การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

2 โกรินโธ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: การปฏิบัติกับผู้ปฏิบัติแห่งพันธสัญญาใหม่

ผู้เขียน: อัครทูตเปาโล (1:1).

เวลาที่เขียน: ประมาณปี ค.ศ. 60 ก่อนที่จะเขียนหนังสือโรม. ดู กจ.20:1 คำอธิบาย 1 และข้อ 3 คำอธิบาย 1.

สถานที่เขียน: มณฑลมากะโดเนีย (2:13 และคำอธิบาย 2; 7:5-6; 8:1; 9:2, 4).

ผู้รับ: คริสตจักรของพระเจ้า ซึ่งอยู่ในเมืองโกรินโธ และบรรดาวิสุทธิชนที่ อยู่ทั่วมณฑลอะคายะ (1:1).

I. คำนำ
1:1—2:11
1. คำทักทาย
1:1-2
2กธ. 1:1 เปาโล[ผู้เป็น]กอัครทูตของพระคริสต์เยซูตาม1น้ำพระทัยของพระเจ้ากับพี่น้องขติโมเธียว[เขียนจดหมาย]มายัง2คคริสตจักรของพระเจ้า ซึ่งอยู่ใน3เมืองโกรินโธและ4บรรดาวิสุทธิชนที่อยู่ทั่ว5งมณฑลอะคายะ:
2กธ. 1:2 ขอให้กพระคุณและสันติสุขซึ่งมาจากพระเจ้าพระบิดาของเราและจากองค์พระเยซูคริสต์เจ้าจงมีแก่ท่านทั้งหลายเถิด.
2. การปลอบโยนของพระเจ้า
1:3-11
(1) รับการปลอบโยนเพื่อปลอบโยนผู้อื่น
ข้อ 3-4
2กธ. 1:3 จงกถวายสรรเสริญแด่ขพระเจ้าและพระบิดาแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราคือพระบิดาแห่ง1ความกรุณาและพระเจ้าแห่ง2คการปลอบโยนทุกอย่าง
2กธ. 1:4 พระองค์ทรงกปลอบโยนเราในขความทุกข์ยากทั้งสิ้นของเรา เพื่อเราจะ1สามารถปลอบโยนคนเหล่านั้นที่มีความทุกข์ยากต่างๆ ได้ด้วยคการปลอบโยนซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า.
(2) ถูกกดดันจวบจนสิ้นหวัง
ข้อ 5-11
2กธ. 1:5 เพราะการ1กทนทุกข์ของ2พระคริสต์ได้เปี่ยมล้นลงบนตัวเราอย่างไร การปลอบโยนของเราก็เปี่ยมล้นโดย2พระคริสต์อย่างนั้น.
2กธ. 1:6 ที่เราได้รับกความทุกข์ยากนั้นก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้รับการปลอบโยนและความรอด หรือที่เราได้รับการปลอบโยนนั้นก็เพื่อให้ท่านได้รับการปลอบโยนด้วย ซึ่งทำให้ท่านสามารถอดทนต่อความทุกข์เหมือนอย่างที่เราได้ทนนั้น.
2กธ. 1:7 และความหวังของเราที่มีเพื่อท่านก็แน่นอน เพราะเรารู้ว่าท่านได้รับส่วนในกความทุกข์ยากฉันใด ท่านก็จะได้รับส่วนในการปลอบโยนฉันนั้น.
2กธ. 1:8 เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เราไม่ประสงค์ให้ท่านกไม่รู้ถึงความทุกข์ยากที่บังเกิดแก่เราในขมณฑลอาเซีย คือเราได้รับ1คความกดดันอย่างหนักจนไม่มีกำลังที่จะเอาชนะได้ จนกระทั่งความหวังที่จะเอา2ชีวิตรอดก็3งหมดไป
2กธ. 1:9 1ที่จริงในตัวของเราเอง2คาดว่าถึงที่กตายแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อขมิให้ควางใจในตัวเอง แต่ให้งวางใจใน3พระเจ้าผู้ทรงทำให้คนตายจเป็นขึ้น
2กธ. 1:10 พระองค์นั้นกทรงช่วยให้เราพ้นจากความตายอันใหญ่หลวงและพระองค์1จะทรงช่วยเราอีก. เราขหวังว่าพระองค์ยังจะทรงช่วยเราต่อไป
2กธ. 1:11 ขอเพียงท่านให้ความ1ร่วมมือและช่วยเหลือเราด้วยกคำวิงวอน เพื่อว่า2คนเป็นอันมากจะได้ขขอบพระคุณเพราะเราเนื่องจาก3ของประทานที่ทรงประทานแก่เราโดยคนเป็นอันมากนั้น.
3. การโอ้อวดของอัครทูต
1:12-14
2กธ. 1:12 ด้วยว่านี่เป็นสิ่งที่เราอวดได้ คือ1กมโนธรรมของเรานั้นเป็นพยานว่า เราได้ประพฤติตัวในโลก2ด้วย3ความบริสุทธิ์ใจและ4ขความจริงใจที่มาจากพระเจ้า ไม่ใช่5ตาม6คปัญญาของเนื้อหนัง แต่7ตาม8งพระคุณของพระเจ้า และ[การประพฤติของเรา]ที่มีต่อท่านทั้งหลายก็ยิ่งเป็นเช่นนี้.
2กธ. 1:13 เพราะว่าเราไม่ได้เขียนเรื่องอื่นฝากมาให้ท่าน นอกจากเรื่องซึ่งท่านได้อ่านหรือได้เข้าใจ และข้าพเจ้าหวังใจว่าท่านจะเข้าใจได้โดยตลอด
2กธ. 1:14 เหมือนดังที่ท่านได้เข้าใจกเราบ้างแล้วว่า เราเป็นคนที่ท่านขอวดได้ เช่นเดียวกับที่ท่านเป็นคนที่คเราจะอวดได้ใน1งวันขององค์พระเยซูเจ้าของเรา.
4. เกี่ยวกับการมาของอัครทูต
1:15—2:11
(1) เป็นหนึ่งกับพระคริสต์
1:15-22
2กธ. 1:15 และโดยความแน่ใจอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจะกไปหาท่านทั้งหลายก่อนหน้านี้เพื่อท่านจะได้รับ1ขพระคุณทั้งสองครั้ง
2กธ. 1:16 [คือตั้งใจว่า]จะแวะมาหาท่าน ขณะเมื่อเดินทางผ่านท่านไปยัง1กมณฑลมากะโดเนีย และเมื่อข้าพเจ้ากลับมาจากมณฑลมากะโดเนีย ก็จะแวะมาหาท่านอีก จากนั้นให้ท่านส่งข้าพเจ้าเดินทางไปยังขมณฑลยูดาย.
2กธ. 1:17 เมื่อข้าพเจ้าตั้งใจอย่างนั้น ข้าพเจ้าโลเลหรือ? สิ่งซึ่งข้าพเจ้าประสงค์ไว้นั้น ข้าพเจ้ามีความประสงค์กตามเนื้อหนัง จนข้าพเจ้าประเดี๋ยวก็ว่า "ใช่" ประเดี๋ยวก็ว่า "ไม่" อย่างนั้นหรือ?
2กธ. 1:18 1แต่เมื่อพระเจ้ากทรงสัตย์ซื่อ 2ขคำของเราที่กล่าวแก่ท่านก็มิได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่".
2กธ. 1:19 1เพราะว่าพระบุตรของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งข้าพเจ้า, 2ซีละวาโน,และติโมเธียวได้ประกาศท่ามกลางท่านทั้งหลายนั้น มิได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่". แต่ในพระองค์นั้นล้วนเป็น ก"ใช่" ทั้งสิ้น.
2กธ. 1:20 1เพราะว่าบรรดากคำสัญญาของพระเจ้าล้วนเป็น 2"ใช่" ในพระคริสต์ ดังนั้นเนื่องด้วยพระองค์ก็ล้วนเป็น 3ข"เอเมน" ต่อพระเจ้า4เพื่อเป็นที่ถวายคสง่าราศี[แด่พระเจ้า]โดย5เรา.
2กธ. 1:21 1แต่พระองค์ผู้ทรง2นำเรากับท่าน3ไปเชื่อมต่อกับ4พระคริสต์ไว้อย่างมั่นคงและได้5กทรงชโลมเราไว้นั้นก็คือพระเจ้า
2กธ. 1:22 ซึ่งพระองค์ยัง1กทรงประทับตราเราไว้ และประทานพระวิญญาณนั้นไว้ใน2ใจของเราเป็น3ขมัดจำด้วย.
(2) สาเหตุของการล่าช้า
1:23—2:11
ก. เพื่องดเว้นโทษของชาวโกรินโธ
1:23-24
2กธ. 1:23 กข้าพเจ้าร้องเรียกพระเจ้าเป็นขพยาน1ให้ข้าพเจ้าว่า ที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้คไปถึงเมืองโกรินโธนั้น ก็เพื่อจะ2งงดเว้นโทษพวกท่านไว้ก่อน.
2กธ. 1:24 เราไม่ใช่กเป็นนายบังคับบัญชา1ความเชื่อของพวกท่าน แต่ว่าเราเป็นผู้ร่วมงานกับท่าน เพื่อให้ความยินดีแก่พวกท่าน เพราะท่านทั้งหลายก็ขยืนหยัดอยู่โดย1ความเชื่อ.

คำอธิบาย 2 โกรินโธ บทที่ 1

2กธ. 1:1 ก 1กธ.1:1
2กธ. 1:1 1 ดู 1กธ.1:1 คำอธิบาย 2.
2กธ. 1:1 ข 1กธ.16:10
2กธ. 1:1 ค 1กธ.1:2
2กธ. 1:1 2ค ดู 1กธ.1:2 คำอธิบาย 1.
2กธ. 1:1 3 ดู 1กธ.1:2 คำอธิบาย 2.
2กธ. 1:1 4 ดู 1กธ.1:2 คำอธิบาย 7.
2กธ. 1:1 ง กจ.18:27; 19:21; รม.15:26; 1กธ.16:15; 2กธ.9:2; 11:10; 1ธซ.1:7-8
2กธ. 1:1 5ง เป็นมณฑลหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของมณฑลมากะโดเนีย และเป็นส่วนที่สำคัญของประเทศกรีกในวันนี้ และเป็นที่ตั้งของเมืองโกรินโธ.
2กธ. 1:2 ก รม.1:7
2กธ. 1:3 ก อฟ.1:3; 1ปต.1:3
2กธ. 1:3 ข รม.15:6
2กธ. 1:3 1 หรือ ปรานี, สงสาร, เห็นอกเห็นใจ.
2กธ. 1:3 ค รม.15:5
2กธ. 1:3 2ค ปลอบโยนแสดงเป็นนัยถึงการปลอบใจ. ในที่นี้ได้เรียกชื่อพระเจ้าว่า พระบิดาแห่งความกรุณาและพระเจ้าแห่งการปลอบโยนทุกอย่าง เพราะหนังสือจดหมายฉบับนี้เป็นหนังสือจดหมายแห่งการปลอบโยนและการหนุนใจ เป็นหนังสือที่อัครทูตเขียนขึ้นหลังจากที่ท่านได้รับการปลอบโยนและหนุนใจจากการกลับใจของผู้เชื่อชาวโกรินโธ. การตำหนิและการปรับโทษในหนังสือจดหมายฉบับแรกต้องการทำให้ผู้เชื่อชาวโกรินโธหันสู่และให้ความสำคัญต่อพระคริสต์. การปลอบโยนและการหนุนใจในหนังสือจดหมายฉบับนี้ต้องการนำพวกเขามาสู่ประสบการณ์และการรับสุขที่มีต่อพระคริสต์.
2กธ. 1:4 ก 2กธ.7:6-7
2กธ. 1:4 ข 2กธ.1:8; 4:8, 17
2กธ. 1:4 1 เราจำต้องประสบการณ์กับการปลอบโยนของพระเจ้าเสียก่อน จากนั้นเราจึงจะสามารถปลอบโยนคนอื่นได้ด้วยการปลอบโยนซึ่งเราได้ประสบการณ์จากพระเจ้า.
หนังสือ 1 โกรินโธเป็นคำโต้แย้งของอัครทูต. คำโต้แย้งนี้ได้ชนะและสยบชาวโกรินโธที่ถูกรบกวนและถูกล่อลวงให้หลง. บัดนี้หนังสือ 2 โกรินโธได้นำพวกเขากลับเข้าสู่ประสบการณ์ที่มีต่อพระคริสต์ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของคำโต้แย้งของท่านในหนังสือจดหมายฉบับแรก ดังนั้นหนังสือจดหมายฉบับที่สองจึงเน้นประสบการณ์มากกว่า, เป็นทัศนะภายในกว่า, และลึกซึ้งกว่าหนังสือจดหมายฉบับแรก. หัวข้อหลักในหนังสือจดหมายฉบับแรกคือพระคริสต์, พระวิญญาณนั้นกับวิญญาณของเรา, คริสตจักร, และของประทาน. ในหนังสือจดหมายฉบับที่สองนี้ พระคริสต์, พระวิญญาณนั้นกับวิญญาณของเรา, และคริสตจักรล้วนได้ถูกพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง แต่ของประทานกลับไม่ถูกเอ่ยถึงเลย. ของประทานในหนังสือเล่มนี้ถูกแทนที่โดยการปฏิบัติซึ่งถูกก่อรูป, ก่อกำเนิด, และก่อร่างขึ้นโดยการมีประสบการณ์ต่อความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ที่ได้มาโดยผ่านการทนทุกข์, แรงกดดันแห่งการบั่นทอน, รวมทั้งการงานแห่งการประหารของกางเขน. หนังสือจดหมายฉบับนี้ได้บรรยายถึงแม่แบบและแบบอย่างซึ่งให้เราเห็นว่า การประหารของกางเขนนั้นทำงานอย่างไร, พระคริสต์ถูกกระทำเข้าสู่ในตัวเราอย่างไร, และเรากลายเป็นการสำแดงของพระคริสต์อย่างไร. ขั้นตอนเหล่านี้ได้ก่อรูปผู้ปฏิบัติทั้งหลายของพระคริสต์และก่อกำเนิดการปฏิบัติเพื่อพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า. หนังสือจดหมายฉบับแรกจัดการต่อของประทานในลักษณะที่เป็นด้านลบ. หนังสือจดหมายฉบับที่สองบรรยายเกี่ยวกับการปฏิบัติในลักษณะที่เป็นด้านบวก. คริสตจักรต้องการการปฏิบัติมากกว่าของประทาน. การปฏิบัติจะนำพระคริสต์ซึ่งเราได้ประสบการณ์ออกไปหล่อเลี้ยง ส่วนของประทานได้แต่สอนหลักธรรมเกี่ยวกับพระคริสต์เท่านั้น. หลักฐานที่แสดงว่าอัครทูตเป็นผู้ปฏิบัติของพระคริสต์นั้นไม่ใช่ของประทาน แต่เป็นการปฏิบัติที่ได้ก่อกำเนิดและก่อรูปขึ้นโดยประสบการณ์ที่มีต่อการทนทุกข์และความทุกข์ยากของพระคริสต์นั่นเอง.
2กธ. 1:4 ค 2กธ.7:4
2กธ. 1:5 ก ฟป.3:10; กซ.1:24
2กธ. 1:5 1ก ไม่ได้เล็งถึงการทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ แต่เป็นการทนทุกข์ของพระคริสต์เอง ซึ่งได้แบ่งรับโดยสาวกของพระองค์ (มธ.20:22; ฟป.3:10; กซ.1:24; 1ปต.4:13).
2กธ. 1:5 2 คำว่า "พระคริสต์" ในที่นี้ (ในภาษากรีกมีคำนำหน้านามเฉพาะ) ไม่ได้เป็นชื่อเรียก แต่เป็นการแสดงถึงสภาพการณ์ของพระคริสต์ (Darby: ดาร์บี้). ในที่นี้หมายถึงพระคริสต์ที่ทนทุกข์ผู้ได้ทนความทุกข์ยากเพื่อพระกายของพระองค์ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า. อัครทูตมีส่วนในการทนทุกข์ของพระคริสต์ และโดยพระคริสต์ผู้นี้เขาจึงได้รับการปลอบโยน.
2กธ. 1:6 ก อฟ.3:13
2กธ. 1:7 ก รม.8:17; ฟป.1:29
2กธ. 1:8 ก 1กธ.12:1
2กธ. 1:8 ข กจ.19:23-32; 1กธ.15:32
2กธ. 1:8 ค 2กธ.5:4
2กธ. 1:8 1ค คือ การแบกรับภาระหนัก, การถูกกดดัน. ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับวลีที่ว่า "แบกรับภาระหนัก" ใน 5:4.
2กธ. 1:8 2 หรือ มีชีวิต.
2กธ. 1:8 ง 2กธ.4:8
2กธ. 1:8 3ง ศัพท์ในภาษากรีกเป็นคำเดียวกับวลีที่ว่า "หมดทางออก" ใน 4:8.
2กธ. 1:9 1 ในหนังสือเล่มนี้ อัครทูตถูกนำเสนอให้เป็นแบบอย่างของบุคคลที่ดำเนินชีวิตพระคริสต์เพื่อคริสตจักรในห้าด้านด้วยกันคือ (1) ไม่วางใจตัวเอง แต่วางใจพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นมาจากความตาย (ข้อ 9) ซึ่งรวมไปถึงเรื่องราวบางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น การไม่ประพฤติตัวในโลกนี้ตามปัญญาแห่งเนื้อหนัง แต่ตามพระคุณของพระเจ้า (ข้อ 12) อีกทั้งการเป็นหนึ่งกับพระคริสต์ผู้ไม่เปลี่ยนแปลงของพระเจ้าที่สัตย์จริง (ข้อ 18-20) (2) ติดสนิทกับพระคริสต์ ถูกชโลมและถูกประทับตราจากพระวิญญาณของพระองค์, ถูกจับเป็นเชลย, ถูกพิชิต, และถูกนำพาโดยพระองค์เพื่อแพร่กระจายสุคนธรสของพระองค์ (ข้อ 21-22; 2:14-16) (3) มีคุณสมบัติพอที่จะยึดพระคริสต์เป็นตัวอักษรฝ่ายวิญญาณเพื่อเขียนจดหมายที่มีชีวิตด้วยพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ (3:3-6) (4) มีการฉายส่องสง่าราศีของพันธสัญญาใหม่ (3:7-11) และ (5) มีใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุม มองดูและสะท้อนสง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนถูกเปลี่ยนแปลงเป็นเหมือนกับพระฉายาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจากสง่าราศีสู่สง่าราศี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาจากพระวิญญาณองค์พระผู้เป็นเจ้า (3:16-18).
2กธ. 1:9 2 วลีที่ว่า "คาดว่าถึงที่ตายแล้ว" แปลตามตรงคือ "คำตอบของความตาย" หรือ "การตอบสนองของความตาย." เมื่ออัครทูตอยู่ภายใต้ความกดดันแห่งความทุกข์ยากจนเกือบหมดหวังที่จะเอาชีวิตรอดนั้น เขาอาจจะถามตัวเองว่า ผลลัพธ์แห่งการทนทุกข์ของเขาคืออะไรบ้าง? คำตอบหรือการตอบสนองก็คือ "ความตาย". สิ่งนี้ได้ทำให้เขาทำการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือไม่วางใจในตัวเอง แต่วางใจในพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนตายเป็นขึ้น.
2กธ. 1:9 ก 1กธ.15:31; 2กธ.4:11-12
2กธ. 1:9 ข ลก.9:23
2กธ. 1:9 ค ฟป.3:3
2กธ. 1:9 ง บพส.25:2; 26:1; ยรม.17:5, 7
2กธ. 1:9 3 การประสบการณ์ต่อการตายจะนำเราเข้าสู่ประสบการณ์ในการเป็นขึ้น. การเป็นขึ้นก็คือพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนตายเป็นขึ้นนั่นเอง. การงานแห่งกางเขนได้ทำการสิ้นสุดตัวตนของเราเพื่อเราจะได้ประสบการณ์พระเจ้าในการเป็นขึ้น. ประสบการณ์แห่งกางเขนจะนำเข้าสู่การรับสุขต่อพระเจ้าแห่งการเป็นขึ้นเสมอ. ประสบการณ์เช่นนี้ได้ก่อกำเนิดและก่อรูปขึ้นเป็นการปฏิบัติ (ข้อ 4-6). สิ่งนี้จะมีการบรรยายที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งใน 4:7-12.
2กธ. 1:9 จ 2กธ.4:14
2กธ. 1:10 ก รม.15:31; 2ปต.2:9
2กธ. 1:10 1 คำว่า "จะ" ชี้ถึงอนาคตอันใกล้ที่สุด (แสดงถึงการต่อเนื่อง).
2กธ. 1:10 ข 1ตธ.4:10
2กธ. 1:11 1 หรือ ทำงานด้วยกัน. สิ่งนี้จะต้องหมายถึงการที่ผู้เชื่อได้ให้ความร่วมมือกันและช่วยเหลือต่อการช่วยของพระเจ้ากับความหวังของอัครทูต ซึ่งได้กล่าวไว้ในข้อที่แล้ว.
2กธ. 1:11 ก ฟป.1:19; ฟม.22
2กธ. 1:11 2 แปลตามตรงคือ ใบหน้า เปิดเผยเป็นนัยถึงการขอบพระคุณที่มอบให้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี.
2กธ. 1:11 ข 2กธ.4:15; 9:11-12
2กธ. 1:11 3 ชี้ถึงพระคุณที่ทรงประทานให้ (ข้อ 12) คือตัวของพระคริสต์ที่เป็นขึ้นผู้เป็นพระคุณที่อัครทูตได้รับสุขในประสบการณ์ของการเป็นขึ้นและหลุดพ้นจากความตาย (ข้อ 9-10). นี่คือของประทานแห่งพระคุณซึ่งแตกต่างไปจากของประทานที่เป็นความสามารถที่ได้กล่าวไว้ใน 1 โกรินโธบทที่ 12 และ 14. ของประทานแห่งพระคุณอยู่ภายในเพื่อชีวิตและของประทานที่เป็นความสามารถอยู่ภายนอกเพื่อการใช้งาน.
2กธ. 1:12 ก กจ.23:1; 2ตธ.1:3; รม.9:1
2กธ. 1:12 1ก เราจำต้องมีมโนธรรมที่บริสุทธิ์หมดจด (2ตธ.1:3) มโนธรรมที่ปราศจากบกพร่อง (กจ.24:16) ซึ่งสามารถเป็นพยานถึงสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราทำ.
2กธ. 1:12 2 แปลตามตรงคือ ในความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจของพระเจ้า.
2กธ. 1:12 3 หรือ ความเรียบง่าย. มีสำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางฉบับแปลเป็น การแบ่งแยกบริสุทธิ์. สถานการณ์แห่งความตายซึ่งอัครทูตเผชิญ ได้บีบบังคับท่านให้ทำตัวเป็นคนง่ายๆ นั่นคือไม่วางใจตัวเองหรือความสามารถตามธรรมชาติของท่านเพื่อมาแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากของพวกท่าน. นี่คือพยานแห่งมโนธรรมของเขาทั้งหลายและก็เป็นสิ่งที่ท่านแน่ใจด้วย (ข้อ 15).
2กธ. 1:12 ข 2กธ.2:17
2กธ. 1:12 4ข คุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือคุณธรรมแห่งสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น. การประพฤติตัวในคุณธรรมอย่างนี้หมายถึงการประสบการณ์ตัวของพระเจ้าเอง. เพราะฉะนั้นการประพฤติตัวในคุณธรรมอย่างนี้ก็เท่ากับการอยู่ "ในพระคุณของพระเจ้า" ซึ่งอยู่ในวรรคหลังของข้อนี้.
2กธ. 1:12 5 แปลตามตรงคือ ในปัญญาของเนื้อหนัง.
2กธ. 1:12 ค 1กธ.2:4, 5, 13; ยก.3:15
2กธ. 1:12 6ค คือ ปัญญาของมนุษย์ในเนื้อหนัง. สิ่งนี้ก็เท่ากับตัวของเราเอง เหมือนกับพระคุณของพระเจ้าก็เท่ากับตัวของพระเจ้าเอง.
2กธ. 1:12 7 แปลตามตรงคือ ในพระคุณของพระเจ้า.
2กธ. 1:12 ง 1กธ.15:10; 2กธ.12:9
2กธ. 1:12 8ง คือ พระเจ้าที่ให้เรารับสุข (ดู 1กธ.15:10 คำอธิบาย 1). พระคุณตรงนี้ก็คือของประทานในข้อ 11 ซึ่งอัครทูตได้รับไว้เพื่อประสบการณ์ต่อการเป็นขึ้นในการทนทุกข์ของเขาทั้งหลาย.
2กธ. 1:14 ก 2กธ.2:5
2กธ. 1:14 ข 2กธ.5:12
2กธ. 1:14 ค 2กธ.9:3; 1กธ.15:31; ฟป.2:16; 1ธซ.2:19
2กธ. 1:14 ง 1กธ.1:8
2กธ. 1:14 1ง ดู 1กธ.3:13 คำอธิบาย 1.
2กธ. 1:15 ก 1กธ.4:19
2กธ. 1:15 ข รม.1:11; ฟม.22
2กธ. 1:15 1ข แปลตามตรงคือ พระคุณครั้งที่สอง ซึ่งชี้ถึงพระคุณสองเท่าที่อัครทูตมอบให้โดยการมาเยี่ยมเมืองโกรินโธสองครั้ง คือครั้งแรกในข้อนี้และอีกครั้งหนึ่งในข้อต่อไป. เนื่องจากการมาของอัครทูต พระคุณของพระเจ้าซึ่งก็คือการแจกจ่ายของพระองค์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงของชีวิตและการรับสุขฝ่ายวิญญาณ จึงได้ถูกมอบให้กับผู้เชื่อ. การมาของท่านทั้งสองครั้งได้นำพระคุณสองเท่าอย่างนี้มาให้แก่เขาทั้งหลาย.
2กธ. 1:16 ก กจ.19:21; 20:1; 1กธ.16:5
2กธ. 1:16 1ก เป็นมณฑลหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน อยู่ทางทิศเหนือของมณฑลอะคายะ. เมืองฟิลิปปอยและเมืองเธซะโลนิเกก็ตั้งอยู่ในมณฑลนี้.
2กธ. 1:16 ข กจ.19:21
2กธ. 1:17 ก 2กธ.10:2-3
2กธ. 1:18 1 คำว่า "แต่" แสดงการเปรียบเทียบ. ในข้อที่แล้ว อัครทูตได้พูดว่า ผู้คนได้ต่อว่าท่านเป็นคนที่ประเดี๋ยวก็ว่าใช่ ประเดี๋ยวก็ว่าไม่. ในข้อนี้ท่านได้แก้ต่างให้ตัวเองโดยการพูดว่า เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ ดังนั้นคำที่ท่านประกาศนั้นจึงไม่ได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่". เพราะฉะนั้นถ้อยคำที่เขาพูดนั้นจึงไม่ได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่". ฉะนั้นเขาจึงไม่ใช่คนที่ประเดี๋ยวก็ว่าใช่ ประเดี๋ยวก็ว่าไม่ หรือเป็นคนที่ทำอะไรอย่างมักง่าย. สิ่งที่เขาเป็นนั้นตามคำประกาศของเขา. เขาทั้งหลายมีชีวิตอยู่ตามสิ่งที่เขาทั้งหลายได้ประกาศ.
2กธ. 1:18 ก 1กธ.1:9
2กธ. 1:18 ข 2กธ.2:17
2กธ. 1:18 2ข หมายถึง ถ้อยคำที่อัครทูตได้ประกาศ (1กธ.1:18) ซึ่งก็คือข่าวสารของเขาทั้งหลายที่ประกาศเกี่ยวกับพระคริสต์นั่นเอง (ข้อ 19).
2กธ. 1:19 1 คำว่า "เพราะว่า" ได้ชี้แจงถึงสาเหตุของเรื่องที่พูดไว้ในข้อที่แล้ว. พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย โดยเฉพาะในคำสัญญาของพระองค์ที่เกี่ยวกับพระคริสต์ก็ยิ่งเป็นอย่างนี้. เพราะฉะนั้นคำประกาศของอัครทูตเกี่ยวกับพระคริสต์ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้เช่นกัน เพราะพระคริสต์ผู้นี้ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาไว้ในถ้อยคำอันสัตย์ซื่อของพระองค์และผู้ซึ่งอัครทูตได้ประกาศในกิตติคุณ มิได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่" แต่ในพระองค์นั้นล้วนแต่ใช่ทั้งสิ้น. เนื่องจากพระคริสต์ที่เขาทั้งหลายได้ประกาศตามคำสัญญาของพระเจ้านั้นมิได้เป็น "ใช่" แล้วกลับเป็น "ไม่" คำที่เขาทั้งหลายได้ประกาศเกี่ยวกับพระคริสต์จึงมิได้เป็นคำว่าใช่และไม่ส่งๆ ไปด้วย. ไม่ใช่เพียงคำประกาศของเขาทั้งหลายเท่านั้น แต่การดำเนินชีวิตของเขาทั้งหลายก็เป็นไปตามสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นด้วย เขาทั้งหลายได้ประกาศพระคริสต์และดำเนินชีวิตพระคริสต์ เขาทั้งหลายมิได้เป็นคนพูดใช่และไม่ส่งๆ ไปแต่เป็นคนที่เหมือนกับพระคริสต์.
2กธ. 1:19 2 ดู กจ.15:22; 18:5.
2กธ. 1:19 ก ฮร.13:8
2กธ. 1:20 1 คำว่า "เพราะว่า" ได้ชี้แจงถึงสาเหตุของสิ่งที่พูดไว้ในข้อที่แล้วอีกครั้งหนึ่ง. พระคริสต์ผู้ซึ่งพระเจ้าที่สัตย์ซื่อทรงให้คำสัญญาไว้และผู้ซึ่งอัครทูตที่มีความสัตย์จริงได้ประกาศไว้ไม่ได้เป็นคำว่า "ใช่และไม่ส่งๆ ไป"; พระองค์ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะในพระองค์นั้น บรรดาคำสัญญาของพระเจ้าล้วนเป็นคำว่า "ใช่" ทั้งสิ้น และเนื่องด้วยพระองค์ อัครทูตและผู้เชื่อก็ล้วนพูดอาเมนต่อพระเจ้า เพื่อเป็นที่ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า.
2กธ. 1:20 ก รม.15:8; ฆต.3:17; อฟ.2:12; ฮร.6:13; 10:23
2กธ. 1:20 2 พระคริสต์ทรงเป็นคำว่า "ใช่", เป็นคำตอบที่เป็นรูปธรรม, เป็นการสำเร็จเป็นจริงแห่งคำสัญญาทั้งหมดของพระเจ้าที่ให้ไว้กับเรา.
2กธ. 1:20 ข วว.3:14; 1กธ.14:16
2กธ. 1:20 3ข ชี้ถึงอาเมนที่เราพูดกับพระเจ้าโดยพระคริสต์ (เทียบ 1กธ.14:16). พระคริสต์ทรงเป็นคำว่าใช่ และเราพูดว่า "อาเมน" กับพระองค์ผู้เป็นคำว่า "ใช่" นี้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระจ้า.
2กธ. 1:20 4 พระคริสต์ทรงเป็น คำว่า "ใช่" คือเป็นการสำเร็จเป็นจริงแห่งคำสัญญาทั้งหมดของพระเจ้า. เมื่อเราพูดว่า "อาเมน" ต่อข้อเท็จจริงประการนี้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า พระเจ้าก็จะได้รับสง่าราศีโดยเรา.
2กธ. 1:20 ค อฟ.3:21
2กธ. 1:20 5 คำว่า "เรา" ในที่นี้ ไม่เพียงแต่หมายถึงอัครทูตผู้ได้ประกาศพระคริสต์ตามคำสัญญาของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้เชื่อที่ได้ต้อนรับพระคริสต์ตามคำประกาศของอัครทูตอีกด้วย. เมื่อทั้งสองฝ่ายพูดว่า "อาเมน" กับพระคริสต์ผู้เป็นคำว่า "ใช่" ที่ยิ่งใหญ่ในบรรดาคำสัญญาของพระเจ้านั้นก็จะถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าโดยทั้งสองฝ่ายนั้น.
2กธ. 1:21 1 อัครทูตผู้ได้ประกาศพระคริสต์ตามคำสัญญาของพระเจ้าและได้ดำเนินชีวิตพระคริสต์ตามคำประกาศของพวกเขา และผู้เชื่อที่ได้ต้อนรับพระคริสต์ตามคำประกาศของพวกอัครทูตนั้น ได้เข้าสนิทกับพระคริสต์กลายเป็นหนึ่งกับพระองค์ และโดยพระคริสต์ผู้นี้เขาทั้งหลายจึงได้พูดต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าว่า "อาเมน" ต่อคำว่า "ใช่" ที่ยิ่งใหญ่ในคำสัญญาของพระเจ้า ซึ่งก็คือตัวของพระคริสต์เอง. ทว่าผู้ที่เชื่อมต่อคนทั้งปวงเข้าด้วยกันในพระคริสต์นั้น ไม่ใช่พวกเขาเองแต่เป็นพระเจ้า. การที่เขาทั้งหลายเป็นหนึ่งกับพระคริสต์นั้นก็เป็นมาจากพระเจ้าและโดยพระเจ้าไม่ใช่มาจากพวกเขาเองหรือโดยพวกเขาเอง.
2กธ. 1:21 2 คือ อัครทูตกับผู้เชื่อได้ถูกเชื่อมต่อกับพระคริสต์ผู้ถูกชโลม. นี่แสดงว่าอัครทูตได้จัดตัวเองไว้ในระดับเดียวกับผู้เชื่อในการเชื่อมต่อกับพระคริสต์โดยพระวิญญาณแห่งการชโลม โดยไม่ถือว่าตัวเองเป็นกลุ่มบุคคลที่พิเศษ ซึ่งแยกออกจากผู้เชื่อในความรอดที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระเจ้า.
2กธ. 1:21 3 วลีที่ว่า "เชื่อมต่อ...อย่างมั่นคง" แปลตามตรงคือ ก่อตั้ง. พระเจ้าทรงก่อตั้งอัครทูตพร้อมกับผู้เชื่อไว้ในพระคริสต์. นี่หมายความว่าพระเจ้าทรงนำอัครทูตกับผู้เชื่อไปเชื่อมต่อกับพระคริสต์ผู้ถูกชโลมนั้นอย่างมั่นคง. เพราะฉะนั้นอัครทูตและผู้เชื่อจึงไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งกับพระคริสต์ผู้ถูกชโลมเท่านั้น แต่ก็เป็นหนึ่งซึ่งกันและกันด้วย ทั้งยังร่วมมีส่วนในการชโลมซึ่งพระคริสต์ได้รับจากพระเจ้า.
2กธ. 1:21 4 คือ ผู้ถูกชโลม (ดนอ.9:26).
2กธ. 1:21 ก 1ยฮ.2:20, 27; ลก.4:18; บพส.133:2; อซด.30:25, 30
2กธ. 1:21 5ก เพราะพระเจ้าได้นำเราเชื่อมต่อกับพระคริสต์แล้ว เราจึงถูกชโลมด้วยกันกับพระองค์โดยพระเจ้าอย่างแน่นอน.
2กธ. 1:22 ก อฟ.1:13; 4:30
2กธ. 1:22 1ก การชโลมในข้อที่แล้วก็คือ การประทับตรา. เมื่อพระเจ้าได้ทรงชโลมเราด้วยกันกับพระคริสต์ พระองค์ก็ได้ประทับตราเราไว้ในพระคริสต์ด้วย. ดู อฟ.1:13 คำอธิบาย 1.
2กธ. 1:22 2 พระวิญญาณนั้นซึ่งเป็นการรับประกันว่าพระเจ้าเป็นส่วนของเรา คือเป็นการลิ้มรสล่วงหน้าสำหรับเรา ดังนั้นในที่นี้จึงพูดว่าพระวิญญาณนั้นอยู่ในใจของเรา. ใน รม.5:5 และ ฆต.4:6 พูดถึงเรื่องของความรัก เพราะฉะนั้นทั้งสองแห่งก็พูดว่าพระวิญญาณนั้นอยู่ในใจของเราด้วย. แต่ รม.8:16 พูดถึงการงานของพระวิญญาณนั้นเพราะในข้อนั้นพูดว่าพระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณของเรา. ใจของเราเป็นอวัยวะแห่งความรักแต่วิญญาณของเราเป็นอวัยวะแห่งการทำงาน.
2กธ. 1:22 ข 2กธ.5:5; อฟ.1:14
2กธ. 1:22 3ข ตราประทับคือ เครื่องหมายที่ชี้หมายว่าเราเป็นมรดกของพระเจ้า, เป็นสมบัติของพระเจ้า, เป็นของพระเจ้า. มัดจำเป็นการรับประกันที่รับรองว่าพระเจ้าเป็นมรดกหรือเป็นสมบัติของเราและเป็นของเรา (ดู อฟ.1:14 คำอธิบาย 1). พระวิญญาณนั้นอยู่ภายในเราเป็นมัดจำคือเป็นการรับประกันว่าพระเจ้าเป็นส่วนของเราในพระคริสต์.
การที่พระเจ้าทรงเชื่อมต่อเรากับพระคริสต์นั้นทำให้เกิดเรื่องราวสามอย่างคือ (1) การชโลมซึ่งแจกจ่ายองค์ประกอบของพระเจ้าเข้าสู่ภายในเรา (2) การประทับตราซึ่งได้ทำให้องค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ก่อรูปเป็นตราอย่างหนึ่งเพื่อสำแดงพระฉายาของพระเจ้า และ (3) มัดจำซึ่งให้เราลิ้มรสล่วงหน้า เพื่อเป็นตัวอย่างและการรับประกันของการลิ้มรสที่สมบูรณ์ต่อพระเจ้า. เนื่องด้วยประสบการณ์ทั้งสามอย่างนี้ของพระวิญญาณแห่งการชโลมพร้อมกับประสบการณ์แห่งกางเขนจึงทำให้การปฏิบัติของพระคริสต์ได้ถูกก่อกำเนิดขึ้น.
2กธ. 1:23 ก ฮร.4:12; 1กธ.2:14
2กธ. 1:23 ข รม.1:9; ฟป.1:8
2กธ. 1:23 1 แปลตามตรงคือ บนจิตของข้าพเจ้า (หมายถึงต่อต้านกับจิตของข้าพเจ้า). อัครทูตได้ร้องขอหรือวิงวอนต่อพระเจ้า ขอให้พระเจ้าเป็นพยานต่อต้านกับจิตของท่าน นั่นคือ ต่อต้านกับตัวของท่านเอง ถ้าท่านพูดไม่จริง.
2กธ. 1:23 ค 2กธ.1:15
2กธ. 1:23 ง 2กธ.13:2
2กธ. 1:23 2ง แปลตามตรงคือ สงวนไว้. อัครทูตไม่อยากจะมาแวะเยี่ยมผู้เชื่อชาวโกรินโธด้วยไม้เรียวเพื่อลงโทษ แต่ปรารถนาจะไปในความรักและด้วยวิญญาณแห่งความอ่อนสุภาพเพื่อก่อสร้างเขาทั้งหลาย (1กธ.4:21). เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่ไม่สบาย ท่านจึงไม่ไปเสีย. ท่านปฏิบัติกับพวกเขาอย่างใจกว้าง และไม่อยากจะมาหาพวกเขาในความทุกข์ (2:1). ท่านไม่ชอบเป็นนายมาบังคับความเชื่อของเขาทั้งหลาย แต่อยากจะเป็นผู้ร่วมงานกับเขาเพื่อความยินดีของเขา (ข้อ 24). นี่คือความจริง. ท่านร้องขอพระเจ้าเป็นพยานต่อสิ่งนี้ให้ท่าน.
2กธ. 1:24 ก 1ปต.5:3
2กธ. 1:24 1 ในการที่ผู้เชื่อจะยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อทางด้านทัศนะภายนอก (1กธ.16:13 กับคำอธิบาย 2) ความเชื่อทางด้านทัศนะภายในก็เป็นสิ่งจำเป็น. การเป็นนายบังคับบัญชาความเชื่อแห่งทัศนะภายในของพวกเขาทำให้ความเชื่อของพวกเขาอ่อนแอ แต่การเป็นผู้ร่วมงานกับพวกเขาเพื่อความยินดีของเขาทั้งหลาย ทำให้ความเชื่อของพวกเขาเข้มแข็ง.
2กธ. 1:24 ข 1กธ.15:1; 16:13
สารบัญ