหตุผล, รอบคอบ, เห็นอกเห็นใจ, และไม่เข้มงวดในการเรียกร้องสิทธิ์ที่ตนควรจะได้ตามกฎหมาย. นี่เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการชิงดีชิงเด่น การโลภในสง่าราศีที่ว่างเปล่า (2:3) การบ่น และการถกเถียงกัน (2:14). นี่ก็คือตัวของพระคริสต์เองที่ได้กลายเป็นคุณธรรมอันล้ำเลิศซึ่งผู้เชื่อได้ดำเนินชีวิตออกมา.
ฟป.
4:5 ก ยก.5:8; ฮร.10:37
ฟป.
4:5 3ก ใกล้ทั้งในแง่ระยะทางและกาลเวลา. ในด้านระยะทางนั้นพระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดกับเราพร้อมที่จะช่วยเหลือเราอยู่เสมอ. ในด้านกาลเวลาพระองค์ก็มาใกล้แล้ว และจะเสด็จมาโดยเร็วพลัน.
ฟป.
4:6 ก มธ.6:25; 1ปต.5:7
ฟป.
4:6 1ก คือ กังวลใจ. ความกระวนกระวายนั้นมาจากซาตาน โดยเป็นการสรุปรวมแห่งชีวิตมนุษย์และเป็นสิ่งที่คอยรบกวนไม่ให้ผู้เชื่อดำเนินชีวิตพระคริสต์. ความโอนอ่อนผ่อนปรนนั้นมาจากพระเจ้า โดยเป็นการสรุปรวมแห่งชีวิตที่ได้ดำเนินออกซึ่งพระคริสต์. สองสิ่งนี้อยู่ตรงข้ามกัน.
ฟป.
4:6 2 ศัพท์ในภาษากรีกคำนี้มักถูกแปลว่า "อยู่กับ" (ยฮ.1:1; มก.9:19; 2กธ.5:8; 1ยฮ.1:2). คำนี้แสดงถึงลักษณะการเคลื่อนไหวที่มุ่งไปหาและมีความหมายถึงการเข้าสนิทหรือการไปมาหาสู่ที่มีชีวิต มีความหมายเป็นนัยถึงการสามัคคีธรรม. ดังนั้นความหมายของ "ต่อพระเจ้า" ในที่นี้ก็คืออยู่ในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า.
ฟป.
4:6 ข อฟ.6:18; 1ตธ.2:1
ฟป.
4:6 3ข การอธิษฐานนั้นเป็นสิ่งที่ธรรมดาทั่วไปโดยมีการนมัสการและการสามัคคีธรรมเป็นองค์ประกอบ. ส่วนการวิงวอนนั้นเป็นเรื่องที่เจาะจงคือเพื่อความต้องการที่พิเศษ.
ฟป.
4:6 4 ไม่ใช่ "และ" แต่เป็น "พร้อมด้วย". ทั้งการอธิษฐานและการวิงวอนของเราล้วนต้องมีการขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าร่วมด้วย.
ฟป.
4:6 ค อฟ.5:20; กซ.3:17; 1ธซ.5:18
ฟป.
4:7 ก ฟป.4:9; ยซย.26:3; ยฮ.14:27; กซ.3:15
ฟป.
4:7 1ก ผลลัพธ์จากการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าในการอธิษฐานนั้นจะทำให้เรารับสุขสันติสุขแห่งพระเจ้า. แท้จริงแล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าก็คือตัวของพระเจ้าเองผู้เป็นสันติสุข (ข้อ 9) ซึ่งได้ซึมซาบเข้าสู่ภายในตัวเราผ่านการสามัคคีธรรมที่เรามีต่อพระองค์โดยการอธิษฐาน เพื่อต้านทานความกลัดกลุ้ม และแก้ความกระวนกระวาย (ยฮ.16:33).
ฟป.
4:7 ข อฟ.3:19
ฟป.
4:7 ค 1ปต.1:5; ยด.1
ฟป.
4:7 2ค หรือ เฝ้าระวังป้องกัน. พระเจ้าแห่งสันติสุขจะทรงตรวจตราอยู่ที่ใจและความคิดของเราในพระคริสต์ เพื่อทำให้เราสงบราบรื่นลง.
ฟป.
4:7 3 ใจเป็นต้นกำเนิด ความคิดเป็นผลลัพธ์.
ฟป.
4:8 1 จริง ในด้านจริยธรรม ไม่ใช่ด้านเรื่องราว.
ฟป.
4:8 2 น่ายำเกรง ควรแก่การนับถือ สูงศักดิ์ น่าเกรงขาม มีความหมายเป็นนัยถึง ความสง่างามที่ได้กระตุ้นและทำให้ผู้คนนับถือ.
ฟป.
4:8 3 ถูกต้องต่อหน้ามนุษย์และพระเจ้า (ไม่ได้หมายถึงความเที่ยงตรง).
ฟป.
4:8 ก 1ตธ.4:12; 5:22
ฟป.
4:8 4ก คือมีความเป็นหนึ่งเดียวในเจตนาและการกระทำ โดยปราศจากสิ่งเจือปน.
ฟป.
4:8 5 คือเป็นที่รักของผู้อื่น เป็นที่พอใจของผู้อื่น เป็นที่ชอบพอของผู้อื่น.
ฟป.
4:8 ข 2กธ.6:8
ฟป.
4:8 6ข คือมีชื่อในทางที่ดี เป็นที่น่าดึงดูด ชนะใจน่าสนิทสนม.
ฟป.
4:8 ค 2ปต.1:5
ฟป.
4:8 7ค หมายถึง ความล้ำเลิศ ซึ่งก็คือกำลังทางจริยธรรมที่ได้สำแดงออกในการกระทำที่มีพลังชีวิต. ดู 2ปต.1:3 คำอธิบาย 11 และ 2ปต.1:5 คำอธิบาย 4.
ฟป.
4:8 8 คือสิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ อันเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับคุณธรรม. หกประการแรกขึ้นต้นด้วย สิ่งใดที่ ส่วนสองประการสุดท้ายขึ้นต้นด้วย ถ้ามี. นี่เป็นการบ่งชี้ว่า สองประการสุดท้ายเป็นผลสรุปรวมของหกประการแรก ซึ่งในหกประการนั้นล้วนมีคุณธรรมหรือความล้ำเลิศบางประการ และยังมีบางสิ่งที่คู่ควรแก่การสรรเสริญ.
ฟป.
4:8 9 ครุ่นคิด, ตริตรอง, พิจารณา.
ฟป.
4:9 ก 1ธซ.1:6
ฟป.
4:9 1ก ไม่เพียงได้เรียนรู้ แต่ยังได้รับไว้.
ฟป.
4:9 2 ไม่เพียงได้ยิน แต่ยังได้เห็น.
ฟป.
4:9 3 ผู้เชื่อไม่เพียงต้องครุ่นคิดในสิ่งที่กล่าวไว้ในข้อ 8 แต่เขาทั้งหลายยังต้องไปปฏิบัติตามสิ่งที่ได้เรียนรู้, ได้รับไว้, ได้ยิน, และได้เห็นจากตัวของอัครทูตด้วย.
ฟป.
4:9 ข รม.15:33; 1ธซ.5:23; ฮร.13:20
ฟป.
4:9 4ข พระเจ้าแห่งสันติสุขเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 8-9. เมื่อเราร่วมสามัคคีธรรมกับพระองค์และมีพระองค์สถิตอยู่กับเรา คุณธรรมเหล่านี้ก็จะก่อกำเนิดขึ้นมาในการดำเนินชีวิตของเรา.
ฟป.
4:10 ก ฟป.1:18
ฟป.
4:10 1 ในภาษากรีกหมายถึง แตกหน่อ, เบ่งบานมีความหมายเป็นนัยว่า การที่วิสุทธิชนชาวฟิลิปปอยระลึกถึงอัครทูตนั้นเป็นเรื่องของชีวิต. ที่ผ่านมานั้น การระลึกถึงที่เขามีต่อเปาโลเคยหยุดชะงัก. แต่เมื่อเปาโลได้เขียนจดหมายฉบับนี้ ก็ได้รื้อฟื้นการระลึกถึงที่เขามีต่อท่านขึ้นมาใหม่ เหมือนต้นพืชแตกหน่อและเบ่งบาน.
ฟป.
4:11 ก 2กธ.11:9
ฟป.
4:11 ข 1ตธ.6:6, 8; ฮร.13:5
ฟป.
4:11 1ข พอใจในตัวเอง, อิ่มใจในตัวเอง. นี่เป็นคำสอนของพวกซะโตอิก (Stoics) ซึ่งสอนให้ผู้คนพอใจในทุกสภาพการณ์. การรู้จักพอนั้นเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับแนวทางปฏิบัติของพวกเอปีกูเรียวที่ได้กล่าวไว้ใน 3:18-19.
ฟป.
4:12 1 ถ่อมตน, ในสภาพการณ์ที่ต่ำต้อย.
ฟป.
4:12 2 ดำเนินชีวิตในความมั่งคั่งบริบรูณ์.
ฟป.
4:12 3 ในแต่ละเรื่อง หมายถึงในเรื่องต่างๆ ส่วน ในทุกเรื่อง หมายถึงในเรื่องทั้งหมด. เมื่อเอาสองวลีนี้มารวมกันก็ได้ครอบคลุมถึงเรื่องราวทั้งหมดที่อยู่ในตลอดชีวิตของมนุษย์. เปาโลได้เรียนรู้เคล็ดลับในการมีประสบการณ์ต่อพระคริสต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดหรืออยู่ที่ใดท่านก็ล้วนได้ประสบการณ์พระคริสต์.
ฟป.
4:12 4 แปลตามตรงคือ ข้าพเจ้าได้ถูกนำเข้าสู่. ในที่นี้เป็นการอุปมาเปรียบเทียบกับการที่บุคคลผู้หนึ่งถูกนำเข้าไปสู่สมาคมลับ และได้รับการชี้แนะเกี่ยวกับหลักเกณฑ์พื้นฐานของสมาคมนั้น. หลังจากที่เปาโลได้กลับใจเชื่อพระคริสต์แล้ว ท่านก็ถูกนำเข้าสู่พระคริสต์และพระกายของพระคริสต์. จากนั้นท่านก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับในการยึดเอาพระคริสต์เป็นชีวิต, การดำเนินชีวิตพระคริสต์, การสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้น, การได้รับพระคริสต์, และการดำเนินชีวิตคริสตจักร ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานทั้งสิ้น.
ฟป.
4:12 5 การอิ่มเอม.
ฟป.
4:12 ก 1กธ.4:11; 2กธ.11:27
ฟป.
4:12 6 การมีมากล้น, มากพอ, มากกว่าที่ต้องการ.
ฟป.
4:12 ข 2กธ.11:9
ฟป.
4:12 7ข การขาดสิ่งที่ต้องการ, ขาดแคลน.
ฟป.
4:13 1 เปาโลเป็นบุคคลที่อยู่ในพระคริสต์ (2กธ.12:2) และหวังที่จะให้ผู้อื่นพบเห็นว่าท่านอยู่ในพระคริสต์. บัดนี้ท่านได้ประกาศว่า ท่านสามารถกระทำทุกสิ่งได้ในพระคริสต์ผู้ทรงเพิ่มฤทธิ์์เดชให้แก่ท่าน. คำนี้เป็นถ้อยคำสรุปและครอบคลุมสรรพสิ่งเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ท่านมีต่อพระคริสต์. ในยฮ.15:5 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสเกี่ยวกับการเข้าสนิทระหว่างพระองค์กับเราไว้ว่า "นอกจากเราแล้ว ท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย." ในที่นี้เปาโลก็ได้กล่าวถึงเรื่องเดียวกัน แต่เป็นการกล่าวในด้านตรง.
ฟป.
4:13 ก 2กธ.12:9; อฟ.3:16; 1ตธ.1:12; กซ.1:11
ฟป.
4:13 2ก ในภาษากรีกหมายถึง การทำให้เรามีแรงกระตุ้นอยู่ภายใน. พระคริสต์ทรงอาศัยอยู่ภายในเรา (กซ.1:27). พระองค์ทรงเพิ่มฤทธิ์เดชแก่เราทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนจากภายใน ไม่ใช่จากภายนอก. โดยการเพิ่มฤทธิ์เดชทางภายในเช่นนี้เปาโลจึงสามารถกระทำทุกสิ่งได้ในพระคริสต์.
ฟป.
4:14 ก ฮร.10:33; วว.1:9
ฟป.
4:14 1ก ชี้ถึงการที่เขาเหล่านั้นมีส่วนในการสามัคคีธรรมเพื่อการเผยแพร่กิตติคุณ (1:5) โดยการจุนเจือสิ่งของฝ่ายวัตถุแก่อัครทูต (ข้อ 18).
ฟป.
4:14 2 ชี้ถึงการถูกจำจองของเปาโล (1:17).
ฟป.
4:15 ก ฟป.1:5
ฟป.
4:15 ข กจ.17:14-15
ฟป.
4:15 ค 2กธ.11:9
ฟป.
4:15 1 การสามัคคีธรรมนี้ (การแบ่งปัน) ก็คือการสามัคคีธรรมเพื่อการเผยแพร่กิตติคุณที่ได้กล่าวไว้ใน 1:5 และ 4:14.
ฟป.
4:15 ง ฟป.4:17
ฟป.
4:15 2ง การที่ผู้เชื่อชาวฟิลิปปอยส่งสิ่งของฝ่ายวัตถุ มาจุนเจืออัครทูตนี้ก็เป็นการเปิดบัญชีไว้กับอัครทูต.
ฟป.
4:15 3 ชี้ถึงการจุนเจือและการรับสิ่งของฝ่ายวัตถุไว้เพื่อสนองความต้องการของอัครทูตในการงานด้านกิตติคุณของท่าน.
ฟป.
4:15 4 คริสตจักรในเมืองฟิลิปปอยเป็นแบบอย่างที่พิเศษในเรื่องการจุนเจือผู้ที่ถูกใช้ออกไปเพื่อการเผยแพร่กิตติคุณ.
ฟป.
4:16 ก กจ.17:1
ฟป.
4:16 ข ฟป.2:25
ฟป.
4:17 1 ชี้ถึงของฝ่ายวัตถุที่มอบให้ผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อผลประโยชน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฟป.
4:17 ก รม.15:28; ตต.3:14
ฟป.
4:17 2ก ชี้ถึงผลลัพธ์ในการที่พวกเขามีการสามัคคีธรรมหรือมีส่วนในการงานแห่งกิตติคุณของอัครทูต. สิ่งนี้จะเป็นบำเหน็จในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฟป.
4:17 ข ฟป.4:15
ฟป.
4:17 3ข บัญชีนี้ก็คือบัญชีที่ได้เปิดไว้ในข้อ 15. เราควรทำตามแบบอย่างของชาวฟิลิปปอยโดยการเปิดบัญชีชนิดนี้ และต้องเกิดผลจากการจุนเจือโดยให้ช่องรายรับมีการเพิ่มทวีมากขึ้น.
ฟป.
4:18 1 ได้รับการหล่อเลี้ยงที่บริบูรณ์.
ฟป.
4:18 2 ชี้ถึงทรัพย์สิ่งของที่ได้จุนเจือแก่อัครทูต.
ฟป.
4:18 ก ฟป.2:25
ฟป.
4:18 3 ในภาษากรีกเป็นวลีเดียวกับที่อยู่ใน อฟ.5:2 ชี้ถึงสุคนธรสอันหอมหวานของเครื่องบูชาที่ถวายแด่พระเจ้า (ยนซ.8:21).
ฟป.
4:18 ข ฮร.13:16
ฟป.
4:18 4ข อัครทูตถือว่าของฝ่ายวัตถุที่ชาวฟิลิปปอยได้ส่งมาจุนเจือความต้องการของท่านนี้เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงโปรดและพอพระทัย (ฮร.13:16). ในคำขอบคุณของท่าน เปาโลได้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ชาวฟิลิปปอยกระทำต่อท่านนั้นก็เป็นสิ่งที่กระทำต่อพระเจ้า. สิ่งนี้มีความหมายเป็นนัยว่าท่านเชื่อว่าท่านเป็นหนึ่งกับพระเจ้า ยิ่งกว่านั้นการงานที่ท่านทำนั้นได้กระทำโดยพระเจ้าและจากพระเจ้า.
ฟป.
4:19 1 ในประสบการณ์ของอัครทูตนั้น ท่านรู้แน่และเชื่อแน่ว่าท่านเป็นหนึ่งกับพระเจ้า และพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของท่าน. เนื่องจากท่านถือว่าสิ่งของฝ่ายวัตถุที่ชาวฟิลิปปอยให้แก่ท่านนั้นเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า ท่านจึงเชื่อแน่ว่าพระเจ้าผู้ทรงเป็นหนึ่งกับท่านและเป็นพระเจ้าของท่านนั้นจะทรงตอบแทนชาวฟิลิปปอยอย่างอุดมสมบูรณ์.
ฟป.
4:19 ก 2กธ.9:8
ฟป.
4:19 2ก หล่อเลี้ยงอย่างบริบูรณ์, อิ่มหนำอย่างสมบูรณ์.
ฟป.
4:19 3 เนื่องจากชาวฟิลิปปอยใส่ใจดูแลต่อผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ออกไป พระเจ้าจะใส่พระทัยต่อความต้องการของเขาทุกอย่างเป็นแน่.
ฟป.
4:19 4 พระเจ้าไม่ได้หล่อเลี้ยงเราตามความต้องการของเรา แต่ตามความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์. ความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ย่อมเหนือกว่าความต้องการของเรา
ฟป.
4:19 5 คำว่า "ในสง่าราศี" มาขยายคำว่า "เติมเต็ม." สง่าราศีคือการสำแดงออกของพระเจ้า คือพระเจ้าที่ได้สำแดงออกในความงดงามอันราศี. การหล่อเลี้ยงอย่างอุดมสมบูรณ์ที่พระเจ้าประทานแก่ผู้เชื่อซึ่งเป็นบุตรทั้งหลายของพระองค์นั้น ได้สำแดงพระเจ้าและนำมาซึ่งสง่าราศีของพระเจ้า. อัครทูตได้รับประกันต่อชาวฟิลิปปอยว่า พระเจ้าจะทรงหล่อเลี้ยงความต้องการทุกอย่างของเขาอย่างบริบูรณ์ จนนำเขาเข้าสู่สง่าราศีของพระองค์อย่างแน่นอน.
ฟป.
4:19 6 วลีที่ว่า "ในพระคริสต์เยซู" ก็มาขยายคำว่า "เติมเต็ม" เช่นกัน. พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งทรงเป็นพื้นฐาน, องค์ประกอบ, ขอบเขต, และช่องทาง. ในพระองค์และโดยพระองค์นี้พระเจ้าก็ทรงดูแลพลไพร่ของพระองค์ตามความอุดมสมบูรณ์และในสง่าราศีของพระองค์. กรณีนี้บ่งชี้ว่าแม้กระทั่งการให้และการรับสิ่งของฝ่ายวัตถุก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับประสบการณ์พระคริสต์อย่างใกล้ชิด.
ฟป.
4:20 ก รม.11:36
ฟป.
4:20 1ก สง่าราศีก็คือพระเจ้าที่ได้สำแดงออกมาในความงดงามอันราศีและในความล้ำเลิศของพระองค์เพื่อให้เราได้ชื่นชม. การให้สง่าราศีมีแด่พระเจ้าก็คือการให้พระเจ้าได้สำแดงออกเช่นนี้. เมื่อเรามีการถวายแด่พระเจ้าในพระคริสต์เพื่อผลประโยชน์ของพระองค์ ก็จะนำมาซึ่งสง่าราศี ทั้งนี้ไม่เพียงมีไว้ให้เรารับสุขเท่านั้น แต่ยังมีไว้ให้พระเจ้าได้รับสง่าราศีอีกด้วย.
ฟป.
4:20 2 พระเจ้าไม่เพียงเป็นพระเจ้าของอัครทูตเท่านั้น แต่ยังเป็นพระเจ้าของผู้เชื่อทั้งหลายด้วย.
ฟป.
4:20 3 ดู มธ.6:13 คำอธิบาย 5.
ฟป.
4:22 ก ฟป.1:1; รม.1:7
ฟป.
4:22 1 พวกคนที่อยู่ในวังของซีซาร์ รวมไปถึงทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระราชวังของซีซาร์เนโร. พวกคนเหล่านี้บางคนได้กลับใจเชื่อเพราะเหตุที่ได้ติดต่อกับเปาโล และได้กลายเป็นผู้เชื่อในพระคริสต์ที่อยู่ในกรุงโรม.
ฟป.
4:23 ก 2กธ.12:9; 13:14
ฟป.
4:23 1ก คือพระเจ้าผู้กลายเป็นการหล่อเลี้ยงและการรับสุขของเราในพระคริสต์ ซึ่งได้ถ่ายทอดสู่เราและแปรสภาพเป็นจริงต่อเราโดยการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์แห่งพระวิญญาณของพระเยซูคริสต์ (1:19). ในการที่จะประสบการณ์กับพระคริสต์ให้เหมือนกับที่เปาโลได้ประสบการณ์ เราจำต้องมีพระคุณนี้.
ฟป.
4:23 ข ฆต.6:18; 2ตธ.4:22
ฟป.
4:23 2ข คือวิญญาณที่ได้บังเกิดใหม่ของเรา ซึ่งมีพระวิญญาณของพระคริสต์อาศัยอยู่ภายใน. ในวิญญาณนี้เองที่เราได้ประสบการณ์และรับสุขพระคริสต์เหมือนเปาโล.
หนังสือซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์พระคริสต์เล่มนี้ ในตอนเริ่มต้นของบทที่ 1 ก็ได้ชี้ให้เราเห็นว่า การหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์แห่งพระวิญญาณของพระเยซูคริสต์ได้กระทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตพระคริสต์ และยังสามารถสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพการณ์ใด เพื่อเราจะได้รับสุขพระองค์เป็นความรอดที่สูงสุด. ในที่นี้ซึ่งเป็นตอนท้ายของหนังสือก็ได้บอกกับเราว่าประสบการณ์และการรับสุขที่เรามีต่อพระคริสต์นั้นจะต้องเกิดขึ้นในวิญญาณของเรา ซึ่งเป็นวิญญาณที่ได้รับการบังเกิดใหม่อันเป็นที่ประทับและภาชนะบรรจุพระเจ้าตรีเอกภาพ. ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องของการเข้าสนิทและผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนมาเป็นพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและประทานชีวิตให้ กับวิญญาณของเราผู้เป็นมนุษย์ที่มีสามส่วนซึ่งกำลังได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระวิญญาณนั้น. เราต้องดำเนินชีวิตและเคลื่อนไหวในวิญญาณที่อัศจรรย์ของเราโดยพระเจ้าตรีเอกภาพผู้เป็นพระวิญญาณองค์อัศจรรย์. มีเพียงเช่นนี้ เราจึงสามารถประสบการณ์และรับสุขพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ได้ผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนัง, การตรึงกางเขน, การเป็นขึ้น, และการเสด็จสู่สวรรค์ มาเป็นพระคุณที่เพียงพอและใช้ไม่หมดสิ้น และเราจะกลายเป็นความบริบูรณ์ ซึ่งเป็นการสำแดงออกของพระองค์.
หนังสือซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์พระคริสต์เล่มนี้ ในตอนเริ่มต้นของบทที่ 1 ก็ได้ชี้ให้เราเห็นว่า การหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์แห่งพระวิญญาณของพระเยซูคริสต์ได้กระทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตพระคริสต์ และยังสามารถสำแดงพระคริสต์ใหญ่ขึ้นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพการณ์ใด เพื่อเราจะได้รับสุขพระองค์เป็นความรอดที่สูงสุด. ในที่นี้ซึ่งเป็นตอนท้ายของหนังสือก็ได้บอกกับเราว่าประสบการณ์และการรับสุขที่เรามีต่อพระคริสต์นั้นจะต้องเกิดขึ้นในวิญญาณของเรา ซึ่งเป็นวิญญาณที่ได้รับการบังเกิดใหม่อันเป็นที่ประทับและภาชนะบรรจุพระเจ้าตรีเอกภาพ. ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องของการเข้าสนิทและผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนมาเป็นพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและประทานชีวิตให้ กับวิญญาณของเราผู้เป็นมนุษย์ที่มีสามส่วนซึ่งกำลังได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระวิญญาณนั้น. เราต้องดำเนินชีวิตและเคลื่อนไหวในวิญญาณที่อัศจรรย์ของเราโดยพระเจ้าตรีเอกภาพผู้เป็นพระวิญญาณองค์อัศจรรย์. มีเพียงเช่นนี้ เราจึงสามารถประสบการณ์และรับสุขพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ได้ผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนัง, การตรึงกางเขน, การเป็นขึ้น, และการเสด็จสู่สวรรค์ มาเป็นพระคุณที่เพียงพอและใช้ไม่หมดสิ้น และเราจะกลายเป็นความบริบูรณ์ ซึ่งเป็นการสำแดงออกของพระองค์.