การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6

ฆะลาเตีย บทที่ 4

(3) พระวิญญาณของฐานะแห่งบุตรได้แทนที่การปกครองของกฎบัญญัติ
4:1-7
ฆต. 4:1 แต่ถึงกระนั้นข้าพเจ้ากล่าวว่า ตราบใดที่กทายาทยังเป็น1เด็กอยู่ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับขทาส แม้เขาจะเป็นเจ้าของสิ่งสารพัดก็ตาม.
ฆต. 4:2 แต่เขาอยู่กภายใต้1ขผู้ปกครองและคคนต้นเรือน จนถึง2งเวลาที่บิดาได้กำหนดไว้.
ฆต. 4:3 ฝ่ายเราก็เหมือนกัน เมื่อยังเป็นเด็กอยู่ เราก็เป็นกทาสอยู่ภายใต้1ขคำสอนเบื้องต้นของโลก
ฆต. 4:4 แต่เมื่อ1กเวลาครบกำหนดแล้ว พระเจ้าจึงทรงขใช้คพระบุตรของพระองค์มาให้บังเกิดจาก2งสตรีและบังเกิดภายใต้3จกฎบัญญัติ
ฆต. 4:5 เพื่อจะ1กทรงไถ่คนเหล่านั้นซึ่งอยู่ภายใต้กฎบัญญัติ เพื่อเราจะได้รับ2ขฐานะของบุตร.
ฆต. 4:6 และเพราะท่านทั้งหลายเป็นกบุตร พระเจ้าจึงขทรงใช้1คพระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาใน2ใจของเราทั้งหลาย จึงทำให้3ร้องเรียก 4งอับบา พระบิดา!
ฆต. 4:7 เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจึง1ไม่ได้เป็นกทาสต่อไป แต่เป็นบุตร ถ้าเป็น2บุตรแล้วท่านจึงเป็น3ขทายาท4โดยพระเจ้า.
(4) พระคริสต์จำต้องก่อร่างอยู่ภายในผู้รับมรดกตามคำสัญญา
4:8-20
ฆต. 4:8 แต่เมื่อก่อน ท่านทั้งหลายกยังไม่รู้จักพระเจ้า ท่านจึงเป็นขทาสของสิ่งซึ่งโดย1สภาพแล้วไม่ใช่คพระเจ้า
ฆต. 4:9 แต่ว่าบัดนี้เมื่อท่านทั้งหลายกรู้จักพระเจ้าแล้ว หรือพูดให้ถูกก็คือพระเจ้าขทรงรู้จักท่านทั้งหลายแล้ว เหตุไฉนท่านยังจะกลับไปหาคคำสอนเบื้องต้นอันงอ่อนแอและอนาถา และอยาก1เป็นจทาสสิ่งเหล่านั้นอีกเล่า?
ฆต. 4:10 ท่านทั้งหลายก็ถือ1กวัน, 2เดือน, 3เทศกาล, และ4ปี
ฆต. 4:11 ข้าพเจ้าวิตกแทนท่านทั้งหลาย กเกรงว่าที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำบนตัวท่านนั้นจะ1ไร้ประโยชน์.
ฆต. 4:12 พี่น้องทั้งหลายข้าพเจ้าขอวิงวอนท่าน ขอให้ท่านเป็น1เหมือนอย่างข้าพเจ้าเพราะข้าพเจ้าก็เป็น2เหมือนอย่างท่านเช่นกัน ท่าน3ไม่ได้บกพร่องต่อข้าพเจ้าเลย.
ฆต. 4:13 และท่านทั้งหลายรู้แล้วว่า ตอนแรกที่ข้าพเจ้าได้กประกาศกิตติคุณแก่ท่านนั้น1ก็เพราะมีความเจ็บป่วยของเนื้อหนัง.
ฆต. 4:14 และแม้ว่า[สภาพการณ์]ในเนื้อหนังของข้าพเจ้าจะเป็นการทดลองแก่ท่านทั้งหลาย ท่านก็ไม่ได้ดูหมิ่นและไม่ได้1รังเกียจ แต่กลับได้กต้อนรับข้าพเจ้าไว้เหมือนเป็นขทูตของพระเจ้า หรือเหมือนพระคริสต์เยซูทีเดียว.
ฆต. 4:15 เหตุฉะนั้น1ความสุขที่ท่านปลื้มใจนั้นไปไหนเสีย? ข้าพเจ้าสามารถเป็นพยานให้ท่านทั้งหลายได้ว่า ถ้าทำได้ ท่านคงได้ควัก2ตาของท่านออกให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว.
ฆต. 4:16 ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้ากลับกลายเป็นศัตรูของท่าน เพราะข้าพเจ้าได้พูดกหลักความจริงให้ท่านฟังหรือ?
ฆต. 4:17 พวกเขา1กปฏิบัติต่อท่านด้วยใจร้อนรน 2ไม่ใช่ด้วยเจตนาดีเลย แต่เขาอยากจะ3กีดกันพวกท่านไว้ เพื่อให้ท่าน4ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยใจร้อนรน.
ฆต. 4:18 แต่การที่มีใจร้อนรนต่อการดีเสมอก็เป็นสิ่งที่ดี 1ไม่ใช่แต่กเมื่อข้าพเจ้าอยู่กับพวกท่านเท่านั้น.
ฆต. 4:19 1กลูกเล็กๆ ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็2ขทนทุกข์ในการให้กำเนิดเพราะท่านทั้งหลายอีก จนกว่า3คพระคริสต์จะได้4ก่อร่างขึ้นงในท่านทั้งหลาย.
ฆต. 4:20 ข้าพเจ้าปรารถนาจะอยู่กับพวกท่านเดี๋ยวนี้ และ1เปลี่ยน2น้ำเสียงของข้าพเจ้าเพราะว่าข้าพเจ้า3ฉงนใจในตัวท่าน.
(5) บุตรที่เกิดตามพระวิญญาณ
ตรงกันข้ามกับบุตรที่เกิดตามเนื้อหนัง
4:21-31
ฆต. 4:21 1ท่านทั้งหลายที่ใคร่อยู่2กใต้กฎบัญญัติ จงบอกข้าพเจ้าเถิด ท่านไม่เคยฟัง3กฎบัญญัติหรือ?
ฆต. 4:22 เพราะมีคำเขียนไว้แล้วว่า อับราฮามมีบุตรสองคน กคนหนึ่ง[เกิด]จากขหญิงที่เป็นทาสี คอีกคนหนึ่ง[เกิด]จากงหญิงที่เป็นไท.
ฆต. 4:23 แต่บุตร[ที่เกิด]จากหญิงที่เป็นทาสีนั้นก็เกิด1ตามกเนื้อหนัง ฝ่ายบุตร[ที่เกิด]จากหญิงที่เป็นไทนั้นเกิด1โดยขคำสัญญา.
ฆต. 4:24 สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปมา 1ผู้หญิงสองคนก็คือ2สองกพันธสัญญา พันธสัญญาหนึ่งที่มาจาก3ขภูเขาซีนายและให้กำเนิด[ลูก]เป็น4คทาสนั้นก็คือ5งนางฮาฆาร.
ฆต. 4:25 นางฮาฆารนั้นได้แก่ภูเขาซีนายในกประเทศอาระเบีย ตรงกับ1ขกรุงเยรูซาเล็มในปัจจุบัน เพราะเมืองนี้กับบุตรของเธอล้วน2เป็นคทาสอยู่.
ฆต. 4:26 แต่ว่า1กกรุงเยรูซาเล็มซึ่งอยู่เบื้องบนนั้นเป็นไท คือเป็นมารดาของเราทั้งหลาย.
ฆต. 4:27 เพราะมีคำเขียนไว้ว่า "กจงชื่นชมยินดีเถิด หญิงหมันผู้ไม่เคยคลอดบุตรจงยินดีเถิด หญิงที่ไม่เคยทนทุกข์ในการให้กำเนิดบุตรจงโห่ร้องเถิด เพราะว่าบุตรของหญิง1ที่อยู่โดดเดี่ยวก็มี2มากกว่าบุตรของหญิงที่มีสามี."
ฆต. 4:28 พี่น้องทั้งหลาย ท่านเป็น1บุตรที่[เกิดโดย]กคำสัญญาเหมือนอย่างขยิศฮาค.
ฆต. 4:29 แต่ครั้งนั้น ผู้ที่บังเกิด1ตามกเนื้อหนังได้2ขข่มเหงผู้ที่บังเกิด1ตาม3คพระวิญญาณฉันใด งปัจจุบันก็4เหมือนกันฉันนั้น.
ฆต. 4:30 แต่พระคัมภีร์ว่าอย่างไร? ก็ว่า "กจงไล่ขหญิงที่เป็นทาสีและบุตรชายของเขาไปเสียเพราะว่า1บุตรของหญิงทาสีนั้นจะรับมรดกด้วยกันกับ2บุตรของคหญิงที่เป็นไทงไม่ได้เด็ดขาด."
ฆต. 4:31 เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เรา1ไม่ใช่บุตรของหญิงที่เป็นทาสี แต่เป็นบุตรกของหญิงที่เป็นไท.

คำอธิบาย ฆะลาเตีย บทที่ 4

ฆต. 4:1 ก ฆต.3:29
ฆต. 4:1 1 ภาษากรีกมีความหมายเหมือนกับคำว่า "เด็ก" ใน อฟ.4:14 ซึ่งชี้ถึงผู้ที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่. ข้อ 3 ก็เช่นเดียวกัน.
ฆต. 4:1 ข ฆต.4:3, 7, 8, 9, 24; 2:4; 5:1
ฆต. 4:2 ก ฆต.3:25
ฆต. 4:2 ข ฆต.3:23
ฆต. 4:2 1ข ผู้ปกครองคือผู้พิทักษ์ และคนต้นเรือนคือผู้บริหาร. สิ่งนี้บ่งบอกถึงการใช้งานของกฎบัญญัติในแผนการบริหารของพระเจ้า.
ฆต. 4:2 ค ลก.12:42; 16:1
ฆต. 4:2 ง ฆต.4:4
ฆต. 4:2 2ง เวลาที่บิดาได้กำหนดไว้ล่วงหน้าก็คือ ช่วงเวลาของพันธสัญญาใหม่ ซึ่งเริ่มต้นที่การเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์.
ฆต. 4:3 ก ฆต.4:9, 24, 25; 2:4; 5:1
ฆต. 4:3 ข ฆต.4:9; กซ.2:8, 20
ฆต. 4:3 1ข วลีที่ว่า "คำสอนเบื้องต้นของโลก" ซึ่งเหมือนกับวลีที่ว่า "พระคำเบื้องต้น" ใน ฮร.5:12 ก็คือหลักการในระยะเริ่มต้นโดยชี้ถึงคำสอนในชั้นต้นของกฎบัญญัติ. ดู กซ.2:8 คำอธิบาย 3. ข้อ 9 ก็เช่นเดียวกัน.
ฆต. 4:4 ก ฆต.4:2; มก.1:15
ฆต. 4:4 1ก ชี้ถึงการจบสิ้นของยุคพันธสัญญาเดิม ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาที่พระบิดาทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า (ข้อ 2).
ฆต. 4:4 ข เทียบ ฆต.4:6
ฆต. 4:4 ค รม.8:3
ฆต. 4:4 ง ยนซ.3:15; ยนซ.7:14; มธ.1:23
ฆต. 4:4 2ง ชี้ถึงนางมาเรียหญิงพรหมจารี (ลก.1:27-35). พระบุตรของพระเจ้าบังเกิดมาจากเธอ และได้กลายเป็นเชื้อสายของหญิงเหมือนกับที่ได้ทรงสัญญาไว้ใน ยนซ.3:15.
ฆต. 4:4 จ ลก.2:21-24, 27
ฆต. 4:4 3จ พระคริสต์ทรงบังเกิดภายใต้กฎบัญญัติเหมือนกับที่เปิดเผยไว้ใน ลก.2:21-24, 27 และพระองค์ก็ทรงถือรักษากฎบัญญัติเหมือนกับที่เปิดเผยไว้ในกิตติคุณทั้งสี่เล่ม.
ฆต. 4:5 ก ฆต.3:13; 1ปต.1:18-19
ฆต. 4:5 1ก พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้ถูกกักขังโดยกฎบัญญัติและอยู่ภายใต้การปกครองของกฎบัญญัติ (3:23). พระคริสต์ได้บังเกิดมาภายใต้กฎบัญญัติเพื่อไถ่พวกเขาออกจากการปกครองของกฎบัญญัติ เพื่อให้พวกเขาได้รับฐานะของบุตรและกลายเป็นบุตรของพระเจ้า. ดังนั้นพวกเขาไม่ควรกลับไปสู่การควบคุมของกฎบัญญัติและไปเป็นทาสเหมือนกับที่ชาวฆะลาเตียถูกล่อลวงให้กลับไป แต่พวกเขาควรจะคงอยู่ในฐานะแห่งบุตรของพระเจ้า เพื่อรับสุขการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของพระวิญญาณนั้นในพระคริสต์.
ฆต. 4:5 ข รม.8:15; อฟ.1:5
ฆต. 4:5 2ข การไถ่ของพระคริสต์ได้นำเราเข้าสู่ฐานะแห่งบุตรของพระเจ้า เพื่อให้เรารับสุขชีวิตของพระเจ้า. แผนการบริหารของพระเจ้าไม่ได้ให้เรากลายเป็นคนที่ถือรักษากฎบัญญัติ โดยให้น้อมฟังพระบัญญัติและกฎเกณฑ์แห่งกฎบัญญัติ ซึ่งได้ประทานให้เพียงเพื่อจุดประสงค์ที่ชั่วคราวเท่านั้น. แต่แผนการบริหารของพระเจ้าทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้าที่รับพระพรแห่งคำสัญญาของพระเจ้าซึ่งคำสัญญานี้ได้ทรงประทานให้เพื่อพระประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้า. พระประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้าก็คือต้องการได้บุตรมากมายเพื่อเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์ (ฮร.2:10; รม.8:19). ดังนั้นพระเจ้าจึงได้กำหนดไว้ล่วงหน้าให้เราได้รับฐานะของบุตร (อฟ.1:5) และให้เราบังเกิดใหม่กลายเป็นบุตรของพระองค์ (ยฮ.1:12-13). เราทั้งหลายควรจะคงอยู่ในฐานะแห่งบุตรของพระเจ้า เพื่อเราจะได้กลายเป็นทายาทที่รับทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงวางโครงการไว้สำหรับการสำแดงนิรันดร์ของพระองค์มาเป็นมรดก. เราไม่ควรไปให้ความล้ำค่าต่อกฎบัญญัติซึ่งจะทำให้เราถูกเบี่ยงเบนไปสู่ศาสนายูดาย.
ฆต. 4:6 ก ฆต.3:26; รม.8:14
ฆต. 4:6 ข เทียบ ฆต.4:4
ฆต. 4:6 ค ฆต.3:2; รม.5:5; 8:9, 14, 16; 2กธ.3:17
ฆต. 4:6 1ค พระบุตรของพระเจ้าเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมแห่งชีวิตของพระเจ้า (1ยฮ.5:12) ดังนั้นพระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระเจ้าจึงเป็นพระวิญญาณแห่งชีวิต (รม.8:2). การที่พระเจ้าได้ทรงประทานพระวิญญาณแห่งชีวิตของพระองค์แก่เรานั้นไม่ใช่เพราะเราเป็นผู้ถือรักษากฎบัญญัติ แต่เพราะเราเป็นบุตรของพระองค์ต่างหาก. ผู้ที่ถือรักษากฎบัญญัตินั้น ไม่มีสิทธิที่จะรับสุขพระวิญญาณแห่งชีวิตของพระเจ้า แต่บุตรของพระเจ้ามีฐานะและมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะมีส่วนในพระวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งมีการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ครบสมบูรณ์. พระวิญญาณเช่นนี้ก็คือพระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอับราฮาม (3:14).
ข้อ 4-6 ของบทนี้ได้กล่าวว่า พระเจ้าตรีเอกภาพทรงให้กำเนิดบุตรมากมายเพื่อสำเร็จพระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์. พระเจ้าพระบิดาได้ทรงใช้พระเจ้าพระบุตรมาเพื่อไถ่เราจากกฎบัญญัติ เพื่อให้เราได้รับฐานะของบุตร. พระองค์ยังได้ทรงใช้พระเจ้าพระวิญญาณมาเพื่อแจกจ่ายชีวิตของพระองค์เข้าสู่ภายในเรา เพื่อให้เรากลายเป็นบุตรของพระองค์ในความเที่ยงแท้.
ฆต. 4:6 2 ในความเป็นจริงแล้ว พระวิญญาณของพระเจ้าได้เข้าสู่วิญญาณของเราตั้งแต่เวลาที่เราได้บังเกิดใหม่แล้ว (ยฮ.3:6; รม.8:16). เนื่องจากวิญญาณของเรานั้นซ่อนอยู่ในใจของเรา (1ปต.3:4) และเนื่องจากข้อความในที่นี้มีความเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความเข้าใจของเรา ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ล้วนเป็นส่วนของใจ ดังนั้นในข้อนี้จึงกล่าวว่าพระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระเจ้าทรงถูกใช้มาเข้าสู่ใจของเรา.
ฆต. 4:6 3 รม.8:15 ซึ่งเป็นข้อพระคัมภีร์ที่คล้ายกับข้อนี้กล่าวว่า พวกเราซึ่งได้รับวิญญาณของฐานะแห่งบุตรได้ร้องเรียกในวิญญาณนี้ว่า "อับบา พระบิดา." ส่วนในที่นี้กล่าวว่าพระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระเจ้าร้องเรียก "อับบา พระบิดา" ในใจของเรา. กรณีนี้ชี้บ่งว่า วิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเราได้ผสมกลมกลืนกลายเป็นหนึ่งกับพระวิญญาณของพระเจ้า และยังชี้บ่งว่าวิญญาณของเราก็อยู่ในใจของเรา. กรณีนี้ยังแสดงว่า เราทั้งหลายสามารถแปรสภาพฐานะแห่งบุตรของพระเจ้าให้เป็นจริงได้โดยการมีประสบการณ์อย่างทัศนะภายในจากส่วนลึกของทั่วทั้งตัวของเรา. ในข้อพระคัมภีร์นี้ ท่านเปาโลได้ใช้ประสบการณ์ของผู้เชื่อชาวฆะลาเตียมาสนับสนุนการเปิดเผยของท่าน. การทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นยอมแพ้และยอมจำนน เพราะว่าไม่เพียงมีหลักธรรมที่เป็นทัศนะภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ที่เป็นทัศนะภายในอีกด้วย.
ฆต. 4:6 ง รม.8:15; มก.14:36
ฆต. 4:6 4ง คำว่า "อับบา" เป็นภาษาอาราเมอิค ส่วนคำว่า "บิดา" เป็นภาษากรีก ซึ่งเป็นการแปลของคำว่า "Pater". พระเยซูเป็นคนแรกที่ใช้คำนี้ในขณะที่อธิษฐานต่อพระบิดาที่สวนเฆ็ธเซมาเน (มก.14:36). คำเรียกที่เป็นการผสมกันระหว่างภาษาอาราเมอิคและภาษากรีกนี้ได้แสดงออกซึ่งความรักที่ดูดดื่มในการร้องเรียกหาพระบิดา. การร้องเรียกที่เต็มด้วยความรักนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างบุตรที่แท้จริงและบิดาผู้ให้กำเนิด.
ฆต. 4:7 1 ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่มิได้เป็นทาสที่ทำงานอยู่ภายใต้กฎบัญญัติอีกต่อไป แต่เป็นบุตรที่มีชีวิตอยู่ภายใต้พระคุณ.
ฆต. 4:7 ก ฆต.4:1
ฆต. 4:7 2 ดู 3:26 คำอธิบาย 1.
ฆต. 4:7 ข รม.8:17; ตต.3:7
ฆต. 4:7 3ข ผู้ที่มีอายุบรรลุนิติภาวะ (โดยใช้กฎหมายของโรมันเป็นตัวอย่าง) และเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดมรดกของบิดา.
ฆต. 4:7 4 ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่กลายเป็นทายาทของพระเจ้า มิใช่โดยกฎบัญญัติหรือโดยบิดาตามเนื้อหนัง แต่โดยพระเจ้า ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพ—พระบิดาได้ทรงใช้พระบุตรและพระวิญญาณมา (ข้อ 4, 6); พระบุตรได้ทรงสำเร็จการไถ่เพื่อฐานะแห่งบุตร (ข้อ 5); และพระวิญญาณได้ทรงสำเร็จซึ่งฐานะแห่งบุตรภายในเรา (ข้อ 6).
ฆต. 4:8 ก 1กธ.1:21; 1ธซ.4:5; 2ธซ.1:8
ฆต. 4:8 ข ฆต.4:1
ฆต. 4:8 1 พระเจ้าเทียมเท็จ ซึ่งก็คือรูปเคารพนั้นไม่มีพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์. ผู้ที่นมัสการอย่างงมงายนั้นคิดว่ารูปเคารพก็คือพระเจ้า แต่โดยสภาพแล้วรูปเคารพเหล่านั้นไม่ใช่พระเจ้า.
ฆต. 4:8 ค ยซย.37:19; ยรม.2:11; 5:7; 16:20
ฆต. 4:9 ก ฮร.8:11
ฆต. 4:9 ข 2ตธ.2:19; 1กธ.8:3
ฆต. 4:9 ค ฆต.4:3
ฆต. 4:9 ง ฮร.7:18
ฆต. 4:9 1 แปลตามตรงคือเป็นทาสปรนนิบัติ.
ฆต. 4:9 จ ฆต.4:3
ฆต. 4:10 ก รม.14:5; กซ.2:16
ฆต. 4:10 1ก ชี้ถึงวันซะบาโตและวันฉลองเดือนใหม่ (ยซย.66:23).
ฆต. 4:10 2 ชี้ถึงเดือนอันศักดิ์สิทธิ์ เช่น เดือนที่หนึ่ง (เดือนอาบิบ) ซึ่งเป็นเดือนแห่งรวงข้าว (อซด.13:4), เดือนที่สอง (เดือนซิฟ) ซึ่งเป็นเดือนแห่งการออกดอก (1พกษ.6:1, 37), เดือนที่เจ็ด (เดือนเอธานิม) ซึ่งเป็นเดือนที่แม่น้ำไหลล้นหลาก (1พกษ.8:2), และเดือนที่แปด (เดือนบูล) ซึ่งเป็นเดือนแห่งฝน (1พกษ.6:38).
ฆต. 4:10 3 เทศกาลที่มีการรื่นเริง เช่น ปัศคา เพ็นเทคอส และเทศกาลตั้งทับอาศัย (2คนก.8:13).
ฆต. 4:10 4 บางทีคงจะหมายถึงปีซะบาโต (ลวต.25:4).
ฆต. 4:11 ก ฆต.2:2
ฆต. 4:11 1 เปาโลได้ตรากตรำบนตัวของชาวฆะลาเตียเพื่อนำพวกเขาเข้าสู่พระคริสต์ภายใต้พระคุณ. การที่พวกเขาหันกลับไปถือรักษากฎเกณฑ์ต่างๆ ของศาสนายูดายจึงทำให้การตรากตรำของเปาโลบนตัวเขานั้นไร้ประโยชน์ไป.
ฆต. 4:12 1 เปาโลได้รับการปลดปล่อยจากการครอบงำของกฎเกณฑ์ต่างๆ ของศาสนายูดายแล้ว ท่านจึงอ้อนวอนให้ชาวฆะลาเตียเป็นเหมือนอย่างท่านด้วย.
ฆต. 4:12 2 เปาโลได้เป็นเหมือนอย่างเช่นพวกต่างชาติ ก็เพื่อหลักความจริงของกิตติคุณ.
ฆต. 4:12 3 เมื่อก่อนชาวฆะลาเตียมิได้ทำผิดต่อเปาโลท่านจึงหวังว่าพวกเขาจะไม่ทำผิดต่อท่านในเวลานี้ด้วย.
ฆต. 4:13 ก ฆต.1:11
ฆต. 4:13 1 ในการเดินทางครั้งแรกของเปาโลนั้น ท่านต้องค้างอยู่ที่มณฑลฆะลาเตีย เนื่องจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย ท่านจึงได้ประกาศกิตติคุณแก่พวกเขาในขณะนั้น.
ฆต. 4:14 1 แปลตามตรงคือ บ้วนทิ้ง.
ฆต. 4:14 ก มธ.10:40; ลก.9:48; ยฮ.13:20
ฆต. 4:14 ข 1ซมอ.29:9; ซคย12:8; มลค.2:7; 2กธ.5:20
ฆต. 4:15 1 แต่ก่อนนั้นชาวฆะลาเตียถือว่า การที่เปาโลต้องค้างอยู่กับพวกเขาและได้ประกาศกิตติคุณแก่พวกเขานั้นเป็นพระพรสำหรับพวกเขา. พวกเขามีความสุขและโอ้อวดถึงสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้ได้กลายเป็นความสุขที่พวกเขาปลื้มใจ. อย่างไรก็ดี บัดนี้พวกเขาได้หันจากกิตติคุณที่เปาโลได้ประกาศอัครทูตจึงได้ถามพวกเขาว่า พระพร, ความสุข, ความปลื้มปิติของพวกเขาในครั้งนั้นอยู่ที่ไหน?
ฆต. 4:15 2 ชาวฆะลาเตียรู้สึกชื่นชอบต่อสิ่งที่เปาโลได้ประกาศ และพวกเขารักเปาโลจนถึงขั้นหนึ่งแม้กระทั่งยินดีควักตาของพวกเขาออกให้แก่ท่าน. สิ่งนี้อาจเป็นการชี้แจงว่า การเจ็บป่วยทางร่างกายของเปาโลนั้น (ข้อ 13) อยู่ที่ตาของท่าน. การที่จดหมายของท่านเขียนด้วยตัวหนังสือตัวโตนั้น (6:11) อาจจะยืนยันประเด็นนี้ได้. สิ่งนี้อาจจะเป็นหนามในเนื้อหนังของท่านซึ่งก็คือการเจ็บป่วยอย่างใดอย่างหนึ่งในร่างกาย ซึ่งท่านได้อธิษฐานขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าขจัดมันออกไปเสีย (2กธ.12:7-9).
ฆต. 4:16 ก ฆต.2:5, 14
ฆต. 4:17 ก รม.10:2
ฆต. 4:17 1ก คือเอาอกเอาใจท่านทั้งหลายด้วยความร้อนรน.
ฆต. 4:17 2 ไม่ใช่วิถีทางที่มีเกียรติและน่าสรรเสริญ.
ฆต. 4:17 3 แปลตามตรงคือ กักขังท่านทั้งหลายไว้ภายนอก. ความหมายก็คือขับท่านทั้งหลายให้ออกไปอยู่นอกกิตติคุณที่ถูกต้องหรือกิตติคุณแห่งพระคุณที่ได้ประกาศ.
ฆต. 4:17 4 คือเอาอกเอาใจท่านทั้งหลายด้วยความร้อนรน.
ฆต. 4:18 1 การเอาอกเอาใจผู้อื่นในการดีและในกิตติคุณที่ถูกต้องด้วยความร้อนรนนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรกระทำเพียงเมื่อเปาโลอยู่เท่านั้น. คำพูดของเปาโลนี้แสดงว่าท่านมิใช่คนใจแคบที่จะไปกีดกันมิให้คนอื่นมาประกาศกิตติคุณกับชาวฆะลาเตียตรงกันข้ามท่านกลับมีความยินดีเสียอีก (ฟป.1:18).
ฆต. 4:18 ก ฆต.4:13-14
ฆต. 4:19 ก 1ยฮ.2:1
ฆต. 4:19 1ก เปาโลถือว่าเขาเป็นบิดาผู้ให้กำเนิด และถือว่าผู้เชื่อชาวฆะลาเตียเป็นลูกที่เกิดจากท่านในพระคริสต์ (เทียบ 1กธ.4:15; ฟม.10).
ฆต. 4:19 ข 1กธ.4:15; ฟม.10
ฆต. 4:19 2ข ชี้ถึงความเหนื่อยยากจากการทนทุกข์ในการให้กำเนิด. ในคำอุปมานี้ท่านเปาโลได้เปรียบตนเองเหมือนมารดาผู้คลอดบุตร. ครั้งแรกที่ท่านประกาศกิตติคุณให้กับชาวฆะลาเตียนั้น ท่านเคยตรากตรำเช่นนี้เพื่อให้พวกเขาได้บังเกิดใหม่. แต่เนื่องจากพวกเขาได้เบี่ยงเบนไปจากกิตติคุณที่ท่านประกาศ ท่านจึงต้องทนทุกข์ในการให้กำเนิดอีกครั้งหนึ่ง จนกว่าพระคริสต์จะก่อร่างขึ้นในพวกเขา.
ฆต. 4:19 ค ฆต.2:20; 3:27-29; 5:2, 4, 6
ฆต. 4:19 3ค พระคริสต์ผู้เป็นตัวตนที่มีชีวิตนี้ก็คือศูนย์กลางแห่งกิตติคุณของท่านเปาโล. การประกาศของท่านก็เพื่อให้พระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ได้ก่อกำเนิดขึ้นในผู้เชื่อ ซึ่งแตกต่างจากคำสอนของกฎบัญญัติตามตัวอักษรอย่างใหญ่หลวง. ดังนั้นหนังสือฉบับนี้จึงเน้นที่พระคริสต์เป็นศูนย์กลาง. พระองค์ถูกตรึงกางเขน (3:1) เพื่อไถ่เราให้พ้นจากการสาปแช่งของกฎบัญญัติ (3:13) และช่วยเราให้หลุดพ้นจากระบบศาสนาอันชั่วร้ายของโลก (1:4), และพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นจากท่ามกลางคนตาย (1:1) เพื่อที่พระองค์จะได้มีชีวิตเป็นอยู่ในเรา (2:20). เราได้รับบัพติศมาเข้าสู่พระองค์, เข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระองค์, สวมใส่พระองค์, ซึ่งก็คือได้สวมคลุมด้วยพระองค์ (3:27). ดังนั้นเราจึงอยู่ในพระองค์ (3:28) และกลายเป็นของพระองค์ (3:29; 5:24). อีกด้านหนึ่งพระองค์ได้ทรงเปิดเผยอยู่ในเราแล้ว (1:16),บัดนี้พระองค์ทรงมีชีวิตเป็นอยู่ในเรา (2:20) และพระองค์จะก่อร่างขึ้นในเรา (4:19). กฎบัญญัตินั้นได้นำเรามาสู่พระองค์ (3:24) และในพระองค์นั้น เราทุกคนล้วนเป็นบุตรของพระเจ้า (3:26). ในพระองค์นั้น เราจึงได้รับพระพรที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้และได้รับสุขพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง (3:14). ในพระองค์นั้น เราทั้งหลายจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (3:28). เราไม่ควรสูญเสียส่วนดีทุกอย่างที่มาจากพระองค์ โดยถูกตัดขาดจากพระองค์ (5:4). เราต้องการให้พระองค์หล่อเลี้ยงเราด้วยพระคุณของพระองค์ในวิญญาณของเรา (6:18) เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตพระองค์.
ฆต. 4:19 4 ในขณะที่ผู้เชื่อชาวฆะลาเตียได้บังเกิดใหม่เมื่อเปาโลได้ประกาศกิตติคุณแก่เขาในครั้งแรกนั้นพระคริสต์ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้นภายในพวกเขาแล้ว แต่ยังไม่ได้ก่อร่างขึ้นภายในพวกเขา. บัดนี้อัครทูตเปาโลต้องทนทุกข์ในการให้กำเนิดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้พระคริสต์ก่อร่างขึ้นในพวกเขา. การให้พระคริสต์ก่อร่างขึ้นในตัวเรานั้นก็คือ การให้พระคริสต์เติบโตขึ้นภายในเราจนเต็มขนาด. พระคริสต์ได้ก่อกำเนิดขึ้นภายในเราก่อนในขณะที่เรากลับใจเชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า, หลังจากนั้นพระองค์ทรงมีชีวิตเป็นอยู่ในเราในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเรา (2:20), และยังจะก่อร่างขึ้นภายในเรา ในขณะที่เราสุกงอมนั้น. ถ้าเราต้องการเป็นบุตรที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่และเป็นทายาทที่จะรับพระพรแห่งคำสัญญาเป็นมรดก และได้สุกงอมในฐานะของบุตรอันศักดิ์สิทธิ์ เราก็ต้องยอมให้พระคริสต์ก่อร่างอยู่ในเรา.
ฆต. 4:19 ง ฆต.1:16; 2:20; ยฮ.14:20; 15:4; รม.8:10; 2กธ.13:5; กซ.1:27
ฆต. 4:20 1 อัครทูตเปาโลต้องการที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงของท่านจากน้ำเสียงที่เคร่งเครียดมาเป็นน้ำเสียงที่สนิทสนม เหมือนกับที่มารดากล่าวกับบุตรด้วยความรัก.
ฆต. 4:20 2 แปลตามตรงคือ เสียง.
ฆต. 4:20 3 เปาโลไม่รู้ว่าจะปฏิบัติต่อชาวฆะลาเตียอย่างไรดี. ท่านกำลังหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อจะฟื้นฟูพวกเขากลับมาจากการเบี่ยงเบนออกไปจากพระคริสต์.
ฆต. 4:21 1 ในข้อ 21-31 มีผู้หญิงสองคนซึ่งก็คือนางฮาฆารกับนางซารา, มีกรุงเยรูซาเล็มสองแห่งก็คือที่อยู่บนแผ่นดินโลกและที่อยู่บนสวรรค์มีสองพันธสัญญาก็คือที่เป็นของกฎบัญญัติและที่เป็นของคำสัญญา และมีบุตรชายสองคนก็คือบุตรตามเนื้อหนังและบุตรตามพระวิญญาณ. อัครทูตต้องการให้ชาวฆะลาเตียรู้ว่า พวกเขาเป็นบุตรของกรุงเยรูซาเล็มที่อยู่เบื้องบน เป็นบุตรของหญิงที่เป็นไท และต้องการให้พวกเขาปรับใช้พันธสัญญาแห่งคำสัญญา และให้รับสุขพระวิญญาณนั้นที่ครอบคลุมสรรพสิ่งเป็นพระพรแห่งกิตติคุณตามพระวิญญาณ (3:14). ในข้อความตอนนี้ หญิงที่เป็นไทซึ่งก็คือนางซารานั้นเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพันธสัญญาแห่งคำสัญญา. กรุงเยรูซาเล็มที่อยู่เบื้องบนซึ่งเป็นมารดาของเรานั้น ก็เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพันธสัญญานี้ด้วย. มารดานั้นเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพระคุณ ซึ่งโดยพระคุณนี้ เราก็ได้บังเกิดเป็นบุตรของพระเจ้าผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งพระคุณ. ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหญิงที่เป็นไท พันธสัญญาแห่งคำสัญญา กรุงเยรูซาเล็มที่อยู่เบื้องบน และมารดา ทั้งหมดนี้ก็ล้วนชี้ถึงพระคุณของพระเจ้าทั้งสิ้น. พระคุณนี้ก็คือสื่อกลางแห่งการกำเนิดฝ่ายวิญญาณของเรา. ชาวฆะลาเตียที่ถูกรบกวนจากศาสนายูดายนั้นได้ตกต่ำไปจากพระคุณนี้ ซึ่งก็คือได้ตกต่ำไปจากพระคริสต์นั่นเอง (5:4).
ฆต. 4:21 ก เทียบ ฆต.3:23; รม.6:14
ฆต. 4:21 2ก หนังสือเล่มนี้ได้จัดการกับการเบี่ยงเบนจากพระคริสต์โดยการไปอยู่ภายใต้กฎบัญญัติอย่างรุนแรง. การเบี่ยงเบนเช่นนี้ทำให้ผู้เชื่อไม่สามารถรับสุขพระคริสต์เป็นชีวิตและทุกสิ่งของพวกเขา.
ฆต. 4:21 3 ตามข้อพระคัมภีร์ถัดไป กฎบัญญัติในที่นี้รวมถึงหนังสือเยเนซิศด้วย. พระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมทั้งเล่มเรียกว่ากฎบัญญัติและคำสอนของผู้เผยพระวจนะ (มธ.22:40) ซึ่งในส่วนแรกเป็นกฎบัญญัติ และส่วนที่สองเป็นคำสอนของผู้เผยพระวจนะ.
ฆต. 4:22 ก ยนซ.16:15
ฆต. 4:22 ข ฆต.4:30-31
ฆต. 4:22 ค ยนซ.21:2
ฆต. 4:22 ง ฆต.4:30-31
ฆต. 4:23 1 ตามเนื้อหนัง ก็คือพึ่งความพยายามแห่งเนื้อหนังของมนุษย์ ส่วนโดยคำสัญญา ก็คือโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้าในพระคุณ ซึ่งมีความหมายเป็นนัยถึงในคำสัญญาของพระเจ้า. ยิศมาเอลนั้นได้กำเนิดตามเนื้อหนัง ส่วนยิศฮาคนั้นได้กำเนิดตามคำสัญญา.
ฆต. 4:23 ก ฆต.4:29; เทียบ ยฮ.1:13
ฆต. 4:23 ข ฆต.4:28; รม.9:8; ยนซ.17:15-19; 18:10, 14; 21:1-2; ฮร.11:11
ฆต. 4:24 1 ชี้ถึงผู้หญิงสองคนในข้อ 22.
ฆต. 4:24 2 พันธสัญญาหนึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งคำสัญญาที่ให้กับอับราฮาม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาใหม่ ซึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งพระคุณ ส่วนอีกพันธสัญญาหนึ่งเป็นพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติที่ให้กับโมเซซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพันธสัญญาใหม่เลย. ซาราซึ่งเป็นหญิงที่เป็นไทนั้นเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพันธสัญญาแห่งคำสัญญาส่วนฮาฆารเป็นหญิงที่เป็นทาสซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติ.
ฆต. 4:24 ก รม.9:4
ฆต. 4:24 ข อซด.19:11, 20; พบญ.33:2
ฆต. 4:24 3ข สถานที่ที่ประทานกฎบัญญัติ (อซด.19:20; 24:12).
ฆต. 4:24 ค ฆต.4:3
ฆต. 4:24 4ค เป็นทาสอยู่ใต้กฎบัญญัติ.
ฆต. 4:24 ง ยนซ.16:1, 3-5, 15; 21:9-10
ฆต. 4:24 5ง นางฮาฆารภรรยาน้อยของอับราฮามเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกฎบัญญัติ. ดังนั้นฐานะของกฎบัญญัติจึงเป็นเหมือนกับภรรยาน้อย. ส่วนนางซาราภรรยาของอับราฮามเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคุณของพระเจ้า (ยฮ.1:17) ซึ่งมีฐานะที่ถูกต้องในแผนการบริหารของพระเจ้า. กฎบัญญัตินั้นเหมือนกับนางฮาฆารที่ให้กำเนิดบุตรเป็นทาสเช่นผู้ถือศาสนายูดาย. ส่วนพระคุณนั้นเหมือนกับนางซาราที่ให้กำเนิดบุตรที่จะได้รับฐานะของบุตรซึ่งบุตรเหล่านี้ก็คือผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่. พวกเขามิได้อยู่ภายใต้กฎบัญญัติอีกต่อไป แต่อยู่ภายใต้พระคุณ (รม.6:14). พวกเขาควรจะยืนหยัดอยู่ในพระคุณนี้ (รม.5:2) และไม่ตกต่ำไปจากพระคุณนี้ (5:4).
ฆต. 4:25 ก ฆต.1:17
ฆต. 4:25 ข ลก. 13:33-34
ฆต. 4:25 1ข กรุงเยรูซาเล็มซึ่งพระเจ้าทรงเลือกสรร (1พกษ.14:21; บพส.48:2, 8) ควรจะเป็นของพันธสัญญาแห่งคำสัญญาซึ่งมีนางซาราเป็นสัญลักษณ์. อย่างไรก็ดีเนื่องจากกรุงเยรูซาเล็มได้นำพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรเข้าไปสู่การครอบงำของกฎบัญญัติ ดังนั้นกรุงเยรูซาเล็มจึงไปตรงกับภูเขาซีนายซึ่งเป็นของพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติที่มีนางฮาฆารเป็นสัญลักษณ์.
ฆต. 4:25 2 แปลตามตรงคือ เป็นทาสปรนนิบัติ ชี้ถึงทาสที่อยู่ภายใต้กฎบัญญัติ. ในสมัยของอัครทูตกรุงเยรูซาเล็มกับบุตรของเธอล้วนเป็นทาสอยู่ภายใต้กฎบัญญัติ.
ฆต. 4:25 ค ฆต.4:3
ฆต. 4:26 ก ฮร.12:22; วว.3:12; 21:2, 10
ฆต. 4:26 1ก ในที่สุดสิ่งนี้จะเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ (วว.21:1-2) ซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาแห่งคำสัญญา. เธอเป็นมารดาของผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งผู้เชื่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นทาสภายใต้กฎบัญญัติ แต่เป็นบุตรที่อยู่ภายใต้พระคุณ. พวกเราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ล้วนบังเกิดมาจากเธอผู้อยู่เบื้องบนนี้ และจะได้อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่.
ฆต. 4:27 ก ยซย.54:1
ฆต. 4:27 1 เหมือนกับหญิงที่ไม่มีสามี ดังนั้นจึงอยู่โดดเดี่ยว.
ฆต. 4:27 2 สิ่งนี้แสดงว่าบุตรหลานฝ่ายวิญญาณของอับราฮามมีมากกว่าบุตรหลานฝ่ายเนื้อหนังของท่าน. บุตรหลานฝ่ายวิญญาณของท่านเป็นของกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ ซึ่งเป็นของพันธสัญญาแห่งคำสัญญาที่อยู่ภายใต้เสรีภาพแห่งพระคุณ. ส่วนบุตรหลานตามธรรมชาติของท่านเป็นของกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายแผ่นดิน ซึ่งเป็นของพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติที่อยู่ภายใต้การเป็นทาสของกฎบัญญัติ.
ฆต. 4:28 1 บุตรที่เกิดโดยคำสัญญาก็คือบุตรที่เกิดจากกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์โดยพระคุณที่อยู่ภายใต้พันธสัญญาแห่งคำสัญญา.
ฆต. 4:28 ก ฆต.4:23; 3:29; รม.9:8
ฆต. 4:28 ข ยนซ.17:19; 21:1-3, 12; รม.9:7
ฆต. 4:29 1 บุตรสองประเภทที่เกิดมาจากพันธสัญญาสองพันธสัญญานั้นมีเนื้อแท้ที่แตกต่างกัน. บุตรที่เกิดมาจากพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัตินั้นเกิดมาตามเนื้อหนัง แต่บุตรที่เกิดมาโดยพันธสัญญาแห่งคำสัญญานั้นเกิดตามพระวิญญาณ. บุตรที่เกิดตามเนื้อหนังนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมในพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ แต่บุตรที่เกิดตามพระวิญญาณนั้นมีสิทธิอย่างเต็มที่. ผู้ถือศาสนายูดายนั้นเป็นบุตรประเภทแรก ส่วนผู้เชื่อในพระคริสต์นั้นเป็นบุตรประเภทหลัง. เกี่ยวกับเนื้อหนัง และ พระวิญญาณ ให้ดู 3:3 คำอธิบาย2, 5:19 คำอธิบาย 1 และ 5:22 คำอธิบาย 1.
ฆต. 4:29 ก ฆต.4:23
ฆต. 4:29 ข ยนซ.21:9
ฆต. 4:29 2ข ชี้ถึงการที่ยิศมาเอลข่มเหงยิศฮาค (ยนซ.21:9).
ฆต. 4:29 ค ยฮ.3:6
ฆต. 4:29 3ค บุตรที่เกิดโดยคำสัญญา (ข้อ 28) ได้เกิดตามพระวิญญาณ ก็คือเกิดตามพระวิญญาณแห่งชีวิตของพระเจ้า ซึ่งพระวิญญาณนี้ก็คือพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับอับราฮาม (3:14).
ฆต. 4:29 ง ฆต.5:11; 6:12; 1:13
ฆต. 4:29 4 ผู้ถือศาสนายูดาย คือบุตรหลานที่เกิดจากอับราฮามตามเนื้อหนังได้ข่มเหงผู้เชื่อซึ่งเป็นบุตรหลานที่เกิดจากอับราฮามตามพระวิญญาณเหมือนกับที่ยิศมาเอลได้ข่มเหงยิศฮาค.
ฆต. 4:30 ก ยนซ.21:10
ฆต. 4:30 ข ฆต.4:22
ฆต. 4:30 1 ผู้ถือศาสนายูดายที่อยู่ภายใต้ความเป็นทาสของกฎบัญญัตินั้นเป็นบุตรชายของหญิงที่เป็นทาสี. พวกเขาไม่สามารถรับพระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้เป็นมรดกได้อย่างเด็ดขาด. พระพรนี้ก็คือพระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่งที่เป็นการปรากฏสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ.
ฆต. 4:30 2 ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ที่อยู่ภายใต้เสรีภาพของพระคุณนั้นเป็นบุตรชายของหญิงที่เป็นไท. พวกเขาจะรับพระพรแห่งพระวิญญาณที่ทรงสัญญาไว้เป็นมรดก.
ฆต. 4:30 ค ฆต.4:22
ฆต. 4:30 ง เทียบ ยฮ.8:35
ฆต. 4:31 1 เราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพระคริสต์ไม่ได้เป็นบุตรของกฎบัญญัติที่อยู่ภายใต้ความเป็นทาส แต่เป็นบุตรของพระคุณที่อยู่ภายใต้เสรีภาพ เพื่อรับสุขพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งพร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระคริสต์.
ฆต. 4:31 ก ฆต.4:26-27
สารบัญ