การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6

ฆะลาเตีย บทที่ 6

5. ใช้วิญญาณที่อ่อนสุภาพนำผู้ที่ตกต่ำให้หันกลับคืนมา
6:1
ฆต. 6:1 ดูก่อน พี่น้องทั้งหลาย ถ้ามีคนใดพลาดพลั้งกระทำผิด ท่านทั้งหลายที่เป็นมนุษย์1กฝ่ายวิญญาณจงช่วยคนนั้นให้ขหันกลับคืนมาใหม่2ด้วย3ควิญญาณที่งอ่อนสุภาพแต่จงระวังตัวให้ดี เกรงว่าท่านจะถูกจล่อลวงไปด้วย.
6. กระทำให้กฎบัญญัติของพระคริสต์สำเร็จอย่างครบสมบูรณ์
6:2-6
ฆต. 6:2 จงช่วยแบกภาระของกันและกันเถิด เช่นนั้นจึงทำให้1กกฎบัญญัติของพระคริสต์สำเร็จอย่างครบสมบูรณ์.
ฆต. 6:3 เพราะถ้าคนใดไม่เป็นอะไรเลย แต่ยัง1กคิดว่าตัวเองเป็นอะไร คนนั้นก็ขลวงตนเอง.
ฆต. 6:4 แต่ให้แต่ละคนกพิสูจน์กิจการของตน จึงจะมีที่อวดได้ในตนเองผู้เดียว ไม่ใช่ในผู้อื่น.
ฆต. 6:5 เพราะว่าแต่ละคนต้องแบกภาระของตนเอง.
ฆต. 6:6 ฝ่ายคนที่รับคำสอนแล้ว จงนำ1ของดีทุกอย่างมากแบ่งปันให้แก่ผู้สอนเถิด.
7. อย่าหว่านสำหรับเนื้อหนัง
แต่จงหว่านสำหรับพระวิญญาณนั้น
6:7-10
ฆต. 6:7 จงอย่า1กถูกล่อลวง ท่านจะขหลอกพระเจ้าเล่นไม่ได้ เพราะคนใดคหว่านพืชอย่างใด ก็จะเก็บเกี่ยวผลอย่างนั้น.
ฆต. 6:8 ด้วยว่าผู้ใดที่หว่าน1สำหรับ2กเนื้อหนังของตนเอง จะขเก็บเกี่ยวผลแห่ง3คความเสื่อมเสียจากเนื้อหนังนั้น แต่ผู้ใดที่งหว่าน1สำหรับ2จพระวิญญาณนั้น จะเก็บเกี่ยว3ฉชีวิตนิรันดร์ชจากพระวิญญาณนั้น.
ฆต. 6:9 อย่าให้เรากอ่อนระอาใจในการกระทำการดี เพราะถ้าเราไม่1ขท้อถอย เมื่อถึงเวลาอันควร เราก็จะเก็บเกี่ยวผล.
ฆต. 6:10 เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสก็จงกระทำ1กการดีต่อคนทั้งปวง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจงกระทำต่อ2ขครอบครัวแห่ง3คหลักความเชื่อ.
8. ได้ตรึงโลกแห่งศาสนาไว้บนกางเขนแล้ว
และดำเนินชีวิตออกซึ่งสิ่งทรงสร้างใหม่
6:11-16
ฆต. 6:11 ท่านทั้งหลายจงดูอักษรที่ข้าพเจ้าได้เขียนด้วยกมือของข้าพเจ้าเองฝากมาให้ท่านนั้นว่า1ตัวโตเท่าใด.
ฆต. 6:12 คนทั้งหลายที่ปรารถนาจะได้1หน้าตา2ในเนื้อหนัง เขาก็บังคับท่านให้รับกพิธีสุหนัต เพียงเพื่อเขาจะไม่ต้องถูกขข่มเหงเพราะคกางเขนของพระคริสต์เท่านั้น.
ฆต. 6:13 เพราะถึงคนเหล่านั้นที่รับพิธีสุหนัตแล้ว เขาเองก็ไม่ถือรักษากกฎบัญญัติ แต่เขาปรารถนาให้ท่านรับพิธีสุหนัต เพื่อเขาจะมีทางโอ้อวดในขเนื้อหนังของท่าน.
ฆต. 6:14 แต่ขอให้การกอวดนั้นอยู่ห่างไกลจากข้าพเจ้า เว้นแต่การอวดเรื่อง1ขกางเขนขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา โดย2พระองค์นั้น3โลกนี้คถูกตรึงไว้แล้วสำหรับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ถูกตรึงไว้แล้วสำหรับโลก.
ฆต. 6:15 เพราะว่าการรับ1กพิธีสุหนัตหรือไม่รับพิธีสุหนัต 2ไม่เป็นข้อสำคัญอะไร แต่การเป็น1ขสิ่งทรงสร้างใหม่นั้นสำคัญ.
ฆต. 6:16 และคนทั้งปวงที่1ดำเนินชีวิตตาม2กหลักเกณฑ์นี้ 3ขสันติสุขและพระเมตตา3จงมีแก่เขา คือ4คพวกอิสราเอลของพระเจ้า.
9. รอยประทับตราของพระเยซูบนกาย
6:17
ฆต. 6:17 ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อย่าให้ผู้ใดมารบกวนข้าพเจ้าเลย เพราะว่าข้าพเจ้ามี1กรอยประทับตราของพระเยซูอยู่บนกายของข้าพเจ้าแล้ว.
IV. บทสรุป—
พระคุณแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา
สถิตอยู่กับวิญญาณของเรา
6:18
ฆต. 6:18 1กพี่น้องทั้งหลาย ขอให้2ขพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราสถิตอยู่กับ3วิญญาณของท่านทั้งหลายเถิด. เอเมน.

คำอธิบาย ฆะลาเตีย บทที่ 6

ฆต. 6:1 ก 1กธ.2:15; 3:1
ฆต. 6:1 1ก คือเป็นอยู่โดยพระวิญญาณนั้น ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณนั้น (5:25).
ฆต. 6:1 ข ยก.5:19-20
ฆต. 6:1 2 แปลตามตรงคือ ในวิญญาณที่อ่อนสุภาพ.
ฆต. 6:1 ค 1กธ.4:21
ฆต. 6:1 3ค เล็งถึงวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเรา ซึ่งมีพระวิญญาณบริสุทธิ์อาศัยอยู่ภายในและผสมกลมกลืนอยู่ด้วย. วิญญาณที่อ่อนสุภาพเช่นนี้ก็คือ ผลลัพธ์จากการดำเนินชีวิตและเป็นอยู่โดยพระวิญญาณนั้นตามที่พูดไว้ใน 5:16, 25.
ฆต. 6:1 ง 2ตธ.2:25
ฆต. 6:1 จ 1กธ.7:5; 1ธซ.3:5
ฆต. 6:2 ก ยฮ.13:34; ยก.2:8; ฆต.5:14
ฆต. 6:2 1ก คือกฎแห่งชีวิตที่ดีกว่าและสูงส่งกว่า ซึ่งดำเนินการโดยความรัก (รม.8:2; ยฮ.13:34). ความรักเป็นผลลัพธ์และการสำแดงของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (เทียบ 1กธ.13) และก็เป็นผลของพระวิญญาณนั้น (5:22). กฎบัญญัติของพระคริสต์จึงเป็นกฎบัญญัติแห่งความรักนั้น จำต้องอาศัยกฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตมาแปรสภาพให้เป็นจริงเพื่อให้เราสามารถแบกภาระซึ่งกันและกัน.
ฆต. 6:3 ก 1กธ.8:2
ฆต. 6:3 1ก บรรดาผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นอะไร ก็จะไม่สามารถแบกภาระหนักของผู้อื่น มีเพียงผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรจึงจะแบกภาระหนักของผู้อื่นได้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติจากการดำเนินชีวิตในพระวิญญาณนั้นและตามพระวิญญาณนั้น.
ฆต. 6:3 ข 1กธ.3:18
ฆต. 6:4 ก 2กธ.13:5
ฆต. 6:6 1 เล็งถึงสิ่งดีงามในชีวิตนี้ ปัจจัยที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน.
ฆต. 6:6 ก 1กธ.9:11; 1ตธ.5:17-18
ฆต. 6:7 ก 1กธ.6:9; 15:33
ฆต. 6:7 1ก ชี้ถึงคำสอนที่เทียมเท็จของผู้นับถือศาสนายูดายอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ทำให้ชาวฆะลาเตียห่างเหินจากพระวิญญาณนั้นซึ่งอยู่ในวิญญาณของเขาแล้วหันไปสู่กฎการถือรักษาบัญญัติตามเนื้อหนัง.
ฆต. 6:7 ข โยบ 13:9
ฆต. 6:7 ค 2กธ.9:6
ฆต. 6:8 1 การหว่านสำหรับเนื้อหนังก็คือหว่านเพื่อความปรารถนาของเนื้อหนัง หรือเพื่อวัตถุประสงค์ของเนื้อหนัง หรือหว่านเพื่อตอบสนองสำหรับความโลภของเนื้อหนัง. การหว่านสำหรับพระวิญญาณนั้นก็คือหว่านเพื่อความปรารถนาและวัตถุประสงค์ของพระวิญญาณนั้น ซึ่งจะสำเร็จความปรารถนาของพระวิญญาณนั้น. ทุกสิ่งที่เรากระทำล้วนเป็นการหว่าน อาจจะเป็นเพื่อเนื้อหนังของตน หรือเพื่อพระวิญญาณนั้น. การหว่านทุกชนิดล้วนมีการเก็บเกี่ยว อาจจะเป็นการเก็บเกี่ยวความเสื่อมเสียในเนื้อหนัง หรือชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น.
ฆต. 6:8 ก ฆต.5:16, 17
ฆต. 6:8 2ก ดู 3:3 คำอธิบาย 2 และ 5:19 คำอธิบาย 1 และข้อ 22 คำอธิบาย 1.
ฆต. 6:8 ข โยบ.4:8; สภษ.22:8; ฮซอ.8:7
ฆต. 6:8 ค ฆต.5:19
ฆต. 6:8 3ค การหว่านเพื่อที่จะตอบสนองวัตถุประสงค์ของเนื้อหนัง ผลลัพธ์ก็คือความเสื่อมเสีย แต่ถ้าหว่านเพื่อสำเร็จวัตถุประสงค์ของพระวิญญาณนั้นผลลัพธ์ก็คือชีวิตซึ่งก็คือชีวิตนิรันดร์. ความเสื่อมเสียเป็นของฝ่ายเนื้อหนัง ชี้ให้เห็นว่าเนื้อหนังเป็นสิ่งที่เสื่อมเสีย แต่ชีวิตนิรันดร์เป็นของฝ่ายพระวิญญาณนั้น และก็คือตัวของพระวิญญาณเอง.
ฆต. 6:8 ง สภษ.11:18; ฮซอ.10:12; ยก.3:18
ฆต. 6:8 จ ฆต.5:16, 25
ฆต. 6:8 ฉ รม.6:22
ฆต. 6:8 ช ฆต.5:22
ฆต. 6:9 ก 2ธซ.3:13
ฆต. 6:9 ข ฮร.12:3, 5
ฆต. 6:9 1ข แปลตามตรงคือ ปล่อยปละ.
ฆต. 6:10 ก สภษ.3:27; 1ตธ.6:18
ฆต. 6:10 1ก สิ่งสำคัญในที่นี้ก็คือการนำสิ่งของไปหล่อเลี้ยงให้แก่ผู้ที่ขัดสน (2กธ.9:6-9).
ฆต. 6:10 ข อฟ.2:19; 1ตธ.3:15; ฮร.3:6; 1ปต.4:17
ฆต. 6:10 2ข ครอบครัวของหลักความเชื่อ เล็งถึงบุตรที่เกิดจากคำสัญญา (4:28) ก็คือทุกคนที่เป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระคริสต์ (3:26). ผู้เชื่อทั้งหมดในพระคริสต์ได้กลายเป็นครอบครัวแห่งจักรวาลหรือครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า โดยความเชื่อในพระคริสต์ ไม่ใช่โดยการประพฤติตามกฎบัญญัติ. ครอบครัวนี้ก็คือคนใหม่ (กซ.3:10-11) ซึ่งประกอบขึ้นด้วยอวัยวะทั้งหลายของพระคริสต์ โดยมีพระคริสต์ทรงเป็นส่วนประกอบ. ดังนั้นเราจึงควรกระทำการดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนในครอบครัวนี้ โดยไม่มีการแบ่งเชื้อชาติหรือชนชั้นทางสังคม (3:28).
ฆต. 6:10 ค ฆต.1:23
ฆต. 6:10 3ค ดู 1:23 คำอธิบาย 3.
ฆต. 6:11 ก 1กธ.16:21
ฆต. 6:11 1 อาจจะเป็นเพราะความเจ็บป่วยด้านสายตาของท่านเปาโล (4:13-15 และข้อ 15 คำอธิบาย2).
ฆต. 6:12 1 แปลตามตรงคือ ได้หน้าตาที่ดี. ดังนั้นจึงเป็นการปรากฏออกที่ดี เพื่อให้ได้หน้าตาหรือเป็นการแสดงออกที่ดี. ในที่นี้ได้ถูกใช้ในความหมายด้านลบ.
พิธีสุหนัตก็เหมือนกางเขน ซึ่งไม่มีหน้าตาอะไร แต่เป็นการเสียหน้าตาอย่างหนึ่ง. แต่ผู้ถือศาสนายูดายกลับทำให้กลายเป็นเรื่องที่มีหน้ามีตาขึ้น เพื่อจะเป็นการโอ้อวดในเนื้อหนัง (ข้อ 13).
ฆต. 6:12 2 คือทางภายนอก, ในขอบเขตของเนื้อหนังซึ่งเนื้อหนังนี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงปรับโทษและปฏิเสธ. การอยู่ในเนื้อหนังก็คือการอยู่ในตัวตนธรรมชาติที่อยู่ทางภายนอกโดยไม่มีความเที่ยงแท้ทางภายในและไม่มีคุณค่าฝ่ายวิญญาณซึ่งสองสิ่งนี้มีอยู่ในวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเรา.
ฆต. 6:12 ก ฆต.2:3; กจ.15:1
ฆต. 6:12 ข ฆต.5:11
ฆต. 6:12 ค ฟป.3:18
ฆต. 6:13 ก รม.2:25
ฆต. 6:13 ข เทียบ ฟป.3:3
ฆต. 6:14 ก เทียบ 2กธ.10:17; ฟป.3:3
ฆต. 6:14 ข 1กธ.2:2
ฆต. 6:14 1ข กางเขนเป็นสิ่งที่ไม่มีเกียรติเลย แต่อัครทูตกลับยึดเป็นสิ่งที่โอ้อวดและอวดอ้างสำหรับเขา.
ฆต. 6:14 2 สำหรับเรานั้นโลกนี้ถูกตรึงกางเขนไว้แล้วและสำหรับโลกนั้นเราก็ถูกตรึงไว้แล้ว. สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง แต่เกิดขึ้นโดยอาศัยพระคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขนนี้.
ฆต. 6:14 3 การอธิบายในข้อต่อไปยืนยันว่า โลกในข้อนี้เล็งถึงโลกแห่งศาสนาเป็นประการสำคัญเพราะว่าในหนังสือเล่มนี้เปาโลได้จัดการกับผู้ที่มีใจร้อนรนในศาสนาซึ่งห่วงใยเรื่องของพระเจ้าแต่พวกเขากลับถูกนำไปสู่หนทางที่ผิดเพี้ยนและตกอยู่ในความผิดพลาด. ศาสนาของเขากลายเป็นฝ่ายโลกไป. เราทั้งหลายได้แยกออกจากโลกของศาสนาโดยกางเขนของพระคริสต์ เพื่อให้เรามีคุณสมบัติอยู่ในสิ่งทรงสร้างใหม่.
ฆต. 6:14 ค ฆต.2:20; 5:24
ฆต. 6:15 ก ฆต.5:6; กซ.3:11
ฆต. 6:15 1ก สิ่งทรงสร้างเก่าก็คือคนเก่าของเราที่อยู่ในอาดาม (อฟ.4:22) ซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมชาติที่มีมาแต่กำเนิดของเราซึ่งไม่มีชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า. แต่สิ่งทรงสร้างใหม่ก็คือคนใหม่ที่อยู่ในพระคริสต์ (อฟ.4:24) ซึ่งก็คือตัวของเราที่มาจากการบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณนั้น (ยฮ.3:6), มีชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้ากระทำเข้าสู่ภายในเรา (ยฮ.3:36; 2ปต.1:4), มีพระคริสต์เป็นส่วนประกอบของการก่อรูปด้วย (กซ.3:10-11), และได้กลายเป็นการก่อรูปที่ใหม่. กรณีนี้เล็งถึงธาตุแท้และส่วนประกอบแห่งการก่อรูปที่เป็นอินทรียภาพทางภายในของคริสตจักร. ดังนั้นสิ่งทรงสร้างใหม่จึงเป็นฐานะแห่งบุตรอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นลักษณะของกลุ่มชน ซึ่งก่อรูปขึ้นด้วยบุตรทั้งหลายของพระเจ้า (3:26; 4:5, 7) ซึ่งได้ก่อกำเนิดขึ้นโดยอาศัยการไถ่ของพระคริสต์, การบังเกิดใหม่ของพระวิญญาณนั้น, และการแจกจ่ายตัวของพระเจ้าเข้าสู่ภายในเรา, และยังอาศัยการที่เราทั้งหลายซึ่งรวมตัวกันเป็นคนใหม่ได้เข้าสู่การเข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระเจ้าตรีเอกภาพ.
สิ่งทรงสร้างเก่านั้นเก่าเพราะไม่มีส่วนประกอบของพระเจ้า สิ่งทรงสร้างใหม่นั้นใหม่เพราะมีพระเจ้าเป็นส่วนประกอบ. แม้ว่าเราเป็นสิ่งทรงสร้างเก่า แต่เราได้ประสบการณ์กับความเที่ยงแท้ของสิ่งทรงสร้างใหม่โดยอาศัยการดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ (5:16, 25). ประเด็นสำคัญของสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้คือ เราเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่และเราต้องเป็นอยู่โดยสิ่งทรงสร้างใหม่โดยการเข้าสนิททางอินทรียภาพกับพระเจ้าตรีเอกภาพ. สิ่งทรงสร้างใหม่นี้จะสำเร็จพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือสำแดงพระเจ้าในฐานะแห่งบุตรของพระเจ้า.
พิธีสุหนัตเป็นกฎเกณฑ์ของกฎบัญญัติ แต่สิ่งทรงสร้างใหม่นั้นเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งชีวิตซึ่งมีสภาพพระเจ้า. อันแรกเป็นตัวอักษรที่ตาย อันหลังกลับเป็นพระวิญญาณที่มีชีวิต. ฉะนั้นสิ่งทรงสร้างใหม่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ. หนังสือเล่มนี้ได้เปิดโปงถึงความไร้สมรรถภาพของกฎบัญญัติและพิธีสุหนัต. กฎบัญญัติไม่อาจประทานชีวิตแก่มนุษย์ (3:21) เพื่อให้เราบังเกิดใหม่ได้ ส่วนพิธีสุหนัตก็ไม่อาจเพิ่มกำลังแก่เรา (5:6) เพื่อให้เราดำเนินชีวิตออกซึ่งสิ่งทรงสร้างใหม่ได้. แต่พระบุตรของพระเจ้าที่เปิดเผยอยู่ภายในเรา (1:16) สามารถชุบชีวิตของเราให้กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ และพระคริสต์ที่มีชีวิตซึ่งอยู่ภายในเรานั้น (2:20) สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตที่อุดมสมบูรณ์แก่เรา เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตออกซึ่งสิ่งทรงสร้างใหม่. พระคริสต์ทรงแทนที่กฎบัญญัติ (2:19-20) การตรึงกางเขนของพระคริสต์ก็ได้สำเร็จแล้วซึ่งพิธีสุหนัต (ข้อ 14). ฉะนั้นการรับพิธีสุหนัตหรือไม่รับพิธีสุหนัตจึงไม่เป็นข้อสำคัญอะไร สิ่งสำคัญนั้นก็คือสิ่งทรงสร้างใหม่ซึ่งมีพระคริสต์เป็นชีวิต. การเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่นั้นเป็นสาเหตุและเป็นผลลัพธ์ของการหว่านโดยพระวิญญาณนั้น (ข้อ 8). การถือกฎบัญญัติและพิธีสุหนัตนั้นมีเพื่อการหว่านสำหรับเนื้อหนัง ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนสิ่งทรงสร้างเก่า. แต่การหว่านสำหรับพระวิญญาณนั้น มีเพื่อให้เราเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ ซึ่งถูกสร้างใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์, ถูกเปลี่ยนแปลงโดยชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์, และถูกก่อรูปด้วยส่วนประกอบที่อุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน โดยการที่พระองค์เองทรงมาผสมกลมกลืนกับเรา.
ฆต. 6:15 2 แปลตามตรงคือ ไม่เป็นอะไร.
ฆต. 6:15 ข 2กธ.5:17; อฟ.2:15; 4:24; กซ.3:10
ฆต. 6:16 1 ดู 5:25 คำอธิบาย 2.
ฆต. 6:16 ก ฟป.3:16
ฆต. 6:16 2ก บ่งชี้ถึงหลักเกณฑ์ของการเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ ซึ่งก็คือการเป็นอยู่ตามพระวิญญาณนั้นโดยความเชื่อ โดยมีพระเจ้าตรีเอกภาพเป็นชีวิตและการดำเนินชีวิต ไม่ใช่การถือรักษากฎบัญญัติโดยทำตามกฎเกณฑ์. การดำเนินชีวิตตามหลักเกณฑ์นี้ก็คือการดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณนั้น (ฆต.5:25).
ฆต. 6:16 ข บพส.125:5; 128:6
ฆต. 6:16 3ข เปาโลได้พูดถึงพระคุณและสันติสุข (1:3) ในตอนต้นของหนังสือเล่มนี้ แต่ตอนจบนั้นกลับได้พูดถึงสันติสุขก่อน จากนั้นจึงพูดถึงพระเมตตาและพระคุณ (ข้อ 18). สันติสุขเป็นสภาพการณ์ที่เกิดมาจากพระคุณ. เมื่อเราอาศัยอยู่ในสภาพการณ์แห่งสันติสุข เราก็ยังคงต้องต้อนรับพระเมตตาและพระคุณอย่างต่อเนื่อง.
ฆต. 6:16 ค รม.9:6; ฆต.3:7, 29; ฟป.3:3
ฆต. 6:16 4ค คือชาวอิสราเอลแท้ (รม.9:6ข; 2:28-29; ฟป.3:3) ครอบคลุมทั้งผู้เชื่อชาวยูดายและชาวต่างชาติที่อยู่ในพระคริสต์. คนเหล่านี้เป็นบุตรหลานแท้ของอับราฮาม (ฆต.3:7, 29), เป็นครอบครัวแห่งหลักความเชื่อ (ข้อ 10), และเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่. คนเหล่านี้ได้ดำเนินชีวิตตาม "หลักเกณฑ์นี้" เพื่อสำแดงพระฉายาของพระเจ้าและนำอำนาจของพระเจ้าไปปฏิบัติการ. พวกเขามีแบบเล็งโดยยาโคบซึ่งถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอิสราเอล ซึ่งก็คือ เจ้าชายของพระเจ้าและผู้มีชัยชนะ (ยนซ.32:27-28).
ฆต. 6:17 ก เทียบ 2กธ.4:10; 2กธ.11:23-27
ฆต. 6:17 1ก ตราที่ประทับบนตัวของทาสชี้ว่านายของเขาเป็นใคร. สำหรับเปาโลผู้เป็นทาสของพระคริสต์ (รม.1:1) ในทางกายภาพแล้ว ตราประทับนั้นก็คือแผลเป็นที่ได้รับจากการปรนนิบัตินายของท่านด้วยความสัตย์ซื่อ (2กธ.11:23-27). ส่วนในด้านฝ่ายวิญญาณนั้น ตรานี้เป็นลักษณะพิเศษของการดำเนินชีวิตของเปาโล อันเป็นการดำเนินชีวิตที่เหมือนกับที่พระเยซูได้ดำเนินชีวิตอยู่บนโลก. ชีวิตเช่นนี้ก็คือชีวิตที่ถูกตรึงตายตลอดเวลา (ยฮ.12:24), ปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า (ยฮ.6:38), ไม่แสวงหาสง่าราศีของตัวเองแต่แสวงหาสง่าราศีของพระเจ้า (ยฮ.7:18), นอบน้อมและเชื่อฟังพระเจ้าจนมรณาบนกางเขน (ฟป.2:8) เป็นต้น. อัครทูตได้ติดตามแบบอย่างของพระเยซูและมีตราประทับบนตัว อันเป็นลักษณะพิเศษแห่งการดำเนินชีวิตของพระองค์. ในกรณีนี้ ท่านต่างกับผู้ถือศาสนายูดายอย่างสิ้นเชิง.
ฆต. 6:18 ก ฟม.7
ฆต. 6:18 1ก “พี่น้องทั้งหลาย” คำเรียกที่สนิทสนมนี้ถูกใช้เรียกชาวฆะลาเตียที่โง่เขลาและถูกติเตียน (3:1) มาหลายครั้ง (1:11; 3:15; 4:12, 28, 31; 5:11, 13; 6:1). ในตอนท้ายของหนังสือจดหมายที่เข้มงวด, ติเตียน, และเตือนสตินี้ อัครทูตได้ใช้คำเรียกที่เต็มด้วยความสนิทสนมนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยได้เจาะจงวางไว้ท้ายสุดเพื่อแสดงถึงความรักของท่านที่มีต่อพวกเขาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และยืนยันว่าพวกเขายังคงเป็นพี่น้องทั้งหลายของท่านอยู่ในครอบครัวของหลักความเชื่อ (ข้อ 10).
ฆต. 6:18 ข ฟป.4:23; ฟม.25; 2ตธ.4:22
ฆต. 6:18 2ข พระคุณของพระเยซูคริสต์คือการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าตรีเอกภาพที่แปรสภาพเป็นรูปธรรมในพระบุตรและยังแปรสภาพเป็นจริงในพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต ซึ่งได้กลายเป็นการรับสุขของเราโดยการปรับใช้วิญญาณของเรา.
ฆต. 6:18 3 ชี้บ่งถึงวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเราที่มีพระวิญญาณนั้นอาศัยอยู่ภายใน. พระวิญญาณนั้นเป็นศูนย์กลางของพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ ซึ่งได้เน้นไว้เป็นพิเศษในหนังสือเล่มนี้. ในวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเรานี้ เราได้รับสุขและประสบการณ์กับพระวิญญาณนั้นเป็นพระพรที่เป็นศูนย์กลางในพันธสัญญาใหม่. ดังนั้นเราจึงต้องการให้พระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงที่ครบสมบูรณ์ของพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง (ฟป.1:19) มาสถิตอยู่กับวิญญาณของเรา.
หนังสือเล่มนี้เปิดเผยถึงพระคริสต์ พระวิญญาณนั้น สิ่งทรงสร้างใหม่ และวิญญาณของเราซึ่งหัวข้อสำคัญทั้งสี่นี้ล้วนเป็นแนวคิดที่เป็นพื้นฐานในแผนการบริหารของพระเจ้า. พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า และพระวิญญาณนั้นเป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์. เมื่อพระคริสต์ได้แปรสภาพเป็นจริงอยู่ในวิญญาณของเราโดยพระวิญญาณนั้น เราก็ได้กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่. ดังนั้นวิญญาณของเราจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตแห่งสิ่งทรงสร้างใหม่เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้า.
หนังสือเล่มนี้ได้เน้นถึงกางเขนและประสบการณ์แห่งการตรึงกางเขนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะจัดการกับสิ่งของด้านลบ เช่น กฎบัญญัติ เนื้อหนัง "ตัวข้าพเจ้า" โลกของศาสนา การเป็นทาส และการถูกสาปแช่ง เพื่อจะนำเข้าสู่ด้านบวก นั่นก็คือพระคริสต์ พระวิญญาณนั้น บุตรของพระเจ้า ทายาทแห่งคำสัญญา, ครอบครัวของหลักความเชื่อ สิ่งทรงสร้างใหม่ และอิสราเอลของพระเจ้า. บทสรุปของหนังสือเล่มนี้คือกฎบัญญัติ เนื้อหนัง และศาสนา ได้สิ้นสุดแล้วโดยกางเขนของพระคริสต์ เพื่อให้เราได้รับพระวิญญาณนั้น สิ่งทรงสร้างใหม่ และวิญญาณของเรา เพื่อให้เราได้กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่โดยพระวิญญาณนั้นที่แปรสภาพเป็นจริงในวิญญาณของเรา มีตราประทับของพระเยซู และได้รับสุขพระคุณของพระเยซูในวิญญาณของเรา.
สารบัญ