1 โกรินโธ บทที่ 9
2. การแก้ต่างของอัครทูต
9:1-27
9:1-27
(1) คุณสมบัติของท่าน
ข้อ 1-3
ข้อ 1-3
1กธ.
9:1 1ข้าพเจ้าไม่มี2กเสรีภาพหรือ? ข้าพเจ้าไม่ได้เป็น3ขอัครทูตหรือ? ข้าพเจ้าไม่ได้4คเห็นองค์พระเยซูเจ้าของเราหรือ? ท่านทั้งหลายไม่ได้เป็น5ง การงานที่ข้าพเจ้าได้กระทำในองค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ?
1กธ.
9:2 ถ้าสำหรับคนอื่นนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นอัครทูต แต่1สำหรับท่านทั้งหลายแล้วข้าพเจ้าก็ยังคงเป็นอัครทูตอยู่นั่นเอง เพราะในองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น ท่านทั้งหลายเป็น2กตราประทับของขฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของข้าพเจ้า.
1กธ.
9:3 ข้าพเจ้าขอแก้ต่างต่อผู้ที่มาสอบสวนข้าพเจ้า1ดังนี้.
(2) อำนาจของท่าน
ข้อ 4-15
ข้อ 4-15
1กธ.
9:4 1เราไม่มี2สิทธิ์ที่จะ3กกินและดื่มหรือ?
1กธ.
9:5 เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพาพี่น้องหญิงที่เป็นภรรยาไปไหนๆ ด้วยกัน กเหมือนอย่างอัครทูตคนอื่นๆ และขน้องชายขององค์พระผู้เป็นเจ้า และคเกฟาหรือ?
1กธ.
9:6 มีเพียงข้าพเจ้าและกบาระนาบาไม่มีขสิทธิ์ที่จะไม่ทำงานหรือ?
1กธ.
9:7 เคยมีทหารคนใดบ้างที่กปฏิบัติหน้าที่โดยต้องเตรียมเสบียงของตัวเอง? ใครบ้างที่ได้ทำขสวนคปลูกต้นองุ่นและมิได้ง กินผลจากสวนนั้น? ใครบ้างที่ได้เลี้ยงฝูงแกะและมิได้กินน้ำนมจากแกะฝูงนั้น?
1กธ.
9:8 ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้กตามอย่างมนุษย์หรือ? กฎบัญญัติมิได้กล่าวไว้อย่างนี้เหมือนกันหรือ?
1กธ.
9:9 เพราะว่าในกฎบัญญัติของโมเซมีคำเขียนไว้ว่า "กอย่าเอาตะกร้อครอบปาก1โคเมื่อมันกำลังนวดข้าว." พระเจ้าทรงเป็นห่วงโคหรือ?
1กธ.
9:10 หรือพระองค์ตรัสเพื่อประโยชน์ของเราทั้งสิ้น? เป็นที่แน่นอนว่าข้อความนั้นเขียนไว้เพื่อประโยชน์ของเราทั้งหลาย เพราะว่ากคนที่ไถนาก็ให้ไถด้วยความหวังใจ และคนที่นวดข้าวก็ให้นวดด้วยความหวังว่าจะได้รับส่วนแบ่งปัน.
1กธ.
9:11 ถ้าเราได้หว่านกสิ่งของฝ่ายวิญญาณให้แก่ท่านทั้งหลายแล้ว การที่เราจะเกี่ยวสิ่งของฝ่ายร่างกายจากท่านนั้นจะนับเป็นเรื่องใหญ่ไปหรือ?
1กธ.
9:12 ถ้าคนอื่นได้รับส่วนแบ่งปันสิทธิ์นี้จากท่านทั้งหลาย เราจะไม่สมควรยิ่งกว่านั้นหรือ? ถึงกระนั้นเราก็กมิได้ใช้สิทธิ์นี้เลย แต่เรายอม1ทนรับทุกสิ่งไว้ ด้วยขเกรงว่าจะเป็นเหตุขัดขวางกิตติคุณของพระคริสต์.
1กธ.
9:13 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า คนเหล่านั้นที่ตรากตรำเพื่อสิ่งที่1บริสุทธิ์ก็กกินของถวายสำหรับพระวิหาร และคนปรนนิบัติที่แท่นบูชาก็ร่วมรับส่วนแบ่งกับแท่นบูชา?
1กธ.
9:14 เช่นนั้นแหละองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ทรงบัญชาให้คนเหล่านั้นที่ประกาศกิตติคุณกเลี้ยงชีพด้วยกิตติคุณนั้น.
1กธ.
9:15 แต่ข้าพเจ้ากไม่เคยใช้[สิทธิ์]เหล่านี้เลย และข้าพเจ้าก็มิได้เขียนคำเหล่านี้เพื่อให้[พวกท่าน]กระทำอย่างนี้แก่ข้าพเจ้า ด้วยว่าข้าพเจ้ายอม1ตายเสียดีกว่าที่จะ... เพื่อที่จะ2ไม่มีผู้ใดอาจทำให้สิ่งที่ข้าพเจ้าขอวดนั้นสูญเปล่าไปได้.
(3) ความสัตย์ซื่อของท่าน
ข้อ 16-23
ข้อ 16-23
1กธ.
9:16 เพราะถ้าข้าพเจ้าประกาศกิตติคุณนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอะไรที่จะอวดได้ เพราะ1กจำเป็นที่ข้าพเจ้าจะต้องประกาศกิตติคุณนั้น ถ้าข้าพเจ้ามิได้ประกาศ วิบัติจะเกิดแก่ข้าพเจ้า.
1กธ.
9:17 ถ้าข้าพเจ้าประกาศด้วยความเต็มใจ ข้าพเจ้าก็ได้รับ1กบำเหน็จ แต่หากมิได้เต็มใจข้าพเจ้าก็ได้ขรับมอบ2คฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือนมาแล้ว.
1กธ.
9:18 แล้วอะไรเล่าจะเป็นบำเหน็จของข้าพเจ้า? คือเมื่อข้าพเจ้าประกาศกิตติคุณ ข้าพเจ้าก็1ประกาศโดยกไม่คิดค่า ขเกรงว่าข้าพเจ้าจะใช้สิทธิ์ในกิตติคุณนั้นจนหมด.
1กธ.
9:19 เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะเป็นกอิสระจากคนทั้งปวง ข้าพเจ้าก็ยังสมัครใจเป็นขทาสรับใช้คนทั้งปวง เพื่อจะได้คนมากยิ่งขึ้น.
1กธ.
9:20 ต่อพวกยูดาย ข้าพเจ้าก็กเป็นพวกยูดาย เพื่อจะขได้พวกยูดาย ต่อพวกที่คอยู่ใต้กฎบัญญัติ ข้าพเจ้าก็เป็นคนที่อยู่ใต้กฎบัญญัติ (แม้ข้าพเจ้าจะง มิได้อยู่ใต้กฎบัญญัติ) เพื่อจะได้คนที่อยู่ใต้กฎบัญญัตินั้น.
1กธ.
9:21 ต่อคนที่อยู่กนอกกฎบัญญัติ ข้าพเจ้าก็ขเป็นคนที่อยู่นอกกฎบัญญัติ (ต่อพระเจ้า ข้าพเจ้ามิได้1อยู่นอกกฎบัญญัติ แต่ต่อพระคริสต์นั้นข้าพเจ้า2อยู่ในคกฎบัญญัติ) เพื่อจะได้คนที่อยู่นอกกฎบัญญัติ.
1กธ.
9:22 ต่อคนอ่อนแอ ข้าพเจ้าก็กกลายเป็นคนอ่อนแอ เพื่อจะได้คนอ่อนแอนั้น. ข้าพเจ้าได้1กลายเป็นขคนทุกชนิดต่อคนทั้งปวง เพื่อจะคช่วยเขาให้รอดได้บ้างโดยทุกวิถีทาง.
1กธ.
9:23 ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าทำนั้นล้วนเพื่อกิตติคุณ เพื่อข้าพเจ้าจะได้1กร่วมรับส่วนด้วยกับท่านทั้งหลายในกิตติคุณนั้น.
(4) ความเพียรพยายามของท่าน
ข้อ 24-27
ข้อ 24-27
1กธ.
9:24 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า คนเหล่านั้นที่1วิ่งแข่งกันในกสนามก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รับ2ขรางวัลมีเพียงคนเดียว? จงควิ่งเช่นนี้เพื่อท่านจะได้รับรางวัลนั้น.
1กธ.
9:25 ทุกคนที่จะกแข่งขันชิงชัยกันก็ต้องบังคับตนในทุกสิ่ง ฝ่ายเขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะได้1มงกุฎที่ร่วงโรยไปได้ แต่เราจะได้1ขมงกุฎที่คไม่รู้ร่วงโรยเลย.
1กธ.
9:26 ข้าพเจ้ากวิ่งแข่งไม่ใช่ราวกับไม่มีเป้าหมายที่แน่นอน ข้าพเจ้าต่อสู้ไม่ใช่ราวกับนักมวยที่ชกขลม.
1กธ.
9:27 แต่ข้าพเจ้า1ทุบตีร่างกาย2ให้เป็นทาสอยู่ใต้บังคับ 3เกรงว่าข้าพเจ้าได้4ประกาศแก่ผู้อื่นแล้ว แต่ตัวข้าพเจ้าเองกลับ5กไม่ได้รับการรับรอง.
คำอธิบาย 1 โกรินโธ บทที่ 9
1กธ.
9:1 1 บทนี้เป็นบทที่แทรกเข้ามาในช่วงที่จัดการกับเรื่องการกินอาหารที่บูชาแก่รูปเคารพ. ในบทที่แทรกเข้ามานี้ อัครทูตได้เสนอตัวของท่านเองเป็นแบบอย่างแก่ชาวโกรินโธ เพื่อเขาจะไม่ทำให้ผู้อื่นสะดุดล้ม แต่จะก่อสร้างผู้อื่นขึ้นโดยให้ปฏิบัติตามหลักการของความรักที่คำนึงถึงผู้อื่นซึ่งอยู่ใน 8:13.
1กธ.
9:1 ก 1กธ.9:19
1กธ.
9:1 2ก อัครทูตเปาโลนั้นเป็นอิสระจากคนทั้งปวงท่านมิได้เป็นทาสของผู้ใด (ข้อ 19). แม้ท่านจะปฏิบัติตามหลักการแห่งความรักที่คำนึงถึงผู้อื่น. แต่ท่านก็ไม่ถูกผูกมัดด้วยวิธีการกินที่พิเศษใดๆ ซึ่งผู้เชื่อในพระคริสต์ทุกคนก็ควรจะเป็นเช่นนี้.
1กธ.
9:1 ข 1กธ.1:1; 1ตธ.2:7; 2ตธ.1:11; 2กธ.12:12; 1ธซ.2:6; เทียบ วว.2:2
1กธ.
9:1 3ข ขณะที่ท่านเสนอตัวเองเป็นแบบอย่างแก่ผู้เชื่อนั้น อัครทูตก็ได้กล่าวถึงเรื่องฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของตัวท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านมีอำนาจที่จะจัดการกับปัญหาทุกอย่างที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรงที่เกี่ยวกับชีวิตคริสตจักรและการสามัคคีธรรม. การจัดการกับปัญหาเหล่านี้ของท่าน มิได้มีพื้นฐานอยู่บนคำสอนของท่านเท่านั้น แต่ยังมีพื้นฐานอยู่บนอำนาจที่มีอยู่ในฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของท่านด้วย. ในการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ท่านจำต้องยึดมั่นจุดยืนเช่นนี้ และทำให้ผู้เชื่อชาวโกรินโธมีความชัดเจนต่อเรื่องนี้ด้วย. พวกเขาสงสัยในฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของท่านและกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายอันเกิดจากความโง่เขลาแห่งปัญญาฝ่ายโลก, ความมั่นใจในตัวเอง, และความหยิ่งยโส.
คำศัพท์ในภาษากรีกของคำว่า "อัครทูต" นั้นหมายถึง ผู้ที่ถูกใช้ไป. อัครทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือผู้เชื่อที่ถูกพระองค์ใช้ไป มีอำนาจของพระองค์ในการประกาศกิตติคุณของพระเจ้า, สอนหลักความจริงที่ศักดิ์สิทธิ์, และก่อตั้งคริสตจักรทั้งหลาย. ในช่วงแรกของหนังสือกิจการนั้นเปโตรกับโยฮันเป็นอัครทูตเช่นนี้ท่ามกลางพวกยูดายในช่วงที่สองของหนังสือกิจการนั้นเปาโลและบาระนาบาได้เป็นอัครทูตเช่นนี้ท่ามกลางพวกต่างชาติ. ต่อจากนั้นผู้อื่นก็ได้กลายเป็นอัครทูตด้วยเช่น ซีลา (ซีละวาโน) และติโมเธียว (1ธซ.1:1; 2:6). หากผู้ใดมีฤทธิ์เดชในการประกาศกิตติคุณมีของประทานในการสอนหลักความจริง และมีความสามารถในการก่อตั้งคริสตจักร ผู้นั้นก็มีคุณสมบัติเพียงพอและได้รับการยืนยันว่าเขาเป็นอัครทูตที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้มาโดยมีภารกิจและอำนาจที่พระองค์ทรงมอบหมายไว้ให้.
คำศัพท์ในภาษากรีกของคำว่า "อัครทูต" นั้นหมายถึง ผู้ที่ถูกใช้ไป. อัครทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็คือผู้เชื่อที่ถูกพระองค์ใช้ไป มีอำนาจของพระองค์ในการประกาศกิตติคุณของพระเจ้า, สอนหลักความจริงที่ศักดิ์สิทธิ์, และก่อตั้งคริสตจักรทั้งหลาย. ในช่วงแรกของหนังสือกิจการนั้นเปโตรกับโยฮันเป็นอัครทูตเช่นนี้ท่ามกลางพวกยูดายในช่วงที่สองของหนังสือกิจการนั้นเปาโลและบาระนาบาได้เป็นอัครทูตเช่นนี้ท่ามกลางพวกต่างชาติ. ต่อจากนั้นผู้อื่นก็ได้กลายเป็นอัครทูตด้วยเช่น ซีลา (ซีละวาโน) และติโมเธียว (1ธซ.1:1; 2:6). หากผู้ใดมีฤทธิ์เดชในการประกาศกิตติคุณมีของประทานในการสอนหลักความจริง และมีความสามารถในการก่อตั้งคริสตจักร ผู้นั้นก็มีคุณสมบัติเพียงพอและได้รับการยืนยันว่าเขาเป็นอัครทูตที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้มาโดยมีภารกิจและอำนาจที่พระองค์ทรงมอบหมายไว้ให้.
1กธ.
9:1 ค กจ.9:3-5, 17; เทียบ กจ.18:9; 22:18; 23:11
1กธ.
9:1 4ค ชี้ถึงการที่เปาโลได้เห็นกายอันสง่าราศีในการเป็นขึ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้า (15:5-8). สิ่งนี้นับเป็นสิทธิพิเศษสุดซึ่งได้นำความสูงศักดิ์และสง่าราศีมาก่อรูปให้แก่ผู้ที่ได้เห็น แต่มิได้เป็นข้อเรียกร้อง หรือคุณสมบัติในการที่จะเป็นอัครทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้า. สิ่งนี้ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ จากกรณีของบาระนาบาซึ่งเป็นอัครทูตคนหนึ่ง (กจ.14:14) แต่ก็ไม่เคยเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าในลักษณะนี้มาก่อน. อย่างไรก็ตามการรู้จักกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในวิญญาณโดยการเปิดเผยฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการที่จะเป็นอัครทูต.
1กธ.
9:1 ง 1กธ.3:6; 4:15
1กธ.
9:1 5ง การที่การงานในองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านเปาโลได้บังเกิดผลมากนั้นเป็นข้อยืนยันถึงฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของท่าน แต่ไม่ได้เป็นคุณสมบัติของฐานะแห่งการปฏิบัตินี้.
1กธ.
9:2 1 เพราะท่านได้ให้กำเนิดพวกเขาในองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยกิตติคุณ (4:15). ผลแห่งการตรากตรำของท่านนั้นเป็นหลักฐานยืนยันฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของท่าน.
1กธ.
9:2 ก เทียบ ยฮ.3:33; รม.4:11
1กธ.
9:2 2ก ผลลัพธ์ที่เพียงพอแห่งการงานที่มีประสิทธิภาพของอัครทูตนั้นไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานยืนยันหรือข้อพิสูจน์ของฐานะแห่งการปฏิบัติของอัครทูตของท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นตราประทับของฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตนี้ด้วย. สิ่งนี้ได้ประทับตราลงบนการตรากตรำแห่งอัครทูตของท่านอย่างชัดเจนเพื่อรับรองและยืนยันฐานะแห่งการปฏิบัติแห่งอัครทูตของท่าน.
1กธ.
9:2 ข กจ.1:25
1กธ.
9:3 1 ชี้ถึงการแก้ต่างในข้อ 1-2.
1กธ.
9:4 1 การแก้ต่างอย่างกล้าหาญ, เปิดเผย, เข้มแข็ง, และตรงไปตรงมาในข้อ 4-15 นั้นได้เปิดเผยว่าท่านเป็นผู้ที่มีใจและวิญญาณที่บริสุทธิ์หมดจด และยังเปิดเผยว่า ในการงานขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นท่านไม่มีจุดมุ่งหมายอื่นใดอีกนอกจากพระคริสต์และคริสตจักร.
1กธ.
9:4 2 หรือ เสรีภาพ.
1กธ.
9:4 ก 1กธ.9:13-14; ลก.10:7-8
1กธ.
9:4 3ก ชี้ถึงการใช้เงินจุนเจือที่วิสุทธิชนหรือคริสตจักรมอบให้ในการกินและดื่มเพื่อกิตติคุณ.
1กธ.
9:5 ก มธ.8:14
1กธ.
9:5 ข มธ.12:46; กจ.1:14
1กธ.
9:5 ค 1กธ.1:12
1กธ.
9:6 ก กจ.13:2; ฆต.2:1, 9
1กธ.
9:6 ข 2ธซ.3:9
1กธ.
9:7 ก 1ตธ.1:18; 2ตธ.2:3-4
1กธ.
9:7 ข พบญ.20:6; พพร.8:11-12
1กธ.
9:7 ค 1กธ.3:6-8
1กธ.
9:7 ง สภษ.27:18; เทียบ 1กธ.9:13
1กธ.
9:8 ก รม.3:5
1กธ.
9:9 ก พบญ.25:4; 1ตธ.5:18
1กธ.
9:9 1 หรือ โคที่นวดข้าว.
1กธ.
9:10 ก 2ตธ.2:6
1กธ.
9:11 ก รม.15:27
1กธ.
9:12 ก 1กธ.9:15, 18; 2กธ.11:9
1กธ.
9:12 1 หรือ อดกลั้นไว้. แปลตามตรงคือ รองรับไว้ (เหมือนภาชนะ), เก็บซ่อนไว้ ดังนั้นจึงหมายถึง ปกคลุม (เหมือนหลังคา).
1กธ.
9:12 ข 1กธ.9:18; 2กธ.6:3; 1ธซ.2:9; 2ธซ.3:8
1กธ.
9:13 1 คำศัพท์ที่แปลว่า "บริสุทธิ์" ในที่นี้แตกต่างไปจากคำศัพท์ที่แปลว่า "บริสุทธิ์" ใน รม.1:2 และ ลก.1:75 แต่เป็นคำเดียวกับคำศัพท์ใน 2ตธ.3:15 โดยชี้ถึงความบริสุทธิ์ที่เกี่ยวกับการนมัสการพระเจ้า.
1กธ.
9:13 ก ลวต.6:16, 26; อฤธ.18:8-20, 31 พบญ.18:1
1กธ.
9:14 ก เทียบ 1กธ.9:4; มธ.10:10; ลก.10:7-8
1กธ.
9:15 ก 1กธ.9:12
1กธ.
9:15 1 อัครทูตนั้นไม่คำนึงถึงสิ่งใด แต่เพื่อผลประโยชน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเด็ดขาด. ท่านไม่เพียงยินดีที่จะสละสิทธิ์ทั้งหมดของตนเองเท่านั้น (ข้อ 12, 15ก, 18) แต่ยังยินดีจ่ายราคาแม้จะเป็นชีวิตของตนก็ตาม.
1กธ.
9:15 2 ดีกว่าที่จะทำอะไร? ท่านเปาโลมิได้กล่าวประโยคนี้ให้จบ. ท่านอาจหมายถึงสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในครึ่งแรกของข้อนี้.
1กธ.
9:15 ข 2กธ.11:10
1กธ.
9:16 ก เทียบ ยรม.20:9; กจ.4:20
1กธ.
9:16 1ก แปลตามตรงคือ มีภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แบกอยู่บนตัวข้าพเจ้า.
1กธ.
9:17 ก 1กธ.3:8, 14
1กธ.
9:17 1ก หนังสือเล่มนี้มิได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อช่วยให้คนบาปที่หลงหายได้รับความรอด แต่เพื่อช่วยให้ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วเติบโตขึ้น (3:6-7), ให้ก่อสร้างด้วยวัสดุอันล้ำค่า (3:10, 12-14), ให้ใส่ ใจต่ออวัยวะขององค์พระผู้เป็นเจ้า (8:9-13), และให้วิ่งแข่ง (ข้อ 24). ดังนั้นจึงได้มีการกล่าวถึงบำเหน็จครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เชื่อมีการก้าวหน้า (3:14; 9:18, 24-25). ดู ฮร.10:35 คำอธิบาย 1.
1กธ.
9:17 ข ฆต.2:7
1กธ.
9:17 ค อฟ.3:2; กซ.1:25
1กธ.
9:17 2ค หรือ การปกครองในครอบครัว, การแจกปันในครอบครัว. อัครทูตมิได้เป็นเพียงผู้ประกาศเท่านั้น แต่ยังเป็นคนต้นเรือนในบ้านของพระเจ้าหรือผู้ปกครองบ้านที่คอยแจกปันความรอด, ชีวิต, และความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ให้แก่ผู้เชื่อของพระองค์. การปฏิบัติเช่นนี้ก็คือฐานะแห่งการปฏิบัติของคนต้นเรือนที่ท่านได้รับมอบหมายและแต่งตั้งมา (อฟ.3:2; 2กธ.4:1).
1กธ.
9:18 1 แปลตามตรงคือ แสดงออก.
1กธ.
9:18 ก 2กธ.11:7; 12:13
1กธ.
9:18 ข 1กธ.9:12, 15; เทียบ 1กธ.7:31
1กธ.
9:19 ก 1กธ.9:1; 10:29; ฆต.5:13
1กธ.
9:19 ข 2กธ.4:5
1กธ.
9:20 ก กจ.16:3; 21:21-28
1กธ.
9:20 ข รม.11:14
1กธ.
9:20 ค รม.3:19
1กธ.
9:20 ง ฆต.2:19; รม.6:14
1กธ.
9:21 ก รม.2:12, 14
1กธ.
9:21 ข ฆต.2:3
1กธ.
9:21 1 นั่นคือ อยู่นอกขอบเขตหรือขีดจำกัดแห่งกฎบัญญัติ ดังนั้นจึงเป็น ไม่มีกฎบัญญัติ.
1กธ.
9:21 2 นั่นคือ อยู่ในขอบเขตหรือขีดจำกัดแห่งกฎบัญญัติ ดังนั้นจึงเป็นการนอบน้อมต่อกฎบัญญัติ. ท่านเปาโลยึดเอาพระคริสต์เป็นชีวิตของตนและดำเนินชีวิตอยู่โดยพระคริสต์. พระคริสต์ผู้เป็นชีวิตที่ดำเนินชีวิตอยู่ในท่านองค์นี้ทรงมีกฎแห่งชีวิตและเป็นกฎแห่งชีวิต (รม.8:2). พระองค์ทรงควบคุมและจำกัดท่านให้อยู่ในกฎเกณฑ์เพื่อท่านจะได้นอบน้อมต่อพระคริสต์อย่างถูกต้อง, ถูกกฎหมาย, เที่ยงตรง, และเหมาะสม. ดังนั้นท่านเปาโลจึงอยู่ภายในกฎบัญญัติที่สูงส่งกว่าและดีกว่าโดยนอบน้อมอยู่ใต้กฎบัญญัติแห่งชีวิต. ด้วยเหตุนี้ต่อพระเจ้านั้น ท่านจึงไม่ได้อยู่นอกกฎบัญญัติหรือไม่มีกฎบัญญัติ.
1กธ.
9:21 ค ฆต.6:2
1กธ.
9:22 ก รม.15:1; 2กธ.11:29
1กธ.
9:22 1 กรณีนี้หมายความว่า อัครทูตได้ปรับตัวให้เข้ากับทุกสิ่ง ซึ่งได้แก่วิธีการกินและแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างออกไป (ข้อ 23) เพื่อเห็นแก่คนทั้งปวง.
1กธ.
9:22 ข 1กธ.10:33
1กธ.
9:22 ค รม.11:14; 1กธ.7:16
1กธ.
9:23 ก ฟป.1:7
1กธ.
9:23 1ก แปลตามตรงคือ เป็นผู้ร่วมรับส่วน (หรือผู้มีส่วนร่วมกัน, ผู้ให้ความร่วมมือ, หุ้นส่วน). อัครทูตมิได้เป็นเพียงผู้ร่วมรับส่วน, ผู้มีส่วนร่วมกันในการรับสุขกิตติคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ให้ความร่วมมือและเป็นหุ้นส่วนที่ตรากตรำเพื่อกิตติคุณอีกด้วย. อย่างไรก็ดีในที่นี้ท่านชี้บ่งถึงการรับสุขแห่งกิตติคุณ. ดังนั้นศัพท์คำนี้จึงถูกแปลเป็น ร่วมรับส่วนในกิตติคุณ.
1กธ.
9:24 1 กรณีนี้เปิดเผยว่า ชีวิตคริสเตียนก็คือการวิ่งแข่งซึ่งเราจำต้องวิ่งจนประสบผลสำเร็จ.
1กธ.
9:24 ก กจ.20:24; 2ตธ.4:7; ฮร.12:1
1กธ.
9:24 ข ฟป.3:14; กซ.2:18
1กธ.
9:24 2ข นั่นคือ บำเหน็จอันเป็นแรงกระตุ้น. ดูข้อ 17 คำอธิบาย 1.
1กธ.
9:24 ค ฆต.2:2; 5:7
1กธ.
9:25 ก 2ตธ.2:5
1กธ.
9:25 ข 2ตธ.4:8; ยก.1:12; 1ปต.5:4; วว.2:10; 3:11
1กธ.
9:25 1ข ชี้ถึงมงกุฎที่ทำจากใบไม้ที่มีเพื่อการแข่งขันกีฬาในเวลานั้น. มงกุฎที่ไม่รู้ร่วงโรยซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานให้แก่วิสุทธิชนที่มีชัยชนะในการวิ่งแข่งนั้นเป็นบำเหน็จที่อยู่นอกเหนือจากความรอด (ดู ฮร.10:35 คำอธิบาย 1). เราซึ่งเป็นผู้เชื่อนั้นล้วนได้รับความรอดของพระองค์โดยการเชื่อในพระองค์สิ้นทุกคนแล้ว. นี่เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ครั้งเดียวก็สำเร็จเป็นนิตย์. แต่เราจะได้รับบำเหน็จจากพระองค์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเราวิ่งแข่งอย่างไร. ในบทนี้อัครทูตกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งแข่ง (ข้อ26). ในหนังสือฟิลิปปอยซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนในบั้นปลายชีวิตของท่านนั้น ท่านก็ยังคงวิ่งแข่งอยู่ (ฟป.3:14) จนมาถึง 2ตธ.4:6-8 ซึ่งท่านวิ่งมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว ท่านจึงมีความมั่นใจว่าจะได้รับบำเหน็จจากองค์พระผู้เป็นเจ้าในเวลาที่พระองค์จะเสด็จมาปรากฏ. ในทัศนะของรางวัลนี้อัครทูตจึงได้กำชับให้ผู้เชื่อชาวโกรินโธวิ่งแข่งเพื่อพวกเขาจะได้รับบำเหน็จ (ข้อ 24).
1กธ.
9:25 ค 1ปต.1:4
1กธ.
9:26 ก ฆต.2:2; 2ตธ.4:7
1กธ.
9:26 ข 1กธ.14:9
1กธ.
9:27 1 คำศัพท์ในภาษากรีกหมายถึง การตีใบหน้าบริเวณใต้ตาจนฟกช้ำดำเขียว. นี่ไม่ได้เป็นการทำร้ายร่างกายตัวเองเหมือนพวกบำเพ็ญตบะและไม่ได้เป็นการถือว่าร่างกายตนเองเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายเหมือนพวกนอสติกด้วย. แต่นี่เป็นการสยบร่างกายตนเองและทำให้ร่างกายกลายเป็นเชลยที่ถูกจับมาปรนนิบัติเราอย่างทาสเพื่อสำเร็จจุดมุ่งหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา. สิ่งนี้มีค่าเท่ากับการประหารอวัยวะฝ่ายโลกของเราให้ตาย (กซ.3:5) และการประหารการประพฤติของกาย (รม.8:13) เพื่อมิให้ร่างกายของเราถูกใช้ในการปล่อยตัวตามราคะตัณหาหรือในการทำสิ่งใดโดยตัวเราเอง ยกเว้นเสียแต่สิ่งที่พระเจ้าทรงเห็นว่าบริสุทธิ์. ชาวโกรินโธได้ใช้ร่างกายอย่างผิดๆ ไปในการปล่อยตัวตามการผิดประเวณีโดยไม่คำนึงถึงพระวิหารของพระเจ้า (6:19) และยังกินอาหารที่บูชารูปเคารพตามอำเภอใจโดยไม่คำนึงถึงผู้เชื่อที่อ่อนแอด้วย (8:9-13).
1กธ.
9:27 2 เป็นคำอุปมาซึ่งหมายถึง การนำหน้าผู้ถูกสยบมาเป็นเชลยศึกและเป็นทาส, การจับเชลยศึกไปเป็นทาส, ทำให้เขาเป็นทาสรับใช้ตามจุดมุ่งหมายของผู้พิชิต.
1กธ.
9:27 3 คำศัพท์ในภาษากรีกมีความหมายเป็นนัยถึงความเป็นไปได้.
1กธ.
9:27 4 ตามเนื้อความในข้อ 24-27 กรณีนี้ชี้ถึงการประกาศถึงบำเหน็จ อันเป็นแรงจูงใจของคริสเตียนที่วิ่งแข่ง. บำเหน็จนี้เกี่ยวข้องกับอาณาจักร. การปรากฏของอาณาจักรนั้นจะเป็นบำเหน็จให้กับวิสุทธิชนที่มีชัยชนะในการวิ่งแข่งของคริสเตียน. ดู ฮร.12:28 คำอธิบาย 1.
1กธ.
9:27 ก ฮร.6:8; เทียบ 2กธ.13:5-6
1กธ.
9:27 5ก หรือ ขาดคุณสมบัติ, ถูกปฏิเสธ นั่นคือไม่คู่ควรที่จะรับรางวัล. อัครทูตนั้นได้รับความรอดโดยพระคุณผ่านความเชื่อในพระคริสต์แล้วอย่างแน่นอน. ไม่เพียงเท่านี้ ท่านยังได้รับการทรงเรียกให้เป็นอัครทูตมาสำเร็จแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้าอีกด้วย. ถึงกระนั้นก็ดี ในที่นี้ท่านกลับระวังตัวเป็นอย่างยิ่งในการที่จะวิ่งบนลู่แข่งของตน (กจ.20:24) โดยสยบร่างกายของตนให้มาปรนนิบัติเพื่อจุดมุ่งหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านเพื่อท่านจะได้รับการรับรองจากพระเจ้าและไม่ถูกปฏิเสธที่เบื้องบัลลังก์แห่งการพิพากษาของพระคริสต์ (2กธ.5:10) และจะถูกพบว่าคู่ควรที่จะรับบำเหน็จแห่งอาณาจักรที่จะมาถึง. ดู มธ.7:21-23; 25:11-12.