พระบัญญัติ บทที่ 1
หัวข้อหลัก: พระคริสต์ทรงเป็นผู้ชี้แนะและผู้นำพลไพร่ของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะสามารถเข้าสู่เขตแดนฝ่ายสวรรค์และ มีส่วนในความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์
ผู้เขียน: โมเซ (รม.10:19 อ้างอิงถึง พบญ.32:21; นฮย.13:1 อ้างอิงถึง พบญ. 23:3; ลก.20:28 อ้างอิงถึง พบญ.25:5) เป็นผู้เขียนหนังสือเบญจ บรรณ (31:9, 24; ลก.24:27, 44; ยฮ.1:45; 5:46; กจ.28:23; 2กธ. 3:15). บทสุดท้าย (บทที่ 34) ผู้เขียนอาจจะเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่โมเซ.
เวลาที่เขียน: ประมาณ 1452 ปี ก่อนคริสตศักราช ก่อนที่ชนชาติอิสราเอลจะ สิ้นสุดการเร่ร่อนในป่ากันดารเป็นเวลา 40 ปี (อฤธ.32:13).
สถานที่เขียน: ที่ราบโมอาบ (34:1).
ช่วงเวลาที่ได้ครอบคลุมถึง: สองเดือนสุดท้ายของปี 1452 ก่อนคริสตศักราช คือปีที่สี่สิบหลังจากที่อพยพออกจากอียิปต์ (1:3; 34:8).
I. การทบทวนอดีต
1:1—4:43
1:1—4:43
1. การเดินทางจากภูเขาของพระเจ้าไปยังทางเข้าดินแดนอันบริสุทธิ์
1:1–4
1:1–4
พบญ.
1:1 1ข้อความต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่2โมเซกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลทั้งปวงในป่ากันดารฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ คือที่3อะระบาห์ตรงข้ามซูพ ระหว่างฟารานและโธเฟ็ล, ลาบาน, ฮะเซโรธ, และดีซาฮาบ.
พบญ.
1:2 จาก1โฮเร็บตามแนวภูเขาเซอีรจนถึงคาเดศบัรเนอะนั้นเป็นระยะทางเดินสิบเอ็ดวัน.
พบญ.
1:3 ในปีที่สี่สิบเดือนที่สิบเอ็ดกวันที่หนึ่ง โมเซได้กล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลตามบรรดาคำทั้งสิ้นที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาแก่ท่านเกี่ยวกับชนชาติอิสราเอลนั้น.
พบญ.
1:4 หลังจากที่ท่านได้ประหารชีวิต1กซีโฮนกษัตริย์ของชนชาติอะโมรี ซึ่งอาศัยอยู่ที่เฮ็ศโบน และ1ขโอฆกษัตริย์แห่งบาซาน ซึ่งอาศัยอยู่ที่อัศธาโรธ และที่เอ็ดระอีนั้นแล้ว
2. พระเจ้าทรงกำชับชนชาติอิสราเอลให้เข้าสู่แผ่นดินงาม
1:5–8
1:5–8
พบญ.
1:5 โมเซก็ได้เริ่มอธิบายกฎบัญญัตินี้ในดินแดนโมอาบฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ว่า
พบญ.
1:6 1พระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้กตรัสแก่เราทั้งหลายที่ขโฮเร็บว่า เจ้าทั้งหลายได้อาศัยอยู่ที่ภูเขานี้นานพอแล้ว.
พบญ.
1:7 เจ้าทั้งหลายจงหันและยกเดินไปตามเขตเทือกเขาของชนชาติอะโมรี และประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับพวกเขาในอะระบาห์, ในเขตเทือกเขาและในหุบเขา, ใน1เนเกบและที่ฝั่งทะเล, ดินแดนของชนชาติคะนาอันและที่เลบานอนจนถึงแม่น้ำใหญ่คือแม่น้ำกยูเฟรติส.
พบญ.
1:8 ดูเถิด เราได้ตั้งดินแดนนั้นไว้ตรงหน้าเจ้าทั้งหลาย จงเข้าไปยึดครองดินแดนซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงปฏิญาณกับบรรพบุรุษของเจ้า คืออับราฮาม ยิศฮาค และยาโคบ ว่าจะให้แก่เขาทั้งหลายและแก่กเชื้อสายของเขาที่มาภายหลังเขาด้วย.
3. การแต่งตั้งเกี่ยวกับความรับผิดชอบ
1:9–18
1:9–18
พบญ.
1:9 ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่ากข้าพเจ้าไม่สามารถแบกรับภาระของท่านทั้งหลายเพียงลำพังได้.
พบญ.
1:10 พระยะโฮวาพระเจ้าของท่านได้ทรงให้ท่านทั้งหลายทวีมากขึ้น และดูเถิด ทุกวันนี้ท่านทั้งหลายมีจำนวนมากดุจกดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้า.
พบญ.
1:11 ขอพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายเพิ่มทวีขึ้นพันเท่าและทรงอวยพระพรแก่ท่านดังที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แก่ท่านทั้งหลายแล้วนั้น!
พบญ.
1:12 ข้าพเจ้าคนเดียวจะแบกปัญหาและภาระของท่าน และการวิวาทกันของท่านทั้งหลายอย่างไรได้?
พบญ.
1:13 ท่านจงเลือกคนที่มีกสติปัญญา, เฉลียวฉลาด, และเป็นที่รู้จักดีตามเผ่าของท่าน และข้าพเจ้าจะตั้งพวกเขาให้เป็นขผู้นำของท่าน.
พบญ.
1:14 ท่านทั้งหลายได้ตอบข้าพเจ้าว่า สิ่งที่ท่านกล่าวให้เราทำนั้นดีแล้ว
พบญ.
1:15 ข้าพเจ้าจึงได้เลือกกผู้นำจากเผ่าทั้งหลายของท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่มีสติปัญญาและเป็นที่รู้จักดี และข้าพเจ้าได้ตั้งพวกเขาไว้เป็นผู้นำเหนือท่านทั้งหลาย ให้เป็นนายพัน, นายร้อย, นายห้าสิบ, นายสิบ, และเจ้าหน้าที่ต่างๆ สำหรับเผ่าของท่าน.
พบญ.
1:16 ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้กล่าวกำชับผู้พิพากษาของท่านทั้งหลายว่า จงฟังคดีความระหว่างพี่น้องของท่านและ1ตัดสินความระหว่างชายคนหนึ่งกับพี่น้องของตน หรือผู้ค้างแรมที่อาศัยอยู่กับเขาอย่างยุติธรรม.
พบญ.
1:17 ท่านกอย่าได้เห็นแก่หน้าคนในการพิพากษา จงฟังผู้น้อยและผู้ใหญ่เหมือนกัน. ท่านจงอย่ากลัวสีหน้าคนเลย เพราะการพิพากษานั้นเป็นการของพระเจ้า. และคดีความใดที่ยากเกินไปสำหรับท่าน จงขนำมาให้ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะรับพิจารณาเอง.
พบญ.
1:18 ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้บัญชาท่านทั้งหลายถึงบรรดาสิ่งที่ท่านควรกระทำ.
4. ความพ่ายแพ้ที่คาเดศบัรเนอะ
1:19–46
1:19–46
พบญ.
1:19 และเราได้ยกเดินจากโฮเร็บและเดินทะลุกป่ากันดารอันกว้างใหญ่และน่ากลัวตามที่ท่านทั้งหลายได้เห็นนั้น เดินไปตามเขตเทือกเขาของชนชาติอะโมรี ดังที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้ทรงบัญชาเราไว้ และเราได้มาถึง1คาเดศบัรเนอะ.
พบญ.
1:20 และข้าพเจ้าได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า พวกท่านได้มาถึงเขตเทือกเขาของชนชาติอะโมรีแล้ว ที่ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้ประทานแก่เราทั้งหลาย.
พบญ.
1:21 ดูเถิด พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกท่านได้ทรงตั้งดินแดนนั้นไว้ตรงหน้าท่านแล้ว จงขึ้นไปถือครองดินแดนนั้น ดังที่พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกท่านได้ตรัสกับท่าน. จงอย่ากลัวหรืออย่าตกใจไปเลย.
พบญ.
1:22 แล้วพวกท่านทั้งหมดได้เข้ามาหาข้าพเจ้ากล่าวว่า ให้เราทั้งหลายใช้คนไปก่อนหน้าเรา เพื่อพวกเขาจะสอดแนมดูดินแดนนั้นแทนเราและนำข่าวเรื่องทางที่เราควรจะขึ้นไป และเรื่องเมืองที่เราควรจะเข้าไปนั้นมาบอกเรา.
พบญ.
1:23 เรื่องนั้นข้าพเจ้าเห็นดีด้วย ข้าพเจ้าจึงได้เลือกกสิบสองคนจากท่ามกลางท่านทั้งหลายเผ่าละหนึ่งคน.
พบญ.
1:24 แล้วคนเหล่านั้นก็ได้หันกลับมุ่งขึ้นไปยังเขตเทือกเขา มาถึงกหุบเขาเอศโคล และพวกเขาได้สอดแนมดู1ดินแดนนั้น.
พบญ.
1:25 เขาทั้งหลายได้เก็บผลไม้ของดินแดนนั้นติดมือลงมาหาเรา. และนำข่าวกลับมาหาเรากล่าวว่า ที่ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเราประทานแก่เรานั้นเป็นแผ่นดินงาม.
พบญ.
1:26 แต่ท่านทั้งหลายกลับไม่ยอมขึ้นไป. ท่านทั้งหลายได้กบฏต่อคำของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทั้งหลาย
พบญ.
1:27 และท่านทั้งหลายได้กบ่นอยู่ในกระโจมของตนว่า เพราะพระยะโฮวาทรงเกลียดชังพวกเรา พระองค์จึงทรงนำเราทั้งหลายออกมาจากดินแดนอียิปต์ และจะทรงมอบเราไว้ในมือของชนชาติอะโมรีเพื่อจะทำลายเราเสีย.
พบญ.
1:28 เราทั้งหลายจะขึ้นไปที่ใดเล่า? พวกพี่น้องของเราได้กระทำให้ใจของเราหลอมละลายไปโดยกล่าวว่า กคนเหล่านั้นตัวใหญ่กว่าและตัวสูงกว่าพวกเรา เมืองเหล่านั้นก็ใหญ่และมีกำแพงสูงเทียมฟ้า และยิ่งกว่านั้นเราได้เห็นลูกหลานของพวกอะนาคอยู่ที่นั่นด้วย.
พบญ.
1:29 จากนั้นข้าพเจ้าจึงได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า กอย่าครั่นคร้ามหรือกลัวพวกเขาเลย.
พบญ.
1:30 พระยะโฮวาพระเจ้าของท่านผู้ทรงนำหน้าท่านทั้งหลาย พระองค์จะทรงกต่อสู้เพื่อท่าน ดังเช่นทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำแก่ท่านทั้งหลายในอียิปต์ต่อหน้านัยน์ตาของท่านทั้งหลาย
พบญ.
1:31 และในป่ากันดาร ที่ซึ่งพวกท่านได้เห็นพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทรงกอุ้มชูพวกท่าน ดังมนุษย์อุ้มขบุตรของตน ตลอดทางที่ท่านได้ไปจนท่านทั้งหลายได้มาถึงที่นี่.
พบญ.
1:32 แม้จะได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ แต่ท่านทั้งหลายก็กมิได้เชื่อในพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน
พบญ.
1:33 ผู้ได้ทรงนำทางอยู่ข้างหน้าท่าน เพื่อจะเสาะหาที่ให้ท่านตั้งค่าย ผู้ทรงอยู่ในกเสาไฟในเวลากลางคืนและอยู่ในเสาเมฆในเวลากลางวัน เพื่อจะแสดงให้ท่านทั้งหลายเห็นทางที่ควรจะไป.
พบญ.
1:34 พระยะโฮวาทรงได้ยินเสียงพูดของท่านทั้งหลาย พระองค์จึงทรงพิโรธและปฏิญาณว่า
พบญ.
1:35 กจะไม่มีผู้ใดในชั่วอายุอันชั่วร้ายนี้สักคนเดียวที่จะได้เห็นแผ่นดินงาม ซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้ว่าจะให้แก่บรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลาย
พบญ.
1:36 เว้นแต่กคาเล็บบุตรยะฟูเน เขาจะได้เห็นดินแดนนั้น. และเราจะให้ดินแดนที่เขาได้เหยียบนั้นแก่เขาและแก่ลูกหลานของเขา เพราะเขาได้ติดตามพระยะโฮวาอย่างสุดใจ.
พบญ.
1:37 เพราะเหตุท่านทั้งหลาย พระยะโฮวาก็ทรงพิโรธข้าพเจ้าด้วยโดยตรัสว่า เจ้าจะกไม่ได้เข้าไปที่นั่นด้วยเหมือนกัน
พบญ.
1:38 แต่กยะโฮซูอะบุตรนูนผู้รับใช้ของเจ้า เขาจะได้เข้าไปที่นั่น. จงเสริมกำลังแก่เขา เพราะเขาจะทำให้พวกอิสราเอลได้ดินแดนนั้นเป็นมรดก.
พบญ.
1:39 ยิ่งกว่านั้น บรรดากเด็กเล็กของเจ้าทั้งหลายที่เจ้าว่าจะถูกกวาดเป็นเชลย และบุตรทั้งหลายของเจ้าที่ในวันนี้ยังไม่รู้จักผิดและชอบ เขาทั้งหลายจะได้เข้าไปที่นั่น. เราจะประทานดินแดนนั้นแก่พวกเขา และพวกเขาจะถือครองดินแดนนั้น.
พบญ.
1:40 แต่ฝ่ายเจ้าทั้งหลายจงกหันกลับและยกเดินเข้าไปในป่ากันดารตามทางที่ไปสู่ทะเลแดง.
พบญ.
1:41 กครั้งนั้นท่านทั้งหลายได้ตอบข้าพเจ้าว่า เราทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวาแล้ว เราทั้งหลายจะขึ้นไปสู้รบตามบรรดาคำที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้ทรงบัญชานั้น. และท่านทั้งหลายได้คาดอาวุธเตรียมพร้อมทุกคน คิดว่าการขึ้นไปยังเขตเทือกเขานั้นเป็นเรื่องง่าย.
พบญ.
1:42 พระยะโฮวาตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า เจ้าอย่าขึ้นไปสู้รบเลย เกรงว่าเจ้าจะพ่ายแพ้ต่อหน้าศัตรู เพราะเรามิได้อยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย.
พบญ.
1:43 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้กล่าวแก่พวกท่าน แต่ท่านทั้งหลายกลับไม่ฟัง แต่ได้กบฏต่อคำของพระยะโฮวา และได้ขึ้นไปที่เขตเทือกเขานั้นตามอำเภอใจ.
พบญ.
1:44 และชนชาติอะโมรีที่อาศัยอยู่ในเขตเทือกเขานั้นก็ได้ออกมาต่อสู้และขับไล่ท่านทั้งหลายดุจฝูงผึ้ง และท่านทั้งหลายถูกตีถอยจากเซอีรกลับไปจนถึงฮัรมา.
พบญ.
1:45 และท่านทั้งหลายกลับมาร้องไห้คร่ำครวญต่อพระพักตร์พระยะโฮวา แต่พระยะโฮวามิได้สดับฟังเสียงร้องหรือเงี่ยพระกรรณสดับฟังท่านทั้งหลาย.
พบญ.
1:46 ท่านทั้งหลายจึงยังคงอยู่ที่คาเดศเป็นเวลาหลายวัน ตามวันที่ท่านทั้งหลายได้ยังคงอยู่นั้น.
คำอธิบาย พระบัญญัติ บทที่ 1
พบญ.
1:1 1 หนังสือพระบัญญัติเป็นถ้อยคำสรุปของกฎบัญญัติและเป็นบทสรุปที่ครอบคลุมสรรพสิ่งสำหรับหนังสือเบญจบรรณ ซึ่งก็คือหนังสือห้าเล่มแรกในพระคัมภีร์ที่โมเซเป็นผู้เขียน. หนังสือพระบัญญัติ (Deuteronomy) หมายถึงกฎบัญญัติที่สอง ดังนั้นจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพูดอีกครั้งหนึ่ง, การกล่าวซ้ำของกฎบัญญัติอันศักดิ์สิทธิ์. กฎบัญญัติได้ถูกประทานเป็นครั้งแรกผ่านโมเซในขณะที่เขามีอายุแปดสิบปี (อซด.7:7). สี่สิบปีต่อมา หลังจากที่คนชั่วอายุแรกได้ตายจากไปแล้ว ยกเว้นคาเล็บและยะโฮซูอะ กฎบัญญัติก็ได้ถูกกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ได้กล่าวแก่คนในชั่วอายุที่สอง พวกเขาเป็นชั่วอายุที่พร้อมจะเข้าสู่แผ่นดินงามและครอบครองดินแดนนั้น. คนในชั่วอายุนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ยินถึงการประทานพระบัญญัติสิบประการ, บทบัญญัติ, และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ภูเขาซีนาย. ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงให้โมเซมีภาระที่จะนำกฎบัญญัตินั้นมากล่าวซ้ำ, เล่าซ้ำอีกครั้งหนึ่ง. การกล่าวซ้ำนี้เป็นการฝึกฝนใหม่ต่อคนในชั่วอายุใหม่หลังจากที่พวกเขาได้เร่ร่อนเป็นระยะเวลานาน เพื่อจะตระเตรียมพวกเขาให้เข้าสู่แผ่นดินงามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้และรับดินแดนนั้นเป็นมรดกของพวกเขา.
ในหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกับพระคัมภีร์ทั้งเล่มคือการทำให้พระเจ้าได้ทรงเป็นที่ประจักษ์, มนุษย์ถูกเปิดโปง, และพระคริสต์ได้ถูกเปิดเผยออกมา. หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก, ความชอบธรรม, ความสัตย์ซื่อ, และการอวยพระพร เพื่อมนุษย์จะได้รู้ถึงพระทัยของพระเจ้าและการปกครองของพระเจ้า และเพื่อพวกเขาจะได้รักพระเจ้า, เชื่อพึ่งในพระเจ้า, ยำเกรงพระเจ้า, สยบตัวเองลงต่อการปกครองของพระเจ้า, คำนึงถึงความรู้สึกที่อ่อนโยนของพระเจ้า, และดำเนินชีวิตในการสถิตอยู่ของพระเจ้า ทำให้พวกเขามีคุณสมบัติที่จะรับดินแดนที่ทรงสัญญาไว้นั้นเป็นมรดก. นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้เปิดโปงมนุษย์ โดยแสดงให้เห็นว่ามนุษย์นั้นพ่ายแพ้ในตัวของเขาเอง พวกเขาไม่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์, ชอบธรรม, และสัตย์ซื่อได้อย่างสิ้นเชิง เพื่อมนุษย์จะได้รู้ถึงสภาพการณ์ที่แท้จริงของตัวเองและไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่เชื่อพึ่งในพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ (7:9). ท้ายที่สุดหนังสือเล่มนี้ยังเปิดเผยถึงพระคริสต์ในสามด้านคือ (1) พระคริสต์ทรงเป็นผู้เผยพระวจนะเพียงหนึ่งเดียวของพระเจ้า ทรงเป็นพระดำรัสอันศักดิ์สิทธิ์ (18:15–19); (2) พระคริสต์ทรงเป็นแผ่นดินงามที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง ทรงเป็นเป้าหมาย, จุดหมายที่พระเจ้าทรงตระเตรียมไว้เพื่อเรา (8:7–10; กซ.1:12; ฟป.3:7–15); และ (3) พระคริสต์ทรงเป็นพระคำของพระเจ้า (8:3; 30:11–14; ยฮ.1:1; 1ยฮ.1:1) เพื่อเราจะต้อนรับพระองค์มาเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา เพื่อจะทำให้เรามีกำลังและความสามารถที่จะไปถึงพระองค์ผู้เป็นเป้าหมายที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้. ดู 8:3 คำอธิบาย 1 และ 8:7 คำอธิบาย 1 และ 30:12 คำอธิบาย 1.
ในหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกับพระคัมภีร์ทั้งเล่มคือการทำให้พระเจ้าได้ทรงเป็นที่ประจักษ์, มนุษย์ถูกเปิดโปง, และพระคริสต์ได้ถูกเปิดเผยออกมา. หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก, ความชอบธรรม, ความสัตย์ซื่อ, และการอวยพระพร เพื่อมนุษย์จะได้รู้ถึงพระทัยของพระเจ้าและการปกครองของพระเจ้า และเพื่อพวกเขาจะได้รักพระเจ้า, เชื่อพึ่งในพระเจ้า, ยำเกรงพระเจ้า, สยบตัวเองลงต่อการปกครองของพระเจ้า, คำนึงถึงความรู้สึกที่อ่อนโยนของพระเจ้า, และดำเนินชีวิตในการสถิตอยู่ของพระเจ้า ทำให้พวกเขามีคุณสมบัติที่จะรับดินแดนที่ทรงสัญญาไว้นั้นเป็นมรดก. นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้เปิดโปงมนุษย์ โดยแสดงให้เห็นว่ามนุษย์นั้นพ่ายแพ้ในตัวของเขาเอง พวกเขาไม่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์, ชอบธรรม, และสัตย์ซื่อได้อย่างสิ้นเชิง เพื่อมนุษย์จะได้รู้ถึงสภาพการณ์ที่แท้จริงของตัวเองและไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่เชื่อพึ่งในพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ (7:9). ท้ายที่สุดหนังสือเล่มนี้ยังเปิดเผยถึงพระคริสต์ในสามด้านคือ (1) พระคริสต์ทรงเป็นผู้เผยพระวจนะเพียงหนึ่งเดียวของพระเจ้า ทรงเป็นพระดำรัสอันศักดิ์สิทธิ์ (18:15–19); (2) พระคริสต์ทรงเป็นแผ่นดินงามที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง ทรงเป็นเป้าหมาย, จุดหมายที่พระเจ้าทรงตระเตรียมไว้เพื่อเรา (8:7–10; กซ.1:12; ฟป.3:7–15); และ (3) พระคริสต์ทรงเป็นพระคำของพระเจ้า (8:3; 30:11–14; ยฮ.1:1; 1ยฮ.1:1) เพื่อเราจะต้อนรับพระองค์มาเป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา เพื่อจะทำให้เรามีกำลังและความสามารถที่จะไปถึงพระองค์ผู้เป็นเป้าหมายที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้. ดู 8:3 คำอธิบาย 1 และ 8:7 คำอธิบาย 1 และ 30:12 คำอธิบาย 1.
พบญ.
1:1 2 ในหนังสือพระบัญญัติ โมเซซึ่งเป็นผู้ที่พูดแทนพระเจ้านั้นเป็นเหมือนกับบิดาสูงวัยผู้เปี่ยมด้วยความรักกำลังพูดกับบรรดาบุตรของเขาด้วยความรักและความห่วงใย. โมเซพูดเพื่อพระเจ้ามาเป็นเวลาสี่สิบปี ตั้งแต่อายุแปดสิบปี (อซด.7:7) จนถึงอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี (34:7). เขาเป็นบุคคลที่ไม่เพียงซาบซ่านและชุ่มโชกด้วยความคิดของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังถูกก่อรูปด้วยพระเจ้าผู้ทำการตรัส. ดังนั้นถ้อยคำที่ออกมาจากปากของเขาจึงเป็นพระคำของพระเจ้า. ดู 8:3 คำอธิบาย 1 และ 30:12 คำอธิบาย 1.
พบญ.
1:1 3 คือที่ราบตั้งแต่ทางเหนือของทะเลตายไปถึงทางใต้ของอ่าวอะกาบา.
พบญ.
1:2 1 ดู อซด.19:11 คำอธิบาย 2.
พบญ.
1:3 ก เทียบ อฤธ.33:38
พบญ.
1:4 ก อฤธ.21:21–24
พบญ.
1:4 1ก ดู อฤธ.21:1 คำอธิบาย 2. การประหารชีวิตกษัตริย์สององค์นั้นอยู่ในช่วงท้ายของสี่สิบปี (ข้อ 3) ที่ชนชาติอิสราเอลเร่ร่อนอยู่ในป่ากันดาร. กรณีนี้ก็ได้เปิดประตูเข้าสู่แผ่นดินที่ทรงสัญญาไว้.
พบญ.
1:4 ข อฤธ.21:33–35
พบญ.
1:6 1 ในด้านของการทบทวนอดีตนั้น ด้านหนึ่งหนังสือเล่มนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงการนำพาของพระเจ้า เพื่อมนุษย์จะได้รู้จักพระทัยของพระเจ้าและพระหัตถ์ของพระเจ้า ทำให้พวกเขาเชื่อพึ่งในพระเจ้าและยำเกรงพระเจ้า; อีกด้านหนึ่งก็ได้แสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ของมนุษย์ เพื่อมนุษย์จะได้รู้จักตัวเอง, ปรับโทษเนื้อหนัง, และเรียนรู้ที่จะปฏิเสธตัวเองและเนื้อหนัง. ส่วนในด้านของอนาคต หนังสือเล่มนี้คาดหวังว่า ด้านหนึ่งมนุษย์จะรู้จักความรักและการปกครองของพระเจ้า และอีกด้านหนึ่งมนุษย์จะรู้ถึงสภาพการณ์ที่แท้จริงของตัวเอง เพื่อเขาจะไม่เชื่อพึ่งในตัวเองอีกต่อไป แต่จะเชื่อพึ่งในพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ.
พบญ.
1:6 ก เทียบ อฤธ.10:11–13
พบญ.
1:6 ข พบญ.5:2; อซด.3:1; 17:6
พบญ.
1:7 1 คือ ทะเลทรายที่แห้งแล้งทางใต้ของคะนาอัน.
พบญ.
1:7 ก ยนซ.2:14; 15:18; ยฮซ.1:4; วว.9:14
พบญ.
1:8 ก ยนซ.12:7; 13:14–15; 15:18; 17:8; 26:3–4; 28:13–14
พบญ.
1:9 ก อฤธ.11:14, 17; เทียบ อซด.18:18
พบญ.
1:10 ก ยนซ.15:5; 22:17; พบญ.10:22; 28:62
พบญ.
1:13 ก เทียบ กจ.6:3
พบญ.
1:13 ข อฤธ.11:16; เทียบ อซด.18:21
พบญ.
1:15 ก อซด.18:25
พบญ.
1:16 1 หรือ เป็นผู้พิพากษาที่ปฏิบัติการตามความชอบธรรม.
พบญ.
1:17 ก ลวต.19:15; พบญ.10:17; 16:19; สภษ.24:23; มธ.22:16; มก.12:14; ลก.20:21; ยก.2:1
พบญ.
1:17 ข อซด.18:22, 26
พบญ.
1:19 ก พบญ.8:15; 32:10; ยรม.2:6; เทียบ อฤธ.10:12
พบญ.
1:19 1 เกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของอิสราเอลที่คาเดศบัรเนอะ ให้ดูคำอธิบายใน อฤธ.13—14.
พบญ.
1:23 ก อฤธ.13:2–3
พบญ.
1:24 ก อฤธ.13:23–27
พบญ.
1:24 1 แปลตามตรงคือ มัน.
พบญ.
1:27 ก อฤธ.14:1–4; บพส.106:25
พบญ.
1:28 ก พบญ.9:1–2; อฤธ.13:32–33
พบญ.
1:29 ก พบญ.31:6
พบญ.
1:30 ก อซด.14:14; พบญ.3:22; 20:4; ยฮซ.10:14, 42; 23:3, 10; นฮย.4:20
พบญ.
1:31 ก ยซย.40:11; 46:3–4; เทียบ อซด.19:4; กจ.13:18
พบญ.
1:31 ข อซด.4:22; เทียบ มธ.2:15
พบญ.
1:32 ก บพส.106:24; ยด.5
พบญ.
1:33 ก อซด.13:21–22
พบญ.
1:35 ก อฤธ.14:23
พบญ.
1:36 ก อฤธ.13:6; 14:24
พบญ.
1:37 ก อฤธ.20:12; พบญ.4:21; 32:52
พบญ.
1:38 ก อซด.24:13; อฤธ.27:18; พบญ.31:3, 7, 23
พบญ.
1:39 ก อฤธ.14:3, 31
พบญ.
1:40 ก อฤธ.14:25; พบญ.2:1
พบญ.
1:41 ก ข้อ 41–44: อฤธ.14:40–45