การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6

ฆะลาเตีย บทที่ 1

หัวข้อหลัก: พระคริสต์แทนที่กฎบัญญัติ และตรงกันข้ามกับศาสนาและประเพณี

ผู้เขียน: อัครทูตเปาโล (1:1).

เวลาที่เขียน: ประมาณปี ค.ศ.54 ขณะที่เปาโลออกไปทำการปฏิบัติในครั้งที่ 2 โดยผ่านมณฑลฆะลาเตีย (กจ.16:6) ไปถึงเมืองโกรินโธ (กจ.18:1, 11).

สถานที่เขียน: เมืองโกรินโธ ในขณะที่เปาโลได้เดินทางไปเมืองโกรินโธเป็นครั้งแรกและได้อยู่ที่นั่นเป็นเวลา 1 ปีกับ 6 เดือน (กจ.18:1-11).

ผู้รับ: คริสตจักรทั้งหลายในมณฑลฆะลาเตีย (1:2).

I. คำนำ — น้ำพระทัยของพระเจ้า
ต้องการช่วยเราทั้งหลายให้ออกมาจากยุคสมัยของศาสนาที่ชั่วร้าย
1:1-5
ฆต. 1:1 1กเปาโล[ผู้เป็น]ขอัครทูต (2คมิใช่มาจากมนุษย์และมิใช่โดยมนุษย์ แต่งโดยพระเยซูคริสต์และพระเจ้าพระบิดา ผู้ได้ทรง3ให้พระองค์จเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย)
ฆต. 1:2 และพวก1กพี่น้องทั้งหลายที่อยู่กับข้าพเจ้า[เขียนจดหมาย]มายัง2ขคริสตจักรทั้งหลายแห่งคมณฑลฆะลาเตีย:
ฆต. 1:3 ขอให้1กพระคุณและ2ขสันติสุข ซึ่งมาจากพระเจ้าพระบิดาคของเราและองค์พระเยซูคริสต์เจ้า จงมีแก่ท่านทั้งหลายเถิด.
ฆต. 1:4 พระคริสต์นั้นได้ทรง1กสละพระองค์เองเพราะ2ขความบาปของเราทั้งหลายเพื่อจะ3ช่วยเราให้พ้นจาก4คยุคปัจจุบันอันชั่วนี้ ตามงน้ำพระทัยของพระเจ้าและพระบิดาของเรา.
ฆต. 1:5 ขอให้กสง่าราศีจงมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์. เอเมน.
II. การเปิดเผยแห่งกิตติคุณของอัครทูต
1:6—4:31
1. พระบุตรของพระเจ้าตรงกันข้ามกับศาสนาของมนุษย์
1:6—2:10
ฆต. 1:6 ข้าพเจ้าประหลาดใจนักที่ท่านทั้งหลายได้1แยกออกจากพระองค์ผู้ได้กทรงเรียกท่าน2ใน3ขพระคุณของพระคริสต์อย่างรวดเร็ว และได้ไปหา4คกิตติคุณที่แตกต่างออกไป.
ฆต. 1:7 1นั่นมิใช่กิตติคุณอีกชนิดหนึ่ง เพียงแต่มี2บางคนกรบกวนท่านทั้งหลาย และคิดที่จะ3บิดเบือนกิตติคุณของพระคริสต์
ฆต. 1:8 แต่แม้เราก็ดี หรือกทูตสวรรค์ที่มาจากสวรรค์ก็ดี จะมาประกาศแก่ท่านถึงกิตติคุณซึ่งนอกเหนือไปจากที่เราได้ประกาศแก่ท่านแล้ว ก็ให้ผู้นั้นถูกขสาปแช่ง.
ฆต. 1:9 ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดจะมาประกาศแก่ท่านถึงกิตติคุณซึ่งนอกเหนือไปจากที่ท่านได้รับแล้วนั้น ก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง.
ฆต. 1:10 เพราะว่าบัดนี้ข้าพเจ้ากำลัง1เอาใจมนุษย์หรือเอาใจพระเจ้า? หรือว่าข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้มนุษย์กพอใจ? ถ้าข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้มนุษย์พอใจ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ขทาสของพระคริสต์แล้ว.
ฆต. 1:11 กพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทราบว่า ขกิตติคุณที่ได้ประกาศโดยข้าพเจ้านั้นคไม่ได้[ประกาศ]ตามมนุษย์
ฆต. 1:12 เพราะว่าข้าพเจ้า1ไม่ได้รับมาจากมนุษย์ และไม่ใช่มนุษย์คนใดได้สอนข้าพเจ้าแต่ข้าพเจ้ากได้รับโดย2ขการเปิดเผยของพระเยซูคริสต์.
ฆต. 1:13 ด้วยว่าท่านทั้งหลายได้ยินถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กระทำกแต่ก่อน เมื่อข้าพเจ้าอยู่ใน1ศาสนายูดายว่า ข้าพเจ้าได้ขข่มเหงคคริสตจักรของพระเจ้ามากเหลือเกิน และได้งทำลายคริสตจักรของพระเจ้า.
ฆต. 1:14 และเมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในศาสนายูดาย ก็ได้กก้าวหน้าเกินกว่าเพื่อนร่วมชาติที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน โดยเหตุที่ข้าพเจ้าได้มีขใจร้อนรนเพื่อ1คประเพณีแห่งงบรรพบุรุษของข้าพเจ้ามากยิ่งกว่าพวกเขา.
ฆต. 1:15 แต่เมื่อพระเจ้าผู้ได้ทรง1แบ่งแยกข้าพเจ้าไว้2ตั้งแต่อยู่กในครรภ์มารดาและได้ทรง3ขเรียกข้าพเจ้าโดย4คพระคุณของพระองค์
ฆต. 1:16 ทรงกพอพระทัยที่จะ1ขเปิดเผย2คพระบุตรของพระองค์3ในข้าพเจ้า เพื่อจะให้ข้าพเจ้าประกาศ4พระบุตรนั้นเป็นกิตติคุณแก่5งพวกต่างชาติ ในทันใดนั้นข้าพเจ้า6มิได้ปรึกษาจกับ[มนุษย์ฝ่าย]เลือดเนื้อ
ฆต. 1:17 กและข้าพเจ้าไม่ได้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อหาคนเหล่านั้นที่เป็นอัครทูตก่อนข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้ออกไปถึงประเทศ1ขอาระเบีย แล้วได้กลับมายังคเมืองดาเมเซ็กอีก.
ฆต. 1:18 ครั้นล่วงไปสามปีแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ขึ้นไปยังกกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อไป1เยี่ยมเยียนขเกฟาและได้พักอยู่กับท่านสิบห้าวัน.
ฆต. 1:19 แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นอัครทูตคนอื่นเลย 1เว้นแต่กยาโกโบน้องขององค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฆต. 1:20 เรื่องข้อความเหล่านี้ซึ่งข้าพเจ้าเขียนฝากมาถึงท่านทั้งหลายนั้น ข้าพเจ้ากไม่มุสาเลย ดูเถิด ข้าพเจ้าเขียนต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า.
ฆต. 1:21 หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้มายังเขตแดน1กมณฑลซีเรียกับขมณฑลกิลิเกีย.
ฆต. 1:22 ในขณะนั้นกคริสตจักรทั้งหลายที่มณฑลยูดายซึ่งอยู่ขในพระคริสต์ก็ยัง1ไม่เคยพบหน้าและรู้จักข้าพเจ้าเลย
ฆต. 1:23 เขา1เพียงแต่ได้ยินว่า ผู้ที่แต่ก่อนได้กข่มเหง2พวกเขา บัดนี้ก็ได้ประกาศ3ขหลักความเชื่อซึ่งแต่ก่อนเขาได้คทำลายนั้นเป็นกิตติคุณ.
ฆต. 1:24 เขาทั้งหลายจึงได้กถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าเพราะเหตุข้าพเจ้า.

คำอธิบาย ฆะลาเตีย บทที่ 1

ฆต. 1:1 ก กจ.7:58, 60; 8:1, 3; 9:1-30; 11:25, 30; 13:1-4, 7, 9, 13; 15:2
ฆต. 1:1 1ก หนังสือฆะลาเตีย, เอเฟโซ, ฟิลิปปอย, และโกโลซาย ทั้งสี่เล่มนี้รวมเข้าเป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก่อรูปเป็นหัวใจแห่งการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาใหม่. หัวข้อของหนังสือทั้งสี่เล่มนี้คือพระคริสต์และคริสตจักร. หนังสือฆะลาเตียเปิดเผยว่าพระคริสต์ตรงกันข้ามกับศาสนาและกฎบัญญัติ, หนังสือเอเฟโซเปิดเผยว่าคริสตจักรก็คือพระกายของพระคริสต์, หนังสือฟิลิปปอยพูดถึงประสบการณ์และการดำเนินชีวิตพระคริสต์, ส่วนหนังสือโกโลซายอธิบายว่าพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและแผ่ขยายไร้ขีดจำกัดนั้นทรงเป็นศีรษะของพระกาย.
ฆต. 1:1 ข ฆต.2:9; รม.1:5; 1กธ.9:1-2, 5; 15:9; 2กธ.11:5; 12:11
ฆต. 1:1 ค ฆต.1:11-12
ฆต. 1:1 2ค จุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ก็เพื่อให้ผู้ที่รับจดหมายรู้ว่ากิตติคุณที่อัครทูตเปาโลประกาศนั้นมิได้มาจากคำสอนของมนุษย์ (ข้อ 11-12) แต่มาจากการเปิดเผยของพระเจ้า. ดังนั้นในจุดเริ่มต้นของหนังสือนี้ เปาโลก็ได้เน้นว่าการที่ท่านกลายเป็นอัครทูตนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์หรือโดยมนุษย์ แต่โดยพระคริสต์และพระเจ้า.
ฆต. 1:1 ง กจ.9:15; 20:24; 26:16
ฆต. 1:1 3 กฎบัญญัตินั้นจัดการกับมนุษย์ที่อยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่า ส่วนกิตติคุณนั้นทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ที่อยู่ในการเป็นขึ้น. พระเจ้าได้ทรงทำให้เปาโลเป็นอัครทูตมิใช่ตามมนุษย์ธรรมชาติในสิ่งทรงสร้างเก่าโดยกฎบัญญัติ แต่ตามมนุษย์ที่บังเกิดใหม่ในสิ่งทรงสร้างใหม่โดยการเป็นขึ้นของพระคริสต์. ดังนั้น ณ ที่นี้เปาโลมิได้กล่าวว่าพระเจ้าเป็นผู้ประทานกฎบัญญัติโดยผ่านโมเซ แต่กล่าวว่าพระเจ้าพระบิดาเป็นผู้ทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย. แผนการบริหารของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่มิได้ขึ้นอยู่กับมนุษย์ที่อยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่า แต่ขึ้นอยู่กับมนุษย์ที่อยู่ในสิ่งทรงสร้างใหม่ โดยการเป็นขึ้นของพระคริสต์.
ฆต. 1:1 จ กจ.2:24
ฆต. 1:2 ก ฟป.4:21; กจ.11:12
ฆต. 1:2 1ก อัครทูตเปาโลถือว่า พี่น้องทั้งหลายที่อยู่กับท่านเป็นผู้ร่วมเขียนจดหมายเพื่อเป็นพยานและยืนยันในสิ่งที่ท่านเขียนในจดหมายฉบับนี้.
ฆต. 1:2 ข 1กธ.7:17; 11:16
ฆต. 1:2 2ข ฆะลาเตียเป็นมณฑลหนึ่งในจักรวรรดิโรมันยุคโบราณ. โดยการปรนนิบัติด้านการประกาศกิตติคุณของท่านเปาโล คริสตจักรก็ถูกก่อตั้งขึ้นตามเมืองหลายเมืองในมณฑลฆะลาเตีย. ดังนั้นในขณะที่อัครทูตเปาโลได้พูดถึงคริสตจักรเหล่านี้จึงได้ใช้คำว่า “คริสตจักรทั้งหลาย” มิใช่ “คริสตจักร.”
ฆต. 1:2 ค กจ.16:6; 1กธ.16:1; ฆต.3:1
ฆต. 1:3 ก ฆต.1:6, 15; 2:9, 21; 5:4; 6:18; ยฮ.1:14; รม.5:2
ฆต. 1:3 1ก ดู อฟ.1:2 คำอธิบาย 1 และ รม.1:7 คำอธิบาย 2.
ฆต. 1:3 ข ฆต.6:16; ยฮ.14:27; 16:33; 20:19, 21, 26; ฟป.4:7
ฆต. 1:3 2ข ดู อฟ.1:2 คำอธิบาย 2 .
ฆต. 1:3 ค ยฮ.20:17; อฟ.1:2
ฆต. 1:4 ก ฆต.2:20; มธ.20:28; อฟ.5:2, 25; ตต.2:14
ฆต. 1:4 1ก แปลตามตรงคือ ประทาน.
ฆต. 1:4 ข 1กธ.15:3; 1ปต.2:24
ฆต. 1:4 2ข ภาษากรีกเป็นพหูพจน์.
ฆต. 1:4 3 แปลตามตรงคือ ดึงออกมา, ลากออกมา, แก้ให้หลุดออก.
ฆต. 1:4 ค อฟ.2:2; รม.12:2; 2กธ.4:4
ฆต. 1:4 4ค คำว่า “ยุคสมัย” เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เป็นระบบของซาตาน (อฟ.2:2 คำอธิบาย 1). ตามเนื้อความของหนังสือเล่มนี้ ยุคปัจจุบันอันชั่วนี้หมายถึงโลกแห่งศาสนา, ระบบศาสนาของโลก, และศาสนายูดาย. สิ่งนี้ได้รับการยืนยันโดย 6:14-15 ซึ่ง ณ ที่นั้นพิธีสุหนัตถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลก (โลกแห่งศาสนา). สำหรับอัครทูตเปาโลนั้น โลกนี้ได้ถูกตรึงกางเขนแล้ว. ณ ที่นี้อัครทูตเปาโลเน้นว่าจุดประสงค์ที่พระคริสต์ทรงสละพระองค์เองเพราะความบาปของเราทั้งหลายก็เพื่อช่วยเราให้ออกจากศาสนายูดาย ซึ่งก็คือยุคปัจจุบันอันชั่ว. นี่ก็คือการปลดปล่อยผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้ออกจากการปกครองของกฎบัญญัติ (3:23) และออกจากคอกแกะ (ยฮ.10:1, 3) ตามน้ำพระทัยพระเจ้า. ดังนั้นในคำเริ่มต้นของจดหมาย เปาโลได้ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ท่านกำลังจะจัดการ นั่นก็คือช่วยคริสตจักรทั้งหลาย ซึ่งถูกทำให้เบี่ยงเบนไปโดยศาสนายูดายและกฎบัญญัติ และนำพวกเขากลับสู่พระคุณแห่งกิตติคุณ.
ฆต. 1:4 ง รม.12:2; อฟ.1:5
ฆต. 1:5 ก รม.11:36
ฆต. 1:6 1 เมื่อถึงตรงนี้ เปาโลก็ได้เข้าสู่หัวข้อหลักของเขา. เนื่องจากคริสตจักรทั้งหลายในมณฑลฆะลาเตียได้ออกจากพระคุณของพระคริสต์และถอยหลังไปถือรักษากฎบัญญัติ ดังนั้นเปาโลจึงมีภาระที่จะเขียนจดหมายฉบับนี้.
ฆต. 1:6 ก อฟ.1:18; รม.8:30
ฆต. 1:6 2 ในพระคุณของพระคริสต์ หรือโดยพระคุณของพระคริสต์.
ฆต. 1:6 ข ฆต.2:21; 5:4
ฆต. 1:6 3ข พระคุณของพระคริสต์ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพ — พระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณบริสุทธิ์ — ที่ได้ผ่านขั้นตอนจนกลายเป็นการรับสุขของเรา. พระคุณนี้ตรงกันข้ามกับกฎบัญญัติของโมเซ (ยฮ.1:17 และคำอธิบาย 1).
ฆต. 1:6 ค ฆต.1:8, 9; 2กธ.11:4
ฆต. 1:6 4ค กิตติคุณที่แตกต่างออกไปนั้นชี้ถึงการถือรักษากฎบัญญัติของศาสนายูดาย. แต่กิตติคุณของเปาโลซึ่งอยู่นอกเหนือจากกฎบัญญัติของศาสนายูดายนั้น ได้ครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญทั้งหมดในกิตติคุณทั้งสี่เล่ม และยังได้ครอบคลุมถึงประเด็นที่สำคัญอีกมากมาย เพื่อจะทำให้การเปิดเผยแห่งพระคำในพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าได้สำเร็จครบถ้วน (กซ.1:25). การเปิดเผยเหล่านี้ก็ได้เแก่ พระคริสต์ผู้เป็นความหวังอันสง่าราศีที่อยู่ในผู้เชื่อ (กซ.1:27); พระวิญญาณของพระเจ้าซึ่งเป็นตราประทับและมัดจำ (อฟ.1:13-14); พระบุตรของพระเจ้าที่ทรงเปิดเผยอยู่ภายในเรา (ข้อ 16), ก่อร่างอยู่ภายในเรา (4:19), ประทับครองเรือนอยู่ในใจของเรา (อฟ.3:17), เติมเต็มเราจนทำให้เรากลายเป็นความบริบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้า (อฟ.3:19); และพระคริสต์ผู้เป็นข้อลับลึกของพระเจ้า (กซ.2:2) และความบริบูรณ์ทั้งสิ้นแห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าล้วนมีรูปมีร่างอยู่ในพระองค์ (กซ.2:9). ศูนย์กลางแห่งกิตติคุณของเปาโลนั้นมีอยู่ว่า พระบุตรของพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้ถูกชโลมของพระเจ้า (พระคริสต์) ได้เข้าสู่ภายในของเราทั้งหลายแล้ว บัดนี้พระองค์ทรงเป็นชีวิตของเรา (กซ.3:4) และอนาคตพระองค์จะทรงเป็นสง่าราศีของเรา (กซ.1:27) ทำให้เราสามารถกลายเป็นอวัยวะ (รม.12:5) แห่งพระกาย (อฟ.4:16) ของพระคริสต์ผู้เป็นประมุข (อฟ.4:15).
ฆต. 1:7 1 การถือรักษากฎบัญญัติไม่อาจถือว่าเป็นกิตติคุณได้โดยเด็ดขาด และยิ่งไม่สามารถปลดปล่อยคนบาปจากการครอบงำของกฎบัญญัติและนำพวกเขาเข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระเจ้า. การถือรักษากฎบัญญัตินั้นทำได้แต่เพียงให้คนบาปเป็นทาสภายใต้การครอบงำของกฎบัญญัติและทนรับการกดขี่อย่างทาสจากกฎบัญญัติ (5:1).
ฆต. 1:7 2 ชี้ถึงผู้ที่ร้อนรนในศาสนายูดาย ซึ่งอัครทูตเปาโลถือว่าเป็นพี่น้องเทียมเท็จใน 2:4.
ฆต. 1:7 ก ฆต.5:10, 12; กจ.15:24
ฆต. 1:7 3 ผู้ที่ร้อนรนในศาสนายูดายได้บิดเบือน, เบี่ยงเบนกิตติคุณของพระคริสต์, และรบกวนคริสตจักร จึงนำพาผู้เชื่อไปในทางที่ผิด โดยให้กลับไปสู่กฎบัญญัติของโมเซ.
ฆต. 1:8 ก 2กธ.11:14
ฆต. 1:8 ข รม.9:3; 1กธ.16:22
ฆต. 1:10 1 หรือ แสวงหาการยอมรับจากมนุษย์, แสวงหาความรู้สึกที่ดีกับความพอใจของมนุษย์.
ฆต. 1:10 ก 1ธซ.2:4
ฆต. 1:10 ข รม.1:1
ฆต. 1:11 ก ฆต.3:15; 4:12, 28, 31; 5:11, 13; 6:1, 18
ฆต. 1:11 ข รม.2:16; 16:25; 1กธ.15:1-2
ฆต. 1:11 ค ฆต.1:1
ฆต. 1:12 1 วลีที่ว่า "ไม่ได้รับมาจากมนุษย์" สอดคล้องกับวลีที่ว่า "มิใช่มาจากมนุษย์" ในข้อ 1.
ฆต. 1:12 ก 1กธ.15:3
ฆต. 1:12 ข ฆต.1:16; 2:2; 2กธ.12:1; อฟ.3:3; วว.1:1
ฆต. 1:12 2ข คือการเปิดเผยเกี่ยวกับกิตติคุณที่พระเยซูคริสต์ทรงประทานให้กับอัครทูตเปาโล.
ฆต. 1:13 ก กจ.26:9-11
ฆต. 1:13 1 คือศาสนาของชาวยูดาย ซึ่งสิ่งนี้ตรงกันข้ามกับพระบุตรของพระเจ้าและคริสตจักร.
ฆต. 1:13 ข กจ.22:4; 1กธ.15:9; ฟป.3:6; 1ตธ.1:13
ฆต. 1:13 ค กจ.20:28; 1กธ.10:32
ฆต. 1:13 ง ฆต.1:23; กจ.8:3; 9:21
ฆต. 1:13 ง ฆต.1:23; กจ.8:3; 9:21
ฆต. 1:14 ก เทียบ กจ.22:3
ฆต. 1:14 ข กจ.22:3; ฟป.3:6
ฆต. 1:14 ค มธ.15:2-6; กซ.2:8
ฆต. 1:14 1ค ชี้ถึงประเพณีของนิกายฟาริซาย. เปาโลเคยเป็นสมาชิกของนิกายนี้ ท่านจึงเรียกตัวเองว่าเป็นชาวฟาริซายและก็เป็นบุตรหลานของชาวฟาริซาย (กจ.23:6). ศาสนายูดายนั้นไม่เพียงแต่ก่อรูปขึ้นมาจากกฎบัญญัติที่พระเจ้าทรงประทานและพิธีกรรมเท่านั้น ยังครอบคลุมถึงประเพณีที่มนุษย์กระทำขึ้นด้วย.
ฆต. 1:14 ง 2ตธ.1:3
ฆต. 1:15 1 คือชี้หมายหรือแบ่งแยกออกมาโดยมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง.
ฆต. 1:15 2 คือก่อนที่ท่านจะเกิด.
ฆต. 1:15 ก ยซย.49:1, 5; ยรม.1:5; ลก.1:15
ฆต. 1:15 ข รม.1:1
ฆต. 1:15 3ข หลังจากที่ท่านเกิดมาแล้ว ในขณะที่ท่านกลับใจเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ฆต. 1:15 ค อฟ.3:2, 8; 1ตธ.1:14; 1กธ.15:10; 3:10; รม.12:3
ฆต. 1:15 4ค เปาโลถูกเรียกให้เป็นอัครทูต โดยพระคุณของพระคริสต์ มิใช่โดยกฎบัญญัติที่โมเซได้ประกาศ.
ฆต. 1:16 ก 1กธ.1:21; อฟ.1:5, 9
ฆต. 1:16 ข ฆต.1:12; มธ.16:17
ฆต. 1:16 1ข ไม่ใช่การสอน แต่เป็นการอธิบาย, ทำให้มนุษย์ได้เห็น, สำแดงให้กับมนุษย์.
ฆต. 1:16 ค ฆต.2:20; 4:6
ฆต. 1:16 2ค พระบุตรนั้นทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมและการสำแดงของพระบิดา (ยฮ.1:18; 14:9-11; ฮร.1:3) และทรงเป็นชีวิตสำหรับเรา (ยฮ.10:10; 1ยฮ.5:12; กซ.3:4). พระทัยปรารถนาของพระเจ้านั้นต้องการที่จะเปิดเผยพระบุตรของพระองค์ในเรา เพื่อให้เรารู้จักพระองค์, ต้อนรับพระองค์เป็นชีวิตของเรา (ยฮ.17:3; 3:16), และกลายเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า (ยฮ.1:12; ฆต.4:5-6). ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ (มธ.16:16) พระองค์ทรงสูงส่งเหนือศาสนายูดายและประเพณี (ข้อ 13-14). ชาวฆะลาเตียถูกพวกถือศาสนายูดายทำให้หลงไปจนคิดว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ของกฎบัญญัตินั้นอยู่เหนือกว่าพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่. ดังนั้นในตอนเริ่มต้นของจดหมายนี้ อัครทูตเปาโลจึงได้เป็นพยานว่า ตัวท่านเองเคยผูกพันกับศาสนายูดายอย่างลึกซึ้งและก้าวหน้าไปไกลในท่ามกลางศาสนายูดาย อย่างไรก็ตามพระเจ้าทรงช่วยท่านให้หลุดพ้นจากระบบของโลกที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเจ้า โดยได้ทรงเปิดเผยพระบุตรของพระองค์ในท่าน. ตามประสบการณ์ของท่านนั้น ท่านตระหนักดีว่าศาสนายูดายและประเพณีที่ตายนั้นไม่มีทางที่จะมาเปรียบเทียบกับพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ได้เลย.
ฆต. 1:16 3 การที่พระเจ้าทรงเปิดเผยพระบุตรของพระเจ้าแก่เรานั้นเป็นการเปิดเผยที่อยู่ภายในเรามิใช่อยู่ภายนอก แต่อยู่ภายใน, มิใช่โดยนิมิตทางภายนอก แต่โดยการมองเห็นทางภายใน. นี่ไม่ใช่การเปิดเผยทางทัศนะภายนอก แต่เป็นการเปิดเผยทางทัศนะภายใน.
พระเจ้าได้ทรงแบ่งแยกและทรงเรียกอัครทูตเปาโล (ข้อ 15) ยิ่งกว่านั้นได้ทรงเปิดเผยพระบุตรของพระองค์ในท่าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านกลายเป็นผู้ปฏิบัติของพระคริสต์.
ฆต. 1:16 4 อัครทูตเปาโลไม่ได้ประกาศกฎบัญญัติ แต่ได้ประกาศพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าเป็นกิตติคุณ. ท่านไม่เพียงประกาศหลักธรรมที่เกี่ยวกับพระองค์ แต่ประกาศถึงตัวตนที่มีชีวิตอยู่ของพระองค์.
ฆต. 1:16 ง กจ.9:15; 22:21; 26:17-18; อฟ.3:8; ฆต.2:8-9
ฆต. 1:16 5ง พวกต่างชาติผู้อยู่นอกศาสนา.
ฆต. 1:16 6 กรณีนี้ยืนยันว่า อัครทูตเปาโลไม่ได้รับกิตติคุณที่มาจากมนุษย์ (ข้อ 12).
ฆต. 1:16 จ มธ.16:17; อฟ.6:12
ฆต. 1:17 ก กจ.9:19-22
ฆต. 1:17 ข ฆต.4:25
ฆต. 1:17 1ข เป็นการยากที่จะสืบหาว่า เปาโลได้ไปยังที่แห่งใดในประเทศอาระเบียและได้อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานเท่าใดหลังจากที่ท่านกลับใจเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า. อย่างไรก็ดี ที่แห่งนั้นต้องเป็นที่ซึ่งอยู่ห่างไกลจากพวกคริสเตียนและเวลาที่ได้ไปอยู่นั้นก็ต้องไม่ใช่เวลาที่สั้นๆ อย่างแน่นอน. จุดประสงค์ที่ท่านได้กล่าวเช่นนี้ก็เพื่อเป็นพยานว่า ท่านไม่ได้รับกิตติคุณมาจากมนุษย์ (ข้อ 12). ขณะที่อยู่ในประเทศอาระเบีย ท่านต้องได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับกิตติคุณจากองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยตรงอย่างแน่นอน.
ฆต. 1:17 ค กจ.9:2, 3, 19, 22
ฆต. 1:18 ก กจ.9:26, 28; กจ.22:17
ฆต. 1:18 1 ภาษากรีกมีความหมายเป็นนัยถึงการไปเยี่ยมเยียนเพื่อทำความรู้จัก.
ฆต. 1:18 ข ยฮ.1:42; ฆต.2:9, 11, 14; 1กธ.1:12
ฆต. 1:19 1 นี่แสดงว่ายาโกโบน้องขององค์พระผู้เป็นเจ้าและเกฟาที่เรียกว่าเปโตรนั้น (ข้อ 18) เป็นผู้นำท่ามกลางเหล่าอัครทูตในเวลานั้น.
ฆต. 1:19 ก ฆต.2:9, 12; มธ.13:55; กจ.12:17; 15:13; 21:18; 1กธ.15:7; ยก.1:1
ฆต. 1:20 ก รม.9:1; 1ตธ.2:7
ฆต. 1:21 ก กจ.15:23, 41
ฆต. 1:21 1ก อาระเบีย (ข้อ 17) มณฑลซีเรีย, และมณฑลกิลิเกียเป็นดินแดนของชาวต่างชาติ. การที่เปาโลกล่าวว่าท่านได้ผ่านสถานที่เหล่านี้ ก็เพื่อเป็นพยานว่าท่านไม่ได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับกิตติคุณมาจากมนุษย์หรือคริสเตียนคนใด ซึ่งในขณะนั้นคริสเตียนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมณฑลยูดาย (ข้อ 22).
ฆต. 1:21 ข กจ.6:9; 21:39; 22:3; 23:34; 27:5
ฆต. 1:22 ก 1ธซ.2:14; กจ.9:31
ฆต. 1:22 ข 1กธ.1:2
ฆต. 1:22 1 การกล่าวเช่นนี้ ก็เป็นการสนับสนุนประเด็นที่เปาโลได้กล่าวว่าเขาไม่ได้รับกิตติคุณมาจากผู้เชื่อคนใดที่อยู่ในพระคริสต์ก่อนท่าน.
ฆต. 1:23 1 คริสตจักรทั้งหลายรวมทั้งผู้เชื่อในพระคริสต์ที่อยู่ในมณฑลยูดายเพียงได้ยินว่าเปาโลกลับใจเชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า จึงได้ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าเพราะท่าน. พวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับการที่เปาโลได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับกิตติคุณ.
ฆต. 1:23 ก ฆต.1:13
ฆต. 1:23 2 แปลตามตรงคือ พวกเรา.
ฆต. 1:23 ข ฆต.3:2, 5, 7, 9, 23, 25; 6:10; กจ.6:7; 13:8; 14:22; รม.16:26; 1กธ.16:13; อฟ.4:13; 1ตธ.1:19ข; 3:9, 13; 4:1, 6; 5:8; 6:10, 12, 21; 2ตธ.3:8; 4:7; ตต.1:13; ยด.3, 20; วว.14:12
ฆต. 1:23 3ข หลักความเชื่อในที่นี่ รวมทั้งในข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิงใน 23ข มีความหมายเป็นนัยถึงการที่เราทั้งหลายเชื่อในพระคริสต์ ซึ่งก็คือการยึดเอาฐานันดรของพระองค์และการงานแห่งการไถ่ของพระองค์มาเป็นคู่หมายแห่งหลักความเชื่อของเรา. หลักความเชื่อได้แทนที่กฎบัญญัติที่พระเจ้าเคยใช้ปฏิบัติต่อมนุษย์ในพันธสัญญาเดิม และได้กลายเป็นหลักการที่พระเจ้าปฏิบัติต่อมนุษย์ในพันธสัญญาใหม่. หลักความเชื่อนี้เป็นลักษณะพิเศษของผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ซึ่งทำให้เขาแตกต่างจากคนที่ถือรักษากฎบัญญัติ. นี่คือจุดเน้นที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้. กฎบัญญัติในพันธสัญญาเดิมเน้นที่ตัวอักษรและกฎเกณฑ์ ส่วนหลักความเชื่อในพันธสัญญาใหม่ได้เน้นที่พระวิญญาณนั้นและชีวิต.
ฆต. 1:23 ค ฆต.1:13
ฆต. 1:24 ก มธ.9:8; กจ. 21:19-20
สารบัญ