พระบัญญัติ บทที่ 13
(19) โมเซกำชับชาวอิสราเอลถึงการทรยศ
13:1–18
13:1–18
พบญ.
13:1 ถ้าในท่ามกลางพวกท่านเกิดมีกผู้เผยพระวจนะหรือขผู้มีความฝันได้ลุกขึ้นมา และสำแดงเครื่องหมายหรือการอัศจรรย์แก่ท่าน
พบญ.
13:2 และเครื่องหมายหรือการอัศจรรย์ที่เขาบอกท่านนั้นปรากฏเป็นจริง ถ้าเขากล่าวว่า 1ให้เราไปติดตามพระอื่นซึ่งเป็นพระที่ท่านไม่รู้จักกันเถิด และให้เรามาปรนนิบัติพระนั้น
พบญ.
13:3 ท่านอย่าได้ฟังคำของผู้เผยพระวจนะหรือผู้มีความฝันคนนั้น เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทรงลองใจท่านดู เพื่อจะทรงรู้ว่าท่านทั้งหลายกรักพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านด้วยสุดใจและด้วยสุดจิตของท่านหรือไม่.
พบญ.
13:4 ท่านทั้งหลายจงติดตามพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, ยำเกรงพระองค์, ถือรักษาพระบัญญัติของพระองค์, เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์, ปรนนิบัติพระองค์, และกยึดติดสนิทกับพระองค์.
พบญ.
13:5 แต่ผู้เผยพระวจนะหรือผู้มีความฝันคนนั้นต้องถูกลงโทษถึงตาย เพราะว่าเขาได้ใช้คำพูดมากบฏต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน ผู้ทรงนำท่านออกจากดินแดนอียิปต์ และทรงไถ่ท่านออกจากครอบครัวของทาสมาบีบบังคับท่านให้ละทิ้งหนทางซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านบัญชาให้ท่านดำเนินตาม. ดังนั้นแหละท่านจะต้องกขจัดผู้ชั่วร้ายเช่นนี้ออกไปจากท่ามกลางท่าน1จนหมดสิ้น.
พบญ.
13:6 ถ้าพี่ชายน้องชายมารดาเดียวกันกับท่าน หรือบุตรชายบุตรสาวของท่าน หรือภรรยาที่อยู่ในอ้อมอกของท่าน หรือมิตรสหายผู้ร่วมจิตของท่าน ชักนำท่านอย่างลับๆ ว่า ให้เราไปปรนนิบัติพระอื่นกันเถิด (ซึ่งเป็นพระที่ท่านหรือบรรพบุรุษของท่านไม่รู้จัก
พบญ.
13:7 เป็นพระของชนชาติทั้งหลายซึ่งอยู่ล้อมรอบท่าน ไม่ว่าใกล้หรือไกล จากสุดปลายแผ่นดินโลกข้างนี้ถึงข้างโน้น)
พบญ.
13:8 ท่านอย่ายอมตามหรือเชื่อฟังเขา อย่าให้นัยน์ตาของท่านเมตตาปรานีต่อเขา ท่านอย่ายกโทษเขา หรืออย่าซ่อนเขาไว้เลย
พบญ.
13:9 ท่านจงประหารเขาเสีย ท่านจงกลงมือประหารเขาเป็นคนแรก และต่อไปก็ให้บรรดาพลไพร่ลงมือด้วย.
พบญ.
13:10 ท่านจงเอากหินขว้างเขาให้ตาย เพราะเขาหาทางที่จะมาบีบบังคับท่านให้แยกไปจากพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน ผู้ทรงพาท่านออกจากดินแดนอียิปต์ ออกจากครอบครัวของทาสนั้น.
พบญ.
13:11 และอิสราเอลทั้งปวงกจะฟังและเกรงกลัว และจะไม่กระทำการชั่วร้ายเช่นนี้ท่ามกลางท่านทั้งหลายอีกเลย.
พบญ.
13:12 ถ้าท่านทั้งหลายได้ยินว่า ในเมืองหนึ่งเมืองใดซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านประทานให้ท่านอาศัยอยู่นั้น
พบญ.
13:13 มีคนชั่วบางคนที่ได้กออกมาจากท่ามกลางพวกท่าน แล้วบีบบังคับผู้ที่อาศัยในเมืองนั้นว่า ให้เราไปปรนนิบัติพระอื่นกันเถิด (ซึ่งเป็นพระที่ท่านไม่รู้จัก)
พบญ.
13:14 ท่านทั้งหลายจงกสืบสวนและค้นหาอย่างละเอียดและถามดูอย่างถี่ถ้วน. ถ้าเป็นความจริงและเป็นเรื่องแน่นอนว่า สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนนั้นได้ถูกกระทำกันอยู่ในท่ามกลางพวกท่าน
พบญ.
13:15 ท่านจงฆ่าผู้ที่อาศัยในเมืองนั้นเสียด้วยคมดาบ ทำลายเมืองนั้นเสียให้สิ้นเชิงด้วยคมดาบ ทั้งทุกสิ่งที่อยู่ในเมืองนั้นและฝูงสัตว์ด้วย.
พบญ.
13:16 ท่านจงเก็บทรัพย์สินที่ริบมาทั้งสิ้นในเมืองนั้นไปกองไว้ที่ลานกลางเมือง และกเผาเมืองนั้นกับบรรดาทรัพย์สินในเมืองนั้นเสียด้วยไฟแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน. เมืองนั้นจะขรกร้างอยู่เป็นนิตย์ อย่าสร้างขึ้นมาใหม่อีกเลย.
พบญ.
13:17 อย่าให้ของที่กถูกสาปแช่งนั้นติดมือของท่านไป เพื่อว่าพระยะโฮวาจะทรงหันจากพระพิโรธของพระองค์ และทรงสำแดงพระกรุณาคุณต่อท่าน และทรงเมตตาท่าน ทำให้ท่านเพิ่มทวีมากขึ้น ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของท่านนั้น
พบญ.
13:18 เมื่อท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, ถือรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ดังที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้ในวันนี้, และกระทำสิ่งที่ถูกต้องตามสายพระเนตรพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน.
คำอธิบาย พระบัญญัติ บทที่ 13
พบญ.
13:1 ก 2ปต.2:1
พบญ.
13:1 ข ยรม.23:25, 32; 29:8; ซคย.10:2
พบญ.
13:2 1 ถ้อยคำของโมเซในบทที่ 12—13 ได้กำชับพลไพร่ของพระเจ้าให้หลีกเลี่ยงจากการแตกแยกและให้ปฏิเสธละทิ้งการทรยศ. ในพันธสัญญาเดิม การทรยศชี้ถึงการละทิ้งพระเจ้าและหันจากพระเจ้าไปสู่รูปเคารพ. ในพันธสัญญาใหม่ การทรยศก็คือมิจฉาลัทธิ ซึ่งชี้ถึงผู้ที่ปฏิเสธสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ คือผู้ที่ไม่เชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าที่ได้กลายมาเป็นมนุษย์ (ยฮ.1:1, 14; 1ยฮ.2:18, 22; 4:2–3). การทรยศหรือมิจฉาลัทธินั้นได้หมิ่นประมาทพระเจ้าและทำลายฐานันดรของพระคริสต์ ส่วนการแตกแยกได้ทำลายพระกายของพระคริสต์ ซึ่งเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระคริสต์. ดังนั้นการทรยศและการแตกแยกจึงทำลายแผนการบริหารทั้งหมดของพระเจ้า. ด้วยเหตุนี้ อัครทูตเปาโลจึงได้กำชับเราให้หันไปจากคนเหล่านั้นที่ก่อการแตกแยก (รม.16:17) และอัครทูตโยฮันก็ได้กำชับเราให้ปฏิเสธละทิ้งผู้ที่เป็นมิจฉาลัทธิ (2ยฮ.9–11). เราต้องจัดการกับการแตกแยกและการทรยศอย่างเคร่งครัด เหมือนกับโมเซในหนังสือเล่มนี้และเหล่าอัครทูตในพันธสัญญาใหม่. เราจะต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นหนึ่งท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้า และหลักความเชื่อหนึ่งเดียวในฐานันดรและการงานแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (อฟ.4:3, 13 และข้อ 3 คำอธิบาย 1 กับข้อ 13 คำอธิบาย 2).
พบญ.
13:3 ก พบญ.6:5
พบญ.
13:4 ก พบญ.10:20; 11:22; 30:20
พบญ.
13:5 ก พบญ.17:7; 19:19; 21:21; 22:21; 24:7; เทียบ 1กธ.5:13
พบญ.
13:5 1 แปลตามตรงคือ เผาผลาญ, ล้างผลาญ. เหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
พบญ.
13:9 ก เทียบ พบญ.17:7
พบญ.
13:10 ก พบญ.17:5; 21:21; 22:24; ลวต.20:2; อฤธ.15:35; ยฮซ.7:25; ยฮ.8:59; 10:31–33; กจ.7:58–59
พบญ.
13:11 ก พบญ.19:20; 17:13; 21:21
พบญ.
13:13 ก 1ยฮ.2:19
พบญ.
13:14 ก พบญ.17:4
พบญ.
13:16 ก ยฮซ.6:24
พบญ.
13:16 ข ยฮซ.8:28; ยรม.49:2; ยซย.17:1
พบญ.
13:17 ก ยฮซ.6:18